การออมติดลบคนกลุ่มใดติดลบ?

วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 18:42:42 น.




โดย ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

(ที่มา:มติชนรายวัน 25 เมษายน 2556)



 


คนไทยส่วนใหญ่เก็บเงินออมได้ - แต่ก็มีจำนวนหนึ่งประมาณร้อยละ 30 การออมติดลบ หมายความว่ารายจ่ายสูงกว่ารายได้ คนกลุ่มใดมีการออมติดลบ? เป็นเรื่องน่ารู้ ทั้งนี้ควรจะค้นคว้าวิจัยไม่ใช่คาดเดาไปเองโดยปราศจากข้อมูล ในระหว่างหยุดสงกรานต์ผมสนุกกับการค้นคว้าตัวเลขการออม ตามโจทย์วิจัยที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติให้การสนับสนุนคือ งานวิจัยการออม หนี้สินและความมั่งคั่งของครัวเรือนไทย

ในโอกาสนี้จึงขอนำสิ่งที่ค้นคว้ามาเล่าสู่กันฟัง

แหล่งข้อมูลที่ใช้คือการสำรวจครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ.2552 เป็นประมวลข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับคนไทยของเรา มีข้อมูลด้านเศรษฐศาสตร์และด้านสังคมหลายมิติ เช่น ด้านอาชีพและการทำงาน รายได้แหล่งต่างๆ เช่น เงินเดือนค่าจ้าง กำไรการประกอบกิจการเกษตรและนอกภาคเกษตร เงินโอนจากญาติ เงินบำนาญหรือสงเคราะห์จากรัฐ ส่วนด้านรายจ่ายนั้น เขาแจกแจงละเอียดมากคือ รายจ่ายอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ และรายจ่ายไม่ใช่อาหาร การได้รับสวัสดิการจากรัฐ ฯลฯ

ความมั่งคั่งและการเป็นหนี้สินก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจ

ผลสำรวจครัวเรือนนับว่าเป็นประโยชน์ต่อพวกเรานักวิจัยด้านสังคมศาสตร์อย่างมาก จึงขอแสดงความขอบคุณและชื่นชมต่อสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ทำงานหนัก รวบรวมข้อมูลให้พวกเราใช้ วิธีการเก็บตัวอย่างของสำนักงานถือว่าเป็นระบบมาก คือ สุ่มตัวอย่างจากทุกจังหวัดทั้งในเมืองและชนบท จำนวนมากกว่า 4 หมื่นราย จึงขอแนะนำให้เพื่อนนักวิจัยและนักศึกษาเล่นกับข้อมูลชุดนี้

การออม (saving) ตามที่จั่วหัวข้างบนหมายถึง รายได้ ลบด้วย การใช้จ่ายของครัวเรือน ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่เตรียมการออม คือร้อยละ 69 การออมเป็นบวก จะออมมากหรือออมน้อยไม่ว่ากัน ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทุกคนควรจะเก็บออมเพื่อความไม่ประมาท ตั้งแต่เริ่มทำงานมีรายได้ ไม่ใช่เริ่มออมเมื่อใกล้เกษียณ

การออมนั้นมีเป้าหมายอเนกประสงค์ กล่าวคือ เพื่อใช้จ่ายยามชรา เผื่อเหตุเจ็บป่วยอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติเช่นน้ำท่วม จะได้มีเงินพอซ่อมแซมบ้านเรือน หรือเอาไว้ลงทุนซื้อบ้าน ที่ดิน หุ้น หรือทองคำก็ไม่ว่ากัน รวมทั้งความตั้งใจยกเป็นมรดกให้ลูกหลาน

ความจริงเรายอมรับว่า การออมติดลบไม่ใช่เรื่องแปลก อาจจะเกิดขึ้นกับใครๆ ก็ได้ แต่ว่าค่าร้อยละ 31 ของครัวเรือน "ออมติดลบ" นั้นถือว่าสูงเกินไป เหนือความคาดหวัง (จำนวน 9,688 ครัวเรือนออมติดลบจากจำนวนทั้งสิ้น 43,830 ครัวเรือน) ผมนึกถึงโอกาสการเจ็บป่วย ใครๆ ก็ป่วยได้ อัตราการเจ็บป่วยร้อยละ 15 ถือว่าธรรมดา และป่วยหนักจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในประมาณร้อยละ 5 ถือว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ จึงขอเปรียบเทียบว่า การออมติดลบเป็นอาการป่วยในทางเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม อัตราการป่วยร้อยละ 31 ของการออมติดลบนั้น มากเกินไป

ทีมงานวิจัยจึงสืบค้นว่าครัวเรือนที่การออมติดลบนั้นเป็นคนเมืองหรือชนบท เป็นคนหนุ่มสาวหรือว่าวัยกลางคนหรือวัยชรา อาชีพ/ชนชั้นใด ใครมากกว่าใคร? อะไรเป็นสาเหตุ?

