มาสด้า CX-5 "สกายแอคทีฟ" ซูมซูม อิน นิวซีแลนด์

วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 21:49:44 น.




โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา




อย่างที่เคยนำเสนอไปแล้วบ้างเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของค่ายมาสด้า หลังจากไปซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ใหม่ ใช้ชื่อว่า สกายแอคทีฟ

มาสด้า มองว่านับจากนี้ไปอีกไม่ต่ำกว่า 20 ปี รถยนต์ที่ใช้กันอยู่จะยังคงใช้เครื่องยนต์เป็นตัวขับเคลื่อน โดยจะมีเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์กับไฟฟ้าเข้ามาช่วยมากขึ้น แต่ก็ไม่เต็มที่

ดังนั้น การแก้โจทย์ให้รถยนต์สามารถนำพลังงานที่สูญเสียไปกลับมาเป็นพลังงานใช้ได้อีก เนื่องจากปัจจุบันยานยนต์มีการใช้พลังงานเพียง 70% จากที่มีทั้งหมด นับเป็นสิ่งท้าทายอย่างยิ่ง

จึงกลายเป็นที่มาของเทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ที่มาสด้าเชื่อมั่นว่าจะช่วยพลิกโฉมหน้าวงการยานยนต์ของโลก ด้วยการเปลี่ยนใหม่หมดทั้งคัน ทั้งเรื่องเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ตัวถัง แชสซี อุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์ เพื่อความประหยัดและสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มาสด้าจะทยอยใช้เทคโนโลยีนี้ในรถยนต์มาสด้ารุ่นใหม่ๆ สำหรับประเทศไทยจะเริ่มจากรุ่น มาสด้า ซีเอ็กซ์-ไฟว์ (CX-5) มีกำหนดจะเปิดตัวในประเทศไทยประมาณเดือนตุลาคมนี้ ก่อนจะทยอยเปลี่ยนในรุ่น มาสด้า 2 และมาสด้า 3 ตามมา

ในช่วงก่อนการเปิดตัว ทาง บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) นำทีมโดย "คุณซู" สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด ได้นำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทย 14 คน เดินทางไปทดสอบสมรรถนะมาสด้า CX-5 ณ ประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม-5 สิงหาคมที่ผ่านมา

สาเหตุที่เลือกประเทศนิวซีแลนด์ ก็เพื่อต้องการให้ได้สัมผัสสภาพเส้นทางที่ตื่นเต้น มีความหลากหลาย แตกต่างจากสภาพเส้นทางในประเทศแถบอาเซียน เพื่อทดสอบสมรรถนะของเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างเต็มที่

จุดเริ่มต้นเริ่มจากเมืองโอ๊คแลนด์ ทางตอนเหนือของเกาะเหนือประเทศนิวซีแลนด์ หลังจากแวะเยี่ยมชม มาสด้า มอเตอร์ นิวซีแลนด์ สำนักงานตัวแทนจำหน่ายรถมาสด้า จึงได้รู้ว่ามาสด้าเป็นรถที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในนิวซีแลนด์ แม้ว่าประเทศนี้จะมีประชากรไม่กี่ล้านคน แต่มียอดขายมากกว่าประเทศไทยที่มีประชากรกว่า 60 ล้านคน แต่ยังมียอดขายมาสด้าเพียงแค่ประมาณ 7 หมื่นคันเท่านั้น

รถแต่ละคันจะจัดให้มีผู้ขับ 1 คน และผู้โดยสาร 1 คน สลับกันขับ ทุกคนจะได้ขับรถยนต์ 3 รุ่น และเป็นรุ่นที่จะนำมาขายในเมืองไทยด้วย แต่สเปกบางอย่างจะแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ รุ่นเบนซิน 2.0 ลิตร เบนซิน 2.5 ลิตร และดีเซล 2.2 ลิตร

วันแรกระยะทางจากเมืองโอ๊คแลนด์ถึงจุดแวะทานอาหารกลางวัน นาร์โรว์ส แลนดิ้ง ระยะทางประมาณ 162 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากนั้นเดินทางต่ออีก 100 กม.ถึงเมืองโรโตรัวทางตอนใต้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

