ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ จาก "อุกกาบาตเชลยาบินสก์"

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 09:30:39 น.







ปรากฏการณ์ชนิดที่ร้อยปีจะเกิดสักครั้งเหมือนอย่างกรณีอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สามารถทานแรงเสียดสีจนเข้ามาใกล้เมืองเชลยาบินสก์ ในเขตไซบีเรียตะวันตกของประเทศรัสเซีย ใกล้เคียงอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดวินาศภัยครั้งใหญ่ขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็ถือเป็นเหตุการณ์ที่กระตุ้นความสนใจในเชิงวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ได้อย่างเอกอุ

มีข้อเท็จจริงพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวมาบอกเล่าสู่กันฟัง เพื่อทำความเข้าใจในทางวิชาการได้ดังต่อไปนี้

อุกกาบาต-ดาวเคราะห์น้อย-ฝนดาวตก

สะเก็ดดาว (เมทีโอรอยด์) คือชิ้นส่วนของ หินอวกาศ (สเปซร็อก) ที่ส่วนใหญ่แตกออกมาจาก ดาวหาง (โคเมท) หรือ ดาวเคราะห์น้อย (แอสเตอรอยด์) มีขนาดตั้งแต่เท่ากับเม็ดทราย ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายสิบกิโลเมตร เมื่อสะเก็ดดาวเหล่านี้หลงเข้ามาอยู่ภายใต้แรงดึงดูดจากแรงโน้มถ่วงของโลก มันจะตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ส่วนใหญ่มักเกิดเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนไหม้หมดไปบนท้องฟ้า เรียกกันว่า "ดาวตก" (ผีพุ่งไต้) หรือ "ฝนดาวตก" (เมทีออร์ หรือ เมทีออร์ ชาวเวอร์) แต่หากยังมีส่วนที่เผาไหม้ไม่หมด ตกลงสู่พื้นโลก เหมือนเช่นกรณีที่ เชลยาบินสก์ เรียกว่า อุกกาบาต (เมทีโอไรท์)

สะเก็ดดาวมีมากแค่ไหน? ตกสู่โลกบ่อยแค่ไหน?



นักวิทยาศาสตร์ประมาณเอาไว้ว่า ดาวเคราะห์น้อย ที่มีขนาดเท่าหรือใหญ่กว่า 2012 ดีเอ 14 ดาวเคราะห์น้อยที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1 กิโลเมตรอยู่ในห้วงอากาศใกล้โลก ระหว่าง 500,000 ถึง 1 ล้านดวง นักดาราศาสตร์สามารถตรวจพบและกำหนดวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ได้แล้ว 9,600 ดาว หรือไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมด สำหรับไว้ตรวจสอบว่าดวงใดจะโคจรเข้ามาใกล้จนอาจเป็นภัยคุกคามต่อโลกในวันเวลาใด ในจำนวนที่ตรวจพบทั้งหมดนั้น มีมากถึงเกือบ 1,300 ดวงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 1 กิโลเมตร สะเก็ดดาวที่มีขนาดเล็กกว่านั้นลงไป มีมากมายกว่านั้นหลายร้อยหลายพันเท่า

ในส่วนของดาวตกและฝนดาวตกนั้น องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ระบุเอาไว้ ชั้นบรรยากาศของโลกถูกถล่มด้วยสะเก็ดดาวเหล่านี้มากถึงวันละ 100 ตัน แต่ส่วนใหญ่มีขนาดเท่าเม็ดทราย และส่วนใหญ่มักไหม้หมดในชั้นบรรยากาศ

ในกรณีที่เป็นอุกกาบาตนั้น มักเกิดขึ้นระหว่าง 5 ถึง 10 ครั้งต่อปี อุกกาบาตขนาดใหญ่ แบบเดียวกับที่ก่อเหตุที่เชลยาบินสก์นั้นเกิดขึ้นได้ยากกว่ามาก แต่ แอดดี้ บิชโฮฟฟ์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทลัยมึนสเตอร์ ในเยอรมนี เชื่อว่าสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆ 5 ปี ส่วนมากมักตกในพื้นที่ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย กรณีที่เชลยาบินสก์เป็นการตกใกล้เขตชุมชนซึ่งหาได้ยากมาก หลายร้อยปีจึงจะเกิดขึ้นสักครั้ง

อุกาบาตเชลยาบินสก์มีขนาดเท่าใด? ทำไมถึงมีคนบาดเจ็บมากขนาดนั้น?

นักวิทยาศาสตร์ของนาซาประเมินว่า ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ อุกกาบาตเชลยาบินสก์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เมตร มีมวลหนักประมาณ 7,000 ตัน ลูกไฟที่เกิดจากการเสียดสีกับบรรยากาศของอุกกาบาตลูกนี้สุกสว่างกว่าแสงของดวงอาทิตย์ และถือเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการรายงานกันมาในรอบกว่าศตวรรษ นับตั้งแต่เกิดเหตุอุกกาบาตถล่ม พื้นที่ป่าทังกัสกา ในไซบีเรีย เมื่อปี 1908 (พ.ศ.2451) การเผาไหม้ปลดปล่อยพลังงานออกมาเทียบเท่ากับแรงระเบิดของระเบิดทีเอ็นทีหลายแสนตัน (ระหว่าง 300,00 ถึง 500,000 ตัน) พลังงานที่เกิดขึ้นในรูปของคลื่นกระแทก หรือ ช็อกเวฟ ที่เกิดจากการพุ่งฝ่าบรรยากาศด้วยความเร็วสูง ระหว่าง 30,000-40,000 กิลโลเมตรต่อชั่วโมง จนทำให้มวลอากาศแยกออกจากกันแล้วกระแทกเข้าหากันอย่างรวดเร็วกลายเป็นระลอกมวลอากาศแผ่ออกไปทุกทิศทุกทาง ทำลายกระจกหน้าต่างบ้านเรือนเสียหายหลายพันหลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกและวัตถุตกใส่มากถึง 1,200 คน

