เสวนา: โรงเรียน การศึกษา และการครอบงำทางวัฒนธรรม "รร.คือเครื่องจักร ครูคือผู้คุม และนร.คือนักโทษ"

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 14:00:09 น.








ชาตรี ประกิตนนทการ



ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์



คุก (panopticon)



ปกหนังสือวันเด็ก กับ นัยยะทางวัฒธรรม


 

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556  reading room  ได้จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “โรงเรียน การศึกษา และการครอบงำทางวัฒนธรรม” โดยมีผู้ร่วมเสวนาดังนี้ อ. ชาตรี ประกิตนนทการ และ อ.ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ ดำเนินรายการโดย พิเชษฐ์ ยิ่งเกียรติคุณ

 

“โรงเรียน การศึกษา และการครอบงำทางวัฒนธรรม” เป็นการเสวนาที่ว่าด้วย ระบบศึกษาไทยที่กินเวลาชีวิตของคนไทย (ชนชั้นกลาง) กว่า 12 ปีภายใต้การศึกษาภาคบังคับ ดังนั้น โรงเรียนนอกจากทําหน้าที่ในการให้ความรู้ ให้การศึกษา และให้โอกาสแล้ว โรงเรียนยังทําหน้าที่เสมือน เครื่องมือในการควบคุมของรัฐด้วย โดยผ่านเนื้อหาของแบบเรียน ตํารา กฏระเบียบ พื้นที่ สถาปัตยกรรม เครื่องแบบ กฏระเบียบ หรือแม้กระทั่งทรงผม หรือจะเรียกได้ว่ารัฐใช้โรงเรียนในการ "สถาปนาอํานาจนําทางวัฒนธรรมเพื่อขัดเกลา ให้ประชาชนของรัฐมีความ เชื่องต่อผู้มีอํานาจในรัฐหรือประเทศนั้นๆ

%%%%%%%%%%%%%%%

จากครรภ์มารดาสู่เซลกล้ามเนื้อของรัฐ

 

อ.ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎลําปาง  เริ่มวงเสวนาด้วยการชี้ชวนให้มอง “เยาวชน” ในฐานะที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะ “ถูกผลิต” เพื่อเป็นพลเมืองดีของรัฐ เป็นกลไกในองคาพยพของรัฐ แต่ก็เป็นเพียงแค่เซลล์ที่อาจปล่อยให้ตายไปก็ได้เช่นกัน ซึ่งในแทบทุกรัฐล้วนแต่ให้ความสำคัญกับเด็กอยู่แล้ว ต่างแค่เพียงเงื่อนไข ในกรณีของรัฐไทยที่ในทางหนึ่งสถาปนาตัวเองเป็นรัฐสมัยใหม่แต่ในอีกด้านก็แยกขาดจากจารีตนิยมไม่ได้

 

โดยรัฐไทยได้เข้ามาใช้โรงเรียนใน 2 ลักษณะคือ ด้านหนึ่งโรงเรียนคือ “โรงงาน” ที่ต้องการผลิตคนให้ออกมาเหมือนๆ กัน เป็นบล็อคเดียวกัน และในอีกด้านหนึ่งก็มี “ครู” เป็นนักบวชในโรงเรียน และที่น่าสนใจคือ กฎระเบียบโรงเรียนหลายครั้งที่ศักดิสิทธิ์กว่ารัฐธรรมนูญ เช่น บทรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ กับข้อกำหนดเรื่องระเบียบวินัยในโรงเรียน

 

ครู  - ในฐานะ Agent คนสำคัญของรัฐ และสิ่งศักดิสิทธิ์ในตัวเอง

 

ครูในฐานะเรือจ้าง ภายใต้รัฐสมัยใหม่ที่ซึ่งทำหน้าที่ผลิตข้าราชการ ครูจึงเป็นเรือจ้างของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์  แต่เมื่อสังคมได้เปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคประชาธิปไตย ครูในฐานะเรือจ้างย่อมส่งมีจุดหมายปลายทางที่ต่างออกไป แต่คำถามก็คือ

 

“แต่ผมไม่เข้าใจว่าเค้า (ครู) เข้าใจว่าเป็นเรือจ้างของประชาชนหรือเป็นเรือจ้างของใคร”  ภิญญพันธุ์ กล่าว

 

