รู้เรื่องดิน ทำกินได้ตลอดชาติ

วันที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 11:43:40 น.





ห้องเรียนดั้นด้นค้นหารหัสลับทรัพยากรดิน



บรรยากาศร่มรื่นภายในศูนย์วิจัยฯ



สถิระ อุดมศรี นักสำรวจดินชำนาญการพิเศษ



การสาธิตวิธีทดสอบหาจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน



การทดสอบความอุดมสมบูรณ์ของดิน



ชุดเครื่องมือทดสอบดิน



ตัวอย่างการใช้ พ.ด.ทำปุ๋ยหมัก



หลุมทดลองเพื่อการเรียนรู้เรื่องดิน



ผลิตภัณฑ์ พ.ด.ชนิดต่างๆ แจกฟรีให้เกษตรกร



ร่วมกันปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึก


Delight Moment 84 / สุมิตรา จันทร์เงา

แดดเปรี้ยงปลายเดือนมีนาคม พวกเราและรองอธิบดีด้านวิชาการ กรมพัฒนาที่ดิน “กุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข” ถึงกับต้องใส่หมวกปีกกว้างและกางร่มแยกย้ายกันปลูกต้นไม้หลายชนิด


ต้นไม้เหล่านี้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด 77 จังหวัด ถูกคัดสรรมาให้เป็นต้นไม้ประจำตัวของคนปลูก มีป้ายชื่อตัวเองปักกำกับเอาไว้ทุกต้น


มันเป็นเครื่องผูกพันให้เรากลับไปเยี่ยม “ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน อำเภอปากช่อง” อีกครั้งในวันข้างหน้า

 


ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 625 ไร่  เป็นศูนย์พัฒนาที่ดินแห่งแรกของกรมพัฒนาที่ดิน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2542  เพื่อดำเนินงานด้านอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นหลัก ปัจจุบันมีบทบาทเป็นศูนย์กลางงานวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน ได้แก่ งานวิจัยด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน การแก้ไขดินปัญหา การทำเกษตรอินทรีย์ งานถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน และเป็นแหล่งเรียนรู้แบบเบ็ดเสร็จด้านการพัฒนาที่ดินให้กับประชาชนและผู้สนใจได้เลือกนำไปปฏิบัติ


ล่าสุดนี้กรมพัฒนาที่ดินกำลังปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ในอนาคต 


โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินงานอยู่มีมากมายนับไม่ถ้วน ที่โดดเด่นอย่างยิ่งก็คือชุดโครงการวิจัยการจัดการดินเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชในพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์  ชุดโครงการวิจัยการศึกษาการใช้ประโยชน์ซิลิคอนในการเพาะปลูกพืชระบบเกษตรอินทรีย์ งานผลิตกล้าหญ้าแฝกเพื่อแจกจ่าย รวมทั้งโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี 

 

 

บรรยากาศร่มรื่นภายในศูนย์วิจัยฯ

 


และที่น่าสนใจศึกษาอย่างยิ่งก็คือ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เนื้อที่ 13 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน                   


ด้วยกิจกรรมที่เป็นประโยชน์หลากหลายขนาดนี้ทำให้มีผู้เข้าเยี่ยมชมศูนย์ฯมากมายหลายพันคนในแต่ละปี

 


....

 


เราถูกจับเข้าห้องเรียนอีกครั้งเพื่อค้นหารหัสลับทรัพยากรดินที่คนส่วนใหญ่มีความรู้น้อยกว่าเรื่องน้ำมาก


ฉันเพิ่งรู้ในวันนั้นเองว่าเรื่องดินสำคัญจริงๆ ถ้าเรารู้เรื่องดินกันจริงๆก็จะรู้วิธีทำกินได้ตลอดชาติ!


แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่เกษตรกรชาวไร่ชาวนาบ้านเราไม่ได้ให้ความสนใจใฝ่รู้เรื่องดินกันอย่างจริงๆจังๆ ทั้งที่มันเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดความสมบูรณ์และมั่งคั่งของผลผลิตจากท้องไร่ท้องนาทุกชนิด


ทำไมดินสำคัญ?


