ชาเพื่อสุขภาพ

วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 10:29:34 น.
















 

วีณา นุกูลการ,ธันย์ชนก ปักษาสุข

 

         ชาเครื่องดื่มสุขภาพที่นิยมบริโภคกันทั่วโลก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ประชาชนมีความตื่นตัวหันมาดูแลสุขภาพกันอย่างจริงจัง การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์และช่วยส่งเสริมสุขภาพได้รับความนิยมมากขึ้น และการบริโภคชา นับเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความสนใจอย่างมากของคนในยุคนี้ เพราะมีรายงานการศึกษาวิจัยมากมายที่แสดงถึงคุณสมบัติในการป้องกันโรคและคุณประโยชน์จากการดื่มชา

 

         ชามีหลากหลายประเภท ชาที่นิยมดื่มโดยทั่วไปอาจแบ่งได้ 3 ประเภท คือ ชาเขียว ชาอู่หลง และชาดำ  แต่ไม่ว่าจะเป็นชาประเภทใดก็ล้วนแล้วแต่มาจากพืชชนิดเดียวกันที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis (L.) Kuntze วงศ์ Theaceae ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในจีนและอินเดีย ลักษณะเป็นไม้พุ่ม ใบติดเรียงสลับ มีลักษณะหนาเหนียว รูปไข่ เห็นเส้นใบได้ชัดเจน ดอกสีขาวและมีกลิ่นหอม ผลมีลักษณะเป็นกล่อง เมล็ดกลมและขนาดใหญ่ ในผลหนึ่งจะมีเมล็ด 1-3 เมล็ด ส่วนของต้นชาที่นำมาทำเครื่องดื่มจะอยู่ส่วนบนสุดของต้น เป็นตำแหน่งของการผลิใบอ่อนและการแตกหน่อ ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณภาพดีที่สุด ดังนั้น ชาที่มีคุณภาพดีที่สุด คือ ชาที่ผลิตจากใบชาอ่อนและตานั่นเอง โดยชาแต่ละชนิดจะแตกต่างกันที่กระบวนการผลิต เช่น ชาเขียวเป็นชาที่ไม่ผ่านการหมักเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วจะนำไปอบไอน้ำหรืออบที่อุณหภูมิสูงอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้ใบชายังคงสีเขียวสดอยู่  สีของน้ำชาจึงเป็นสีเขียวอ่อน และมีกลิ่นเขียวตามธรรมชาติ ชาอู่หลงเป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักเพียงบางส่วน ใช้ระยะเวลาสั้นกว่าชาดำ จึงมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่เข้มเหมือนชาดำ ชาอู่หลงจะมีกลิ่นหอม รสชาติชุ่มคอ ส่วนชาดำเป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างสมบูรณ์ ซึ่งการหมักจะเป็นการเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นทำให้ใบชาเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาล  ชาดำจึงมีสีน้ำตาล รสชาติเข้มข้น และมีกลิ่นหอมฉุนกว่าชาเขียวและชาอู่หลง

 

         จากการที่ชาแต่ละชนิดมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน จึงส่งผลให้มีปริมาณขององค์ประกอบทางเคมี สี กลิ่น และรสชาติที่ได้แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่มีต่อร่างกายแตกต่างกันไปด้วย ตามธรรมชาติจะพบสารสำคัญในใบชาสดเป็นสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoids) โดยสารตัวที่มีบทบาทสำคัญด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาคือ สารกลุ่มคาเทชิน (catechins) ได้แก่ Epigallocatechin (EGC), Epicatechin (EC), Catechin (C), Epicatechin-3-gallate (ECG), Gallocatechin (GC) และ Epigallocatechin -3-gallate (EGCG) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่มแซนทีน อัลคาลอยด์ (xanthine alkaloid) ได้แก่ คาเฟอีน (caffeine) ธีโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ในชาเขียวจะมีปริมาณสารกลุ่มคาเทชินสูงใกล้เคียงกับในใบชาสด ในขณะที่ชาอู่หลงและชาดำ มีปริมาณสารคาเทชินลดน้อยลงตามลำดับ จึงทำให้ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของชาทั้งสามชนิดค่อนข้างแตกต่างกัน

 

