วิวาทะ"พาณิชย์-ธ.ก.ส." มหากาพย์เงินจำนำข้าว ถึงกาลอวสานโดยปริยาย !!

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 19:22:18 น.







โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ





แม้ว่าล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ โดยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะออกมายืนยันว่า จะมีเงินจากการระบายข้าวมาส่งคืนให้กับกระทรวงการคลัง เพื่อจะได้มีเงินจ่ายให้กับเกษตรกรที่นำข้าวมาเข้าโครงการจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57 ได้จนสิ้นสุดโครงการรอบแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 อย่างแน่นอน

แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะที่เป็นหน้าด่าน ระหว่างเกษตรกรกับรัฐบาล

เพราะนี่ไม่ใช่คำมั่นสัญญาแรกของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2556 ที่ระบุให้ ต้องนำเงินจากการระบายข้าวมาใช้หมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้การบริหารจัดการเงินโครงการ มียอดคงค้างไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ซึ่งเป็นมติ ครม.ที่ขยายเวลาออกมาแล้วครั้งหนึ่ง จากเดิมที่เคยกำหนดให้ลดวงเงินที่ใช้เกินกว่ากรอบที่กำหนดลงมาให้ได้ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2556 หรือภายในวันที่ 30 กันยายน 2556 นั่นเอง

หลังจากที่โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปีการผลิต 2554/55 ตามนโยบายที่หาเสียงไว้ของพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นที่จับตาของหลายส่วนงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เมื่อพบว่า ผลการดำเนินงานผ่านไป 2 ปี จำนวน 4 รอบการผลิต รัฐบาลใช้เงินไปแล้วถึง 6.8 แสนล้านบาท

มีการประเมินยอดตัวเลขผลขาดทุนจากโครงการตั้งแต่ 1 แสนล้านบาท ไปจนถึง 2.5 แสนล้านบาท มีการออกมาเตือนจากองค์กรระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ให้ยกเลิกโครงการดังกล่าวและหาวิธีการดูแลรายได้เกษตรกรด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก

รวมถึงการขู่จากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทั้งบริษัท มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส จำกัด บริษัท สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ จำกัด หรือ เอสแอนด์พี ว่า หากยังไม่ดูแลบริหารจัดการให้ดี เป็นภาระทางการคลัง จนกระทบต่อฐานะการคลัง จะมีผลต่อการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ซึ่งบริษัทต่างๆ เหล่านี้กำลังจะเดินทางมาเก็บข้อมูลในต้นปีหน้



แรงกดดันรอบด้านทำให้รัฐบาลหลังชนฝา ไม่สามารถเพิ่มวงเงินรับจำนำได้อีก ทั้งที่กำลังเริ่มเข้าสู่ปีที่ 3 ของโครงการ ภายใต้กรอบที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) อนุมัติไว้ ต้องใช้เงินเพิ่มอีก 2.7 แสนล้านบาท คิดเป็นปริมาณข้าว 16.5 ล้านตัน ของปีการผลิต 2556/57 ซึ่งเป็นปริมาณที่ได้ปรับลดข้าวที่จะนำมาเข้าโครงการได้ไม่เกิน 3.5 แสนบาทต่อครอบครัว แล้ว และลดลงอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนที่ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อครัวเรือน เช่นกัน เมื่อเทียบกับปีแรกที่รับจำนำทุกเมล็ด จนเกิดปรากฏการณ์ข้าวทะลักจากทุกทิศทั่วไทย

แต่การกำหนดกรอบวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาทนี่เอง ไม่ได้เพิ่งมาระบุภายหลัง แต่เป็นการกำหนดกรอบมาตั้งแต่เข้าสู่ปีที่ 2 ของโครงการ ซึ่ง ครม.มีมติที่ให้เงินในโครงการไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินกู้จากกระทรวงการคลัง 4.1 แสนล้านบาท และจากสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.เอง 9 หมื่นล้านบาท หากจะมีการใช้เงินเพิ่มเติม ก็ให้ใช้เงินจากการระบายข้าว แต่เพื่อความคล่องตัว ครม.ได้เปิดช่องไว้ กรณีที่กระทรวงพาณิชย์เองไม่สามารถระบายข้าวได้ทัน โดยให้ ธ.ก.ส.ใช้สภาพคล่องสำรองไปพลางก่อน เมื่อได้รับเงินระบายข้าวแล้ว จึงมาชำระส่วนที่สำรองเกินที่ใช้ไป

