"คุณภาพ" การศึกษาไทย ...หายไปไหน??

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 11:15:08 น.




คอลัมน์ มติชนมติครู โดย สวาท เกตุงาม





ประเทศไทย คงเป็นประเทศเดียวในโลก ที่หา "รัฐมนตรี" เข้ามาบริหารกระทรวงศึกษาธิการ แล้วอยู่ได้ไม่นาน หรือบริหารแล้ว มีอันต้องโยกย้าย หรือหาบุคคลที่จะเข้ามาด้วยจิตอาสาเพื่อพัฒนาประเทศ ให้การศึกษาไทยมีความก้าวหน้าเทียบเท่ากับประเทศอื่นนั้น แสนยากเย็น ยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา

เคยคิดหรือไม่ว่า นิสิตนักศึกษาที่กำลังทำปริญญานิพนธ์ คนที่ออกแบบสอบถามการวิจัย จะได้ผลตามความจริงหรือไม่ เคยวิจัยย้อนกลับหรือไม่ว่าคนที่ทำเครื่องหมาย หรือกาเครื่องหมายในแบบสอบถามที่ท่านออกแบบสอบถามนั้น มีคนเขาอ่านแล้วตอบด้วยความตั้งใจกี่ข้อ จากประสบการณ์ การทำแบบสอบถามในการวิจัยของเพื่อนๆ ไม่ว่าระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก แบบสอบถามที่ส่ง หรือสุ่มให้บุคลากรที่จะทำการประเมินหรือตอบแบบสอบถามนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านข้อความในแบบสอบถาม ทำเครื่องหมายลงไปตามช่องการให้คะแนน ส่วนใหญ่แทบจะไม่ได้อ่านเอาเสียเลย จะกาเครื่องหมายในช่องเสร็จในระยะเวลาเพียง 2 นาที เมื่อนำแบบสอบถามไปวิเคราะห์ สำหรับการวิจัยของไทยแล้ว น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

เคยคิดหรือไม่ว่า เหตุใดเมื่อนิสิตนักศึกษาไทย ที่เรียนจบระดับปริญญาแล้วทำการสอบบรรจุรับราชการได้ เหตุใดต้องทดลองงานนานนับปี แสดงว่าที่เรียนระดับปริญญาตรี 4-5 ปี หรือปริญญาโท และเอกที่บรรจุใหม่ หาความรู้อะไรไม่ได้เลย เมื่อสอบบรรจุได้แล้วต้องมาทดลองงานอีก 2 ปี จึงจะบรรจุเป็นข้าราชการ อาทิ ครูผู้ช่วย หรือผู้ช่วยครู ดังตัวอย่างมีให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ และในอดีตมีการทดลองงาน 6 เดือน ในปัจจุบันเพิ่มจาก 6 เดือน เป็น 2 ปี แสดงให้เห็นว่าที่เรียนมา เกือบครึ่งชีวิต เด็กไทยทำอะไรไม่ได้เลยหรือ ทำไม่เป็นเลยหรือ เหตุใดต้องมาทดลองงาน หรือการศึกษาไทยล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

แม้แต่การประเมินผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ จากครูชำนาญการเป็นครูชำนาญการพิเศษ หรือครูเชี่ยวชาญ และที่ได้รับเลื่อนวิทยฐานะ ร้อยละ 90 โกหกคนทั้งโลก หากโลกนี้ไม่มีคนโกหก ท่านจะได้รับคำตอบที่น่าอึ้งว่า เขาได้วิทยฐานะ หรือเลื่อนวิทยฐานะ ด้วยความรู้ที่ตนเองมีอยู่จริงหรือเปล่า หรือได้มาด้วยบุคคลอื่น แต่เขาเหล่านั้นพูดเต็มปากว่า ทำแล้วให้คนอื่นอ่านให้ เป็นคำพูดที่ออกมาสวยหรูที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ซึ่งความจริงบนโลกใบนี้ ความดีที่คนกระทำนั้น ได้มาด้วยการยกย่องจากบุคคลอื่น ที่ลงมติว่าเป็นคนดี น่ายกย่อง น่าสรรเสริญ น่าเอาแบบอย่าง แต่ปัจจุบัน ตนเองยกย่องตนเอง เขียนความดีมา 10 เล่มเกวียนก็ไม่หมด