         ชาเขียวเป็นชาที่มีสารคาเทชินในปริมาณมากที่สุด จึงทำให้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าชาอู่หลงและชาดำ นอกจากนี้ ยังสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็งบางชนิด โรคอัลไซเมอร์ โรคเบาหวาน

 

         ส่วนชาอู่หลงจะพบสารหลักเป็นสารกลุ่มโพลีฟีนอลที่เกิดปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชั่น ที่เรียกว่า Oolong Tea polymerized-polyphenols  หรือ OTPPs  เช่น Oolonghomobisflavan A และ B นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่มพวกทีอาฟลาวิน (theaflavin) และทีอารูบีจิน (thearubigin) โดยสารกลุ่ม OTPPs นี้ มีรายงานวิจัยพบว่า เป็นกลุ่มสารที่มีความสำคัญต่อการลดและควบคุมปริมาณไขมันในร่างกาย     โดยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ลดการดูดซึมไขมัน ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลเปส และเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน โดยสามารถเพิ่มกระบวนการเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าชาเขียวถึง 2 เท่า จึงสามารถช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ นอกจากนี้ชาอู่หลงยังสามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบและลดอาการเครียดได้อีกด้วย  ส่วนชาดำเป็นชาที่พบสารสำคัญทีอาฟลาวินและทีอารูบีจินมากที่สุด มีการรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า ชาดำมีฤทธิ์ช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ เนื้องอก และเซลล์มะเร็ง ช่วย บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ และยังช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญพลังงานแต่พบว่าน้อยกว่าชาอู่หลง

 

             จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าชานั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย องค์ประกอบทางเคมีที่อยู่ในชาชนิดต่างๆ มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม พบว่าในท้องตลาดชาและน้ำชามีคุณภาพหลายระดับ การเลือกชนิดและการบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะก่อให้เกิดประโยชน์และช่วยส่งเสริมสุขภาพแก่ผู้บริโภค

 

เอกสารอ้างอิง

 

Kim Y., Goodner K.L., Park J., Choi J. and Talcott S.T. (2011). Changes in antioxidant phytochemicals and volatile composition of Camellia sinensis by oxidation during tea fermentation. Food chemistry, 129: 1331-1342

Komatsu T., Nakamori M., Komatsu K., Hosoda K., Okamura M., Toyama K. et.al.(2003). Oolong tea increases energy metabolism in Japanese females. Journal of Investigative Medicine, 50: 170-175.

Nakai M, Fukui Y, Asami S, Toyoda-Ono Y, Iwashita T, Shibata H et.al. (2005). Inhibitory effects of oolong tea polyphenols on pancreatic lipase in vitro. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 53: 4593-4598. Pan M., Lai C., Wang H., Lo C., Ho C. and Li S. (2013). Black tea in chemo-prevention of cancer and other human diseases. Food science and human wellness, 2: 12-21.

Pinto M.S. (2013). Tea: A new perspective on health benefits. Food research international, acticle in press








โสสุโก้ มอบเงินสนับสนุนโครงการ Gen A “รวมพลคนรุ่นใหม่หัวใจอาสา”
บีทีเอสจัดกิจกรรม แม่ลูกผูกพัน
บล.ไทยพาณิชย์ จัดสัมมนา “เจาะลึกหุ้นไทยไตรมาส 3 ความเหมือน...ที่แตกต่าง”
ยู ซาปา เวียดนาม พร้อมรับนักท่องเที่ยวสิงหาคมนี้
(อ่านต่อ) คลิกอ่านโดยพลัน ...รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗
10 ปี เซเรเนด เอไอเอส รุกครองใจลูกค้า ยกระดับการดูแล
ปตท. มอบทุนการศึกษาให้เยาวชนขาดแคลนจังหวัดลำปาง
“Mid Year Sale 2014” ผลิตภัณฑ์ดอยตุงลดกระหน่ำ 30-80 %
ช่วยเกษตรกร ช่วยท่องเที่ยว ในงาน “เดอะ แพลทินัม สตรีท ฟู้ด เฟสติวัล”
ธรรมศาสตร์ จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง “ปฏิรูปสังคมไทย...พ้นภัยคอร์รัปชัน”