หุ้นส่งออกส้มหล่น บาทอ่อนเกินคาด

วันที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2557 เวลา 11:23:00 น.

โบรกเตรียมปรับประมาณการกำไรกลุ่มส่งออกขึ้นอีก 7.5% จากประมาณการเดิม อานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนเกินคาด


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซียพลัส ประเมินว่า แนวโน้มค่าเงินบาท และเงินเอเชีย ยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่านับจากนี้ จาก 2 ปัจจัยคือเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งนี้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหนุนให้สหรัฐ มีแนวโน้มตัดลดคิวอีเพิ่มมากขึ้น หากสัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่เข้าใกล้เป้าหมายมากยิ่งขึ้น ได้แก่ อัตราการว่างงานหากลดลงอย่างต่อเนื่อง จากอยู่ที่ 7%จากงวดเดียวกันปีก่อน (เป้าหมาย 6.5%) และอัตราเงินเฟ้อ อยู่ที่ 1.2%จากงวดเดียวกันปีก่อน (เป้าหมาย 2%) หลังจากที่เฟด มีข้อสรุปให้ตัดลดคิวอีลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์เหลือ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ม.ค.2557 เป็นต้นไป

"ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวแตะระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ และปัจจัยการเมืองที่ยังคงไม่แน่นอน ยังคงเป็นปัจจัยกดดันให้เงินทุนจากต่างชาติยังคงไม่ไหลกลับเข้ามาประเทศไทยในระยะสั้นนี้ ซึ่งเงินบาทที่อ่อนค่าใกล้ 33 บาทต่อดอลลาร์ นับว่าอ่อนค่ากว่าสมมติฐานที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ 31.5 บาทต่อดอลลาร์ในปี 2557 ซึ่งจากการศึกษาของฝ่ายวิจัยพบว่าทุกๆ 1 บาทที่อ่อนค่าจะส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่มส่งออกในราว 5% จากประมาณการเดิม อย่างไรก็ตามขณะนี้เงินบาทอ่อนค่ากว่าสมมติฐาน 1.5 บาท แสดงว่าจะทำให้เพิ่มประมาณการจากเดิมราว 7.5%" นักวิเคราะห์กล่าว

เขากล่าวว่า ในกลุ่มชิ้นส่วนฯ พบว่าทุก 1 บาทที่อ่อนค่า จะส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มจะเพิ่มขึ้น 6% จากประมาณการเดิม โดยหากพิจารณาเป็นรายบริษัทพบว่า บริษัทฮานา (HANA) จะมีผลกำไรปรับตัวเพิ่มมากที่สุดราว 6.8% จากประมาณการเดิม เพราะรายได้อยู่ในรูปสกุลดอลลาร์ ทั้ง 100% แต่ต้นทุนเป็นสกุลต่างประเทศราว 85% ขณะที่มีภาระหนี้สินในสกุลเงินดอลลาร์ เพียงเล็กน้อย

รองลงมาเรียงจากมากไปหาน้อย คือบริษัทเดลต้า (DELTA), บริษัทเคซีอี (KCE), บริษัทเอสวีไอ (SVI) และบริษัทสตาร์ส ไมโคร (SMT) โดยกำไรสุทธิในปี 2557 จะเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมราว 6.6%, 5.8%, 5.6%, 5.6% ตามลำดับเนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีฐานรายได้อยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นดอลลาร์ขณะที่ต้นทุนเป็นสกุลต่างประเทศราว 80-90% และมีภาระหนี้สินต่างประเทศบางส่วน เมื่อเทียบกับหนี้สินรวม จึงหักล้างผลบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่าไปบางส่วน

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ได้รับผลบวกน้อยที่สุดในกลุ่ม คือบริษัทแคล-คอมพ์ (CCET) แม้ว่าฐานรายได้อยู่ในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศทั้งหมด แต่ต้นทุนเป็นสกุลต่างประเทศในสัดส่วนใกล้เคียง 90% และยังมีหนี้สินต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง จึงลดผลบวกจากเงินบาทไปมาก โดยผลกระทบต่อกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเพียง 3% ซึ่งน้อยที่สุดในกลุ่ม

