ละเว้นหน้าที่ ตั้ง กก.สอบ วินัยร้ายแรง"ชินภัทร" สอบฉาว! พบอีก 104 ครู คะแนนพิรุธ

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 14:51:51 น.




ความคืบหน้าจากกรณีที่นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมเสนอนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เกี่ยวกับผลสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ชุดที่นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. เป็นประธาน ที่เสนอให้สอบสวนทางวินัยร้ายแรงผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 4 ราย ประกอบด้วยนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายไกร เกษทัน อดีตผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร สพฐ. และนายสุเทพ ชิตยวงษ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. และอดีตผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ราชการเสียหาย พร้อมทั้งเตรียมเสนอให้โยกย้ายผู้บริหาร สพฐ.บางคนออกจากตำแหน่งระหว่างถูกสอบสวนวินัยร้ายแรงด้วยนั้น

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นายเสริมศักดิ์เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้หารือและเสนอให้นายพงศ์เทพตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงนายชินภัทรเพียงคนเดียวก่อน ฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบราชการ และปกปิดข้อความที่เป็นจริง ทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนนายอนันต์และนายสุเทพเสนอให้สอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว และสำหรับกรณีนายไกร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการสอบโดยตรง แต่ไม่ใช่ผู้สั่งการ จึงยังไม่สามารถดำเนินการสอบสวนทางวินัยได้ แต่จะเกี่ยวข้องกับคดีอาญาต่อไป อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนหลังจากนั้นต้องดูว่าควรจะโยกย้ายบุคคลทั้ง 4 คนอย่างไรบ้างหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายพงศ์เทพ แต่โดยหลักการถ้าตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงแล้ว จะต้องพิจารณาว่าหากผู้ถูกสอบสวนวินัยยังอยู่ในตำแหน่งจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือไม่ หากจะให้ยุติธรรมก็ควรให้ย้ายออกไปก่อน เพื่อให้เกิดความสบายใจกับกรรมการสอบสวน ซึ่งที่ผ่านมาจะมี 2 แนวทางคือ จะให้ย้ายขาด หรือย้ายไปช่วยราชการโดยไม่ตัดขาดจากสังกัดเดิม นอกจากนี้ ในผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนที่ออกมายังมีการเสนอให้สอบสวนคนที่เกี่ยวข้องบางคนเพิ่มเติมด้วย

นายชินภัทรกล่าวว่า เมื่อเป็นข้าราชการก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ ยิ่งหน่วยงานขนาดใหญ่อย่าง สพฐ.มีคนจำนวนมาก และมีสายบังคับบัญชามาก ก็อาจมีความเสี่ยงในทุกๆ เรื่องที่ทำ ฉะนั้นก็เป็นธรรมดาที่หน่วยงานขนาดใหญ่จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้บ้าง ซึ่งก็มีระเบียบแบบแผน รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว คิดว่าควรจะต้องพิจารณาความรับผิดชอบต่างๆ ในองค์กร แต่หากมาเหมารวมทุกเรื่อง ต่อไปคนที่จะมาบริหารองค์กรขนาดใหญ่แบบนี้ก็ย่อมมีความหนักใจ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการพิจารณาตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงนั้น เป็นเรื่องของผู้มีส่วนรับผิดชอบจะตัดสิน

นายชินภัทรยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์การสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครู ในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีทั่วไป ประจำปี 2556 ว่า ได้หารือเกี่ยวกับการสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ โดย สพฐ.ในฐานะต้นสังกัดได้วางระบบการสอบแข่งขันครั้งนี้เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งการดำเนินการได้แบ่งคณะกรรมการออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.คณะกรรมการอำนวยการกลาง มีหน้าที่กำหนดนโยบายและแนวทาง และทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ 2.คณะกรรมการประจำศูนย์ปฏิบัติการสอบแข่งขัน มีผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ.เป็นประธาน มีหน้าที่ประสานงานกับเขตพื้นที่การศึกษาที่เปิดสอบ และรายงานคณะกรรมการการอำนวยการกลาง และ 3.คณะกรรมการติดตามสถานการณ์การสอบแข่งขันใน 79 เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 79 คณะ จะทำหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังและดูความเคลื่อนไหว รวมทั้งความพร้อมของแต่ละเขตพื้นที่ฯที่เปิดสอบว่าได้วางมาตรการต่างๆ รัดกุมหรือไม่ ถือว่าคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นหูเป็นตาแทน สพฐ.

"ในหลักเกณฑ์การสอบครั้งใหม่นี้ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้กำหนดในข้อที่ 7 ให้ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากสมัคร 2 แห่งจะถูกตัดสิทธิเข้าสอบ ซึ่ง สพฐ.ได้ตั้งคณะกรรมการส่วนกลางตรวจสอบ หากพบรายชื่อสมัครซ้ำซ้อนกัน สพฐ.จะแจ้งให้เขตพื้นที่ฯทราบ และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป สำหรับกรณีมีผู้สมัครหลายคนไปขอถอนชื่อออกจากอีกเขตพื้นที่ฯหนึ่ง เพราะสมัครสอบ 2 เขตนั้น ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งนายชูชาติ ทรัพย์มาก ที่ปรึกษา สพฐ.ให้ความเห็นว่า โดยหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ.ไม่ได้กำหนดให้ถอนชื่อในการสมัคร ดังนั้น เมื่อแนวปฏิบัติเกิดปัญหาในการตีความ ก็ต้องเสนอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาต่อไป" นายชินภัทรกล่าว

นายชอบ ลีชอ ประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลการสอบครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ครั้งที่ผ่านมา กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์คะแนนกลุ่มที่สอบได้คะแนนสูง 80-90% จำนวน 104 ราย และพบว่าทำข้อสอบในข้อ 34 ผิดเช่นกัน โดยเลือกคำตอบข้อ ก เช่นเดียวกับกลุ่ม 344 คน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งเรื่องให้เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขต ดำเนินการเพิกถอนการบรรจุแล้ว เนื่องจากเห็นว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตการสอบ ซึ่งในกลุ่ม 104 รายหลังนี้จากการวิเคราะห์เบื้องต้นค่อนข้างชัดเจนว่ามีความผิดปกติ และเข้าข่ายการทุจริตการสอบเช่นเดียวกัน แต่เพื่อความรอบคอบกำลังตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง และจะเสนอนายเสริมศักดิ์ รวมทั้งส่งข้อมูลให้ดีเอสไอในเร็วๆ นี้ ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับดีเอสไอว่าจะดำเนินการเสนอให้เขตพื้นที่ฯพิจารณาเพิกถอนเช่นเดียวกับกรณี 344 รายหรือไม่

"นอกจากกรณี 104 รายนี้แล้ว อาจจะต้องตรวจสอบต่อในกรณีผู้สอบที่ไม่ได้อยู่ใน 2 กลุ่มนี้ แต่มีคะแนนสูง เช่น บางคนได้คะแนนเต็มใน 2 วิชา จากทั้งหมด 4 วิชา แต่อีกวิชาได้ศูนย์คะแนน เป็นต้น เพราะจากข้อมูลของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดของนายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธาน พบว่ามีคนที่สอบได้คะแนนสูงผิดปกติถึงจำนวนกว่า 500 คน ฉะนั้น จึงยังเหลือกลุ่มที่คะแนนสูงผิดปกติที่จะต้องตรวจสอบต่อไป" นายชอบกล่าว

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดี คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเริ่มทยอยออกหนังสือเรียกครูผู้ช่วย 344 ราย ใน 119 เขตพื้นที่ฯที่พบพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตการสอบ โดยทำข้อสอบผิดในข้อ 34 เหมือนกัน ทั้งที่เป็นคำถามค่อนข้างง่าย และมีผลคะแนนสอบสูงผิดปกติ มาสอบปากคำ โดยกลุ่มแรกอยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ใน จ.นครราชสีมา รวม

จำนวน 48 คน นอกจากนี้ ได้รับการประสานงานจากนายชอบเตรียมส่งรายชื่อผู้เข้าสอบอีกจำนวน 104 ราย มาให้ดีเอสไอตรวจสอบความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบในลักษณะใดหรือไม่ ซึ่งทางนายชอบจะเป็นผู้ใช้ทฤษฎีวิเคราะห์นำมาประกอบข้อมูลเพื่อส่งให้ดีเอสไอ ทั้งนี้ ดีเอสไอจะเรียกบุคคลทั้ง 2 กลุ่มนี้มาสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

