ผลสอบทุจริตภาษี เครือข่ายตบตารัฐ4พันล.

วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 20:01:12 น.







(ที่มา:มติชนรายวัน 10 ก.ค.2556)

 

 

 


ก่อนหน้านี้ รองปลัดกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายให้เข้าร้องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ให้สืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เป็นกลุ่มนิติบุคคล มีพฤติการณ์ขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จระหว่าง 2555-2556

เรื่องนี้ต่อมา ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามลำดับขั้นตอน

ตามข้อมูลร้องทุกข์นั้น คลังระบุผู้กระทำผิดซึ่งมีพฤติการณ์ขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จ พาดพิงผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากรว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีลักษณะเป็นการทำลายระบบภาษีอากร

เมื่อรับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว มีการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ คือ สอบสวนพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 17 ปาก

- สำรวจสถานประกอบการนิติบุคคลผู้ขอคืนภาษี 49 แห่ง ส่วนใหญ่ไม่ประกอบกิจการจริง แต่แค่เช่าสถานที่ตั้งบริษัทไว้ และปัจจุบันปิดกิจการแล้ว และได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่ตั้งของนิติบุคคลผู้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 3 ราย

- คัดทะเบียนนิติบุคคลผู้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 49 ราย

- ขอคัดหลักฐานจากธนาคารเกี่ยวกับการโอนเงินคืนภาษีไปแล้ว 119 ราย

- ออกหนังสือเรียกบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีให้มาพบ 50 ราย

- ออกหนังสือเรียกเอกสารสำนวนการคืนภาษีจากกรมสรรพากร

- สอบพยานเจ้าหน้าที่สรรพากรทีมกำกับดูแลผู้เสียภาษี 5 ราย และฝ่ายคืนภาษีอีก 5 ราย

- วิเคราะห์สำนวนการตรวจสภาพกิจการและตรวจคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในพื้นที่สมุทรปราการ 7 ราย

- ส่งข้อมูลให้ส่วนสืบสวนสะกดรอย สืบสวนติดตามตัวบุคคลที่ต้องสงสัย 3 ราย

- ส่งข้อมูลให้สำนักเทคโน สืบสวนติดตามข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องสงสัย 3 ราย

- ออกหนังสือขอตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการตามสัญญาให้เช่าอาคารสถานที่ 9 แห่ง 26 ราย

- สอบสวนพยานผู้รับมอบอำนาจจดทะเบียนเลิกบริษัท 1 ปาก จดเลิกให้ 14 บริษัท

- มีหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากรขอเอกสารหลักฐานการพิจารณาคดีจากกรมสรรพากร

- ขอหลักฐานการคืนเงินภาษีอากรจากสรรพากรเขตพื้นที่ที่เกิดเหตุ 5 เขต

- ออกหนังสือเรียกเอกสารสำนวนตรวจปฏิบัติ สำนวนการตรวจคืนจากกรมสรรพากร 26 ราย

- ออกหนังสือเรียกพยานเจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบภาษีกลาง กรมสรรพากร เจ้าของสำนวนตรวจสอบ

- สอบสวนพยานเจ้าหน้าที่ศุลกากรเกี่ยวกับการส่งออกเศษโลหะออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเมื่อได้ดำเนินการต่างๆ แล้ว

มีการสรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้นแยกได้

@การฉ้อโกงภาษีมูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 (สท.22) และสรรพากรพื้นที่สมุทรปราการ จากข้อมูลพบมีการฉ้อโกงการขอคืนเงินภาษี รอบปี 2555-2556 กว่า 4,000 ล้านบาท

@มีการแก้ไขระเบียบและแนวทางปฏิบัติในเรื่องการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในปี 2555 มีนัยสำคัญจากเดิมใช้ถ้อยคำ ?กลุ่มผู้ประกอบการส่งออกให้คืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้? มาเป็น ?กลุ่มผู้ประกอบการส่งออกให้คืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทันที? และกรณีการตรวจสภาพกิจการตามระเบียบเดิม จะต้องมีการตรวจสภาพสถานประกอบการทุกครั้งที่มีการแจ้งย้ายสถานประกอบการ แต่ตามระเบียบใหม่แก้ไขเป็นหากเป็นรายที่เคยถูกตรวจสภาพกิจการแล้วก็ให้วินิจฉัยการขอคืนได้

@พบมีการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างผิดปกติ แม้ระดับรอง หรือ ผอ. และ สภ.3 ลงพื้นที่เยี่ยม สท. 22 ต่อมา สภ.3 มีหนังสือสั่งการ กำชับให้ทุกหน่วย ใน สท.22 ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการชะลอการคืนในช่วง 6 เดือนภาษีแรกไว้ แม้ผลการตรวจจะออกมาก่อน 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ หลังจากนั้น บิ๊กข้าราชการระดับสูงได้ไป สท.22 อีกครั้ง อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อมอบนโยบายการคืนภาษีโดยให้คืนภาษีอย่างรวดเร็ว และให้คืนได้ทันที เมื่อผลการตรวจไม่พบประเด็นความผิด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 6 เดือน ซึ่งเป็นการขัดกับแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งในเรื่องนี้ สท.22 ได้อ้างถึง และสั่งการในท้ายหนังสือ สภ.3 โดยอ้างถึงนโยบายการตรวจเยี่ยม และให้นโยบายให้คืนเงิน ไม่ต้องรอให้ครบ 6 เดือนอีก

@มีการสั่งเร่งคืนเงินให้พวกทำผิดเร็วกว่าปกติ และมีการสั่งการจาก สท.22 ให้มีการแก้ไขรหัสกำหนดประเภทกิจการ ผ่านเจ้าหน้าที่ใกล้ชิด โดยระบุให้กลุ่มผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ทั้งสิ้นลงไปในชุดเดียวกัน ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีการขอคืนภาษีแต่ละรายในกลุ่มนี้มีการขอคืนเกินกว่า 10 ล้านบาท ใน 1 เดือน โดยกลุ่มผู้กระทำความผิด มีการมอบอำนาจให้คนเพียงคนเดียวเป็นผู้มารับเช็ค

@มีการย้ายบุคลากรมาอยู่ในตำแหน่งพื้นที่ที่สำคัญ และเป็นพื้นที่เกิดเหตุ เมื่อย้ายคนสนิทลงพื้นที่ใดแล้วพบว่ามีการขอคืนภาษีจำนวนมาก เช่นกรณี สท.22 เคยอยู่ขอนแก่น และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบิ๊กข้าราชการระดับสูง โดยสมัยอยู่ขอนแก่น เมื่อเข้ากรุงเทพฯ ได้อาศัยพักบ้านบิ๊กข้าราชการระดับสูง ต่อมาได้ย้ายมาลงพื้นที่ สท.22 ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญมียอดการจัดเก็บภาษีเป็นลำดับ 1 ของกรุงเทพฯ กรณีดังกล่าวจึงเป็นการลัดขั้นตอนประเพณีปฏิบัติในการเลื่อนลำดับพื้นที่การบริหาร

@เจ้าหน้าที่ของ สท.22 เคยทำหนังสือหารือเรื่องการคืนเงินภาษีว่า จำเป็นต้องชะลอคืนเงินในช่วง 6 เดือนแรกไว้ แม้ว่าผลการตรวจจะกลับมาก่อนครบ 6 เดือน แต่ สท.22 ได้ระงับเรื่องไว้และไม่ส่งประเด็นดังกล่าวไปหารือ และกรณีเจ้าหน้าที่และผู้ช่วยของ สท.22 ตรวจพบความผิดปกติ เช่นการขอคืนภาษีในเดือนถัดไปสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และติดเกณฑ์การส่งตรวจซ้ำ ต่อมา สท.22 ได้สั่งการให้ดำเนินการเสนอเรื่อง โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของผู้ช่วย สท.22

@สำนักตรวจสอบภาษีกลาง (ตส.) มีหนังสือถึงบิ๊กข้าราชการระดับสูง ได้มีการเสนอขอให้มีการตรวจสอบรายที่มีความผิดปกติในการขอคืนภาษีของพื้นที่สมุทรปราการ ต่อมามีการสั่งการว่า ?เป็นเรื่องที่ภาคได้ติดตามข้อเท็จจริงและรายละเอียดตามนโยบายแล้ว เพื่อไม่ให้งานซ้ำซ้อนจึงยุติการดำเนินการในส่วนของ ตส.นี้ไว้? ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อกรมพบความผิดปกติจึงเป็นหน้าที่ของ ตส.เป็นผู้ดำเนินการ

