สื่อลาวเผย ทางรถไฟลาว-จีนคืบหน้าไวเกินคาด เผยมีสถานีใหญ่ขนถ่ายสินค้า 7 สะพาน 3 อุโมงค์

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม สำนักข่าวลาวโพสต์ ของสปป.ลาว เผยแพร่ข้อมูลโดยอ้างที่มาจากสำนักข่าวสารประเทศลาว โดยระบุว่า ท่านจันทะจอน แก้วละคอน หัวหน้าคณะประสานงานโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว-จีนประจำแขวงหลวงน้ำทา เปิดเผยว่าในช่วงปลายปี 2559 มีการวางศิลาฤกษ์โครงการดังกล่าวที่แขวงหลวงพระบาง โดยล่าสุดในขณะนี้มีความคืบหน้ารวดเร็วเกินคาด นักวิชาการและกรรมกร 2 ฝ่าย ราว 300 คน ได้ลงมือเจาะอุโมงค์เส้นทางรถไฟอย่างรวดเร็ว โครงการระยะที่ 1 นี้ เริ่มจากแขวงหลวงน้ำทา ไปยังแขวงหลวงน้ำทา มีความยาวกว่า 50 กม. ผ่านแขวงหลวงน้ำทา 16 กม. มี 2 สถานี แบ่งเป็นสถานีเล็ก และสถานีใหญ่สำหรับขนถ่ายสินค้า ประกอบด้วยสะพาน 7 แห่ง อุโมงค์ 3 แห่ง  

ชาวบ้านห้วยลึกห่วงสร้างเขื่อนลาว-ระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงกระทบชุมชน

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม กลุ่มพันธมิตรเพื่อการปกป้องแม่น้ำโขงและกลุ่มประชาสังคม ชุมชน ตลอดจนกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนจากประเทศต่างๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วยไทย กัมพูชา และเวียดนาม นำคณะลงพื้นที่บ้านห้วยลึก หมู่ 4 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้ายริมฝั่งแม่น้ำโขง ตอนบนของประเทศไทย ก่อนเข้าเขตประเทศลาว ทั้งนี้เพื่อสำรวจพื้นที่และติดตามผลกระทบจากกลุ่มชาวบ้านต่อกรณีโครงการก่อสร้างเขื่อนและระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง ภายหลังระยะเวลา 20 ปีมานี้ที่ทางการจีนมีโครงการพัฒนาลำน้ำโขงตลอดแนว ตั้งแต่ชายแดนมณฑลยูนนาน เมืองทางตอนใต้ของประเทศจีนไปจนถึงชายแดนประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยมีการเปิดเวทีหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตรวจสภาพพื้นที่วิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำโขงว่ามีการเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ซึ่งนายทองสุข อินทวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก เปิดเผยว่า บ้านห้วยลึกมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวน 156 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 650 คน อาชีพส่วนใหญ่ของชาวบ้านที่นี่คือเกษตรกรรมและทำประมงพื้นบ้าน ในอดีตมีผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์เนื่องจากได้รับการหล่อเลี้ยงจากแม่น้ำโขงที่มีระบบนิเวศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกและการหาปลา แต่ระยะหลังโดยเฉพาะห้วงเวลา 3-4 ปีมานี้ หลังจากมีการสร้างเขื่อนและระเบิดเกาะแก่งทางตอนบนของแม่น้ำโขง ทำให้แม่น้ำโขงขึ้นลงไม่เป็นปกติ จนไม่สามารถที่จะทำการเกษตรตามฤดูกาลได้ ขณะที่พันธุ์ปลาท้องถิ่นในแม่น้ำโขงก็หายากมาก ส่งผลทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก หลายคนต้องหันเหเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่น หรือเดินทางออกทำงานยังต่างจังหวัดเพื่อเลี้ยงครอบครัว จากเดิมที่มีการประกอบอาชีพประมงกว่าร้อยละ 60 ของประชากรในหมู่บ้าน เหลือเพียงไม่ถึงร้อยละ 5 […]

