ผลทางกฎหมายกรณีผิดสัญญาสร้างโรงพัก โดย ธนกฤต วรธนัชชากุล

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 19:02:14 น.




โดย ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ที่มา:มติชนรายวัน 11 ก.พ.2556)




ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ให้ก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง ในวงเงิน 5,848 ล้านบาท โดยครบกำหนดอายุสัญญาวันที่ 26 มีนาคม 2554 และต่อมาได้มีการขยายอายุสัญญาออกไปจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2556 ซึ่งขณะนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัท พีซีซีฯ ผิดสัญญาไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจให้ทันตามกำหนดเวลาในสัญญาได้ โดยการส่งมอบงวดงานไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนดในสัญญา อีกทั้งมีความชัดเจนว่าไม่มีสถานีตำรวจแม้แต่เพียงแห่งเดียวที่จะสามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาในสัญญาได้ และมีสถานีตำรวจอีกเป็นจำนวนมากที่แทบจะไม่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างเลย จึงเป็นเรื่องที่น่าพิจารณาว่า นอกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าจ้าง จะมีสิทธิเรียกร้องและดำเนินการตามข้อตกลงในสัญญาต่อบริษัท พีซีซีฯ ผู้รับจ้าง ที่ผิดสัญญาแล้ว ในเรื่องทางแพ่ง จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรได้บ้าง

1.กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่บริษัท พีซีซีฯ ผิดสัญญาไม่สามารถก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายได้สองกรณี คือ

1.ฟ้องร้องบังคับให้บริษัท พีซีซีฯ ปฏิบัติตามสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 213 วรรคหนึ่ง ("ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้") และเรียกเอาค่าเสียหายเนื่องจากการที่บริษัท พีซีซีฯ ผิดนัดไม่สามารถก่อสร้างสถานีตำรวจตามกำหนดเวลาในสัญญาได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 วรรคสี่ ("อนึ่ง บทบัญญัติในวรรคทั้งหลายที่กล่าวมาก่อนนี้ หากระทบกระทั่งถึงสิทธิที่จะเรียกเอาค่าเสียหายไม่")

2.ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 (มาตรา 386 วรรคหนึ่ง "ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง")

เมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วคู่สัญญาคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและบริษัท พีซีซีฯ ย่อมกลับคืนสู่ฐานะที่เป็นอยู่เดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคหนึ่ง ("เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม?") และในส่วนของการงานที่ผู้รับจ้างได้กระทำไป ผู้ว่าจ้างต้องใช้เงินตามราคาค่าแห่งการนั้นๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม ("ส่วนที่เป็นการงานอันได้กระทำให้... การที่จะชดใช้คืน ท่านให้ทำได้ด้วยใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้นๆ หรือถ้าในสัญญามีกำหนดว่าให้ใช้เงินตอบแทน ก็ให้ใช้ตามนั้น") นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากบริษัท พีซีซีฯ ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสี่ ("การใช้สิทธิเลิกสัญญานั้นหากระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่") (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982/2513 (ประชุมใหญ่), 6705/2541, 8722/2544)

แต่เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายแล้วจะบังคับให้บริษัท พีซีซีฯ ชำระหนี้ตามสัญญาคือดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจอีกไม่ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 982/2513 (ประชุมใหญ่)) และเมื่อแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาแล้วจะถอนไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 วรรคสอง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3531/2549)

2.ข้อพิจารณาเรื่องผิดสัญญา

กรณีผิดสัญญาสร้างโรงพักนี้ ปรากฏจากความเป็นจริงและตามที่บริษัท พีซีซีฯ ยอมรับว่าบริษัท พีซีซีฯ ไม่สามารถสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจให้เสร็จภายในวันที่ 14 มีนาคม 2556 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการขยายอายุสัญญาออกไปได้อย่างแน่นอน และความคืบหน้าของงานก่อสร้างสถานีตำรวจมีน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณงานตามสัญญา ดังนั้น การจะฟ้องร้องให้บริษัท พีซีซีฯ ปฏิบัติตามสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 213 วรรคหนึ่ง คือ ให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจต่อไปจนแล้วเสร็จตามสัญญาย่อมมีความเสี่ยงสูงว่า บริษัท พีซีซีฯ จะไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จและทำให้โครงการก่อสร้างต้องล่าช้ายิ่งขึ้น ถึงแม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการที่บริษัท พีซีซีฯ ผิดนัดไม่ก่อสร้างสถานีตำรวจให้เป็นไปตามกำหนดเวลาในสัญญาได้ด้วยก็ตาม