แรงระเบิดที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเทียบเท่ากับ 20 เท่าหรือมากกว่านั้นของแรงระเบิดที่เกิดจากการระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์ที่สหรัฐอเมริกาหย่อนลงถล่มเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ระเบิดฮิโรชิมาระเบิดที่ความสูงเพียง 2,000 ฟุต (ราว 610 เมตร) แต่อุกกาบาตเชลยาบินสก์ระเบิดที่ความสูงระหว่าง 30-50 กิโลเมตรเหนือพื้นดิน ลดความเสียหายลงได้มาก

นักวิทยาศาสตร์เรียนรู้อะไรจากอุกกาบาต?

แอดดี้ บิชโฮฟฟ์ เชื่อว่า ไม่นานหลังจากเหตุการณ์ที่เชลยาบินสก์ นักวิทยาศาสตร์และนักล่าสมบัติ คงแย่งกันเข้าไปในพื้นที่เพื่อค้นหาชิ้นส่วนของสะเก็ดดาวจากอวกาศที่อาจหลงเหลืออยู่ เศษอุกกาบาตบางชิ้่นมีค่าสูง ขึ้นอยู่กับว่าต้นกำเนิดของมันมาจากไหนและมีองค์ประกอบอย่างไร บางชิ้นสามารถขายได้ถึง 670 ดอลลาร์ หรือราว 20,100 บาทต่อกรัม ซึ่งเป็นราคาที่แพงกว่าราคาทองคำในปัจจุบัน ที่มีค่าเช่นนั้นเนื่องจากสะเก็ดดาวมักไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงระยะเวลานับเป็นพันๆ ล้านปี ไม่เหมือนหินบนโลกที่ถูกัดกร่อนหรือได้รับผลกระทบทางอื่น ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงสามารถใช้เป็นตัวอย่างในการศึกษาสภาวะของจักรวาลในยุคเริ่มต้นได้ดี

อลัน แฮร์ริส นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากสถาบันแอโรสเปซเยอรมัน ในกรุงเบอร์ลิน ระบุว่า เชื่อกันว่า สะเก็ดดาวบางดวงมีอินทรียสารบรรจุอยู่ และอาจมีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบนโลก

 

(ที่มา:หน้า 9,มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 )





คนร้ายลอบวางระเบิดทหารลาดตระเวน รปภ.ครู 2 จุดที่ปัตตานี บาดเจ็บ 8 นาย
หมอแจง "เกรซ เดอะสตาร์6" สมองบวมเล็กน้อย เลือดคั่ง ปล่อยสลายเอง คาด1อาทิตย์ ออกICU
วอนช่วย 5 ชีวิตครอบครัวยากจน รับจ้างทำงาน-กู้เงินเลี้ยงชีพ
กรณ์แนะผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ดู′ประสาน′เป็นต้นแบบ เก่ง-แกร่ง-ดี
ราคามรดกเพลง ความตายของเพลงไทย โดย สุกรี เจริญสุข
′อแมนด้า′ ปั่นสุดแรงชนะเหรียญเงินอลป.คว้าแชมป์ที่แคนาดา-เก็บเพิ่ม 50 คะแนน (คลิป)
เปิดจอง10วันเท่านั้น บ้านการเคหะ 244 โครงการทั่วปท. ราคาเริ่มต้น 230,000 บ. เงินจองแค่ 1,000 บาท
"แตงโม" หายดีเเล้ว? ตอบอินสตาแกรม บ.ก.สาว บอกไม่ว่าจะมีหรือไม่มี "โตโน่" ก็จะดีขึ้น!!
พบทางทรุดแห่งใหม่ที่สระบุรี ผอ.ทางหลวงชนบทรุดตรวจสอบ
ทีมวิจัยม.โคลัมเบีย เผย "เดือนเกิด"ทำนายโรค
เมื่อศาสตราจารย์จากจุฬาฯ โพสต์ "ผมควรไปเป็นอ.ราชภัฏ"
มติ ปอมท.เรื่องการเปิด ปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร
นิธิ เอียวศรีวงศ์ ถกแถลง′ระบบเกียรติยศ′ ถอด′พ.ต.ท.′แม้ว
ขุดมาเล่า....พระยอดเมืองขวาง(4) ฝรั่งเศสจองเวรไม่เลิก โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก
ไม่ควรสงสัยว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง 14 นักศึกษา โดย สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
ภาษาอังกฤษคือกุญแจสู่ความสำเร็จ - วิกรม กรมดิษฐ์
เพิ่มองศาความร้อนแรงด้วยแฟชั่นกางเกงยีนส์สีขาว
นักธุรกิจจากทุกภูมิภาคจับมือวิชัย ทองแตง เชื่อมเครือข่ายธุรกิจทั้งประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว
คุณแม่เฮ! เทสโก้ โลตัส คืนความสุขด้วยการลดราคาสินค้าสำหรับเด็กลงมากถึง 50%
ตำแหน่ง พนักงานขายสื่อโฆษณาออนไลน์ รับด่วนมาก!!