หรือสมคิดจะสร้างประวัติศาสตร์ โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

วันที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 18:01:36 น.




(ที่มา:มติชนรายวัน 7 มกราคม 2559)




คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ติดตาม 6 แผนงานที่ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังดำเนินงาน หนึ่งในนั้นคือแผนงานปฏิรูปภาษี โดยมีกฎหมายเกี่ยวกับภาษีที่ต้องปรับแก้ประมาณ 46 ฉบับ รวมถึงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะต้องได้รับข้อสรุปภายในปี 2559

ผลการประชุมจะเริ่มการปฏิรูป ปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับภาษีนิติบุคคลเป็นการถาวร นำเสนอคณะรัฐมนตรีภายในไตรมาสแรกปี 2559 มีผลใช้บังคับปี 2560 

ส่วนการปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ขยายฐานภาษีมลพิษ เก็บภาษีสรรพสามิตจากสินค้าที่ทำลายสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มที่มีความหวาน น้ำมันหล่อลื่น ปรับปรุงภาษีศุลกากรให้สอดคล้องกับการเปิดเสรีทางการค้า ยังต้องพิจารณาต่อไป

ที่น่าสนใจติดตามจับตา เพราะมีปัญหาค้างคามานานคือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งถูกสั่งให้ชะลอไว้ตั้งแต่คราวที่นักธุรกิจแสดงท่าทีคัดค้านในการประชุมร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สมัย นายสมหมาย ภาษี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนพ้นจากตำแหน่งไป

เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า สาเหตุเพราะทีมเศรษฐกิจชุดที่แล้วเดินแนวทางทำให้คนรวยจนลง ขณะที่ทีมใหม่ใช้แนวทางตรงข้าม ทำให้คนจนรวยขึ้น 

ล่าสุด ฝ่ายประจำได้สรุปร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายในระดับนโยบาย เพื่อส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ 

การที่นายสมคิดในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจส่งสัญญาณให้กระทรวงการคลังนำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อ จึงเป็นการหักล้างเสียงซุบซิบนินทาที่ว่านั้นไม่เป็นความจริง

เนื่องจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นไปเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นสัญลักษณ์การดำเนินนโยบายเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มนำไปดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆ ได้คล่องตัวยิ่งขึ้น

ไม่เกี่ยวกับการทำให้คนรวยจนลง หรือคนจนรวยขึ้นแต่อย่างใด

ประเด็นปัญหาที่ต้องติดตาม จึงไม่ใช่แค่เรื่องอัตราภาษี เวลาบังคับใช้เหมาะสมหรือไม่ และใช้กับใครบ้าง แต่อยู่ที่ว่าเมื่อเสนอไปถึงนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีแล้ว หากมีพ่อค้า นักธุรกิจพากันออกมาคัดค้านต่อต้านอีก นายกรัฐมนตรีจะมีท่าทีอย่างไร

เป้าหมายที่นายสมคิดให้การบ้านกระทรวงการคลังไว้ว่าเรื่องนี้ต้องได้บทสรุปภายในปี 2559 จะปรากฏออกมาในลักษณะใด

แค่ส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เรียบร้อยภายในปี 2559 เป็นอันจบภารกิจ หรือคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบส่งต่อให้สภานิติบัญญัติออกเป็นกฎหมายทันภายในปี 2559 ถึงจะเรียกว่าสำเร็จบรรลุเป้าหมาย

หากเป็นไปตามประการหลัง ประกาศใช้บังคับกฎหมายนี้ได้ แสดงว่านายสมคิดได้สร้างประวัติศาสตร์ สามารถผลักดันกฎหมายอาถรรพ์ภาษีทรัพย์สินที่การแก้ไขปรับปรุงเริ่มมาตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2541 เวลาล่วงเลยมาเกือบ 20 ปี ได้สำเร็จลุล่วง โดยไม่หวั่นวิตกว่ากฎหมายนี้จะเป็นอุปสรรค ฉุดรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ตามฐานคิดที่ว่า ควรออกในภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นมากกว่าขาลง

ไม่ใช่แค่สร้างประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการลบคำปรามาสของนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ลงได้อย่างสิ้นเชิง

ที่บอกว่าหากนายสมคิดสามารถฟื้นเศรษฐกิจได้จริง จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ของโลก ประเทศที่ถอยจากประชาธิปไตยมาเป็นไม่เป็นประชาธิปไตย จะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้ และจะต้องเป็นที่ต้องการของประเทศอื่นๆ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเช่น เกาหลีเหนืออย่างแน่นอน และคงทุ่มซื้อตัวนายสมคิดอย่างเต็มที่เพื่อให้ไปช่วยพัฒนาประเทศ 

การเดินหน้าภาษีทรัพย์สินจนลุล่วง ทำให้คำสบประมาทไร้ราคาเป็นแค่การเล่นลิ้นทางการเมือง บั่นทอนความเชื่อถือรัฐบาลและนายสมคิด เพื่อความสะใจเท่านั้นเอง

ส่วนอัตราเพดานภาษีล่าสุด กำหนดไว้ 4 ประเภท ประกอบด้วย ภาษีที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อัตรา 0.2% ของราคาประเมิน ภาษีที่ดินเพื่ออยู่อาศัย อัตรา 0.3% ของราคาประเมิน ภาษีที่ดินเพื่อการพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม อัตรา 1% ของราคาประเมิน และภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ ในช่วง 1-3 ปีแรกจะเก็บภาษี 1% ในช่วง 4-6 ปี เก็บเพิ่มเป็น 2% และปีที่ 7 เป็นต้นไปเสียภาษี 3% โดยจะเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560

ทั้งหลายทั้งปวงรายละเอียดยังเป็นไปตามนี้ หรือปรับเปลี่ยนใหม่เป็นรอบที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วนแล้ว ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะทำได้ทันปี 2559 ตามนโยบายที่นายสมคิดให้ไว้ หรือประวัติศาสตร์ซ้ำรอยถูกเบรกซ้ำอีกครั้ง




กาลครั้งหนึ่ง..นานมาแล้ว แฝดสยาม อิน-จัน พบรักแรกกับสาวลอนดอน(8)
ค่าจ้างขั้นต่ำ 2559 : โดย สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์
ลึกแต่ไม่ลับ โดยจรัญ พงษ์จีน : "ศึกในประชาธิปัตย์"
เหยียดคนจนบนบัตรทอง โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
หรือสมคิดจะสร้างประวัติศาสตร์ โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์