คนโง่มากกว่าคนฉลาด

วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 21:36:32 น.

คอลัมน์ รื่นร่ม รมเยศ  โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก มติชน 23 มิถุนายน 56




ในความรู้สึกของคนทั่วไป ถ้าพูดถึงใครว่า "ไอ้หมอนั่นมันโง่" ไม่ได้หมายความว่าหมอที่ว่านั้นเรียนมาน้อย ไม่ได้ดีกรีอะไร ตรงกันข้าม คนที่พูดถึงนั้นอาจจบปริญญาเอก เป็นศาสตราจารย์เสียด้วยซ้ำ แต่คนพูดหมายความว่าคนที่พูดถึงนั้นไม่รู้เรื่องที่ตนกำลังพูดถึงอยู่

การตัดสินว่าใครโง่ ใครฉลาด บางทีก็ขึ้นอยู่กับ "ทิฐิ" และ "มานะ" ของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงตามนั้น เพราะคนที่ว่าเขาโง่บางทีอาจโง่ยิ่งกว่าเขาก็ได้ หรือตัวเองอาจฉลาดในเรื่องหนึ่ง แต่กลับโง่ในอีกหลายเรื่องก็ได้

คำพูดที่ว่า "คนโง่มากกว่าคนฉลาด" เป็นคำที่ศิษย์คนสำคัญสองท่านตอบแก่อาจารย์ ซึ่งเป็นนักปรัชญาสำนักสำคัญท่านหนึ่งในสมัยพุทธกาล ขอนำมาเล่าให้ฟังดังนี้ครับ

สองสหายเป็นเด็กหนุ่มเจ้าสำราญลูกผู้มีอันจะกินสองตระกูล ว่ากันว่าเป็นตระกูลนายบ้านเทียบสมัยนี้ไม่ผู้ใหญ่บ้านก็กำนันละครับ คนหนึ่งชื่อ โกลิตะ อีกคนชื่อ อุปติสสะ

หลังจากใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยเที่ยวหาความสุขสำราญด้วยการดูการละเล่น ดื่ม กินตามต้องการมาหลายปี ก็ถึง "จุดอิ่ม" เกิดเบื่อหน่ายการใช้ชีวิตที่ซ้ำซากจำเจ หาแก่นสารมิได้ จึงตกลงกันไปมอบตนเป็นศิษย์ ศึกษาปรัชญาอยู่กับปรัชญาเมธีท่านหนึ่งนามว่า สัญชัย เวลัฏฐบุตร

ว่ากันว่า ในเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธสมัยนั้นมี "เจ้าลัทธิ" ดังๆ อยู่ 6 สำนักเท่านั้น ท่านสัญชัยนับเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น สอนแนวคิดที่ทางพระพุทธศาสนา เรียกว่า "อมราวิกเขปิกา" แปลตามตัวว่า "ลัทธิที่มีความเห็นชัดส่ายไปมา ไม่ตายตัวดุจปลาไหล"

อมรา แปลว่าเทวดาก็ได้ ปลาไหลก็ได้ ในที่นี้ อมรา แปลว่าปลาไหล ความเห็นที่ลื่นไหลไปมาดุจปลาไหลจับยังไงๆ ก็ไม่อยู่นี้แล เรียกว่า "อมราวิกเขปิกา" ว่ากันอีกนั่นแหละว่าเป็นปรัชญาลัทธิหนึ่ง ลัทธิที่ไม่ลงความเห็นตายตัวไปในแง่ใดแง่หนึ่ง เพราะเห็นว่าความจริงมันมีหลายแง่มุม ถ้าไปยอมรับในแง่ใดแง่หนึ่งแล้ว มันอาจผิดพลาดก็ได้

ทฤษฎีต่างๆ ที่ถือกันว่า "ลงตัวแล้ว" ไม่จำเป็นจะต้องเป็นจริงตามนั้นเสมอไป เช่น สองบวกสองที่ว่าเป็นสี่นั้นไม่จำเป็นเสมอไป มันอาจเป็นสามเป็นห้าก็ได้ อะไรทำนองนี้

มีบางท่านบอกว่า ลัทธิของสัญชัย เวลัฎฐบุตร นี้ ท่านฝรั่งเรียกว่า "ลัทธิสเก็ปติกส์" (sceptics) สเก็ปติกส์ เป็นอย่างไร เชิญไปหาอ่านเอาเถอะครับ ผมไม่มีปัญญาอธิบายให้ฟัง

