ถกร่างพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้านจบไม่ลง ฝ่ายค้าน-รบ.ซัดกันเละ ลากไปต่อ29มี.ค. ส.ส.ภท.โผล่หนุน"ปู"

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09:06:39 น.




ที่รัฐสภา  เมื่อวันที่ 28 มีนาคม   ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร สมัยสามัญนิติบัญญัติ เป็นพิเศษ ที่มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทำหน้าที่ประธานการประชุม  โดยมีวาระเรื่องด่วนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมตรี (ครม.)เป็นผู้เสนอ ที่มีการอภิปรายมาต่อเนื่องมาตั้งแต่เช้า


กรณ์ 7 คำท้าฉะ2 ล้านล้าน


ทั้งนี้ เมื่อเวลา 18.17 น. นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. อภิปรายว่า เรื่องที่มีความสำคัญคือ  รัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้ถึง 2 ล้านล้านบาทหรือไม่ ฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการสร้างเงื่อนไข ไม่ต้องการถ่วงความเจริญ หากพูดถึงหลักการแล้วฝ่ายค้านไม่สามารถเห็นด้วย คือ 1.ไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องการอาศัยการกู้เงินทั้งหมด เพราะสามารถให้สัปทานแก่เอกชนได้ 2. ทำไมต้องกู้นอกระบบงบประมาณ ทั้งที่สามารถกู้ในระบบได้ 3.พ.ร.บ. ฉบับนี้เสียงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจสะดุดการทำงานของรัฐบาลเอง
นายกรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ตนยังไม่เห็นด้วยในการออก พ.ร.บ.ฉบับนี้หลายประเด็น เช่น ที่มาของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ รัฐบาลอาจความจำเป็นในการกู้เพื่อพัฒนาระบบการขนส่ง  แต่ไม่ได้มอบถึงประเด็นอื่นๆ เช่น สาธารณสุข การศึกษา ด้านความมั่นคงแห่งรัฐ แต่รัฐบาลมองแต่ด้านคมนาคม ไม่มีมีการมองถึงการพัฒนาคน ส่วนความมั่งคงทางการคลังนั้น รัฐบาลกำลังลดความน่าเชื่อถือของประเทศโดยการกู้เงิน 2 ล้านล้าน เรื่องดังกล่าวใครจะได้ประโยชน์ซึ่งคิดว่าไม่ใช่ประชาชนแน่นอน  สุดท้ายแล้วรัฐบาลจะทำได้จริงหรือไม่ เรามีหนี้กองอยู่บนตักแน่นอน หากรัฐบาลไม่มีความพร้อม ก็จะเป็นภาระของประชาชน

 

นายกรณ์ กล่าวว่า ตนเห็นบทเรียนมาแล้วการที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน3.5 แสนล้านบาท จึงไม่สามารถให้ความมั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะขับเคลื่อนไปได้ ส่วนผลกระทบทางการคลัง ต้องถามว่าจำเป็นหรือไม่ต้องกู้ทั้ง 2 ล้านล้าน เป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น ส่วนกรณีที่ประเทศไทยสามารถรับภาระได้หรือไม่นั้น รัฐบาลไม่ได้พูดว่าแหล่งรายได้จะมาจากที่ใด ซึ่งต้องรอดูกันต่อไป เพราะตัวภาษีมูลค้าเพิ่มแม้จะขยายตัวอยู่ก็ตาม เมื่อเป็นเช่นนั้นต้องพูดความจริงให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งเข้าใจว่าต้องมาจากภาษีของประชาชน รัฐบาลมีแนวคิดในการปรับภาษีหรือไม่   นอกจากนี้  หนี้สาธารณจะต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์อย่างที่รัฐบาลกล่าวอ้างจริงหรือไม่ การกู้เงินดังกล่าวไม่ได้มีผลทางเศรษฐกิจโดยรวม เพราะรัฐบาลระบุว่าจะกู้ในประเทศ เรื่องนี้จะเป็นการแย้งชิงระหว่างรัฐกับเอกชน วันนี้ประชาชนมีความสับสนกับแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เช่น การคืนเงินต้น 50 ปี ซึ่งดอกเบี้ยต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก ใน 50 ปี ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นด้วย ทุก 1 เปอร์เซ็นต์ของดอกเบี้ย สุดท้ายเราไม่สารมารถรับภาระหนี้ได้หรือไม่ เช่นเมื่อมีการขาดทุนใครจะรับผิดชอบ ตราบใดที่ยังไม่มีคำตอบก็ไม่สามารถเห็นด้วยได้  หากรัฐบาลยังดื้อโดยใช้เสียงข้างมาก คิดว่ารัฐบาลไม่สารมารถอ้างเสียงข้างมากได้ เพราะเคยประกาศไว้ว่าต้องการล้างหนี้ให้ประชาชน แต่ที่เห็นอย่างเป็นการใช้หนี้

 

นายกรณ์ กล่าวว่า ขอท้ารัฐบาล 7 ข้อประกอบด้วย 1.หากมีความจริงใจขอให้ทำตามที่ผู้นำฝ่ายค้านขอไว้ โดยเอาเอกสารประกอบ พ.ร.บ. มาเป็นบัญชีแนบท้าย 2. หากมีโครงการใดก็แล้วแต่ที่หากล้าช้า ขอให้หมดสัญญาจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปเลย 3. โครงการใดที่จะยกเลิก ต้องไม่โอนเงินเพื่อกู้เด็จขาด 4. ป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต และต้องมีการทำอย่างเปิดเผย 5. ต้องการเห็นบทบาทภาคีการต่อต้านคอรัปชั่น โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาตรวจสอบ หากมีกรณีใดที่พบว่าไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ขอให้โครงการนั้นหมดสิทธิ์ไปเลย 6.ขอให้รัฐมนตรีตรีที่เกี่ยวข้องดูแลการขาดดุลทางการทางงบประมาณ 7.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนว่าการกระทรวงการคลังต้องดู GDP อย่างที่กล่าวอ้างไว้

 

"เหลิม"โต้ กู้แบบเดียวกับรบ.ก่อนแต่มีโครงการชัดเจน 

 

 

จากนั้น  ในเวลา 19.00 น.   ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นตอบโต้นายกรณ์  ว่า ตนขออนุญาตชี้แจงแทนนายกฯ    เพราะตนปล่อยให้ทำผิดข้อบังคับตลอด  ในสภาแห่งนี้ไม่มีการท้ากันหรอกว่าจะผิดหรือถูก  แล้วยังไปกบอกให้ใส่เงื่อนไข รับคำท้าหรือไม่รับคำถ้า ท่านต้องไปเล่นการเมืองนอกประเทศ  ท่านจะไม่รับหรือไม่รับเป็นสิทธิ ที่ท่านอภิปรายแบบผิดๆมาเยอะ อดีตที่ผ่านมาไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ทำงบประมาณ อวดรู้  สุ่มฉลาดมาตลอด คนทำงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินคือสำนักงบประมาณ

 

ร.ต.อ.เฉลิม การที่นายกรณ์ ไม่เห็นด้วยกับการกู้นอกระบบตนไม่คัดค้าน แต่สาเหตุที่รัฐบาลไม่จัดการกู้ในระบบเนื่องจากงบประมาณไม่มีเงิน เพราะงบลงทุนน้อย แต่ภาระใช้จ่ายมาก เราจะลงทุน 2 ล้านล้านบาท


" ถ้ารอลงทุนแบบพวกท่าน ไม่สามารถลงทุน ท่านบอกว่าพ.ร.บ.ขัดรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันว่าไม่ขัด มีการหารือสำนักงานกฤษฎีกาแล้ว  ดังจะเห็นได้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ที่มีงบลงทุนเพียง 18.7 % คิดเป็นประมาณ 4 แสนล้านบาท โดยส่วนหนึ่งในนั้นจะต้องนำมาเป็นงบประมาณใช้หนี้ 40,000 ล้านบาท เพื่อให้งบลงทุนการพัฒนาประเทศตามระบบงบประมาณปกติมีน้อยเกินไปและขาดความต่อเนื่อง"

 

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า การเสนอพ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ได้เป็นการปิดระบบการตรวจสอบทุจริต เพราะก่อนการเสนอกฎหมายเข้าสภาฯ ได้มีการปรึกษากับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเกี่ยวกับการวางยุทธศาสตร์ และการวางโครงการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน เพราะรัฐบาลตั้งเป้าว่าจะเป็นผู้นำในอาเซียน ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเท่านั้น

 

 

 

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในอดีตรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีการกู้เงินผ่านพ.ร.บ.แบบเดียวกัน และคณะกรรมการกฤษฎีกาในขณะนั้น โดยมีนายกรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ส่งเรื่องก็มีความเห็นมาว่าสามารถเสนอกฎหมายพ.ร.บ.กู้เงินได้ และรัฐบาลชุดนี้ก็ทำในลักษณะเดียวกัน และคณะกรรมการกฤษฎีกาก็มีความเห็นลงมาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลคิดเอาเอง และที่สำคัญ การกู้เงินของรัฐบาลมีโครงการรองรับว่าจะทำอะไรบ้าง แตกต่างกับรัฐบาลในอดีตที่ได้กู้เงินจากต่างประเทศมาลงทุนโดยไม่มีโครงการมารองรับ จนสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและถูกคณะกรรมการป้องกันปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ตรวจสอบจนเหมือนกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  ส่วนที่รัฐบาลระบุไว่เมื่อตอนหาเสียงว่าจะไม่สร้างหนี้นั้นหมายถึงจะไม่สร้างหนี้จากการทุจริต แต่หนี้จำนวนดังกล่าวที่รัฐบาลจะดำเนินการนั้นเป็นการสร้างหนี้เพื่อการลงทุน 

 

 

ลั่นนโยบายล้างหนี้ พท. หาเงินขยายลงทุน ศก.ดีก็หาย


“แนวทางในการล้างหนี้ของพรรคเพื่อไทยคือ การหาเงินเพื่อไปขยายการลงทุน ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจเติบโตขื้นหนี้ก็จะหายไปเอง ผมกล้าพูดว่ากฎหมายกู้เงินของรัฐบาลนั้นถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ระบุโครงการอย่างละเอียดและสามารถการันตีความโปร่งใสได้มากที่สุด” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

 

 

 

"มาร์ค"โต้กู้2ล้านล้านเทียบ"ไทยเข้มแข็ง-มิยาซาว่า"ไม่ได้

 

ในเวลา 20.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯใช้สิทธิพาดพิงชี้แจง ว่า เมื่อมีการพูดถึงกู้เงินพิเศษ แล้วเทียบกับการกู้เงินพิเศษอีกกรณีหนึ่งคนละสถานการณ์คงไม่ได้ เพราะการกู้เงินครั้งใหญ่สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เอาไปทำหนี้กองทุนฟื้นฟู จะเทียบกับไทยเข้มแข็งและมิยาซาว่าไม่ได้ ถามว่าการกู้เงินไทยเข้มแข็งเพราะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทั่วโลกวิตกเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย วัตถุประสงค์กู้เงินตอนนั้นต้องกระตึ้นเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะ ทำไมใช้งบฯปกติไม่ได้ เพราะการขาดดุลชนเพดานหนี้้ เหตุผลต่างจากสถานการณ์วันนี้โดยสิ้นเชิง ตนกล้าพูดว่า ขณะนั้นหลายประเทศ แบ่งเป็นสองกลุ่มใช้แนวคิดต่างกัน เงินไทยเข้มแข็งใช้แล้วไม่ใช่จะหมดไป การกู้เงินครั้งนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ไม่เพียงทำให้เศรษฐกิจฟื้น แต่ทำให้หนี้สาธารณะลดลง และกรณีเราต้องออกพ.ร.ก.กู้เงินเพื่อกระต้นเศรษฐกิจ 8 แสนล้านบาท ทำให้อีก 4แสนล้านบาทไม่ใช่ จึงเข้าสู่งบประมาณปกติ เพื่อรักษาวินัยตรวจสอบได้ เหมือนที่พวกตนเคยเรียกร้องรัฐบาลขณะนี้ เรื่องไทยเข้มแข็งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ พูดทำให้ถูกเข้าใจผิด

 

 

