ป้ายรถเมล์ในจินตกรรม

วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09:42:16 น.

โดย กล้า สมุทวณิช


ที่มา : คอลัมน์ คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง มติชนรายวัน วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2556



หากใครขับรถหรือสัญจรผ่านเส้นแจ้งวัฒนะช่วงที่ตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต คงนึกออกว่ามีสะพานข้ามแยกทางแจ้งวัฒนะ ที่ด้านหนึ่งของมันอยู่หน้าโรงงาน NXP ส่วนอีกด้านคือช่วงหน้าบริษัท TOT นั่นแหละครับ ทั้งสองจุดทางลงสะพาน มีป้ายรถเมล์เก่าอยู่ฝั่งละป้าย ซึ่งมันถูกยกเลิกไปแล้ว เหตุที่ต้องยกเลิกหรือควรถูกยกเลิก เพราะมันตั้งอยู่ใกล้ทางลงสะพานดังกล่าวจนเกินไป นั่นคือ ถ้ารถเมล์จะเข้าป้ายนั้น ก็จะต้องรีบหักซ้ายลงจากสะพานแล้วปาดสองเลนเพื่อเข้าป้ายพอดี ซึ่งเป็นอันตรายมากกับรถที่มาทางตรง หรือลงสะพานมาด้วยความเร็ว 

คงเพราะป้ายรถเมล์มันคงมีมาก่อนสะพาน ทำให้ปัจจุบันคนก็ยังนิยมไปรอเรียกรถเมล์ที่ "อดีตป้าย" นั้นอยู่ และรถเมล์หลายคันก็ยังจอดด้วยความเคยชิน ในที่สุดป้ายรถเมล์ทั้งสองป้ายนั้นก็ไม่ได้ถูกยกเลิกไปจากความรับรู้ของผู้คนแถวนั้นแต่อย่างใด 

ทุกครั้งที่มีการเสวนาว่าด้วยการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย(ไปจนถึงรัฐธรรมนูญ) จะต้องมีผู้เสนอความเห็นที่คล้ายจะคมคายขึ้นมาว่า "เราแก้ที่กฎหมายไม่ได้ แก้ที่พฤติกรรมของคนดีกว่า" ดังนั้น จึงป่วยการที่จะเสวนาเรื่องการแก้กฎหมาย คำพูดแบบนี้เหมือนจะเป็น "ความจริงอันเถียงยาก" แต่มันก็มีคำถามตามมาว่า "แล้วเราจะแก้ไขพฤติกรรมของคนได้อย่างไร" หรือบางคนเลยไปว่า ก็คนในสังคมของเรามี "สันดาน" เช่นนี้ ป่วยการจะไปคิดเรื่องการออกแบบกฎหมายให้มันดี หรือบางคนอาจจะมองว่า เราควรออกแบบกฎหมายให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมเสียเลยน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า 

แต่ถ้าเราคิดว่า"กฎหมาย" (รวมถึงกฎ ระเบียบอื่นๆ) ควรสอดคล้องกับความต้องการของสังคมแล้ว นำไปปรับใช้กับเรื่องป้ายรถเมล์ที่ผมได้เล่าไว้ข้างต้น ก็เท่ากับว่า ป้ายรถเมล์ควรจะอยู่ในที่ที่คน "ต้องการ" ให้มันอยู่ ก็คือตรงเชิงสะพานที่ว่า ไม่ควรไปแก้ไขกระนั้นหรือ ? แม้ว่าสภาพถนนมันจะเปลี่ยนไปจากตอนที่แรกตั้งป้าย จนการมีอยู่ของป้ายรถเมล์นั้นเป็นอันตรายต่อการจราจรไปแล้วละ ?

มีข้อพิจารณาว่า กฎหมายกับจารีตประเพณีหรือจิตสำนึกของสังคมนั้นเป็นสิ่งที่แปลงกลับไปกลับมาซึ่งกันและกันได้เสมอ จารีตประเพณีของสังคมจำนวนมากแปลงมาเป็นกฎหมาย เช่นที่กฎหมายไทยเราห้ามฟ้องร้องบุพการีจะเป็นคดีอุทลุม และก็มีหลายกรณีที่กฎหมาย "สร้าง" วัฒนธรรมประเพณีใหม่ขึ้นมา เช่นเดิมทีสังคมไทยเรานั้นเป็นสังคมแบบผัวเดียวหลายเมีย เหมือนในนิยายหรือละครคุณหลวงคุณพระที่จะมีเมียกันเต็มบ้าน เป็นดราม่าลูกคุณหญิง ลูกเมียน้อยเมียบ่าวกันไป วัฒนธรรมเดิมนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบกฎหมาย "ผัวเดียวเมียเดียว" นับแต่การประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ที่อนุญาตให้ชายหญิงสมรสกันได้ครั้งละคนเป็นคราวๆ ไป 

หรือบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมโดยกฎหมาย ก็อาจจะมาจาก "กระบวนการนิติบัญญัติทางปฏิเสธ" ด้วยซ้ำ เช่นแต่เดิมเราเชื่อกันว่า ผู้หญิงแต่งงานแล้วต้องใช้นามสกุลผู้ชาย ใครไม่ยอมใช้ ถือเป็นเฟมินิสต์ก๋ากั่น แต่หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธินี้ไว้ตามคำวินิจฉัยที่ 21/2546 ปัจจุบันนี้ สังคมก็มองผู้หญิงที่แต่งงานแล้วใช้นามสกุลเดิมเป็นเรื่องปกติ หรือแต่งงานแล้วจะยังคงคำนำนามเป็นนางสาวไว้ก็ยังได้ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ากลไกของกฎเกณฑ์แห่งกฎหมาย "อาจ" เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ความเคยชิน หรือความรู้สึกเชิงศีลธรรมของสังคมได้จริง ก็อย่างเรื่องที่ปัจจุบันผู้ชายควร "รักเดียว ใจเดียว เมียเดียว" นั้นก็ "ถูกสร้าง" ขึ้นมาหลังประมวลแพ่งบรรพห้าอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นแหละ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ "การมีเมียมาก" ของผู้ชายไม่ถือเป็นเรื่องผิดแปลกในวัฒนธรรมไทยแท้แต่โบราณ ที่ขุนแผนก็ยังเป็นพระเอกอยู่แม้ตอนนี้

กลับมาที่ป้ายรถเมล์ของเราอีกครั้ง ปัญหาเรื่อง "ป้ายรถเมล์ในจินตกรรม" เคยถูกแก้ไขไปได้ระยะหนึ่ง เมื่อนายตรวจรถเมล์เขตนั้นเอาจริง มาตั้งด่านเข้มงวด รถเมล์คันไหนเข้าป้ายเชิงสะพานนี้ จะถูกเรียกไปจดชื่อตักเตือน หรือโบกสั่งให้ไปจอดป้ายที่ถูกต้อง (เลยจุดเดิมไปราวร้อยเมตร) ในที่สุดช่วงหนึ่ง รถเมล์ก็เลิกจอดป้ายอันตรายทั้งสองป้ายนั้นได้ 

แต่พอนายตรวจหายไปนาน ก็มีผู้โดยสารใจกล้ากดออดขอลงหรือมีผู้โดยสารรอป้ายที่ยกเลิกแล้วนั้นโบก รถเมล์ก็ใจอ่อนโฉบเข้ามาจอดรับส่งเหมือนเดิม ป้ายในความรับรู้ทั้งสองก็ไม่หายไปเสียที 

นอกจากกลไกของกฎหมายแล้ว บางครั้ง "นายตรวจ" ที่สม่ำเสมอ คือเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในการสู้รบกับพฤติกรรมที่สังคมเชื่อนานฝังแน่นไปแล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องกระทำได้








รถพ่วงคอนเทนเนอร์บรรทุกข้าวสารพลิกคว่ำจราจรติดยาว
ตรวจสอบดวงท่านวันนี้ 1 สิงหาคม 2557 โดย สมชาย เกียรติ์ภราดร
กรมอุตุฯเตือน เหนือ-อีสาน กทม. มีฝนร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ยันโซนร้อน“นากรี” ไม่กระทบไทย
ฮู-ผู้นำแอฟริกาตะวันตก เตรียมออกแผนสู้อีโบลา 100 ล้านดอลลาร์
แผ่นดินไหว 5.1 ริกเตอร์ หมุ่เกาะอันดามัน
ท่อแก๊สระเบิดหลายจุดในไต้หวันตาย 22 ราย เจ็บเกือบ 300 คน
"เจย์ ซิมป์สัน"อดีตแข้ง"บุรีรัมย์"ย้ายซบทีมลีกวันอังกฤษ
วุ่นอีก! แฟนบอล"ดนิโปร"ยกพวกตะลุมบอนกลางศึกชปล.(ชมคลิป)
"น้องไหม"เดินตาม"เจ้ามุ้ย"-จ่อเล่นลีกยุโรป
งานเข้า! "บาร์ซ่า"อาจชวดเตะ"ลาลีกา"-หากแคว้น"กาตาลัน"แยกตัว
สาวป.โท ผู้เสียหาย ถูกพนง.รถไฟข่มขืนเมื่อ 13 ปีก่อน เขียนจม.เปิดผนึกถึงหน.คสช.-ร.ฟ.ท.
ชมภาพ สวีทหวาน มัลลิกา กับ ชายผู้โชคดี ก่อนลั่นระฆังวิวาห์ 30 สิงหาคม นี้
แฟนานุแฟนทุกฝ่าย ห้ามพลาด!!! จม.จาก "ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์" ถึง "นงนุช สิงหเดชะ"
จากใจ "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" กรณีจำนำข้าว ถึงอดีตนักการเมืองคนหนึ่งและคอลัมนิสต์รายหนึ่ง
"10 เรื่อง" เกี่ยวกับ "บก.ลายจุด" ที่คุณอาจไม่รู้ !
"เจ็บ-ป่วย" เรื่องจิ๊บๆ ซื้อประกันสุขภาพ ออนไลน์ ง่ายเพียงตอบคำถาม 5 ข้อ ก็จบแล้ว!!
"Best Buy Moment" โอกาสทองของคนกำลังจะซื้อบ้าน 12 ก.ค. - 31 ส.ค. 57 นี้ เท่านั้น โดยเช็คราคา.คอม
10 เรื่องต้องรู้ ก่อนซื้อทองคำ โดยเช็คราคา.คอม
เปิดสุดยอดผลงานชนะเลิศในกิจกรรม “โอกาสสร้างได้ ไม่ต้องรอจับฉลาก” ไม่ดูไม่ได้จริงๆ
จองโรงแรมอย่างชาญฉลาด โดยเช็คราคา.คอม