คาดน้ำป่า น้ำจากเขื่อนจีน ทำน้ำโขงสูงต่อเนื่องท่วมพืชผักเสียหายหนัก

วันที่ 11 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงาน จาก อ.เมือง จ.บึงกาฬ ว่า เกษตรกรผู้ปลูกผักปลอดสารพิษบ้านพันลำ ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง ได้รับผลกระทบอย่างมาก หลังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกระแสน้ำไหลแรงเพียงข้ามคืนสูงขึ้นกว่า 50 เซนติเมตร น้ำได้ไหลเข้าท่วมพืชผักที่เกษตรกรปลูกไว้ในริมตลิ่งและบนชายหาดทำให้พืชผักจมอยู่ใต้น้ำเสียหายอย่างมาก โดยเช้าวันนี้ระดับน้ำวัดได้ที่ 6.00 เมตรสูงขึ้นจากเมื่อวาน 50 เซนติเมตร ส่งผลให้น้ำท่วมพืชผักที่ปลูกไว้ริมแม่น้ำโขง เช่น ผักคะน้า ผักกาดหอม ผักบุ้ง กระหล่ำปลี กระเทียม บล็อคเคอรี่และพืชผักอื่นๆอีกจำนวนมาก นอกจากพืชผักแล้วยังมีอุปกรณ์การจับปลาและเรือหางยาวถูกกระแสน้ำพัดหายไปกับสายน้ำสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรและชาวประมงเป็นอย่างมาก ชาวบ้านบอกช่วงหน้าหนาวทุกปีน้ำโขงจะลดลงเหลือเพียงชาดหาดให้เกษตรกรได้ทำไร่ทำสวน แต่มา 2-3 วันนี้ น้ำโขงก็ขึ้นมากระทันหัน ซึ่งคาดว่าเขื่อนจาก สปป.ลาว หรือ จีน ปล่อยน้ำลงมา บวกกับน้ำป่าที่ไหลท่วมจากอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ไหลสมทบลงมาในแม่น้ำโขง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว

ชมชัดๆ สถานการณ์น้ำโขงหลาก ชาวเรือเชียงรายลุ่มน้ำเตรียมรับมือ!!! (คลิป)

แม้ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านพื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เช้าวันนี้ (28 สิงหาคม 2559) จะลดระดับลงเหลือเพียง 4.90 เมตร จากเดิมที่สูงกว่า 5 เมตรหลังฝนตกหนักในพื้นที่ทางตอนเหนือประกอบกับทางการจีนปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน กว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งต่ำกว่าจุดวิกฤตที่ 13 เมตรค่อนข้างมาก แต่ทางผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารข้ามฝากยังไม่มีความไว้วางใจยังคงต้องทำการตรวจเช็กท่าเทียบเรือ และคอยผูกเรือของตนเองให้แน่นอยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการถูกกระแสน้ำพัดและถูกท่อนซุงกระแทกได้รับความเสียหาย นายบุญมา ศรีประสิทธิ์ คนขับเรือโดยสารข้ามฟากระหว่างไทย-ลาว เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำโขงได้อยู่ในระดับที่ปกติจากเดิมที่ก่อนหน้านี้ได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 2 เมตรภายในไม่กี่วัน และมีท่อนซุงไหลมาเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องด้วยฝนที่ตกและยังมีน้ำเหนือไหลมาอีก ตลอดจนไม่รู้ว่าทางการจีนจะระบายน้ำจากเขื่อนวันไหน ทำให้ทางชาวเรือต้องเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยหมุนเวียนกันมาตรวจตราเรือที่จอดริมฝั่ง มีเชือกเท่าไหร่ก็นำมาผูกให้หมด พร้อมกับมีการสำรองอะไหล่และเสื้อชูชีพหากเกิดกรณีฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร หากว่ามีฝนตกหนักน้ำไหลเชี่ยวหรือท่อนซุงไหลมามากทางผู้ประกอบการจะงดการออกเรือเพื่อความปลอดภัยทันที

‘น้ำโขง’ท่วมผิดฤดูกระทบหนัก’นกประจำถิ่น’ นักวิชาการชี้สารพัดปัญหาผลพวงจาก’ระเบิดแก่ง’

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงยังคงได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนจีน โดยในเฟซบุ๊ก “บึงกาฬรักนก” ได้ระบุว่าปริมาณน้ำที่ท่วมขึ้นผิดฤดูกาล ทำให้ส่งผลกระทบกับนกประจำถิ่นและนกอพยพชนิดต่างๆ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์แอดมินเพจเฟซบุ๊กบึงกาฬรักนก โดยเขาระบุว่าในฤดูกาลอพยพของนก ช่วงน้ำแล้งตั้งแต่หลังเดือนกันยายน- มิถุนายน นกอพยพที่ “กลุ่มบึงกาฬรักนก” สำรวจและสามารถจำแนกชนิดได้มี 47 ชนิด นับรวมทั้งนกหาด นกชายเลน และนกทั่วไปที่เป็นนกอพยพ โดยนกที่อพยพมีทั้งอพยพผ่านแล้วแวะลงหากินตามชายน้ำช่วงน้ำโขงลดเป็นหาด และอพยพมาเพื่อทำรังวางไข่ “แอดมินเฟซบุ๊กบึงกาฬรักนก” กล่าวว่า สำหรับนกที่อพยพมาเพื่อทำรังและวางไข่บนชายหาดแม่น้ำโขงที่กลุ่มบึงกาฬรักนก สำรวจ มี 2 ชนิดคือ นกแอ่นทุ่งเล็ก และนกหัวโตเล็กขาเหลือง ซึ่งสองชนิดนี้จะใช้พื้นที่หาดร่วมกัน โดยเฝ้าระวังร่วมกัน การขึ้นลงของน้ำโขงที่ผิดปกติเนื่องจากการระบายน้ำของเขื่อน ส่งผลกระทบกับการทำรังวางไข่ของนก 2 ชนิดนี้มาก ในฤดูอพยพย้อนหลังไป 3 ปี พบว่า อัตราการรอดของลูกนกไม่น่าจะถึง 60% ของนกทั้งหมดที่ทำรังอยู่ริมชายหาด “ปีที่แล้วอัตราการรอดไม่ถึง 50% ด้วย เพราะผลกระทบจากน้ำโขงขึ้น เขื่อนจีนปล่อยน้ำช่วงแล้ง และการก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งในเขตตัวเมืองบึงกาฬ จากการสำรวจปีนี้พบว่า นกทำรังน้อยมาก อาจเป็นเพราะปีก่อนที่นกอาจจะไม่รอดจากน้ำท่วม และจากการรบกวนของมนุษย์ มันเลยโตมาเป็นนกเต็มวัยในฤดูกาลนี้น้อย นกที่อพยพมาทุกปีคือ แอ่นทุ่งเล็กกับหัวโตเล็กขาเหลือง จะอพยพมาทุกปี นกแอ่นทุ่งที่อพยพมาก็น่าจะประมาณปีละ […]