ทางเลือกตามกฎหมายที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติมากกว่าจึงเป็นการบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 ที่ให้คู่สัญญามีสิทธิเลิกสัญญาโดยอาศัยข้อสัญญาที่คู่สัญญากำหนดสิทธิในการเลิกสัญญากันไว้ ซึ่งตามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 หลัง ข้อ 6 กำหนดไว้ว่า ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทำงานภายในเวลากำหนด หรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา หรือผู้รับจ้างผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปด้วย ดังนั้น ในกรณีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างกับบริษัท พีซีซีฯ ที่ผิดสัญญาได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 ประกอบกับสัญญา ข้อ 6 โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สัญญาสิ้นสุดเสียก่อน และย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายและริบหลักประกันจากบริษัท พีซีซีฯ ได้ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสี่ ประกอบกับสัญญาข้อ 17 ที่กำหนดว่า ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาทั้งหมดหรือบางส่วนตามแต่จะเห็นสมควร และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทำงานนั้นต่อให้แล้วเสร็จตามสัญญา สำหรับค่าเสียหายจากการที่บริษัท พีซีซีฯ ไม่สามารถก่อสร้างสถานีตำรวจให้ทันตามกำหนดเวลาในสัญญานั้น ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องไปเช่าสถานที่ทำงานชั่วคราว ค่าใช้จ่ายที่ต้องไปว่าจ้างผู้รับจ้างรายใหม่แล้วมีราคาค่าจ้างสูงกว่าเดิม ความเสียหายต่างๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับจากการก่อสร้างสถานีตำรวจไม่แล้วเสร็จ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคหนึ่ง กำหนดไว้ว่า เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืน สู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมก่อนมีการทำสัญญากัน โดยหากมีการงานที่ได้กระทำแก่กันไว้ การกลับคืนสู่ฐานะเดิมอาจทำได้โดยการใช้เงินตามควรค่าแห่งงานที่ได้กระทำไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม ดังนั้น หากมีงานก่อสร้างสถานีตำรวจที่บริษัท พีซีซีฯ ทำตามสัญญา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับประโยชน์จากงานก่อสร้างที่ทำขึ้นนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้องใช้ค่าก่อสร้างตามควรค่าแห่งงานที่บริษัท พีซีซีฯ ทำไป โดยต้องมาหักกลบลบกับค่าเสียหายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2528, 5032/2537๕๐, 6314/2550) โดยหากค่าเสียหายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมีจำนวนสูงกว่าก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินค่าก่อสร้างแก่บริษัท พีซีซีฯ แต่ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่จำต้องใช้เงินค่าก่อสร้าง ถ้าหากงานก่อสร้างที่บริษัท พีซีซีฯ ทำขึ้นในกรณีใด ไม่เป็นประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2269/2521, 9062/2544) การใช้เงินตามราคาค่าแห่งงานที่ได้กระทำไปต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการงานที่บริษัท พีซีซีฯ ได้กระทำไปแล้วทั้งหมดและพฤติการณ์แวดล้อมอื่นๆ ประกอบกับความเป็นธรรมและความเหมาะสม และศาลมีอำนาจกำหนดให้ได้ตามสมควร (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6675/2541)








กกต.ชี้ "ปลัดกทม.-ธาริต" หากเข้าข่ายขาดคุณสมบัติจะทำหมายเหตุก่อนส่งกก.สรรหาและคสช.
คสช.ร่อนจดหมายขอความร่วมมือ "องค์การนิรโทษกรรมสากล" งดเสวนา "ความยุติธรรมที่ปิดปรับปรุง”
วสิษฐ เดชกุญชร : หนึ่งปีของความสำเร็จหรือความล้มเหลว
คสช.เห็นชอบและอนุมัติการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขจัดโรคคาลาอาซา
"ปุยฝ้าย"โต้เเทนเเม็ค เหตุถอนตัวไม่ใช่เรื่องเงิน ลั่นอยากเคลียร์ "กุ้ง-ศรุตา" เรื่องทำเเม็คเปลี่ยน!
′เอฟ นครนายก′ คิวคมกระซวก ′อิหร่าน′, ′ต๋อง ศิษย์ฉ่อย′ ไส้แตกโดนแทงยับ ศึก 6 แดงชิงแชมป์โลก
ยลโฉม!นางฟ้าวงการกีฬาคนล่าสุด แบดมินตันสาว′กรอนยา ซอเมอร์วิลล์′
ปลูกพริกอย่างไรให้ปลอดภัย ไร้ปัญหาโรคและแมลงรบกวน
เผยฐานะการคลังยังปึ๊กแม้การจัดเก็บรายได้หด เงินคงคลังสูงกว่า3.4แสนล้าน
พ่อเด็กเทคโนฯถูกกระหน่ำยิงร่ำไห้ เผยประโยคสุดท้ายที่ลูกพูด "เราจะหา....."
โฉมหน้า ′ครม.ประยุทธ์ 1′
จะฮากันไปไหน!! เมื่อชาวเน็ตตัดต่อ "ธีระ นิติราษฎร์" หลังโพสต์บอก "ช่วยตัดต่อภาพนี้ให้หน่อยครับ"
จดหมายน้อยจากลูกศิษย์ ถึง "ครูวรเจตน์" ผู้จุดไฟในสายลม
รู้หรือไม่? "นวน เจีย" จำเลยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมร เคยเรียนมหาวิทยาลัยใดในเมืองไทย
"ชูวิทย์" โพสต์ พลเอกประยุทธ์-สุเทพ-สนธิ นี่สินะ "The Power of Change"
Audi Q3 รถน่าใช้ ราคาน่าซื้อ โดยเช็คราคา.คอม
สงสารฮานาโกะ
ลางบอกเหตุ เมื่อเบรกมีปัญหา โดยเช็คราคา.คอม
บ้าน SCG HEIM ดียังไง? โดยเช็คราคา.คอม
10 เรื่องต้องระวังในการซื้อคอนโดใหม่ โดยเช็คราคา.คอม