สุรเกียรติ-เอพีอาร์ซีถกจีน หนุนกลไกร่วมมือในทะเลจีนใต้ ดันภาคธุรกิจไทยร่วมเจ้าภาพ “โบอ่าว”

เมื่อวันที่20 เมษายน นายหลิว เจิ้น หมิน รมช. ต่างประเทศจีนรับผิดชอบภูมิภาคเอเชีย รักษาการแทนรมว. ต่างประเทศได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC) และคณะที่เรือนรับรองรัฐบาลจีนเตี้ยว หยู ไถ่ กรุงปักกิ่ง โดยมีนายพิริยะ เข็มพล เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน นายสรจักร เกษมสุวรรณ สมาชิกคณะมนตรีฯ และนายกอบศักดิ์ ชุติกุล เลขาธิการคณะมนตรีฯ เข้าร่วมด้วย ทางฝ่ายจีนได้กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นที่รักเคารพจากชาวจีนมาช้านาน จึงมีความเสียใจเมื่อทราบข่าวการสวรรคต รัฐบาลจีนให้ความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยอย่างมาก และมีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับสมาชิกพระราชวงศ์จากไทยที่เสด็จเยือนจีนอยู่สม่ำเสมอต่อเนื่อง และรัฐบาลจีนขอถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และมุ่งมั่นที่จะสืบสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างประมุขของรัฐทั้งสองประเทศสืบไป ทางฝ่ายจีนได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับภูมิภาคเอเชียและอาเซียนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆเท่าที่จีนจะทำได้ ไม่ว่าข้อคิดริเริ่มใดใดของจีนก็เพื่อการพัฒนาร่วมกันเช่นการเขื่อมโยงในด้านถนน หรือการบินที่ทำร่วมกันมาช้านาน ตลอดจนเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเลหรือ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt One Road) ที่เป็นข้อริเริ่มใหม่ในช่วง 3-4 ปีนี้ การตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (AIIB) ล้วนแต่มุ่งพัฒนาประเทศในภูมิภาคร่วมกัน ตามที่แต่ละประเทศเห็นสมควร ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของจีนฝ่ายเดียว เพราะการลดความยากจน […]

เรียงคนสเปเชี่ยลหน้า4วันที่18ธค.59

•…เหมาะเจาะที่จะมาช่วยงานด้านต่างประเทศมากที่สุดชั่วโมงนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC) อาทิตย์ก่อนได้เข้าร่วมปาฐกถาในงาน World Chinese Economic Summit ครั้งที่ 8 ที่เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย และได้พบปะคนรู้จักมักคุ้นในแวดวงต่างๆ เช่น สุศีโล บัมบัง ยุทโธโยโน อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งเคยร่วมกันก่อตั้งเวทีการประชุมเอเชีย หรือ ซีดี ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นรัฐมนตรีอาวุโสด้านความมั่นคง กับ ชอกัต อาซิส อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นกรรมการของการประชุมโบอ่าวเพื่อเอเชียด้วยกันอยู่ และนอกจากนั้นยังได้พบกับ เควิน รัดด์ อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาประธาน APRC กับภารกิจนี้ ยังได้พบปะกับคนที่ยังไม่เคยพบปะกันมาก่อนเลย คือ หม่า อิงจิ๋ว อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน 8 ปี ที่เพิ่งจะหมดวาระลงเมื่อเดือนเมษายน ทั้งๆ ที่จบปริญญาเอกสาขากฎหมายระหว่างประเทศจากฮาร์วาร์ดมาเหมือนกัน รุ่นก็ใกล้ๆ กัน เพราะมีข้อตกลงกับจีนว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของไทย จะไม่พบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศหรือผู้นำของไต้หวัน เพราะจะขัดนโยบายจีนเดียว […]

เอพีอาร์ซี ถกปม “บีอาร์ไอ” พลิก “เศรษฐกิจเอเชีย”

คณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเซีย (APRC) จัดการสัมมนาในหัวข้อ The Belt and Road Initiatve: Its Impacts on Peace and Prosperity หรือ แนวนโยบายหนึ่งแถบหนึงเส้นทาง (BRI) ของจีน กับผลทางด้านสันติภาพและความเจริญมั่งคั่ง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป ลาว โดยมี นายสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี สปป ลาว ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด และ นายทองพัน สะหวันเพด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ สปป. ลาว ให้เกียรติมาร่วมในพิธีเปิด ในการกล่าวปาฐกถาเปิดการสัมมนา ศาสตราจารย์ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กล่าวถึงนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน (BRI) ว่าเป็นนโยาบายที่สำคัญยิ่งของประธานาธิบดี สี จิ้ผิง ของจีน ซึ่งประกาศไว้เมื่อเดือนกันยายน 2556 อันประกอบด้วยเส้นทางสายไหมเศรษฐกิจทางบก และเส้นทางสายไหมทางทะเลสายใหม่แห่งศตวรรษที่ […]