คอลัมน์ Think Tank: ทางเลือกในการปราบโสมแดง

สหรัฐอเมริกากำลังพยายามคิดหายุทธศาสตร์ใหม่ในการตอบโต้โครงการมิสไซล์และนิวเคลียร์ที่ก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ แต่การคว่ำบาตรที่แข็งกร้าวมากกว่าเดิม เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการทูตกับจีน เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางเยือนชาติพันธมิตรในแนวหน้าอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ ก่อนจะปิดท้ายที่จีน เพื่อหารือถึงวิกฤตที่กำลังตึงเครียดนี้ เกาหลีเหนือภายใต้การนำของ คิม จอง อึน อยู่ระหว่างการทดสอบขีปนาวุธที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อฐานทัพ รวมถึงหลายๆ เมืองของสหรัฐทางด้านมหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงการใช้กลยุทธ์ระดมยิงจรวดที่อาจเอาชนะระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐได้ นักสังเกตการณ์จำนวนมากมองว่าจีนเป็นมหาอำนาจเพียงประเทศเดียวที่มีความสามารถในการป้องปรามเกาหลีเหนือได้ และข้อมติในการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่บังคับใช้อยู่ ส่งผลกระทบน้อยมาก วิกฤตนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญด้านความมั่นคงครั้งแรกในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ได้ยั่วยุจีนให้โมโหก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยการติดตั้งระบบต่อต้านมิสไซล์เพดานบินสูง (ทาด) ในเกาหลีใต้ ถึงตอนนี้ มีการพิจารณาทางเลือกอื่นๆ และสายเหยี่ยวด้านนโยบายต่างประเทศในวอชิงตันกำลังผลักดันมาตรการที่จะลงโทษธนาคารของจีนที่ทำธุรกรรมกับทางการเกาหลีเหนือ มาร์ก โทเนอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่าประเด็นภัยคุกคามเกาหลีเหนือเป็นหัวข้อสำคัญในการเจรจาหารือระหว่างทิลเลอร์สันกับรัฐมนตรีต่างประเทศ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน โดยจะมีการหารือกันถึงทางเลือกและวิธีการที่จะควบคุมสถานการณ์ แต่สัญญาณที่ออกมาจากจีนดูจะไม่เป็นไปในทางที่ดีนักสำหรับผู้คนในวอชิงตัน ที่คาดหวังว่าจีนพร้อมจะเข้ามาควบคุมพฤติกรรมที่ก้าวร้าวเป็นปฏิปักษ์ของเกาหลีเหนือ โดยเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุว่าสหรัฐและเกาหลีเหนือถือว่าเป็นฝ่ายผิดพอๆ กันในการทำให้สถานการณ์มุ่งไปสู่การเผชิญหน้า รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเรียกร้องให้กองทัพสหรัฐยกเลิกแผนซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ แลกกับการที่เกาหลีเหนือยุติโครงการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สหรัฐเมินใส่ โดยโทเนอร์ระบุว่าเป็นความรับผิดชอบของเกาหลีเหนือที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์และยกเลิกพฤติกรรมยั่วยุ […]

สหรัฐปัดเจรจาเปียงยางตามข้อเสนอของจีน ตอก “คิม จอง อึน” ไม่มีเหตุผล

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นางนิกกี ฮาลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ แถลงข่าวหลังร่วมประชุมลับของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า สหรัฐปฏิเสธข้อเสนอของจีนที่ต้องการให้สหรัฐกลับมาเจรจากับเกาหลีเหนืออีกครั้ง พร้อมระบุว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือทำตัวไม่มีเหตุผล และสหรัฐกำลังทบทวนมาตรการที่มีต่อรัฐบาลเปียงยางใหม่ “เราจะไม่ตกลงกับคนที่ไม่มีเหตุผล หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับประเทศอื่น ก็จะไม่เป็นประเด็นเช่นนี้” ฮาลีย์กล่าว และว่า คิม จอง อึน เป็นคนที่ไม่มีเหตุผล และสหรัฐกำลังประเมินมาตรการที่มีต่อเกาหลีเหนือใหม่ คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ออกมาเรียกร้องให้เกาหลีเหนือระงับการทดสอบนิวเคลียร์และจรวดใดๆ เพื่อแลกกับการยุติการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ ซึ่งนายหวัง อี้ กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวอาจจะช่วยให้สหรัฐกับเกาหลีเหนือกลับมานั่งโต๊ะเจรจากันอีกได้ และหลีกเลี่ยงการปะทะกันได้

จีนเผยร่างแรกแนวปฏิบัติทะเลจีนใต้เสร็จแล้ว ย้ำสถานการณ์ดีขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน แถลงเมื่อวันที่ 8 มีนาคมว่า ร่างแรกของแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้เสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากการเจรจาที่มีขึ้นระหว่างจีนและกลุ่มประเทศอาเซียนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีการระบุแนวทางที่ชัดเจนและจัดทำร่างแรกของกรอบแนวทางปฏิบัติเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายต่างพึงพอใจกับร่างแรกดังกล่าว พร้อมระบุว่า ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้เพียงแค่ดูเหมือนลดลง แต่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปีที่ผ่านมา แต่สำหรับการยอมรับสหรัฐอเมริกาและเสรีภาพในการลาดตระเวนทางเรือในทะเลจีนใต้นั้น นายหวังกล่าวว่า ใครก็ตามที่ต้องการสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นก็ควรจะถูกประเทศในภูมิภาคนี้ประณาม ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2553 จีน และ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน ได้ร่วมกันหารือเพื่อตั้งกฎขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันในกลุ่มประเทศที่มีปัญหาขัดแย้งเรื่องการอ้างสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้

