"นารีนครา" จากหน้ากระดาษ สู่โต๊ะเสวย เทศกาลอาหารหูเป่ย

วันที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 14:19:49 น.




โดย พนิดา สงวนเสรีวานิช

ออเดิร์ฟเย็นทั้งสี่เมนู ที่ทยอยจัดวางลงบนโต๊ะอาหาร สร้างความตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ไม่เพียงหน้าตาของอาหารที่ดูแปลกตา ยังรสชาติที่ไม่คุ้นลิ้นอีก

อย่าง "รากบัวกรอบสไตล์หูเป่ย" นั้นจะต้องเลือกใช้รากบัวอ่อนปลูกที่เมืองหงหู หรือที่เขตช่ายเตี้ยน เมืองหวู่ฮั่น ซึ่งเป็นรากบัวที่มีคุณภาพที่สุด นำมาแช่ในน้ำพุเป็นระยะเวลา 14 วัน ก่อนจะนำมาปรุงแบบยำ

นอกจากความกรุบกรอบของรากบัวที่ทำให้เมนูนี้โดดเด่นเป็นพิเศษ รสชาติที่ออกเปรี้ยวและเผ็ดยังช่วยเรียกน้ำย่อยให้มารออยู่ที่ปลายลิ้น ทำให้เจริญอาหาร บำรุงเลือดและไขกระดูก เหมาะสำหรับรับประทานในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

เป็นครั้งแรกที่มีการเชิญพ่อครัวใหญ่จากมณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน มาปรุงอาหารเมนูพิเศษถึงกรุงเทพฯ ใน เทศกาลอาหารหูเป่ย (Hubei Cuisine Festival) ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

ที่สำคัญคือ เป็น อาหารเมนูเดียวกับที่กล่าวถึงในหนังสือพระราชนิพนธ์แปลเล่มล่าสุด ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี "นารีนครา" จากบทประพันธ์เรื่อง "ทาเตอเฉิง" ของ "ฉือลี่" นักเขียนหญิงชื่อดังชาวจีน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์

ในวันเปิดตัวหนังสือพระราชนิพนธ์แปล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับทรงแนะนำหนังสือด้วยพระองค์เอง

ทรงเล่าถึงที่มาของการเลือกแปลหนังสือของ "ฉือลี่" ว่า เนื่องจากได้ทรงอ่านหนังสือในเครื่องบินสายการบินหนึ่ง ซึ่งในหน้าศิลปวัฒนธรรมพูดถึงประวัติของเจ้าของบทประพันธ์ และเมื่อทรงพูดคุยกับ "ครูจู" พระอาจารย์จึงทราบว่า "ฉือลี่" เป็นนักเขียนที่มักเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับบทบาทสตรีในด้านของวัฒนธรรมจีนที่น่าสนใจ

ครั้นเมื่อเสด็จนิวัติประเทศไทยแล้ว ครูจูได้นำหนังสือนวนิยายขนาดสั้นมาถวาย จึงทรงเลือกแปลเรื่องของฉือลี่

"นารีนครา" สะท้อนภาพวิถีของชีวิตชาวจีนท่ามกลางสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสการปฏิรูปพัฒนาประเทศจีนให้ทันสมัย โดยดำเนินเรื่องผ่านตัวละครหลัก 3 ตัว ตัวแทนของสตรีรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กันในมิติต่างๆ และถักทอเป็นมิตรภาพที่บริสุทธิ์เอื้ออาทรต่อกัน

"การอ่านวรรณคดี ไม่ว่าวรรณคดีของชาติใด มีส่วนทำให้ผู้อ่านได้ความรู้ ซึ่งเรื่องประวัติศาสตร์จีนไม่ได้มีแต่บุคคลสำคัญที่ประวัติศาสตร์จดไว้ แต่การที่เราเข้าใจคนชาตินั้นได้ดี ต้องเข้าใจความเป็นอยู่ ความนึกคิด ชีวิตของคนธรรมดาๆ ในแง่มุมต่างๆ

"ตั้งแต่ได้อ่านวรรณกรรมจีนใหม่ๆ ได้อ่านสิ่งที่ผู้เขียนถ่ายทอด ทำให้เข้าใจจิตใจของคนจีนรุ่นใหม่ๆ รู้สึกเห็นใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากบ้านเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าเอามาถ่ายทอดให้ผู้อ่านคนไทยที่ไม่มีโอกาสได้อ่าน แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างไทย-จีนดีขึ้น"

