“วัวแก่กินหญ้าอ่อน” หรือ “กินเด็ก” ปรากฎการณ์รักข้ามรุ่นในสังคมไทย: อำนาจ ทุน และความรัก??

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 14:30:41 น.











อรรถ บุนนาค



อาทิชา ตันธนวิกรัย









วันที่ 23 ก.พ.56 ที่ห้องภาพยนตร์สถาน หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) ได้จัดภาพยนตร์สนทนา ในหัวข้อ “วัวแก่กินหญ้าอ่อน” หรือ “กินเด็ก”ปรากฎการณ์รักข้ามรุ่นในสังคมไทย โดยมีวิทยากรดังนี้ อรรถ บุนนาค คอลัมนิสต์ชื่อดัง และ อาทิชา ตันธนวิกรัยผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องรักสุดท้ายป้ายหน้า



รักโรแมนติกสำเร็จรูป กับพล็อต “อุปสรรค”ที่ต้องมี

- อรรถ บุนนาค -


ในไวยากรณ์ของนวนิยายรักหรือแก่นเรื่องในความรักต้องมี “อุปสรรค” ที่จะทำให้ความรักนั้นโรแมนติกขึ้น โดยภาพยนตร์ไทยในยุคก่อนมักจะดัดแปลงมาจากนวนิยาย โดยที่นวนิยายส่วนมากจะใช้ปมเรื่อง “วัย” และ “ชนชั้น”เป็นปมความขัดแย้ง โดยผู้ชายจะถืออำนาจมากกว่าผู้หญิงเพราะต้องยอมรับว่าสังคมไทยอยู่อยู่ภายใต้สังคมปิตาธิปไตยผู้ชายจึงถืออำนาจมากกว่าทั้งชนชั้นฐานะทางสังคมและวัย


ด้าน "นางเอก" มักมีสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจและวัยที่ต่ำกว่า ซึ่งเป็นการผูกเงื่อนปมให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา และนี่เป็นที่มาความโรแมติดของนวนิยายเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งเหล่านี้


แต่ทั้งนี้ จะลืมเสียไม่ได้เลยว่าว่านางเอกนวนิยายไทยก็จำเป็นต้องอะไรมาแลกคือ ใช้สวยและความเป็นสาวพรหมจรรย์


ปรากฎการณ์ “วัวแก่กินหญ้าอ่อน” ในนวนิยายและภาพยนตร์ที่เห็นได้ชัดเจนเช่น  ในบ้านทรายทอง ที่ชายกลางต้องส่งเสียให้พจมานไปเรียนในโรงเรียนคอนแวนต์หรือปริศนาก็เพิ่งจบโรงเรียนเลขาฯ โดยมีชายพจน์ซึ่งเป็นหมอที่มีอายุมาติดพัน


ทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เป็นการ “แลกทุน”กันซึ่งทุนในที่นี้มี 4 แบบ คือ ทุนกายภาพ ทุนหน้าตาทุนความรู้ และทุนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ในสังคมทุนนิยมการแลกเปลี่ยนทุนต่อทุนจึงสำคัญ และอาจมากกว่าความรักที่บริสุทธิ์


จึงไม่แปลใจที่ หญิงสาวที่มีทุนกายภาพจะใช้เรือนร่างของตนต้องแลกกับทุนทางเศรษฐกิจของชายสูงอายุ เพื่อยกระดับสถานะทางสังคมขึ้นนมาซึ่งการเลื่อนสถานะทางสังคมนั้น สามารถทำให้ได้หนึ่งรุ่น คือผ่านการแต่งงาน เช่นหญิงที่มีศักดิ์ต่ำกว่าสามารถเลื่อนชั้นเป็นชนชั้นสูงขึ้นมาผ่านการแต่งงาน