จึงเป็นที่มาของเงินที่ใช้ไปจนเกินกว่ากรอบที่กำหนดถึง 1.8 แสนล้านบาท เพราะไม่มีเงินจากการระบายข้าวเข้ามาสมทบ และเป็นที่มาของการกระทบกระทั่งกันของ 2 หน่วยงานมาตลอดระยะเวลาของการดำเนินโครงการในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา เพราะตามแผนการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ในปี 2556 จะนำเงินส่งกระทรวงการคลังทั้งสิ้น 2.2 แสนล้านบาท แต่ทำได้จริงเพียง 1.63 แสนล้านบาท เท่านั้น และในเดือนธันวาคมจะส่งมาเพิ่มเติมอีก 6 พันล้านบาท แต่ปรากฏว่าเงินมาจริงเพียง 2 พันล้านบาท

เป็นที่เข้าใจได้ว่า เป็นเรื่องยากในการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์เช่นกัน เมื่อตลาดโลกรับรู้ต้นทุนในการรับซื้อข้าวของรัฐบาลว่า สูงกว่าราคาตลาดเพียงใด ทุกเมล็ดที่มีการระบายข้าวออกไปก็ย่อมขาดทุนเช่นกัน โดยที่ยังไม่นับรวมกับต้นทุนบริหารจัดการต่างๆ การระบายข้าวจึงกลายเป็นความลับสุดยอด ที่แม้แต่ประชาชนผู้เสียภาษีเองก็ยังไม่สามารถรับรู้ข้อมูลได้

ทำให้ทุกครั้งที่ ธ.ก.ส.ทวงถามเงินจากการระบายข้าว เพื่อหวังจะไม่ต้องดึงสภาพคล่องของธนาคารมาใช้ จนกระทบต่อการดำเนินงานปกติ ก็มักจะถูกตอกกลับจากฝั่งของกระทรวงพาณิชย์ทุกครั้งไป และดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นเมื่อใกล้กับเส้นตายที่ ครม.กำหนดไว้วันที่ 31 ธันวาคม 2556 ที่ไม่สามารถเพิ่มวงเงินได้อีก ทั้งที่โครงการ ปีการผลิต 2556/57 ที่เริ่มไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 มีข้าวเข้าร่วมโครงการแล้ว 8 ล้านตัน มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท ธ.ก.ส.ได้จ่ายเงินให้เกษตรกรไปได้เพียง 1.8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น และยังเหลือเงินในมือเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท ที่จะจ่ายให้กับเกษตรกรได้ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งจากการประเมินแล้ว จะยังมีข้าวทยอยมาเข้าโครงการอีกกว่า 2 ล้านตันก่อนจะปิดโครงการ

ร้อนถึงกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ เกษตรกรที่นำข้าวไปจำนำกับโรงสีแล้ว และได้ใบประทวนมาเพื่อขอขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส. ซึ่งปกติจะใช้เวลาเพียง 3 วันทำการในการตรวจสอบรายละเอียดก็จะได้รับเงิน แต่ปัจจุบันกลับพบว่า ผ่านไป 3 เดือน เงินก็ยังไม่ถึงมือเกษตรกร

และดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภา กลายเป็นรัฐบาลรักษาการ การกระทำการใดๆ ที่ก่อภาระผูกพัน ต้องตกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้ความได้เปรียบของการเป็นรัฐบาลรักษาการออกมาตรการใดๆ ที่เข้าข่ายการหาเสียง

ทำให้กระทรวงพาณิชย์หยิบยกเกณฑ์ดังกล่าวมาชี้แจงให้เกษตรกรเข้าใจว่า ไม่สามารถระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้ เพราะอาจจะขัดกฎหมายเลือกตั้ง ที่เป็นการลงนามผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งอาจจะเป็นทางรอดหนึ่งให้กับกระทรวงพาณิชย์ที่กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันให้หาเงินจากการระบายข้าวมาใช้ในโครงการ

เมื่อเจอแรงกดดัน ที่สุดกระทรวงพาณิชย์ต้องทำหนังสือถึง กกต.เพื่อสอบถามการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลล็อตใหม่ว่า สามารถดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งต้องรอคำตอบจาก กกต.หากทำได้ ไม่ผิดระเบียบ ก็จะเปิดระบายข้าว ทั้งการเปิดประมูลทั่วไปและการขายข้าวรัฐต่อรัฐ ซึ่งจะทำให้มีเงินมาจ่ายคืนให้กับเกษตรกรได้ แต่ก็แค่ระยะหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็เท่ากับจำนวนที่เริ่มไปแล้วคือ ข้าวนาปี วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ได้เท่านั้น

