พท.วางตัว′เจ๊แดง′แม่ทัพ คุมเกมสภา ลงซ่อมส.ส.เชียงใหม่ ให้′เกษม′นั่งรองอบจ. วรชัยแฉมุ่งล้มนิรโทษ

วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 10:01:03 น.

(ที่มา:ข่าวหน้า1 มติชนรายวัน 18 มี.ค.2556)   


เพื่อไทยส่ง′เจ๊แดง′ลงซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ แทน′เกษม′หวังคุมเกมในสภา แจงเหตุไขก๊อกอ้างสุขภาพไม่ดี อยากทำงานระดับท้องถิ่น ′บุญเลิศ′รับลูกให้นั่งรองนายก อบจ.สัปดาห์นี้ ′วรชัย′ลั่นเดินหน้าเลื่อนวาระถก กม.นิรโทษ แฉ 4 ดาบต่อต้าน ปชป.ยังย้ำทำเพื่อคนคนเดียว

@ ′พท.′เล็งส่ง′เจ๊แดง′ลงซ่อมส.ส.

คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยพร้อมพิจารณาให้นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เชียงใหม่ เขต 3 แทนนายเกษม นิมมลรัตน์ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 ที่ลาออกจากการเป็น ส.ส.โดยอ้างเหตุผลว่าสุขภาพไม่ดี และต้องการไปดูแลงานท้องถิ่น โดยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ถึงกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ว่า นายเกษมแจ้งต่อคณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำ พท.ว่า เหตุผลที่ลาออกเพราะสุขภาพไม่ดี และต้องการไปดูแลงานท้องถิ่น เพื่อรับใช้ชาวเชียงใหม่ เพราะมีความเหมาะสมกับงานท้องถิ่นมากกว่าการเมืองระดับชาติ ไม่มีการกดดันหรือถูกบีบจากผู้ใหญ่ในพรรค

"ส่วนบุคคลที่จะลงสมัคร ส.ส.แทนนายเกษม ต้องเสนอโดยคณะกรรมการโซนภาคเหนือตอนบนที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานจะเสนอชื่อต่อคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา หากนางเยาวภาเสนอตัวเป็น กระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย เพราะนางเยาวภาพ้นโทษถูกตัดสิทธิการเมืองแล้ว หากสนใจก็เสนอตัวได้" นายพร้อมพงศ์กล่าวและว่า ถ้านางเยาวภาเสนอตัวมาคณะกรรมการบริหารพรรคคงรับไว้พิจารณา เพราะ จ.เชียงใหม่ เป็นบ้านเกิด และเขตนี้เป็นเขตที่นางเยาวภาเป็น ส.ส.มาก่อน

@ ปัดเปิดทาง′เจ๊แดง′นายกฯสำรอง

นายพร้อมพงศ์กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าการลาออกจากตำแหน่งของนายเกษม เพื่อเปิดทางให้นางเยาวภาลงสมัครรับเลือกตั้ง และถูกวางตัวให้เป็นนายกฯสำรอง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในกรณีที่มีคดีค้างอยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์แจ้งบัญชีทรัพย์สินอัน เป็นเท็จ ในการปล่อยเงินกู้ 30 ล้านบาท ให้บริษัทแอ๊ค อินเด็กส์ ซึ่งมีนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี ถือหุ้นอยู่ คดีโครงการรับจำนำข้าว ที่อาจจะมีการขยายผลไปถึงนายกรัฐมนตรี กรณีโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน หรือเอสเอ็มแอล รวมถึงกรณีที่มีการยื่นให้ ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เชื่อว่าเป็นการจินตนาการเกินจริงของพรรคที่หวังเล่นเกมการเมืองทำลายความน่าเชื่อถือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาล เนื่องจากขณะนี้การบริหารงานของนายกรัฐมนตรีได้รับการยอมรับจากประชาชนและนานาประเทศ

@ เคาะ′เจ๊แดง′ลงส.ส.เชียงใหม่

นายสมาน เลิศวงศ์รัตน์ คณะทำงานยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการลาออกของนายเกษมเพื่อเปิดทางให้นางเยาวภากลับมาเป็น ส.ส.และนายกรัฐมนตรีสำรองหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ทางคณะทำงานยุทธศาสตร์ และกรรมการบริหารของพรรคจะหารือกัน เพื่อเตรียมส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายระบุว่าจะต้องดำเนิน การภายใน 45 วัน ส่วนจะเป็นชื่อของนางเยาวภาหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารจะตัดสินใจ ทั้งนี้ มองว่าเสียงวิจารณ์ว่าเหตุผลที่พรรคจะส่งนางเยาวภาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุการเมืองนั้นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือพรรคจะต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา และไม่แปลกใจถ้าจะเป็นนางเยาวภา เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็น พื้นที่เดิมก่อนที่จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง

@ โฆษกรบ.ซัดปชป.ก็เคยลาออก

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หนึ่งในคนใกล้ชิดนางเยาวภา กล่าวถึงกรณีนางเยาวภาจะลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ว่า ทราบเรื่องจากหนังสือพิมพ์ ยังไม่ได้คุยกับนางเยาวภาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูคณะกรรมการบริหารพรรคว่าจะตัดสินอย่างไร

ส่วนนายเกษมที่ลาออกไปนั้น คิดว่าหากนายเกษมเห็นว่ามีความถนัดหรือมีความเหมาะสมในตำแหน่งอื่น สามารถลาออกได้ไม่ผิดอะไร เพราะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำ คุณประโยชน์ให้บ้านเมืองได้

"ที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตี กรณีที่นายเกษม เป็น ส.ส.ได้ปีเศษแล้วด่วนลาออกนั้น คิดว่าเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็เคยทำ" นพ.ทศพรกล่าว

@ เล็งส่งเจ๊แดงคุมส.ส.ในสภา

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สาเหตุที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจส่งนางเยาวภา ให้ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นั้น จุดหลักคือเพื่อให้มาช่วยดูแลในส่วนสภาผู้แทนฯ เป็นหูเป็นตาให้กับนายกรัฐมนตรีที่มีภารกิจการบริหารค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเข้ามาดูแลการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในสภา เนื่องจากที่ผ่านมางานสภาของพรรคยังไม่เข้มแข็งเท่าที่ควรและหลายครั้งที่เปิดช่องให้ฝ่ายค้านโจมตีได้ เพราะ ส.ส.ของพรรคอาจทำหน้าที่ไม่เต็มที่

@ ตั้ง′เกษม′นั่งรองนายกอบจ.

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ กล่าวถึงการลาออกของนายเกษมว่า นายเกษมมาปรึกษาว่าอยากทำงานท้องถิ่น เพราะไม่ถนัดงาน ส.ส. ซึ่งเป็นงานระดับชาติ ซึ่งนายเกษมเคยเป็นที่ปรึกษานายก อบจ.มาก่อน จึงพูดคุยและทาบทามมาเป็นรองนายก อบจ.กว่า 1 เดือนแล้ว นายเกษมเพิ่งตัดสินใจตอบรับมาเป็นรองนายก อบจ.ไม่นานมานี้ ก่อนทำหนังสือลาออกจาก ส.ส.อย่างเป็นทางการ

"นายเกษมจะมาเป็นรองนายก อบจ. เป็นช่วงประจวบเหมาะที่นายรุท วรรณรัตน์ รองนายก อบจ. ขอลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวกับครอบครัว ดังนั้น สัปดาห์หน้าจะแต่งตั้งนายเกษมเป็นรองนายก อบจ.อย่างเป็นทางการแทนนายรุทที่ลาออกไป เพื่อช่วยงานด้านบริหาร และดูแลงานช่าง เนื่องจาก

นายเกษมจบวิศวกรรมศาสตร์ มีความถนัดและชำนาญงานดังกล่าว การทำงานจึงไม่น่าเป็นปัญหา เพราะเคยทำงานร่วมกันระหว่างเป็นนายก อบจ.สมัยแรก" นายบุญเลิศกล่าว และว่า กรณีนางเยาวภาจะลงสมัคร ส.ส.แทนนายเกษมนั้น โดยส่วนตัวเห็นด้วยเพราะเคยเป็นพื้นที่ดังกล่าว เดิมเป็นพื้นที่เลือกตั้งของ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ บุตรสาวนางเยาวภา มาก่อน จึงคุ้นเคยพื้นที่เป็นพิเศษ หากนางเยาวภาชนะเลือกตั้ง เป็น ส.ส.คนใหม่ เชื่อว่าการพัฒนาพื้นที่ดีกว่าเดิม

@ ส.ส.เชียงใหม่เชียร์ส่ง′เจ๊แดง′

ด้าน น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่ทราบเหตุผลที่นายเกษมลาออก คิดว่าเป็นเหตุจำเป็นและเคารพการตัดสินใจขึ้นอยู่กับมติพรรคเพื่อไทย จะส่งผู้สมัคร ส.ส.แทนนายเกษม ถ้าเป็นนางเยาวภา ตนเห็นว่าเหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่ของ น.ส.ชินณิชามาก่อน จึงรับรู้ปัญหาพื้นที่ดี หากพรรคมีมติส่งนางเยาวภาลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ 9 เขต พร้อมสนับสนุนและลงพื้นที่ช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่

