จับเข่า′ชินทาโร่ ฮาร่า′ หนทางสู่...สันติภาพใต้

วันที่ 07 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:32:46 น.




 

 

 


ก่อนการหารือสันติภาพ ระหว่างตัวแทนฝ่ายไทยกับขบวนการในภาคใต้ เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา

ตัวแทนบีอาร์เอ็น นายฮัสซัน ตอยิบ ได้เสนอข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ของขบวนการต่อทางการไทย โดยทำเป็นคลิปเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบ

และมีการแปลเป็นภาษาไทย โดย นายชินทาโร่ ฮาร่า อาจารย์ประจำภาควิชาภาษามลายู มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ก่อนหน้านั้น เมื่อเกิดเหตุมือมืดติดป้ายผ้าข้อความภาษามลายูไปทั่วพื้นที่ 3 จังหวัด สื่อต่างๆ เสนอข่าวว่าเป็นข้อความคัดค้านการเจรจา

นายฮาร่าได้แปลข้อความ และระบุว่า เป็นข้อความที่ระบุถึงการเรียกร้องของกลุ่มเคลื่อนไหวในภาคใต้

นายฮาร่าสนใจปัญหาชายแดนภาคใต้ และติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ในฐานะนักวิชาการ

"มติชน" ได้สัมภาษณ์พิเศษนายฮาร่าเกี่ยวกับการพูดคุยเพื่อสันติภาพ เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ดังนี้

โดยนายฮาร่ามองสภาพทั่วๆ ไปของการพูดคุยครั้งนี้ว่า

แม้ว่าการพูดคุยระหว่างรัฐไทยกับขบวนการบีอาร์เอ็น จะยังไม่มีข้อตกลงใดๆ ในการพูดคุยครั้งล่าสุด แต่ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี หนึ่งในตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาลไทยได้อธิบายว่า บรรยากาศในการพูดคุยยังเอื้อต่อการสร้างบรรยากาศที่ดี

ผมเห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะสำหรับขั้นตอนนี้ การยื่นหรือพิจารณาเงื่อนไขไม่ใช่เรื่องหลัก แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพูดคุยและการเจรจาในขั้นตอนต่อไป ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ขณะเดียวกันฝ่ายบีอาร์เอ็นก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยยอมเปิดตัวทางยูทูบ และขยายคนและกลุ่มที่เข้าประชุมเรื่อยๆ เช่น กลุ่มเยาวชน ตรงนี้บ่งบอกถึงเจตนารมณ์ขององค์กรที่จะเป็นตัวแทนของชาวมลายูปาตานีแท้

ที่สำคัญ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจอกันอีกครั้งในเวลาอันเหมาะสม หลังจากนี้ประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง ไม่ใช่เดือนหนึ่งตามที่เคยนัดมา

ฝ่ายไทยสามารถพิจารณาข้อเรียกร้องจากฝ่ายบีอาร์เอ็นได้อย่างรอบคอบ และฝ่ายมาเลเซียซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกสามารถเตรียมตัวอย่างเต็มที่หลังจากผ่านศึกเลือกตั้ง ด้วยเหตุนี้ ผมเห็นว่าการพูดคุยครั้งนี้มีความคืบหน้าก้าวหนึ่ง

มาเลเซียเป็นประเทศที่มีคุณสมบัติมากที่สุดประเทศหนึ่ง ในบทบาทการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในกระบวนการสันติภาพ เนื่องจากประเทศมาเลเซียมีชายแดนติดกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีข้อมูลและความเข้าใจในเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างดี

นอกจากนี้ ประเทศมาเลเซียสามารถกดดันทั้งสองฝ่ายเพื่อดำเนินการเจรจา

ตอนนี้ประเทศมาเลเซียยังไม่แสดงท่าทีใดๆ ต่อข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็น ที่ให้มีตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน องค์กรโอไอซี และกลุ่มเอ็นจีโอเป็นประจักษ์พยานในการเจรจา เพื่อให้กระบวนการสันติภาพมีความโปร่งใส

แต่ถ้าทั้งสองฝ่าย คือ รัฐไทยกับบีอาร์เอ็นเห็นด้วย ผมคิดว่ามาเลเซียไม่น่าจะปฏิเสธ ซึ่งจากข้อเรียกร้องเหล่านี้ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าฝ่ายบีอาร์เอ็นมีความประสงค์ที่จะดำเนินกระบวนการสันติภาพอย่างเปิดเผย ไม่ใช่การเจรจาแบบใต้โต๊ะเหมือนก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ

@ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็น "ตัวแทนประชาชน" สามารถประเมินได้อย่างไรว่าฝ่ายใดเป็น "ตัวแทนประชาชน"

เรื่องนี้ไม่น่าจะประเมินได้ เนื่องจากฝ่ายรัฐไม่น่าจะยอมให้ฝ่ายใดดำเนินการสำรวจ ถึงแม้ว่าอาจจะมีการสำรวจก็ตาม คนในพื้นที่ไม่น่าจะให้คำตอบที่อันตรายต่อความปลอดภัยของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็น สะท้อนความต้องการของคนในพื้นที่บางเรื่องด้วย

คนในพื้นที่ประสบปัญหาจากการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แต่ตามข้อมูลจากศูนย์ทนายความ กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของคดีความมั่นคงถูกยกฟ้อง

ส่วนฝ่ายบีอาร์เอ็นเรียกร้องให้ปล่อยผู้ที่ถูกควบคุมตัวเนื่องมาจากคดีความมั่นคง และเรียกร้องยกเลิกหมายจับทั้งหมดด้วย เหตุผลเหล่านี้ทำให้เราสันนิษฐานได้ว่าบีอาร์เอ็นเป็นองค์กรที่ตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ แต่คนในพื้นที่เองไม่กล้าแสดงออก เพราะต้องใช้ชีวิตภายใต้กฎหมายพิเศษทั้งสามฉบับ ลองสังเกตกรณี

มะรอโซ จันทราวดี เมื่อเขาตาย รัฐเรียกเขาว่าเป็นหัวหน้าโจร แต่สำหรับชาวบ้าน เขาเป็นวีรบุรุษนักต่อสู้ของชาวปาตานี มะรอโซเป็นสัญลักษณ์ของโลกทรรศน์ที่แตกต่าง

@ความรุนแรงที่ยังคงปรากฏอย่างต่อเนื่อง ทำให้บีอาร์เอ็นมักจะถูกตั้งคำถามว่าไม่มีความจริงใจ หรือไม่มีประสิทธิภาพจริงในการควบคุมฝ่ายปฏิบัติการในพื้นที่

เราต้องเข้าใจว่ากระบวนการสันติภาพยังไม่ถึงระดับขั้นตอน "การเจรจา" แต่ตอนนี้เรายังอยู่ในขั้นตอน "การพูดคุย" ฉะนั้น จึงไม่น่าจะมีการตกลงเงื่อนไขที่สำคัญ

คนมักจะถามว่า ทำไมบีอาร์เอ็นไม่ลดการใช้ความรุนแรง แต่กลับไม่ค่อยถามว่า ทำไมฝ่ายรัฐไม่ยกเลิกกฎหมายพิเศษ หรือไม่ถอนทหาร

ทั้งๆ ที่ข้อกำหนดของกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจเกือบทุกอย่างให้แก่เจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เคยยอมรับผิดและไม่เคยได้รับบทลงโทษใดๆ

นี่คือสถานการณ์ที่คนในสามจังหวัดต้องใช้ชีวิต สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญเท่ากัน

ส่วนคำถามที่ว่า แกนนำที่เข้ามาในการพูดคุยสามารถควบคุมการปฏิบัติการของนักรบในพื้นที่ได้หรือไม่ ตามข้อมูลจากฝ่ายทหาร ขบวนการมีโครงสร้างและสายบัญชาการชัดเจน ฉะนั้น ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องนี้ แต่ไม่ต้องถามว่า อุสตาซ "ฮัสซัน ตอยิบ" มีอำนาจในบัญชาการทหารหรือเปล่า เพราะการที่อุสตาซฮัสซัน ไม่มีอำนาจในเรื่องนี้

ก็เช่นเดียวกับคุณภราดร (พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ) หรือคุณทวี (พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ไม่มีอำนาจในเรื่องนี้เช่นกัน

@บีอาร์เอ็นเรียกรัฐไทยว่า "นักล่าอาณานิคมสยาม" รวมถึงกรณีป้ายผ้าระบุข้อความว่า "สันติภาพจะไม่เกิดขึ้น ตราบที่ความเป็นเจ้าของยังไม่ได้รับการยอมรับ" ชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยยังขาดความเข้าใจความขัดแย้งครั้งนี้ในเชิงประวัติศาสตร์

ดร.วรวิทย์ บารู ส.ว.ปัตตานี เคยอธิบายว่า เมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของปาตานีในภาษามลายู ไม่ว่าจะเป็นที่มาเลเซียหรือที่อินโดนีเซียก็ตาม รัฐสยาม/ไทย มักจะถูกเรียกด้วยคำว่า "penjajah" (นักล่าอาณานิคมหรือพวกจักรพรรดินิยม)

เพราะฉะนั้น การใช้คำนี้ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ของแกนนำบีอาร์เอ็น แต่เป็นการใช้คำธรรมดาในภาษามลายู

