<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863849]]></link><pubDate>2026-08-26T20:27:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5863849</guid><description>เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม รอยเตอร์ รายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ และ ครอบครัว เดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรแล้ว ตามรายงานของ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม รอยเตอร์ รายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ และ ครอบครัว เดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรแล้ว ตามรายงานของบีบีซี หลังจากมีการเปิดเผยว่าทั้งคู่จะย้ายกลับอังกฤษ หลังสละพระราชภารกิจและย้ายไปสหรัฐอเมริกาเมื่อ 6 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน สร้างความประหลาดใจ ที่แม้แต่คนในราชวงศ์ก็ยังไม่ทราบ เมื่อมีการเปิดเผยว่า พวกเข้าจะย้ายกลับมายังลอนดอนเป็นเวลานาน พร้อม เจ้าชายอาร์ชี พระชนมายุ 7 พรรษา และเจ้าหญิงลิลิเบธ พระชนมายุ 5 พรรษา ที่จะเข้าศึกษาในสหราชอาณาจักรในเดือนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับสถานที่ที่พวกเขาจะพำนักหรือโรงเรียนที่เด็กๆ จะเข้าเรียนนั้นยังคงเป็นความลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า พวกเขาเดินทางถึงสหราชอาณาจักรแล้วหลังจากบินมาจากแคลิฟอร์เนียโดยเครื่องบินส่วนตัวในวันพุธ ยังไม่มีคำแถลงใดๆ จากโฆษกของเจ้าชายแฮร์รี่ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863849?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน</dc:alternative><dc:abstract>เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T13:27:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T13:27:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45.05213.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45.05213-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-26T060025Z_93572067_RC2RQKAM9UD0_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRYMEGHAN-FUTURE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-26T060025Z_93572067_RC2RQKAM9UD0_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRYMEGHAN-FUTURE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1711</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1711</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/4502452.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/4502452-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45.05213.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45.05213-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863616]]></link><pubDate>2026-08-26T18:04:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5863616</guid><description>กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกโรงประกาศว่าญี่ปุ่นจะปกป้องศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) หรือศาลอาญาโลก ซึ่งตั้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกโรงประกาศว่าญี่ปุ่นจะปกป้องศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) หรือศาลอาญาโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจาก ICC เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจโลก ที่เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ประกาศคว่ำบาตร ผู้พิพากษาโทโมโกะ อาคาเนะ ประธาน ICC ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การออกโรงเคลื่อนไหวครั้งนี้ของนางทาคาอิจิ ผู้นำชาติพันธมิตรที่ถือว่ามีไมตรีที่ดีกับทรัมป์ เกิดขึ้นในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อกลางดึกคืนวันอังคาร(25 ส.ค.) โดยทาคาอิจิกล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดของ ICC เราจำเป็นต้องปกป้องสถาบันที่สำคัญแห่งนี้” ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับการประกาศคว่ำบาตรผู้พิพากษาอาคาเนะ ประธาน ICC ของรัฐบาลสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นางทาคาอิจิได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อการกระทำดังกล่าวของสหรัฐแล้ว แต่ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นางทาคาอิจิได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาว่า เธอรู้สึกได้ถึง “ภาวะวิกฤต” เช่นเดียวกับอาคาเนะเกี่ยวกับการตัดสินใจดำเนินการดังกล่าวของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราได้ติดต่อสหรัฐหลายครั้งในหลายระดับจนถึงนาทีสุดท้าย เพื่อร้องขอไม่ให้คว่ำบาตร อาคาเนะ ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ” ทาคาอิจิกล่าวในการแถลงข่าว พร้อมกล่าวอีกว่า ญี่ปุ่นจะยังคงให้การสนับสนุนผู้พิพากษาอาคาเนะต่อไป ซึ่งขณะนี้เธอถูกสหรัฐระงับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบการเงินและห้ามเดินทางเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การคว่ำบาตรประธาน ICC และทนายความอาวุโสของ ICC ของสหรัฐนั้น ถือเป็นการยกระดับโจมตีครั้งล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ต่อศาลระหว่างประเทศแห่งนี้ ที่มีเขตอำนาจดำเนินคดีผู้กระทำผิดในความผิดอาญาระหว่างประเทศ 4 ฐาน ได้แก่ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมที่เป็นการรุกราน โดยสหรัฐอ้างว่า ICC ได้เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐและอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในถ้อยแถลงถึงการคว่ำบาตรดังกล่าวว่า ICC เป็นศาลเหนือรัฐอธิปไตยที่ฉ้อฉลและถูกครอบงำด้วยการเมืองอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังใช้อำนาจในทางมิชอบด้วยเจตนาร้ายและกระทำการเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รูบิโอขู่ด้วยว่าจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อยุบ ICC อย่างเป็นระบบ จนกว่าองค์กรดังกล่าวจะไม่สามารถคุกคามอธิปไตยของสหรัฐได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐในประเด็นเกี่ยวกับ ICC ถือเป็นจุดขัดแย้งที่เปิดเผยต่อสาธารณะซึ่งเกิดขึ้นได้ยากระหว่างพันธมิตรที่ใกล้ชิดทั้งสองประเทศ ก่อนหน้านี้ทรัมป์และชาติพันธมิตรของเขาอย่างอิสราเอล ได้กล่าวหา ICC มาอย่างยาวนานว่าได้แทรกแซงกิจการในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก เขามีคำสั่งการให้ดำเนินการคว่ำบาตรอัยการ ICC และผู้ช่วยรายหนึ่ง เพื่อตอบโต้กรณีที่ดำเนินการสอบสวนสหรัฐในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ในปี 2024 ICC ยังได้ออกหมายจับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ด้วย ในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863616?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร</dc:alternative><dc:abstract>กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T11:56:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T11:56:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863221]]></link><pubDate>2026-08-26T15:20:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5863221</guid><description>ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันอังคาร(25 ส.ค.) ทางบริษัทกำลังพิจารณาที่จะสร้างโรงงานประกอบรถแห่งใหม่ขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมกำลังการผลิตรถยนต์ไฮบริดเพิ่มขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการผลิตและการขายใหม่ ภายหลังจากการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยโฆษกของฮอนด้า กล่าวว่า เป็นความจริงที่บริษัทกำลังพิจารณาเรื่องการสร้างโรงงานประกอบแห่งใหม่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปในขั้นสุดท้าย และว่า การตัดสินใจเรื่องการลงทุนจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่รัฐบาลสหรัฐต้องการจะทบทวนแก้ไข&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องนี้ เปิดเผยว่า ฮอนด้ามีแผนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเรื่องนี้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า และตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการผลิตภายในปี 2030 โดยบริษัทกำลังพิจารณาที่จะผลิตรถยนต์อเนกประสงค์(SUV) ระบบไฮบริด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน ฮอนด้า มองว่าการเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มรถไฮบริด เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์บริษัท โดยฮอนด้ามีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จำนวน 15 รุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะวางจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือภายในปีงบประมาณ 2029&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฮอนด้าได้สร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมทั่วภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมถึงแคนาดาและเม็กซิโก และอาจมีการทบทวนแผนการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐ โดยขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมดจากแคนาดาเพิ่มขึ้นในอัตรา 50% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะกดดันให้แคนาดายอมผ่อนปรนท่าทีให้กับสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์การตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีระหว่างทั้งสองประเทศที่ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863221?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด</dc:alternative><dc:abstract>ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T08:25:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T08:25:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863041]]></link><pubDate>2026-08-26T14:08:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5863041</guid><description>เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ที่ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัย ส่งผลให้หมู่บ้านหลายแห่งถูกกระแสน้ำพัดหายไป และสร้างความเสียหา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ที่ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัย ส่งผลให้หมู่บ้านหลายแห่งถูกกระแสน้ำพัดหายไป และสร้างความเสียหายแก่ถนน สะพาน และโครงการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้ชายแดนทิเบต ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า พื้นที่เมืองซยาปรู เบซี และทิมูเร ในเขตราสูวา ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาและมีประชากรราว 50,000 คน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโภเต โกชี อพยพขึ้นไปอยู่ในพื้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นเรนทรา ปาริยาร์ ผู้บริหารเขตราสูวา กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าหมู่บ้านและพื้นที่โครงการสาธารณูปโภคถูกกระแสน้ำพัดหายไป อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นยังไม่มีการประเมินตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือมูลค่าความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากหรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างหนัก แต่ตอนนี้ผมยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอน” ปาริยาร์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของน้ำท่วมในทันที แต่เมื่อปีที่แล้ว เคยเกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตจากแม่น้ำสายเดียวกัน โดยในเวลาต่อมาพบว่าสาเหตุเกิดจากการระบายน้ำออกจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรน้ำของเนปาลระบุว่า โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ เช่นเดียวกับถนนและสะพาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเนปาลกล่าวเพิ่มเติมว่า ความเสียหายดังกล่าวยังส่งผลให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ได้รับผลกระทบและเกิดไฟฟ้าขัดข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล กล่าวว่า รัฐบาลได้ส่งทีมกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาห์ยังแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม่น้ำโภเต โกชี มีต้นกำเนิดในทิเบต ก่อนจะไหลเข้าสู่แม่น้ำตรีศูลีของเนปาล ก่อนที่แม่น้ำสายนี้จะไหลเข้าสู่อินเดีย โดยมีชื่อเรียกว่าแม่น้ำคันดัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น้ำท่วมใหญ่ในแม่น้ำโภเต โกชีเมื่อปีที่แล้วทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และสูญหายอีก 24 คน อีกทั้งกระแสน้ำยังพัดสะพานมิตรภาพ ซึ่งเชื่อมระหว่างเนปาลกับจีนจนได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการค้าและการคมนาคมระหว่างสองประเทศเป็นเวลาหลายเดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคระบุว่า น้ำท่วมครั้งนั้นเกิดจากการระบายน้ำออกจากทะเลสาบเหนือธารน้ำแข็งในพื้นที่ทิเบต ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863041?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง</dc:alternative><dc:abstract>เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T07:08:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T07:08:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862740]]></link><pubDate>2026-08-26T12:22:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862740</guid><description>ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา ขณะที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดากำลังเปิดศึกการค้ากันเข้าใส่กันอย่างดุเดือด ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดากำลังเปิดศึกการค้ากันเข้าใส่กันอย่างดุเดือด ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมางัดข้อกับแคนาดาอีก ด้วยการประกาศว่ากำลังพิจารณาจะเปลี่ยนชื่อ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” (Lake Ontario)  1 ใน 5 ทะเลสาบในภูมิภาคเกรตเลกส์ ทิศเหนืออยู่ติดกับรัฐออนแทรีโอของแคนาดา ส่วนทางด้านใต้ติดกับคาบสมุทรไนแองการาและรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ เป็นชื่อ “ทะเลสาบอเมริกา” (Lake America)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะเปลี่ยนชื่อของ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” เนื่องจากเราไม่คิดว่าจะมีการทำธุรกิจกับออนแทรีโอมากนักอีกต่อไป” ทรัมป์โพสต์บนบัญชีทรูธโซเชียลเมื่อวันอังคาร(25 ส.