ขึ้นบัญชีดำ-ห้ามสอน หมดสิทธิเป็นครูตลอดชีวิต ศธ.จัดหนัก 344 ครูผู้ช่วย

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09:30:07 น.




มติชน 24 พ.ค. 2556


ยึดหลักฐาน - นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รองผู้บัญชาการสำนักคดีอาญา 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าค้นบ้านเลขที่ 340 หมู่ที่ 1 ต.โพนทอง อ.เมืองชัยภูมิ ของนายประจักษ์ คงแหลม หัวหน้าส่วนโยธา อบต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว ยึดหลักฐานทุจริตสอบครูผู้ช่วย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม

′ก.ค.ศ.′เล็งขึ้นบัญชีดำ 344 รายส่อโกง ห้ามสมัครสอบบรรจุ ขรก.ครูตลอดชีวิต ทั้งถูกเพิกถอนใบอนุญาต หมดสิทธิเป็นครู ร.ร.รัฐ-เอกชน ขณะที่หลายเขตพื้นที่ฯจ่อให้ออก ′ครูผู้ช่วย′ส่อทุจริต ′อ.ก.ค.ศ.ขอนแก่น เขต 3′ ประเดิมแจ้ง ผอ.ร.ร.สั่งลงโทษแล้ว 1 ราย

นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำหมายค้นของศาลจังหวัดชัยภูมิ ที่ 82/2556 เข้าตรวจค้นบ้านชั้นเดียว เลขที่ 340 หมู่บ้านอรวรรณคันทรี หมู่ 1 ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ของนายประจักษ์ คงแหลม หัวหน้าส่วนงานโยธา องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ หลังจากที่ดีเอสไอพบพยานหลักฐานว่า นายประจักษ์ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อครั้งที่ผ่านมา แต่ไม่พบนายประจักษ์อยู่ภายในบ้านพัก มีเพียงนายถนอมศักดิ์ ตรีสารศรี น้องภรรยา และบุตรชาย เจ้าหน้าที่จึงให้เป็นผู้นำตรวจค้น

นายธานินทร์กล่าวว่า ดีเอสไอสืบสวนทราบว่าบ้านพักหลังดังกล่าวเป็นของนายประจักษ์ ซึ่งต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย โดยกล่าวหาว่าติดต่อกลุ่มบุุคคลที่ต้องการสอบบรรจุครูผู้ช่วย และได้ติดต่อเปิดรีสอร์ตพา

กลุ่มผู้เข้าสอบไปอธิบายวิธีการสอบ ซึ่งมี 2 วิธี คือการใช้โทรศัพท์มือถือ และการท่องจำเฉลยข้อสอบ โดยนายประจักษ์เป็นผู้สอนการใช้เครื่องโทรศัพท์มือถือ และนำโทรศัพท์มือถือโนเกียไปมอบให้กลุ่มเป้าหมาย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมหลักฐานไปขอศาลอนุมัติหมายค้นดังกล่าว นอกจากนี้ ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้นายประจักษ์เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 น. ที่ดีเอสไอ ถ้าไม่ไปตามกำหนดอาจจะออกหมายจับต่อไป

"ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ พบมีผู้สอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้มีคะแนนสูงผิดปกติจำนวน 15 ราย แบ่งเป็นในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1 จำนวน 7 ราย, เขต 2 จำนวน 2 ราย และเขต 3 จำนวน 6 ราย จากนี้ไป

ดีเอสไอจะออกหมายเรียกทั้ง 15 ราย มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอีกครั้งว่า จะเข้าข่ายกระทำผิดเป็นผู้สนับสนุนให้นายประจักษ์กระทำการทุจริตการสอบในครั้งนี้หรือไม่" นายธานินทร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจค้นภายในบ้านพักของนายประจักษ์พบอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ 17 ชุด ปลั๊กต่อ 6 อัน หม้อแปลงไฟ 5 อัน สมุดบันทึกรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ 1 เล่ม และเอกสารจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายธานินทร์เดินทางไปยัง อบต.วังตะเฆ่ พบกับนายจิรโชค คุณอุดม ปลัด อบต.วังตะเฆ่ ผู้บังคับบัญชาของนายประจักษ์ เพื่อสอบถามเบื้องต้นและฝากหมายเรียกไว้ให้กับนายประจักษ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณห้องทำงานของนายประจักษ์ ไม่พบตัวนายประจักษ์ โดยเจ้าหน้าที่พบเพียงโต๊ะทำงานและป้ายชื่อ จากการสอบถามเจ้าหน้า อบต.ทราบว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายประจักษ์เข้ามาทำงานตามปกติ แต่วันนี้ยังไม่เห็นเดินทางมาทำงาน และไม่ได้แจ้งลางาน นอกจากนี้ นายธานินทร์ได้สอบถามนายจิรโชคว่า พบความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายประจักษ์หรือไม่ ซึ่งนายจิรโชคแจ้งว่า ไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนายประจักษ์ แต่ปกติแล้วนายประจักษ์จะเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์บ่อยครั้ง และไม่ค่อยรับสายเบอร์แปลก ทั้งนี้ ระหว่างพูดคุยนายธานินทร์ได้ขอให้นายจิรโชคโทรศัพท์ติดต่อนายประจักษ์ ซึ่งรับสาย แต่ปลายสายปฏิเสธว่าไม่ใช่นายประจักษ์ อย่างไรก็ตาม นายจิรโชคระบุว่านายประจักษ์ไม่มีพฤติกรรมใช้เงินฟุ่มเฟือยผิดปกติ โดยยังคงใช้รถคันเดิม และไม่เห็นใช้ทรัพย์สินใหม่ๆ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ติดต่อไปยังภรรยาของนายประจักษ์ ซึ่งทำงานอยู่ที่เทศบาลหนองบัวระเหว เพื่อแจ้งให้รอเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและรับหมายเรียกนายประจักษ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่เทศบาลหนองบัวระเหวและขอความร่วมมือจากภรรยานายประจักษ์เพื่อมอบหมายเรียกของนายประจักษ์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงนายประจักษ์ แต่ได้รับการปฏิเสธว่าไม่อยู่บ้าน

รายงานข่าวจากดีเอสไอแจ้งว่า จากการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอพบว่า นายประจักษ์ต้องสงสัยว่าจะเป็นนายหน้าหากลุ่มพนักงานราชการในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ต้องการสอบเป็นครูผู้ช่วย คิดค่าใช้จ่ายรายละ 400,000 บาท โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีเบื้องต้นประมาณ 7,000 บาท จากนั้นจะนัดหมายให้นำบัตรประจำตัวเข้าสอบมามอบให้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ต่อมาวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนวันเข้าสอบ 2 วัน คือวันที่ 13 มกราคม จะติดต่อให้ผู้เข้าสอบเดินทางไปยังรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น เพื่ออบรมวิธีการทำข้อสอบ โดยนายประจักษ์เป็นผู้บรรยายด้วยตัวเอง

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า นายประจักษ์จะบอกกับผู้เข้าร่วมอบรมรอบละประมาณ 50 คน รวมจำนวนกว่า 200 คน ว่าวิธีการทำข้อสอบมี 2 แบบ คือ การท่องจำเฉลย และการใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย โดยบอกให้เก็บไว้ในกางเกงชั้นในเวลาเข้าสอบ ทั้งนี้ ยังบอกโค้ดรหัสการสั่นของโทรศัพท์ เช่น สั่นยาว 2 ครั้ง หมายถึงเตรียมตัว หลังจากนั้นจะเป็นคำตอบแต่ละข้อเรียงกันไป หากสั่นสั้น 1 ครั้ง หมายถึงข้อ ก., สั่นสั้น 2 ครั้ง หมายถึงข้อ ข., สั่นสั้น 3 ครั้ง หมายถึงข้อ ค., สั่นสั้น 4 ครั้ง หมายถึงข้อ ง. และสั่นสั้น 5 ครั้ง หมายถึงข้อ จ. โดยข้อสอบเช้ามี 2 ชุด บ่าย 2 ชุด ชุดละ 50 ข้อ ซึ่งการสอนวิธีการสั่นจะเสร็จใน 4 นาที ต่อข้อสอบ 1 ชุด จากนั้นจะมีการทบทวนให้โดยมีสัญญาณเตือนสั่นยาว 1 ครั้ง ก่อนที่จะนำโทรศัพท์มามอบให้คนละ 1 เครื่อง ส่วนวิธีการท่องจำเฉลยนั้น นายประจักษ์ได้โทรศัพท์มาแจ้งในวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมาอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อสอบผ่านแล้ว ผู้เข้าสอบเหล่านี้จะนำเงินค่าใช้จ่ายที่เหลือพร้อมโทรศัพท์มือถือมาคืนให้กับนายประจักษ์