ซึ่งนี่เป็นปรากฎการณ์ปกติในสังคมสะท้อนให้เห็นอำนาจระหว่างชาย-หญิงในสังคมไทย เช่น ในเรื่อง “แผลเก่า” อีเรียมหญิงสาวคนบ้านนอกเมื่อเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯก็ต้องใช้เรือนร่างและพรหมจรรย์ของความเป็นผุ้หญิงเป็นจุดขายเป็นทุนแลกเปลี่ยนกับการเลื่อนสถานะทางสังคมเพื่อให้“ลืมตาอ้าปาก”ในเมืองใหญ่ได้นั่นเอง

 


ส่วนปรากฏการณ์ “กินเด็ก” ซึ่งเห็นได้ชุดในภาพยนต์ช่วงหลังเช่น สามสิบยังแจ๋ว และรักสุดท้ายป้ายหน้า เป็นปรากฎการณ์ที่ “ผู้หญิงขึ้นมาถืออำนาจ”เป็นเกมส์ทางอำนาจระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย 

 


ในสมัยก่อน “การกินเด็ก”นั้นเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้และจะต้องได้รับบทลงโทษ เช่น กรณีของข้างหลังภาพทองประกายแสด หรืออีพริ้งคนเริงเมือง ผู้หญิงที่ “กินเด็ก” จะถูกตราหน้าว่า "มักมากในกามคุณ"


และยังถูกตราหน้าว่า “แก่” เข้าสำนวน “ไก่แก่แม่ปลาช่อน” ซึ่งถือว่าเป็นการเหยียดวัย เช่น ในกรณีของคุณหญิงกีรติที่โดนเหยีดทั้งวัยและเพศ คือเป็นผู้หญิงที่แก่กว่า และสุดท้ายก็แห้งเหี่ยวตายไปโดยที่ไม่มีความรัก “ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉันแต่ฉันก็ยังอิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก”

 


แต่ถ้าพิจารณาการสร้างอำนาจที่เหนือกว่าของคุณหญิงกีรติต่อนพพรจะเห็นได้ว่าในตอนแรกด้วยสถานะทางสังคมที่ต่ำกว่าคุณหญิงกีรติได้อาศัยเรือนร่างและความงามเพื่อยกระดับสถานะทางสังคมและจุนเจือครอบครัวของตนแต่เมื่อตนอยู่ในสถานะที่สูงแล้วคุณหญิงกีรติก็ได้เล่นอำนาจนั้นกับชายหนุ่มอย่างนพพร


ส่วนภาพยนตร์ในยุคหลังๆ เช่นรักสุดท้ายป้ายหน้า แม้ผู้หญิงที่สูงวัยกว่าจะคุมเกมส์ได้มากกว่า แต่ก็ยังปรากฎความไม่เท่าเทียมที่สะท้อนบรรทัดฐานทางสังคม ห็นได้จากคำตักเตือนของบรรดาเพื่อนผู้หวังดีว่าการกินเด็กนั้นจะดูไม่ดีสังคมจะรับไม่ได้และสุดท้ายผู้หญิงที่ได้ผู้ชายที่อายุน้อยกว่ามักถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่มักมากในกามคุณ

 


แต่ทั้งนี้ การถืออำนาจโดย “วัยวุฒิ” ก็เกิดในทุกสังคมและทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการทำงานและความรัก 



ปรากฎการณ์ อากินหลาน! - ดาวพระศุกร์/พรพรหมอลเวง 

 

ในสังคมไทยสมัยก่อน การแต่งงานทางสายสกุลเป็นเรื่องปกติในสังคม โดยเฉพาะสังคมชนชั้นสูงที่ต้องการรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือ  ดแต่ความรักแบบนี้จะดูผิดเพี้ยนไ ปเมื่อสังคมไทยรับเอาแนวคิดของวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาใช้และถูกถ่ายทอดในชนนั้นกลางและมวลชนผ่านนวนิยาย