"หากนางเยาวภา ลงสมัคร ส.ส.แทนนายเกษมไม่น่ามีปัญหา สามารถทำความเข้าใจกับเสื้อแดงและประชาชนในพื้นที่ได้ ด้วยเหตุผลและความจำเป็นต้องรักษาพื้นที่บ้านเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลและสานต่อการพัฒนาพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.ดอยสะเก็ด อ.สันกำแพง อ.แม่ออน อย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีนายเกษมลาออกไปเป็นรองนายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นเรื่องของ ความถนัดและเหมาะสม เนื่องจากนายเกษมมีประสบการณ์ทำงานกับท้องถิ่นมานานและประสานการเมืองระดับชาติได้ดี จึงไม่มีปัญหาทำงานร่วมกับ ส.ส.เชียงใหม่ ทั้ง 10 เขต" น.ส.ทัศนีย์กล่าว

@ แดงพะเยาชี้ทำไม่เหมาะ

นายศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ผู้ประสานงานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พะเยา กล่าวว่า เป็นสิทธิส่วนตัวของนายเกษมที่จะลาออก แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว เมื่อประชาชนเลือกมาแล้วควรอยู่และทำหน้าที่ครบเทอม หากลาออกเพื่อเปิดทางให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งลงเลือกตั้ง ส.ส.อีกนั้น เกรงจะมีข้อครหาต่อพรรค

"การเลือกตั้งคือ กิจกรรมหนึ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เมื่อประชาชนให้ความไว้วางใจลงคะแนนให้ก็ควรต้องทำหน้าที่สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเกรงว่าอาจทำให้ประชาชนไม่พอใจ และอาจกลายเป็นจุดหรือเป้าทำให้ถูกพรรคการเมืองอื่นโจมตีในเวลาต่อมาได้ ที่สำคัญการเลือกตั้งต้องใช้เงินงบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง งบประมาณแผ่นดินที่เสียไปน่าเสียดาย ต้องใช้อย่างระมัดระวังให้มากกว่านี้" นายศิริวัฒน์กล่าว

@ ปชป.แฉลาออกปูทางเจ๊แดง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่นายเกษมลาออกจากการเป็น ส.ส.เชียงใหม่ ว่าแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีจุดยืนทางการเมือง เพราะก่อนหน้านี้ ส.ส.พท. อย่างนายสุเมธ ฤทธาคนี ลาออกจาก ส.ส.ปทุมธานี เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จนทำให้นายสมชาย รังสิตวัฒนศักดิ์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปทุมธานี ของพรรคเพื่อไทยแพ้การเลือกตั้งซ่อม โดยนายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ชนะได้เป็น ส.ส.ปทุมธานี ซึ่งผลการเลือกตั้งในครั้งนั้นทำให้พรรคเพื่อไทยออกมาบอกว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ส.ส.ลาออกในกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็นอีก

"แต่ขณะนี้กลับเกิดเหตุการณ์นายเกษมลาออกอีก จึงถือว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดถึงประโยชน์ของประชาชน และชี้ชัดว่านายเกษมเป็นเพียงคนขัดตาทัพให้กับเครือญาติของคนในตระกูลชินวัตรเท่านั้น" นายชวนนท์กล่าว

@ จวกรักษาอำนาจให้′ชินวัตร′

นายชวนนท์กล่าวว่า เท่าที่ติดตามการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ไม่เคยเห็นว่านายเกษมมีบทบาทการทำงานในสภาที่คุ้มกับภาษีของประชาชน และการลาออกครั้งนี้ก็แสดงให้เห็นว่า 1.ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าประชาชน ที่สำคัญเป็นการเปิดทางให้นางเยาวภาเข้าสู่การเป็น ส.ส. เพื่อเป็นตัวตายตัวแทนให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ถือว่าเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน 2.พรรคเพื่อไทยกลืนคำพูดของตัวเอง 3.ทำให้เปลืองภาษีประชาชนที่ต้องจ่ายงบประมาณในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. และ 4.เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการรักษาอำนาจของคนในตระกูลชินวัตร

เมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการที่ กกต.จะแก้ปัญหานี้ด้วยการเสนอแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งว่า หาก ส.ส.คนใดลาออกโดยไม่มีเหตุผลสมควร จะให้รับผิดชอบเป็นผู้จ่ายค่าเลือกตั้งซ่อม ส.ส. นายชวนนท์กล่าวว่า ปชป.เห็นด้วยกับการเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพราะการเอาตำแหน่งทางการเมืองมาเป็นเครื่องมือเปิดเวทีให้คนอื่นเข้าสู่ผลประโยชน์เป็นเรื่องไม่เหมาะสม การกระทำเช่นนี้ถือว่าเข้าข่ายที่ กกต.สามารถแจกใบแดงได้เลย

@ ปชป.ย้ำนิรโทษเพื่อคนคนเดียว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการบรรจุร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ... ที่เสนอโดย 42 ส.ส.เพื่อไทย เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรว่า เห็นด้วยที่สังคมควรปรองดอง แต่การปรองดองควรเห็นพ้อง ต้องกันของคนในสังคม ไม่ใช่การนิรโทษกรรมเพื่อคนคนเดียว หรือเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

"พรรคประชาธิปัตย์ ยังเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมยังไม่ใช่การปรองดองที่แท้จริง ด้วยเหตุผล 1.ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมยังไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริง ดูแล้วน่าจะมีวาระซ้อนเร้น 2.ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นของสังคมได้ว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์เพื่อคนส่วนมาก แต่จากการพิจารณาดูแล้วน่าจะเป็นเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียวมากกว่า" นายองอาจกล่าว และว่า 3.ไม่มีหลักประกันว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะลดความขัดแย้ง แต่น่าจะช่วยเพิ่มความขัดแย้งมากกว่า และคงไม่ต่างอะไรกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ (ฉบับที่ ...) พ.ศ... ที่ยังคงค้างอยู่ในสภาที่ไม่สามารถพิจารณาต่อได้ เพราะเมื่อนำเรื่องดังกล่าวเข้าสภาก็เกิดความขัดแย้งทันทีทั้งในสภาและนอกสภา

@ จี้′ปู′หยุดเดินหน้ากม.นิรโทษ

"ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กำลังจะถูกผลักดันเข้าไปสู่การพิจารณาโดยสภา โดยอาจใช้วิธีการเลื่อนระเบียบวาระซึ่งอยู่ในลำดับท้ายๆ ให้มาอยู่ในลำดับต้นๆ เพื่อให้สภาพิจารณาด้วยการเลื่อนระเบียบวาระดังกล่าวจะทำได้ต้องใช้เสียงข้างมากในสภาคือ ฝ่ายรัฐบาล ดังนั้น การจะเลื่อนกฎหมายนี้มาได้หรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะยินยอมให้มีการเลื่อนหรือไม่" นายองอาจกล่าว และว่าพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า หากเลื่อนกฎหมายนิรโทษกรรมขึ้นมาจะเกิดการแตกแยก ขัดแย้งทั้งในและนอกสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะผู้นำเสียงข้างมาก ต้องส่งสัญญาณไปยังคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม (วิป) รัฐบาล และ ส.ส.พรรครัฐบาลว่า การเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้

นายองอาจกล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีต้องส่งสัญญาณไม่เลื่อนระเบียบวาระดังกล่าว เพราะหากเกิดความขัดแย้งขึ้นมา นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้นำรัฐบาล ถ้ารัฐบาลยังไม่อยากอายุสั้น ยังอยากบริหารบ้านเมืองต่อไปนายกรัฐมนตรีต้องส่งสัญญาณเพื่อยุติความขัดแย้งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมือง

@ ′วรชัย′ลั่นโหวตเลื่อนนิรโทษฯ

นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หนึ่งในแกนนำ 42 ส.ส.ที่ร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ..... ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ได้รับการพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมว่า "ต้องขอเลื่อนวาระในที่ประชุม แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ต้องคุยกับ ส.ส.นอกรอบ ว่าให้ช่วยกันหน่อย ดูแล้วมีหลายกลุ่มที่ยังมีแรงเสียดทานพอสมควร ภายในสัปดาห์นี้คงจะรู้ เพราะการเลื่อนต้องอาศัยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 250 เสียง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรครัฐบาล ดูว่าในพรรคมีแรงเสียดทานพอสมควร วันนี้ในพรรคมีแรงเสียดทานเยอะ ก็ถูกแรงเสียดทานมากพอสมควร