แต่ยังไม่มีคำมั่นใดๆ ในส่วนของข้าวนาปรัง ปี 2557 ที่คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ว่าจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ หรือนี่จะเป็นอวสานการรับจำนำข้าวไปโดยปริยาย เพราะการถังแตกของรัฐบาล ยังไม่รวมกับผลขาดทุนจากโครงการที่จะเป็นตัวเลขที่ถูกพูดถึงตามมา

และไม่ต้องไปพูดถึงในปีถัดๆ ไป เพราะแค่จะให้ปิดโครงการ ก็หืดขึ้นคอ จบแบบไม่สวย และคนที่ซวยรับกรรมก็คือ เกษตรกรชาวนา

ที่ได้แค่ใบประทวนไปห่มคลายหนาว!!

 


นายยรรยง พวงราช
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

"ธ.ก.ส. ควรจะปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ได้รับมอบหมายคือ การจ่ายเงินชำระค่าจำนำ ข้าวให้กับชาวนา ซึ่งการหาเงินเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการคลังที่จะดำเนินการ จึงไม่อยากให้ฝ่ายบริหารของ ธ.ก.ส. ออกมาให้ข่าวถึงการไม่มีเงิน ทั้งที่รัฐบาลได้เร่งรัดในการจัดงบประมาณให้ ธ.ก.ส.อยู่ เพราะจะทำให้เกิดกระแสความไม่เชื่อมั่น และชาวนาเกิดความกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินได้"

 

นายลักษณ์ วจนานวัช
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

"ธ.ก.ส.ไม่ได้มีเจตนาจะจ่ายเงินให้เกษตรกรล่าช้า โดยยืนยันว่า ยังคงเดินหน้าจ่ายเงินตามปกติ แต่ขึ้นอยู่กับเงินจากการขายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ที่จะนำส่งมา โดยจนถึงสิ้นปีนี้ยังยืนยันจะจ่ายเงินได้เพียง 3.9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีแหล่งเงินใหม่เข้ามาและรัฐบาลยังไม่ได้มีการพิจารณามาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรเพิ่มเติม"

 


 

(ที่มา:มติชนรายวัน 23 ธ.ค.2556)


ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์
www.facebook.com/MatichonOnline

 








พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ 10 ปี กฎอัยการศึก ประสบการณ์จากไฟใต้ ถึงประเทศไทยวันนี้
ดังข้ามคืน "น้องม็อบ" สาวน้อยลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวสุดโดนใจ
อื้อฮือ! ถ้าหนุ่มพม่าจะหล่อเเซ่บเว่อร์ขนาดนี้นะ !!
รู้ยัง? “5 ผลไม้ เด่น ที่น่าปลูกในอนาคต” มีอะไรบ้าง
สวยอยู่ดีๆ พริบตาเดียวหมดกัน !! (ชมคลิป)
ป.ป.ช.เปิดเซฟ 5 สนช.พ้นตำแหน่ง โชว์ขุมทรัพย์รัฐมนตรีหลักร้อยล้าน
′ธีราทร′ เดือดโพสต์สับเจ้าของกระทู้ดังป้ายสีไม่มีใจรับใช้ชาติ
รอดแล้ว! "ควายบุญรอด" ตาบอดข้างซ้าย มีผู้ใจบุญไถ่ชีวิต หลังหนีออกจากโรงฆ่าสัตว์
ชื่นมื่น งานวิวาห์ "เปิ้ล ภารดี - นิว เชื้อชาติ" เพื่อนพ้องร่วมยินดีคับคั่ง
ถอดรหัส การเมือง การเมือง เรื่อง"ถอดถอน" จาก"กลุ่ม 40 ส.ว."
โอ้โห! ประมูลทะเบียนสวย"1กก 1111"จบที่25ล้าน สูงสุดในรอบ11ปี หนุ่มวัย19คว้าไปครอง
หนี้เน่าแบงค์พานิชย์เริ่มโผล่! หมดเเรงผ่อนบ้าน-รถ คนไทยรับผลเศรษฐกิจดิ่งลง
ฮือฮา ! ผุดตึกสูงสุดในไทย ติด 1 ใน 10 ของโลก สูง 125 ชั้น ดันพระราม9 ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
ตามไปดู มหาเศรษฐีหมื่นล้าน "เจ้าสัวเจริญ" เอ่ยปากพูดอะไรที่สนามบินน้ำ (ชมคลิป)
ครม.เห็นชอบยกเลิกเก็บภาษีคณะบุคคล-ห้างหุ้นส่วนสามัญ ให้ยื่นรวมกับรายได้บุคคลธรรมดา