วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 14:15:05 น.
ร่อนหนังสือชวนครูกู้"3-5"ล้านโผล่ ! เครือข่ายพัฒนาชีวิตอ้าง"ธ.ออมสิน"

 

"วิรุณ"จี้บิ๊ก"สกสค."แจงโพล"มศว"


ความคืบหน้ากรณีผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มีแนวคิดร่วมมือกับสถาบันการเงิน และบริษัทประกันภัย จัดทำโครงการปล่อยเงินกู้แก่สมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) 2 โครงการ คือ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิก ช.พ.ค.ชั้นดี วงเงินให้กู้สูงสุด 3 ล้านบาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย MLR 5.70 และโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.6 จะเริ่มต้นเดือนสิงหาคมที่จะถึง โดยขยายวงเงินปล่อยกู้จากเดิมสูงสุดรายละ 600,000 บาท เพิ่มเป็น 1,200,000 บาท ซึ่งอาจต้องปรับเพิ่มการเก็บเงินค่าสงเคราะห์ศพสมาชิก ช.พ.ค.จากศพละ 1 บาท เป็น 1.50 บาท หรือจากที่เก็บอยู่เดือนละประมาณ 400 บาท เพิ่มเป็น 600 บาท เพื่อเป็นหลักประกันความเสี่ยงวงเงินปล่อยกู้ที่สูงขึ้นดังกล่าว โดยทั้ง 2 โครงการกำหนดให้สมาชิกผู้กู้ต้องทำประกันเงินกู้ด้วย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์โจมตีจากคนในแวดวงการศึกษาที่ต่างไม่เห็นด้วย เพราะถือเป็นการกระตุ้นการสร้างมูลหนี้ให้กับครูเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีมูลหนี้ครูทั่วประเทศรวมไม่น้อยกว่า 1.5 แสนล้านบาทแล้ว อีกทั้งยังมีข้อครหาเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงที่จะได้รับจากสถาบันการเงินและบริษัทประกันภัยด้วย

ล่าสุดนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยังไม่สั่งการให้ผู้บริหาร สกสค.ชะลอหรือยุติ 2 โครงการดังกล่าว แต่มีนโยบายร่วมมือกับกระทรวงการคลังในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ โดยขณะนี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานใน ศธ.เพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาภายใน 15 วัน ก่อนที่จะนำหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดรูปแบบแก้ปัญหาภายใต้เงื่อนไข 1.ดอกเบี้ยต้องต่ำกว่าที่เคยปล่อยกู้ 2.การดำเนินการต้องร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้แก่ กระทรวงการคลัง ศธ. และ สกสค. และ 3.เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ได้รับเอกสารโครงการเงินกู้พัฒนาชีวิตครูจากครูใน จ.สมุทรปราการ ซึ่งระบุว่ามีข้อความเชิงเชิญชวนให้ครูในโรงเรียนต่างๆ ใน จ.สมุทรปราการได้กู้เงินในโครงการดังกล่าว ซึ่งเอกสารออกโดยเครือข่ายพัฒนาชีวิตครูจังหวัดสมุทรปราการ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่ง เรื่อง "การปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการพัฒนาชีวิตครู" มีใจความระบุว่า "ด้วยธนาคารออมสินได้ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการพัฒนาชีวิตครู โดยได้ปรับเพิ่มวงเงินกู้โครงการพัฒนาชีวิตครู กรณีบุคคลค้ำประกัน จากการให้กู้เงินไม่เกินรายละ 1,500,000 บาท เป็นให้กู้ได้ไม่เกินรายละ 3,000,000 บาท และให้คงวงเงินกู้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันไว้ดังเดิม กล่าวคือให้กู้ได้ไม่เกินรายละ 5,000,000 บาท ส่วนเรื่องการทำประกันชีวิตในรูปแบบ ช.พ.ค. อยู่ระหว่างการหารือกับคณะกรรมการของธนาคารออมสิน เครือข่ายพัฒนาชีวิตครูจังหวัดสมุทรปราการจึงเรียนมาเพื่อท่านได้โปรดแจ้งและประชาสัมพันธ์ให้คณะครูได้ทราบ" นอกจากนี้ ยังมีการแนบตารางเงินผ่อนชำระรายเดือนวงเงินกู้โครงการพัฒนาชีวิตครูดังกล่าว โดยคิดอัตราดอกเบี้ย MLR (ณ 23 สิงหาคม 2552 เท่ากับร้อยละ 5.85) เช่น กู้วงเงิน 3,000,000 บาท ผ่อนชำระคืนรายเดือนระยะเวลา 10 ปี เดือนละ 33,100 บาท, กู้วงเงิน 5,000,000 บาท ผ่อนชำระคืนรายเดือนระยะเวลา 10 ปี เดือนละ 55,200 บาท

นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัด ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการ สกสค. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ ต้องขอตรวจสอบข้อมูลกับผู้บริหาร สกสค.ว่า มีการดำเนินการโครงการดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินครูนั้น นายชินวรณ์ได้ให้นโยบายไว้ชัดเจนแล้วว่า ศธ.จะร่วมมือกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ โดยขณะนี้ได้ตั้งให้ตนเป็นประธานคณะทำงานพัฒนาชีวิตครูเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา ก่อนจะนำหารือกับกระทรวงการคลังในเร็วๆ นี้ ซึ่งคณะทำงานกำลังเร่งหาข้อมูลตัวเลขหนี้สินครูทั้งหมด รวมทั้งโครงการปล่อยเงินกู้ต่างๆ ที่ผ่านมาด้วย

วันเดียวกันนี้ มีการประชุมผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทุกระดับการศึกษาทั่วประเทศ ที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา กทม. โดยเชิญนายชินวรณ์มาเป็นประธาน ซึ่งนางจิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ประธานสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ได้กล่าวภายหลังว่า ตนได้เรียนนายชินวรณ์ถึงข้อห่วงใยของครูโรงเรียนเอกชน กรณี สกสค.มีแนวคิดจะปรับเพิ่มการเก็บเงินค่าสงเคราะห์ศพสมาชิก ช.พ.ค.จากศพละ 1 บาท เป็น 1.50 บาท หรือจากที่เก็บอยู่เดือนละประมาณ 400 บาท เพิ่มเป็น 600 บาท จะสร้างความเดือนร้อนให้กับครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งนายชินวรณ์บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เช่นกัน และรับจะไปดูแลเรื่องนี้ให้

นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า จากกรณีมีผู้บริหาร สกสค.กล่าวอ้างผลสำรวจของ มศว ระบุว่ามีสมาชิก ช.พ.ค.ประมาณ 70% ต้องการให้เก็บเงินสงเคราะห์ศพสมาชิก ช.พ.ค.เพิ่มขึ้นเป็น 1.50 บาทนั้น ตนอยากให้ผู้บริหาร สกสค.ส่งข้อมูลการทำวิจัยหรือสำรวจเรื่องนี้มาให้ มศวตรวจสอบ เพราะขณะนี้มีคนจำนวนมากต้องการทราบว่า เป็นอาจารย์ของ มศวทำจริงหรือไม่ เพื่อไม่ให้ มศวเสียหาย เพราะจากการสอบถามฝ่ายวิจัยของ มศว ไม่มีใครทราบเรื่องนี้เลย ดังนั้น ผู้บริหารสกสค.ต้องออกมาชี้แจงด้วย

ด้านนายวัฒนา วรรณโสภา รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า เรื่องที่มีผู้บริหาร สกสค.อ้างถึงผลสำรวจของ มศวดังกล่าวนั้น ตนยังไม่ทราบเรื่อง

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ ตาไชย รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวระหว่างนำคณะผู้แทนสมาชิก ช.พ.ค.จากจังหวัดต่างๆ มาชี้แจง "มติชน" เกี่ยวกับโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.6 ว่า "เรื่องการเก็บเงินค่าสงเคราะห์ศพเพิ่มขึ้น เป็นความต้องการของสมาชิก ช.พ.ค.ส่วนใหญ่ประมาณ 70% จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แต่ สกสค.ก็ไม่ได้ละเลยเสียงส่วนน้อย ยังต้องมีการพิจารณาเรื่องผลกระทบต่างๆ กันอยู่"

www.matichon.co.th