โรงงานเฟอร์นิเจอร์โคราชส่อเจ๊งอีก จี้รัฐช่วย-สวีเดนเลิกสั่งซื้อ พนง.นับร้อยทยอยออก!

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 10:23:54 น.





โรงงาน
ใยสังเคราะห์ นิคมอุตสาหกรรมโคราชจ่อปิดกิจการ บริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่สวีเดนเลิกออเดอร์ พนง.นับร้อยทยอยลาออก วอนรัฐช่วยเงินทุนหมุนเวียน เหตุแบงก์ไม่ปล่อยกู้

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14402137001440213876l.jpg

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท สตาร์ ซินเธติค ยานส์ จำกัด เป็นโรงงานผลิตเส้นใยสังเคราะห์ทำพรมและเฟอร์นิเจอร์ ตั้งอยู่ภายในเขตอุตสาหกรรมสุรนารี ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ประสบปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียนอย่างหนัก หลังบริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของโลกสัญชาติสวีเดน ยกเลิกใบสั่งซื้อหรือออเดอร์ทั้งหมด แล้วหันไปสั่งออเดอร์จากประเทศอินเดียและจีนแทน โดยให้เหตุผลว่ามีราคาถูกกว่า เพราะมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าประเทศไทย ส่งผลให้บริษัทสตาร์ฯต้องหยุดดำเนินการผลิตเกือบทั้งหมด และพนักงานเริ่มทยอยลาออกแล้วถึง 120 คน จากที่เคยมีจำนวน 250 คน หรือครึ่งหนึ่งของโรงงาน

นายโชดรี อัมจัด ไอดิซ กรรมการผู้จัดการบริษัทสตาร์ฯ เปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้เป็นอุตสาหกรรมขนาดกลาง อยู่ในระดับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีพนักงานชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 250 คน ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้เพิ่มการลงทุนเป็นเงินกว่า 40 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรเพิ่ม อาทิ เครื่องทอพรม เครื่องติดกาวหลัง เครื่องตัดพรมอัตโนมัติ และเครื่องจักรเย็บ หลังจากได้มีการเจรจากันกับบริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ว่าจะสั่งซื้อสินค้าเพิ่มหลายรายการ ทางบริษัทจึงได้เพิ่มไลน์การผลิตตามความต้องการของลูกค้า แต่ปรากฏว่าช่วงต้นปี 2558 บริษัทเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวได้ยกเลิกคำสั่งซื้อที่เคยเจรจาไว้ทั้งหมด ทำให้กิจการของบริษัทหยุดชะงักลงกะทันหัน

นายวิเชียร ยินดี ผู้จัดการทั่วไปบริษัทสตาร์ฯ กล่าวว่า บริษัทแห่งนี้ก่อตั้งและดำเนินงานอยู่ในเขตอุตสาหกรรมสุรนารีมานานถึง 25 ปี เป็นผู้ผลิตใยสังเคราะห์เพื่อการทำผ้าพรม และผ้าตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ตลอด 25 ปีที่ผ่านมามีผลประกอบการเติบโตและได้ลงทุนขยายการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในไทยและต่างประเทศสั่งออเดอร์เข้ามาไม่ขาดสาย โดยมีบริษัทเฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของบริษัท คิดเป็นร้อยละ 45 ของออเดอร์ที่บริษัทผลิตส่งออกทั้งหมด

ต่อมาช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทคู่ค้ารายใหญ่นี้ได้ยกเลิกการสั่งออเดอร์ทั้งหมดอย่างกะทันหัน ทำให้บริษัทไม่ทันได้ตั้งตัว และต้องสูญเสียรายได้เป็นมูลค่ากว่า 16 ล้านบาทต่อเดือน ทางบริษัทจึงได้ลดปริมาณการผลิต หยุดเดินเครื่องจักรเกือบทั้งหมด ลดการทำงานล่วงเวลาหรือโอทีลง ทำให้พนักงานมีรายได้น้อยลง และพากันลาออกเป็นจำนวนมาก

"ที่ผ่านมาทางบริษัทพยายามหาเงินทุนจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินหลายแห่ง แต่ไม่ได้รับการอนุมัติเพราะเห็นว่าสภาพคล่องทางการเงินไม่ดี จึงต้องบริหารด้วยต้นทุนที่จำกัด และประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง หากเป็นเช่นนี้อยู่อีก 3-4 เดือน ก็อาจจะทำให้บริษัทต้องปลดพนักงานออกอีกจำนวนมาก จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเรื่องเงินกู้ยืมเพื่อใช้เป็นต้นทุนให้ผ่านวิกฤตช่วงนี้ไปให้ได้ก่อน"นายวิเชียรกล่าว