นอกจาก "นารีนครา" จะฉายภาพของวิถีชีวิตของผู้คนเล็กๆ บนถนนฮั่นเจิ้ง สถานที่แรกที่เริ่มมีร้านค้าเล็กๆ บรรยากาศในเรื่องเป็นบรรยากาศของคนธรรมดา บรรยากาศของบ้านเมืองอู่ฮั่น ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งว่า "ไม่เคยไปเพราะส่วนใหญ่ที่ไปจะไปสถานศึกษาและสถานที่วิจัย"

อีกสิ่งที่ทรงประทับใจคือ เรื่องของอาหาร

"...ในหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงอาหารต่างๆ พออ่านก็รู้สึกน้ำลายไหล (ทรงพระสรวล) แต่ไม่เข้าใจว่าอาหารนั้นเป็นอย่างไร จึงปรึกษากับท่านเอกอัครราชทูต (ฯพณฯ กว่าน มู่ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย) และทำอย่างที่เคยทำกับท่านเสมอๆ คือ เชิญตัวเองไปสถานทูต (ทรงพระสรวล) ไม่รอให้บอกว่าจะเชิญได้ไหม เพราะแปลแล้วก็อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร

"แต่ท่านทูตบอกว่าไม่มีคนที่สามารถทำอาหารพวกนี้ได้ จึงได้ติดต่อกับมณฑลหูเป่ยให้ส่งคนมาทำอาหาร เพราะนอกจากจะไม่มีคนทำเป็นแล้ว วัตถุดิบบางอย่างก็ไม่มีในประเทศไทย ถ้าทำก็ต้องมาจากหูเป่ยเท่านั้น"

ทางด้านรองผู้ว่าราชการมณฑล หูเป่ย นายหวัง จวิน เจิ้น เล่าถึงมณฑลหูเป่ยว่า มณฑลหูเป่ยอยู่ในภาคกลางและตอนกลางของลุ่มแม่น้ำฉางเจียงของประเทศจีน เป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของอารยธรรมจีนในสมัยโบราณ

"มณฑลหูเป่ยมีชื่อย่อว่า ′เอ้อ′ ตามประวัติศาสตร์อันยาวนาน ′อาหารเอ้อ′ ถือเป็นหนึ่งในสิบอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน อย่างที่บทกวีกล่าวไว้ ประวัติศาสตร์พันๆ ปีของอาหารเอ้อนั้น สะท้อนให้เห็นถึงเทคนิคและวัฒนธรรมในการปรุงอาหาร และจุดเด่นของอาหารทางภาคใต้ของจีน

"มณฑลหูเป่ยมีลักษณะพิเศษทางภูมิศาสตร์ กล่าวคือ ทะเลสาบหนึ่งพันแห่งทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ อาหารเอ้อใช้ผลผลิตจากน้ำและปลาเป็นหลัก และจากการเป็นจุดเชื่อม 9 มณฑลหลักนั้น ทำให้อาหารเอ้อรับเอารสชาติทั้งของมณฑลหูเป่ยและหูหนานมาเป็นหลัก อีกทั้งยังรวบรวมจุดเด่นอาหารของภาคอื่นๆ เข้าไว้อีกด้วย

"อาหารเอ้อ รสชาติหอมอร่อย เผ็ดนิดๆ ไม่เค็มไม่จืด มีสารอาหารครบถ้วน มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เชื่อว่าจะได้รับความชื่นชอบจากเพื่อนๆ ชาวไทย"

...

นอกจาก "รากบัวกรอบสไตล์หูเป่ย" ยังมีรายการอาหารจานอื่นๆ อีก รวม 12 เมนู

ตัวอย่างเช่น "คอเป็ดสไตล์จิงหวู่" จานนี้เป็นอาหารยอดนิยมของเมืองอู่ฮั่น นำชื่อมาจากชื่อถนนจิงหวู่ (Jinwu Road) สูตรคอเป็ดต้มเผ็ดมาจากนครฉงชิ่ง ถังลาจิ่ว (Tang Lajiu) ที่เป็นศิลปินในสมัยราชวงศ์หมิงมาเปิดร้านแรก ณ เมืองอู่ฮั่น ซึ่งกลายเป็นอาหารยอดนิยมของอู่ฮั่นและโด่งดังไปทั่วประเทศจีนจนปัจจุบันนี้