นายวรชัยกล่าวว่า ตามเงื่อนไข อาจจะไม่ทันในสมัยประชุมสภานี้ เรื่องอย่างน้อยกว่าจะเสร็จใช้เวลา 1-2 เดือน เพราะวาระแปรญัตติแล้วส่งมาในขั้นตอนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แล้วส่งมาในวาระที่ 3 ต้องใช้เวลา 2 เดือน เดือนหน้าปิดสมัยประชุมแล้ว สถานการณ์ขณะนี้ประชาชนบอกว่าไม่ไหวแล้ว ตนรับปากพี่น้อง การออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต้องปรึกษาหารือกว่าจะเสร็จคุยหลายกลุ่มใช้เวลา 2 สัปดาห์ ก็ไม่ช้า

@ ชี้4ดาบต้าน′นิรโทษฯ′

นายวรชัยกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์หยิบเงื่อนไขนี้มาโจมตีตลอด คือแผนหนึ่ง คิดล้มรัฐบาล เพราะถ้าค้าน พ.ร.บ.ปรองดอง ค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทำให้สถานการณ์ระหว่างเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยออกห่าง โดยพรรคประชาธิปัตย์ จะอ้างว่ารัฐบาลไม่ดูแลคนเสื้อแดง ทั้งนี้ การจะรักษารัฐบาลได้ต้องสร้างมวลชน สร้างเกาะที่เข้มแข็งมาปกป้อง ฝ่ายตรงข้ามต้องการอำนาจรักษาอำนาจ และต้องการรักษาสภาพไว้อย่างนี้

ดังนั้น จะไม่ปล่อยให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศอย่างราบรื่นหรอก เพราะฉะนั้น ดาบแรกแยกออกจากกันสำเร็จ ดาบสององค์กรอิสระฟันสำเร็จ ดาบสามโจมตีใส่ร้าย ดาบสี่ถ้าไม่สำเร็จคือรถถังออกมาอีก

@ วัชระแจ้งเอาผิด′หวัง หงปิน′

นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เวลา 11.30 น. (วันที่ 17 มี.ค.) ไปแจ้งความที่ สน.ดุสิต ให้เอาผิดกับนายหวัง หงปินที่ปรึกษา (กิตติมศักดิ์) ประธานรัฐสภา(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์) ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารและสัญลักษณ์ของรัฐสภา เพราะพนายหวัง หงปิน ได้ประทับตรายางในหนังสือประสานงานไปยังหน่วยงานต่างๆ ของไทยในประเทศจีน โดยตรายางดังกล่าวด้านบนเป็นอักษรภาษาจีน และด้านล่างเป็นอักษรภาษาไทย มีข้อความว่า "ฝ่ายกิจการจีน ประธานรัฐสภาแห่งประเทศไทย"

"ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือสอบถามมายังนายนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรถึงกรณีตรายางรัฐสภาและเอกสารดังกล่าว ต่อมากลุ่มงานประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบและแจ้งให้เลขาธิการทราบว่ารัฐสภาไม่มีฝ่ายกิจการจีนของประธานรัฐสภาประจำประเทศไทย และสำนักงานประธานรัฐสภาไม่ได้รู้เห็นการกระทำของ นายหวัง หงปิน เท่ากับว่าเอกสารและตรายางรัฐสภาเป็นของปลอม" นายวัชระกล่าว

@ ขู่เอาผิดขุนค้อนฐานละเว้น

นายวัชระกล่าวว่า นายสมศักดิ์ได้ยอมรับว่ามีการตั้งนายหวัง หงปิน เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์จริง ซึ่งการตั้งที่ปรึกษาเป็นชาวต่างชาติไม่ได้ขัดกับระเบียบของรัฐสภา และการกระทำของนายหวัง หงปิน นั้นได้เรียกมาตักเตือนแล้ว เพราะเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงอยากถามว่าการกระทำของนายหวัง หงปิน เป็นอาญาแผ่นดิน นายสมศักดิ์แค่เรียกมาตักเตือนได้เหรอ เพราะการกระทำของนายหวัง หงปิน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับดวงตราแสตมป์ และตั๋วมาตรา 251 และ 252 ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร มาตรา 264, 265 และ 268

นายวัชระกล่าวว่า นายสมศักดิ์และนายสุวิจักขณ์ ต้องให้นิติกร ไปแจ้งความเอาผิดกับนายหวัง หงปิน หากไม่ดำเนินการใดๆ ภายใน 7 วัน จะไปแจ้งเอาผิดนายสมศักดิ์และนายสุวิจักขณ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

@ เมิน′เรืองไกร′ร้องกกต.ปมกมธ.

นายวัชระกล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา จะยื่นเรื่องต่อประธาน กกต.ขอให้ตรวจสอบนายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะรองประธาน ว่าใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็น ส.ส.เข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 (1) จากกรณีนายศุภชัยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 เรียกนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับชายชุดดำว่า ส่วนตัวไม่ได้หวั่นไหว หรือไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด เพราะการดำเนินการของ กมธ.ในการเชิญนายธาริต มาให้ข้อมูลเป็นไปตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ที่มีมติที่ประชุมรับรองถูกต้อง และการร้องของนายเรืองไกร จะไม่มีผลเพราะ กมธ.กระทำไปตามอำนาจที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ ตามมาตรา 135

@ ′วสันต์′บ่นร่างวิธีพิจารณาฯถูกดอง

นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.... ว่าทราบว่าร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้ ขณะนี้นายสมศักดิ์ เกียรติ สุรนนท์ ประธานสภา ได้ส่งเรื่องให้กับนายกรัฐมนตรีรับรองนานแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2555 และมาถึงวันนี้ก็ครบ 1 ปีพอดี แต่ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะบรรจุเข้าวาระในการประชุมสภาเมื่อใด แต่ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.... ที่ ส.ส.ร่างได้นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาและก็ได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระแล้ว

นายวสันต์กล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ... ของศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอไปตั้งแต่ปี 2551 หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้ ซึ่งได้ดำเนินการเพื่อให้มี พ.ร.บ.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แทนฉบับปัจจุบัน แต่มาถึงขณะนี้จะมาบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญล่าช้าไม่ได้ เพราะได้ดำเนินการตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่เมื่อเสนอเข้าสู่สภาแล้วไปถึงชั้นกรรมาธิการก็ได้เปลี่ยนแปลงเสียจนเละ ทำให้นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ที่ขณะนั้นเป็นประธานกรรมาธิการได้ใช้วิธีถอนร่างออกมาก่อน เพื่อนำมาปรับแก้แล้วเสนอเข้าไปใหม่จะง่ายกว่า หากมีปัญหาแล้วร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตกไปจะยากในการเสนอกลับเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งทางศาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้ปรับแก้ไปบ้างแล้วตามที่กรรมาธิการชุดนั้นได้ตั้งข้อสังเกต แล้วก็ได้เสนอกลับไปใหม่ซึ่งเดือนมีนาคมครบปีพอดี ก็ยังไม่ทราบว่าไปถึงไหน

@ พท.จี้′วสันต์′แจงเหตุผล

นายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวสันต์ออกมาระบุถึงคำวินิจฉัยในคดีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีจัดรายการอาหาร "ชิมไปบ่นไป" เป็นคำวินิจฉัยที่ใช้ไม่ได้ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นกับศาลในประเทศไทย โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญที่มีพันธะผูกพันกับทุกองค์กรสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยกรณีดังกล่าวไปตามกระแสสังคม และเร่งรีบจนเกิดความผิดพลาด

นายพิชิตกล่าวว่า กรณีนี้ทีมกฎหมายของ พท.ไม่ได้เตรียมอะไรเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และไม่ต้องการเสนอให้ยุบศาลรัฐธรรมนูญด้วย แต่โดยส่วนตัวคิดว่านายวสันต์มีความไม่สบายใจตั้งแต่ต้นที่มีการวินิจฉัยกรณีของนายสมัคร จึงเป็นผลให้วันนี้ต้องเอ่ยปากขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ จึงอยากเรียกร้องให้นายวสัยต์เปิดเผยด้วยว่าทำไมถึงเอ่ยปากเรื่องนี้ขึ้นมาประชาชนจะได้รับทราบ

"อยากขอให้ท่านบอกว่า ทำไมท่านถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ผมคิดว่าต้องมีเหตุผล ประชาชนต้องได้รับทราบ นอกจากนี้ยังคิดว่าที่ผ่านมาท่านก็ไม่มีความสบายใจ ไม่งั้นคงไม่พูด เรื่องนี้เป็นเรื่องของจิตสำนึก วันนี้อย่างน้อยประชาชนก็ได้เรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้น" นายพิชิตกล่าว