กลุ่มเกษตร-อาหาร พบว่าทุก 1 บาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ กำไรสุทธิของกลุ่ม จะเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมราว 4.1% ทั้งนี้หากพิจารณาถึงรายบริษัท พบว่าบริษัทศรีตรัง (STA) น่าจะมีแนวโน้มปรับเพิ่มกำไรจากเดิมมากที่สุดราว 7.2% เพราะรายได้อยู่ในรูปสกุลดอลลาร์ ถึง 85% แต่ต้นทุนเป็นสกุลต่างประเทศเพียง 20% และมีภาระหนี้สินในสกุลเงินต่างประเทศ น้อยกว่า 10%

หุ้นที่ได้ผลบวกรองลงมา คือหุ้นซีพีเอฟ (CPF) และหุ้นไทยยูเนี่ยน (TUF) คาดว่ากำไรสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้น 3.6% และ 3.3% จากเดิม ตามลำดับ เพราะมีฐานรายได้อยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศราว 65% และ 90% (ส่วนใหญ่เป็นดอลลาร์) ขณะที่ต้นทุนเป็นสกุลต่างประเทศมีสัดส่วน 50% และ 80% แม้จะมีภาระหนี้สินต่างประเทศบางส่วน แต่ยังได้รับผลบวกสุทธิอยู่








ออสเตรเลียวางแผนหาเอ็มเอช370 ขั้นต่อไป
มติชนนิวส์รูม : ไม้หนึ่ง ก.กุนที บางแง่มุมที่คุณอาจไม่รู้จัก !!!
"กิตติรัตน์"โพสต์เฟซบุ๊ก!! ร่ายยาวหวังเลือกตั้งเร็วช่วยหนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว
′ไทยฮอนด้า′ ยำใหญ่ 6-2 ′บางกอก′ ยิง 6-0 เอฟเอคัพ
ออสซี่เสริมเขี้ยวกองทัพ สั่งซื้อฝูงบินรบเอฟ-35เพิ่ม
"พุทธะอิสระ"เตรียมคุย"กำนันสุเทพ"เรื่องใช้มาตรา3รธน.
กรมศิลป์ขุดพบ6โบราณวัตถุสมัยวัฒนธรรมล้านช้างที่วัดห้วยห้าว
โจรสลัดปล้นเรือบรรทุกน้ำมันของญี่ปุ่น จับ 3 ลูกเรืออินโดนีเซียเป็นตัวประกัน
ฐากูร บุนปาน : สงครามขึงพืด
โอบามาเตือนจีน สหรัฐมีเอี่ยวกรณีพิพาทเหนือหมู่เกาะญี่ปุ่น
จับตาสัญญาณอันตราย! ตัดโอที-จ่ายเงินเดือนช้า นักธุรกิจชี้โรงงาน"กลาง-ย่อย"กระทบแล้ว
แห่ชมทะลัก ... คลิป ตัน อิชิตัน ถึงบอย วันทัช ยอดชมพุ่งกว่า 3 ล้านวิว
คลิปดัง! ตม.ดอนเมือง ชักปืน (ฉีดน้ำ) จ่อนักท่องเที่ยวกลางสนามบิน
กกร.คาดไตรมาส2 เศรษฐกิจขยายตัว วอนการเมืองรีบจบหวั่นจีดีพีเหลือ 0%
"ไพรินทร์"เดือด เล็งฟ้องอดีตผู้บริหารปตท. ขึ้นเวที กปปส.กล่าวหาบิดเบือนราคาน้ำมัน (ชมคลิป)
HotelsCombined ธุรกิจบริการค้นหา และ เปรียบเทียบราคาโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่น