เปิดกรุพระเก่า กับ “ต้อย เมืองนนท์” ชมพระแท้หายาก เผยจุดสังเกตศิลปะ-มวลสาร แบบไม่มีกั๊ก (ชมคลิป)

วันที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2555   เวลา  19:57:44
มติชนออนไลน์



ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน(มติชนอคาเดมี) ร่วมกับสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย โดยนายพยัพ คำพันธุ์ เป็นนายกสมาคม จัดเปิดอบรมหลักสูตรพื้นฐานในการพิจารณา ชุดพระเครื่องเบญจภาคี พระสมเด็จวัดระฆังฯ, พระนางพญา กรุวัดนางพญา พิษณุโลก โดยนายพิศาล เตชะวิภาค อุปนายกสมาคม หรือต้อย เมืองนนท์ เซียนพระชื่อดังมาเป็นวิทยากรบรรยายความรู้ ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ณ ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

 

 

เรียกน้ำย่อยก่อนถึงวันอบรม “ต้อย เมืองนนท์” เกริ่นถึงที่มาที่ไปของพระเก่า เล่าความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่พระพุทธรูป จนถึงพระเครื่อง จากเดิมสมัยโบราณพระพุทธรูปอยู่ในวัด แต่วันเวลาผ่านไป มีความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ ขยายจากการประดิษฐานอยู่ในวัด กระจายมาอยู่บ้านคน กระทั่งปัจจุบันมี “พระเครื่อง” ซึ่งมาในยุคหลังหลายคนสามารถเข้าถึงและบูชาพระได้ตามห้างสรรพสินค้า

 

 

“ต้อย เมืองนนท์” เล่าว่า วัดที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นวัดใหม่ ยังไม่มีพระเก่า จึงได้มีการให้อัญเชิญพระเก่า ที่ถูกวางอยู่ในวัดร้างที่ไม่มีใครดูแล มาจากทางภาคเหนือ ล่องแพลงมาแจกวัดต่างๆ กระทั่งบางวัดได้เยอะไม่มีที่เก็บ จึงมีการให้นำพระเล็กมามอบให้ข้าราชบริพารไว้บูชาที่บ้าน จากนั้น จึงเริ่มมีข้าราชบริพารได้รับพระราชทาน จากในหลวง นำพระที่เป็นศิริมงคลมาไว้ที่บ้าน ต่อมาก็ขยายมีการมอบพระให้ญาติสนิทมิตรสหาย พระ จึงเริ่มกระจายไปอยู่ในบ้านคนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระพุทธรูปอยู่ที่บ้าน จากเดิมจะอยู่ที่วัด

 

 

หลังจากนั้น คนระดับเจ้าพระยาที่มีเงิน ก็ไปสร้างวัดตัวเอง อัญเชิญพระประทานไปไว้ที่วัด อย่างวัดเทพลีลา ก็ตั้งตาม ชื่อพระที่ได้รับพระราชทาน เป็นพระพุทธรูปลีลาสุโขทัย 4 องค์ ที่เจ้าพระยาเสือได้มา ก็ไปตั้งวัดเทพลีลาตามชื่อพระ กระทั่ง ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้พระจากวัดทางเหนือ ท่านก็เอามาไว้ที่วัดเบญจมบพิตร มีพระที่สวยๆงามๆ มาก

 

 

“พระเครื่อง มายุคหลัง พระมีพุทธคุณ คนหามาไว้ป้องกันตัว ที่เราเรียกว่านักเลงหัวไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนว่างงาน ที่จะมานั่งดูพระ ส่องพระ แต่ ณ ปัจจุบัน คนเล่นพระเปลี่ยนไปเยอะ ผู้หญิงก็มาเล่น วัยรุ่นก็มาเล่น อย่างเช่น ลูกคนมีตังค์ ในกลุ่มมีคนเล่นพระ คุยกันเรื่องพระ ตัวเองไม่ได้เล่นพระก็พยายามจะเล่นพระเพื่อให้ทันสมัยกับพรรคพวก พอเล่นไปเล่นมาก็รัก ชอบ จะชอบทางด้านพุทธคุณหรือศิลปะก็ตาม ก็เลยขยายวงกว้าง

 

 

วัยรุ่นส่วนมากจะสะสมพระเครื่อง โดยเฉพาะวัยรุ่นที่มีสตางค์ บางคนอายุ 20 กว่า พ่อแม่มีสตางค์ มีพระสมเด็จ เอามาโชว์กันก็เยอะแยะไป และสมัยนี้การเล่นพระก็มีการศึกษาที่มาที่ไป ไม่ได้เล่นงมงาย แต่มีเหตุมีผล

 


เดี๋ยวนี้คนเล่นพระเพิ่มขึ้นมาก จากเดิมในกรุงเทพฯ สมัยก่อนพระอยู่ในสนามต่างๆ จนขยายมาเดี๋ยวนี้พระขึ้นห้างหมดแล้ว ตามห้างไหนถ้าไม่มีศูนย์พระก็ถือว่าเชย” เซียนพระผู้นี้กล่าว 

 

 

