นักวิชาการชี้เคส “บิลลี่ พอละจี-ชัยภูมิ ป่าแส” บ่งชี้ จนท.ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มชาติพันธุ์

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 เมษายน ที่หอศิลป์กรุงเทพมหานคร มูลนิธิผสานวัฒนธรรม สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา สโมสรพื้นที่นี้ดีจัง และกลุ่มดินสอสี จะจัดเวที “จาก บิลลี่ แห่ง บางกลอยบน ถึง ชัยภูมิ แห่ง กองผักปิ้ง” เพื่อเรียกร้องให้ความเป็นธรรมกรณีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ(บิลลี่)ตั้งแต่เมื่อวันที่17เมษายน2557และกรณีของ นายชัยภูมิ ป่าแส ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตรกรรม เมื่อวันที่17มีนาคม2560เพื่อให้สังคมไทยก้าวข้ามอคติด้านชาติพันธุ์ และเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยจะมีการเสวนา “ก้าวข้ามความรุนแรงและกำแพงอคติ สู่สันติภาพในสังคมพหุวัฒนธรรม” โดยศาสตราจารย์กิตติคุณ วิทิต มันตาภรณ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางนงภรณ์ รุ่งเพ็ชรวงศ์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ดร.เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร นางนงภรณ์ กล่าวว่า วันนี้จะมาพูดให้เข้าใจในเรื่องของกรมคุ้มครองสิทธิ์ จะนำมาเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว กรมคุ้มครองสิทธิประชาชนไม่รู้ว่าจากอะไรแบะการเข้าถึงสิทธิทางการยุติธรรมเข้าถึงได้ยากเนื่องจากมีการเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพง ดังนั้นกรมคุ้มครองสิทธิ์จึงเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และเป็นการปฏิรูประบบราชการในปี 2545 […]

อย่ามีแต่บัญชีดำ โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ผลพวงจากคดี นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิคนชาติพันธุ์ ซึ่งข้อเท็จจริงทั้งทางด้านยาเสพติด และการจับตายที่กระทำอย่างเหมาะสมจำเป็นหรือเกินกว่าเหตุหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการโต้แย้งจากหลายฝ่าย ต้องรอการคลี่คลาย ด้วยพยานหลักฐานที่แท้จริงเชื่อถือได้ ทั้งไม่ควรมีใครใช้ท่าทีวางอำนาจ ยั่วยุท้าทาย อันมีแต่จะทำให้เรื่องลุกลามบานปลาย อีกด้านหนึ่ง ผลจากเหตุการณ์นี้ นำมาสู่การเสนอให้เร่งจัดทำ “ไวต์ลิสต์” หรือบัญชีขาว เพื่อการปกป้องชีวิตของนักเคลื่อนไหวทางสังคม นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เพราะที่ผ่านมานักเคลื่อนไหวเหล่านี้ ยกเว้นที่เป็นเครือข่ายเอ็นจีโอสายนกหวีดหรือม็อบมีเส้นแล้ว นอกนั้นมักถูกคุกคามทำร้าย ถูกมาตรการทางกฎหมายมาสกัดกั้น ไปจนถึงเข่นฆ่า หรือโดนอุ้มหาย จนมาถึงกรณีนักกิจกรรมชาวลาหู่ล่าสุด ซึ่งแม้ข้อเท็จจริงยังไม่มีข้อยุติ แต่ก็เป็นกรณีกระตุ้นเตือนว่า การทำไวต์ลิสต์หรือบัญชีขาว ต้องจำเป็นเร่งด่วนแล้ว ความจริงเรื่องนี้ เริ่มต้นพูดถึงและพยายามจัดทำกันมาก่อนหน้านี้ โดยมีการจัดประชุมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นเจ้าภาพ ร่วมกับองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน เครือข่ายชาติพันธุ์ สภาทนายความ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานด้านกฎหมายของฝ่ายรัฐ ทั้งจากตำรวจและจากกรมพระธรรมนูญทหาร จัดประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการจัดทำบัญชีรายชื่อนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิด หรือบัญชีขาว ตอนนี้จึงเริ่มมีการทวงถามความคืบหน้า แนวคิดนี้ก็เพื่อให้ภาครัฐ ร่วมปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน หลังจากที่มีเหตุการณ์ถูกข่มขู่คุกคาม ถูกฟ้องร้องจับกุม ไปจนถึงถูกฆ่า และสาบสูญ โดยหากมีการจัดทำบัญชีรายชื่ออยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม […]

เรื่องเก่า ปมใหม่ 3 ปี ยุค รัฐประหาร จาก ‘คนกันเอง’

แม้กรณีที่กรมสรรพากรไปติดประกาศ “ประเมินภาษี” การซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า บ่งบอกว่าเป้าหมายอยู่ที่ใคร อันถือว่าเป็นปัญหา “เดิม” เป็นปัญหาซึ่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และเป็นปัญหาเดือนพฤษภาคม 2557 ที่ “คสช.” จะต้องตามล้างตามเช็ด เพื่อดำรง “จุดมุ่งหมาย” แต่ต่อปัญหาอันเนื่องแต่ พระไชยบูลย์ ธัมมชโย อันเนื่องแต่ พระเผด็จ ทัตตชีโว อันสัมพันธ์กับวัดพระธรรมกายกลับเป็นปัญหา “ใหม่” กลับเป็นประเด็น “ใหม่” เหมือนกับการออกโรงของ นายวีระ สมความคิด เปิดโปงการจัดตั้งบ่อนกาสิโนบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย ติดกับ จ.บุรีรัมย์ เหมือนกับการออกโรงของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตั้งข้อสงสัยต่อการถูกวิสามัญฆาตกรรมของ นายชัยภูมิ ป่าแส เหมือนกับการออกมาของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ในกรณีเกี่ยวกับ “บรรษัทพลังงานแห่งชาติ” 3 และ 4 เรื่องหลัง ไม่ใช่เรื่อง “เดิม” แต่อาจเป็นแนวโน้ม “ใหม่” เพราะว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและเคยนั่งเป็นสมาชิกอยู่ใน คสช.ตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นี่ย่อมห่างจาก […]

ผลชันสูตรนิติเวช ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ถึงมือตำรวจแล้ว ชงเรื่องขอภาพวงจรปิดจากทหารแต่ยังไม่ได้

วันที่ 29 มีนาคม 2560 ความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรม นายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปีที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น ล่าสุดบ่ายวันที่ 29 มีนาคม 2560 มีรายงานข่าวแจ้งว่า ผลการชันสูตรศพคดีนายชัยภูมิในเบื้องต้นของหน่วยงานนิติเวช โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกมาแล้ว เบื้องต้นโรงพยาบาลจัดส่งรายงานไปยังทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆ ส่วนผลการชันสูตรศพของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จะออกมาในวันศุกร์ที่ 31 มีนาคมนี้ ซึ่งขั้นตอนทางโรงพยาบาลนครพิงค์ จะแจ้งรายงานไปยังตำรวจเจ้าของคดีต่อไป ส่วนในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง (กกล.ผาเมือง) เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพล.ต.ท.พูลทรัพย์ เปิดเผยเพียงว่า  ผบ.กกล.ผาเมือง มาพบเพื่อพูดคุยเรื่องอื่นๆ ไม่ได้มาเรื่องคดีที่เกิดขึ้น แต่มีการพูดเรื่องความคืบหน้าของคดีเท่านั้นไม่มีอะไรมาก “ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดนั้น เท่าที่ทราบทีมพนักงานสอบสวนในคดีนี้ได้ทำหนังสือร้องขอไปยังเจ้าหน้าที่ทหารแล้ว แต่ยังไม่ได้รับมอบมา เรื่องคดีตอนนี้ก็คืบหน้าไปมาก ทุกความจริงจะปรากฏในสำนวน ให้ความกระจ่างชัดกับสังคมแน่นอน” พล.ต.จิรเดช กล่าว สำหรับความคืบหน้าในการสอบสวนคดีดังกล่าว ทีมสืบสวนย้ำว่าคดีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว […]

ผบช.ภ.5 ยัน ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ เอี่ยวยาเสพติด ระบุแม่ผู้ตายโดนคุกปี’53 ปัดไม่ทราบทหารส่งภาพวงจรปิด

วันที่ 28 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐ์ศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวถึงความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส เหตุเกิดด่านตรวจรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้อยู่ในส่วนของการทำงานของคณะทำงานประกอบด้วยพนักงานสอบสวนและอัยการ ซึ่งมี พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานตามกระบวนการและขั้นตอน โดยมี ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งในรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนได้ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่อยากไปล้วงลึกมากนักเพราะเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่ารู้กันกับทางทหาร “ยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ทหารส่งภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้พนักงานสอบสวนแล้วหรือยัง ส่วนผลชันสูตรยังไม่ผลแต่จะทราบใกล้แล้ว ขอให้ใจเย็นๆ รอความชัดเจน เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวนการสอบสวนที่ไม่ควรนำมาพูด แต่ยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าในแง่ของความพัวพันยาเสพติดนั้น นายชัยภูมิอยู่ในลักษณะผู้ค้ารายเล็ก-รายกลาง เพราะเงินหมุนเวียนในบัญชีที่พบหลักหลายแสนบาท ไม่ใช่การค้าขายกาแฟอย่างที่มีการกล่าวอ้าง แต่จากประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และทำมาแล้วประมาณ 1-2 ปี และไม่ได้ทำคนเดียวมีหลายคนที่อยู่ในกลุ่มที่จะต้องติดตามดำเนินคดี” พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าว พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวอีกว่า สังคมโซเชียลจะแต่งให้เป็นอย่างไรก็ได้ แต่ความจริงเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น กรณีบ้านที่ออกมาระบุว่ายากจนเป็นกระต๊อบนั้นก็ไม่ใช่ความจริง จึงไม่อยากพูดมากขอเวลาให้พนักงานสอบสวนและอัยการทำงานเต็มที่ก่อน รอผลสรุปที่ชัดเจนจะดีกว่า […]

ตร. เร่งสอบเส้นทางเงิน’ชัยภูมิ ป่าแส’ แย้มพบเงิน 3 นักค้ายา โอนเข้าบัญชี

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินนายชัยภูมิ หรือจะอุ๊ ป่าแส อายุ 21 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ ประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้า หลังเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญฐานครอบครองยาเสพติด เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา บริเวณด่านทหารสามแยกรินหลวง จ.เชียงใหม่ ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยเฉพาะการพบพิรุธ 3 ผู้ค้ายาเสพติด ที่มีการโอนเงินเข้ามาในบัญชีของนายชัยภูมิ เบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าต้นทางของเงินดังกล่าวมาจากไหน 3 ผู้ค้ายาเสพติดเป็นใคร เกรงว่าจะกระทบสำนวนคดี ส่วนญาติระบุว่าเงินที่โอนเข้ามาเป็นเงินจากธุรกิจกาแฟนั้น ที่มาที่ไปของเงินต้องสามารถชี้แจงได้ เพราะการทำธุรกิจก็ต้องส่งเรื่องเสียภาษี ซึ่งต้องมีการสืบสวนขยายผลเช่นกัน เรื่องนี้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.) 5 กำลังสืบสวนสอบสวนเพื่อให้เกิดความชัดเจน รองโฆษก ตร.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนายไซซะนะ ผู้ค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่หรือไม่นั้น เรื่องนี้เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบอยู่แล้ว เนื่องจากจุดที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดนั้นถือว่าเป็นด่านชั้นหน้า อีกทั้งตรวจสอบประเภทยาบ้าด้วยว่ามีแหล่งที่มาจากไหน เป็นเครือข่ายของใคร พยานหลักฐานไปถึงใครก็ต้องดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้น

ระดมล่ารายชื่อ จี้ `แม่ทัพภาค 3` เปิดวงจรปิดนาทีวิสามัญ `ชัยภูมิ ป่าแส`

1,800 รายชื่อ จี้ `แม่ทัพภาค 3` เปิดวงจรปิดนาทีวิสามัญ `ชัยภูมิ ป่าแส` ชี้ อย่าสร้างความหวาดกลัวด้วยการปิดบังหลักฐาน เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเว็บไซต์ www.Change.org ได้มีผู้เข้าไปตั้งแคมเปญเพื่อรณรงค์ให้ผู้ที่สนใจลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยภาพความจริงที่กล้องวงจรปิดบันทึกได้ระหว่างกรณีที่เจ้าหน้าได้วิสามัญนายชัยภูมิ ป่ากระแส เยาวชนนักกิจกรรมกลุ่มชาติพันธ์ุลาหู่ ให้สังคมได้รับทราบเพื่อช่วยคลายข้อกังขา โดยให้เหตุผลว่า ขณะนี้ไม่ใครยืนยันความจริงได้นอกจากคำให้การปากเปล่าของแต่ละฝ่ายที่ไม่สามารถสร้างความเชื่อถือได้เท่าที่ควร โดยก่อนหน้านี้ พล.ท.วิจักขฐ์ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า “การตั้งด่านเป็นการตั้งด่านปกติ สามารถตรวจสอบได้จากกล้องวงจรปิด” ดังนั้น จึงเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลจากกล้องวงจรปิดทั้งสองตัวอย่างโปร่งใส เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัว ถ้าประชาชนไม่อาจตรวจสอบความจริงจากกล้องได้ก็เท่ากับว่ารัฐกำลังสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนด้วยการใช้อำนาจหน้าที่ในการปิดบังหลักฐาน ดังนั้น เพื่อให้รัฐมีความเป็นธรรมทั้งต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ ความจริงจากกล้องวงจรปิดจึงต้องถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีประชาชนร่วมลงชื่อทั้งสิ้น 1,814 คนแล้ว