ทั้งนี้ ปฏิกิริยาของสังคมไทย ไม่ใช่แค่บ่งบอกถึงการขาดความเข้าใจของสังคมไทยในเรื่องประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงโลกทรรศน์ที่แตกต่างกันด้วย

สังคมไทยไม่จำเป็นต้องยอมรับหรือเห็นด้วยกับประวัติศาสตร์ฉบับที่ถือว่ารัฐสยาม/ไทย เป็นนักล่าอาณานิคม

แต่ต้องยอมรับว่ามีคนที่ยึดถือประวัติศาสตร์ฉบับนี้ และแง่มุมประวัติศาสตร์เช่นนี้ไม่ใช่ของชาวมลายูปาตานีเท่านั้น แต่เป็นของประเทศที่ใช้ภาษามลายูอื่นๆ ด้วย

โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย ฉะนั้น การยอมรับคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันนั้น ไม่ได้มีความสำคัญในกระบวนการสันติภาพเท่านั้น แต่เป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการต้อนรับประชาคมอาเซียน

@คิดว่าภาคประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ในฐานะ safety net มีความแข็งแรงมากพอที่จะโอบอุ้มกระบวนการสันติภาพในครั้งนี้ แล้วหรือยัง

ผมรู้สึกว่า safety net ยังเปราะบางมาก จำเป็นต้องให้มันแข็งแรงขึ้นเพื่อทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แนวทางแก้ไขก็มีหลายอย่าง รวมถึงการจัดเสวนา การพูดคุย การกระจายข้อมูล และการสร้างเครือข่ายประชาสังคม

ในเรื่องนี้ เราไม่จำเป็นต้องมีอุดมการณ์หรือทัศนคติเดียวกัน แต่ต้องมีเป้าหมายเดียวกันคือ ให้กระบวนการสันติภาพประสบความสำเร็จ

กระบวนการสันติภาพจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนมีส่วนรวมในกระบวนการสันติภาพแค่ไหน ยิ่งประชาชนมีส่วนรวม กระบวนการจะสะท้อนความต้องการของประชาชน

และยิ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะประสบความสำเร็จ









รบ.พม่าจ่อเข้มงวดขอใบอนุญาตนำเข้ารถ แก้ปัญหาสินค้าตกค้างที่ท่าเรือ
′ประวิทย์′เปิดกอล์ฟเอเชี่ยนทัวร์′ดูไบ โอเพ่น′สุดยอด ตามฝูงแค่สโตรกเดียว
"กระต่าย แม็กซิม" โชว์อกตูม 50 สาวเซ็กซี่ มีแค่สายเอี๊ยมปิด !!
โหรดังทำนาย "พล.อ.ประยุทธ์" ดวงดีจนถึงปี 2561 เตือนสองช่วงดาวดับปีหน้า !!
ดร.ดำรงค์ ชลสุข : กุญแจแห่งความสำเร็จ ในการนำค่านิยมหลักสู่การปฏิบัติจริง
ไม่รู้ กรั๊บ ! หยุ่น ปฎิเสธ ไม่รู้เห็น หุ้นปรับตัวสูงขึ้น หลังโซลูชั่นซื้อหุ้นเนชั่น 12 % พันล้าน
เลขาฯยูเอ็นเยือนแหล่งอีโบลา
เลือกตั้งปธน. หัวข้อการค้นหายอดฮิตประจำปีของกูเกิลอินโดนีเซีย
ไนจีเรียประหาร 54 ทหาร ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งผู้บังคับบัญชา
ปาเลสไตน์เสนอร่างแผนสันติภาพกรณีความขัดแย้งอิสราเอล
อ่านด่วน! "สถานทูตไทย ณ กรุงโตเกียว" แบ่งปัน 10 ข้อควรรู้เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น
"ชูวิทย์" โพสต์เตือนคนซื้อบ้าน ให้ระวัง "แบงก์สีเขียวๆ" ให้ดี!
(ทำไม?) นักวิชาการเชียร์ เลือกตั้งแบบเยอรมนี
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก : ข้าว น้ำ สายลม และแสงแดด ในสยามเมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว
ตรรกะพิสดาร โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
พริตตี้ : สวย-น่ารัก-เซ็กซี่ ในงาน Motor Expo 2014 โดยเช็คราคา.คอม
รวมโปรโมชั่นเด็ดก่อน Motor Expo 2014 โดย เช็คราคา.คอม
พริตตี้ : สวย-น่ารัก-เซ็กซี่ ในงาน Motor Expo 2014 โดยเช็คราคา.คอม
รวมโปรโมชั่นเด็ดก่อน Motor Expo 2014 โดย เช็คราคา.คอม