นอกจากนี้เราอยากสืบค้นว่า กลุ่มคนขาดหลักประกันทางสังคม หมายถึง ถึงวัยชราแล้วไม่มีเงินบำนาญ ว่างงานโดยไม่ได้รับเบี้ยตกงาน ฯลฯ มีจำนวนมากน้อยเพียงใด

การคุ้มครองทางสังคม ถือเป็นเรื่องใหญ่และเป็นหน้าที่ของภาครัฐตามหลักสากลและในประเทศอารยะ ความจริงในเมืองไทยของเราประสบความสำเร็จระดับหนึ่งจากการที่มีระบบหลักประกันสุขภาพ สามารถคุ้มครองคนไทยทุกคนในยามเจ็บป่วย เราอยากจะเห็นการคุ้มครองทางสังคมขยายขอบเขตให้ครอบคลุมทุกคนและมิติอื่นๆ นอกเหนือจากด้านสุขภาพ และพวกเราขอมีส่วนร่วมในการค้นหาคำตอบเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนให้คนไทยออมอย่างพอเพียง โดยรัฐบาล/องค์กรปกครองส่วนถิ่น/และชุมชนทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้ทุกคนออมและนำเงินออมไปลงทุนอย่างชาญฉลาด

งานวิจัยของเราอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่พอจะมีผลสรุปนำมาเล่าสู่กันฟังได้

คำถามว่า คนเมืองกับคนชนบทใครออมติดลบมากกว่าใคร คำตอบคือ ร้อยละ 29 ของครัวเรือนในเขตเมืองออมติดลบ แต่คนชนบทออมติดลบร้อยละ 34

คำถามต่อไปว่าคนหนุ่มสาวหรือวัยกลางคนมีการออมติดลบมากกว่ากัน สรุปว่า วัยหนุ่มสาว (อายุ 20-40) การออมติดลบเกินกว่าร้อยละ 30 สูงกว่าคนในวัยกลางคน น่าจะเป็นเพราะว่าในวัยหนุ่มสาวภายหลังจากจบการศึกษาแล้ว เริ่มทำงาน มีคู่สมรส แยกครัวออกจากบ้านพ่อแม่ ความจำเป็นต้องใช้จ่ายสูง ค่าเลี้ยงดูลูกซึ่งยังเยาว์วัย รายจ่ายซื้อบ้าน-ที่ดิน-รถยนต์คันแรก จำนวนไม่น้อยซื้อด้วยเงินผ่อน ค่าส่งลูกเข้าโรงเรียนและเรียนกวดวิชา

อย่าลืมว่า คนในวัยหนุ่มสาวส่วนใหญ่เงินเดือนค่อนข้างน้อยตามตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรที่อยู่ระดับต้นหรือระดับปานกลาง



เราสืบค้นอีกหัวข้อหนึ่ง คือ อัตราการใช้จ่ายเกินตัว หมายถึง รายจ่ายสูงกว่ารายได้-โดยเปรียบเทียบกับรายได้และการถือทรัพย์สิน เช่น รายได้เดือนละ 2 หมื่นบาท แต่ว่าจ่าย 3 หมื่น อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนนี้มีเงินฝากในธนาคาร 1 แสนบาท เรื่องนี้คล้ายคลึงกับการวิเคราะห์การขาดดุลของภาครัฐบาล ภาครัฐนั้นมีหลักวินัยทางการคลังเป็นกรอบควบคุมอยู่ เช่น ภาครัฐมีรายได้ 2 ล้านล้านบาท รายจ่าย 2.4 ล้านล้านบาท แปลว่าขาดดุลร้อยละ 20