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามความเห็นถึงประเด็นข้างต้น นายโดมินิค เลอบลองก์ รัฐมนตรีกำกับดูแลการค้ากับสหรัฐของแคนาดา กล่าวว่า แคนาดาจะไม่ตอบโต้ต่อการโพสต์ใดๆ บนโซเชียลมีเดียของรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“รัฐบาลกลางแคนาดาได้ตัดสินใจไปเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วว่าจะไม่ตอบโต้โพสต์บนโซเชียลมีเดียที่มีออกมาแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นของประธานาธิบดีหรือรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลก็ตาม” เลอบลองก์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำขู่เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยประกาศเปลี่ยนชื่อ อ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico ) เป็น “อ่าวอเมริกา” (Gulf of America) มาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแสดงความเป็นใหญ่และการทำตามอำเภอใจตัวเองอีกครั้งของผู้นำสหรัฐที่โลกคาดเดาไม่ได้ผู้นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862740?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา</dc:alternative><dc:abstract>ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T05:27:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T05:27:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862663]]></link><pubDate>2026-08-26T11:42:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862663</guid><description>หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์ โฆษกของ U.S. Secret Service หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า รับทราบถึงวิดีโอที่สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเผยแพ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ U.S. Secret Service หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า รับทราบถึงวิดีโอที่สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเผยแพร่ ซึ่งกล่าวถึงแผนการที่อาจมุ่งลอบสังหารบาร์รอน ทรัมป์ บุตรชายคนเล็กของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐรับทราบถึงวิดีโอดังกล่าว และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่อาจถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อบุคคลที่อยู่ภายใต้การอารักขาของเรา เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจ เราจึงไม่หารือเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข่าวกรองด้านการอารักขา” เนต เฮอร์ริง โฆษกของ U.S. Secret Service ระบุในอีเมล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอความยาว 3 นาที ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน กล่าวถึงแผนการที่อาจมุ่งลอบสังหารบาร์รอน ทรัมป์ วัย 20 ปี โดยอ้างว่าเขากำลังถูกติดตาม และกล่าวหาว่ามีการเสนอเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับการสังหารบุตรชายคนเล็กของทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานเมื่อต้นเดือนนี้โดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ว่า สหรัฐได้รับคำเตือนหลายครั้งจากอิสราเอลในช่วงปีที่ผ่านมาว่า อิหร่านตั้งใจจะลอบสังหารทรัมป์ ซึ่งรวมถึงคำเตือนที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ ใช้แผนลวงเกี่ยวกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันอย่างลับ ๆ ในตุรกี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์กล่าวถึงตัวเองว่าเป็น “หมายเลขหนึ่งในบัญชีรายชื่อผู้ที่อิหร่านต้องการสังหาร”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862663?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์</dc:alternative><dc:abstract>หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T04:42:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T04:42:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862660]]></link><pubDate>2026-08-26T11:35:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862660</guid><description>สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ GEO TV รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงพยาบาลสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ (PIMS) ในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ GEO TV รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงพยาบาลสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ (PIMS) ในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบเครื่องปรับอากาศเกิดขัดข้อง ส่งผลให้เกิดไฟลุกลามเผาไหม้อาคาร เบื้องต้นเป็นผลให้มีทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลดแล้วอย่างน้อย 14 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านไทมส์ออฟอินเดียรายงานว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่แผนกนรีเวช ซึ่งจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลระบุว่า แผนกนี้มีทารกแรกเกิดอยู่ในความดูแลจำนวน 16 คนขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ในจำนวนนี้มีทารกเพียงรายเดียวที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;GEO TV รายงานว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นหลังจากคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศที่แผนกนรีเวชเกิดระเบิดขึ้นจุดเปลวไฟลุกไหม้เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.ของเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังได้รับแจ้งเหตุ ทีมกู้ภัยได้นำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุและทำการดับเพลิงขณะที่ได้มีการอพยพผู้คนออกจากโรงพยาบาลในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นอีกเหตุการณ์ที่ทำให้มีความกังวลมากขึ้นต่อมาตรการด้านความปลอดภัยในแผนกที่เกี่ยวข้องกับมารดาและทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลต่างๆ ของปากีสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862660?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ</dc:alternative><dc:abstract>สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T04:36:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T04:36:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862530]]></link><pubDate>2026-08-26T10:33:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862530</guid><description>ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในน่านน้ำสากลของช่องแคบฮอร์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในน่านน้ำสากลของช่องแคบฮอร์มุซถูกทำลายหรือเก็บกู้ไปหมดแล้ว พร้อมเตือนอิหร่านว่า เรือลำใดก็ตามที่นำทุ่นระเบิดไปวางใหม่จะถูกทำลาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า สหรัฐกำลังใช้กองกำลังอวกาศเฝ้าดู “ทุกตารางนิ้ว” ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญในห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นโยบายไม่ยอมรับต่อการวางทุ่นระเบิด กำลังถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่และมีผลอยู่ในขณะนี้” ทรัมป์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐและอิหร่านไม่ได้โจมตีทางอากาศใส่กองกำลังของอีกฝ่ายมานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่การโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังแข่งขันกันเพื่อควบคุมช่องแคล ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก Vortexa ซึ่งเป็นบริษัทติดตามการเดินเรือและการขนส่งทางทะเล ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากระดับมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก่อนเกิดสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อิหร่านระบุว่า ได้กลับมาเจรจากับโอมาน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านอีกครั้ง เพื่อจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐที่ประกาศทำสงครามเศรษฐกิจเพื่อปิดล้อมอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านและโอมานได้เจรจากันเป็นระยะ ๆ มาหลายสัปดาห์แล้วเกี่ยวกับการควบคุมการเดินเรือผ่านเส้นทางน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งก่อนเกิดสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของการขนส่งทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านและโอมานระบุเมื่อวันอังคารว่า พวกเขาได้หารือเกี่ยวกับ “เส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราว” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และตกลงที่จะเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแสดงท่าทีร่วมของสองประเทศมีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ระบุว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในช่องแคบฮอร์มุซได้รับการเก็บกู้แล้ว ซึ่งเป็นการย้ำคำกล่าวเดียวกับที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862530?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T03:33:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T03:33:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862387]]></link><pubDate>2026-08-26T09:43:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862387</guid><description>แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์ แคนาดาโต้กลับสหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.45 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีซึ่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แคนาดาโต้กลับสหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.45 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับภาษีล่าสุดที่รัฐบาลสหรัฐเรียกเก็บจากแคนาดาแบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์ พร้อมประกาศมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจและแรงงานไปควบคู่กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของรัฐบาลแคนาดาระบุว่า ภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐจะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน โดยกำหนดอัตราภาษี 15%, 25% และ 50% สำหรับสินค้าประมาณ 700 รายการที่นำเข้าจากสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากภาษีใหม่ 50% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากแคนาดามูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล้มเหลว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเรียกเก็บภาษีตอบโต้กันครั้งใหม่ ถือเป็นจุดตกต่ำครั้งใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมายาวนาน ขณะที่ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร ทรัมป์ยังขู่ว่าจะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอ ซึ่งตั้งอยู่คร่อมพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ เป็นทะเลสาบอเมริกาอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟรองซัวส์-ฟิลิปป์ ชองปาญ รัฐมนตรีคลังแคนาดา กล่าวว่า ภาษีตอบโต้ของเราซึ่งใช้หลักดอลลาร์ต่อดอลลาร์และอัตราต่ออัตรา ยังรวมถึงมาตรการช่วยเหลือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ จะช่วยปกป้องแรงงาน เกษตรกร ครอบครัว และภาคธุรกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทำเนียบขาวและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ยังไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐบาลแคนาดากล่าวว่า แคนาดาจะเรียกเก็บภาษี 50% สำหรับเหล็ก อะลูมิเนียม เฟอร์นิเจอร์ และเสื้อผ้า ขณะที่สินค้าประเภทชีส เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหารทะเลบางชนิด จะถูกเรียกเก็บภาษี 25% ส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือบางประเภทจะถูกเรียกเก็บภาษี 15%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีใหม่ของทรัมป์มีขอบเขตค่อนข้างจำกัด โดยส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของแคนาดาไปยังสหรัฐราว 5% เท่านั้น แต่บรรดานักวิเคราะห์ด้านการค้าระบุว่า ภาษีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและกระจุกตัวในบางภาคธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาอยู่แล้ว เช่น ผลิตภัณฑ์ไม้ โดยเฉพาะผู้ผลิตตู้ครัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนภาษีตอบโต้ของแคนาดา ซึ่งคำนวณจากข้อมูลการค้าในปี 2024 จะครอบคลุมสินค้าที่มีมูลค่าเกือบ 4.5% ของการนำเข้าจากสหรัฐทั้งหมดของแคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมลานี โจลี รัฐมนตรีอุตสาหกรรมแคนาดา กล่าวว่า มาตรการภาษีตอบโต้มีเป้าหมายหลักเพื่อปกป้องภาคธุรกิจของแคนาดา แต่ขณะเดียวกันก็มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองก่อนที่ชาวอเมริกันจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าคู่แข่งจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดแคนาดาได้ในเงื่อนไขที่ดีกว่าสินค้าของเราเอง และนั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องการให้ผู้ค้าปลีกแสดงให้เห็นถึงเรื่องนี้จากฝั่งแคนาดา” โจลีกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีอุตสาหกรรมแคนาดาระบุว่า ประการที่สอง เรายังมุ่งเป้าไปที่สินค้าที่จะส่งผลกระทบต่อรัฐต่างๆ ในสหรัฐ ดังนั้นเราจึงกำลังดำเนินการอย่างรอบคอบและมีกลยุทธ์เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง และนั่นคือเหตุผลที่เราคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่จะทำในเวลานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีของแคนาดายังครอบคลุมสินค้าอาหารปรุงสำเร็จบางประเภท น้ำหอมและเครื่องใช้ในห้องน้ำ พลาสติก ไม้แปรรูป เยื่อไม้และผลิตภัณฑ์กระดาษ พรม และเสื้อผ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอกสารของรัฐบาลแคนาดาระบุว่า รายการสินค้าที่ถูกเรียกเก็บภาษียังครอบคลุมสินค้าภาคอุตสาหกรรม เช่น เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม เครื่องมือช่าง และผลิตภัณฑ์โลหะอื่นๆ เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงหัวรถจักร รถจักรยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สำหรับเล่นเกม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ แคนาดายังเปิดตัวมาตรการช่วยเหลือมูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์แคนาดา ซึ่งประกอบด้วยการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง การจัดสรรเงินทุนเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่บริษัทต่างๆ รวมถึงการช่วยเหลือแรงงานที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาษีใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธนาคารเพื่อการพัฒนาธุรกิจแห่งแคนาดา (BDC) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของรัฐบาลกลาง จะเป็นผู้จัดสรรเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งให้แก่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยเสนอเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยวงเงินระหว่าง 2.5 ล้านดอลลาร์แคนาดา ถึง 5 ล้านดอลลาร์แคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โจลีกล่าวว่า บริษัทต่างๆ จะยังไม่ต้องเริ่มชำระคืนเงินกู้เป็นเวลา 36 เดือน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะครอบคลุมไปจนสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งของรัฐบาลทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862387?