ก็เพราะดินเป็นบ่อเกิดของอาหาร ยารักษาโรค เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่ตั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เป็นที่กักเก็บน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตพืช สัตว์ เป็นแหล่งให้อากาศหายใจแก่พืช ช่วยให้รากพืชมีที่ยึดเหนี่ยวและยืนต้นได้อย่างมั่นคงแข็งแรง และเป็นแหล่งอาหารที่พืชจำเป็นต้องใช้ในกระบวนการต่าง ๆ เพื่อสร้างดอก ใบ และผล


สถิระ อุดมศรี นักสำรวจดินชำนาญการพิเศษของกรมพัฒนาที่ดินบอกเราว่า ดินดีในฝันของคนรักต้นไม้ควรประกอบด้วย อนินทรีย์ 45% อินทรียวัตถุ 5% น้ำ 25% อากาศ 25%
แต่ดินดีในฝันก็คือความฝันจริงๆเพราะสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินในประเทศไทยลดน้อยถอยลงตามลำดับจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ดินดีให้เห็นแล้ว

 


ปัญหาใหญ่ของทรัพยากรดินในบ้านเราคือความเสื่อมโทรมของดิน ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาพ ธรรมชาติร่วมกับฝีมือมนุษย์


สภาพธรรมชาติที่เทวดาให้มากับแต่ละพื้นที่ก็คือ ดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินอินทรีย์ แล้วแต่ว่าที่ทางของใครจะได้เปรียบในความอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน


ส่วนฝีมือมนุษย์ที่สร้างความฉิบหายให้ตัวเองทั้งโดยไม่รู้และโดยที่รู้แต่ไม่นึกว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ก็คือ การใช้ที่ดินไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เช่น การเปิดหน้าดิน การไถพรวน การปลูกพืชเชิงเดี่ยว

 


ถ้าฉันเป็นเกษตรกร ก็คงตกใจมากกับตัวเลขเหล่านี้


ปัจจุบันที่ดินเพื่อการเกษตรในประเทศไทยมีอยู่ 152 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ เป็นที่นา 72 ล้านไร่ ที่ไร่ 33 ล้านไร่ สวนผลไม้และไม้ยืนต้น 33 ล้านไร่ และที่ปลูกผัก ไม้ดอกไม้ประดับและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ราว2.50 ล้านไร่


แต่สถานการณ์ดินไทยมีสภาพที่เป็นปัญหาดังนี้


 - ดินเค็ม     14.3 ล้านไร่
 - ดินทรายจัด   12.5 ล้านไร่
 - ดินตื้น    46.1 ล้านไร่
 - ดินเปรี้ยวจัด   6.2   ล้านไร่
 - ดินอินทรีย์   0.3   ล้านไร่
 - ดินกรด    95.4 ล้านไร่
 - ดินดาน    27.3 ล้านไร่
 - ดินปนเปื้อน....  -

 

รวมกันแล้วเกิน 200 ล้านไร่ ซึ่งบางส่วนอาจเป็นพื้นที่ทับซ้อนกัน!

 

 

ตัวอย่างการใช้ พ.ด.ทำปุ๋ยหมัก


ตัวเลขดินมีปัญหานี้มากกว่าดินเพื่อการเกษตรที่มีอยู่จริงด้วยซ้ำ สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติดินไทยที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะคุณสมบัติของดินเหล่านี้ไม่เหมาะสำหรับเพาะปลูก ทำให้ได้ผลผลิตน้อยหรือต่ำ และอาจกระทบต่อระบบนิเวศรุนแรง


นอกจากปัญหาความเสื่อมโทรมของดินแล้ว ปัญหารองลงมาซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤติเช่นกัน ก็คือ  การชะล้างพังทลายของดิน 


กระบวนการที่ทำให้เกิดการสูญเสียหน้าดินมีตั้งแต่การชะล้างของเม็ดฝน การไหลบ่าของน้ำผ่าหน้าดิน แรงลม ซึ่งเป็นความเสียหายตามะรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นปกติแต่ก็ไม่ค่อยรุนแรงและมีผลต่อเศรษฐกิจมากนัก


ตัวที่ร้ายกว่ามากก็คือการชะล้างโดยฝีมือมนุษย์ ซึ่งส้รางความเสียหายรุนแรงและมีผลต่อเศรษฐกิจโดยตรง

 


ฝีมือมนุษย์ทำลายดินที่ร้ายกาจที่สุดก็คือ การใช้ดินอย่างไม่บันยะบันยัง เช่น ปลูกข้าวปีละ 3 ครั้งโดยไม่ยอมให้ดินได้พัก หรือใช้ดินผิดประเภทดังเช่น การปลูกยางพาราในนาข้าว หรือบนไหล่เขา ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ฝนน้อย ความชื้นต่ำ เป็นต้น


ตัวเลขนี้ก็ต้องใส่เครื่องหมายตกใจเอาไว้อีกครั้ง จากพื้นที่เกษตรกร 152 ล้านไร่ ประเทศไทยมีพื้นที่การชะล้างพังทลายของดินถึง 108 ล้านไร่!