@กลุ่มผู้ประกอบการที่ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นรายใหม่ทั้งหมด มีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในเดือนแรก ไม่มีการประกอบกิจการจริง ไม่มีโกดังเก็บสินค้า บางกลุ่มมีที่ตั้งสถานประกอบการเดียวกัน มีผู้รับมอบอำนาจเป็นคนเดียวกัน จดทะเบียนนิติบุคคล และขอคืนภาษีบุคคลเพิ่มในวันเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ผู้ประกอบการบางกลุ่มแสดงหลักฐานเป็นผู้ประกอบการส่งออกประเภทเศษโลหะ โดยแสดงต้นทุน 630 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดทั่วไปถึง 50 เท่า และผู้ประกอบการบางกลุ่มไม่พบข้อมูลการส่งออกตามสำเนาใบขนสินค้าที่ผู้ประกอบการนำมาแสดง ในขณะที่เจ้าหน้าที่พิจารณาการคืนภาษี แต่ผู้ประกอบการขอรับเงินคืนภาษีไปก่อน โดยยินยอมจะชำระภาษีเพิ่มเติมหากผลตรวจสอบยันใบขนสินค้าไม่ถูกต้อง และรายชื่อลูกค้าตามใบกำกับภาษีขายไม่ตรงกับชื่อลูกค้าที่โอนเงินค่าสินค้าตามเอกสารรับการชำระเงินจากธนาคาร ผู้ประกอบการทั้งหมดไม่เคยถูกเสนอชื่อเข้าคณะกรรมการคัดเลือกรายที่ต้องออกตรวจสภาพกิจการตาม แนวทางปฏิบัติของ สท.22 ที่กำหนดไว้เหมือนรายอื่นๆ

@จากการสอบพยานหัวหน้าฝ่ายคืนภาษีของ สท.22 ได้พบความผิดปกติโดยพบว่า กรรมการบริษัทมีชื่อซ้ำกันไม่พบว่ามีการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่มีการยื่นแบบหักภาษี ณ ที่จ่าย และเสนอให้มีการตรวจซ้ำในเดือนถัดไป แต่ทีมกำกับได้ส่งเรื่องกลับ และสั่งให้ชะลอการตรวจคืนอีก ทั้งพบว่าใน สท.22 ไม่มีการส่งหนังสือแจ้งคืนภาษีของผู้ประกอบการบางรายทางไปรษณีย์

@การตรวจสำนวนตรวจสภาพกิจการและการตรวจคืนภาษีของ สท.สมุทรปราการ 1 ปรากฏข้อเท็จจริงดังนี้

(1) สถานประกอบการของกลุ่มผู้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นห้องเช่าในอาคารสำนักงานรวมกัน 3-4 ราย ซึ่งปัจจุบันปิดกิจการหมดแล้ว สินค้าที่ส่งออกเป็นเศษโลหะ มีอุปกรณ์สำนักงานเล็กน้อย ไม่มีสถานที่เก็บสินค้า เมื่อได้รับคำสั่งซื้อจะติดต่อ

ผู้ขายให้รวบรวมสินค้าแล้วส่งให้ผู้ซื้อ กรรมการบริษัทเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน มีผู้รับมอบอำนาจเดียวกัน ผู้รับของและผู้จ่ายเงินไม่ใช่นิติบุคคลเดียวกัน มีความไม่น่าเชื่อถือ และไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็น

ผู้ประกอบกิจการส่งออก ที่มียอดขายเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาท เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการโดยปกติ

(2) ใบขนสินค้าบางฉบับ เจ้าหน้าที่ศุลกากรเปิดตรวจสินค้าพบว่า เป็นเศษหินมีเศษเหล็กคลุมปิดไว้ พบความผิดปกติแต่ยังคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และได้ส่งสอบยันใบกำกับภาษีซื้อ แต่ไม่ได้รอผลการสอบยัน และเสนอให้คืนภาษี ผู้ขายสินค้าบางรายได้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ก่อนที่จะตรวจสอบยัน บางรายประกอบกิจการอื่น การยื่นแบบ ภพ.30 แสดงยอดขายและยอดซื้อใกล้เคียงกัน ภาษีซื้อที่ขอคืนเกือบทั้งหมดเป็นภาษีซื้อจากการซื้อสินค้าเพื่อส่งออก