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์</dc:alternative><dc:abstract>แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T02:43:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T02:43:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/entertainment/interstars/news_5862319]]></link><pubDate>2026-08-26T08:35:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862319</guid><description>ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน ดอลลี พาร์ตัน นักร้องเพลงคันทรีผู้เปี่ยมด้วยพลังและบุคลิกอันโดดเด่น ซึ่งตลอดเวลาเกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ดอลลี พาร์ตัน นักร้องเพลงคันทรีผู้เปี่ยมด้วยพลังและบุคลิกอันโดดเด่น ซึ่งตลอดเวลาเกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา เธอได้ใช้เสน่ห์ส่วนตัว เนื้อเพลงที่เปี่ยมด้วยความรู้สึก และการสนับสนุนสาเหตุต่าง ๆ ที่เธอเชื่อมั่น จนสามารถครองใจผู้คนจำนวนมหาศาล เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ด้วยอายุ 80 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต แต่โฆษกส่วนตัวของพาร์ตันกล่าวว่า เธอเสียชีวิตอย่างสงบในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิตยสาร People รายงานว่า ศิลปินชื่อดังรายนี้ต่อสู้กับ “โรคมะเร็งในช่วงเวลาสั้น ๆ” โดยอ้างคำกล่าวของตัวแทนของเธอ ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน พาร์ตันบอกกับนิตยสารดังกล่าวว่า เธอกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่ยังคงวางแผนที่จะทำงานต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไบรอัน ซีเวอร์ หลานชายของพาร์ตัน กล่าวว่า “เธอจากแบบอย่างที่เธอเป็น เราเชื่อว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ เธอไม่เคยมองเห็นประตูบานไหนที่เธอเปิดไม่ได้ และประตูทุกบานที่เธอเปิดนั้นได้สร้างและเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยบทเพลงคลาสสิกอย่าง “Coat of Many Colors”, “Jolene” และ “I Will Always Love You” พาร์ตันก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดตลอดกาล โดยมียอดขายผลงานเพลงมากกว่า 100 ล้านชุด และได้รับรางวัลแกรมมี 11 รางวัล รวมถึงรางวัลความสำเร็จตลอดชีวิต หรือ Lifetime Achievement Award&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บุคลิกที่ดูเป็นมิตรและอบอุ่นของพาร์ตัน พร้อมทรงผมสีบลอนด์ขนาดใหญ่ เครื่องแต่งกายฉูดฉาด และความสนุกสนานอย่างเต็มที่กับการได้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์ ทำให้ชาวอเมริกันจากทุกพื้นเพชื่นชอบเธอ และยังช่วยนำเพลงคันทรีไปสู่ผู้ฟังในต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พาร์ตันเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้ทางโทรทัศน์ แสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง และถึงขั้นสร้างสวนสนุกชื่อ Dollywood ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในรัฐเทนเนสซี บ้านเกิดของเธอ ทั้งหมดนี้นอกเหนือจากผลงานอันได้รับการยกย่องอย่างสูงในฐานะนักแต่งเพลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่คุณสมบัติที่ทำให้เธอเป็นดาราที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนาน คือความสามารถในการเชื่อมโยงเข้าถึงผู้คน พาร์ตันมาจากครอบครัวที่เธอเรียกตัวเองว่า “ยากจนอย่างแสนสาหัส” และเธอมักเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของชาวอเมริกันชนชั้นแรงงาน อีกทั้งยังใช้ชื่อเสียงและเงินทองของตัวเองสนับสนุนสาเหตุต่างๆ ที่เธอเชื่อมั่นอยู่เสมอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจากไปของพาร์ตันทำให้บุคคลจากหลากหลายวงการร่วมแสดงความเสียใจ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงความเศร้าเสียใจอย่างยิ่งที่ต่อการจากไปของพาร์ตัน หนึ่งในนักร้องเพลงคันทรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นมากกว่านั้นอีกมาก นี่คือความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับผู้คนนับล้าน ไม่เคยมีใครเหมือนเธอ และจะไม่มีใครเหมือนเธออีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ ผมจะสั่งลดธงชาติทั่วทั้งสหรัฐเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. คืนนี้ ขอให้ดอลลีไปสู่สุคติ โลกทั้งโลกจะคิดถึงเธอ” ทรัมป์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า “ดอลลี พาร์ตันทำความดีทุกอย่างเท่าที่เธอจะทำได้ เพื่อผู้คนทุกคนเท่าที่เธอจะช่วยได้ ตราบเท่าที่เธอจะทำได้&amp;#8230; ดอลลี เราจะคิดถึงหัวใจอันยิ่งใหญ่ของคุณ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจน ฟอนดา นักแสดงชาวอเมริกัน กล่าวว่า “รู้สึกใจสลายเมื่อทราบว่าดอลลีจากไปแล้ว ฉันรู้ว่าผู้คนนับล้านกำลังโศกเศร้า และฉันอยากจะบอกว่า ไม่มีใครที่ฉันเคยรู้จักจะยังคงอยู่กับพวกเราตลอดไปได้มากไปกว่าดอลลี เพราะเธอเป็นคนที่มีตัวตนอย่างเต็มเปี่ยม มีพลัง มีความเอื้อเฟื้อ และขี้เล่น เธอถักทออยู่ในชีวิตและหัวใจของพวกเราทุกคนตลอดไป”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาราห์ เคต เอลลิส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GLAAD กล่าวว่า “ดอลลี พาร์ตันไม่ได้เป็นเพียง ‘ราชินีแห่งวงการเพลงคันทรี’ เท่านั้น แต่ยังเป็นราชินีแห่งความเท่าเทียมและการทำงานเพื่อสังคมด้วย การสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ ของเธอดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 จากเพลง ‘Family’ ซึ่งเธอแสดงจุดยืนว่าทุกคนควรได้รับการต้อนรับ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดหรือมีรสนิยมทางเพศแบบใด ไปจนถึงเพลงบัลลาด ‘Travelin’ Thru’ ที่พาร์ตันเขียนขึ้นสำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘TransAmerica’ และทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ รวมถึงการสนับสนุนการสมรสของคนเพศเดียวกันตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่การสมรสของคนเพศเดียวกันจะได้รับการรับรองตามกฎหมายเสียอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“จิตใจที่อบอุ่น ความมีน้ำใจ และความสนุกกับชีวิตของพาร์ตัน สร้างความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับชุมชน LGBTQ และทำให้เธอกลายเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกของชุมชนเควียร์ ผลงานของเธอเปิดพื้นที่ให้กับผู้คนที่ถูกมองว่าเป็นคนนอกสังคมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงใดก็ตาม ตลอดอาชีพของพาร์ตัน เธอยึดมั่นในความรักและความเคารพต่อทุกคน และการเป็นผู้สนับสนุนสิทธิของกลุ่มต่าง ๆ อย่างแน่วแน่ของเธอจะเป็นมรดกที่คงอยู่ตลอดไป” เอลลิสกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซินดี ลอเปอร์ นักร้องชื่อดัง กล่าวว่า “เป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะจินตนาการถึงโลกที่ไม่มีดอลลี ดอลลีมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่พอ ๆ กับพรสวรรค์ของเธอ เธอไม่เพียงเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง และดาราโทรทัศน์ผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ดอลลียังใช้ชีวิตตามสิ่งที่เธอสร้างสรรค์ผ่านงานศิลปะ เธอใช้ศิลปะ ชื่อเสียง และเงินทองของเธอเพื่อช่วยเหลือผู้คนมากมาย ฉันไม่สามารถบอกได้ด้วยซ้ำว่ากี่ครั้งแล้วที่ฉันถามตัวเองว่า ‘ถ้าเป็นดอลลี เธอจะทำอย่างไร?’ เธอเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเราทุกคน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/entertainment/interstars/news_5862319?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน</dc:alternative><dc:abstract>ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T02:10:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T02:10:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861846]]></link><pubDate>2026-08-25T17:04:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861846</guid><description>สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์ ยาฮู รายงานว่า ชาร์ตเพลงทางการของออสเตรเลีย จะไม่มีการรวมเพลงที่สร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เป็นส่วนใหญ่ หรือท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ยาฮู รายงานว่า ชาร์ตเพลงทางการของออสเตรเลีย จะไม่มีการรวมเพลงที่สร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เป็นส่วนใหญ่ หรือทั้งหมด เอาไว้ในชาร์ต ภายใต้กฎใหม่ที่ประกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมเป็นต้นไป แต่เพลงที่ใช้เอไอ เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ ยังคงมีสิทธิติดชาร์ตเพลงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมาคมอุตสาหกรรมเพลงแห่งออสเตรเลีย (ARIA) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดอันดับชาร์ตเพลงอย่างเป็นทางการของประเทศออสเตรเลีย ได้แก้ไขหลักเกณฑ์การปฏิบัติเพื่อกำหนดให้เพลงต้องสร้างขึ้นโดยมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ และต้องไม่ถูกผลักดันขึ้นชาร์ตด้วยการสร้างขึ้นมาจากปัญญาประดิษฐ์ หรือการดัดแปลงอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ มีกระแสการพูดถึงการคัฟเวอร์เพลง &amp;#8220;Like a Prayer&amp;#8221; ของมาดอนน่า โดย จอช ฟาวาซ ดีเจและโปรดิวเซอร์ ชาวออสเตรเลีย และทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่ถูกเปิดทางสถานีวิทยุออสเตรเลียมากที่สุดในเดือนกรกฎาคม และขึ้นอันดับ 4 ในชาร์ต ARIA ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะพบว่า เสียงร้องและเสียงกลอง ถูกสร้างขึ้นจากการช่วยเหลือของ เอไอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ ARIA กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ เอบีซี ของออสเตรเลียว่า ภายใต้กฎใหม่ การใช้ &amp;#8220;เอไอ&amp;#8221; ในลักษณะดังกล่าว อาจจะทำให้เพลงนั้นไม่มีสิทธิติดอันดับชาร์ต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ARIA จะมีอำนาจในการปฏิเสธการรับเพลงที่ไม่เข้าเกณฑ์สำหรับการสำรวจชาร์ตเพลง ตัดออก หรือ ลบออกจากชาร์ต ทั้งในอนาคตหรือย้อนหลัง ปรับอันดับในชาร์ต และเพิกถอนการรับรองศิลปิน และตัวแทนของพวกเขา จะสามารถคัดค้านการตัดออกและให้หลักฐานสนับสนุนคุณสมบัติของบันทึกเสียงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า อุตสาหกรรมดนตรี มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมานานแล้ว เกี่ยวกับการใช้เสียงของศิลปิน เพื่อฝึกฝนระบบเอไอ โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ขณะเดียวกัน เอไอ ก็กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้กันทั่วไป สำหรับนักดนตรีหลายคน ในกระบวนการผลิต รวมถึงการแต่งเพลงและการเรียบเรียง และการมิกซ์เสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ARIA ระบุด้วยว่า จะมีการทบทวนหลักเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตามการพัฒนาของนโยบายและเทคโนโลยี เอไอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861846?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์</dc:alternative><dc:abstract>สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T10:05:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T10:05:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/edworks-ai-generated-855821666.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/edworks-ai-generated-855821666-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861655]]></link><pubDate>2026-08-25T16:06:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861655</guid><description>สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้ปลดประเทศซีเรียออกจากบัญชีรายชื่อ “รัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย”แล้วเมื่อวั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้ปลดประเทศซีเรียออกจากบัญชีรายชื่อ “รัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย”แล้วเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม หลังจากซีเรียติดแบล็กลิสต์ดังกล่าวมาเป็นเวลานานถึง 47 ปี ซึ่งนับเป็นการขจัดอุปสรรคสำคัญประการสุดท้ายสำหรับการลงทุนจากภาคเอกชนในประเทศซีเรียและเปิดทางให้ซีเรียกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรับรองการดำเนินการเชิงบวกของรัฐบาลซีเรียในการตัดขาดตนเองอย่างสิ้นเชิงจากการก่อการร้ายระดับสากล และจะช่วยเปิดหนทางสู่ความมั่งคั่งให้แก่ประชาชนชาวซีเรีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ กล่าวว่า การดำเนินการในวันนี้จะช่วยสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติมในซีเรีย เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายอัสซาด ฮัสซัน อัล-ไชบานี รัฐมนตรีต่างประเทศของซีเรีย กล่าวขานรับท่าทีอันดีของสหรัฐนี้ โดยชี้ว่านี่ถือเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราจะยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อขจัดผลกระทบจากการถูกโดดเดี่ยวและสร้างสภาพแวดล้อมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ผลประโยชน์ร่วมกันและความเคารพซึ่งกันและกัน&amp;#8221; รัฐมนตรีต่างประเทศซีเรียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สหรัฐยังได้ถอดกลุ่มฮายัตตาห์รีร์ อัล-แชม (HTS) กองกำลังอิสลามิสต์ของอัล-ชารา ออกจากบัญชีรายชื่อองค์กรก่อการร้ายโลกของสหรัฐอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทิศทางเชิงบวกข้างต้นต่อประเทศซีเรียมีขึ้นหลังจากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ให้การยอมรับนายอาเหม็ด อัล-ชารา ในฐานะประธานาธิบดีซีเรียคนใหม่ หลังจากที่เขาเคยเป็นนักรบกลุ่มติดอาวุธที่ถูกสหรัฐตั้งค่าหัวนำจับในฐานะผู้นำกลุ่มที่แยกตัวออกมาจากเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ โดยเกิดขึ้นหลังจากอัล-ชาราได้นำกลุ่มกบฎในซีเรียโค่นล้มอำนาจปกครองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตผู้นำเผด็จการซีเรียขณะนั้นในช่วงปลายปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การที่ซีเรียถูกถอดพ้นบัญชีรายชื่อประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายของสหรัฐหลังถูกขึ้นบัญชีดำมาตั้งแต่ปีค.