แต่ในอีกด้านนอกเหนือจากบทบาทในการผลิตซ้ำความรู้สมัยใหม่แล้ว ครูก็ได้สถาปนาตนเองเป็น “สิ่งศักดิสิทธิ์” ด้วยตัว “ครู” เอง ซึ่งต่างจาก วิชาชีพอื่น เช่น วิศวะ (เทคโนโลยีและสมัยใหม่สุด) มักนับถือพระวิศนุกรมซึ่งถือเป็น “เทพ” แต่ตัวสถาบัน “ครู” เองแม้จะมีพระพฤหัสเป็นตราประจำของครุสภา แต่ในวันไหว้ครู นักเรียนไม่ได้ไหว้พระพฤหัส แต่ไหว้ “ครู” ไม่ใช่เทพอย่างพระพฤหัส   ฉะนั้น ภายใต้พื้นที่แบบโรงเรียน  อำนาจสมัยใหม่กับจารีตนิยมที่เป็นปฏิบัติการที่เหลื่อมซ้อนกัน

 

นอกจากพื้นที่ในโรงเรียนที่อาศัย agent อย่างครูแล้ว ในพื้นที่นอกโรงเรียนการควบคุมและสอดส่องพฤติกรรมของรัฐก็ยังมีอยู่ผ่านสายตาของผู้ปกครอง  เช่น ในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้กำหนดการปกครองในนามของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนั้นเด็กยังถูกทำให้ไม่มีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ ที่สังคมไทยมองว่าเด็กโดยเฉพาะเด็กชนชั้นกลางมีหน้าที่แค่เรียนหนังสือ ไม่จำเป็นต้องหางานพิเศษซึ่งเป็นวิถีทางที่จะสร้างอำนาจการต่อรองทางเศรษฐกิจระหว่างเด็กกับครอบครัว เด็กไทยจึงใช้ชีวิตอยูใต้บังเหียนบางอย่าง เด็กไทยจึงไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะอกตัญญู

 

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้รัฐจะพร่ำบอกว่าให้ความสำคัญกับเด็กมากเพียงใด แต่หากใช้ “หนังสือวันเด็ก” ที่จะออกตอนวันเด็กแห่งชาติ เป็นตัวตั้ง แล้วทำความเข้าใจมุมมองของรัฐที่มีต่อเด็กจะพบว่า หลายๆปกของหนังสือวันเด็กกลับปรากฎภาพของเด็กน้อยเหลือเกิน แต่สิ่งที่ปรากฎอยู่บ่อยครั้งคือนัยทางวัฒธรรมไทย ซึ่งดูจะเป็นสิ่งที่รัฐไทยปลูกฝังให้เด็กไทยซึมซับ

ในช่วงท้าย ภิญญพันธุ์  เสนอว่าสิ่งที่ควรผลักดัน มี 2 สิ่ง คือ ความสอดคล้องของระเบียบโรงเรียนกับรัฐธรรมนูญ และ อำนาจที่ปฏิบัติการในชีวิตประจำวัน เช่น พื้นที่ในโรงเรียนและพื้นที่นอกโรงเรียนที่ควรเปิดให้เด็กมีอิสรภาพลุดพ้นจากบังเหียนจากรัฐ ครู และครอบครัว  

 

%%%%%%%%%%%%%%%%%

 

โรงเรียนไทย นอกจากมี “หอคอย” ยังต้องมี “ศาลเจ้า” ไว้ควบคุมอีกชั้นหนึ่งด้วย

 

อ. ชาตรี ประกิตนนทการ  อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้วิเคราะห์พื้นที่ของโรงเรียนผ่านวิธีคิดของฟูโกต์ ซึ่งวิเคราะห์สถาบันทางสังคมในโลกสมัยใหม่ ในฐานะที่เป็นเครื่องมือทางอำนาจในการควบคุมมนุษย์ ซึ่งไม่ใช่อำนาจในรูปแบบของการกดขี่ สร้างความรุนแรงต่อร่างกายกายภาพ แต่เป็นอำนาจในการควบคุมมนุษย์ผ่านการสร้างบรรทัดฐาน สร้างวินัย ไปในระดับลึกถึงร่างกายของมนุษย์

 