การถือครองทรัพย์สินทางการเงิน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คนมีสภาพคล่อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้เพียงอย่างเดียว เช่น รายได้ลดลง (เพราะว่าตกงาน) แต่ถ้ามีเงินออมหรือพันธบัตรก็สามารถถอนหรือจำหน่ายพันธบัตรบางส่วนได้เงินมาใช้จ่าย พอรอดตัว ผลการศึกษาครั้งนี้สรุปว่า ร้อยละ 22 ของครัวเรือนไทยในปี 2552 มีการใช้จ่ายเกินตัว ซึ่งชัดเจนสูงเกินไป เราพบว่าครัวเรือนชนบท "เกินตัว" มากกว่าคนเมือง และคนในวัยหนุ่มสาว "เกินตัว" มากกว่าวัยกลางคนหรือวัยชรา เราคำนวณอัตราการเกินตัวในกลุ่มนี้สรุปว่า อัตราการเกินตัวเท่ากับร้อยละ 15 ของรายได้ คนกลุ่มนี้มีรายได้เฉลี่ย 16,356 บาทต่อเดือน แต่จ่ายออก 18,809 บาทต่อเดือน (กรณีตัวอย่างมีจำนวน 9,663 ราย หมายเหตุ ตัวเลขปี พ.ศ.2552)

อีกหนึ่งมิติที่กำลังทำงานสืบค้นคือ การเป็นหนี้สิน - หนี้ในระบบและนอกระบบ ยอดหนี้ เหตุผลของการกู้ยืม (ซื้อบ้าน/ที่ดิน เพื่อลงทุนประกอบการเกษตร เพื่อส่งลูกเข้าโรงเรียน ฯลฯ) สรุปความได้ว่า ร้อยละ 56 ของครัวเรือนไทยมีหนี้สิน ยอดหนี้โดยเฉลี่ยประมาณสามแสนบาท แต่การเป็นหนี้ ไม่ได้แปลว่าต้องมีปัญหาเสมอไป คนรวยเป็นหนี้เช่นเดียวกับคนจน เพราะคนที่กู้ยืมนั้น-เขาได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบว่าจะกู้ไปทำอะไร คนจำนวนมากกู้ยืมเพื่อลงทุน ดังนั้นมีผลตอบแทน สามารถชำระคืนได้ ไม่ใช่ปัญหาแต่ประการใด แต่จำนวนหนึ่งกู้เพื่อบริโภคอุปโภค-ตรงนี้ต่างหากที่อาจจะเป็นปัญหาในอนาคต

จากการค้นคว้าครั้งนี้เราลงความเห็น การออมติดลบ และ การใช้จ่ายเกินตัว สะท้อนปัญหาและน่าจะเป็นดัชนีที่หน่วยงานภาครัฐควรจะติดตาม มากกว่าตัวเลขหนี้ หรือดัชนีวัดว่าหนี้เพิ่มขึ้นหรือหนี้ลด คล้ายคลึงกับการวิเคราะห์วินัยทางการคลังและการขาดดุลของรัฐบาล ยอดหนี้ต่อจีดีพี ไม่ได้ชี้วัดอะไรมากนัก ดัชนีที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการใช้จ่ายเกินตัวหรือไม่ ใช้จ่ายอย่างไรลงทุนมากน้อยเพียงใด เพราะถ้าหากใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคเพียงอย่างเดียวโดยปราศจากผลตอบแทน ท้ายที่สุดย่อมมีปัญหาชำระหนี้



สุดท้ายเรื่องของหลักประกันทางสังคม - ปัญหาของคนไทยคือกลุ่มอาชีพอิสระหรือทำงานไม่เป็นทางการ ขาดหลักประกันสังคม เมื่อเข้าสู่วัยชราไม่มีเงินบำนาญ แตกต่างจากกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานในภาคทางการ ถึงอย่างไรก็มี "การออมภาคบังคับ" คือเงินสมทบเงินเข้าประกันสังคม โดยที่นายจ้างและรัฐบาลร่วมสมทบให้ด้วย แถมบางคนออมเพิ่มในกองทุนระยะยาว ตัวเลขสถิติบอกว่าคนกลุ่มหลังนี้มีเพียงร้อยละ 40 เท่านั้น

แปลว่า 60% ของคนไทยซึ่งประกอบอาชีพอิสระและทำงานในภาคไม่เป็นทางการ ไม่มีหลักประกัน ซึ่งน่าห่วงใย

จริงอยู่ คนจำนวนหนึ่งไม่ประมาท เก็บออมได้ ไตร่ตรองอนาคตอันยาวไกล ดังนั้น "คงจะ" ไม่มีปัญหาอะไร

ผมเน้นคำว่า "คงจะ" เพราะต้องยอมรับว่าความรู้ของพวกเราต่อกลุ่มอาชีพอิสระและทำงานไม่เป็นทางการนี้มีน้อยมาก คนไทย 25-30 ล้านคน ที่ประกอบอาชีพอิสระและทำงานไม่เป็นทางการออมเพียงใด เตรียมการเพื่ออนาคตอย่างไร ถือครองทรัพย์สินคือเงินฝากและพันธบัตรเพียงพอสำหรับใช้จ่ายในยามชราหรือไม่ และสามารถพึ่งลูกหลานได้เพียงใด เรายังมีความรู้น้อยจริงๆ