กรีด "เหลิม"ใช้ทฤษฎีกู้ล้างหนี้คนเมาดื่มมากแล้วถอน



"ผมถูกพาดพิงเกิดจากการสับสน รองนายกฯ ว่าเราใช้เงินงบฯ2ล้านล้านบาทได้หรือไม่ ผมพูดเมื่อเช้าตอนนายกิตติรัตน์ชี้แจงพ.ร.ก.โอนหนี้1.14 ล้านล้านบาทของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยท่านชี้แจงต่อศาลว่า เพื่อขยายกรอบขาดดุลงบประมาณ แต่วันนี้เมื่อขยายเพดานหรือสร้างช่องว่างให้ใช้เงินได้ ท่านกลับไม่ใช้งบประมาณ แต่ใช้กู้พิเศษ 2ล้านล้านบาท ที่ร.ต.อ.เฉลิมพูดยิ่งสับสนบอกว่างบฯลงทุนไม่พอ แต่กำหนดในงบประมาณได้ เพราะเพดานหนี้ยังเหลืออยู่ จึงยืนยันความจำเป็นกู้เงิน 2ล้านล้านบาท รองนายกฯเฉลิมห่วงว่าจะไม่มีการใช้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างฯ กฎหมายนี้บอกว่าเวลาอนุมัติ รองนายกฯบอกให้ใช้พัสดุปี2535 ผมพูดเมื่อเช้า ครม.ชุดนี้เคยกำหนดเงินกู้ 3.5แสนล้านบาทไม่ต้องใช้ระเบียบวิธีพัสดุ  แต่รองนายกฯว่าต่อว่าพรรคประชาธิปัตย์เรียกว่าโครงสร้างพื้นฐานทำให้เกิดประชานิยม แต่พวกผมบอกว่าถ้าไม่เอาเข้างบประมาณ แต่เรากล้าหาญพอให้ดูแลวินัยการเงินการคลังของประเทศ ถ้าอยู่ในระบบงบประมาณ โครงการเหล่านี้หลายเรื่องไม่ได้เห็นต่างเริ่มจริงๆสมัยพวกผม และบางเรื่องคืบหน้าแต่ท่านตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการเช่น รถไฟความเร็วสูง ที่หาเสียงล้างหนี้นั้น กรณีร.ต.อ.เฉลิมพูดมาทฤษฎีใหม่โดยจะกู้เพื่อไปล้างหนี้ ไม่เป็นไร แต่กรุณาอย่าใช้ทฤษฎีคนเมาดื่มมากแล้วไปถอน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

 "มาร์ค"-"โต้ง-วราเทพ"โต้นัวปมเอกสาร200หน้าแปรญัตติ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ ยังคงยืนยันเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2ล้านล้านบาท จำนวน 200กว่าหน้าไม่สามารถแปรญัตติได้เพราะไม่ได้เป็นกฎหมาย แต่จะแปรญัตติได้เฉพาะในบัญชีแนบท้ายเพียง 2หน้าเท่านั้น ทำให้นายกิตติรัตน์ ชี้แจงว่า การดำเนินการเสนอเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาเป็นความชัดเจนดีกว่ากฎหมายกู้เงินในอดีต ถ้าอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงโครงการไว้จะทำให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงต้องมีเหตุผลอธิบายตามที่เสนอไว้ในกฎหมายด้วย นอกจากนี้ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ยังลุกขึ้นยืนยัน ว่า เอกสาร 200 หน้าสามารถแปรญัตติโดยตัดลดบางโครงการในเอกสาร 200 หน้าได้ เมื่อนำออกไปแล้วจะทำให้ยอดเงินจะลดลงไป อีกทั้งยอดเงินกู้ 2ล้านล้านบาทไม่จำเป็นต้องกู้เต็มจำนวนแต่ไม่สามารถกู้เงินเกินจำนวน2ล้านล้านบาทได้

 

"พิเชษฐ"ขู่ถึงศาลรธน.ย้ำแปรญัตติบัญชีแนบท้าเงินกู้ขัดม.169 "วราเทพ"รับท้ายันแปรญัตติได้


ต่อมาเมื่อเวลา 21.30 น. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นยืนยันกลางสภาว่า เรื่องนี้จะถึงศาลรัฐธรรมนูญและศาลอาญา โดยเฉพาะกรณีนายกิตติรัตน์และนายวราเทพยืนยันสามารถแปรญัตติปรับ-ลดวงเงินได้ ทั้งที่การแปรญัตติจะต้องเข้าสู่เป็นไปตามพ.ร.บ.งบประมาณ ตามมาตรา 169 แต่รัฐบาลใช้วิธีออกฎหมายเงินกู้แทนที่จะออกกฎหมายตามงบประมาณปกติ เรื่องนี้อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา169 จึงขอให้บันทึกรายงานการประชุมครั้งนี้ไว้เป็นหลักฐานในชั้นพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้นายวราเทพ ลุกขึ้นชี้แจงว่า การที่นายพิเชษฐพูดเช่นนี้ ทำให้เห็นว่าตนและนายกิตติรัตน์พยายามกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งบันทึกในรายงานการประชุมได้อยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าเอกสารแนบท้ายเป็นกฎหมายสามารถแปรญัตติได้ทุกตัวอักษรและเปลี่ยนแปลงตัวเลขได้ทั้งหมด

 

