คู่รักเกษตรอินทรีย์ พบรักไร้สารพิษ ณ โรงเรียนชาวนา

วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:05:44 น.




 

วิชชาลัยชาวนาหัวดง องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง อ.เมือง จ.พิจิตร เกิดจากความตระหนักรู้ถึงปัญหาในชุมชนของตนเองของชาวหัวดง และร่วมกันคิด ร่วมวางแผนหาทางออกเพื่อการพัฒนาชุมชนให้มีความน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยมองภาพการแก้ไขทุกอย่างแบบองค์รวม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การกินอยู่ปากท้อง การศึกษาเรียนรู้ และการแบ่งปันในสังคม โดยมีท้องถิ่นเป็นแกนหนุน  ซึ่งแหล่งเรียนรู้ "เกษตรอินทรีย์"แห่งนี้ ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เรื่องการดำเนินงาน และการประกอบอาชีพตามวิถีเกษตรเท่านั้น หากแต่เป็นเสมือนสถาบันการศึกษาของชุมชนที่ให้คำตอบถึงวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ที่เป็นรูปธรรมของชุมชน ที่กำลังก้าวสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”

 

 

วิชชาลัยชาวนาถือเป็นโรงเรียนชาวนาที่ชาวบ้านแห่งนี้ช่วยกันคิดหลักสูตรจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ถึงโทษและผลกระทบของการเกษตรโดยใช้สารเคมีและพัฒนาสู่กระบวนการเรียนรู้และการจัดการความรู้ในชุมชน ก่อนจะพัฒนาเป็นหลักสูตร การทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ หรือทำนาแบบไร้สารพิษ ต้องมีกระบวนการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับชาวนา ซึ่งจากแนวคิดที่มาจาก ”ความศรัทธา” ใน 3 แม่ คือ “แม่ธรณีหรือผืนดิน” “แม่คงคงคาหรือแม่น้ำ” และ”แม่โพสพ” เพื่อขอวิชาความรู้
 

 

 

นักเรียนชาวนาที่เข้ามาเรียนในวิชชาลัยชาวนา ส่วนมากมักเป็นชาวนาที่เคยผ่านมรสุมชีวิตเพราะทำนาแบบเดิมที่พึ่งพาแต่ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงชนิดที่ทำแล้วมีแต่ขาดทุน มีหนี้สินและสุขภาพทรุดโทรม ดังนั้นนักเรียนทุกคนต้องตรวจสุขภาพเพื่อหาระดับสารเคมีในเลือดก่อนเข้าเรียนเพื่อเป็นการเปรียบเทียบกับระดับสารเคมีในเลือดหลังจากเรียนจบหลักสูตร โดยตลอดทั้งหลักสูตรใช้ระยะเวลาที่ฝึกอบรมสัปดาห์ละ 1 วัน  จำนวนทั้งหมด 18 ครั้ง
 

 

กระบวนการเรียนการสอนจะมีทั้งการบรรยายควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง  จากนักวิชาการ และ นักเรียนชาวนารุ่นแรกที่จบหลักสูตรไปแล้วและประกอบอาชีพทำนาอินทรีย์ในปัจจุบัน โดยในวิชาแรก ที่ชาวนาจะต้องเรียนรู้จึงเป็นการทำนาแบบไร้สารพิษ หรือเกษตรอินทรีย์โดยการลดการใช้สารเคมีได้อย่างไร

 

และการเรียนการเก็บจุลินทรีย์จากจาวปลวก หนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของวิชชาลัยชาวนาหัวดงต้องนำไปพัฒนาสูตรเกษตรอินทรีย์แบบไม่ใช้สารพิษ ซึ่งประกอบด้วย หลักสูตรการผลิตปุ๋ยฟื้นฟูดินทำให้ดินมีชีวิตด้วยการไม่เผาฟางในนาข้าวสูตรพิเศษ จาก “จาวปลวก”  รวมถึงรู้จัก การทำเป็น ใช้เป็น ถึงการขยายเชื้อจุลินทรีย์จาก จาวปลวกสำหรับย่อยสลายฟางในนาข้าว และการขยายเชื้อราสำหรับปราบหนอน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

 


เรียนไปรักกันไปก็มีให้เห็นบ้าง อย่างเช่น คู่รักป้าบังอร-ลุงแดง”พบรักกันที่นี่เพราะเกิดความรักที่อยากทำเกษตรแบบไร้สารพิษด้วยกัน

 

ป้าบังอร บอกว่า เมื่อก่อนก็ไม่เห็นด้วยที่มาทำแปลงเกษตรอินทรีย์ แต่พอได้มาเรียนรู้ก็ทำให้ยอมรับ ตอนนี้ลุงแดงเข้ามาช่วยกันทำ ช่วยกันปลูกผัก กล้วย ต้นไม้ ก็มีความรู้สึกดีใจ ที่เค้ายอมรับมากขึ้น และเข้ามาช่วยกันทำตรงนี้ เห็นด้วยกับเรา เข้าใจเรา ทำให้ครอบครัวก็อบอุ่นขึ้น รักกันมากขึ้น

 


