จับตา"บรูไน"เจ้าภาพ"อาเซียน" ภายใต้สถานการณ์แหลมคม เหนือทะเลจีนใต้

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 11:29:00 น.




ในปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงในอาเซียนเกิดขึ้นหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนแปลงเลขาธิการอาเซียนและการหมุนเวียนชาติที่จะเป็นประธานและเจ้าบ้านในการประชุมผู้นำอาเซียนในปีนี้โดยนายเลย์ ลอง มินห์ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่จากเวียดนาม และชาติเจ้าภาพการประชุมอย่างบรูไน อาจมีงานหนักรออยู่ข้างหน้าในการแก้ปัญหาความร่วมมือในอาเซียนในปีนี้  

โดยปีที่แล้วในการประชุมผู้นำอาเซียน มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงเหนือประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ที่มีการเรียกร้องสิทธิในการครอบครองพื้นที่เหนือทะเลจีนใต้กันระหว่างประเทศสมาชิกในอาเซียนและจีน โดยบรรยากาศการประชุมอาเซียน ซัมมิทเมื่อที่แล้วนั้นเป็นไปอย่างก้าวร้าว หลังกัมพูชาแสดงท่าทีสนับสนุนจีนอย่างชัดเจน ทำให้เวียดนามและฟิลิปปินส์ไม่พอใจ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่มีการเผชิญหน้ากับจีนมาตลอด โดยล่าสุดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็ได้มีการเผชิญหน้ากันระหว่างทหารเรือฟิลิปปินส์กับเรือของจีน 

ขณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้วสหรัฐฯก็ได้พยายามกลับเข้ามามีส่วนร่วมในภูมิภาค โดยสหรัฐฯ ได้ตกลงสร้างความร่วมมือ "แกนเอเชีย" (Asia Pivot) กับเวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และอินโดนีเซีย ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะบั่นทอนความสัมพันธ์ภายในอาเซียนได้ 

โดยการเข้าแทรกแทรงและความขัดแย้งกับชาติมหาอำนาจในปีที่แล้วได้หันเหความสนใจของอาเซียนไปจากประเด็นในภูมิภาคโดยเฉพาะความพยายามของอาเซียนที่จะเป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมภายในปี พ.ศ. 2558
 
อย่างไรก็ตาม การจะให้อาเซียนกลับมามุ่งหน้าพัฒนาความร่วมมือกันอีกครั้งอาจจะเป็นการยากสักหน่อย โดยภาระที่หนังอึ้งนั้นตกไปอยู่กับ ประเทศบรูไน ที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นประเทศเจ้าภาพและเป็นประธานในการประชุม อาเซียน ซัมมิท ประจำปีพ.ศ. 2556 โดยประชากรของบรูไนนั้นมีเพียง 4 แสนคน จากทั้งหมด 600 ล้านคนในอาเซียน และมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่รับผิดชอบเกี่ยวกับอาเซียนเพียงประมาณ 30 คน 

นายลิม จอค เซง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของบรูไนกล่าวว่า การได้บรูไนเป็นเจ้าภาพและประธานในการประชุมอาเซียน ซัมมิทปีนี้ อาจเป็นจุดได้เปรียบสำหรับอาเซียนก็ได้ เนื่องจากบรูไนดูจะไม่เป็นภัยคุกคามสำหรับจีน ซึ่งหากประธานในการประชุมครั้งนี้เป็นเวียดนาม หรือฟิลลิปปินส์ สถานการความขัดแย้งอาจรุนแรงมากขึ้น และแม้ว่าบรูไนจะเรียกร้องสิทธิในการครอบครองพื้นที่ในทะเลจีนใต้ด้วย แต่ก็เรียกร้องแค่ แนวประการังใต้น้ำเท่านั้น 

นอกจากนี้การที่บรูไนรวยมาก ทำให้บรูไนไม่ต้องนอบน้อมกับจีน เพื่อที่จะของพึ่งพิงจีนในด้านการเงินเหมือนกับกัมพูชา (ที่สนับสนุนจีนในการประชุม ซัมมิทปีที่แล้ว) และพม่าที่อาจเป็นชาติต่อไป

โดยบรูไนเตรียมที่จะดำเนินนโยบาย "การทูตแบบปิดเงียบ" (quiet diplomacy) ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งกับจีน โดยนาย ลิม จอง เซค ได้เดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง เพื่อหารือกับเจ้าหน้าของทางการจีน และทุกฝ่ายต่างเห็นด้วยว่า ความร่วมมือระหว่าง "อาเซียน-จีน" นั้นสำคัญกว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้ 

โดยชาติอาเซียนพร้อมที่จะใช้"วิถีอาเซียน" ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ แต่จีนกลับนิยมการหารือแบบทวิภาคีกับประเทศคู่กรณี แต่นายลิม จอง เซค ก็ยังคาดหวังว่าจะสามารถดึงจีนให้มาร่วมหารือแบบกลุ่ม และหาข้อตกลงได้ ในการประชุมอาเซียน ซัมมิท ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งอาจกระทันหันมาก โดยเฉพาะหากนายสี จิ้นผิง ผู้นำคนใหม่ของจีนยังไม่ส่งสัญญาณว่าทางการจีนจะมีท่าทีอ่อนลงในปัญหานี้ 

นอกจากนี้นายเลย์ลอง มินห์ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่จากเวียดนาม ก็ต้องทำหน้าที่ฐานะเลขาธิการอาเซียนด้วย แม้ว่าเวียดนามจะมีท่าทีระแวงจีนและพยายามกดดันนายเลย์ ลอง มินห์ให้ใช้ตำแหน่งเลขาธิการในการนำอาเซียนเผชิญหน้ากับจีน แต่ที่ผ่านมา นาย เลย์ ลอง มินห์ ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดี และมุ่งเน้นนำอาเซียนไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจ


ข้อมูล: The Economist. Volume 406. Number 8822. p.24.








ผู้สูงอายุ เยี่ยมชมรถไฟฟ้าบีทีเอส
ศิลปวัฒนธรรม กรกฎาคม 2557
ซีพีเอฟ สนับสนุนมูลนิธิเพื่อการศึกษาและประชาสงเคราะห์
เอ็มทีไอกรุ๊ป มอบรายได้จากการจัดกิจกรรมให้กับ โครงการส่งเสริมสมาธิและคุณธรรมเพื่อเยาวชน
ไทยพาณิชย์ เปิดคอร์ส “โครงการเสริมศักยภาพนักธุรกิจมือโปร” รุ่นที่ 9
โตโยต้าร่วมกับเครือข่าย เชิดชูคนทำดีบนถนน เปิดโครงการ “รวมพลคนดีถนนสีขาว”
ธนาคารกรุงเทพ จับมือ4บริษัทในกลุ่ม เดินสายให้ความรู้ทางการเงินต่อเนื่อง
ชมฟรีนิทรรศการ “โขนพระราชทาน ศาสตร์และศิลป์แผ่นดินไทย” 30 ก.ค.
เอไอเอส ชวนลูกๆ ร่วมกิจกรรม “สานรักวันแม่”
ผู้บริหารระดับสูง เยี่ยมชมศูนย์บริการ เล็กซ์ซัส กรุงเทพ