ศ.1979 นั้น ส่งผลให้ขณะนี้เหลือเพียง 3 ประเทศที่ยังคงติดอยู่ในบัญชีดังกล่าวของสหรัฐ ได้แก่ คิวบา เกาหลีเหนือ และ อิหร่าน ซึ่งต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน ข้อจำกัดด้านความช่วยเหลือ และการถูกห้ามส่งออกและขายอาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861655?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T09:06:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T09:06:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861578]]></link><pubDate>2026-08-25T15:23:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861578</guid><description>อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ อิหร่านให้คำมั่นว่าจะตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรที่ขยายวงกว้างขึ้นของสหรัฐ หลังจากที่นายสก็อต เบสแซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านให้คำมั่นว่าจะตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรที่ขยายวงกว้างขึ้นของสหรัฐ หลังจากที่นายสก็อต เบสแซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เพิ่งประกาศมาตรการดังกล่าว ซึ่งสหรัฐระบุว่าจะเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอิหร่าน ขณะที่เตหะรานแสดงความมั่นใจว่า ประเทศคู่ค้ารายใหญ่จะต่อต้านการกดดันของรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนมีการประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งล่าสุด อิหร่านได้ขู่ว่าอาจตอบโต้ทางทหาร และอาจลดการส่งออกน้ำมันจากบริเวณอ่าวเปอร์เซียลงอีก หากสหรัฐดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจตอบโต้ ขณะที่หลังจากสหรัฐประกาศมาตรการล่าสุด อาลี มาดานิซาเดห์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอิหร่านกล่าวว่า “เราพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาดานิซาเดห์กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า แน่นอนว่า ศัตรูมีเจตนาที่จะเปิดฉากการโจมตีทางเศรษฐกิจแบบก่อการร้ายต่อเรา แต่เราก็มีเครื่องมือของเราเอง และรู้ว่าจะเล่นเกมนี้อย่างไร การป้องกันของเราไม่ได้เป็นเพียงการตั้งรับอีกต่อไปแล้ว ศัตรูควรเตรียมรอรับการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาดานิซาเดห์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งจีนและรัสเซียไม่ได้ “ยอมรับ” มาตรการของสหรัฐ และคาดการณ์ว่าประเทศอื่นๆ จะต่อต้านมาตรการดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเพรสทีวีรายงานว่า พลจัตวาฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ให้คำมั่นว่าจะโจมตีผลประโยชน์สำคัญของสหรัฐและจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างหนัก หากโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านถูกคุกคาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรและกลยุทธ์กดดันไม่ได้ช่วยอะไร และจีนจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861578?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T08:23:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T08:23:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861472]]></link><pubDate>2026-08-25T14:47:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861472</guid><description>เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงต่างประเทศเวียดนามแถลงในวันเดียวกันว่า นายเล หว่าย จุง รัฐมนตร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงต่างประเทศเวียดนามแถลงในวันเดียวกันว่า นายเล หว่าย จุง รัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนาม มีกำหนดจะเดินทางเยือนประเทศเมียนมาอย่างเป็นทางการในวันพุธ(26 ส.ค.)นี้ ซึ่งจะเป็นการเยือนเมียนมาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวียดนามเป็นครั้งแรกนับจากเกิดเหตุการณ์รัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2021 ที่จุดสงครามกลางเมืองนองเลือดขึ้นในดินแดนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงต่างประเทศเวียดนามระบุว่า ในการเยือนครั้งนี้คาดว่านายเลจะเป็นประธานร่วมในการประชุมความร่วมมือทวิภาคีกับคู่เจรจาฝ่ายเมียนมา นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เวียดนามมองว่าเมียนมาเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกสำคัญของอาเซียน และถือว่าฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนเพื่อนำสันติสุขมาสู่เมียนมานั้น เป็นกรอบการทำงานสำคัญสำหรับการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของกลุ่มอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กำหนดการเยือนดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากที่เวียดนามและเมียนมาได้แลกเปลี่ยนเอกอัครราชทูตคนใหม่ประจำประเทศของกันและกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้รัฐบาลเมียนมาได้ถูกอาเซียนโดดเดี่ยวทางการทูตมานับตั้งแต่เกิดเหตุกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปี 2021 อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยและลาวได้พยายามผลักดันให้มีการปฏิสัมพันธ์กับเมียนมามากขึ้น ซึ่งทำให้เห็นพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไลง์ ผู้นำคณะรัฐประหารในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ได้เดินทางเยือนลาวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมและเยือนไทยในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861472?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร</dc:alternative><dc:abstract>เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T07:47:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T07:47:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ความไม่สง่างามของการหลบลงรถลำเลียงอาหารไปขึ้นเครื่องบินของประธานาธิบดีทรัมป์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/article/news_5860393]]></link><pubDate>2026-08-25T12:36:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860393</guid><description>การเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกานั้นมีของประกอบตำแหน่งอยู่หลายอย่าง นอกจากทำเนียบขาวรถยนต์ Cadillac หุ้มเกราะที่เรียกกันว่า “The Beast” และเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) ซึ่งเดินตามก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p class=&quot;p3&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s1&quot;&gt;ก&lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;ารเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกานั้นมีของประกอบตำแหน่งอยู่หลายอย่าง นอกจากทำเนียบขาวรถยนต์ Cadillac หุ้มเกราะที่เรียกกันว่า &lt;b&gt;“The Beast”&lt;/b&gt; และเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) ซึ่งเดินตามกันเป็นพรวนแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งเห็นจะเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่งามสง่าที่สุดก็คือ เครื่องบิน Air Force One เวลาเครื่องบินสีฟ้าขาวลำมหึมานี้จอดลง ณ สนามบินประเทศใด บันไดจะถูกนำมาเทียบ ประตูเปิด ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาจะปรากฏกายตรงประตู ยกมือโบกเสียเล็กน้อย แล้วเดินลงบันไดอย่างผู้เป็นประมุขของมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ทั้งหมดนี้เป็นพิธีกรรมแห่งอำนาจ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;แต่เมื่อค่ำวันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ที่ท่าอากาศยานอังการา เอเซนโบอา กรุงอังการา ประเทศตุรกี ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสร็จภารกิจเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO พิธีกรรมแห่งอำนาจที่ว่านี้กลับมีตอนหนึ่งซึ่งหากนักเขียนบทละครเป็นผู้แต่งก็คงถูกตำหนิว่าแต่งเกินจริง เพราะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเครื่องบินประจำตำแหน่งราคาหลายพันล้านดอลลาร์ มีเครื่องบินรบ มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดีที่สุดในโลก กลับต้องออกจาก Air Force One ทางประตูอีกด้านหนึ่ง แล้วเข้าไปอยู่ในรถลำเลียงอาหารขึ้นเครื่องบิน (Catering Truck) ก่อนที่รถคันนั้นจะลดกระบะลงแล้วพาประธานาธิบดีแล่นข้ามลานบินไปขึ้นเครื่องบินทหารอีกลำหนึ่งอย่างเป็นความลับเงียบๆ ฟังดูแล้วคล้ายเรื่องที่ฝรั่งเรียกว่า &lt;b&gt;“Black Comedy”&lt;/b&gt; คือจะหัวเราะก็ไม่เต็มปาก จะสงสารก็ไม่ถึงกับต้องร้องไห้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;รายงานเรื่องนี้ปรากฏต่อสาธารณชนภายหลังเมื่อหนังสือพิมพ์ The Washington Post เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม และสำนักข่าวใหญ่อื่นๆ ทั้ง Reuters, AP และ CBS ตรวจสอบและรายงานตามมา ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะยืนยันเองในภายหลังว่า การเปลี่ยนเครื่องบินนั้นเกิดขึ้นจริง และเป็นความต้องการของ Secret Service และฝ่ายทหารด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เรื่องมีอยู่ว่า ในค่ำวันนั้นรถยนต์ของประธานาธิบดีเดินทางมาถึงสนามบินราวสองทุ่มยี่สิบห้านาที ตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์เดินขึ้นบันไดเครื่องบิน Boeing 747 รุ่นเก่าซึ่งเคยใช้เป็น Air Force One ต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ตามปกติ โบกมือให้ผู้คนตามธรรมเนียม ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนว่าประธานาธิบดีอเมริกันกำลังจะกลับประเทศ แต่สิ่งที่คนดูทางโทรทัศน์ไม่รู้ก็คือ อีกด้านหนึ่งของเครื่องบินมีรถลำเลียงอาหาร (Catering Truck) จอดเทียบประตูอยู่ รถชนิดนี้ตามปกติมีหน้าที่อันไม่สำคัญทางรัฐศาสตร์เลย คือเอาข้าว เอาปลา เอาเนื้อ เอาขนมปัง น้ำอัดลม และอาหารต่างๆ ขึ้นไปส่งบนเครื่องบิน ตัวตู้ด้านหลังสามารถยกสูงด้วยระบบไฮดรอลิกจนเสมอกับประตูเครื่องบิน พนักงานจึงเข็นรถอาหารเข้าไปได้โดยไม่ต้องแบกอาหารขึ้นบันได แต่ค่ำวันนั้นแทนที่จะขนอาหาร รถกลับขนประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาทรัมป์พร้อมด้วยคนใกล้ชิดจำนวนหนึ่งพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) เข้าไปอยู่ภายในตู้ซึ่งถูกเตรียมและทำความสะอาดไว้ก่อน จากนั้นตู้ถูกลดลง รถแล่นออกจาก Air Force One ข้ามลานบินไปยังเครื่องบิน C-32A ซึ่งเป็น Boeing 757 ดัดแปลงของกองทัพอากาศสหรัฐ แล้วจึงยกตู้ขึ้นเพื่อส่งประธานาธิบดีเข้าเครื่องบินลำนั้น รายงานของสำนักข่าว CNN ระบุว่า การแล่นข้ามลานบินใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ส่วนเครื่องบิน Air Force One ลำใหญ่ซึ่งนักข่าวและเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งยังเชื่อว่าประธานาธิบดีอยู่บนเครื่องก็ออกเดินทางในฐานะเครื่องลวง ถ้าถามว่าทำไมต้องเล่นละครกันถึงขนาดนี้ คำตอบก็ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ประธานาธิบดีทรัมป์เสียก่อน เพราะเรื่องนี้มิใช่ว่าทรัมป์ยืนอยู่บนลานบินแล้วเกิดใจฝ่อขึ้นมาเอง จึงร้องว่า “เอารถครัวมารับฉันที” ข่าวกรองของสหรัฐและตุรกีได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เจ้าหน้าที่เห็นว่า น่าเชื่อถือและเร่งด่วน ว่าอาจมีความพยายามของฝ่ายอิหร่าน หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องในการโจมตีเครื่องบินของประธานาธิบดีด้วยขีปนาวุธ ในเวลานั้นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่ง หน่วย Secret Service ฝ่ายทหาร และหน่วยงานความมั่นคงจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนการเดินทางอย่างกะทันหัน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;ดังนั้น ถ้าจะกล่าวว่าทรัมป์ “หนี” อย่างคนขี้ขลาดก็ไม่เป็นธรรม ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาไม่มีสิทธิจะทำตัวกล้าหาญตามใจชอบเสียด้วยซ้ำ เพราะชีวิตของเขาไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด ถ้าประธานาธิบดีถูกสังหารขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องของคนชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ คนเดียว แต่หมายถึงวิกฤตของรัฐบาลสหรัฐ ความต่อเนื่องของอำนาจรัฐ ความมั่นคงของ NATO และอาจหมายถึงสงครามใหญ่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกให้ลงรถครัว ก็ต้องลงรถครัว จะให้ประธานาธิบดียืนเท้าสะเอวกลางสนามบินแล้วประกาศว่า &lt;b&gt;“ข้าพเจ้าไม่กลัวจรวดอิหร่าน”&lt;/b&gt; ก็อาจจะสง่างามดีอยู่ห้านาที และหลังจากนั้นโลกอาจต้องมีประธานาธิบดีคนใหม่ เรื่องอย่างนี้จึงต้องแยกคำว่า&lt;b&gt; “ความกล้าหาญ” &lt;/b&gt;ออกจากคำว่า&lt;b&gt; “ความโง่” &lt;/b&gt;ให้ดี แต่ถึงกระนั้น เรื่องนี้ก็มีสิ่งหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากกว่าปัญหาความปลอดภัย คือ ความไม่สง่างามทางการเมือง ความไม่สง่างามนั้นมิได้อยู่ที่การนั่งรถ Catering Truck แต่อยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง &lt;b&gt;“ภาพที่ผู้นำสร้างขึ้นเกี่ยวกับตนเอง”&lt;/b&gt; กับ &lt;b&gt;“ความเป็นจริงซึ่งโลกได้เห็น”&lt;/b&gt; โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างบุคลิกทางการเมืองของตนมาหลายสิบปีบนภาพของชายผู้แข็งกร้าว ไม่ยอมใคร ชอบใช้คำว่า