มูลเชื้อ การเมือง บทสรุป"ปรับครม." บนฐาน"ข่าวลือ"

วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 18:00:29 น.




(ที่มา:มติชนรายวัน 29 ก.ค.2558)




ไม่ว่าบทสรุปของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าบทสรุปของ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อข่าวการปรับ ครม.


น่าคิด

น่าคิด 1 ตรงที่ระบุลงไปเลยว่ามาจากกระบวนการปล่อยข่าว ขณะเดียวกัน น่าคิด 1 ตรงที่เรียกร้องให้มีการตรวจสอบฐานที่มา

ที่น่าคิด 1 ซึ่งสำคัญทั้งๆ ที่เป็น "ข่าวปล่อย"

เพราะในที่สุดแม้กระทั่งหัวหน้า คสช. แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี ก็ออกมายอมรับในแนวโน้มและความเป็นไปได้ของการปรับ ครม.

ถึงกับยืนยัน ภายในเดือน "สิงหาคม"

คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ หากว่ากรณีการปรับ ครม.เริ่มต้นจากการปล่อย "ข่าวลือ" อันเท่ากับเป็นการปั่นกระแส แล้วทำไมจึงได้รับการยอมรับ

เบื้องต้น ยอมรับว่าเป็น "กระแส"

ต่อมา ก็ยอมรับเป็นตุเป็นตะกระทั่งตกปาก รับคำ ว่าจะมีการปรับอย่างแน่นอนภายในกำหนดเวลาที่แน่นอน

สะท้อนว่า "ข่าวลือ" กำลังจะกลายเป็น "ความจริง"



ทําไมจึงลงความเห็นว่า กระแสในเรื่อง "การปรับ ครม." มิได้เป็นความดำริ มิได้เป็นความริเริ่มจาก คสช. หรือจากรัฐบาลมาก่อนเลย

เพราะภายใน "รัฐบาล" ออกมาพูด "ตรงกัน"

ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ไม่ว่า นายวิษณุ เครืองาม ไม่ว่า นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ ล้วนออกมาปฏิเสธ

ภายใน "ครม." ไม่เคยมีการพูดเรื่อง "ปรับ ครม."

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล จึงได้ให้สัมภาษณ์ไม่ว่าต่อนักข่าวหลายๆ คน หรือต่อนักข่าวเฉพาะบุคคลว่า "ไม่มีการปรับ ครม.อย่างแน่นอน"

นายสมหมาย ภาษี จึงฟันธงว่า "ข่าวปล่อย"

ขณะเดียวกัน หากรับฟังคำแถลงของรัฐมนตรีทุกคนต่างสรุปเป็นเสียงเดียวกันถึงความสำเร็จของการทำงานอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าในด้าน "การเมือง" ไม่ว่าในด้าน "เศรษฐกิจ"

ไม่ว่ารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่าง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ไม่ว่ารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่าง พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค ล้วนนำเสนอด้านที่รุ่งโรจน์ เสริมเติมความมั่นใจเป็นอย่างสูงๆ

เมื่อมากด้วย "ผลงาน" จะปรับ ครม.ไปทำไม



การยอมรับและถึงกับกำหนดวันเวลาของการปรับ ครม.จากหัวหน้า คสช. จากหัวหน้ารัฐบาล จึงกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อในทางการเมือง

เหลือเชื่อเพราะว่า "กระแส" มาจาก "ข่าวลือ"

รากฐานของข่าวลือก็รู้กันอยู่เป็นอย่างดีว่าเป็นเรื่องเลื่อนลอย ไม่สามารถหาต้นตอ แหล่งที่มาได้อย่างเป็นจริง

แล้วทำไมจะต้อง "เชื่อ" แล้วทำไมจะต้อง "ฟัง"

ที่ตลกร้ายเป็นอย่างมากก็คือ บรรดา "โพล" สำนักต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ล้วนแต่สะท้อนด้านอันเป็นผลงานและความสำเร็จ พลันที่ข่าวลือได้กลายเป็น "กระแส" ผลของ "โพล" กลับพลิกกลับกลายเป็นหนังแทบจะคนละม้วน

พระเอกระดับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ก็เป็นผู้ร้าย

รัฐมนตรีที่เคยได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างสูงรับผิดชอบงบประมาณมหาศาลระดับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ต้องถูกตำหนิ

ทั้งๆ ที่ฐานที่มา คือข่าวลือ คือข่าวปล่อย

เท่ากับเวลา 1 ปี 2 เดือนของ คสช. เท่ากับว่าเวลา 10 เดือนของรัฐบาล ดำเนินไปในความว่างเปล่าแทบไม่มีผลงานอะไรเลย

เป็นไปได้ยังไง



ความมั่นอกมั่นใจที่ คสช.เคยแสดงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 หายไปจนหมดสิ้นทันทีที่ยอมรับการปรับ ครม.

ที่บางท่านเคยลั่นวาจา "การบริหารบ้านเมืองไม่เห็นจะยาก" จึงไม่น่าจะเคยเกิดขึ้น ที่บางท่านเข้ามาอย่างโอ่อ่าว่าเหนือกว่าบรรดา "นักการเมือง" จึงไม่น่าจะเคยปรากฏในทางเป็นจริง

เป็นไปได้ยังไง




test