ด้านนางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่าหลังจากที่สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้ส่งหนังสือแจ้งมติ ก.ค.ศ.ไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขต ให้แจ้งผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วยตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหมายถึงผู้อำนวยการโรงเรียน ดำเนินการตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ โดยสั่งให้ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วยที่มีพฤติกรรมส่อทุจริตในการสอบ รวมจำนวน 344 ราย ออกจากราชการ ตามหนังสือที่ ก.ค.ศ.ได้รับแจ้งจากดีเอสไอนั้น ขณะนี้แต่ละ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯน่าจะได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวหมดแล้ว และภายในเดือนนี้จะมีการประชุมพิจารณากัน ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.กำลังรอผลแจ้งกลับมาว่า ได้ดำเนินการสั่งให้ครูผู้ช่วยออกจากราชการไปกี่คน รวมทั้งให้แจ้งผลในส่วนของผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม 344 ราย แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุมาด้วย

"ครูผู้ช่วยที่ถูกให้ออกจากราชการดังกล่าวไม่ต้องคืนเงินเดือนที่ได้รับไประหว่างที่ได้รับการบรรจุ เพราะตามมาตรา 49 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ระบุว่าการออกจากราชการจะไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่ และการรับเงินเดือน หรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับ หรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกจากราชการ" เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว และว่า ผู้มีรายชื่อในกลุ่ม 344 ราย ซึ่งมีพฤติกรรมส่อทุจริตในการสอบ โดยสอบได้คะแนนสูงผิดปกติ และทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน ทั้งที่ได้รับบรรจุแล้วและยังไม่ได้รับการบรรจุ จะถูกขึ้นบัญชีดำตลอดชีวิตไม่สามารถสมัครสอบเข้ารับราชการครูได้อีก ตามคุณสมบัติในมาตรา 30 (13) ที่กำหนดว่าจะต้องไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้ ทางคุรุสภาจะมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูด้วย ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเป็นครูที่ไหนได้อีก ทั้งครูโรงเรียนรัฐ และเอกชน เพราะจะไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมา กล่าวว่า กรณีการสอบสวนเพิ่มเติมนายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), นายสุเทพ ชิตยวงศ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. อดีตผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. และนายไกร เกษทัน อดีตผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร สพฐ.นั้น คาดว่า จะนัดประชุมคณะกรรมการได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยในส่วนของนายอนันต์และนายสุเทพจะต้องสืบสวนเพิ่มเติมกรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อได้รับคำสั่งแล้วดำเนินการตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้มาหรือไม่ โดยเฉพาะนาย

สุเทพที่ได้รับรายงานการทุจริตจาก สพป.อุดรธานี เขต 3 โดยตรง แต่ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวหายไป จึงต้องสืบสวนให้ชัดเจนว่าเอกสารดังกล่าวหายไปไหน และหายไปได้อย่างไร ส่วนนายไกรจะสืบสวนในประเด็นที่เป็นผู้รับผิดชอบการจัดสอบโดยตรง ซึ่งหากพบว่าทั้ง 3 คนมีความผิดจริง ทางคณะกรรมการจะเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเพิ่มเติมต่อไป

ทางด้านนายศักดิ์สิทธิ์ ถิรทัฬหกุล ประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแก่น เขต 3 เปิดเผยว่า จากการประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติตามหนังสือแจ้งจาก ก.ค.ศ.และดีเอสไอ ที่แจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งให้ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วย ซึ่งมีพฤติกรรมส่อทุจริตในการสอบออกจากราชการ ซึ่งมีจำนวน 1 ราย ตามรายชื่อที่ดีเอสไอส่งมา ส่วนอีก 1 รายที่ยังไม่ได้รับการบรรจุนั้น ที่ประชุมไม่ได้มีมติอะไร เพราะยังไม่ได้มีการบรรจุแต่งตั้ง โดยจะรายงานข้อมูลให้ ก.ค.ศ.ทราบต่อไป

ดร.วิชัย แสงศรี ผู้อำนวยการ สพป.อุบลราชธานี เขต 5 กล่าวว่า ดีเอสไอได้ระบุรายชื่อผู้ส่อไปในทางทุจริต จำนวน 4 ราย ซึ่งทาง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯจะประชุมพิจารณาในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งให้ออกจากราชการต่อไป

ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากทั้งดีเอสไอและ ก.ค.ศ.แล้ว มีระบุรายชื่อผู้เข้าข่ายทุจริตสอบครูผู้ช่วยทั้งหมด 10 ราย บรรจุแต่งตั้งไปแล้ว 6 ราย โดยจะนัดประชุม อ.ก.ค.ศ.ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ เพื่อมีมติแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งให้ออกจากราชการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ ในจำนวน 10 รายดังกล่าว มีคนที่มีนามสกุลเดียวกับนักการเมืองดังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า อ.ก.ค.ศ.จะต้องให้มีการปลดผู้เข้าข่ายทุจริตสอบทั้ง 10 รายอย่างแน่นอน

นายมานะ สินธุวงษานนท์ ผู้อำนวยการ สพป.ชัยภูมิ เขต 1 กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากดีเอสไอแล้ว จะนำเข้าที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯในวันที่ 3 มิถุนายน โดยมีผู้สอบครูผู้ช่วยได้ที่เข้าข่ายคะแนนสูงผิดปกติ จำนวน 8 ราย เมื่อมติที่ประชุมออกมาอย่างไร จะส่งมตินั้นให้ผู้อำนวยการโรงเรียนรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายประสงค์ พรโสภิณ ผู้อำนวยการ สพป.ชัยภูมิ เขต 3 กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากดีเอสไอแล้ว โดยมีผู้สอบได้คะแนนสูงผิดปกติ 6 ราย บรรจุไปแล้ว 4 ราย ในชั้นนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง จากนั้นจะนำเสนอ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯพิจารณาต่อไป








โพลล์!ชี้การใช้ภาษาไทยปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤต ไลน์-เฟสบุ๊ก ทำภาษาเพี้ยน
"ประยุทธ์"ประชุมยุทธศาสตร์ระบายข้าววันนี้-สมาคมผู้ส่งออกข้าวบินเจรจา 4 ประเทศ
โผล่อีกรูป!! "เจนี่"พร้อมเปิดใจ บั๊ดโต้ลั่น โดนโยงข่าวมั่วว่อนไลน์ดารา ญาติชนม์สวัสดิ์ยันทะเลาะจริง
"คสช."เคาะชื่อ"สนช."200 คน ทูลเกล้าฯแล้ว ทหารติดโผเกือบร้อย คาดประกาศสัปดาห์นี้
"ข้อมูลใหม่" หลุด เซเล็บหนุ่มตั้งวงแชทปมภาพคล้าย "เจนี่" ช้ำทั่วตัว "พี่บั๊ด แฟนเก่า" ปัด ไม่เกี่ยว
“เรืองไกร”สงสัย ข่าวเจาะด้านเดียว เขี่ยบอลให้ ป.ป.ช. สอบฟากเพื่อไทย แฉบัญชีทรัพย์สิน ส.ส.ปชป.พรุน
"ปนัดดา" ชี้โครงการจำนำข้าวทำโรงสีเก็บข้าวสภาพจำยอม ได้ค่าเช่าล่าช้า เจ้าของโกดังเซ็ง
“เด็กพท.” บ่น ส่งดอกไม้อวยพรวันเกิดให้ “ชวน” แต่กลับสั่งยกเลิกจัดงานวันเกิด “แม้ว”
“นิพิฏฐ์” ประเมินเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อ เพื่อไทย ผงาดเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
วันเกิด "แม้ว" ชื่นมื่น "เหยียนปิน" เพื่อนรักโต้โผจัดงาน
ข่าว "น้องตั๊น" นำปฏิญาณยังไม่จบ ล่าสุด เพจ "ศาสดา" วิวาทะ "ด็อกเตอร์" สถาปัตย์ จุฬาฯ
ทหารบุกอิมพีเรียล ลาดพร้าวขอยกเลิกจัดงานวันเกิด′แม้ว′ปลดป้ายรูป′ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ′
ตัดเสียงถ่ายทอดสดกลางอากาศขณะ "ประวิตร โรจนพฤกษ์" ถาม คสช. ถึง รธน. ม.44 และ ม.48
คริสตี้ เคนนี่ย์ ทูตมะกัน พูดอะไร เมื่อคืนนี้ จนทำให้บางคน หงุดหงิด ตามไปดูคลิปชัดๆ ที่นี่
ข่าว "น้องตั๊น" นำปฏิญาณยังไม่จบ ล่าสุด เพจ "ศาสดา" วิวาทะ "ด็อกเตอร์" สถาปัตย์ จุฬาฯ