คู่รักที่เข้าใจกันเพราะเรียนรู้เกษตรอินทรีย์แบบป้าบังอร-ลุงแดงไม่ใช่คู่แรก แต่ยังมี"ลุงยิ่ง-ป้าอุไร” ที่การเข้ามาทำเกษตรอินทรีย์ทำให้ทั้งคู่เข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น เพราะการทำเกษตรแบบนี้ต้องอาศัยความอดทน จิตใจอ่อนโยน และต้องรู้จักเรียนรู้ในการแก้ปัญหาร่วมกันได้

 

ลุงยิ่ง-ป้าอุไร บอกว่า ต้องขอบคุณกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ช่วยจุดประกายความคิดในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง ในการขับเคลื่อนกิจกรรมให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมา ทำให้ท้องถิ่นเกิดการเรียนรู้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดการความรู้ของชุมชนในจัดการเกษตรกรรมแบบไร้สารพิษขึ้น จนสามารถนำไปอบรมเป็นการเรียนหลักสูตรของวิชชาลัยชาวนาหัวดงได้และยังสนับสนุน  การถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้กับชุมชนอื่น ๆในรายการ"ชุมชนนี้มีดีที่ยั่งยืน" ทางสถานี TNN2 (ทรูวิชั่นส์ 8) ทุกวันอาทิตย์ เวลา 11.30 -12.00 น. และออกอากาศซ้ำในวันจันทร์ เวลา 20.00 – 20.30 น.วันพฤหัสบดี เวลา 11.00-11.30 น.วันเสาร์ เวลา 01.00-01.30 น.

 

ซึ่งผลดีที่เกิดขึ้นต่อชาวหัวดงมิมีเพียงแต่ด้านเศรษฐกิจจากการลดต้นทุนทางการผลิต ได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ไม่มีหนี้สิน ไม่เสียค่ารักษาสุขภาพ เท่านั้น หากแต่ยังทำให้สังคมในท้องถิ่นเกิดความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน คนในท้องถิ่นมีการพูดคุย ถ่ายทอดความรู้กันมากขึ้น และเกิดการฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีอันทรงคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ นอกจากนี้ยังมีผลดีที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนในด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมในที่สุด








เจ้าอาวาสตาก ยอมรับเอาเงินบริจาคกว่า 43 ล้านฝากธนาคารแล้ว เก็บมาไม่น้อยกว่า 5 – 6 ปี
“แมน นครปฐม”กด2เซ็นจูรี่ทะลวงไส้′ชิม ศิษย์ต่าย′ลอยลำ8คนสนุ้กปทท.
เก้าอี้ใคร?? ทับที่กันเอง จุฬาฯ คอนเน็คชั่นมาแรง!
พบซาก"เต่าทะเล" หายาก! ลอยในอ่าวหลังสวน
′บอลไทย′หล่นเบอร์ 8 อาเซียน ตาม ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, พม่า, ลาว, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์!
ถ้าไม่ปฏิรูปความยุติธรรมก่อน การต่อสู้ทางการเมืองจะคงอยู่ต่อไป
ฮือฮา !! พระพุทธรูปชูนิ้วโป้งเหมือนกดไลค์ หัวขโมยจ้องหักนิ้ว (ชมคลิปข่าว)
′อติวิชญ์′ออกตัวดีสุดไทยกอล์ฟเอเชี่ยนทัวร์ ที่มาเก๊า แต่′ธงชัย-กิรเดช′ฝืด
น่าร็อกอ่ะ ฟัง "แบมแบม เดอะ วอยซ์ ซีซั่น 3" คัฟเวอร์เพลง "พรุ่งนี้...ไม่สาย" แบบเพราะสุดๆ
‘กัน’ชวนแฟนคลับทำบุญวันเกิด-รอลุ้นเซอร์ไพรส์นางเอก ‘ฐิสา’
"น้องอาร์ท"บัณฑิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก"สมเด็จพระบรมฯ" - เสียชีวิตแล้ว
อ้อมกอดของนางฟ้าใจดี ที่ทำให้ 1 ชีวิตได้ไปต่อ
"แยม ฐปณีย์" เล่านาทีร่ำไห้ พบ "กัปตันชัช" เผยติดป่า11วันเต็ม กินแต่น้ำ รอดมาได้เพราะสติ
คืบหน้าเกาะเต่า! "ปัญญา"เผยคดีคืบกว่า85% พบพิรุธ "เพื่อนฝรั่ง" ชาวบ้านแห่ให้ปากคำ แฉพูดไม่ตรง
งานเข้า! สื่อผู้ดีเเฉ 2 พม่าผู้ต้องหาฆ่านักท่องเที่ยว ถอนคำให้การแล้ว อ้าง ถูกซ้อมให้รับสารภาพ
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม
ไม่รู้ไม่ได้ เกี่ยวกับหมวกกันน็อค โดยเช็คราคา.คอม
ถิ่นเจริญกรุง เจริญนคร มหานครใหม่ที่ต้องจับตา
10 วิธีแก้ไขปัญหากวนใจในทาวน์เฮ้าส์ โดยเช็คราคา.คอม
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม