หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท.หวังรัฐ...

ส.อ.ท.หวังรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นไตรมาส 2 ระหว่างรอแจกหมื่นไตรมาส 4

13.04.24 | 13:00 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ว่า จากกำหนดเดิมที่รัฐบาลจะดำเนินการให้ใช้จริงในเดือนกุมภาพันธ์ แต่เนื่องจากรัฐบาลรับฟังคำวิจารณ์และคำแนะนำจากหลายภาคส่วน เพื่อไม่ทำให้เกิดปัญหาในอนาคต รัฐบาลจึงนำคำวิจารณ์ไปปรับแก้ให้เหมาะสม อาทิ การใช้แหล่งเงินทุนที่เดิมจะออก พ.ร.บ.เงินกู้ แต่ถูกท้วงติงเรื่องวินัยการคลัง ทำให้รัฐบาลไปทำการบ้าน ส่งผลให้การดำเนินงานดีเลย์ออกไป แต่ดีกว่าไม่มีมาตรการออกมาสนับสนุนเศรษฐกิจ

“ทุกภาคส่วนต่างรอคอยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่การดำเนินงานล่าช้าออกไป เพราะรัฐบาลอยากทำให้โปร่งใสและไม่เป็นปัญหาในอนาคต ซึ่งการดำเนินงานถูกดีเลย์ออกไปจากไตรมาสที่ 1/2567 ไปใช้ได้จริงไตรมาสที่ 4/2567 ก็ถือว่าทำได้ดี และดีกว่าไม่มีมาตรการออกมา” นายเกรียงไกรกล่าว

ช่วงไตรมาส 2/2567 ไม่อยากให้รัฐบาลปล่อยเวลาไว้เฉยๆ เพราะเศรษฐกิจภาพรวมยังค่อยๆ ฟื้นตัวจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่ปัญหาเกิดขึ้นคือกำลังซื้อตกต่ำไป เพราะการค้ากระจุกตัวอยู่บริษัทขนาดใหญ่ ส่วนผู้ประกอบการค้ารายย่อย (เอสเอ็มอี) และประชาชนที่มีกำลังซื้อหดตัวอย่างมาก จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ระดับสูง รวมถึงสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อให้กับรายย่อยและรายเล็ก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ อีกทั้งต้นทุนทางการเงินที่ยังสูง โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น ส่งผลให้สถาบันการเงิน โดยธนาคารพาณิชย์ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากมีส่วนต่างมากขึ้น อยากให้ทำให้แคบลง จากการเบิกจ่ายรัฐบาลที่งบประมาณปี 2567 ล่าช้าออกไป และปีนี้มีการพิจารณาแล้วเสร็จแล้ว ส.อ.ท.ขอให้รัฐบาลเร่งเลิกจ่ายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมากขึ้นเพื่อให้เม็ดเงินลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจต่อไป ดังนั้น หากจะรอไปถึงไตรมาสสุดท้ายที่มีดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลต้องมีมาตรการออกมาควบคู่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปก่อน

คาดหวังเรื่องงบลงทุนของรัฐบาล งบนี้จะมี 2 ส่วนคือ งบลงทุนในประเทศ ขณะนี้จะเป็นไก่กับไข่ ถึงแม้จะมีการผลิตมากขึ้น แต่โดนปัญหาสินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศดัมพ์ราคาเข้ามาในไทย ส่งผลให้ปี 2566 อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบกว่า 20 กลุ่ม จากปัญหาสินค้าไม่มีมาตรฐานลักลอบเข้าไทยในราคาถูกเป็นจำนวนมาก ทำให้อุตสาหกรรมไทยบางกลุ่มปิดสายผลิตสินค้า และเหลือเฉพาะฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายแทน หากปล่อยให้เป็นลักษณะนี้จะทำให้ปี 2567 อุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบมากขึ้นเป็น 30 กลุ่มได้ ถ้ามีการปิดไลน์อุตสาหกรรมมากขึ้นจะสูญเสียความเป็นฐานการผลิตสินค้าต่างๆ ในหลายอุตสาหกรรมจะหายไปและเป็นการนำเข้าสินค้าแทน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังกำลังศึกษาการเก็บภาษีแวตอยู่จากสินค้าออนไลน์ไม่เกิน 1,500 บาท จากเดิมไม่เสียเงิน แต่ตอนนี้มีปัญหากำลังพิจารณา เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เอกชนเสนอให้กับภาครัฐเพื่อความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการในประเทศ อยากให้รัฐบาลควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ทั้งจากแพลตฟอร์มออนไลน์ และการนำสินค้าเข้าไทยไม่ได้มาตรฐานสำแดงเท็จผ่านตู้คอนเทนเนอร์แบบไม่มีการตรวจสอบ และขายเกลื่อนตลาด อยากให้รัฐบาลรีบเร่งแก้ไขและหามาตรการป้องกันเร่งด่วน

Advertisement