อาจจะเร็วเกินไปที่จะเสนอแนะนโยบายอะไรอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ข้อสรุปหนึ่งที่ผมเห็นคือ การขาดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้จ่ายเกินตัว และการออมไม่พอเพียง การหามาตรการจูงใจให้คนไทยโดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระและทำงานอย่างไม่เป็นทางการ เก็บออมพอเพียง เตรียมการเพื่อรับ "สังคมคนชรา" เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศชาติ ไม่ใช่ปล่อยให้ไปตามยถากรรม ถือคติว่า "เป็นเรื่องของปัจเจก" "ก็แล้วแต่"

ผมเห็นว่า การออกแบบระบบสังคมที่จูงใจให้ประชาชนเตรียมการออมอย่างพอเพียง มีความเป็นไปได้ และมีประสิทธิภาพกว่าการแก้ปัญหาส่วนบุคคล








รวมทัพบ้าระห่ำ "The Expendables 3 อันตรายที่ห้ามตายที่มันส์กว่าภาคไหนๆ
สลดอีก ม้าเหล็กอินเดียขยี้รถโดยสารนร.ซิ่งข้ามทางรถไฟ เด็กน้อยตายหมู่ 20 ศพ บาดเจ็บอื้อ
แรงงานไทยในอิสราเอล เผย จนถึงขณะนี้ยังไม่ถูกย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย
หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก2จุด
ทองในปท.เช้านี้ราคาร่วง 100 บาท ทองแท่งขายออกบาทละ 19,550 รูปพรรณขายออก 19,950
"จักรภพ" เผยผ่าน "บีบีซีไทย" เดินหน้าชี้แจงต่างชาติ-การต่อสู้นี้ยาวนาน
กลายเป็นดราม่า! นางฟ้าวอลเลย์บอลคาซัค"ผู้น่ารักสุดในโลก" ซวย เพื่อนร่วมทีมรุมหมั่นไส้-สื่อโจมตี
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้ 25 ก.ค. โดย สมชาย เกียรติ์ภราดร
ระทึก มือปืนไล่ยิงทีมตรวจสอบนานาชาติในยูเครน เนเธอร์แลนด์นำร่างเหยื่อทั้งหมดเสร็จวันนี้
สุดสลด อิสราเอลถล่มโรงเรียนยูเอ็นแหล่งลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในกาซ่า ตายหมู่ 15 ราย
สาวป.โท ผู้เสียหาย ถูกพนง.รถไฟข่มขืนเมื่อ 13 ปีก่อน เขียนจม.เปิดผนึกถึงหน.คสช.-ร.ฟ.ท.
ข้าราชการเฮ! คสช.ไฟเขียวแก้กฎหมายกบข. ให้ขรก.3แสนรายใช้สิทธิกลับรับบำนาญ
อีกหนึ่งด็อกเตอร์สถาปัตย์ จุฬาฯ โพสต์ ในระบอบปชต. พลเมืองมีสิทธิเลือกตั้งเท่าเทียมกัน
ชมภาพ สวีทหวาน มัลลิกา กับ ชายผู้โชคดี ก่อนลั่นระฆังวิวาห์ 30 สิงหาคม นี้
จากใจ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" กรณีจำนำข้าว ถึงอดีตนักการเมืองคนหนึ่งและคอลัมนิสต์รายหนึ่ง
"เจ็บ-ป่วย" เรื่องจิ๊บๆ ซื้อประกันสุขภาพ ออนไลน์ ง่ายเพียงตอบคำถาม 5 ข้อ ก็จบแล้ว!!
Townhouse/ Townhome/ Homeoffice ในเมืองไทยต่างกันอย่างไร? โดยเช็คราคา.คอม
10 เรื่องต้องรู้ ก่อนซื้อทองคำ โดยเช็คราคา.คอม
"Best Buy Moment" โอกาสทองของคนกำลังจะซื้อบ้าน 12 ก.ค. - 31 ส.ค. 57 นี้ เท่านั้น โดยเช็คราคา.คอม
เปิดสุดยอดผลงานชนะเลิศในกิจกรรม “โอกาสสร้างได้ ไม่ต้องรอจับฉลาก” ไม่ดูไม่ได้จริงๆ