"นาจิบ ราซัก" ผู้นำมาเลเซีย ออกโรงแนะ 3 จังหวัดใต้ ล้มเลิกแนวคิดแยกรัฐอิสระ

วันที่ 06 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 23:01:04 น.






 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อหารือและวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักฯ เผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมหารือ 2 ประเด็น เรื่องโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัย โดยนายกฯเน้นเรื่องการขยายและการสร้างถนนเข้าออกหมู่บ้าน ให้ประชาชนในพื้นที่เดินทางไปมาสะดวก ดูแลเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างเพียงพอ  

 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาสมช. กล่าวถึงกรณีที่นายนาจิบ ราซัก นายกฯ มาเลเซีย เสนอให้นำรูปแบบการปกครองอิสระคล้ายกับเขตปกครองพิเศษ มาใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าการดำเนินการต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทย ที่จะไม่พูดเรื่องการแบ่งแยกดินแดน แต่เป็นเรื่องของการปกครองท้องถิ่นตามอัตลักษณ์ที่เหมาะสม เพราะเรามีแนวทางของเรา ส่วนการพูดของนายนาจิบ ไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายใน แต่เป็นกรอบที่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ขณะนี้เรามีกระบวนการพูดคุยและศึกษาความเป็นไปได้ในพื้นที่ เรื่องการปกครองตนเอง โดยมีรูปแบบทางวิชาการ 4-5 รูปแบบ แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม และสถาบันการศึกษาในพื้นที่กำลังจัดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นจากประชาชนในพื้นที่อยู่ 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์นิวสเตรตไทมส์ของสิงคโปร์รายงานว่า นายนาจิบ ราซัก นายกฯ มาเลเซีย กล่าวระหว่างการเปิดประชุมว่าด้วยเรื่อง อิสลามและยุคใหม่ของชาติอาเซียน: เอกภาพของทัศนวิสัยร่วมต่อความรุ่งเรืองŽ ที่ศูนย์ความเข้าใจอิสลามแห่งมาเลเซีย (ไอเคไอเอ็ม) ตอนหนึ่ง เรียกร้องให้ชาวมุสลิมในไทย ฟิลิปินส์ และพม่า ล้มเลิกแนวคิดก่อตั้งรัฐอิสลามอิสระ และตระหนักว่าอยู่ภายใต้การปกครองและกฎหมายในรัฐบาลนั้นๆ ว่า ชาวมุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนมีประมาณ 220 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของประชากรในภูมิภาค ซึ่งมีกลุ่มคนหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความเจริญรุ่งเรืองจะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและประสานความร่วมมือระหว่างต่างศาสนาทั้งศาสนาอิสลาม พุทธ คริสต์ ฮินดู และศาสนาอื่นๆ โดยความหมายของการปกครองตนเองสำหรับชนกลุ่มน้อยมุสลิมเหล่านี้ควรออกมาในแง่ของการปกป้องศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศขึ้นอยู่กับความเข้าใจของพี่น้องมุสลิมที่มีต่อพี่น้องที่ไม่ใช่มุสลิมว่าพวกเขาจำเป็นต้องอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับชุมชนอื่นๆ ด้วย

 นายนาจิบกล่าวด้วยว่า ถือเป็นเกียรติสำหรับมาเลเซียที่ได้เป็นตัวกลางในการจัดพิธีลงนามกรอบความร่วมมือระหว่างชาวมุสลิมกับรัฐบาลไทยซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่ง เพราะได้ช่วยให้ไทยมีความมั่นคง ทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในภาคใต้ของไทยด้วย
 
(ที่มา:ข่าวสดออนไลน์)




หมอมงคล ณ สงขลาโพสต์ยอมรับ "ทำผิดมหันต์"ร่วมม็อบไล่ปู บอกปัจจุบันแย่ยิ่งกว่า
"หมออั้ม"จวก"เกลือ เป็นต่อ" เคยจิกแขวะ-เหน็บแนมอดีตนายกฯ วันนี้โดนเอง
แห่เซลฟี่ ‘เครื่องซักผ้า’ เหตุทหารเยี่ยมจ่านิว ถามที่บ้านมีเครื่องซักผ้าด้วยเหรอ?
′บิ๊กตู่′ย้อนถาม′สุเทพ′เอาเงินที่ไหนอุ้มราคายาง กก.ละ 60 บาท ลั่นไม่คุย
′ตู่-จตุพร′ปัดจูบปาก′ลุงกำนัน′ หลังโซเชียลฯเเชร์ภาพนั่งร่วมโต๊ะงานเเต่ง