ลุยพัฒนาแนวไฮสปีดเทรนเชิงพาณิชย์ "ชัชชาติ"สั่งสนข.หารือธนารักษ์ เล็งให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุน

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 11:35:06 น.




 

คมนาคมผนึกคลังสร้างมูลค่าเพิ่มที่ดินแนวไฮสปีดเทรนเชิงพาณิชย์ ส่งบริษัทที่ปรึกษาสำรวจ 3 เส้นทางหลัก นครราชสีมา-พิษณุโลก-หัวหิน ยัน"กิตติรัตน์" ไฟเขียว 1 เดือนได้ข้อสรุป

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หารือกับนายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่อยู่ตามแนวเส้นทางที่จะก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เป็นเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินของรัฐมากขึ้น เบื้องต้นนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นชอบในหลักการที่จะให้ดำเนินการแล้ว คาดว่าใน 1 เดือนนับจากนี้จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

นายชัชชาติกล่าวว่า พื้นที่ของกรมธนารักษ์ในปัจจุบันมีว่างอยู่จำนวนมาก และบางส่วนเป็นเขตทหาร เช่น บริเวณอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดพิษณุโลก เป็นต้น โดยการพิจารณาเลือกที่ดินจะต้องพิจารณาพื้นที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งอาจจะพิจารณาความเหมาะสมให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้ลงทุนด้วย ส่วนรัฐจะได้ประโยชน์จากการคิดค่าเช่าที่ดินที่จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

นายชัชชาติกล่าวว่า ปัจจุบันทางบริษัทที่ปรึกษาได้ลงพื้นที่สำรวจที่ดินราชพัสดุที่มีความเป็นไปได้ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงสาย กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-พิษณุโลก และกรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งเป็น 3 เส้นทางแรกที่จะดำเนินการแล้ว หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่ามีพื้นที่ใดเหมาะสม ก็อาจจะปรับแนวเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงให้สอดคล้องกันด้วย ส่วนแนวคิดที่จะให้คิดส่วนแบ่งจากมูลค่าเพิ่มของที่ดินที่อยู่ตามแนวเขตทางของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง เพื่อนำมาใช้เป็นเงินในการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้น ถือว่ามีความเป็นไปได้ ซึ่งรายได้ดังกล่าวอาจจะนำส่งรัฐบาลในลักษณะของภาษี เพื่อให้รัฐบาลนำไปจ่ายคืนเงินกู้ค่าก่อสร้างโครงการและขยายเส้นทางในอนาคต

นายชัชชาติกล่าวว่า ล่าสุดได้มีการประเมินความเป็นไปได้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หนองคาย พบว่าผลตอบแทนการลงทุนทั้ง 2 เส้นทางมีความใกล้เคียงกันมาก โดยเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มีปริมาณผู้โดยสารสูงกว่าเล็กน้อย ในขณะที่ผลการศึกษาเมื่อปี 2553 พบว่า ต้นทุนเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สูงผิดปกติ เนื่องจากคำนวณต้นทุนการลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงด้วย

 

 

 

(ที่มา:มติชนรายวัน 20 พ.ค.2556)




นักเศรษฐศาสตร์ถาม"ช็อปช่วยชาติ-รถคันแรก"ต่างกันตรงไหน? เตือนปชช. อย่าคิดสั้นๆ
เปิดแนวเวนคืน...ทุกทิศทั่วไทย
′การบินไทย′ ประกาศขายสำนักงานและบ้านพักทั้งในและตปท. 19แห่ง
ข่าวนี้ต้องอ่าน2ครั้ง! ปตท.เปิดร้านขาย′ก๋วยเตี๋ยวเรือ′ ปูพรม10สาขารวด
เช็กให้ไว! 10อันดับธุรกิจดาวเด่น-ดาวร่วง ปี′59
test