strong, tough และ weakness อยู่เป็นประจำ โลกในความคิดของทรัมป์แบ่งคนออกง่ายๆ เป็นคนแข็งแรงกับคนอ่อนแอ ผู้ชนะกับผู้แพ้ และผู้ที่ยอมถอยกับผู้ที่ไม่ยอมถอย เมื่อผู้นำสร้างมาตรวัดอย่างนี้ขึ้นมาวัดคนอื่นทุกวัน วันหนึ่งมาตรวัดนั้นย่อมย้อนกลับมาวัดตนเอง ภาพประธานาธิบดีผู้ยืนบนเวทีประกาศว่าศัตรูจะต้องเกรงกลัวสหรัฐอเมริกา ย่อมดูแตกต่างอย่างประหลาดกับภาพประธานาธิบดีคนเดียวกัน ซึ่งต้องถูกซ่อนตัวอยู่ในตู้รถขนอาหารเพราะศัตรูอาจกำลังตามล่าอยู่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;รัฐบาลอิหร่านและสื่ออิหร่านจึงไม่ปล่อยโอกาสทองนี้ให้ผ่านไปเฉยๆ สื่อของอิหร่านหยิบเรื่องรถ Catering Truck มาล้อเลียน และภาพตัดต่อก็แพร่กระจายอยู่ในโลกออนไลน์ เพราะในสงครามสมัยใหม่ การยิงขีปนาวุธใส่ศัตรูเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำให้ศัตรูดูน่าขันเป็นอาวุธอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งราคาถูกกว่าขีปนาวุธมาก นี่แหละเป็นปัญหาของ &lt;b&gt;“ภาพลักษณ์” &lt;/b&gt;คนธรรมดาหนีอันตรายไม่มีใครว่าอะไร แต่คนที่หาเสียงและปกครองประเทศด้วยบุคลิก &lt;b&gt;“ข้าไม่กลัวใคร”&lt;/b&gt; เมื่อวันหนึ่งปรากฏภาพว่าต้องใช้เครื่องบินลวง ปิดม่านหน้าต่าง และหลบขึ้นรถส่งอาหาร ความขัดแย้งระหว่างคำพูดกับภาพที่เห็นก็ย่อมกลายเป็นอาหารอันโอชะของฝ่ายตรงข้าม อันที่จริงการใช้กลลวงเพื่อรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีไม่ใช่สิ่งใหม่เลย เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2543 ประธานาธิบดีบิล คลินตัน จะเดินทางจากอินเดียไปปากีสถาน ซึ่งเวลานั้นมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง ทาง Secret Service ก็จัดแผนลวงเช่นกัน มีเครื่องบินซึ่งดูเหมือนเครื่องประธานาธิบดีบินไป ขณะที่คลินตันเดินทางด้วยเครื่องบินอีกลำหนึ่งซึ่งไม่มีเครื่องหมายเด่นชัด เมื่อถึงกรุงอิสลามาบัดจึงปรากฏว่าประธานาธิบดีตัวจริงอยู่คนละเครื่องกับที่คนทั่วไปคิด จึงต้องย้ำว่าการใช้ &lt;b&gt;“เครื่องลวง”&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;มิใช่เรื่องเสียเกียรติของประธานาธิบดีอเมริกัน และไม่ใช่สิ่งที่ทรัมป์เป็นผู้คิดค้น แต่ในกรณีของทรัมป์มีรายละเอียดชวนให้โลกจำ คือ รถขนอาหาร ถ้าเปลี่ยนจากเครื่องบิน Air Force One ไปขึ้นเครื่องบินทหารอีกลำโดยใช้รถยนต์หุ้มเกราะ เรื่องก็คงไม่ติดตาเท่าไร แต่การที่ชายซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด (Commander in Chief) แห่งกองทัพที่มีกำลังมากที่สุดในโลก ต้องเดินจากห้องโดยสารของ Air Force One เข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งตามปกติใช้ขนถาดอาหาร ไก่อบ ขนมปัง และกาแฟนั้น เป็นภาพที่นักเขียนการ์ตูนการเมืองจะคิดขึ้นเองก็คงคิดได้ไม่ดีเท่าความจริง บางครั้งประวัติศาสตร์ก็มีอารมณ์ขันของมันเอง เครื่องบิน Air Force One เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ แต่รถ Catering Truck เป็นสัญลักษณ์ของงานหลังบ้าน คนหนึ่งอยู่หน้าฉาก อีกคนหนึ่งอยู่หลังครัว ค่ำวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเดินจากหน้าฉากไปหลังครัวภายในเวลาไม่กี่นาที&lt;span class=&quot;Apple-converted-space&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;&lt;b&gt;กระนั้นก็ดี ผู้เขียนเห็นว่าความไม่สง่างามที่สุดของเรื่องนี้อาจไม่ใช่ตัวรถเสียด้วยซ้ำ แต่คือการที่รัฐบาลปล่อยให้เรื่องทั้งหมดถูกปิดบังอยู่กว่าหนึ่งเดือน ทั้งที่นักข่าวและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวจำนวนหนึ่งอยู่บน Air Force One ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องลวงโดยไม่รู้ว่าประธานาธิบดีไม่ได้อยู่กับตน การรักษาความลับระหว่างปฏิบัติการนั้นเข้าใจได้ แต่เมื่ออันตรายผ่านพ้นไปแล้ว คำถามเรื่องความรับผิดชอบต่อบุคคลที่อยู่ในเครื่องลวงย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะในระบอบประชาธิปไตย “ความลับเพื่อความปลอดภัย” กับ “ความลับเพื่อไม่ให้ประชาชนรู้” นั้นหน้าตาคล้ายกันมาก แต่เป็นคนละเรื่องกันครับ&lt;span class=&quot;Apple-converted-space&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p1&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;โกวิท วงศ์สุรวัฒน์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/article/news_5860393?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ความไม่สง่างามของการหลบลงรถลำเลียงอาหารไปขึ้นเครื่องบินของประธานาธิบดีทรัมป์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ความไม่สง่างามของการหลบลงรถลำเลียงอาหารไปขึ้นเครื่องบินของประธานาธิบดีทรัมป์</dc:alternative><dc:abstract>ความไม่สง่างามของการหลบลงรถลำเลียงอาหารไปขึ้นเครื่องบินของประธานาธิบดีทรัมป์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T11:56:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T11:56:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-ไม่สง่างามทรัมป์.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-ไม่สง่างามทรัมป์-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-ไม่สง่างามทรัมป์.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-ไม่สง่างามทรัมป์-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861195]]></link><pubDate>2026-08-25T11:58:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861195</guid><description>ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปากีสถาน ซึ่งเป็นชาติตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าปากีสถานแล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปากีสถาน ซึ่งเป็นชาติตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าปากีสถานและอิหร่านได้มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการเจรจาที่มุ่งเน้นถกประเด็นสงครามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิสราเอลที่มีต่ออิหร่าน และหนทางสู่สันติภาพในภูมิภาคดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของกองทัพปากีสถานที่เผยแพร่หลังจากคณะเจรจานำโดยจอมพลอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานเสร็จสิ้นการพบปะหารือกับผู้นำอิหร่านที่กรุงเตหะรานเสร็จสิ้นลง ระบุว่า การหารือระหว่างจอมพลมูนีร์กับผู้นำอิหร่านมุ่งเน้นไปที่มาตรการป้องกันไม่ให้สสถานการณ์ความขัดแย้งบานปลาย การให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้งและการยุติความขัดแย้งโดยเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสันติภาพในภูมิภาคและหนทางสู่การเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ประธานาธิบดีอิหร่านได้แบ่งปันมุมมองของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาและเราได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;#8221; โมห์ซิน นัควี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของปากีสถาน ซึ่งร่วมอยู่ในคณะของจอมทัพมูนีร์ในการเยือนเตหะรานโพสต์ลงบัญชีบนแพลตฟอร์ม X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รอยเตอร์รายงานว่าจอมพลมูนีร์ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐก่อนหน้าที่คณะเจรจาของปากีสถานจะเยือนกรุงเตหะรานเมื่อวันจันทร์(24 ส.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทรัมป์ได้ออกมาขู่เตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือ&amp;#8221;ในรูปแบบใดก็ตามแก่อิหร่าน&amp;#8221; ในขณะที่เขาพยายามโดดเดี่ยวอิหร่าน โดยอิหร่านก็ได้ประกาศตอบโต้ในทันทีว่าจะยุติการส่งออกน้ำมันทั้งหมดจากอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861195?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ</dc:alternative><dc:abstract>ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T04:58:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T04:58:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861016]]></link><pubDate>2026-08-25T10:23:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861016</guid><description>นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล บีบีซีรายงานว่า นิวซีแลนด์เตรียมเสนอร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ภายใต้ข้อเสนอล่าสุด แพลตฟอร์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า นิวซีแลนด์เตรียมเสนอร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ภายใต้ข้อเสนอล่าสุด แพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึง TikTok, Instagram, Snapchat และ Facebook จะต้องดำเนินมาตรการตรวจสอบว่าผู้ใช้งานมีอายุมากกว่า 16 ปี โดยแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจถูกปรับสูงสุดถึง 10% ของรายได้ทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์กำลังทำให้เด็กๆ ต้องเผชิญกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย เทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเสพติด และแรงกดดันที่พวกเขายังไม่มีความพร้อมที่จะรับมือ อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองหลายพรรคระบุว่าจะลงมติคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นตามหลังออสเตรเลียที่ใช้มาตรการห้ามในลักษณะเดียวกัน ขณะที่หลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักรและกรีซ กำลังเตรียมออกมาตรการจำกัดการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเด็กในปีหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักซอนกล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัว สุขภาพจิต การนอนหลับ และการศึกษาของเด็กๆ เรามีมาตรการคุ้มครองเพื่อให้เด็กปลอดภัยในโลกแห่งความเป็นจริง และเราก็จำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครองพวกเขาในโลกเสมือนจริงด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลนิวซีแลนด์ยังไม่ได้ระบุว่า แพลตฟอร์มอื่นใดที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูง จะได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวอีกบ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุว่า ภายใต้ร่างกฎหมายความปลอดภัยทางออนไลน์ซึ่งถูกเสนอเข้าสู่รัฐสภา บริษัทสื่อสังคมออนไลน์จะต้อง “ดำเนินมาตรการที่สมเหตุสมผล” เพื่อตรวจสอบว่าผู้ใช้งานมีอายุมากกว่า 16 ปี โดยสามารถใช้วิธีการต่างๆ รวมถึงข้อมูลที่มีอยู่ในบัญชีผู้ใช้ การประเมินอายุจากใบหน้า และการตรวจสอบตัวตนทางดิจิทัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แพลตฟอร์มที่เด็กใช้เป็นประจำจะต้องประเมินความเสี่ยงที่แพลตฟอร์มของตนอาจก่อให้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และรายงานว่ามีการระบุความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างไร รวมถึงดำเนินการลดความเสี่ยงดังกล่าวอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ร่างกฎหมายไม่ได้เสนอให้มีบทลงโทษต่อเด็ก ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล หากมีการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว แต่มีการกำหนดค่าปรับสำหรับบริษัทสื่อสังคมออนไลน์อาจสูงกว่าของออสเตรเลียอย่างมาก โดยออสเตรเลียกำหนดค่าปรับสูงสุดไว้ที่ 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่ค่าปรับของนิวซีแลนด์อาจสูงสุดถึง 10% จากรายได้ทั่วโลกของแพลตฟอร์ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าร่างกฎหมายจะได้รับคะแนนเสียงมากพอที่จะผ่านรัฐสภาหรือไม่ หลังจากพรรค Act และพรรคนิวซีแลนด์เฟิร์สต์ (NZF) ซึ่งต่างเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ประกาศว่าจะคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดวิด ซีมัวร์ รองนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์และหัวหน้าพรรค Act กล่าวว่า การห้ามดังกล่าวจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคนิวซีแลนด์เฟิร์สต์ กล่าวแสดงความกังวลเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงทิศทางและแนวโน้มที่จะนำไปสู่การออกมาตรการจำกัดสิทธิเสรีภาพมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเขาเรียกมาตรการห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ออสเตรเลียประกาศใช้เมื่อเดือนธันวาคมว่า เป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ออสเตรเลียประสบปัญหาในการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว และเป็นที่ยอมรับกันว่า เด็กจำนวนมากที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปียังคงสามารถเข้าถึงและใช้แอปพลิเคชันที่ถูกห้ามได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อต้นเดือนนี้ ศาลสูงสุดของฝรั่งเศสได้สั่งยกเลิกร่างกฎหมายห้ามเด็กใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่ามาตรการดังกล่าวละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861016?