 ผลเสียจากการชะล้างพังทลายของดินทำให้พื้นที่เพาะปลูกลดลง สูญเสียธาตุอาหารพืชและอินทรียวัตถุในดิน โครงสร้างดินถูกทำลายทำให้เก็บกักน้ำได้น้อยลง และยังทำให้เกิดการตกตะกอนในลำน้ำและอ่างน้ำ ซึ่งทั้งหมดนั้นนำไปสู่ผลผลิตที่น้อยลง


โห....ปัญหาหนักหนาสาหัสขนาดนี้ ชาวไร่ชาวนาที่แห่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวกันโครมๆทั่วประเทศ รวมทั้งพวกที่เร่งปลูกข้าวปีละหลายครั้งเพื่อรับอานิสงส์จากโครงการรับจำนำข้าวจะรู้ตัวกันบ้างไหมนี่?

...

 

การสาธิตวิธีทดสอบหาจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน

 

 


ห้องเรียนของศูนย์วิจัยน็อกพวกเราจนมึนงงไปหมด


แล้วทางออกล่ะมีไหม? และที่เราฝันกันนักหนาว่าจะสร้างประเทศไทยให้เป็น “ครัวของโลก” นั่นมันจะเป็นจริงได้แค่ไหน?


โจทย์เหล่านี้คือภาระหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดิน


รองอธิบดี กุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข เปรียบเทียบให้พวกเราเห็นภาพง่ายๆว่า ถ้าดินเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนคนๆหนึ่ง เมื่อถูกใช้งานมากจนโอเวอร์โหลดย่อมป่วยไข้เป็นธรรมดา ถึงเวลาก็ต้องไปหาหมอ ต้องรักษากันไปตามสภาพของโรค ต้องบำรุงร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงมีสารอาหารครบหมู่ โด๊ปอาหารเสริมกินวิตามินเพื่อความเจริญเติบโตและแข็งแรงมีอายุต่อไปนานๆ แต่ถ้าป่วยแล้วไม่รักษาไม่ฟื้นฟูตัวเองก็ต้องปล่อยให้สิ้นชีวิตสถานเดียว

 

หลุมทดลองเพื่อการเรียนรู้เรื่องดิน

 

 


ตอนนี้กรมพัฒนาที่ดินก็เลยจัดการปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ 3 แนวทางด้วยกัน ได้แก่


1.กำหนดเขตการใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจ นำร่องด้วยพืช 6 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และปาล์มน้ำมัน โดยใช้ข้อมูลความเหมาะสมทางกายภาพของดิน สภาพเศรษฐกิจและสังคม และสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ จัดทำเป็นแผนที่ซึ่งจัดแบ่งพื้นที่ดินออกเป็นพื้นที่เหมาะสมมาก พื้นที่เหมาะสมปานกลาง พื้นที่เหมาะสมน้อย และพื้นที่ไม่เหมาะสม


2.ใช้เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ พด.(จุลินทรีย์เป็นตัวช่วยปรับปรุงบำรุงดิน) และนวัตกรรมความรู้ต่างๆ ซึ่งถือเป็นสินค้าที่กรมพัฒนาที่ดินมีอยู่


3.ใช้เครือข่ายหมอดินอาสาที่พัฒนาให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง

 

 

ชุดเครื่องมือทดสอบดิน

 

 


ทั้งหมดนั่นเป็นการแก้ปัญหาแบบกรมพัฒนาที่ดินที่ไม่ใช่การอัดปุ๋ยลงไปในดินอย่างเดียว แต่เน้นมาตรการปรับปรุงบำรุงดินอย่างมีหลักวิชาของการอนุรักษ์ดิน น้ำ และการใช้เทคโนโลยีชีวภาพทางดินมาช่วยฟื้นฟู


....

 


สรุปง่ายๆแบบภาษาชาวบ้านก็คือ


เกษตรกรทั่วประเทศโปรดทราบ.... หากท่านมีปัญหาเรื่องดินในพื้นที่ทำกินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินกรด ฯลฯ ท่านอย่าเพิ่งแก้ปัญหาด้วยการอัดสารเคมีใดๆลงไปในดิน แต่ขอให้เดินไปหาสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดหรืออำเภอที่มีอยู่ทั่วประเทศ ไปขอคำแนะนำและถามหาผลิตภัณฑ์ พ.ด.ซึ่งมีแจกให้ฟรีๆ


ขอย้ำอีกครั้งว่าฟรี และมีเพียงพอแจกให้ทุกคน! ไม่ต้องเกรงใจที่จะขอ เพราะเป็นงบประมาณจากภาษีของพวกเราอยู่แล้ว


ได้พ.ด.มาแล้วหากยังใช้ไม่เป็นก็ให้ถามหา “หมอดินอาสา” ที่ตอนนี้มีอยู่มากมาย


ถ้าทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่ได้ผล ก็เลิกเป็นเกษตรกรกันเสียเถอะค่ะ

 

 









น้ำตาดอกไม้
คองเซียร์จมือโปร ไฮโซสุดแสบ
หนีกรุง...ไปปรุงฝัน ที่เขาใหญ่
ด้วยรักและศรัทธา : อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม บางแพ ราชบุรี
เล่นกับเซรามิก ที่เซร่า รีสอร์ท
นกแอ่นตุ้ง
ประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อ : เรื่องราวที่ซ้อนทับ กับ ดาวรุ่งวิเสทแห่งเมืองจีน

คนขับรถรู้ยัง? จร.นำร่องใช้"กล้อง-มือถือ"ถ่าย ส่งใบสั่งทางไปรษณีย์ถึงบ้าน เริ่มแล้วบางพื้นที่
ว่อนเน็ต! คลิปอ้างรับน้องโหด รุมเตะไม่ยั้ง (ดูคลิป)
คำ ผกา : วับๆ แวมๆ สมัย
แบงก์กรุงไทยให้กู้สูงสุด 1 ล้านบาท ไม่ต้องมีหลักประกัน
"พุทธะอิสระ" ขึ้นศาลแพ่งไกล่เกลี่ย ธ.ก.ส.ไม่จบปมเงินจำนำข้าวชาวนานัดใหม่ 18 ก.ย.นี้
"เพชร อิทธิ" ผู้ชายของ "พิ้งกี้" ว่าที่เจ้าบ่าว ทายาทเจ้าของที่ดินรายใหญ่ เมืองพัทยา
แล้งจัด!สันดอนทรายโผล่กลางเจ้าพระยา 1 กม. ลงไปเดินเล่นได้
อดีตส.ส.ปชป.ท้วงเละ! แผนสร้างรถไฟทางคู่ ต้นทุนรถไฟความเร็วสูง แต่ได้รถไฟความเร็วต่ำ!
ย้อนรอยศึกชิงมรดกเลือด ตระกูล“ธรรมวัฒนะ”
เตรียมสละโสดอีกราย "พิ้งกี้" ประกาศ วิวาห์ "นักธุรกิจอสังหาฯ ปลายปีนี้!
สาวป.โท ผู้เสียหาย ถูกพนง.รถไฟข่มขืนเมื่อ 13 ปีก่อน เขียนจม.เปิดผนึกถึงหน.คสช.-ร.ฟ.ท.
อีกหนึ่งด็อกเตอร์สถาปัตย์ จุฬาฯ โพสต์ ในระบอบปชต. พลเมืองมีสิทธิเลือกตั้งเท่าเทียมกัน
ชมภาพ สวีทหวาน มัลลิกา กับ ชายผู้โชคดี ก่อนลั่นระฆังวิวาห์ 30 สิงหาคม นี้
แฟนานุแฟนทุกฝ่าย ห้ามพลาด!!! จม.จาก "ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์" ถึง "นงนุช สิงหเดชะ"
จากใจ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" กรณีจำนำข้าว ถึงอดีตนักการเมืองคนหนึ่งและคอลัมนิสต์รายหนึ่ง