ฟุตบอลโลก 2018 ทุบสถิติผู้ชมออนไลน์ มากกว่าปี 2014 ถึง 2 เท่า!

ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ได้ถูกบันทึกสถิติเป็นที่เรียบร้อย ว่ามียอดผู้ชมผ่านระบบสตรีมมิ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์มหกรรมลูกหนังระดับโลก

สำหรับการเก็บข้อมูลของบริษัท “คอนวิว่า” ผู้ให้บริการวิคราะห์ข้อมูลทางวิดีทัศน์ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย พบว่าแฟนบอลทั่วโลกกลุ่มที่ไม่ได้รับชมการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ ได้ใช้เวลาในการรับชมเฉลี่ย 64.6 นาที

“การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ทำลายสถิติยอดผู้ชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบสตรีมมิ่งมากที่สุด ซึ่งรอบ 8 ทีมสุดท้าย มีการวัดจำนวนผู้ชมแบบเรียลไทม์พบว่า แฟนบอลใช้เวลาไปกับรับชมการสตรีมทางออนไลน์มากกว่า 23.3 ล้านชั่วโมง แบ่งเป็นการรับชมผ่านทางแอพพลิเคชั่น 67 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 33 เปอร์เซ็นต์เป็นการรับชมผ่านบราวเซอร์ต่างๆ โดยคนยุคนี้นิยมการรับชมทางสตรีมมิ่งมากขึ้นเพราะสามารถกำหนดเวลาชมการถ่ายทอดได้ตามเวลาที่ตัวเองสะดวก” บิลล์ เดมาส ซีอีโอของ คอนวิว่า ระบุ

“อะคามาย” บริษัทผู้ผลิตสัญญาณสตรีมมิ่งฟุตบอลโลก 2018 ให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดกว่า 50 ราย ในกว่า 100 ประเทศ อาทิ บีบีซี ในสหราชอาณาจักร และซีซีทีวี ของประเทศจีน มีข้อมูลที่ได้จากช่วงต้นของทัวร์นาเมนต์ แสดงให้เห็นว่าสตรีมมิ่งแบบสดได้สร้างสถิติการเข้าชมมากเป็นประวัติกาล

“การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการรับชมผ่านช่องทางสตรีมมิ่งในฟุตบอลโลก 2018 มีที่มาจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และความคาดหวังของผู้ชมเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการให้บริการถ่ายทอดสดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ที่มอบประสบการณ์การรับชมที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องพัฒนาให้ดีกว่าการรับชมผ่านโทรทัศน์ในรูปแบบเดิม” ชอว์น มิเชลส์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สื่อของบริษัทอะคามาย ระบุ


ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวกลายเป็นทัวร์นาเมนต์กีฬาที่มีการสตรีมมิ่งสูงสุดที่อะคามายให้บริการ ซึ่งแค่เพียงช่วง 10 วันแรก ของฟุตบอลโลก 2018 มียอดผู้ชมด้วยการสตรีมทางออนไลน์ เป็นสัดส่วนที่มากกว่าฟุตบอลโลก 2014 ตลอดทัวร์นาเมนต์ ถึง 2 เท่า

สำหรับประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันครั้งนี้ ลงฟาดแข้งด้วยความคาดหวังที่ไม่มากนักจากบรรดาสื่อต่างๆ ภายในประเทศ แต่ผลการแข่งขัน 2 นัดแรกที่ทัพหมีขาวคว้าชัยชนะได้สำเร็จ จึงเป็นแรงจูงใจให้แฟนๆ หันมาติดตามชมการแข่งขันที่สนามและผ่านทางหน้าจอมากขึ้นกว่าเดิม แม้ในเกมนัดที่ 3 ของรอบแบ่งกลุ่มกับอุรุกวัย จะจบด้วยการพ่ายแพ้ไปถึง 0-3 ไม่ได้ส่งผลต่อยอดผู้ชมที่ตกลงเลยแม้แต่น้อย โดยมียอดรับชมกว่า 17 ล้านคนในเกมดังกล่าว ซึ่งเป็นสัดส่วนราว 48.4 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชมทั้งหมด

ด้านการรับชมการแข่งขันของแฟนบอลเยอรมนี ที่ประสบความล้มเหลวในเวทีฟุตบอลโลก แต่ยังถือว่ากระแสดี โดยแมตช์ชนะสวีเดนในรอบแบ่งกลุ่มมีผู้รับชมราว 27.48 ล้านคนจากการเก็บสถิติภายในประเทศ ซึ่งเป็นจำนวนน้อยกว่าการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2014 ของทัพอินทรีเหล็ก ที่เฉือนชนะอาร์เจนตินาไป 1-0 เพียง 7 ล้านคนเท่านั้น

ส่วนเกมที่เม็กซิโกเอาชนะแชมป์เก่าในเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่มได้นั้น มียอดแฟนบอลจังโก้รับชมเกมดังกล่าวมากถึง 18.6 ล้านคน ผ่าน แอสเตก้า สถานีโทรทัศน์ภายในประเทศ แต่กลับมีจำนวนผู้ชมน้อยกว่าเกมฟุตบอลโลก 2014 ที่เม็กซิโก ประเดิมสนามในรอบแบ่งกลุ่มกับโครเอเชีย อยู่ที่ 1.3 ล้านคน

บทความก่อนหน้านี้‘ธนาธร’ โชว์ไอเดีย แก้ปัญหาบีทีเอส และการพัฒนาระบบขนส่งทางรางในประเทศ
บทความถัดไปการบินไทยชี้แจงจัดหาแหล่งเงินทุนจัดซื้อเครื่องบินเองไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