จีนประกาศปรับเพิ่มงบประมาณกลาโหมปีนี้ 7 เปอร์เซ็นต์

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นางฟู่ อิ๋ง โฆษกสภาประชาชนแห่งชาติจีนเปิดเผยเมื่อวันที่ 4 มีนาคมว่า จีนจะปรับเพิ่มงบประมาณกลาโหมในปีนี้ขึ้น ราว 7 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการป้องกันตนเองต่อการแทรกแซง ก้าวก่ายเรื่องข้อพิพาทในการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่น่านน้ำในทะเลจีนใต้จากภายนอก “เราเรียกร้องให้มีการยุติข้อขัดแย้งอย่างสันติผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือกันในเรื่องข้อพิพาท แต่ในเวลาเดียวกัน เราจำเป็นต้องมีความสามารถในการปกป้อง คุ้มครองอธิปไตย ผลประโยชน์และสิทธิของเราเองด้วย” นางฟู่ อิ๋ง กล่าว และว่า “กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงแล้ว เราจำเป็นต้องป้องกันตนเองต่อการก้าวก่าย แทรกแซงในเรื่องข้อพิพาทจากภายนอก” คำประกาศนี้มีขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ 2 วัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะประกาศถึงแผนการที่จะเพิ่มงบประมาณทางการทหารราว 10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ แผนการปรับเพิ่มงบประมาณรายจ่ายทางการทหารของจีนยังอยู่ที่ระดับราว 6.0-7.0 เปอร์เซ็นต์เท่าเดิมหลังจากปรับเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกันกับเมื่อปีที่แล้ว นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมาที่งบประมาณกลาโหมไม่ได้เพิ่มขึ้นเกินกว่า 2 หลัก อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่ปีหลัง จีนได้มีโครงการขยายการก่อสร้างเกาะเทียมที่สามารถติดตั้งอาวุธยุโธปกรณ์ในบริเวณแนวปะการังและหมู่เกาะเล็กๆ ในทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดความกังวลไปทั่วทั้งภูมิภาค โดยพื้นที่ดังกล่าวนอกจากจีนแล้ว ยังมีการอ้างสิทธิทับซ้อนจากบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนามและไต้หวัน นอกจากนี้ สหรัฐยังเรียกร้องสิทธิการสัญจรทั้งทางน้ำและทางอากาศโดยเสรีในพื้นที่บริเวณดังกล่าวด้วย

เผยสิ่งปลูกสร้างบนหมู่เกาะเทียมในทะเลจีนใต้ของจีน สร้างใกล้เสร็จแล้ว คาดไว้เก็บขีปนาวุธ

เว็บไซต์สเตรทส์ไทม์สของสิงคโปร์ รายงานเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ว่า สำนักข่าวรอยเตอร์ อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า การสร้างสิ่งปลูกสร้าง 2 แห่งของจีนบนหมู่เกาะเทียมในทะเลจีนใต้ ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งคาดว่าสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวน่าจะออกแบบมาสำหรับเก็บขีปนาวุธพื้นดินสู่อากาศ (แซม) พิสัยไกล รายงานระบุว่า อาคารดังกล่าวเป็นอาคารคอนกรีต ที่หลังคาสามารถเปิดออกได้ เป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นบริเวณแนวปะการังซูบี มิสชีฟและไฟเออรี ครอส ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ ที่จีนสร้างทางวิ่งของเครื่องบินเอาไว้ โดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐผู้หนึ่ง บอกกับรอยเตอร์ว่า อาคารแห่งนี้ไม่เหมือนกับการก่อสร้างใดๆที่จีนเคยทำในทะเลจีนใต้มาก่อน และอาคารลักษณะนี้ที่ปลูกสร้างในที่อื่นจะมีไว้เพื่อเก็บอาวุธประเภทขีปนาวุธพื้นดินสู่อากาศ จึงสรุปได้ว่าอาคารแห่งนี้น่าจะเอาไว้สำหรับเก็บขีปนาวุธดังกล่าว

ลาวเดินหน้าโครงการเส้นทางรถไฟลาว-จีน คาดแล้วเสร็จปลายปี 2564 เชื่อเป็นประโยชน์ระยะยาว