สำหรับการอบรมที่จะมีขึ้น ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ “ต้อย เมืองนนท์” บอกว่า จะมีการบรรยายความรู้ที่ไม่มีใครบอก โดยจะแนะแนวทางในการศึกษาพระอย่างถูกต้อง ให้คนที่รักพระหรืออยากศึกษาเรื่องพระได้มาฟัง เพื่อจะหาจุดที่สามารถจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น ยืนยันว่า เปิดหมดไม่กั๊ก แต่ขึ้นอยู่กับผู้ฟังจะรับได้แค่ไหน เป็นเรื่องของแต่ละคน การดูพระก็เป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัว บางคนรับไว ก็เป็นไว ไม่ใช่ว่าคนเล่นพระ 30 ปี แล้วจะเก่ง บางคนเล่นพระ 30 ปี สู้คนเล่นพระ 5 ปี ไม่ได้ เพราะจับจุดไม่ถูก บางคนเล่นพระ 30-40 ปี ไม่เคยเห็นสมเด็จแท้ซักองค์ เลยไม่รู้ว่าสมเด็จแท้ต้องดูตรงไหน

 

 

“สมัยก่อนตอนอยากรู้เรื่องพระ ก็พยายามหาคนที่รู้ แต่ผมได้เปรียบเพราะคุณพ่อเล่นพระ มีพระแท้เยอะ เพราะคุณพ่อทำงานป่าไม้ สมัยก่อนการขุดกรุพระต้องขออนุญาตป่าไม้ เพราะสมัยก่อนวัดเก่าอยู่ในเขตป่า ส่วนมากป่าไม้จะได้ก่อน จึงได้รู้เรื่องพระกรุ แล้วพระส่วนใหญ่จะหลั่งไหลมากรุงเทพฯ เราจะมาดูว่าจะสังเกตพระแท้ยังไง

 

 

อะไรก็ตามสู้ได้เห็นของจริง ได้มีคนอธิบายอย่างถูกต้อง จะเป็นไว บางคนดูตามความรู้สึกตัวเอง ว่าพระแท้จะเป็นอย่างไร แต่ที่หาเจออาจไม่ใช่ของแท้ ฉะนั้น การดูพระต้องมีพี่เลี้ยงคอยชี้แนะ ว่าของแท้ต้องดูตรงไหน ดูมวลสารอย่างไร บางคนรู้แต่ว่าสมเด็จมีมวลสาร แต่ไม่รู้ตรงไหนคือมวลสาร เราจะมาดูตรงไหนคือมวลสาร ไม่ใช่เนื้อเดียวกัน แต่แยกออกมาให้เห็น

 

 

ในการอบรม มาดูจุดสังเกตว่าพระแท้เล่นยังไง ให้สังเกตจุดที่ควรจะสนใจที่เราเห็นกันดาดดื่น  มาดูกันว่าจุดไหนน่าพิจารณาว่าเป็นพระแท้ โดยจะบีบกระชับวิธีการดูให้แคบลงว่า พระที่เห็นทั้งหมดนี่ ควรจับจุดตรงไหนว่าเป็นพระแท้ ไม่ว่าจะเป็นพระวัดระฆัง หรือพระนางพญา เพราะพระ 2 อย่างเป็นพระมีราคาสูง เป็นพระในฝันของคนเล่นพระทั่วไปที่อยากจะมีไว้ครอบครอง ก็มาดูจุดสังเกตเพื่อได้ความรู้ตรงนี้ไป แทนที่จะดูพระแบบไม่รู้อันไหนแท้อันไหนเก๊ แต่เราจะมาชี้จุดว่า ถ้าพระแท้จะดูตรงไหน

 

สำหรับ วัดระฆังจะมีพิมพ์นิยมทั้งหมด 4 พิมพ์ ประกอบด้วย พิมพ์ใหญ่ ทรงเจดีย์ เกศบัวตูม ฐานแซม ส่วนนางพญา มีทั้งหมด 7 พิมพ์ ประกอบด้วย พิมพ์เข่าโค้ง  พิมพ์เข่าตรง แยกเป็นพิพม์เข่าตรง มือตกเข่ากับมือไม่ตกเข่า พิมพ์อกนูนใหญ่ พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์อกนูนเล็ก พิมพ์ทรงเทวดา ยังไม่นับรวมพิมพ์พิเศษเพราะเรานับเฉพาะที่อยู่ในความนิยม การอบรมครั้งนี้ มีพระจริงให้ดู และพูดคุยถามตอบได้ไม่มีกั๊ก” เซียนพระผู้นี้กล่าว

 

 

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมการอบรม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน โทร.0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124 ชำระด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยประชานิเวศน์ เลขบัญชี 737-2-13905-0 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) อัตราค่าเข้าร่วมการอบรมท่านละ 2,500 บาท

 

 

โดยในภาคเช้า เวลา 09.00 น. เป็นการบรรยายเนื้อหาการสร้างพระเครื่องของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เวลา 12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นในภาคบ่าย เวลา 13.00 น. บรรยายเนื้อหาพระนางพญา กรุวัดนางพญา พิษณุโลก

 

 

นอกจากนี้ ยังเปิดให้ผู้เข้าอบรมได้ซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับพระสมเด็จฯ-พระนางพญา จากวิทยากร แต่ในการอบรมครั้งนี้เป็นการบรรยายให้ความรู้เท่านั้น ไม่มีการรับตรวจสอบหรือเช็กพระว่าเป็นของแท้หรือของทำเลียนแบบแต่อย่างใด