วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 22:30:31 น.
งานวิจัยมธ.แฉสื่อไทยเสนอข่าวไม่สนละเมิดสิทธิเด็ก ขอเพียงเรตติ้งกระฉูด หวังมีจริยธรรมมากขึ้น

 

เผยงานวิจัยนักวิชาการมธ.ตีแผ่พฤติกรรมสื่อมวลชนไทยในการเสนอข่าวเด็ก จำนวน รูปแบบ มุมมอง โดยไม่สนใจการละเมิดสิทธิ พร้อมจัดเสวนาแก้ปัญหา ให้เลิกเห็นแก่ประโยชน์เชิงพาณิชย์ หันคิดถึงใจเด็กมากขึ้น

สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้จัดพิธีมอบรางวัล "ข่าวและสารคดีเชิงข่าวส่งเสริมสิทธิเด็ก" ประจำปี 2552 โดยการสนับ สนุนจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน โดยมีจุดประสงค์ที่จะส่งเสริมให้สื่อตระหนักถึงความ สำคัญของสิทธิเด็กและการละเมิดสิทธิเด็ก ในงานจึงมีการนำผลงานวิจัยเรื่อง "การนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเด็กผ่านสื่อมวลชน" มาเผยแพร่ และทำการ เสวนาเพื่อหาทางออกในหัวข้อ "ทำข่าวอย่างไร ไม่ให้ละเมิดสิทธิเด็ก"


งานวิจัยเรื่อง "การนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเด็กผ่านสื่อมวลชน" โดย ดร.ธาตรี ใต้ฟ้าพูล และ อาจารย์ประไพพิศ มุทิตาเจริญ คณะวารสารศาสตร์และสื่อ สารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีเนื้อหาตีแผ่ การนำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับเด็ก ของสื่อ 2 ประเภทคือ สื่อหนังสือพิมพ์ และ สื่อโทรทัศน์ ว่ามี จำนวนมากน้อยแค่ไหน รูปแบบในการเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กเป็นอย่างไร มุมมองในการนำเสนอออกมาในด้านใด ความแตกต่างระหว่างการนำ เสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กในเซ็กชั่นหน้า 1 และเซ็กชั่นหน้าอื่นๆเป็นอย่างไร ลักษณะการละเมิดสิทธิเด็กในสื่อมวลชนเป็นแบบไหน มีความแตก ต่างระหว่างการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กผ่านรูปแบบข่าวและรูปแบบอื่นๆในหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์อย่างไร


ข้อมูลจากผลการวิจัยระบุว่า สื่อมักนำเสนอในรูปแบบของข่าวมากที่สุดและนำเสนอเนื้อหาในเชิงรับมากกว่าคือ รายงานตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  เรื่องเกี่ยวกับเด็กนั้นไม่ค่อยปรากฎในบทบรรณาธิการซึ่งแสดงว่าหนังสือพิมพ์ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเด็กน้อยมาก สื่อมวลชนทั้ง หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์มักนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับเด็กในมุมมองที่เป็นกลางและบวกเป็นส่วนมาก แสดงว่าสื่อมีมุมมองเกี่ยวกับเด็กดีขึ้นกว่าใน อดีต อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมก็ยังเป็นเซ็กชั่นที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับเด็กในมุมมองลบ อาจเป็นเพราะเนื้อหาที่เน้นการบรรยายให้ทราบ เหตุการณ์ด้วยตัวอักษรหรือภาพ จึงทำให้มีโอกาสสะท้อนมุมมองลบได้มากกว่าเซ็กชั่นอื่น ลักษณะการละเมิดสิทธิเด็กโดยทั่วไปนั้น พบว่าทั้งสื่อ หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์มีการละเมิดในด้านเอกลักษณ์สูงการด้านอารมณ์คือ มีการเปิดเผยชื่อเด็กหรือผู้เกี่ยวข้อง


หลังจากการนำเสนองานวิจัยแล้วก็ตามมาด้วยการเสวนาในหัวข้อ "ทำข่าวเด็กอย่างไร ไม่ให้ละเมิดสิทธิเด็ก" โดยอาจารย์บรรยงค์ สุวรรณผ่อง  กรรมการควบคุมจริยธรรมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย รุ่งมณี เมฆโสภณ กรรมการบริหารสถาบันอิศรา และพรชัย ปุ ณณวัฒนาพร เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ


อ.บรรยงค์ หนึ่งในผู้ร่วมเสวนาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า สื่อส่วนมากนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเด็กในเชิงรับ สังเกตได้จากการที่มักจะไม่มีเรื่องของ เด็กในบทบรรณาธิการ แสดงว่ายังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของเด็กมากนัก และการที่สื่อนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับเด็กในข่าวอาชญากรรมออกมาเป็น เชิงลบ (กรณีเด็กเป็นผู้ก่ออาชญากรรม) สื่อคงไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก เป็นเรื่องของการใช้ภาษามากกว่า อย่างเช่นการพาดหัวข้อข่าวที่ดู รุนแรง


รุ่งมณี เสนอว่า ผู้บริหารสื่อและองค์กรสื่อควรให้ความสำคัญเรื่องการละเมิดสิทธิเด็กโดยการจัดให้มีการอบรมเรื่องจิตวิทยาเด็กสำหรับผู้สื่อข่าวและ การอบรมการสัมภาษณ์เด็กที่ผ่านประสบการณ์เลวร้ายมา เพราะในปัจจุบันผู้สื่อข่าวยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องของเด็ก ทั้งวิธีการสื่อสารโดยคำพูด และลักษณะท่าทาง การทำข่าวหรือการสัมภาษณ์อาจทำให้เกิดบาดแผลในใจเด็กได้


พรชัย อีกหนึ่งผู้ร่วมเสวนาให้ทางออกในกรณีที่เกิดการละเมิดแล้วและการป้องกันว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิเด็ก เช่นให้ บรรณาธิการตรวจตราภาษาที่ใช้ในการนำเสนอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิเด็กโดยไม่ได้ตั้งใจ เสนอให้มีเครือข่ายเฝ้าระวังเรื่องการละเมิด สิทธิเป็นผู้ช่วยร้องเรียนการละเมิดสิทธิเด็กในสื่อ โดยยกตัวอย่างกรณี เคอิโงะ ที่สื่อแย่งกันนำเสนอข่าวมากเกินไป เพื่อสร้างเรตติ้ง


อย่างไรก็ตามเรื่องการละเมิดสิทธิเด็กนั้นก็ยังเป็นเรื่องที่ทับซ้อนกันอยู่ในตัวมันเอง อย่างเช่นเรื่องการใช้แรงงานเด็กในครอบครัว ซึ่งสื่ออาจเห็นว่า เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก แต่ตัวเด็กอาจคิดว่าเป็นการมีส่วนร่วมและได้ช่วยเหลือครอบครัว การละเมิดสิทธิเด็กหรือไม่นั้นจึงอยู่ที่มุมมองมากกว่า และ สุดท้ายอยากให้ลองถามตัวเด็กเองว่าถูกละเมิดหรือไม่


ขณะเดียวกันมีรายงานสภาวะเด็กโลกฉลองครบรอบ 20 ปีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ)ว่า ประเทศ ต่างๆ กว่า 70 ประเทศได้ผนวกประมวลกฎหมายเกี่ยวกับเด็กเข้าไว้กับกฎหมายประจำชาติ โดยอ้างอิงจากตัวบทของอนุสัญญาฯ เป็นหลัก

 

นอกจาก นั้นยังเกิดความตระหนักและการรณรงค์ประเด็นการคุ้มครองเด็กอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่มีการลงนามในอนุสัญญาฯ ดังกล่าวเมื่อ 20 ปีที่แล้วและ ได้มีความก้าวหน้าเกิดขึ้นอย่างมากภายใน 20 ปีที่ผ่านมา ดังนี้ 1.จำนวนเด็กอายุต่ำกว่าห้าปีที่เสียชีวิตในแต่ละปี นับจากปี 1990 - 2008 ลดลง ร้อยละ 28 2.ระหว่างปี 1990 - 2006 ประชาชนจำนวน 1.6 พันล้านคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำที่ได้รับการปรับปรุงคุณภาพดีขึ้น 3.เด็ก ปฐมวัยร้อยละ 84 ทั่วโลกได้เรียนหนังสือและช่องว่างของการเข้าโรงเรียนประถมระหว่างเด็กหญิงกับเด็กชายน้อยลง

 

4.เด็กๆ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมิได้ ถูกหลงลืมอีกต่อไป 5.มีการดำเนินการตามขั้นตอนอันสำคัญเพื่อคุ้มครองเด็กจากการต้องเป็นทหารหรือถูกขายหรือเป็นผู้ให้บริการทางเพศหรือ เป็นทาส 6.อายุเด็กที่เข้าพิธีแต่งงานสูงขึ้นในบางประเทศ และเด็กหญิงที่ถูกขริบอวัยวะเพศมีจำนวนลดลงทีละน้อย

www.matichon.co.th