โดยความแตกต่างระหว่าง “อำนาจสมัยใหม่” กับ “อำนาจก่อนสมัยใหม่” คือ อำนาจก่อนสมัยใหม่นั้น อำนาจจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่ผูกขาดการเข้าถึงสัจธรรม เช่น นักบวช, พระ, กษัตริย์ ต่างจากในสังคมสมัยใหม่ อำนาจกลับกระจายไปตามกลุ่มคน “ผู้เชี่ยวชาญ” เช่น หมอครู นักวิทยาศาสตร์ นักฎหมาย จึงไม่มีองค์อธิปปัตย์หนึ่งเดียวในการใช้อำนาจ แต่ทุกคนใช้อำนาจและถูกควบคุมโดยอำนาจไปพร้อมกัน  และอำนาจสมัยใหม่ทำงานแบบเงียบและไร้ความรุนแรงในทางกายภาพ แต่จะใช้วิธีอื่นเช่นการสร้างมาตรฐานทางสังคม อะไรคือสิ่งที่ถูกต้องดีงาน การกำหนดความรู้ว่าเป็นมาตรฐานที่ทุกคนต้องทำตาม การสร้างระเบียบวินัย

 

“คุก”

ฟูโกต์ได้อธิบายการใช้อำนาจสมัยใหม่ผ่านตัวแบบของ “คุก” (panopticon) จากรูปจะเห็นว่ามีฐานซอยเป็นห้องตารางเล็กๆ โดยทุกห้องหันเข้าหาหอคอยสู่ศูนย์กลางที่ซึ่งผู้คุมจะคอยจ้องมองนักโทษ และเป็นการจ้องมองทางเดียว นักโทษจะหวาดระแวงตลอดเวลาเพราะจะรู้สึกถูกจ้องมองตลอดเวลา แม้ไม่ว่าหอคอยดังกล่าวจะมีผู้คุมอยู่หรือไม่  เพราะการออกแบบพื้นที่ในเชิงสถาปัตย์ทำให้รู้สึกว่าพร้อมจะถูกจ้องมองตลอดเวลา

 

“คุก” จึงถือเป็นงานออกแบบที่มีพลังในการกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์พอสมควร สามารถ ควบคุมระดับรายละเอียดเพื่อปลูกฝังพฤติกรรม โดยที่ยังไม่มีการลงโทษรุนแรง ซึ่งตัวแบบนี้ก็สามารถประยุกต์ใช้อธิบายสถาบันทางสังคม  เช่น โรงพยาบาล  โรงเรียน สถาบันทางสังคมสมัยใหม่

น่าสนใจว่า ภายใต้สังคมเสรีสมัยใหม่นี้ที่ซึ่งทุกคนเชื่อว่ามีเสรีภาพจริงๆ แต่ภายใต้ความเชื่อนี้เมื่อมองจากมุมของสถาปัตกรรมจะพบว่ามนุษย์เราไม่มีเสรีภาพจริงๆ แต่กำลังถูกควบคุมผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่

 

“โรงเรียน”

ก็มีการซอยห้องเรียนเป็นหน่วยย่อยๆ เพื่อใช้ฝึกฝนเด็กให้เป็นไปตามาตรฐานที่สังคมสมัยใหม่กำหนดให้ ซึ่งถ้ามองจากตัวงานสถาปัตกรรม จะมีการเกิดขึ้นของการออกแบบแถวที่นั่ง มีระยะห่างที่ครูสามารถสำรวจและสอดส่องพฤติกรรมนักเรียนได้อย่างทั่วถึง ทางเดินที่เป็นระเบียบ การออกแบบลานกลางอาคารที่ครูจะสามารถควบคุมได้อย่งใกล้ชิด  “แนวแกนที่สมมาตร” นักเรียนจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อพัฒนาตัวอย่างเป็นระเบียบเป็นลำดับชั้น ทุกอย่างจะไหลลื่นไปตามสายพานการผลิตที่ถูกควบคุมภายใต้ระเบียบวินัยและมาตรฐานทางสังคมที่ถูกกำหนดเอาไว้ 

 

ที่สุดแล้ว โรงเรียนจึงไม่ต่างจากเครื่องจักที่ควบคุมและครุคือผู้คุม นักเรียนคือนักโทษ