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล</dc:alternative><dc:abstract>นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T03:23:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T03:23:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860953]]></link><pubDate>2026-08-25T09:20:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860953</guid><description>สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมยกเลิกวีซ่าธุรกิจและวีซ่าท่องเที่ยวของชาวต่างชาติมากถึง 200,000 คน ที่ได้ยื่นขอหรือกำลังขอสถานะผู้ลี้ภัยในส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมยกเลิกวีซ่าธุรกิจและวีซ่าท่องเที่ยวของชาวต่างชาติมากถึง 200,000 คน ที่ได้ยื่นขอหรือกำลังขอสถานะผู้ลี้ภัยในสหรัฐ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง การดำเนินการครั้งนี้จะถือเป็นการเพิกถอนวีซ่าคราวเดียวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ และมีแนวโน้มที่จะเผชิญการท้าทายทางกฎหมายตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากไม่มีการยื่นคัดค้านหรือแก้ไขนโยบาย คาดว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจะประกาศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ให้เพิกถอนวีซ่าประเภท B1 และ B2 ที่ออกระหว่างปี 2016-2026 สำหรับผู้ถือวีซ่าที่ได้ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยหรือกำลังอยู่ระหว่างการขอสถานะดังกล่าว ตามเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่สำนักข่าวเอพีได้รับ และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คน โดยการดำเนินการดังกล่าวจะทำร่วมกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เรากำลังประสานงานกับ DHS เพื่อระบุและเพิกถอนวีซ่าประเภทชั่วคราวของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐโดยอ้างว่าจะมาพำนักระยะสั้น แต่จากนั้นกลับยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยเพื่อที่จะอยู่ในสหรัฐอย่างถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิกอตต์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับจำนวนวีซ่าที่อาจถูกเพิกถอน โดยกล่าวว่า เนื่องจากกระบวนการนี้จะดำเนินต่อไป จำนวนวีซ่าที่ถูกเพิกถอนจึงยังคงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และการเพิกถอนจะมีการดำเนินการเป็นระยะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า การเพิกถอนวีซ่าไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นจะถูกเนรเทศทันที ผู้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่จะได้รับการจัดประเภทสถานะใหม่ แต่จะสูญเสียสถานะในฐานะผู้เดินทางเข้าสหรัฐเพื่อวัตถุประสงค์ด้านธุรกิจหรือการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลของเขาได้เพิ่มความเข้มงวดต่อผู้ยื่นขอวีซ่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การกำหนดให้ผู้ยื่นขอวีซ่าวางหลักประกันในวงเงินสูงเพื่อดำเนินการขอวีซ่า ตลอดจนการห้ามออกวีซ่าให้แก่พลเมืองของบางประเทศโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คริสโตเฟอร์ แลนเดา รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐ ในโพสต์บนโซเชียลเมื่อวันจันทร์ ถึงผู้ที่เขาระบุว่าพยายามใช้วีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าธุรกิจเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐแล้วยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผู้คนในสหรัฐและทั่วโลกต่างเบื่อหน่ายกับการยื่นคำขอสถานะผู้ลี้ภัยที่ไม่มีมูล สถานะผู้ลี้ภัยไม่ควรเป็นช่องโหว่เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายคนเข้าเมือง” แลนเดาโพสต์บน X พร้อมยกกรณีชาวโคลอมเบียคนหนึ่ง ซึ่งเดินทางเข้าสหรัฐด้วยวีซ่าท่องเที่ยวในปี 2015 ก่อนที่จะยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่เอพีได้รับระบุด้วยว่า การตรวจสอบผู้ถือวีซ่า B1 และ B2 ที่ยังมีผลอยู่ เริ่มต้นขึ้นหลังจากกระทรวงการต่างประเทศได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคำขอสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานบริการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั่วไป วีซ่า B1 ออกให้สำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจ ขณะที่วีซ่า B2 ออกให้สำหรับการท่องเที่ยว การเยี่ยมครอบครัว หรือการเข้ารับการรักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม จากเอกสารและข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนในทันทีว่า ผู้ถือวีซ่าประเภทดังกล่าวมีจำนวนเท่าใดที่กำลังขอหรือเคยขอสถานะผู้ลี้ภัยในสหรัฐ และจะได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนวีซ่าครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่กำลังยื่นขอวีซ่า B1 และ B2 ในปัจจุบันจะต้องยืนยันว่า พวกเขาจะไม่ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยในสหรัฐ และต้องแสดงหลักฐานว่ามีเจตนาจะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้เพิกถอนวีซ่าประมาณ 175,000 ราย สำหรับผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดหรือถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรม ตั้งแต่การขับรถขณะมึนเมาไปจนถึงการข่มขืนและการปล้น รวมถึงผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเพื่อต่อต้านนโยบายของสหรัฐ โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์ยังเดินหน้าปราบปรามสิ่งที่เรียกว่า “การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร” หรือ birth tourism ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลกล่าวหาว่า หญิงตั้งครรภ์ชาวต่างชาติใช้เพื่อเดินทางเข้าสหรัฐและคลอดบุตร เพื่อให้บุตรของตนได้รับประโยชน์จากสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐโดยกำเนิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860953?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T02:20:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T02:20:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860897]]></link><pubDate>2026-08-25T08:09:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860897</guid><description>มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด กระทรวงการคลังสหรัฐเตือนประเทศต่างๆ ให้ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน ภายใต้การประกาศ “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” ต่ออิหร่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการคลังสหรัฐเตือนประเทศต่างๆ ให้ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน ภายใต้การประกาศ “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” ต่ออิหร่าน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ตามเวลาในสหรัฐ มิฉะนั้นประเทศที่ไม่ดำเนินการตามอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม โดยกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่าจะยังไม่ได้มีการใช้บทลงโทษในทันที แต่จะให้เวลาประเทศต่างๆ ในการปฏิบัติตามมาตรการของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านครั้งใหญ่ของสหรัฐ มีขึ้นในขณะที่สงครามกับอิหร่านกำลังใกล้เข้าสู่เดือนที่ 6 โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐกำลังเปิดฉากการโจมตีทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่อเครือข่ายทางการเงินของอิหร่านทั่วโลก สหรัฐจะตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทั้งหมดกับประเทศนี้ และประเทศใดก็ตามที่ร่วมมือทางการเงินกับอิหร่านก็จะถูกโดดเดี่ยวเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์ปฏิเสธที่จะระบุว่าประเทศใดบ้างที่จะตกเป็นเป้าหมาย หรือเมื่อใดมาตรการลงโทษดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคล นิติบุคคล และเรือจำนวน 60 รายการ แต่รายชื่อดังกล่าวไม่มีสถาบันการเงินของจีน ที่ต้องสงสัยว่าอำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมันของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ทำไมผมถึงต้องการทำลายระบบการเงินโลก? เราเชื่อว่าสิ่งสำคัญคือการกำหนดกรอบให้ชัดเจนและให้เวลาผ่อนผันเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม แต่พวกเขาควรรู้ว่าเรื่องนี้จะดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก และเราจริงจังกับเรื่องนี้” เบสเซนต์กล่าวระหว่างแถลงข่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่ากระทรวงการคลังพร้อมที่จะจัดการกับธนาคารจีนหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า ไม่มีประเทศใดจะรอดพ้นจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ และว่า “หากพวกเขาอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่เปลี่ยนน้ำมันของอิหร่านให้กลายเป็นเงิน ซึ่งถูกนำไปใช้ในการปราบปราม พวกเขาจะตกเป็นเป้าหมาย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านมาหลายปีแล้ว และรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มความพยายามในการสกัดกั้นการซื้อน้ำมันจากอิหร่านของจีน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อธนาคารจีนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน มีกำหนดพบกันที่กรุงวอชิงตันในช่วงปลายเดือนกันยายน การคว่ำบาตรธนาคารจีนครั้งใหม่อาจส่งผลกระทบต่อความหวังในการต่ออายุข้อตกลงที่บรรลุเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้แร่หายากของจีนยังคงไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐ และจำกัดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการเมื่อวันอังคารมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจอื่นๆ ในจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สิงคโปร์ และอีกหลายประเทศ รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันพืชแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐกำลังขยายขอบเขตกิจกรรมทางการค้าที่อาจถูกลงโทษด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม โดยครอบคลุม 5 ภาคส่วนของเศรษฐกิจอิหร่าน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เทคโนโลยี การบิน และการเดินเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาส่งสัญญาณล่วงหน้าว่า กระทรวงการคลังสหรัฐจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อสถาบันการเงินแห่งหนึ่งภายในสัปดาห์นี้ แต่โฆษกกระทรวงการคลังไม่ได้ตอบคำขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แดเนียล ฟรีด อดีตผู้ประสานงานด้านมาตรการคว่ำบาตรของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่สถาบันแอตแลนติก เคาน์ซิล กล่าวว่า การประกาศครั้งนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่สมกับที่มีกล่าวอ้างไว้ แต่การใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจก็ยังดีกว่าการกลับไปสู่ความขัดแย้งทางทหารอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟรีดกล่าวว่า แคมเปญกดดันอิหร่านจะต้องใช้เวลาและอาศัยความอดทนจึงจะเห็นผล รวมทั้งอาจต้องมีการยอมผ่อนปรนบางอย่างจากรัฐบาลทรัมป์เพื่อให้ได้รับความร่วมมือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“คุณจะต้องทำให้ประเทศในอ่าวอาหรับเห็นพ้องด้วย และคุณต้องรับฟังว่าพวกเขาต้องการอะไร รวมทั้งต้องดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องและไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา” ฟรีดกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามระหว่างทรัมป์กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น กำลังจะเข้าสู่เดือนที่ 6 ในไม่ช้า แม้การสู้รบอย่างหนักจะลดลงแล้ว แต่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามกลับชะงักงัน ขณะที่การขนส่งน้ำมันและวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น ส่งผลให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงสู่ระดับต่ำสุด โดยผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสพบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 33% ที่เห็นชอบกับผลงานของเขา อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า นับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในปี 2025 สหรัฐได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านต่อบุคคล เรือ และอากาศยานมากกว่า 1,000 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการล่าสุดมุ่งเป้าไปที่กองเรือน้ำมันเงาของอิหร่าน บริษัทประกันภัยด้านการขนส่ง เครือข่ายจัดหาอาวุธ และแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสามารถอายัดหรือระงับการใช้งานสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้ประมาณ 500,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์ได้ยกกรณีของธนาคารเมลลีแห่งอิหร่านขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยธนาคารแห่งนี้ยังคงเปิดดำเนินงานสาขาในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ซึ่งเขาย้ำว่า ทุกสาขาของธนาคารเมลลีจะต้องถูกปิดและต้องถูกตัดขาดจากระบบโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860897?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด</dc:alternative><dc:abstract>มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T03:28:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T03:28:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860555]]></link><pubDate>2026-08-24T18:06:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860555</guid><description>วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สำนักพระราชวังนอร์เวย์เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่าพระพลานามัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 กษัตริย์แห่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังนอร์เวย์เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่าพระพลานามัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 กษัตริย์แห่งนอร์เวย์ พระชนมายุ 89 พรรษา ทรงมีพระอาการทรุดลงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ในขณะที่พระองค์ยังทรงประทับรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลแห่งชาติ ในกรุงออสโล ที่พระองค์ทรงเข้ารับการถวายการรักษาเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน จากพระอาการประชวรด้วยโรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก ซึ่งเป็นโรคเลือดที่พบได้ยาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง ที่เผยแพร่เมื่อคืนวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมาระบุอีกว่า ขณะนี้สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ทรงรับการถวายการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสพระโลหิตและทรงตอบสนองต่อการรักษา โดยขณะนี้พระอาการยังทรงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ก่อน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่ากษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ทรงมีพระอาการโลหิตจางชนิดฮีโมไลติกและทรงได้รับการถวายพระโอสถกลุ่มยาคอร์ติโซน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเหลวในพระวรกาย จนต้องทรงเข้ารับการถวายการรักษาในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ทรงขึ้นครองราชย์มาตั้งแต่ปี 1991 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงเข้าประทับโรงพยาบาลหลายครั้งเนื่องจากพระอาการประชวร โดยในระหว่างที่ทรงรักษาพระวรกายครั้งนี้ เจ้าชายโฮกุน พระราชโอรสและมกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ เป็นผู้ทรงปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860555?