แม้เส้นทางหลักที่ใช้จะเป็นถนนค่อนข้างแคบ 2 เลนสวนกัน แต่เป็นการขับรถชิดซ้าย ใช้รถพวงมาลัยขวาเหมือนบ้านเรา ที่สำคัญไม่มีมอเตอร์ไซค์ วิ่งให้ต้องระวังเหมือนบ้านเรา

นอกจากนี้คนที่นิวซีแลนด์มีวินัยจราจรสูงมาก ยกตัวอย่างเมื่อขับรถเข้าวงเวียน จะต้องหยุดให้รถในวงเวียนไปก่อน แม้ว่าไม่มีรถในวงเวียน แต่เมื่อถึงเส้นทึบบนถนนกำหนดให้ต้องหยุดรถทางเข้าวงเวียน รถทุกคันก็จะหยุด และเชื่อว่าด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้ตลอดการเดินทางคณะของเราไม่เห็นอุบัติเหตุบนถนนแม้แต่ครั้งเดียว

เริ่มวันที่ 2 วันนี้สตาร์ตค่อนข้างเช้า เพราะต้องขับทางไกล จากเมืองโรโตรัวเวลา 8 โมง ไปถึงจุดแวะทานอาหารกลางวันเมืองนาเปียประมาณ 11 โมง รวมระยะทางประมาณ 241 กม. หลังจากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองเวลลิงตัน เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ ระยะทางประมาณ 308 กม. หักช่วงเวลาแวะพักประมาณครึ่งชั่วโมง รวมใช้เวลาช่วงนี้ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง

ไฮไลต์อยู่ที่ช่วงประมาณ 50 กม.สุดท้ายก่อนเข้าเมืองเวลลิงตัน ไปเจอสภาพถนนแคบขึ้นเขาลงเขาทางชัน โค้งแคบ มีรถคอนวอยขนาดใหญ่สวนมาเป็นระยะ มีฝนตกลงมาพรำๆ ยามพระอาทิตย์ตกดิน ถือว่าเป็นการขับรถที่ได้ประสบการณ์ไปอีกแบบ ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะถ้าพลาดใช้ความเร็วมากไป เบรกแรงไป มีโอกาสลื่นไถลสูงมาก และถ้าตกลงเหวข้างถนน คงไม่ใช่แค่จุกอย่างเดียวแน่นอน

งานนี้จึงต้องค่อยๆ ย่องไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องช้าจนเกินไป เพราะมีรถคนท้องถิ่นไล่หลังกดดันมาเป็นระยะ กว่าจะมาถึงเมืองเวลลิงตันได้ หลายคนแอบถอนหายใจกันหลายเฮือก

จบทริปทดสอบครั้งนี้ หลายคนลงความเห็นว่ารถเยี่ยม เส้นทางยอด ได้ทดสอบทั้งรูปแบบในเมือง ทางไกล หลากหลายรูปแบบ

อุปสรรคที่สำคัญและน่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนในทริปประสบก็คือ ความง่วง เพราะเวลาที่นิวซีแลนด์เร็วกว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง

ดังนั้น การตื่นตั้งแต่ 7 โมงเพื่อมาเริ่มขับรถ นั่นหมายถึงประมาณ

ตี 2 บ้านเรา ตอนเช้าคงไม่เท่าไหร่ แต่หลังอาหารเที่ยงเท่านั้นแหละคุณเอ๋ย ง่วงอย่าบอกใครเชียว ขับรถไป หาวกันไปหวอดๆ ตลอดทาง โชคดีที่ไม่มีใครขับไปหลับไป ไม่งั้นมีหวังได้แวะคุยกับฝูงแกะข้างทางแน่นอน

สำหรับสิ่งที่หลายคนรอลุ้นหลังจากสิ้นสุดทริปก็คือ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ได้ ปรากฏว่ารุ่นเบนซิน 2.0 ลิตร ประมาณ 15.6 กม.ต่อลิตร รุ่นเบนซิน 2.5 ลิตร ประมาณ 13.5 กม.ต่อลิตร และรุ่นดีเซล 2.2 ลิตร ประมาณ 17.5 กม.ต่อลิตร

ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีจากสภาพการขับขึ้นลงเนินตลอดทาง แถมบางช่วงหลายคนแอบกดคันเร่งเกินความเร็ว 100 กม./ชม. ตามที่ผู้จัดกำหนดไว้หลายครั้งก็ตาม

มาถึงตรงนี้ เชื่อได้ว่า CX-5 จะเป็นรถอเนกประสงค์ที่น่าจะประสบความสำเร็จในตลาดรถยนต์บ้านเรา แม้จะยังต้องลุ้นกันว่าจะตั้งราคาได้โดนใจแค่ไหน

แต่ถ้าเป็นประมาณ 1.7-1.8 ล้านบาท อย่างแว่วๆ กันมาล่ะก็ เชื่อขนมกินได้เลยว่า ซูมซูม แน่นอน!!!

หน้า 15 มติชนรายวัน ฉบับวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2556








"มาสด้า"ดีเดย์เตรียมผลิตอีโคคาร์ 6 พ.ย.นี้ ประเดิมเฟส 2 ฟันธง! เป็นมาสด้า 2 โมเดลใหม่
"อ๊อฟ-นุ่น"ตื่นเต้น! เดินพรมแดงหนังนานาชาติโตเกียว ปลื้มทองเนื้อเก้าซิว "ละครยอดเยี่ยม"
"หอยทาก"นับพันตัว! บุกแฟลตตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก(ชมคลิป)
"ทรานส์ฟอร์เมอร์ส" ตัวจริง! (ชมคลิป)
"แอสตัน มาร์ติน แบงคอก"ฉลอง1ปี เปิดตัว"แวนควิช โวลันเต้"ยนตรกรรมสุดหรู
ไปเรียนรู้การปลูก “ผักพระราชา (โมโรเฮยะ)” ที่ปากช่องกัน
กกต.เกาหลี พบ กกต.ไทย พร้อมเชิญไทยเข้าร่วมสมาคมกกต.โลก หลังมีประสบการณ์ยาวนาน
ขาจิ้น "บอย-มาร์กี้" ดราม่า-ไม่พอใจ ช็อตเด็ด "มาร์กี้-ป๊อก" ร่วมเฟรมทานข้าว
"Lady Gaga" จัดเต็ม คิ้วเเดง-ปากดำ ลูกไม้สีดำสุดเซ็กซี่ ต้อนรับฮาโลวีน
เศรษฐีแห่โอนที่ดินทำเลทองกลางกรุงเทพฯหลบภาษีมรดก (ชมคลิป)
"กล้วย" พืชประโยชน์สารพัดนึก แต่หากบริโภคไม่คิด มีสิทธิ์ถึง "ตาย"
ก่อนจะมโนไปไกล! ภาพฟิล์มเอกซเรย์หนุ่มจีนคอปลาดิบข่าวดังนั้น ไม่ใช่พยาธิ! แต่เป็น...
"ซูซูกิ ลาแปง" รถแบ๊วๆ ราคาไม่แบ๊ว อ็อพชั่นไม่เบา! เข้าไทยเคาะที่ 1.4 ล้าน!
ว่าที่ ′มิตซูบิชิ อีโว′ ใหม่ สวยล้ำสไตล์สปอร์ต
หลานปู่ "กาโม่ อาชวิน" จวกคนปล่อยข่าวลือ "ปู่เฉลิม" เสียชีวิต บอกช่วยหาข่าวที่มีสาระกว่านี้หน่อย
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม
ไม่รู้ไม่ได้ เกี่ยวกับหมวกกันน็อค โดยเช็คราคา.คอม
ถิ่นเจริญกรุง เจริญนคร มหานครใหม่ที่ต้องจับตา
10 วิธีแก้ไขปัญหากวนใจในทาวน์เฮ้าส์ โดยเช็คราคา.คอม
รีวิว New Audi A3 - "World Car of the Year 2014" โดยเช็คราคา.คอม