จากการดำเนินการดังกล่าว ผลสรุปการคืนเงินภาษีมูลค่าในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามีการวางแผนตระเตรียมการและกระทำเป็นขบวนการ โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนสนับสนุนหรือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ ได้มีการเตรียมการนับแต่การแก้ไขระเบียบและแนวทางปฏิบัติในเรื่องการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม การปรับย้ายข้าราชการเพื่อวางตัวบุคลากรให้อยู่ในพื้นที่ที่จะมีการยื่นเรื่องพิจารณาขอคืนภาษี การกำชับมอบนโยบายให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อเร่งรัดการคืนภาษี ตลอดจนการสั่งการทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและด้วยวาจา เพื่อกดดันให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามหรือเพื่อให้มีการมอบหมายไปยังเจ้าหน้าที่ที่ตนได้กำหนดตัวไว้แล้ว อีกทั้งไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับการตรวจคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่ร่วมกันขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ นับแต่การจดทะเบียนนิติบุคคล โดยมีกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นกลุ่มเดียวกัน การเช่าสถานที่ไว้เป็นที่ทำการแห่งเดียวกัน โดยนิติบุคคลส่วนหนึ่งเป็นผู้รับซื้อและจัดหาสินค้าเหล็ก แล้วขายให้แก่นิติบุคคลในกลุ่มเพื่อส่งออก โดยรับซื้อในราคาสูงกว่าราคาตลาดกว่า 50 เท่า ตบตาอำพรางว่าได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามราคาที่ซื้อ แล้วจึงขอคืนภาษี หลังจากที่ส่งออกสินค้า เนื่องจากภาษีส่งออกเป็นศูนย์

จากนั้นนิติบุคคลดังกล่าวจะปิดกิจการและชำระบัญชี และมีการจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อดำเนินการในลักษณะเช่นเดียวกัน โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องในกลุ่มเดียวกันนี้เวียนเข้าไปเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลที่จดทะเบียนขึ้นใหม่

ทั้งนี้ มีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท









ลูกชาย′ชูมี่′ซุ่มซ้อมขับฟอร์มูล่า 4 หวังตามรอยพ่อ
ผบ.ทบ.ยันไม่เปิดศูนย์ประสานงานพูดคุยสันติสุขพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
10 วิธีพันผ้าพันคอ ง่ายๆ สาย เท่ เก๋ ไม่เหมือนใคร(ดูคลิป)
ชมสกู๊ปเตรียมความพร้อม "ทีมช้างศึกไทย" ก่อนฟาดแข้งกับเจ้าถิ่นวันนี้ 19.00น.!
"อิกกี้ อะเซเลีย" แร็พเปอร์สาวดาวรุ่ง : สตาร์ต่างแดน
ยาฉีด ดีกว่ายากิน จริงหรือ?
กรุงเทพโพลเผยข่าวในหลวงทำคนไทยมีความสุขมากที่สุดในรอบปี57
ชาวประทาย โคราชประท้วงไม่เอาโรงไฟฟ้าชีวมวล
ขั้ว-ข้างร่าง"รธน." : โดย จำลอง ดอกปิก
ไปทะเลกันดีกว่า′น้ำทะเล ชายหาด′บางแสน กำลังสวยสุดๆ
"ชูวิทย์" โพสต์เตือนคนซื้อบ้าน ให้ระวัง "แบงก์สีเขียวๆ" ให้ดี!
(ทำไม?) นักวิชาการเชียร์ เลือกตั้งแบบเยอรมนี
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก : ข้าว น้ำ สายลม และแสงแดด ในสยามเมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว
ตรรกะพิสดาร โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ : นโยบายต่างประเทศสมัยประยุทธ์
พริตตี้ : สวย-น่ารัก-เซ็กซี่ ในงาน Motor Expo 2014 โดยเช็คราคา.คอม
รวมโปรโมชั่นเด็ดก่อน Motor Expo 2014 โดย เช็คราคา.คอม
พริตตี้ : สวย-น่ารัก-เซ็กซี่ ในงาน Motor Expo 2014 โดยเช็คราคา.คอม
รวมโปรโมชั่นเด็ดก่อน Motor Expo 2014 โดย เช็คราคา.คอม
เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เปิดตัว GOLDGEOUS EXHIBITION & GOLDGEOUS COLLECTION สุดอลังการ