"นวนิยาย" ถือว่าเป็นเครื่องมือที่น่ากลัวมากในการปลูกฝังความคิดของคนโดนเฉพาะนวนิยายกระแสหลักที่มีอิทธิพลและแนวคิดให้คนไทยมากที่สุดเช่น จากเรื่องคู่กรรมทำให้หลายคนในสังคม เชื่ออย่างเป็นตุเป็นตะว่าโกโบริมีจริง และทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกนิสัยดีเหมือนพ่อดอกมะลิเสียหมด  


ซึ่งนี่เป็นประวัติศาสตร์ความทรงจำใหม่ที่เขียนโดยทมยันตี เป็นการปรับกระบวนทัศน์ทั้งหมดต่อประวัติศาสตร์สงครามโลกของคนไทยแม้จะมีบาดแผลจากสงครามแต่ก็ไม่หลงเหลือเหมือนที่จีนหรือเกาหลีมี 


นี่คือพลังของเรื่องเล่าจากนวนิยายกระแสหลัก!


ส่วนความรักที่ทุกคนฟูมฟายอยากได้อยากมีนั้นมันถูกสร้างขึ้นและไม่ได้เกิดขึ้นเป็นธรรมชาติ โดยทั่วไปจะสังเกตได้ว่าคนสองคนที่รักกันนั้นมักมีพื้นหลังที่ใกล้เคียงกัน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนในฐานะทางสังคมใกล้เคียงกันจึงโอกาสรักกันมากกว่า


และแม้จะมีความรักจะมีอุปสรรคทั้งเรื่องวัยและภูมิหลัง แต่นวนิยายหลายเรื่องก็ได้สร้างภาพ “พาฝัน”เพื่อกล่อมเกลาให้ประชาชนอยู่ในความคิดเหล่านี้ให้ควบคุมได้ง่ายและเป็นการตั้งมาตราฐานทางศีลธรรมเพื่อให้รัฐเข้ามาควบคุมจัดการได้ง่าย เช่น ละครที่มีความคิดแตกต่างบรรทัดฐานของสังคมกระแสหลักจะถูกต่อต้านมากทั้งๆที่คนไทยชอบดูมากเช่น กรณีของดอกส้มสีทอง เป็นต้น 


ตัวแม่ที่กินเด็ก กับ “celebrity culture


ในก่อนหน้านี้ในสังคมไทย ผู้หญิงถืออำนาจทางเศรษฐกิจเพราะผู้ชายอยู่ในระบบเกณฑ์ไพร่จนกระทั่งการทำให้สมัยใหม่และความคิดของตะวันตกทำให้บทบาทของผู้หญิงเปลี่ยนไปเป็นผู้หญิงในฐานแม่และเมียที่ดี 


แต่ในที่สุดเมื่อมีปัญหาทางเศรษฐกิจ และการที่ผู้ชายไทยซึ่งทำงานคนเดียวไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้นั้นเป็นสาเหตุที่ดึงผู้หญิงออกมาพื้นที่ส่วนตัวในปริมณฑลของบ้านสู่พื้นที่สาธารณะมากขึ้นประกอบกับความสามารถและความรับผิดชอบในการทำงานของผู้หญิงทำให้ผู้หญิงมีที่ทางที่เปิดกว้างขึ้นผู้หญิงจึงถืออำนาจมาเรื่อยๆ 


และสิ่งที่เรียกว่า celebrity cultureซึ่งเป็นผู้นำการ “กินเด็ก” จะเห็นได้จากดาราสาวหลายคนที่โด่งในในปัจจุบันกล้าพูดกล้าแสดงออกจากสมัยก่อนที่เน้นภาพความเป็นกุลสตรีแบบไทยๆสมัยนี้ดาราคนไหนใครกล้าพูดกล้าแสดงออกจะยิ่งโด่งดังเช่น พลอย เฌอมาลย์ และ อั้ม พัชราภ าซึ่งถือว่าเป็นตัวแม่แรกๆ ยุคต้นๆ ของ ปรากฎการณ์กินเด็ก


แต่กระนั้นแม้สังคมจะมีที่ทางให้กับการกินเด็กมากขึ้นคือเป็นที่ยอมรับผ่าน celebrity culture แต่สุดท้ายการกินเด็กจะชอบธรรมหรือสังคมยอมรับได้นั้น ตัวกำหนดอยู่ที่ “ความงาม” คือผู้หญิงที่น่าเกลียดจะไม่มีสิทธิกินเด็กเพราะจะถูกเรียกว่า“ซื้อเด็ก” แทน


ทว่าตอนนี้ ในบรรดา celebrityที่นิยมกินเด็กตอนนี้ก็เริ่มดูซาลง หลายคนหันไปคบคนที่อายุมากกว่า 


ซึ่งอาจเป็นเพราะความแตกต่างในช่วงวัยและบทบาทของผู้หญิงที่แม้จะถืออำนาจแต่ก็ยังอยู่ภายใต้สังคมปิตาธิปไตยที่แม้ผู้หญิงจะครองอำนาจแต่สำหรับผู้ชายที่แม้อ่อนวัยกว่าก็ยังมีกรอบคิดภายใต้ปิตาธิปไตยที่ผู้ชายยังต้องเป็นผู้นำอยู่ 



แต่กระนั้นการเกิดขึ้นของปรากฎการณ์ “กินเด็ก”น่าจะเป็นการสร้างสมดุลและวัฒนธรรมบางอย่างขึ้น

และการกินเด็กในคู่รักทั่วไป ก็มีมากที่ประสบความสำเร็จ จนถึงแต่งงานกัน 

 








โปรดอ่านอีกครั้ง ! รวมมาตราเด็ด "รธน. ชั่วคราว 2557" ที่คุณจะต้องร้องว่า....?!
รถบรรทุกจีนขนาดใหญ่คันแรกของโลกใช้ไทยเป็นฐานการผลิต มั่นใจไทยคุณภาพได้มาตรฐาน
นฤตย์ เสกธีระ : ปูถาม ป.ป.ช.
"ชูวิทย์" จวก "แอร์พอร์ตลิงค์" เหมือน "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" แนะให้ "ปิดบริการ"
ชาวเน็ตแซว "ปลัดศธ." เปรียบ "ผอ.ฮ็อกวอตส์ สังกัดกระทรวงเวทมนตร์" เรื่องแนวคิด "พาสปอร์ตความดี"
คลิกอ่านโดยพลัน ...รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗
ถูก และ ดี มีอยู่จริง ก๋วยเตี๋ยวโคขุน ชามยักษ์แค่ 20 บาท
ภาพวิวาห์หวาน ปานฟ้าแล่บ! "ทาทา ยัง & พี่หมอ" โรแมนติก ซาบซึ้งน้ำตาริน ริมทะเลภูเก็ต !!
เครื่องบินไทยวุ่น! ผู้โดยสารเมาตีกันหัวแตก-เลือดอาบ
โตเป็นหนุ่มหล่อ!! เอ้ย สาวเท่ห์ซะแล้ว "น้องเกรซ" ลูกสาวเสี่ยเจียง จำกันได้ป่ะ?
เธอคือใครกัน? "พัชรี" คนที่ ปปง.ให้แจงที่มาทรัพย์สิน 780 ล้าน เผย"บิ๊กสรรพากร"รู้จักดี !!
ฟังเต็มๆ! "วีระ"เปิดใจเล่าเบื้องหลังปมแลกปล่อยตัว โอด"รับไม่ได้กับสิ่งที่คนไทยด้วยกันทำกับผม" (คลิป)
สยอง! กระบะพุ่งข้ามเลนประสานงานกระบะ ดับคาที่ 4 ศพ สาหัสอีก 3 ราย
คลิปทหารจัดหนัก ต่อว่าตร.จนหน้าเจื่อน หลังจับไม้เถื่อน อาวุธปืน "ถามตรงๆ เค้าดูแลท่านเดือนเท่าไหร่"
คสช.สั่งศธ.แก้ปัญหาเด็กเรียนกวดวิชา