นายวากาซ อายุบ กอนเดิล ชาวปากีสถาน ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวางแผน บริษัทสตาร์ฯ กล่าวว่า สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือการพยายามยืดเวลาให้ได้นานที่สุด เพื่อรอเงินทุนหมุนเวียนที่อาจจะหามาได้ในอนาคต และไม่ให้กระทบกับพนักงานที่เหลืออยู่กว่า 130 คน แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไม่สามารถไปกู้ยืมเงินจากระบบสถาบันการเงินปกติได้ เพราะสถาบันการเงินแต่จะแห่งจะดูเพียงผลประกอบการในปัจจุบันเป็นหลัก ดังนั้น จึงเหลือเพียงทางเดียวคือ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น

นางสาวสมใจ ศรีนาง พนักงานฝ่ายผลิตบริษัทสตาร์ฯ กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทมีออเดอร์ลดลงจำนวนมากส่งผลให้งานการผลิตน้อยลง พนักงานจึงได้ลดการเข้าทำงานล่วงเวลาจากเดิม 3 กะ เป็น 1 กะ ทำให้มีรายได้น้อยลงไปด้วย เงินเดือนจึงไม่พอค่าใช้จ่าย เพราะมีหนี้สิน การผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียน และอีกจิปาถะ ทำให้พนักงานหลายคนพากันลาออกเพื่อไปสมัครทำงานที่อื่นแทน

"ดิฉันทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งนี้มานานกว่า 10 ปี ก็รู้สึกตกใจ เพราะที่ผ่านมาก็สามารถผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ตลอด หากครั้งนี้ต้องลาออกจากงานก็ไม่รู้จะไปสมัครงานที่ไหนได้อีก เพราะอายุก็มากแล้ว" นางสาวสมใจกล่าว

ขณะที่นายประชา มีธรรม อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ด้านอุตสาหกรรมภาพรวมในจังหวัดนครราชสีมายังคงมีภาวะที่ปกติ

หลังจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแม้จะมีบริษัทที่เลิกกิจการ 5 แห่ง รวมเงินลงทุนที่สูญเสีย 24.95 ล้านบาท แต่เป็นเพียงอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ยังไม่มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ขอเลิกกิจการเข้ามา ส่วนโรงงานที่กำลังประสบปัญหาการการลดปริมาณสั่งออเดอร์เข้ามาจากต่างประเทศ ทำให้กระทบในเรื่องของเงินทุนในการหมุนเวียน ทางอุตสาหกรรม จ.นครราชสีมา จะมีการจัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริง และพร้อมที่จะเป็นคนกลางในการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ

"ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีโรงงานอุตสาหกรรมขออนุญาตตั้งใหม่กว่า10แห่งรวมเงินลงทุนกว่า 712 ล้านบาท และมีความต้องการจ้างแรงงานกว่า 300 คน บริษัทที่ขออนุญาตตั้งใหม่ที่น่าสนใจ เช่น บจก.โตโยต้าเป็นบริษัทประกอบกิจการซ่อมและเคาะพ่นสีรถยนต์ มีเงินลงทุน 330 ล้านบาท บจก.เจวีซี ออพติคัล คอมโพเน้นท์ส (ประเทศไทย) ประกอบกิจการผลิตและประกอบกล้องบันทึกภาพและเสียง พร้อมชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ มีเงินลงทุน 198.36 ล้านบาท บจก.อีทีซี ไบโอพาวเวอร์ ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า มีเงินลงทุน 80 ล้านบาท" นายประชากล่าว และว่า

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมายังไปได้ดี โดยเฉพาะธุรกิจด้านการเกษตรและพลังงาน จะมีการขยายกิจการอีกเป็นจำนวนมาก จะเห็นได้จากอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง โคราชถือเป็นเมืองหลวงของการแปรรูปมันสำปะหลัง มีโรงงานแปรรูป 29 ราย เงินลงทุนรวมมากกว่า 8,000 ล้านบาท ยังไม่รวมโรงงานมันเส้นที่มีมากกว่า 160 ราย นอกจากนี้ทราบว่าจะมีบริษัทที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์จะย้ายฐานการผลิตเข้ามาที่โคราชซึ่งใช้เงินลงทุนมากกว่า5,000ล้านบาทอีก1 ราย จากภาวการณ์ดังกล่าวถือว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท ซัมซุง อิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ นครราชสีมา จำกัด ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมสุรนารีประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 1,400 คน และเตรียมปิดกิจการในช่วงปลายปีนี้เช่นกัน คาดว่าจะยังคงมีโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งกำลังประสบกับปัญหาการส่งออก และเตรียมประกาศเลิกจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง (กรอบตจว.)




test