ก้าวข้ามความขัดแย้ง...เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย : ภูมิธรรม เวชยชัย

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556 เวลา 08:00:02 น.


ภูมิธรรม เวชยชัย


 

ความคิดริเริ่มเวทีปฏิรูปการเมืองอาจเป็นเรื่องที่หลายคนตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาล ว่าต้องการที่จะปฏิรูปประเทศไทยจริงๆ หรือเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง

 

ปัญหาความขัดแย้งที่มีในสังคมไทยตั้งแต่มีการทำรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 มาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา
7-8 ปีแล้ว ก็ยังไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งได้ เพราะต่างฝ่ายต่างยืนหลังพิงอยู่กับความเชื่อของตนเอง  ก่อร่างความขัดแย้งที่ลงรากฝังลึกในสังคม

 

 

หากถามว่าประชาชนส่วนใหญ่คิดอย่างไรกับประเด็นนี้ ผลโพลเกือบทุกสำนักระบุว่า  ประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง   ประชาชนส่วนใหญ่เบื่อหน่ายกับความขัดแย้งที่มีอยู่  ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้า

 

ทั้งนี้การที่ประเทศจะก้าวไปข้างหน้าได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกส่วนของสังคมไทยต้องพยายามร่วมกันหาทางออกในการก้าวข้ามความขัดแย้ง แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลก่อน ๆ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่นอกวงคู่ขัดแย้ง และในการดำเนินกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลประเด็นปัญหา รวมทั้งข้อเสนอต่าง ๆ  ก็ยังไม่สามารถดำเนินการให้นำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมลงไปได้   

 

ในครั้งนี้ กระบวนการจะแตกต่างไปจากเดิม กล่าวคือ รัฐบาลเป็นผู้ริเริ่มและสนับสนุนการเปิดเวทีพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดยเชิญกลุ่มที่เป็นทั้งคู่ขัดแย้ง  กลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และ กลุ่มที่เป็นกลาง มาร่วมหารือแสวงหาข้อยุติในความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย และสร้างบรรยากาศแห่งความไว้ใจกัน ในอันที่จะหาลู่ทางการเปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่มที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันเข้ามามีส่วนร่วม อาทิ ตัวแทนพรรคการเมือง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  กลุ่ม นปช.  กลุ่ม สว. อดีตนายกรัฐมนตรี  อดีตประธานสภาฯ  ประธานกลุ่มสถาบัน องค์กร ต่าง ๆ  เป็นต้น   ทั้งนี้โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานการคิดที่สำคัญ  3  ประการ คือ

 

 

1. ความขัดแย้งในสังคมยุคเรา ควรสิ้นสุด และยุติในคนรุ่นเรา  ไม่ควรปล่อยให้ความขัดแย้งสั่งสม บานปลาย และกลายเป็นมรดกบาป ที่ตกทอดเป็นภาระ ให้แก่ลูกหลาน คนรุ่นหลัง

 

2. ข้อขัดแย้งในบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ยากที่จะหาข้อยุติ  เนื่องจากปัญหาสำคัญคือ โครงสร้างทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ยังไม่สามารถดึงการมีส่วนร่วมของคนทุกฝ่ายในสังคมให้เข้ามาช่วยกันดูแล ช่วยเหลือประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ดังนั้น หนทางการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ คือ “การมุ่งสร้างระบอบประชาธิปไตย แบบมีส่วนร่วม” ซึ่งจะเป็นวิถีทางที่นำไปสู่การปรับโครงสร้างทางการเมืองใหม่ ให้ทุกคน ทุกภาคส่วนมีโอกาส และสามารถเข้าร่วมในการกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศร่วมกัน

 

ทั้งนี้เพราะประเทศเป็นของทุกคน มิใช่เป็นของเฉพาะผู้ประสบชัยชนะทางการเมือง จากการเลือกตั้ง เท่านั้น  การสร้างเวทีการระดมความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและ ผู้มีบทบาทสำคัญจากทุกภาคส่วน

 

ที่ห่วงใยต่อปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในช่วงที่ผ่านมา จึงน่าจะเป็นบันไดขั้นแรกในการร่วมมือกัน ออกแบบประชาธิปไตยของประเทศไทยที่สอดคล้องกับสภาพสังคมไทย และเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ

 

3. เวทีครั้งนี้จะไม่พูดคุยขุดคุ้ยเรื่องในอดีต เพราะนั่นจะยิ่งขยายความขัดแย้งให้ร้าวลึกและบานปลาย หากแต่จะหารือถึงการสร้างอนาคตของประเทศร่วมกัน เพื่อส่งมอบประเทศชาติที่มั่นคง แข็งแรงให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

 

ดังนั้น การที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเสนอให้มีการพูดคุยหารือกันในครั้งนี้ เป็นความพยายามที่ต้องการหาทางออกให้ประเทศ ทั้งที่ทราบดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการจะแก้ไขความขัดแย้งที่บานปลายและบาดลึกมาจนถึงขนาดนี้ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าแม้สำเร็จเพียง 1% เราก็ต้องทำ เพื่อจะเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวไปสู่ความสำเร็จในการคลี่คลายปมปัญหา และ หากในอนาคตเมื่อมองย้อนกลับมาจะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียใจเพราะเราได้พยายามทำอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว 

 

เวทีการหารือเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยครั้งนี้ มุ่งหวังว่าจะสามารถ ดึงพลังที่มีอยู่จากทุกภาคส่วนในสังคมไทย เข้ามาช่วยกันคลี่คลายปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการคิดเอาชนะคะคานกันว่าความคิดใครถูก ความคิดใครผิด เพื่อนำพาประเทศไทย ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า อย่างเข้มแข็ง และเจริญรุ่งเรือง  ไม่ก่อให้เกิดการเผชิญหน้าที่นำไปสู่สถานการณ์ความรุนแรงเหมือนดั่งเช่นที่ผ่านมา









ช็อกอีก! ผช.กัปตัน"เยอรมันวิงส์"โหม่งโลก มีปัญหาสายตา-แฟนสาว เผยคำพูดลางบอกเหตุ!
"นกแอร์"ป่วน! ประตูเครื่องปิดไม่ได้ ผดส.โวย! ไม่ชี้แจง-ปล่อยเร่ร่อนเป็นสัมภเวสี!
แก๊งค้ายาเสพติดเมืองคอน บุกยิงถล่มป้อมตร. ตาย 2 เจ็บสาหัส 4
โจทย์ปฏิรูปศาสนาแบบยุคเก่าในรัฐประชาธิปไตยสมัยใหม่
อ.จุฬาฯ เตือน "เครื่องทำดีท็อกซ์"ลวงโลก กลับมาระบาดอีกในพื้นที่จ.ภาคเหนือ
ฮือฮา จัดอันดับ 50 ผู้นำยิ่งใหญ่โลก "ทิม คุ๊ก"ผงาดแชมป์ "แกนนำนศ.ฮ่องกง สุดเจ๋ง"ติดท๊อปเทน"
ช็อก เมียหึงโหดเดือดบุกถึงห้องเรียน "ตบ-เตะ"ครูสาวหน้าต่อหน้าเด็กนร. โวย"ลอบเป็นชู้สามี"(ชมคลิป)
ล่องเรือแป๊ะ : เกษียร เตชะพีระ
อึ้ง นักการเมืองฯ ทิ้ง-ฟ้องหย่า"เมียสาวเซ็กซี่" สุดทน"ชอบถ่ายเซลฟี่"โชว์อึ๋มเร่าร้อน"ให้ชาวบ้านดู (ชมภาพ)
เดินตามดาว หมอทรัพย์ สวนพลู 27 มีนาคม - 2 เมษายน 2558
′วิจักขณ์ พานิช′ ยิงหมัดตรง กรณี′ธรรมกาย′
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ : เมืองไทยในสายตาของผู้ใหญ่ลี ...
วีรพงษ์ รามางกูร เตือน "อันตรายตัวจริง" ของรัฐบาลอยู่ที่เศรษฐกิจไม่ใช่การชุมนุม
ปฏิรูปการศึกษาไทย เป็นเรื่องที่เหลวไหลและเลื่อนลอย โดย สุกรี เจริญสุข
ยิ่งลักษณ์จะสู้หรือหนี? โดย วสิษฐ เดชกุญชร