ที่เขียนมาไม่ได้อิจฉาคนที่ได้เลื่อนวิทยฐานะ แต่ดูจากผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ไม่กระเตื้อง ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย และที่ได้เลื่อนวิทยฐานะ จะมีประโยชน์อันใดเล่า นอกจากประโยชน์ส่วนตน หรือการศึกษาไทยกำลังหลงทาง ชนิดหวนกลับไม่ได้อีกแล้ว

จะเห็นง่ายๆ ที่เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ทั้งที่เรียนมาตั้งแต่อนุบาลจนจบปริญญา เพราะการศึกษาไทยยัดเยียดให้เด็กเรียนแต่หลักการ เรียนแต่ไวยากรณ์ แต่ไม่เคยให้เด็กได้พูด เคยคิดหรือไม่ว่า การพูดมาก่อนเขียนเสมอ เราเกิดมาหัดพูดภาษาไทยตั้งแต่เกิดจนถึง 5-7 ขวบ พูดภาษาไทย สื่อภาษาไทยได้ครบทุกคำ แต่เขาไม่รู้ตัวหนังสือแม้แต่น้อย คนภาคอีสานพูดภาษาลาวได้ แต่ไม่รู้ตัวหนังสือลาวแม้แต่ตัวเดียว ดังนั้น นักการศึกษา นักวิชาการทั้งหลาย หวนมาคิดตามหลักความจริงตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องวิจัยเลย ก็ย่อมรู้ได้ว่าการพูดต้องมาก่อนเขียนมิใช่หรือ พูดให้เป็น พูดให้คล่อง แล้วค่อยเรียนหลักไวยากรณ์ แล้วเด็กไทยจะไม่โง่ภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างประเทศอีกต่อไป

อย่ายึดติด "วิชาการ" มากเกินไป แล้วไทยจะไปรอด..แน่นอน!!

หน้า 6,มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556








มาดามตวง เขียน สับปะรดอะไร...กินได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก?
กล้า สมุทวณิช เขียน ผู้ใหญ่บนสังเวียน
มุมมองนักวิชาการ แถลงการณ์ร้อนศอ.รส. ภาพสะท้อนจ่อวิกฤติ
จำลอง ดอกปิก : กำจัดจุดอ่อน
แหลมคม การเมือง แหลมคม "คณะรัฐบุคคล" เป้าหมาย "เปรม"
ใบตองแห้ง: เลวร้ายกว่ารัฐประหาร
มันฯ มือเสือ: อย่ายุ่งกับป๋า
หมายเหตุฆาตกรรม Chronicle of a Death Foretold
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน : ไม่มีประชาธิปไตย แบบไทยๆ
บทบาท การเมือง "สุเทพ" กับ "ป๋าเปรม" คนละเรื่องเดียวกัน
เปลือยชีวิต "เชอรี่ สามโคก" จากเด็กอักษรศาสตร์สู่ "นางเอกหนังอีโรติก" ชื่อดังแห่งยุค
หัวร่อมิได้ ร่ำไห้มิออก! ประเทศไทยคว่ำ 2 ล้านล้าน อินโดฯ เดินหน้า 14 ล้านล้าน
"ชูวิทย์" แชร์ประสบการณ์สมัยทำ อาบ อบ นวด "เซ็กส์และผู้ชาย6ประเภท" และ"ความลับ"ล้วงแล้วหลุดตอนไหน?
เผยรายชื่อตุลาการ 3 เสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วยเลือกตั้ง 2 ก.พ.โมฆะ !!
หัวเขียง-โภคิน-ธีรัตถ์-วิสา คัญทัพ ยกชุด ลาออก พ้นตำแหน่งการเมือง
HotelsCombined ธุรกิจบริการค้นหา และ เปรียบเทียบราคาโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่น