ในหลวง ร.9 ในความทรงจำ ‘สุรเกียรติ์ เสถียรไทย’ กับภาพถ่ายที่มิรู้ลืม

“หากจะพูดให้หมดคงจะไม่ได้” นี่คือสิ่งที่ ดร.สุรเกียรติ์เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าว หลังจากเล่าถึงการทรงงานด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อนที่เขาจะทิ้งท้ายสำทับว่า “การทรงงานด้านต่างประเทศของพระองค์ จึงเป็นตัวอย่างแห่งการปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง” ตามที่ทาง “มติชน” ได้นำส่วนหนึ่งใน “ความทรงจำ” ของสุรเกียรติ์เรียบเรียงไว้ในสกู๊ป “ทรงปิดทองหลังพระ ในหลวง ร.9 กับการต่างประเทศ” ตีพิมพ์ในวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พูดคุยให้สัมภาษณ์กันเสร็จสิ้น ยังคงมีเรื่องราวอีกส่วนหนึ่งที่สุรเกียรติ์ได้นำมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมผ่านทาง “อัลบั้มภาพ” ที่เขาถือเสมือนเป็นสมบัติล้ำค่า เพราะเป็นบันทึกความทรงจำส่วนตัวว่าครั้งหนึ่งเคยได้มีโอกาสอันยิ่งใหญ่สูงสุดในชีวิตที่ได้ถวายงานรับใช้พระมหากษัตริย์พระองค์นี้ สุรเกียรติ์ยิ้มเล็กน้อย ก่อนนำอัลบั้มภาพที่ประกอบไปด้วยพระบรมฉายาลักษณ์กางออกพร้อมเล่าไล่เรียงไปทีละภาพ โดยหลายภาพเป็นภาพที่คนไทยไม่เคยเห็น หลายภาพแฝงไปด้วยเรื่องราวที่คนไทยไม่เคยได้ยิน “นี่เป็นภาพที่ผมได้มีโอกาสนำสามผู้นำมหาอำนาจของโลก ทั้ง จอร์จ ดับเบิลยู บุช, วลาดิมีร์ ปูติน และหู จิ่นเทา เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านในฐานะพระราชอาคันตุกะ ในระหว่างการประชุมเอเปคเมื่อปี 2546” สุรเกียรติ์เริ่มต้นด้วยการอธิบายภาพชุดสามใบที่เป็นรูปตัวเขาพร้อมด้วยภริยาทำความเคารพต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ และผู้นำมหาอำนาจทั้ง 3 คน […]

“สุรเกียรติ์-สมภพ”มองเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นแท่นประธานาธิบดีสหรัฐ(คลิป)

ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ มองว่า เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดี สหรัฐ อาจจะเป็นผลดี ต่อการค้าขายและการลงทุน เพราะ ทรัมป์ ประกาศชัดมาแต่ต้นว่าจะไม่เข้ามาแทรกแซงในภูมิภาค ไม่เผชิญหน้ากับจีน ทำให้บรรยากาศลดความตึงเครียดต่อกัน จะเป็นประโยชน์ต่ออาเซียน จะเกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ แต่ระยะสั้น อาจส่งผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนบ้าง นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวถึงผลกระทบต่อประเทศไทยเมื่อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ว่า จะมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยมากที่สุด ทั้งการส่งออกโดยตรงไปสหรัฐและการส่งสินค้าขั้นกลางไปยังประเทศอื่น ๆ ที่ไปจำหน่ายให้กับสหรัฐ ขณะที่ภาคการลงทุนจากต่างประเทศก็มีความเสี่ยงสูง เม็ดเงินลงทุนโดยตรงในภาคธุรกิจและลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ของไทยอาจจะน้อยลง ภาครัฐต้องรีบปรับกลยุทธ์ ลดการพึ่งพาการค้าการลงทุนจากต่างประเทศ และต้องจับตานโยบายการเงินของสหรัฐต่อจากนี้ไป เพราะทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์ระบบการเงินของสหรัฐอย่างหนัก และมุ่งมั่นจะปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ อาจส่งผลให้นางเจเนต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟดลาออกจากตำแหน่งก็เป็นได้ สำหรับข้อดีที่ทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ในเรื่องของการเมืองความมั่นคงของโลกที่น่าจะดีขึ้น เพราะต้องการให้สหรัฐถอนตัวจากพื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก อีกทั้งทรัมป์เชี่ยวชาญในเรื่องประสานผลประโยชน์เป็นอย่างดี ส่วนนโยบายสุดโต่งอื่นๆของทรัมป์น่าจะเป็นเพียงลีลาการหาเสียงเท่านั้น กว่าจะบังคับใช้จริงต้องผ่านการคัดกรองจากพรรครีพับรีกันและสภาอีกหลายขั้นตอน