พระรูป "สมเด็จพระสังฆราช" กับ ช่างภาพชาวบางลำพู

วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 20:02:06 น.




โดย สมปอง ดวงไสว





ร้าน "จำลองศิลป์" อยู่ถนนพระสุเมรุ ไม่ห่างจากสิบสามห้างและวัดบวรนิเวศ เป็นร้านถ่ายรูปร้านเก่าแก่แต่แรกของบางลำพู

วันนี้แม้จำต้องเปลี่ยนแปลงไปจากธุรกิจรับถ่ายภาพ ล้าง/อัดภาพ เป็นร้านกาแฟร้านอาหารตามยุคสมัย เพราะความนิยมในการถ่ายภาพที่จะล้าง/อัดภาพดังแต่ก่อนเปลี่ยนไป เป็นถ่ายภาพแล้วมักเก็บลงคอมพิวเตอร์หรือบันทึกไว้ในซีดีมากกว่า

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แม้จะรู้สึกน่าเสียดายกับความหลัง แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อให้อยู่ได้อยู่ดี กระนั้นก็ยังไม่ทิ้งการถ่ายภาพแต่อย่างใด หากเข้าไปร้านจำลองศิลป์นูดเดิ้ล จำลองศิลป์คอฟฟี่ รวมทั้งจำลองศิลป์ดิจิตอล จะพบพระรูป "สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ขนาด 20X24 นิ้ว" ติดไว้บูชาเป็นสิริมงคลแก่ร้านอย่างชัดเจน

พระรูปดังกล่าวเป็นพระรูปประวัติศาสตร์ในความทรงจำของครอบครัว "ฉันทศิลป์"

"สุวกิตติ์ ฉันทศิลป์" เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งพุทธศักราช 2536 แม้เป็นเวลาย้อนอดีตกาลนานถึง 20 ปี แต่ภาพนั้นยังแจ่มชัดในความทรงจำ

"วันนั้นเป็นช่วงต้นเดือนพฤษภาคม พระเลขาฯสมเด็จพระสังฆราชท่านมาที่ร้าน บอกว่าสมเด็จฯท่านมีพระบัญชาให้ร้านจำลองศิลป์ไปถ่ายภาพพระองค์ท่าน



"ครั้งเมื่อท่านยังไม่ได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น ท่านรู้จักคุ้นเคยร้านของเราพอสมควร ท่านเมตตาให้คุณพ่อและช่างภาพเข้าไปที่ตำหนักคอยท่า ปราโมช ที่ประทับของพระองค์ท่าน เพื่อบันทึกภาพ ในเวลาช่วงเช้าก่อนเพล ซึ่งมีเวลาในการตระเตรียมไม่มากนัก และตอนที่ถ่ายภาพท่านนั้น ท่านมีเวลาให้ประมาณครึ่งชั่วโมง"

โอกาสถวายงานรับใช้

คุณพ่อ "ดำรง ฉันทศิลป์" ชวนผม-สุวกิตติ์ ฉันทศิลป์ และน้อง-"สุทธิพงศ์ ฉันทศิลป์" รวมทั้งเพื่อนช่างภาพจากกรมศิลปากร และช่างภาพที่รับใช้ท่านอยู่ประจำที่วัดบวรนิเวศ เข้าร่วมกันบันทึกภาพในครั้งนั้น

 

ด้วยความตั้งใจรับใช้อย่างดีที่สุด ผมและน้องสองคนช่วยกันจัดนำฉาก ไฟ จากร้านเข้าไปยังห้องกระจกที่เป็นห้องรับแขกในสมัยนั้น ซึ่งอยู่ติดกับตำหนักคอยท่า ปราโมช ที่ประทับของท่าน และได้ช่วยกันติดตั้งจนเป็นที่เรียบร้อย ในเวลา 3 โมงเช้าเราใช้กล้อง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้อง นิคอน เอฟเอ็ม 2, นิคอน เอฟ 4 และ แฮสเซล บลัด (Hassel Blad) เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด ในระยะเวลาอันสั้นที่สุด

เมื่อจัดเสร็จเรียบร้อย พระเลขาฯได้ทูลอาราธนาท่านมาประทับยังที่จัดไว้เพื่อถ่ายภาพ ใช้เวลาไม่นาน จำได้ว่ากดชัตเตอร์บันทึกภาพเพียง 3 ครั้ง ท่านรับสั่งว่า "รูปเราไม่สวย ไม่เป็นไรไปทำแค่เอกสาร" หลังจากนั้นจึงได้ช่วยกันเก็บข้าวของเครื่องใช้เป็นที่เรียบร้อย และรู้สึกดีใจที่ได้ถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน

ความสุขและภูมิใจ

คุณพ่อบอกว่า ท่านเมตตาประทานค่าใช้จ่ายให้ แต่พ่อรู้สึกดีใจที่ได้ทำงานถวายท่านมากกว่า ได้กราบท่านและบอกกับท่านว่า "ขอถวายครับ เราทุกคนรู้สึกปลื้มปีติและมีความสุขที่ได้ถ่ายรูปถวายท่าน"

หลังจากนั้นท่านเมตตาประทานเหรียญให้กับทุกคนที่เข้าไปทำงานบันทึกภาพ เป็น "เหรียญที่ระลึกสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชเสด็จเมืองจีน" เป็นเหรียญทรงกลมด้านหน้าเป็นพระพุทธชินสีห์พระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศ มีตัวอักษรภาษาไทย "พระพุทธชินสีห์" อยู่ด้านล่างโค้งขนานไปกับวงกลมของเหรียญ ด้านหลังเป็นตราพระองค์ท่าน มีอักษรจีนประกอบสองข้าง ใต้ลงมามีอักษรภาษาไทยเขียนว่า "จาริกเมืองจีน 2536 1993"