ข้อวิจารณ์ เมื่อจะเอาวิธีคิดนี้มาประยุกต์ใช้กันสถาบันทางสังคมอื่นๆ ที่ไม่ใช่คุก คือ เป็นมองโลกในแง่ร้าย, สับสนระหว่างธรรมชาติของมนุษย์กับการควบคุมสังคม (คุก) เพราะคนชอบทำตามกฎระเบียบแบบแนผนเป็นทุนเดิมฉะนั้นการใช้แนวคิด “คุก” ไปอธิบายกับสถาบันอื่นเป็นความสับสน แยกไม่ออกระหว่างชีวิตสมัยใหม่ที่มีเวลาเป็นตัวกำหนด แต่กลับมองว่าเป็นการควบคุมในแบบนักโทษซึ่งเป็นการมองที่ผิด และระบบโรงเรียนไม่ใช่การเปลี่ยนนักเรียนเป็นนักโทษ แต่เป็นการสร้างความปลอดภัให้แก้นักเรียนมากกว่า  ซึ่งเป็นข้อวิจารณ์ที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ยิงนักเรียนในโรงเรียนมากขึ้นและการเกิดของซีซีทีวี

 

"สังคมไทย หอคอยไม่พอ ต้องมีศาลเจ้าด้วย"

ซึ่งเมื่อจะปรับใช้แนวคิดของฟูโกต์มาใช้ในสังคมไทยอาจไม่สามาระอธิบายได้ทั้งหมด เพราะสังคมไทยยังไม่เข้าสู่สังคมสมัยใหม่ คือ ลักษณะเฉพาะของสังคมไทยมีอย่างน้อย 3 อย่าง คือ ไม่ปฏิวัติศาสนา ซึ่งไม่นำมาสู่การปฏิวัติวัฒนธรรม ไม่ปฏิวัติอุตสาหกรรม และ ไม่ได้ปฏิวัติประชาธิปไตย ทำให้การพัฒนาการควบคุมอำนาจสมัยใหม่ “ความรู้คืออำนาจ” ไม่เป็นอย่างนั้นทั้งร้อยเปอร์เซนต์

 

ซึ่งหากพิจารณา "พื้นที่" ของโรงเรียนของสังคมไทยในสมัยปัจจุบัน จะพบว่าประกอบไปด้วยองค์ประกอบไม่กี่อย่าง คือ สนาม เสาธง หอพระ และพระบรมฉายาลักษณ์ แทบทุกโรงเรียนจะมีทั้ง 4 องค์ประกอบนี้เหมือนกัน ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำคุณค่าของ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”  ในทุกเช้านักเรียนจะต้องเข้าแถวหน้าโรงเรียน มีการควบคุมระเบียบวินัย เข้าแถวหน้าเสาธงทุกเช้า ตรวจเล็บทุกเช้า   

 

แต่สิ่งที่สังคมไทยมีมากไปกว่าฟูโกต์ คือ "อนุสาวรีย์" ในสังคมไทยไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับมันแบบที่เป็นอนุสาวรีย์ในสมัยใหม่ได้ ไม่สามารถทนเดินผ่านอนุสาวรีย์โดยไม่ไหว้ไม่ได้  หรือ “สนาม” ของโรงเรียนเป็นที่ซึ่งไม่ได้ผลิตวินัยแบบทหาร แต่เป็นพื้นที่ๆ ประกอบพิธีกรรมแบบสังคมจารีต เช่นเดียวกับ ชุดนักเรียน / ชุดนักศึกษา ล้วนแต่เป็นการควบคุมระเบียบวินัย แต่ในอีกด้านถ้ามีการต่อต้านปฏิเสธไม่ใช่ชุดนักเรียนนักศึกษา ก็จะมีคำอธิบายในฐานะชุดพระราชทาน หรือ ความเชื่อที่ว่าห้ามข้ามหนังสือให้กราบหนังสือ, หรือในหนังสือ “สมบัติผู้ดี” ที่แม้จะมีการควบคุมร่างกายแบบสมัยใหม่ เช่น ห้ามส่งเสียงดัง แต่ก็มีการควบคุมพฤติกรรมแบบจารีตโดยเฉพาะระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ เช่น ต้องสำรวมกิริยาเมื่อต่อหน้าผู้ใหญ่

 

ซึ่งจากตัวอย่างข้างต้น ทำให้เห็นว่ามีความหมายซ้อนกันใน 2 ระดับ พื้นที่ของโรงเรียนไทยจึงผสมกันระหว่างการควบคุมสมัยใหม่ตามฟูโกต์ และการควบคุมแบบก่อนสมับใหม่ที่ตกตค้างอยู่จากการเปลี่ยนผ่านการเปลี่ยนแปลงทางสังที่ต่างจากสังคมอื่น หรือเป็นการแต่งงานกันระหว่างพรีโมเดิร์นและโมเดิร์น ซึ่งน่าสนใจว่าหลายอย่างน่าจะขัดกันแต่ในสังคมไทยมันอยู่ด้วยกันได้

 

สรุป

 

สังคมไทย ยังคงมี องค์อธิปปัตย์ที่ได้พรจากสวรรค์แบบพรีโมเดิร์นอยู่ และยังคงใช้อำนาจได้ในสังคมแบบไทย ตัวแบบ “คุก”ของฟูโกต์เมื่ออยู่ในสังคมไทยจึงเป็น “คุกที่ใส่ชฎา” คุกกับชฎา ในฐานะสัญลักษณ์ของอำนาจสมัยเก่าและสมัยใหม่สามารถอยู่กันได้ ผ่าน ชุดนักศึกษา หนังสือเรียนที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจในสังคมสมัยใหม่ แต่สังคมไทยก็ยังต้องกราบหนังสือด้วยในฐานะของสิ่งศักดิสิทธิ์ ถ้าโง่แล้วสอบตกสังคมไทยสามารถอธิบายได้ในแบบสมัยใหม่ คือ ฝึกฝนตามแบบการศึกษาไม่พอ และอธิบายได้ด้วยว่าเราไปเหยียบหนังสือไม่กราบหนังสือ สอบผ่านได้ด้วยการฝึกฝนแบบสมัยใหม่แต่ก็ยังขาดไม่ได้ที่จะต้องไปบนบาน

 

สังคมไทยจึงมีแอบ 2 อย่าง โรงเรียนไทยนอกจากมี “หอคอย” ยังต้องมี “ศาลเจ้า” ไว้ควบคุมอีกชั้นหนึ่งด้วย

 








"นิคม" ดักคอ หาช่องเปิดประชุมวุฒิฯ เตรียมตั้งนายกฯม.7
วิธีดูฟิล์มกรองแสงหมดอายุ
อบต.ไอเดีย เจ๋ง สร้างสไลเดอร์ขนาดใหญ่ให้เด็กๆ เล่นสงกรานต์ พุ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยา
ไม่มีเวลาให้ความรัก ′ฟิล์ม รัฐภูมิ′ กำลังสร้างอนาคต
นักท่องเที่ยวแห่ไหว้พระพุทธชินราชแน่นวัด ซื้อกล้วยตากของฝากขึ้นชื่อกันอุตลุด
เล็งริบรางวัล′นาหมื่นศรี′คืน ฉาวหนัก ตกแต่งบัญชี ส่อฉ้อโกง
ชัยเกษม นิติสิริ จุดกระแสมาตรา 7 ชนมาตรา 7
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ : คุณสุเทพเองก็ช่างกระไร เรียนจบมาทางรัฐศาสตร์แท้ๆ
16 เมษายน กปปส. หยุดพัก 1 วัน ก่อนเดินหน้าลุย 17 เมษา สู่วันพิชิตชัยชนะ
"โอ๊ค" ซัดระบอบอำมาตย์ วางแผนผลักปท.ถึงทางตันแล้วดัน"ม.7"ตะแบงตั้งรัฐบาล
อล่างฉ่าง! คลิปสาวโชว์เปลือยเล่นน้ำ ปางช้างเชียงใหม่ (ชมคลิป)
ผบ.ตร.สั่งสอบ นรต.ฝึกกระโดดร่ม สลิงขาด ร่มไม่กาง ดิ่งพื้นดับ 2 พ่อหัวใจแทบสลาย (ติดตามดู คลิปข่าว)
ฮือฮา นักดาราศาสตร์เผย ปรากฎชื่อ 7 อำเภอไทยบนหลุมดาวอังคาร
กวป.บุกไล่ผู้ชุมนุมหน้า ป.ป.ช. รุมกระทืบพระอ่วม (ชมคลิป)
คำรณวิทย์ เผยลูกชายคนเล็กสารภาพเอี่ยวฆ่าหมู่ 3 ศพ ‘ร.ต.ท.พี่ชาย-พ่อแม่คาบ้านพักบางแค
กาแฟโสม เคล็ดลับอัพฟิต ของชาวออฟฟิศรุ่นใหม่
HotelsCombined ธุรกิจบริการค้นหา และ เปรียบเทียบราคาโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่น