‘ฮาเซเบะ’ กัปตันทีมชาติญี่ปุ่น แถลงอำลาทัพซามูไร

มาโคโตะ ฮาเซเบะ กัปตันทีมชาติญี่ปุ่น ประกาศอำลาการค้าแข้งให้ทัพซามูไรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจบภารกิจในศึกฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการพาทัพบ้านเกิดเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย และต้องพ่ายแพ้กลับบ้านไปด้วยน้ำมือของเบลเยียม ด้วยสกอร์ 2-3 อย่างน่าเจ็บปวด หลังเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 2-0

ฮาเซเบะได้ประกาศอำลาทีมชาติ โดยโพสต์อินสตาแกรมเป็นรูปภาพของตัวเอง ขณะเดินปรบมือขอบคุณแฟนบอลในสนามในเกมฟุตบอลโลก พร้อมกับข้อความว่า “การเล่นฟุตบอลทีมชาติ เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการเล่นให้สโมสร เพราะคุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า จะเป็นผู้ถูกเลือกหรือไม่และเมื่อไร แต่ในครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจด้วยตัวผมเอง ที่ถึงเวลาแล้วในการอำลาทีมชาติ ตนภูมิใจทุกครั้งที่ได้ลงเล่นเป็นตัวแทนของประเทศ และจะเก็บช่วงเวลาในทีมชาตินี้เป็นสมบัติแห่งความทรงจำตลอดไป

นอกจากนี้ กัปตันทีมวัย 34 ปี ที่อำลาสนามทีมชาติ หลังค้าแข้งให้ทัพซามูไรไปกว่า 114 นัด ได้ขอบคุณเพื่อนร่วมชาติทุกคน ที่ได้ต่อสู้ให้กับทัพซามูไรร่วมกันมาตลอดระยะเวลา 12 ปี นับตั้งแต่ที่ตนประเดิมสนามให้กับทีมชาติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2006 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมในฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ จากนั้น จึงได้สวมปลอกแขนนำทัพซามูไรมาอย่างต่อเนื่อง ในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล และในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ก่อนประกาศอำลาทีมชาติในที่สุด หลังตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

まず始めに、ロシアW杯での日本代表チームへの多大なるサポート本当にありがとうございました。 皆様からの力が日本代表チームを前へと押し進めて下さいました。本当に感謝しています。 そして僕個人としては、この大会を最後に日本代表にひとつの区切りをつけさせていただきたいと思います。 日本代表という場所はクラブとは違い、いつ誰が選ばれるかわからないところであるので、いち選手からこのように発信する事は自分本位である事は承知しています。 しかし、2006年から約12年半という長い間共に戦った仲間たち、多大なるサポートをして下さった日本の皆様に感謝の気持ちを伝えさせていただきたいと思い、こうして書かせていただいています。 日の丸を胸に戦った時間は僕にとって誇りであり、なにものにも代え難い素晴らしいものでした。 共に戦った7名の監督方、コーチングスタッフ、代表スタッフのみんな、そして素晴らしきチームメイトたち、最高の仲間でした。 特に主将を務めさせていただいた8年間は皆に支えられてばかりでした。 貴方達と共に同じ時代に戦えた事は幸せでした。 そして日本代表サポーターの皆様、これまでのサポートに心からの感謝を伝えさせていただきます。 12年半の間、様々な事がありました。 歓喜も失望も共に味わいましたね。 良いときもそうでないときも僕たちの背中を押してくださいましたね。 皆様と共に歩んだ時間は僕にとって大切な宝物です。心から、ありがとう!! 最後になりますが、これからは僕も日本代表チームのサポーターです。 一緒に日本代表チームに夢を見ていきましょう!!! 長谷部誠

A post shared by 長谷部誠 Makoto Hasebe (@makoto_hasebe_official) on

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘นาวาลก้า’ เตรียมลากุนซือโปแลนด์ หลังสมาคมไม่ต่อสัญญา เหตุผลงานแย่
บทความถัดไปคอลัมน์ไฮไลต์โลก: ทำไมผู้หญิงอัฟกันฆ่าตัวตายเยอะ?