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต</dc:alternative><dc:abstract>วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T11:06:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T11:06:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860391]]></link><pubDate>2026-08-24T16:37:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860391</guid><description>กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเตือ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเตือนชุมชนไทย คนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งคนไทยที่วางแผนจะเดินทางไปยังต่างประเทศในขณะนี้ ซึ่งกำลังเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหวขึ้นในหลายพื้นที่บ่อยครั้งว่า ขอให้ประชาชนไทยเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง ศึกษาข้อมูลของประเทศที่กำลังจะเดินทางไป เตรียมเบอร์โทรศัพท์สายด่วนสำหรับติดต่อทั้งกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ เพื่อให้พร้อมสำหรับติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ และหากต้องเผชิญเหตุฉุกเฉิน ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการท้องถิ่น และปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ขอให้ประชาชนไทยทุกคนเดินทางด้วยความปลอดภัยและด้วยความเตรียมพร้อมทุกเมื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860391?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่</dc:alternative><dc:abstract>กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T09:39:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T09:39:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860352]]></link><pubDate>2026-08-24T16:21:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860352</guid><description>ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายเปเตอร์ มอจยอร์ นายกรัฐมนตรีของฮังการี โพสต์บนบัญชีเฟซบุ๊กเปิดเผยว่า เครื่องบินขั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายเปเตอร์ มอจยอร์ นายกรัฐมนตรีของฮังการี โพสต์บนบัญชีเฟซบุ๊กเปิดเผยว่า เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี ประสบเหตุตกใกล้กับเมืองโซลนอค ทางตอนกลางของประเทศฮังการีในวันจันทร์นี้ อย่างไรก็ดี นักบินบนเครื่องบินขับไล่ลำดังล่าวสามารถดีดตัวออกจากเครื่องบินได้สำเร็จก่อนตกสู่พื้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีฮังการีระบุต่อว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ซึ่งกำลังมีการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อีกทั้งยังไม่มีความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโรมูลูสซ์ รุสวิน-เซนดี รัฐมนตรีกลาโหมของฮังการี กำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ คาดว่าจะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันรัฐมนตรีกลาโหมฮังการีได้กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านคลิปวิดีโอทางเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้นักบินอยู่ภายในรถพยาบาล แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากนักบินได้พยายามอย่างเต็มที่ในการนำเครื่องลงจอดในเขตพื้นที่ของกองทัพ พร้อมระบุว่ากำลังมีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตัวเขาและเสนาธิการทหารกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เครื่องบินขับไล่กริพเพน เป็นเครื่องบินรบความเร็วเหนือเสียงขนาดเบาผลิตโดย Saab AB บริษัทอุตสาหกรรมการบินและกลาโหมของสวีเดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860352?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ</dc:alternative><dc:abstract>ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T09:21:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T09:21:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860184]]></link><pubDate>2026-08-24T15:34:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860184</guid><description>แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถาบันวิจัย Institute of Care-Life ซึ่งเป็นห้องปฏิบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถาบันวิจัย Institute of Care-Life ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ตั้งอยู่ในนครเฉิงตู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนจากการกระทำผิดพลาดด้วยการส่งข้อความประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหวที่สูงกว่าความเป็นจริงจากที่หน่วยงานอื่นๆ ตรวจวัดได้ จนทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความตื่นตระหนก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านั้นในวันจันทร์ (24 ส.ค.) ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวของจีนรายงานว่า เมื่อเวลา 08.25 น.ของวันเดียวกันตามเวลาท้องถิ่น เกิดแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 4.7 แมกนิจูด ที่เมืองอี๋ปิน ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่าสถาบันวิจัย Institute of Care-Life ได้ส่งข้อความประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหวครั้งดังกล่าวว่ามีขนาดความรุนแรงถึง 7.7 แมกนิจูด ภายในเวลาเพียง 5 วินาทีหลังเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่ในเวลาต่อมาทางสถาบันดังกล่าวระบุว่า เพื่อจัดการกับความคลาดเคลื่อนครั้งสำคัญที่เกิดขึ้น ทางเครือข่ายได้ปรับลดตัวเลขประมาณการความรุนแรงลงเหลือ 6.4 ในวินาทีที่ 6, 3.7 ในวินาทีที่ 7, 4.1 ในวินาทีที่ 8 และ 3.9 ในวินาทีที่ 16 พร้อมกับระบุว่าจะเร่งตรวจสอบสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเพื่อปรับปรุงการให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรายงานว่า การแจ้งเตือนที่ผิดพลาดนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ใช้งานจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860184?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด</dc:alternative><dc:abstract>แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T08:44:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T08:44:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859838]]></link><pubDate>2026-08-24T13:42:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859838</guid><description>จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่า ประชาชนกว่า 54,000 คน ในเขตปกครองตนเองกว่างซี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่า ประชาชนกว่า 54,000 คน ในเขตปกครองตนเองกว่างซี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปยังที่ปลอดภัย รวมถึงอีก 8,087 คน ที่อพยพไปอยู่ในที่พักพิงฉุกเฉิน หลังจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นนาราได้ก่อให้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างในภูมิภาคดังกล่าวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพถ่ายทางอากาศเปิดเผยให้เห็นมวลน้ำสีน้ำตาลขุ่นคลั่กไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของเมืองฉงจั่ว ในเขตปกครองตนเองกว่างซี โดยถนนหลายสายและกลุ่มอาคารที่ไม่สูงนักต่างจมอยู่ใต้น้ำ ท่ามกลางระดับน้ำที่สถานีตรวจวัด 20 แห่งในแม่น้ำ 15 สาย สูงเกินเกณฑ์เตือนภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังลุยน้ำท่วมสูงระดับเข่าพร้อมใช้เรือยางเพื่ออพยพประชาชนที่ติดค้างออกจากพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ไต้ฝุ่นนาราได้เคลื่อนตัวเหนืออ่าวตังเกี๋ย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลจีนใต้ มาเป็นเวลาหลายวัน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในเขตปกครองตนเองกว่างซี รวมถึงมณฑลไห่หนานและมณฑลกวางตุ้งที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าจะยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนใต้ของจีนไปจนถึงวันพุธ(26 ส.ค.)นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบครอบคลุมหลายพื้นที่ในเขตปกครองตนเองกว่างซี, มณฑลกวางตุ้ง, ไห่หนานและฝูเจี้ยน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859838?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่</dc:alternative><dc:abstract>จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T06:42:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T06:42:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-23T160257Z_1957843514_RC244NAAQYTM_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-23T160257Z_1957843514_RC244NAAQYTM_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-23T160257Z_1957843514_RC244NAAQYTM_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-23T160257Z_1957843514_RC244NAAQYTM_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T055818Z_1950232041_RC2T4NA6RJ02_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T055818Z_1950232041_RC2T4NA6RJ02_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>1298</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>1298</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859839]]></link><pubDate>2026-08-24T12:28:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859839</guid><description>เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน บีบีซีรายงานว่า มือจับประตูแบบซ่อนที่พับเก็บเข้าไปในตัวรถที่ดูเรียบง่าย ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่การออกแบบที่เป็ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า มือจับประตูแบบซ่อนที่พับเก็บเข้าไปในตัวรถที่ดูเรียบง่าย ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่การออกแบบที่เป็นข้อถกเถียงนี้กำลังเป็นศูนย์กลางของการเรียกคืนรถครั้งใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อรถยนต์มากกว่า 4 ล้านคัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเรียกคืนครั้งนี้ครอบคลุมรถ Tesla ที่ผลิตในจีนจำนวน 2.98 ล้านคัน หลังมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยว่า มือจับประตูแบบซ่อนอาจหาได้ยากและเปิดออกได้ยากในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Tesla ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ว่า บริษัทกำลังเรียกคืนรถยนต์บางรุ่น ได้แก่ Model 3, Model Y, Model S และ Model X เนื่องจากมือจับประตูยากต่อการระบุและใช้งาน เพราะสีของมือจับคล้ายกับสีวัสดุตกแต่งภายใน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การออกแบบดังกล่าวถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง 2 ครั้งในจีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi โดยมีข้อสงสัยว่า ระบบไฟฟ้าขัดข้องอาจทำให้ไม่สามารถเปิดประตูรถได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการเรียกคืนครั้งนี้ ได้แก่ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ EV สัญชาติจีนอย่าง XPeng, Xiaomi และ Geely&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มือจับประตูแบบซ่อน ซึ่งได้รับความนิยมจาก Tesla บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ได้รับการออกแบบให้แนบสนิทไปกับแผงประตูรถ และจะยื่นออกมาเมื่อเจ้าของเดินเข้าใกล้รถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มือจับแบบซ่อนที่มีสีคล้ายกับสีรถดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อผู้โดยสารหรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูรถได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน เช่น ในกรณีที่เกิดการชนอย่างรุนแรงจนทำให้ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำของรถขัดข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Tesla ระบุว่า บริษัทจะติดป้ายเตือนในรถยนต์ที่ถูกเรียกคืน และจะออก การอัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อให้กระจกรถลดลงโดยอัตโนมัติการชน แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบมีแผนจะดำเนินการเรียกคืนรถในลักษณะเดียวกันในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซียังได้ติดต่อ Tesla, XPeng, Xiaomi และ Geely เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการจีนประกาศห้ามใช้มือจับประตูรถยนต์แบบซ่อน ภายใต้กฎระเบียบใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027 รถยนต์จะได้รับอนุญาตให้วางจำหน่ายในจีนได้ก็ต่อเมื่อมี กลไกปลดล็อกเพื่อเปิดประตูทั้งบริเวณด้านในและด้านนอกของประตูรถเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มือจับประตูของ Tesla ยังเคยเป็นประเด็นในการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของสหรัฐ หลังมีรายงานว่ามือจับประตูหยุดทำงานกะทันหัน ทำให้เด็กติดอยู่ภายในรถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานบริหารความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) เสนอให้จัดทำ มาตรฐานความปลอดภัยอย่างเป็นทางการฉบับใหม่สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทุกราย โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับระบบเปิดประตูรถในกรณีฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859839?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน</dc:alternative><dc:abstract>เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T05:55:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T05:55:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859694]]></link><pubDate>2026-08-24T11:52:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859694</guid><description>ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วภาคใต้ของไต้หวัน ส่งผลให้ต้องมีการปิดสำนักงานและโร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วภาคใต้ของไต้หวัน ส่งผลให้ต้องมีการปิดสำนักงานและโรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในวันจันทร์นี้ ในขณะที่ทางการกำลังเตรียมรับมือกับพายุไต้ฝุ่นอีกลูกที่จะเคลื่อนตัวพัดถล่มพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันในช่วงปลายสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการท้องถิ่นในเมืองเกาสงและเมืองไถหนาน ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 4 ล้านคน ได้สั่งปิดสำนักงานและโรงเรียน เช่นเดียวกับในเขตผิงตงและเจียอี้ รวมถึงเมืองไถตงและฮวาเหลียน ซึ่งเป็นพื้นที่แถบภูเขาทางตะวันออกของเกาะ หลังจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของไต้หวันตลอดช่วงไม่กี่วันมานี้ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเมืองเกาสงคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วง 5 วัน ที่หย่อมความกดอากาศต่ำส่งผลกระทบนั้น จะสูงกว่า 1.3 เมตร (4.3 ฟุต) ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำฝนที่เมืองแห่งนี้ได้รับโดยปกติในรอบหนึ่งปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านการรถไฟไต้หวันเปิดเผยว่าจะเกิดการหยุดชะงักในการเดินรถบนเส้นทางหลักชายฝั่งตะวันออก รวมถึงเส้นทางระหว่างเมืองเกาสงและไถตง โดยจะมีการยกเลิกขบวนรถด่วน ส่วนรถไฟธรรมดานั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันระบุว่า พายุไต้ฝุ่นซาวเดล (Saudel) ซึ่งขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังเกาะโอกินาวา ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะเคลื่อนผ่านพื้นที่ทางตอนเหนือของไต้หวันในช่วงเช้าตรู่วันศุกร์นี้ ก่อนจะเคลื่อนตัวไปถึงชายฝั่งตะวันออกของจีนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859694?