"ไข่เจียวสไตล์หูเป่ย" หรือ "ยอดผักผัดไข่" หน้าตาคล้ายๆ ไข่ผัดกับผักที่เรียกว่า "ผักทูนจีน" ซึ่งเป็นผักที่หาได้ตามที่นาของหมู่บ้านในมณฑลหูเป่ย มีสรรพคุณทางยาคือ ทำให้ร่างกายเย็นสดชื่นและบำรุงร่างกาย

และที่ขาดไม่ได้ คือ เมนูปลา "ปลาน้ำแดงสไตล์อู่ชาง"

ปลาอู่ชาง เป็นปลาที่ได้จากเมืองเอ้โจว ตำบลอู่ชาง หน้าตาคล้ายปลาตะเพียน ก้างค่อนข้างมาก แต่เนื้อนุ่ม สดเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากทะเล

เป็นปลาที่ท่านประธานเหมาชอบมากถึงขนาดเคยเขียนกลอนให้กับเมืองอู่ฮั่น เมื่อปี ค.ศ.1956 ว่า "ดื่มน้ำฉางเจียงกินปลาอู่ชาง" ทำให้ปลาอู่ชางนึ่ง กลายเป็นเมนูหลักของร้านอาหารตงหู

ยังมี "ซุปกระดูกหมูรากบัวสไตล์อู่ฮั่น" ที่ไม่เพียงน้ำซุปที่ได้ความหวานหอมจากซี่โครงหมู ขณะที่ตัวซี่โครงหมูนั้นนุ่มจนรู้สึกได้ในคำแรก กับรากบัวที่ต้องขุดมาไม่เกิน 3 วัน เพื่อให้ได้ความสดกรอบ

สรรพคุณทางยาของเมนูนี้คือ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงโลหิต และให้แคลเซียมอีกด้วย

อีกเมนูที่เรียกความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ลิ้มลอง คือ "ซุปลูกชิ้นปลาวอลนัท"

น้ำซุปนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะเน้นการเคี่ยวกรำจนได้รสชาติเข้ม หวานแบบน้ำต้มกระดูกหมู ที่ทำให้ทุกคนถึงกับแปลกใจคือ เนื้อลูกชิ้นปลา (ใช้ "ปลาขาว" จากทะเลสาบเหลียงหู) ที่เนียนและนุ่มจนแทบละลายในปาก และยังเพิ่มเสน่ห์ด้วยวอลนัทให้ได้เคี้ยวพอกรุบๆ

เมนูนี้มีสรรพคุณทางยา คือช่วยขับเสมหะ บำรุงหัวใจเลือดปอดและชุ่มคอ

ส่วนเมนูปิดท้าย คือ "บะหมี่สไตล์อู่ฮั่น" หรือ "เย่อกานเมี่ยน" หนึ่งในอาหารท้องถิ่นที่โด่งดังของเมืองอู่ฮั่น

มีเรื่องเล่าถึงที่มาของบะหมี่จานนี้ว่า พ่อค้าชื่อ หลี่เปา มีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวและบะหมี่น้ำในวัดกวนอู บนถนนฉางที เขตฮั่นโข่ว วันหนึ่งอากาศร้อนมาก หลี่เปาเกรงว่าบะหมี่ที่เหลืออยู่ไม่น้อยจะบูดเสียหมด จึงนำไปต้มให้สุกและตากแดดในแผ่นไม้นวดหมี่ แต่ด้วยความที่ไม่ระวังเขาทำกาน้ำมันหก ทำให้น้ำมันงาสาดใส่บะหมี่จนทั่ว หลี่เปาไม่ทราบจะทำอย่างไรได้แต่นำบะหมี่ไปตากแห้ง

เช้าวันที่สอง เขานำบะหมี่นั้นมาเติมน้ำทำให้สุกแล้วปรุงด้วยเครื่องปรุงของบะหมี่เย็น ทำให้มีไอน้ำพลุ่งขึ้นมาจากบะหมี่ พร้อมกับกลิ่นหอมที่อวลไปทั่ว ชาวบ้านพากันมาซื้อกินอย่างเอร็ดอร่อย แล้วถามว่าบะหมี่นี้ชื่ออะไร หลี่เปาจึงโพล่งออกมาว่า "เย่อกานเมี่ยน" (บะหมี่แห้งร้อน)

