ถึงเวลาปรับครม.ยิ่งลักษณ์ 5

วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 13:26:48 น.




รายงานพิเศษ/ข่าวสดรายวัน 22 มิ.ย.2556

 

 



ท่ามกลางการเดินหน้านโยบายสำคัญ ทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โครงการก่อสร้างโครงสร้างขั้นพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ฯลฯ 

แต่ปรากฏว่ารัฐบาลถูกสารพัดปัญหาถาโถมเข้าใส่ โดน ฝ่ายค้านถล่มอย่างหนักจากปัญหาจำนำข้าวจนแทบเสียศูนย์ ขณะที่ขบวนการล้มรัฐบาลก็เคลื่อนไหวอย่างหนักเวลานี้ 

กระแสข่าวปรับครม.จึงเกิดขึ้น เพื่อปรับเปลี่ยนสถานการณ์ของรัฐบาลให้ดีขึ้น และให้การขับเคลื่อนนโยบายเดินหน้าต่อไปได้ 

นักวิชาการที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ได้แสดงความเห็นถึงการปรับครม.ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ 


สุขุม นวลสกุล 
อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง


ไม่จำเป็นต้องมองเรื่องช่วงเวลาที่ เหมาะสม สถานการณ์ตอนนี้รัฐบาลต้องปรับครม.ได้แล้ว เนื่องจากกระแสความนิยมจากสังคมที่มองการทำหน้าที่ของรัฐ บาลกำลังลดลง 

เห็นได้จากการแพ้เลือกตั้งซ่อมเขตดอนเมือง หรือบทวิเคราะห์ของคอลัมนิสต์ในสื่อบางฉบับ ดังนั้นรัฐบาลต้องกล้าปรับโดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญๆ 

และต้องไม่ปรับเพียงเพื่อแก้ปัญหาภายในพรรคเพื่อไทย แต่ต้องปรับเพื่อให้สังคมเห็นความหวังในการเปลี่ยนแปลง เรียกความเชื่อมั่นให้รัฐบาลกลับมาอีกครั้ง

ควรเป็นการปรับใหญ่ ไม่ใช่ปรับแค่ 2-3 รายเฉพาะคนที่กำลังถูกโจมตี มิเช่นนั้นสังคมจะไม่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน 

อีกทั้งควรปรับก่อนเปิดสมัยประชุมสภาเดือนส.ค. เพื่อลดแรงกดดันจากฝ่ายค้านที่รัฐบาลกำลังเดินหน้างานใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โครงการก่อสร้างโครงสร้างขั้นพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท 

ด้วยการสลับตัวเปลี่ยนรัฐมนตรีคนใหม่ๆ เข้ามา ฝ่ายค้านจะได้ไม่สามารถตั้งป้อมนำเรื่องเดิมๆ มาโจมตีได้อีก

นายกฯ รู้อยู่แล้วว่าควรปรับตำแหน่งใดบ้าง แต่กระทรวงที่สมควรต้องปรับคือ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เพราะเป็นปัญหามากๆ 

ส่วนกระทรวงไหนที่รัฐมนตรีมีผลงานดีอยู่แล้ว เช่น กระทรวงคมนาคม ก็ไม่ต้องปรับเปลี่ยน ขณะที่กระทรวงอื่นๆ ที่ไม่ค่อยสำคัญก็หมุนเวียนสลับกันไปนั่งได้ 

อาจนำบุคคลที่มีความสามารถ เคยมีผลงานเด่นชัดจากกลุ่มบ้านเลขที่ 111 มานั่ง จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ รัฐบาลต้องชั่ง ตวง วัด ให้ดี

ส่วนแรงกระเพื่อมภายในพรรคคงต้องมีบ้าง แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยคงมีไม่มากเพราะอำนาจการต่อรองเป็นของคนในครอบครัวเพียงไม่กี่คน ต่างจากพรรคอื่นๆ ที่แบ่งกันเป็นหลายกลุ่มหลายขั้ว 

คาดว่าการปรับครม.ครั้งต่อไปกลุ่มมัชฌิมาคงพยายามสอดแทรก แต่คงเป็นไปได้ยาก ลำพังตัวเลือกภายในพรรคเองก็มีมากอยู่แล้ว



สมชาย ปรีชาศิลปกุล
คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่


นายกฯ ควรปรับครม.โดยเร็วที่ สุด ไม่จำเป็นต้องรอเปิดสภา ในเดือนส.ค. เพราะการทำงานของรัฐมนตรีบางคนก่อให้เกิดความข้องใจต่อสังคม ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยจะยิ่งเป็นปัญหาต่อรัฐบาลเอง 

โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของประชา ชนที่มีต่อรัฐบาล ดังนั้นหากมีจังหวะก็สมควรปรับทันที 

กระทรวงที่มีปัญหาตอนนี้คือ กระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีที่รับผิด ชอบงานไม่สามารถตอบได้ว่าใจกลางปัญหาของนโยบายรับจำนำข้าวเป็นอย่างไร 

รัฐมนตรีไม่มีความสามารถในการอธิบาย และไม่มีความสามารถในการสร้างความเข้าใจให้กับตัวเองถึงเป้าหมายของนโยบายดังกล่าว ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นปัญหาที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด 

นายกฯ ควรปรับในจุดนี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาต่อเนื่อง เมื่อคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่เข้าใจนโยบาย การดำเนินงานจะเดินไปได้อย่างเรียบร้อยได้อย่างไร 

นอกจากนี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการน้ำก็สมควรปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน เนื่องจากไม่มีความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงว่าโครงการที่ทำมีเป้าหมายเพื่ออะไร ส่วนกระทรวงอื่นๆ ยังไม่พบว่ามีปัญหาอะไร

เป็นหน้าที่ของนายกฯ จะต้องพิจารณา สิ่งที่ผมสะท้อนออกมาเป็นเพียงการแสดงความเห็นในมุมมองของประชาชน ที่มองดูการบริหารงานของรัฐบาลว่าจุดใดที่เป็นปัญหา

สำหรับการปรับครม.นั้น ควรมองว่ารัฐบาลโดนโจมตีเยอะๆ ในประเด็นใด ก็ควรรีบปรับในส่วนนั้น ขณะที่คนในรัฐบาลก็ต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่า แต่ ละนโยบายแต่ละโครงการของรัฐบาลมีเป้าหมายอย่างไร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ 

ที่ผ่านมารัฐมนตรีหลายคนยังไม่เข้าใจนโยบายหลักของรัฐบาลจึงเกิดปัญหา



ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์



การบริหารประเทศของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังมีจุดอ่อนหลายด้าน การปรับครม.โดยเลือกบุคคลที่มีศักยภาพ ประสิทธิภาพ และมีความพร้อม จึงเป็นสิ่งที่ควรทำตั้งนานแล้ว 

โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่กำลังเป็นประเด็นให้ถูกโจมตีอย่างหนัก กลายเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาล 

เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สภาพเศรษฐกิจของไทยยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น และในอีก 6 เดือนข้างหน้ารัฐบาลอาจเจอโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจที่หนักกว่านี้ เนื่องจากเศรษฐกิจของมหาอำนาจอย่างสหรัฐกำลังฟื้นตัว 

อาจต้องเจอกับวิกฤตการณ์การไหลกลับของเงินทุน

อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ อย่างโครงการรับจำนำข้าว การปรับลดราคารับจำนำเหลือ 12,000 บาทนั้น ถือเป็นความล้มเหลวของโครงการ 

และตัวเลขการขาดทุนไม่ว่าจะเป็น 2.6 แสนล้าน หรือ 1.3 แสนล้านบาท ก็เป็นตัวเลขที่ไม่น้อย ซึ่งอาจเชื่อมโยงไปถึงจำนวนการกู้เงินที่สูงขึ้น โดยขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีบุคคลใดในครม.ที่มีศักยภาพพอในการแก้ปัญหาดังกล่าว

นอกจากนี้รัฐมนตรีด้านสังคม ไม่ว่ากระทรวงสาธารณสุข ศึกษาธิการ แรงงาน หรือการพัฒนาสังคมฯ แม้ที่ผ่านมาจะไม่มีโจทย์ยากๆ ให้ต้องแก้ไข แต่กลับไม่มีผลงานที่โดดเด่น เป็นหน้าตาให้รัฐบาลได้แม้แต่น้อย 

ซึ่งตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณจนถึงสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ สังคมไทยต่างคาดหวังเรื่องการปฏิรูปสังคมไว้มาก แต่พอรัฐบาลชุดนี้เข้ามาก็ยังไม่มีการพัฒนาให้เป็นที่พอใจของประชาชนเท่าที่ควร

สิ่งโดดเด่นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์คือ ด้านความมั่นคงและการปฏิรูปการเมือง แต่นายกฯ จำเป็นต้องหาผู้รับผิดชอบโดยตรงเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าเรื่องการแก้ปัญหาไฟใต้ และโครงสร้างทาง การเมือง

การปรับครม.จึงเป็นสิ่งจำเป็น ตามหลักการแล้วควรปรับโดยเร็ว ที่สำคัญ ต้องปรับเพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารประเทศ ไม่ใช่ปรับเพราะการเมือง ซึ่ง นายกฯ ต้องมีอำนาจเต็มที่ในการเลือกบุคคล อีกทั้งคนนอกพรรคที่มีความสามารถก็มีอีกจำนวนมาก

หากไม่มีการปรับ การผลักดันหรือการพัฒนานโยบายต่างๆ คงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่เป็นจุดอ่อนของรัฐบาล 

ดังนั้นนายกฯ ต้องเลือก 1.คนที่เก่งด้านการคลัง สามารถบริหารโครงการบริหารจัดการน้ำหรือรถไฟความเร็วสูงเพื่อมาดูแลงบประมาณจำนวนมหาศาล 2.มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อมาแก้ปัญหาการระบายออกของข้าว

และ 3.ต้องมีวิสัยทัศน์ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก








สีแดงเฉดล่าสุด เกิดใหม่ในจุฬาฯ ประกาศแล้ว !!!
เปลือยชีวิต "เชอรี่ สามโคก" จากเด็กอักษรศาสตร์สู่ "นางเอกหนังอีโรติก" ชื่อดังแห่งยุค
หัวร่อมิได้ ร่ำไห้มิออก! ประเทศไทยคว่ำ 2 ล้านล้าน อินโดฯ เดินหน้า 14 ล้านล้าน
เปิดใจ "ทราย เจริญปุระ" ไม่ได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น "ชินวัตร" (นะจ๊ะ?)
"ชูวิทย์" แชร์ประสบการณ์สมัยทำ อาบ อบ นวด "เซ็กส์และผู้ชาย6ประเภท" และ"ความลับ"ล้วงแล้วหลุดตอนไหน?
กาแฟโสม เคล็ดลับอัพฟิต ของชาวออฟฟิศรุ่นใหม่
HotelsCombined ธุรกิจบริการค้นหา และ เปรียบเทียบราคาโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่น