@ แนะนักวิชาการตรวจสอบ

นายพิชิตกล่าวว่า ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยหลายกรณีที่ผิดพลาดหรือไม่ และอยากให้นักวิชาการตรวจสอบคำวินิจฉัยล่าสุดคือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 วินิจฉัยการส่งประเด็นไปสืบพยานคดีอุ้มฆ่านายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจและเชื้อพระวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 มาตรา 41 โดยศาลระบุขัดต่อหลักนิติธรรมและเป็นบทบัญญัติที่จำกัดต่อสิทธิของจำเลยในคดีอาญา จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรค 2 มาตรา 29 และมาตรา 10 (2) (3) (4) (7) ไม่สามารถสอบพยานต่างประเทศได้ อย่างไรก็ตาม ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อวินิจฉัยออกมาเช่นนี้แล้ว มีหลายกรณีที่ไม่เห็นด้วย

@ แนะออกกม.ตรวจสอบ

นายพร้อมพงศ์กล่าวถึงกรณีที่นายวสันต์ กล่าวยอมรับในเวทีสัมมนา "การรักษาดุลยภาพทางการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย" ที่ จ.เพชรบุรี ว่า คำวินิจฉัยในคดีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีจัดรายการอาหาร "ชิมไปบ่นไป" เป็นคำวินิจฉัยที่ใช้ไม่ได้ รวมถึงการวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่นายวสันต์ออกมายอมรับต่อสังคมเพราะสังคมจะได้เห็นความจริงว่าการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นยึดกระแสมากกว่าตัวบทกฎหมายและหลักการของกฎหมาย

"ผมเห็นว่าการวินิจฉัยคดีต่างๆ ควรยึดหลักกฎหมาย ความยุติธรรม และควรทำหน้าที่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญมากกว่า ไม่ควรขยายขอบเขตอำนาจหน้าที่ตนเอง

ดูได้จากคดีล่าสุดที่มีการยื่นฟ้องกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าข่ายการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ โดยมีการยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 ระบุว่า ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดก่อน แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่ากรณีนี้ประชาชนสามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้" นายพร้อมพงศ์กล่าว และว่า ควรที่จะออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยเรื่องกระบวนตรวจสอบการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญไว้ด้วย เพื่อต่อไปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กร จะได้มีกระบวนการตรวจสอบในการวินิจฉัยคดีของศาลไว้ด้วย เพื่อเป็นการถ่วงดุลการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

@ ปชป.มั่นใจกกต.รับรองคุณชาย

นายองอาจกล่าวถึงกรณีที่ กกต.อยู่ระหว่างการพิจารณารับรอง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าพรรคไม่ได้หวั่นไหวใดๆ และมั่นใจว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์จะได้รับการรับรองเป็นผู้ว่าฯกทม. เนื่องจากการพิจารณาคำร้องของ กกต.กทม. หากเห็นว่ามีมูลหรือหลักฐานที่ชัดเจนว่าจะส่งผลต่อการให้ใบเหลืองใบแดงผู้สมัครรายใด คงจะต้องเรียกผู้ถูกร้อง หรือผู้ใดที่กระทำการอันเข้าข่ายต่อการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งตามคำร้องนั้นไปชี้แจง

"แต่ กกต.กทม.ไม่ได้เรียกผู้สมัครหรือผู้ใดไปชี้แจง และส่งคำร้องดังกล่าวไปยัง กกต.กลางเลย จึงไม่น่าจะมีปัญหาในการรับรอง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เป็นผู้ว่าฯกทม." นายองอาจกล่าว และว่า จากประสบการณ์การทำงานทั้งในระดับชาติ และท้องถิ่นของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มั่นใจว่าไม่มีการกระทำใดเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

@ สดศรีคาดดูคำร้องค้านไม่ทัน

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่ กกต.กทม.ส่งมติเกี่ยวกับคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 2 คำร้องรวม 3 ประเด็น ให้ กกต.กลางพิจารณา ว่า เมื่อ กกต.กทม.เสนอจะเข้าสู่การดำเนินการของสำนักงาน กกต. โดย กกต.กลางได้วางแนวทางในการปฏิบัติไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ถ้า กกต.จังหวัดเสนอเรื่องเกี่ยวกับการคัดค้านการเลือกตั้งเข้ามา โดยเสนอไม่รับคำร้อง ให้เป็นอำนาจของนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวน พิจารณาว่ามีความเห็นตามที่เสนอหรือไม่ ถ้านายสมชัยมีความเห็นต่างโดยเห็นควรให้รับเป็นคำร้องเพื่อพิจารณาก็จะส่งกลับไปให้ กกต.จังหวัดดำเนินการ แต่ถ้าทาง กกต.จังหวัดเสนอมาว่ารับเป็นคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยก็เป็นเรื่องที่สำนักงาน กกต.จะต้องดำเนินการต่อให้เสร็จเรียบร้อย