เมื่อไปเรียนอยู่กับอาจารย์สัญชัย อาจารย์เห็นแววศิษย์ทั้งสองเป็นคนหลักแหลมก็โปรดปรานมาก หวังจักให้อยู่ช่วยสอนลัทธิสืบแทนตน แต่ศิษย์ทั้งสองเห็นว่าสิ่งที่เรียนรู้นี้ยิ่งเรียนก็ยิ่งสับสน ไร้แก่นสาร ไม่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ หรือแก้ปัญหาชีวิตได้ จึงตกลงกันเงียบๆ ว่า จะแสวงหาแนวทางที่ดีกว่านี้ต่อไป

เพียงแต่วางแผนกันลับๆ ว่า จะออกจากสำนักเมื่อได้พบทางออกที่ดีกว่า ยังไม่ได้ปลีกตัวออกไป เอาเวลาว่างคอยแสวงหาผู้ที่จะชี้ทางใหม่ให้อยู่เงียบๆ

วันหนึ่งอุปติสสะเห็นภิกษุรูปหนึ่งกำลังบิณฑบาตอยู่ในเมือง รู้สึกประทับใจในอากัปกิริยาอันสงบสำรวมของท่าน นึกในใจว่า "ใช่แล้ว" บุคคลเช่นนี้แหละที่เราต้องการ ท่านผู้นี้คงจะต้องรู้สิ่งที่เราแสวงหาอยู่แน่นอน จึงเดินตามไปห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปถามเพราะท่านกำลังทำหน้าที่ "โปรดสัตว์" อยู่

เมื่อพระคุณเจ้าได้อาหารพอแก่อัตภาพแล้ว ก็หาสถานที่เหมาะสำหรับนั่งฉัน อุปติสสะก็เข้าไปสนทนาด้วย ตรงนี้ขอตั้งข้อสังเกตสักนิดว่า พระภิกษุสมัยพุทธกาลท่านออกบิณฑบาตได้ข้าวพอฉันแล้ว ท่านจะหาทำเลเหมาะนั่งฉันเสร็จแล้วจึงเดินกลับยังอารามที่พักอาศัย

อุปติสสะขอร้องให้ท่านแสดงธรรมให้ฟัง ท่านกล่าวว่า อาตมาเพิ่งบวชใหม่ ยังไม่รู้อะไรมากนัก คงจะแสดงธรรมโดยพิสดารไม่ได้ อุปติสสะกราบเรียนท่านว่า ไม่ต้องแสดงโดยพิสดารดอกเพียงสังเขปก็พอ ท่านจึงสวดคาถาธรรมสั้นๆ ให้ฟังว่า

เย ธมมา เหตุปภว่า เตส เหตํ ตถาคโต

เตสญจ โย นิโรธธ จ เอวํวาที มหาสมโณ

แปลเป็นไทยว่า สิ่งทั้งหลายเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสรู้ของสิ่งเหล่านั้นและการดับเหตุของสิ่งเหล่านั้น มหาสมณะ (พระพุทธเจ้า) ตรัสสอนอย่างนี้

หนุ่มอุปติสสะได้ฟังก็ "สว่างโพล่งภายใน" ทันที ภาษาพระศาสนาก็ว่า เกิดธรรมจักษุคือ "ดวงตาเห็นธรรม" มิใช่เพียงความเข้าใจธรรมดา แต่เป็นการแจ้งซึ่งสภาพความเป็นจริงของสิ่งทั้งหลาย มิใช่ความรู้ธรรมดา แต่เป็น "ญาณ-การหยั่งรู้" การหยั่งรู้ระดับนี้ก็คือ ได้เป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบันนั่นเอง

ทำไมจึงหยั่งรู้ได้ง่ายดายปานนั้น?

ความจริงมิง่ายดายอย่างที่คิดดอกครับ ถ้าพิจารณาถึงกระบวนการพัฒนาตนเองของอุปติสสะและโกลิตะมาตลอด จะเห็นว่า

1) ทั้งสองได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยจนถึง "จุดอิ่ม" คือเบื่อหน่ายชีวิตแบบโลกๆ อันไร้แก่นสารนั้นแล้ว

2) ขณะที่เป็นศิษย์สัญชัย ก็มิใช่เรียนวิชาการเพื่ออวด เพื่อโก้ เพื่อเป็น "พหุสูต" หากต้องการแสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์อันเป็นแก่นสารของชีวิตที่แท้จริง เมื่อเห็นว่าแนวทางของอาจารย์มิใช่แนวทางเพื่อพ้นทุกข์ จึงพากันแสวงหาต่อ จนกระทั่งพบพระภิกษุรูปดังกล่าว

3) ภิกษุหนุ่มได้แสดง "หัวใจอริยสัจ" ซึ่งเป็นคำสอนหลักของพระพุทธเจ้าให้ฟัง พูดถึงความจริงให้ฟังว่า ทุกอย่างเกิดจากเหตุ ถ้าอยากจะแก้ก็ต้องแก้ที่เหตุ ทุกข์คือปัญหาของชีวิต มันมิได้เกิดลอยๆ มันมีสาเหตุ เมื่อต้องการดับทุกข์ก็ต้องค้นหาสาเหตุให้พบและดับที่เหตุนั้น