"น้องจุรินทร์"ป่วนสภาดึกโจมตีสไกป์สั่งผ่าน2ล้านล้าน "พท."ลุกประท้วงวุ่น


เวลา 23.18 น. การประชุมสภาเกิดความวุ่นวายขึ้นขณะที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานการประชุม เมื่อนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายโจมตีการออกพ.ร.บ.ที่ให้คนนอกราชอาณาจักรสไกป์มาสั่งถ้าพ.ร.บ.นี้ ไม่ผ่าน จะตัดเงินเดือนส.ส. อีกทั้งคนนอกราชอาณาจักรเคยโกงแล้วออกพ.ร.บ.นี้จะโกงหรือไม่ ทำให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่างใช้สิทธิประท้วง และขอให้นายจุฤทธิ์ถอนคำพูด ทั้งนี้นายสมศักดิ์ พยายามตัดบทให้นายจุฤทธิ์อภิปรายในกรอบ โดยร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาลได้พยายามร้องขอให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้หยุดประท้วงฝ่ายค้าน

 

"ส.ส.มัชฌิมา"โผล่อภิปรายซีก"เพื่อไทย"หนุน"ปู"


เวลา 01.08 น. วันที่ 29 มีนาคม นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย จากกลุ่มมัชฌิมา ลุกขึ้นอภิปรายในท่ามกลางในซีกส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยจ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เลื่อนป้ายชื่อพรรคเพื่อไทยมาไว้ที่นางนันทนาพร้อมยกนิ้วให้กำลังใจ ทั้งนี้ระหว่างที่นางนันทนาอภิปรายมีเสียงของส.ส.พรรคเพื่อไทยส่งเสียงชื่นชมเป็นระยะ โดยนางนันทนา สนับสนุนให้มีการสร้างรถไฟจากบางซื่อไปจนถึงปอยเปต เมื่อนางนันทนาอภิปรายจบทำให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ จับมือแสดงความยินดี จากนั้นเวลา 01.17 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งเลื่อนการประชุมและนัดเปิดประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2ล้านล้านบาทต่อในเวลา 09.30น. วันที่ 29 มีนาคม

 


 








ตั้งคณะอนุ กมธ. 5 ชุด เร่งดำเนินการลด′ความเหลื่อมล้ำ-นโยบายประชานิยม′
ผบ.ตร.ตั้งจเรตำรวจสอบวินัยพงศ์พัฒน์กับพวก พบข้อมูลทำผิดอื่นให้รายงานด่วน
ทบ.เตือน "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" โพสต์เฟซแบบไร้ข้อมูล กระทบวิชาชีพครู
โยก 5 นายตำรวจขอนแก่นมาประจำศูนย์ปฏิบัติการ ภ.4 เหตุบกพร่องปล่อยปละให้นศ.ชูสามนิ้วต้าน"นายกฯตู่"
สำนักนายกฯร่อนหนังสือแจ้งหน.ส่วนราชการ ดีเดย์ 1 ธ.ค. ข้าราชการแต่งเครื่องแบบทุกวันจันทร์
"สมศักดิ์ เจียมฯ" โพสต์เฟซต่อเนื่อง วิพากษ์ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-พท.-นปช." ชุดใหญ่
"บิ๊กโด่ง" เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ 5 นายทหารกล้า จากเหตุ ฮ.ตก ที่พิษณุโลก
"สมยศ"สั่ง"พงศ์พัฒน์"และพวกออกจากราชการไว้ก่อน เตรียมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง
แยกขัง "พงศ์พัฒน์-บิ๊กตร." ค้นบ้านพบทรัพย์ซุกหมื่นล้าน เงินสด-พระพุทธรูป-พระเครื่อง-โฉนดที่ดินอื้อ !
โพล ชี้ 6 เดือน คสช. ประเด็นแก้คอร์รัปชัน ยังไม่สามารถทำให้ปชช.มีความสุขได้
ฟังซินแสดังทำนาย ใครควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ? (ชมคลิป)
เผยคลิป เบื้องหลัง ข้าราชการซ้อมปรบมือ! ต้อนรับบิ๊กตู่ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
วิวาทะการเมืองเสื้อสีกับดาราระลอกล่าสุด "โด่ง-อรรถชัย" โพสต์เฟซโต้ "เจ-เจตริน"
"บิ๊กตู่" ลั่น! ให้หยุดขุดคุ้ยเรื่องขายที่600ล้าน เพราะเป็นของตนมาตั้งแต่เด็ก (ชมคลิป)
มาแล้ว! "อมรา" ลั่น ไม่เห็นด้วยอัยการศึก ชู3นิ้วเป็นสิทธิ ชี้ไม่หมดไปและจะกลับมาอีก(ชมคลิป)