นายธานินทร์กล่าวถึงกรณีที่ทางเขตพื้นที่การศึกษาสงสัยว่า ทำไมดีเอสไอไม่ระบุให้ปลดหรือเพิกถอนการบรรจุครูผู้ช่วยทั้ง 344 ราย ว่าตามข้อเท็จจริงดีเอสไอไม่มีอำนาจหน้าที่สั่งปลด มีหน้าที่เพียงแค่บอกว่าจากการตรวจสอบการสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมาพบการทุจริตและเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต ตามพยานหลักฐานและการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้น จึงแจ้งไปยังเขตพื้นที่ฯให้ทราบ ส่วนเขตพื้นที่ฯจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายของ ศธ.อย่างไร เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องกับกฎหมายนั้นๆ ดีเอสไอจะดำเนินการในส่วนของคดีอาญาเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้สอบได้คะแนนสูงผิดปกติจำนวน 344 ราย ที่ดีเอสไอแจ้งรายชื่อไปยังแต่ละเขตพื้นที่ฯ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะมีคะแนนสูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมี 2 อย่างประกอบกัน คือคะแนนสูงผิดปกติ และตอบข้อ 34 ผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าภายหลังจากดีเอสไอส่งหนังสือถึง สพป.ใน จ.นครราชสีมา ทั้ง 7 เขตพื้นที่ฯ ว่ามีครูผู้ช่วยที่เข้าข่ายถูกปลดออกรวมจำนวน 48 รายนั้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง สพป.ใน จ.นครราชสีมา ทั้ง 7 เขต ปรากฏว่าทุกเขตได้รับหนังสือจากดีเอสไอแล้ว แต่ยังไม่มีเขตพื้นที่ฯใดสั่งเพิกถอนการบรรจุครูผู้ช่วยแม้แต่รายเดียว อย่างไรก็ตาม นายสมภพ ศักดิ์ดิษฐานนท์ ผู้อำนวยการ สพป.นครราชสีมา เขต 4 กล่าวว่า สพป.นครราชสีมา เขต 4 มีรายชื่อผู้สอบบรรจุครูผู้ช่วยที่ส่อทุจริตจำนวน 2 ราย พร้อมจะดำเนินการเพิกถอนการบรรจุ แต่ต้องรอหนังสือมติของ ก.ค.ศ.ที่แจ้งให้ดำเนินการเรื่องนี้ก่อน

ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 กล่าวว่า ภายหลังจากดีเอสไอส่งหนังสือให้ทาง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯใน จ.นครราชสีมา ทั้ง 7 เขตแล้ว ทั้งหมดได้หารือกันและตกลงว่าจะต้องเพิกถอนการบรรจุครูผู้ช่วยทั้ง 48 คน ตามที่ดีเอสไอระบุ แต่ให้เป็นไปตามกระบวนการที่ทาง ก.ค.ศ.กำหนดก่อน และล่าสุดยังไม่ปรากฏว่าผู้ที่มีรายชื่อทั้ง 48 ราย ชิงลาออกจากครูผู้ช่วยแต่อย่างใด

นายชูเกียรติ วิเศษเสนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 31 กล่าวว่า ในพื้นที่ สพม.เขต 31 มีครูผู้ช่วย 3 ราย ที่เพิ่งสอบบรรจุและแต่งตั้งเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยให้ปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา และหลังจากได้รับรายงานพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตการสอบจากดีเอสไอ ทาง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้เรียกตัวมาชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่พบข้อพิรุธสงสัยว่า ทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกันคือข้อ 34 ทั้งที่เป็นคำถามที่ค่อนข้างง่าย และมีผลคะแนนสอบสูงผิดปกติ ซึ่งครูผู้ช่วยทั้ง 3 คนได้ ปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบแต่อย่างใด ทั้งยืนยันถึงความบริสุทธิ์ และขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่สอนอยู่ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในวาระการประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯในเร็วๆ นี้ ในฐานะเลขานุการจะนำมติ ก.ค.ศ.ที่ได้ให้ความชัดเจนถึงอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯสามารถดำเนินการตามมาตรา 49 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ เนื่องจากมีการทุจริตการสอบ ถือว่าไม่เหมาะสมเป็นข้าราชการครู โดยให้ผู้มีอำนาจบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งก็คือผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งเพิกถอนให้ออกจากราชการ โดยจะนำเข้าหารือเพื่อขอมติ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯดำเนินการโดยชอบต่อไป

นายชูเกียรติยังกล่าวถึงการป้องกันการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งครูผู้ช่วยรอบใหม่ในสังกัด สพม.เขต 31 จำนวน 9 อัตรา ใน 9 สาขาวิชาเอก โดยมีผู้มีสิทธิสอบทั้งสิ้น 1,386 คน ใช้ข้อสอบของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา และใช้สนามสอบแข่งขันที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ว่าได้ลงนามแต่งตั้งบุคลากรให้หาข้อมูลทางลับเกี่ยวกับขบวนการที่อวดอ้างว่าวิ่งเต้นช่วยเหลือให้สอบได้ โดยเฝ้าระวังกลุ่มที่จัดกิจกรรมติวเตอร์ตามโรงแรม ที่พักต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งขณะนี้มีแต่เพียงเบาะแสเป็นคำพูดจาปากต่อปาก แต่ยังไม่มีมูลชัดเจน

นายกำจัด คงหนู ผู้อำนวยการ สพป.ปทุมธานี เขต 1 กล่าวว่า ใน สพป.ปทุมธานี เขต 1 ได้บรรจุครูผู้ช่วยกว่า 20 อัตรา ส่วนรายชื่อที่ดีเอสไอส่งมากล่าวโทษว่าเข้าข่ายทุจริตการสอบมี 3 ราย ทำให้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 30 (13) ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ส่งผลให้ผู้ที่มีอำนาจคือ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถสั่งให้ออกจากราชการได้ ดังนั้น ในสัปดาห์นี้จะประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เพื่อส่งเรื่องไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดำเนินการ โดยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาหาข้อยุติ ถ้าพบว่ากระทำผิดจริง ขอให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ ส่วนถ้าไม่มีมูลก็ให้ยุติเรื่อง ทั้งนี้ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนก็เพื่อความรอบคอบ ป้องกันการถูกฟ้อง








′วิษณุ′แจงรบ.ไม่มีอำนาจสอบการใช้งบ กสทช.เตรียมแก้กม.ทำให้โปร่งใส′ครูหยุย′แนะยุบทิ้ง
มาแล้ว! "อมรา" ลั่น ไม่เห็นด้วยอัยการศึก ชู3นิ้วเป็นสิทธิ ชี้ไม่หมดไปและจะกลับมาอีก
ชมคลิป สุดยอด! ญี่ปุ่นแปลงรถไฟใต้ดินเสร็จในชั่วข้ามคืน บ่งชี้ประสิทธิภาพองค์กร
"บิ๊กตู่"บอกเคยดูฮังเกอร์เกมส์ แค่ดราม่าไม่ใช่เรื่องจริง ชี้สื่อต้องหนุนรัฐบาลด้วย(ชมคลิป)
"วัชระ" ชี้นศ.ชู3นิ้ว ไม่ผิดกฎหมาย สงบสันติ อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ
เชื่อมแอร์พอร์ตลิงก์3สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา "ประจิน"ตั้งทีมศึกษาออกแบบ
ถล่มทลาย!!อัยการทั่วประเทศเทคะแนนเกินครึ่ง เลือก"อรรถพล ใหญ่สว่าง"อดีตอสส. เป็นก.อ.ทรงคุณวุฒิ
"สมคิด"บินดูบอลที่อังกฤษ นำมาใช้ประโยชน์ฟุตบอลเพณีฯ ตั้ง"นครินทร์"รักษาราชการแทนรักษาราชการแทนอธิการ
ด่วน! เจ้าหน้าที่คุม สาวข้ามเพศ ชู3นิ้ว ดูฮังเกอร์เกมสอบที่ค่ายทหาร ยังไม่มีทนาย
′แม้ว′รอดู-′ปู′โล่ง พ้นการเมือง บอกเป็นช่วงเวลาเวตแอนด์ซี ขอพท.อย่าตีกันเองก็พอ
โดนสุดๆ-ฮากระจุย! ไปฟัง! มนุษย์ฝรั่งพูดถึงเมืองไทย กับ การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ
โซเชียลแชร์คลิป อ้างเป็นเด็กสาวที่กำลังโด่งดังในโซเชียลมีเดีย กับ เพื่อนชายคนสนิท
สาวโวยแอร์โฮสเตสลั่นเครื่อง! "หนังหน้าเขาหนาอย่างกับหนังขาดิฉันเลยค่ะ" เหตุทำแขนเป็นรอย!(ชมคลิป)
ย้ายฟ้าผ่า ! "สมยศ"ลงนามกลางดึก สั่งด่วน"พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" นั่ง ศปก.ตร.พร้อม "โกวิทย์"
น้ำตาซึม พ่อเขียนจดหมายถึงลูกรัก แต่ส่งไม่ถึงมือ อ่านแล้วสะเทือนหัวใจ!