4) คำพูดสั้นๆ นี้ได้ "จี้ถูกจุด" ดุจดังคนตกอยู่ในที่มืด มือควานหาไม้ขีดมาจุด ได้ไม้ขีดแล้วจุดไม้ขีดขึ้น ความสว่างก็ "วาบขึ้น" ความมืดก็หายไปฉะนั้น

ความมืดหายไปทันที ง่ายดาย ใช่ แต่ก่อนที่ความสว่างจะเกิดและก่อนความมืดจะหายไปต้องเสียเวลาควานหาไม้ขีดไฟนานไม่น้อย ฉันใดฉันนั้น อุปติสสะ "บรรลุธรรม" ทันทีที่ฟังเทศน์จบ แต่กว่าจะบรรลุก็ผ่านระยะเวลาแสวงหามายาวนาน

อุปติสสะรีบไปบอกเพื่อนโกลิตะ โกลิตะได้ฟังก็ดวงตาเห็นธรรมเช่นกัน ทั้งสองจึงไปชวนอาจารย์สัญชัยให้ไปบวชอยู่กับพระพุทธเจ้า สัญชัยได้ถามศิษย์ทั้งสองว่า "ในโลกนี้คนโง่หรือคนฉลาดมากกว่ากัน" ศิษย์ทั้งสองตอบว่า "คนโง่มากกว่าคนฉลาด"

อาจารย์จึงพูดเชิงประชดว่า "ไม่ต้องห่วงครูดอก คนฉลาดอย่างเธอทั้งสองเชิญไปเป็นศิษย์สมณโคดมเถอะ คนโง่ๆ ซึ่งมีจำนวนมากจะมาหาเราเอง"








เด็ก 10 ขวบ เก็บคอนเทคเลนส์จากกองขยะมาใส่เล่นแล้วลืมถอด ตาหวิดบอด
เศรษฐีแห่โอนที่ดินทำเลทองกลางกรุงเทพฯหลบภาษีมรดก (ชมคลิป)
แหล่งข่าวกล่าวว่า..ส่องกล้องหา"เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า"คนใหม่ ต้องฝ่าด่านหิน!!
คนงานก่อสร้างโบสถ์ดวงกุด! ผลัดตกนั่งร้านเสียชีวิต
"บิลลี่ โอแกน" แต่งเพลง "ล้มละลาย" อธิบายความจริงผ่านเสียงร้อง รอฟัง!
"แม่ไม่พร้อม" ใช้เชือกรัดคอลูกแรกเกิดดับอนาถ นำศพห่อผ้าแพรไปทิ้งขยะ
"ภาษีคนจน" แนวทางแก้จน สร้างคนขยัน รัฐบาลประยุทธ์?
′จารึก′ รับสู้จีนไม่ไหว ตั้งเป้าคว้า 40 เหรียญทอง ซิวอันดับ 2 ′บีชเกมส์′ ที่ภูเก็ต
รู้กันยัง "กกต.สมชัย" ย่องเงียบปิดเฟซบุ๊ก สงสัยรอปฏิรูปค่อยกลับมา
คพ.ตรวจ "สยามสแควร์ วัน" พบค่าก๊าซไข่เน่า "ไม่เกินมาตรฐาน"
อ้อมกอดของนางฟ้าใจดี ที่ทำให้ 1 ชีวิตได้ไปต่อ
"แยม ฐปณีย์" เล่านาทีร่ำไห้ พบ "กัปตันชัช" เผยติดป่า11วันเต็ม กินแต่น้ำ รอดมาได้เพราะสติ
คืบหน้าเกาะเต่า! "ปัญญา"เผยคดีคืบกว่า85% พบพิรุธ "เพื่อนฝรั่ง" ชาวบ้านแห่ให้ปากคำ แฉพูดไม่ตรง
งานเข้า! สื่อผู้ดีเเฉ 2 พม่าผู้ต้องหาฆ่านักท่องเที่ยว ถอนคำให้การแล้ว อ้าง ถูกซ้อมให้รับสารภาพ
เมื่อสื่อถาม "สมยศ" ทำไมไม่ให้ "หมอพรทิพย์" มาร่วมทำงานคดีเกาะเต่าด้วย เจ้าตัวจะตอบว่า?
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม
ไม่รู้ไม่ได้ เกี่ยวกับหมวกกันน็อค โดยเช็คราคา.คอม
ถิ่นเจริญกรุง เจริญนคร มหานครใหม่ที่ต้องจับตา
10 วิธีแก้ไขปัญหากวนใจในทาวน์เฮ้าส์ โดยเช็คราคา.คอม
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม