เหยียดคนจนบนบัตรทอง โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์

วันที่ 05 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 06:00:00 น.




(ที่มา:มติชนรายวัน 4 มกราคม 2559)



ส่งท้ายปีเก่ากันไปกับดราม่าหนักบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก เรื่องเกี่ยวกับโครงการประกันสุขภาพบัตรทอง และเชื่อว่าคงดราม่ากันข้ามปี ตอนที่เขาดราม่ากันนั้นมีประเด็นที่สะกิดใจอย่างแรงอยู่ประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือคำพูดของใครบางคนบนอินเตอร์เน็ตที่ประณามพวกที่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่จนเป็นปัญหาสุขภาพแล้วมาขอรับการรักษาในโครงการบัตรทองเนื่องจากคำที่เขาใช้ค่อนข้างแรงว่า"มีเงินแดกเหล้าสูบบุหรี่เจ็บป่วยขึ้นมาเสือกมาใช้บริการ เอาเงินภาษีของพวกกูไปใช้ฟรีๆ"

ผมก็เลยนึกสนุกกับตัวเลข ง่วนอยู่พักหนึ่งก็เอามันโพสต์ลงไปบนโซเชียลเน็ตเวิร์กนั่นแหละ เพราะสมัยนี้แหล่งของการดราม่าทั้งหลายอยู่บนโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งนั้น ที่ผมโพสต์ไปก็คือ 

"ลองคำนวณให้ดูเล่นๆ ว่าถ้าภาษีเหล้า บุหรี่ และเบียร์ จากฐานปีཱུ เก็บมาได้ 200,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณปีཱུ อยู่ที่ 2,250,000 ล้านบาท ดังนั้นสัดส่วนของเงินทุก 100 บาท ที่รัฐบาลใช้จ่ายไปในทุกเรื่องมาจากภาษีขี้เหล้าขี้ยาอยู่ 8.8 บาท

"แปลความได้เยอะแยะเลยครับ แต่เอาเฉพาะที่เข้าประเด็นดราม่าดีกว่า เรื่องเป็นอย่างนี้

"แสดงว่าเงินเดือนข้าราชการในประเทศนี้ทุก 100 บาท 8.8 บาท มาจากภาษีขี้เหล้าขี้ยา อันนี้รวมหมอที่รับราชการด้วย ถ้าหมอมีเงินเดือน 20,000 บาท เงินเดือนของหมอก็มีเงินภาษีขี้เหล้าขี้ยาอยู่ 1,760 บาทต่อเดือน

"ทุกๆ 100 บาทที่รัฐใช้ในการอุดหนุนการเรียนแพทย์ ในนั้น 8.8 บาท มาจากภาษีขี้เหล้าขี้ยา ถ้าแพทย์ 1 คนใช้เงินงบประมาณปีละ 300,000 บาท (ตัวเลขอ้างอิงของ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์) เท่ากับใช้เงินภาษีขี้เหล้าขี้ยาในการเรียนอยู่ 26,400 บาทต่อปี เรียน 6 ปี เท่ากับเอาเงินของขี้เหล้าขี้ยาไปใช้จนเรียนจบรวม 158,400 บาท"

ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติมไปทั้งนั้นนอกจากกางตัวเลขให้ดู และก็ไม่ได้จะแก้ต่างให้พวกขี้เหล้าขี้ยาด้วย 

รวมทั้งไม่ได้คิดว่าจะให้พวกขี้เหล้าขี้ยาเอาข้อมูลนี้กลับไปลำเลิกบุญคุณกับใครทั้งสิ้น เพราะหากกางตัวเลขออกมาจริงๆ จากข้อมูลล่าสุดงบประมาณเฉพาะที่ใช้กับกองทุนบัตรทองซึ่งทุกคนที่มีสิทธิใช้บริการได้หมดนั้นอยู่ที่ประมาณ1.1แสนล้านบาทแค่ราวๆครึ่งเดียวของภาษีที่ขี้เหล้าขี้ยาในประเทศนี้จ่ายไป แล้วยังมีเหลือให้รัฐเอาไปใช้จ่ายให้ด้านอื่นๆ อีกตั้งมาก

ถ้าจะมีความคิดระหว่างบรรทัดอยู่ในนั้นก็คือการพยายามจะบอกว่าได้โปรดเลิกเอาเรื่องการเสียภาษีไปทวงบุญคุณกับใครต่อใครกันอย่างหยาบคายเสียทีเถอะโดยเฉพาะในเรื่องสวัสดิการขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งควรได้รับจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน 

ที่จริงหากเอาภาษีมูลค่าเพิ่มที่ทุกคนเสียอย่างเท่าเทียมกันใส่เข้าไปอีก เราจะพบว่าสัดส่วนที่คนขี้เหล้าขี้ยาจ่ายนั้นจะสูงขึ้นไปอีกมาก 

ผมไม่แน่ใจว่าอะไรคือที่มาของความคิดทวงบุญคุณเรื่องภาษีในกรณีนี้ ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงของตัวเลขมันฟ้องในทางกลับกันด้วยซ้ำ แต่ก็พบว่ามันมีความเชื่อมโยงกันเป็นทอดๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วไปลงเอยที่ทัศนคติเหยียดคนจน หรือกล่าวให้ลึกลงไปอีกก็คือการแบ่งแยกทางชนชั้น 

คนเหล่านี้จำนวนไม่น้อยไม่ได้ทวงบุญคุณเอากับพวกขี้เหล้าขี้ยาพวกเดียว ในหลายกรณีพวกเขาถึงกับอ้างว่าตัวเองเสียภาษีปีละมากๆ ภายใต้วงเล็บว่า (พวกมึง) คนจนๆ ไม่เสียภาษีกันด้วยซ้ำ คนเหล่านี้ไม่เข้าใจบทบาทของภาษี ไม่เข้าใจการอยู่ร่วมกันในสังคมใหญ่ที่กอปรกันขึ้นมาเป็นประเทศๆ หนึ่ง ไม่เข้าใจประเด็นทางสังคมว่าด้วยโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกัน

พวกเขาคิดถึงภาษีที่ตัวเองจ่ายไปราวกับการซื้อบริการจากบริษัทเอกชน ใครไม่มีเงินก็ไม่มีสิทธิ 

หรือหากใครได้รับความปราณีให้ได้รับสิทธินั้นไป ก็สมควรรำลึกในบุญคุณให้จงหนัก

ทัศนคติเหยียดคนจนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และก็ไม่ได้มีแต่ในสังคมไทยเท่านั้นด้วย บ่อยครั้งที่มันเป็นไปโดยไม่รู้ตัว เราจะมีข้อสรุปให้กับแต่ละเรื่องที่เกี่ยวกับคนจนไปแบบอัตโนมัติ ตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นได้ชัดก็คือคำว่า "โง่ จน เจ็บ" อันที่ต้องจริงมีคำว่า "ขี้เกียจ" เข้าไปด้วย ซึ่งเหมือนจะเป็นระบบคิดแบบอัตโนมัติที่ฝังอยู่ในสายเลือด ใช้อธิบายได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องคิดซ้ำ ทัศนคติฝังลึกแบบนี้นักมานุษยวิทยาอธิบายว่ามันมาจากวัฒนธรรมที่มีบทบาทครอบงำสังคม 

ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ลึกๆ แล้วหนีไม่พ้นความขัดแย้งที่มีพื้นฐานมาจากการต่อสู้ทางชนชั้น เพียงแต่ว่าเราจะมองเห็นมันหรือเปล่าเท่านั้นเอง




ความมั่นคงในโลกไซเบอร์ ระบบเตือนภัยการถูกแฮกโดยรัฐ
เดอะ แท็บ สื่อออนไลน์นักศึกษายุคใหม่ โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
ไฟฟ้าแจกฟรีที่เท็กซัส อานิสงส์ของการเปิดเสรี โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
ถึงเวลาตั้งโหมด "เวลานอน" เมื่อยุคนอนไม่หลับครองโลก โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
เกมกับการเขียนโปรแกรม เปลี่ยนเทคโนโลยี เปลี่ยนโลก โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
อนาคตของมนุษย์ ต่อหน้าเครื่องจักรอัจฉริยะ โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
เกมกับการศึกษา สอนเคมีด้วยไมน์คราฟต์ โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
เฟซบุ๊ก มาตรการแจ้งเตือนใหม่ เมื่อรัฐกลายเป็นอาชญากรไซเบอร์ โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
Xiaomi-Segway ปรากฏการณ์จากจีน โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
ปุ่ม F5 : การดื้อแพ่งของพลเมือง โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
ในโลกอันบิดเบือน : คนอเมริกันอยากให้รัฐประหาร?
แบตเตอรี่สำรองไฟ อนาคตพลังงานแสงอาทิตย์ โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์

กาลครั้งหนึ่ง..นานมาแล้ว แฝดสยาม อิน-จัน พบรักแรกกับสาวลอนดอน(8)
ค่าจ้างขั้นต่ำ 2559 : โดย สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์
ลึกแต่ไม่ลับ โดยจรัญ พงษ์จีน : "ศึกในประชาธิปัตย์"
เหยียดคนจนบนบัตรทอง โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
หรือสมคิดจะสร้างประวัติศาสตร์ โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์