"ขณะนี้เท่าที่ทราบ ความเห็นที่ทาง กกต.กทม.เสนอมายังไม่ได้เชิญผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง ดังนั้น เมื่อมาถึงสำนักงาน กกต.กลาง เรื่องที่มีการกล่าวหาเป็นเรื่องใหญ่

คงต้องเข้าอนุกรรมการรวบรวมตรวจสอบหลักฐานต่างๆ แล้วเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ รวมทั้งผู้ถูกกล่าวหาคนอื่นๆ เช่น นายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการ

กล่าวหาว่าโพสต์ภาพมาชี้แจงก่อนที่จะสรุปเพื่อเสนอ กกต. ทั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าเรื่องดังกล่าวจะเข้าที่ประชุม กกต.กลางได้ทันในสัปดาห์นี้หรือไม่" นางสดศรีกล่าว

@ เลขาฯกกต.ชี้รับรองไปก่อน

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สำนวนคำร้องคัดค้านที่ กกต.กทม.มีมติและเสนอมายัง กกต.กลางเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่สามารถเข้าที่ประชุม กกต.กลางได้ทันในสัปดาห์นี้ เพราะต้องดูความเห็นของฝ่ายสืบสวนสอบสวน ของ กกต.กลางที่เสนอมา ว่าจะต้องตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนหรือไม่ และต้องเชิญใครมาให้ถ้อยคำหรือไม่ ถ้าแล้วเสร็จจึงจะเสนอเข้าที่ประชุม กกต.กลาง แต่ทั้งนี้ขั้นตอนดังกล่าวจะไม่เกี่ยวกับการประกาศรับรองผล เพราะถ้าทำไม่แล้วเสร็จก็ต้องประกาศรับรองก่อน








สลด! พ่อเฒ่าวัย 72 ปี ออกหาหอยขมขาย ชดเชยรายได้จากราคายางตกต่ำ! จมน้ำดับ
"ดาว์พงษ์"จ่อดู"ธาริต"รุกที่ปากช่อง-ออกระเบียบหาที่ทำกินให้คนยาก-เร่งตั้งโรงแปรรูปขยะ
รายงานพิเศษ : ชี้เหตุไทยวืด นั่งยูเอ็นเอชอาร์ซี
กกต.ไม่สนถูกยุบ-ยันหนุนการทำงานของคสช.
"บิ๊กตู่"สั่งเก็บข้อมูลบริษัท"หมอยงยุทธ"หลังกวาดงานรัฐกว่า100ล. หวั่นกระทบภาพปราบโกง
"เจ๊ยุ" ยอมรับโทรคุยกับ "จอม เพชรประดับ" จริง แต่ไม่รู้ว่าถูกสัมภาษณ์ หวั่นกลายเป็นคู่ขัดแย้งบิ๊กตู่
อัยการ ชี้คดี “จำนำข้าว” มีข้อไม่สมบูรณ์ ประชุมคณะทำงานร่วมป.ป.ช.อีกครั้ง 7 พ.ย. นี้
เผยภาพ ปู-ลูกไปป์-พี่แม้ว พบกันที่โตเกียวญี่ปุ่น คาดไม่บินอินเดียแล้ว เลี่ยงประเด็นการเมือง
(ชมคลิป) เมื่อ "ณรงค์ชัย" คือรัฐมนตรีคนแรกที่ถูก "กลุ่มคนดี" เรียกร้องให้นายกฯปลดออกจากตำแหน่ง
หนี้เน่าแบงค์พานิชย์เริ่มโผล่! หมดเเรงผ่อนบ้าน-รถ คนไทยรับผลเศรษฐกิจดิ่งลง
ทำไม วาสนา นาน่วม เชื่อว่า การรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 มีการวางแผนล่วงหน้า ?
ชมคลิป "บิ๊กตู่" โต้ผู้สื่อข่าวอาวุโส "เจ๊ยุ" ดุเดือด ก่อนเอ่ยปากชวน "ป้า เป็น รมว.พาณิชย์"
ใครบ้าง แห่รับศพ "พ.อ.อภิวันท์" ที่สนามบินสุวรรณภูมิ (ชมคลิป)
ด่วน! สาวใหญ่จุดไฟเผาตัวเอง หน้าศูนย์บริการประชาชน หลังยื่นคสช. เครียดปัญหาหนี้ (คลิป)
ไฟเขียว ร่างพระราชกฤษฎีกา ขรก.ตำรวจประเภทไม่มียศ