...รสชาติของบะหมี่ถ้วยนี้ หลังจากคลุกเคล้าเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มกับน้ำซอส ออกจะดูแปลกหน้าด้วยถั่วบดที่เกาะกับผิวบะหมี่ ทว่า ให้กลิ่นที่หอมถั่วและงา รสชาตินุ่มๆ เนียนๆ เหมือน...เนยถั่ว ประมาณนั้น

จะให้ดี รับประทานคู่กับ "บัวลอยเหล้าข้าว" อุ่นๆ คล่องคอ เข้ากันได้ดี

และแล้วการเปิดตัว "นารีนครา" ก็เสร็จสิ้นลง พร้อมกับเทศกาลอาหารหูเป่ยที่จัดขึ้นเพียง 3 วัน เนื่องจากบรรดาวัตถุดิบทั้งหลาย รวมทั้งทีมพ่อครัวยกชุดกันมาจากหูเป่ย เพื่อวาระพิเศษนี้จริงๆ



หน้า 20,มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 2 เมษายน 2556








นักวิชาการ ไม่เห็นด้วย พะยูง ชิงชัน เป็นไม้หวงห้าม
รอลุ้น !! "ศรีสะเกษวีซี"เตรียมดึงนางฟ้าคาซัคสถาน ร่วมตบวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีกฤดูกาลหน้า
ชาวระนองส่ายหัว! ส้วมซึมโผล่บน′ภูเขาหญ้า′ สถานท่องเที่ยวดัง
"เจ้าหญิงภูฏาน"ทรงชื่นชมงานกฎหมายไทย กระบวนการยุติธรรมเชื่อมสัมพันธ์ 2 ประเทศ
เจ๋งอ่ะ! ผุดไอเดียจำลอง "ทางเดินสำหรับมนุษย์โซเชียล" กลางกรุงวอชิงตัน! สกัด "จอมขวาง"
วิพากษ์สูตรเช็กบิล ′ป.ป.ช.′ "สหสาขาวิชาศาสตร์"
"การศึกษาไทย" ในมุมมอง อรุณ วัชระสวัสดิ์
ทูตอังกฤษชี้สัญญาณที่ดีด้านสิทธิเสรีภาพจะทำให้ต่างชาติปรับท่าทีต่อไทย
เคทีซีแจกโปรฯ แรงสุดๆ พบส่วนลดเพิ่ม 20% กับ 3 ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ 25 ก.ค.วันเดียวเท่านั้น
ตั้งเป้ายก"อาเซียน-อียู"หุ้นส่วนยุทธศาสตร์
ข้อมูลใหม่ทำ "มาดามเจนี่" ช้ำใจอีกครา "พี่เอ๋" ฟูมฟัก พริตตี้ "น้องปุยนุ่น" มาตั้งแต่ยังเรียนมัธยม!
เมื่อ "อั้ม เนโกะ" ถาม ส่วน "มันแกว" เจ้าของคำฮิต "นมคุณธรรม" ตอบ อะไรจะเกิดขึ้น???
"เจ เจตริน"แอบเศร้า! ส่ง2 ลูกชายสุดหล่อ "เจ้านาย-เจ้าขุน"ไปเรียนอังกฤษ
ตายละหว่า! ชาวพันทิป แฉ "ผู้หญิงอีกคน" ที่ทำขาเตียง "มาดามเจนี่-พี่เอ๋" สั่นคลอน จวนเจียนหัก
"เจมี่ บูเฮอร์" ขโมยซีนอีกแล้ว ใส่กระโปรงแหวกสุดๆ โชว์กกน. "จีสตริง" กลางงานสยามดาราฯ
"เจ็บ-ป่วย" เรื่องจิ๊บๆ ซื้อประกันสุขภาพ ออนไลน์ ง่ายเพียงตอบคำถาม 5 ข้อ ก็จบแล้ว!!
Townhouse/ Townhome/ Homeoffice ในเมืองไทยต่างกันอย่างไร? โดยเช็คราคา.คอม
10 เรื่องต้องรู้ ก่อนซื้อทองคำ โดยเช็คราคา.คอม
"Best Buy Moment" โอกาสทองของคนกำลังจะซื้อบ้าน 12 ก.ค. - 31 ส.ค. 57 นี้ เท่านั้น โดยเช็คราคา.คอม
เปิดสุดยอดผลงานชนะเลิศในกิจกรรม “โอกาสสร้างได้ ไม่ต้องรอจับฉลาก” ไม่ดูไม่ได้จริงๆ