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. สำนักข่าวลาวโพสต์ ของ สปป.ลาว ได้อ้างถึงรายงานจากหนังสือพิมพ์ลาวพัดทะนาเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่าเมื่อไม่นานมานี้ อนุกรรมการป้องการโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟลาว-จีน ได้จัดการประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนงานเพื่อรับประกันให้การก่อสร้างที่เริ่มตั้งแต่ปี 2016-2021 ที่จะผ่านแขวงหลวงน้ำทา อุดมไซ หลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สงบ ปลอดภัย และสำเร็จตามความคาดหมาย พลตรีกงทอง พงวิจิด รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันความสงบ และหัวหน้าอนุกรรมการป้องกันโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟลาว-จีน ได้เน้นให้คณะอนุกรรมการเอาใจใส่จัดตั้งปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการนำเนื้อหาในร่างแผนงานไปขยายผลให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแบ่งความรับผิดชอบให้บรรดากรมกองวิชาเฉพาะ และบุคคลต่างๆตามความเหมาะสม ทั้งนี้ พิธีเปิดการก่อสร้างโครงการดังกล่าวอย่างเป็นทางการมีขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2016 ที่ผ่านมา ณ แขวงหลวงพระบาง โดยมีท่านทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่ง สปป.ลาว เข้าร่วม ทางรถไฟสายนี้มีความยาว 417 กิโลเมตร ซึ่งออกแบบเป็นทางรถไฟรางเดี่ยว ความเร็วสำหรับการโดยสารเมื่อแล่นในเขตภูเขา 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนที่ราบ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนความเร็วสำหรับการขนส่งสินค้า 120 กืโลเมตรต่อชั่วโมง […]

สหรัฐส่ง “เรือบรรทุกเครื่องบิน” ลอยลำ “น่านน้ำพิพาททะเลจีนใต้” จีนฮึ่ม! เตือนสหรัฐอย่าท้าทาย

ซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาระบุว่า สหรัฐอเมริกา ส่งเรือบรรทุกเครื่อบินลงประจำการในน่านน้ำพิพาทระหว่างจีนกับหลายประเทศในภูมิภาคทะเลจีนใต้แล้ว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐระบุในแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ขนาด 97,000 ตัน เดือนเรือไปพร้อมกับเรือรบขีปนาวุธนำวิถี ยูเอสเอส เวน อี. เมเยอร์ โดยเรือบรรทุกเครื่องบินบรรทุกเครื่องบินจำนวน 60 ลำ ในจำนวนนี้รวมไปถึงเครื่องบินรบเอฟ/เอ-18 ปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ในประเด็นเกี่ยวเนื่องกับเขตแดนและการค้า และมีขึ้นในขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐมีท่าทีเผชิญหน้ากับจีน ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอย่างเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน เคยระบุไว้ระหว่างการเข้ารับการพิจารณาจากวุฒิสภาว่า จีนควรถูกบล็อกจากการเข้าสู่เกาะเทียมซึ่งจีนสร้างขึ้น ด้านกระทรวงต่างประเทศจีน ระบุเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จีนทราบถึงแผนการนำเรือบรรทุกเครื่องบินล่องเข้าสู่น่านน้ำทะเลจีนใต้แล้ว พร้อมทั้งเตือนรัฐบาลสหรัฐว่าอย่าท้าทายอำนาจอธิปไตยของจีน “จีนเคารพและสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือและการบินในทะเลจีนใต้ซึ่งทุกประเทศยึดถือภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อความพยายามของชาติใดๆที่จะกัดกร่อนอธิปไตยและความมั่นคงโดยอ้างเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน” โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนระบุ

ถึงคราวจีนลงดาบเกาหลีเหนือ! สั่งระงับนำเข้าถ่านหินโสมแดง โต้ทดสอบนุก

เว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์ของจีนโพสต์แถลงการณ์เมื่อวันเสาร์(18 ก.พ.) ประกาศว่า จีนจะระงับการนำเข้าถ่านหินจากเกาหลีเหนือเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ไปตลอดทั้งปีนี้ โดยเริ่มจากวันอาทิตย์(19 ก.พ.)นี้เป็นต้นไป คำประกาศข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ที่เมื่อเร็วๆนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี) ที่จีนเป็น 1 ใน 5 ชาติสมาชิกถาวร เพิ่งออกแถลงการณ์ประณามตอบโต้เกาหลีเหนือ จากกรณีที่เกาหลีดึงดันทดสอบยิงขีปนาวุธที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ขึ้นอีก โดยขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงออกจากเกาหลีเหนือไปได้ไกลประมาณ 500 กิโลเมตร ก่อนตกลงสู่ทะเลญี่ปุ่น ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนข้อมติยูเอ็นที่ห้ามเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหรืออาวุธนิวเคลียร์ใดๆ