ทหารแจงยิบคดี”ชัยภูมิ ป่าแส”ยันพลทหารที่ยิงเป็นคนดี ขอเวลา กรณีเปิดกล้องวงจรปิด

วันที่ 25 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมกองกำลังผาเมือง ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร ผบ.กกล.ผาเมือง พ.ต.อ.ธีรพล อินทรลิบ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดี น.พ.พงษ์ศักดิ์ โสภณ รอง ผอ.รพ.นครพิงค์ นายธรรมศักดิ์ สีตะปะดล รองอัยการจังหวัดเชียงใหม่ นายเพิ่มเกียรติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ร่วมแถลงข่าวชี้แจงถึงสถานการณ์และความเข้าใจในเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมนายชัย ป่าแส นักกิจกรรมทางสังคมวัย 21 ปี ที่จุดตรวจค้นยาเสพติด ด่านบ้านรินหลวงเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อสื่อมวลชน โดยมี พ.อ.ม.ล.ประวีร์ จักรพันธ์ ผบ.ฉก.ม.5 และกลุ่มเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าพื้นเมืองร่วมรับฟัง พล.ต.จิรเดช ได้กล่าวชี้แจงว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ […]

วงเสวนา ชี้ มีอคติมองกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ใช่คนไทย แนะสังคมเรียกร้องการแก้ไขแบบไม่ฆ่า

วันที่ 25 มีนาคม 2560 ที่ห้องประชุมกระจก ชั้น 1 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) นักศึกษา มช. ร่วมกับศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และพัฒนา มช. จัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ตัวตน อยู่หนใด? แล้วใคร ไร้ตัวตน” มีนางพัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล  นายชัยพงษ์   สำเนียง  นักศึกษาปริญญาเอกสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มช. นางศรัญญา กาตะโล เครือข่ายเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย โดยมีนายนลธวัช มะชัย นักศึกษา มช. เป็นผู้ดำเนินรายการ มีนายเบน โรเบิร์ต สวัสดิวัฒน์  กงสุลกิตติมศักดิ์อังกฤษประจำจังหวัดเชียงใหม่ นักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษา และชนเผ่าชาติพันธุ์ เข้าร่วมกว่า 100 คน โดยการจัดเสวนาดังกล่าว ตั้งประเด็นถก 3 หัวข้อ คือ ตัวตนในสื่อ ตัวตนในอุดมคติตัวตนในตัวตน […]

ชาวเน็ตล่ารายชื่อ ขอ “แม่ทัพภาคที่ 3” เปิดภาพวงจรปิดความจริงกรณี “ชัยภูมิ ป่าแส”

หลังจากกรณีทหารจุดตรวจสกัดยาเสพติดที่บ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ก่อเหตุวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเรียกร้องแก้ปัญหาเยาวชนไร้สัญชาติ โดยอ้างว่านายชัยภูมิพยายามขัดขืนต่อสู้จะปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่หลังถูกตรวจพบว่ามียาเสพติด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนหนึ่งได้เริ่มแคมเปญรณรงค์เรียกร้องให้ แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ เปิดกล้องความจริง ชัยภูมิ ป่าแส ในเว็บไซต์ Change.org โดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ตชื่อว่า Natee Valunchapuk จากเมืองเทศบาลนครอุดรธานี ประเทศไทย อธิบายว่า “เนื่องจากเรื่องราวของ นายชัยภูมิ ป่าแส ที่ถูกวิสามัญในคดีครอบครองยาเสพติด และพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยการปาระเบิด ยังเป็นที่กังขาในสังคม เนื่องจากด่านตรวจนี้มีกล้องวงจรปิด แต่กลับยังไม่ถูกนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชน เรื่องราวนี้สร้างความลำบากใจไม่น้อยให้กับสาธารณชน เพราะเนื่องจาก นายชัยภูมิ ป่าแสถูกวิสามัญโดยเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันความจริงใดๆได้นอกจากคำให้การปากเปล่าของแต่ละฝ่ายอันไม่สามารถสร้างความเชื่อถือได้เท่าที่ควร และจากหัวข้อข่าวได้อ้างอิงว่า “พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า การตั้งด่านเป็นการตั้งด่านปกติ สามารถตรวจสอบได้จากกล้องวงจรปิด […]

  • 1 (current)
  • 2