สำหรับ "เหรียญที่ระลึกที่ได้รับนั้นยังเก็บไว้บูชาอยู่ทุกวันนี้ เพราะเป็นเหรียญประวัติศาสตร์ที่ได้รับจากพระหัตถ์ของท่านและยังชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นเสมอ"

เมื่อล้างฟิล์มอัดภาพเสร็จเรียบร้อยได้นำภาพไปถวายท่าน ในครั้งนั้นได้อัดภาพสีขนาด 2 นิ้ว 1 โหล ขนาด 3X5 นิ้ว 1 โหล และขนาด 20X24 นิ้ว 3 รูป พระองค์ท่านนำไปใช้ติดในหนังสือเดินทาง พาสสปอร์ต ในการเสด็จไปเมืองจีน หรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำกราบทูลเชิญของรัฐบาลจีน นับเป็นประวัติศาสตร์ อันเป็นปรากฏการณ์ "ครั้งแรกในสังคมไทยที่สมเด็จพระสังฆราชเสด็จเมืองจีน และพระองค์ท่านเป็นพระสังฆราชพระองค์แรกที่ได้เสด็จประเทศจีน" ในช่วงวันที่ 20 มิถุนายน ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2536

และร้านถ่ายรูปเล็กๆ จำลองศิลป์ บางลำพู ได้มีโอกาสรับใช้พระองค์ท่านในครั้งนั้น และสำหรับภาพที่ติดบูชาที่ร้านรูปนี้เป็นรูปขนาด 20X24 นิ้ว วันที่เข้าถวายรูปภาพนั้น ได้ขออนุญาตและขอพระลิขิตนามของท่านไว้ที่รูป "ท่านเมตตาอนุญาตและลงพระนามท่านให้ต่อหน้าพวกเราเลย ท่านยิ้มให้และได้นำมาใส่กรอบติดบูชาที่ร้านเพื่อเป็นสิริมงคลกับร้านและครอบครัวของเราตลอดมา"


"วันเวลาผ่านไปนานถึง 20 ปี (2536-2556) เห็นรูปนี้ครั้งใด ก็ให้นึกถึงภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้น แม้จะนานเพียงใดแต่ความรู้สึกและความทรงจำในการเข้าไปรับใช้ถ่ายภาพพระองค์ท่านในครั้งกระนั้น ยังคงงดงามในความทรงจำของเราทุกคนตราบจนเท่าทุกวันนี้"

 

.....................

 

(ที่มา:มติชนรายวัน 20 พ.ย.2556)

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์
www.facebook.com/MatichonOnline








"พุทธะอิสระ" สงสัย 60 นักวิชาการเป็นคนใคร? แนะ "ระวังจะเตะหมูเข้าปากหมา"
หมอพรทิพย์โพสต์ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ จับตาแต่งตั้งปลัด ยธ.
ยูกันดาปวดหัว ปชช.รุมโวย"ถุงยาง"ไซส์เล็กเกินสวม"เสี่ยงแตก-ไม่ปลอดภัยหากต้องใช้งาน (ชมคลิป)
ห้างจีนโชว์หรูฉลองห้าง ปู"ทองคำ"กว่า 300 แท่งเป็นทางเท้า ให้ลูกค้า"ย่ำเดิน"เสริมโชคลาภ (ชมภาพ)
จับตาพิเศษ อาชีวะ 1สถาบันเสี่ยงส่อปิดถาวร ชงขึ้น′บัญชีดำนักเรียน"นักเลง"
สื่อผู้ดี เผย จิ้งจอกสยาม "เลสเตอร์" นิมนต์พระให้พรถึงถิ่น ก่อนถล่มแมนฯยู เปิดสถิติในบ้านยังไร้พ่าย
อึ้ง หญิงจีนฟ้องร้อง สูญเสีย"สิทธิด้านพรหมจรรย์"ศาลสั่งจ่าย 1.5 แสนบ. ฝ่ายชายไม่ยอม ขออุทธรณ์
"สมชัย" โพสต์แรง "เจอพวกกินหญ้าอีกแล้ว" ที่ไหน เวลาใด
สลด!พ่อโมโหลูกชายวัย 9 ขวบไม่ทำการบ้าน′ตี-จับทุ่ม′เลือดคั่งในสมองดับ
ระทึก พลังนักศึกษาฮ่องกง ฮือเรียกร้อง"ประชาธิปไตย"ต่อต้านจีน"ล็อคสเป็คผู้ว่าเกาะ"ขู่ประท้วงเป็นแสน
สมลักษณ์ จัดกระบวนพล : คำวินิจฉัยของศาลที่สั่นสะเทือนสังคมไทย
โฉมหน้า ′ครม.ประยุทธ์ 1′
นศ.ศึกษาศาสตร์ มช.ไม่เข้ารับน้อง เผยถูกสังคมเเซงชั่นหนัก! วอน ขอให้คนไม่เห็นด้วยมีที่ยืนบ้าง
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : งานศพผิดวัดครั้งใหม่ (1)
วสิษฐ เดชกุญชร : ตำรวจ : หอกข้างแคร่ของรัฐบาล