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ</dc:alternative><dc:abstract>ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T05:03:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T05:03:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859756]]></link><pubDate>2026-08-24T11:51:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859756</guid><description>จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา จีนประกาศเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เลื่อนการส่งยานอวกาศ ฉางเอ๋อ-7 ไปสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งเดิมภารกิจดังกล่าวมีกำหนดปล่อยยานในช่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จีนประกาศเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เลื่อนการส่งยานอวกาศ ฉางเอ๋อ-7 ไปสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งเดิมภารกิจดังกล่าวมีกำหนดปล่อยยานในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ดังกล่าวของจีนถือเป็นเป้าหมายใหญ่ที่มีความสำคัญของจีน ที่รวมถึงการค้นหาน้ำแข็งบนดวงจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดิมยานฉางเอ๋อ-7 เดิมมีกำหนดทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง บนเกาะไหหลำทางตอนใต้ของจีน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนที่จะมีการประกาศเลื่อนออกไป โดยไม่มีกำหนดเวลาชัดเจนว่าจะมีการส่งยานฉางเอ๋อ-7 เมื่อใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของจีนระบุในแถลงการณ์สั้นๆ ว่า ภารกิจฉางเอ๋อ-7 ยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสำหรับการปล่อย และไม่สามารถดำเนินการได้ภายในช่วงเวลาที่วางแผนไว้ในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจเลื่อนภารกิจเกิดขึ้นหลังจากการประเมินอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานของหลักการที่ยึดความรอบคอบ ความน่าเชื่อถือ และความสำเร็จของภารกิจอย่างแน่นอน แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเตรียมการสำหรับภารกิจฉางเอ๋อ-7 ซึ่งเป็นภารกิจลำดับที่ 7 ในโครงการสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อของจีน ได้ดำเนินการมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานก่อนหน้านี้ว่า ภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะสร้างความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของซินหัวซึ่งอ้างสำนักงานอวกาศของจีนระบุว่า ภารกิจฉางเอ๋อ-7 มีเป้าหมายที่จะสำรวจหลุมอุกกาบาตบริเวณดวงจันทร์ที่ได้รับแสงอาทิตย์ไม่ถึงและอยู่ในความมืดถาวร รวมทั้งทำการสำรวจสภาพแวดล้อมและทรัพยากรบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการค้นหาน้ำแข็งที่อยู่ในสภาพเยือกแข็งบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชื่อ “ฉางเอ๋อ” มาจากชื่อเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในตำนานจีน ขณะที่ภารกิจฉางเอ๋อ-6 ซึ่งเป็นภารกิจก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จในการนำตัวอย่างหินและดินจากด้านไกลของดวงจันทร์ กลับมายังโลกในปี 2567 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่สามารถนำตัวอย่างจากพื้นดังกล่าวกลับมายังโลกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859756?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา</dc:alternative><dc:abstract>จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T04:51:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T04:51:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859512]]></link><pubDate>2026-08-24T10:10:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859512</guid><description>ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 เขย่าพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น รวมถึงกรุงโตเกียว ในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 30  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 เขย่าพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น รวมถึงกรุงโตเกียว ในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 30 คน ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดสึนามิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีขนาดเบื้องต้น 5.9 และมีจุดศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัดอิบารากิ ที่ระดับความลึก 70 กิโลเมตร ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) วัดขนาดแผ่นดินไหวได้ 5.8&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 37 คนใน 5 จังหวัดของภูมิภาคดังกล่าว ได้แก่ กรุงโตเกียว 15 คน จังหวัดไซตามะ 9 คน จังหวัดคานางาวะ 8 คน จังหวัดชิบะ 4 คน และจังหวัดอิบารากิ 1 คน โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากเจ้าหน้าที่ของจังหวัดต่างๆ และสำนักงานดับเพลิงและจัดการภัยพิบัติของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากการหกล้มหรือร่างกายกระแทกเข้ากับเฟอร์นิเจอร์หรือประตู เนื่องจากหลายคนกำลังนอนหลับและถูกแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวทำให้ตกใจจนรีบลุกออกจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก ในจำนวนนี้ มีหญิงวัย 80 ปีเศษรายหนึ่งตกจากเตียงและได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณสะโพกในเมืองโยโกฮามา จังหวัดคานางาวะ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์โยมิอุริ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชายวัย 23 ปีรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อาซาฮีว่า เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในแนวดิ่งเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากโทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณเตือนแผ่นดินไหว ขณะที่เขากำลังเลือกซื้อของอยู่ในเขตไทโตะ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ทำให้หวาดกลัวว่าจะถูกสิ่งของที่ตกลงมาจากชั้นวางกระแทก ขณะที่อาคารกำลังสั่นไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวส่งผลให้รถไฟด่วนที่ให้บริการระหว่างกรุงโตเกียวกับสนามบินนาริตะ รวมถึงรถไฟท้องถิ่นที่ให้บริการในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ต้องล่าช้า แต่รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นยังคงให้บริการตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ระบุผ่าน X ว่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากอาจเกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางตามมาอีกในช่วงหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้โทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณเตือนภัยแผ่นดินไหวฉุกเฉิน และยังทำให้พื้นที่กรุงโตเกียวสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด สถานีโทรทัศน์สาธารณะเอ็นเอชเคเผยแพร่ภาพการจราจรบนถนนในเมืองใกล้เคียง รวมถึงเมืองมิโตะและจังหวัดไซตามะ ซึ่งดูเหมือนว่ายังคงเป็นไปตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเขตโคโต ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ท่อน้ำใต้ดินแตก ส่งผลให้น้ำไหลทะลักขึ้นมาบนถนน อย่างไรก็ตาม ท่อดังกล่าวได้รับการซ่อมแซมแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นระบุว่า ยังไม่มีรายงานความผิดปกติจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประมาณ 12 แห่ง รวมถึงสถานที่อื่นๆ ที่มีการจัดการหรือเก็บวัสดุนิวเคลียร์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859512?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T04:15:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T04:15:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859052]]></link><pubDate>2026-08-23T16:11:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859052</guid><description>ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ว่า นายอาซิม มูนีร์ ผู้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ว่า นายอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน จะเยือนกรุงเตหะรานในวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อสานต่อความพยายามของปากีสถานในการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปากีสถานรับบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐ เพื่อยุติสงครามของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อิหร่านประณามแผนการของสหรัฐที่จะประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ในวันจันทร์นี้ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิสลาม และส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าสำคัญของอิหร่าน รวมถึงจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ มีกำหนดแถลงข่าวดังกล่าวในเวลา 14.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐในวันจันทร์ หรือเวลา 01.00 น. วันอังคารที่ 25 สิงหาคม ตามเวลาในไทย หลังจากก่อนหน้านี้เขาได้ขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์กับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์ยังเรียกร้องให้จีนให้ความร่วมมือกับสหรัฐ โดยข้อมูลปี 2025 จาก Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า จีนรับซื้อน้ำมันที่อิหร่านขนส่งทางเรือมากกว่า 80% ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งเรียกร้องให้ใช้แนวทางการทูตในการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า การที่สหรัฐกำลังจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ ถือเป็นการอ้างสิทธิอธิปไตยนอกดินแดนเหนือรัฐสมาชิกที่เป็นเอกราชทุกประเทศของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิดังกล่าวไม่มีพื้นฐานรองรับในกฎหมายระหว่างประเทศ” บากาอีโพสต์บน X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า เตหะรานจะโจมตีผลประโยชน์ของประเทศต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือแก่สหรัฐ และว่า เรากำลังบอกประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดว่าอย่าเข้าร่วมสงครามเศรษฐกิจของสหรัฐ มิฉะนั้นเราจะถือว่าพวกเขาเป็นศัตรู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ซึ่งเคยเตือนว่าจะใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใดๆ แก่อิหร่าน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐกำลังจับตาดูว่า “จะเกิดอะไรขึ้น” ในความขัดแย้งครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาอยากทำข้อตกลง แต่ในความเห็นของผม พวกเขายังไม่พร้อมที่จะทำข้อตกลงที่ถูกต้อง” ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านมาเกือบ 6 เดือน นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ขณะนี้แม้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้โจมตีกันอีก แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณว่ากำลังเดินหน้าเจรจาสันติภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง โดยรัฐบาลอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่พยายามเดินทางผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเศรษฐกิจของอิหร่านก็กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากมาตรการคว่ำบาตรอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859052?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ</dc:alternative><dc:abstract>ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-23T09:11:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-23T09:11:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858679]]></link><pubDate>2026-08-23T11:14:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5858679</guid><description>ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวว่า ยูเครนได้เปิด “กล่องแพนดอรา” ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจของรัสเซีย พร้อมเตือ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวว่า ยูเครนได้เปิด “กล่องแพนดอรา” ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจของรัสเซีย พร้อมเตือนว่า รัสเซียจะตอบโต้ด้วยการโจมตี “ภาคเศรษฐกิจที่อ่อนไหวมากที่สุด” ของยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ระบอบเคียฟตั้งใจที่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของเรา แล้วเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาเป็นฝ่ายเปิดกล่องแพนดอรานี้ขึ้นมาเอง ดังนั้นก็จงเตรียมรับมือกับการตอบโต้ที่จะมุ่งเป้าไปยังภาคเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวมากที่สุดของพวกคุณ” ปูตินกล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ของทางการรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปูตินกล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของยูเครน จะไม่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารในตลาดโลก เนื่องจากรัสเซียจะสามารถเข้ามาทดแทนการส่งออกของยูเครนได้ แม้ว่ายูเครนจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกธัญพืชของรัสเซียก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรากำลังเผชิญกับความท้าทายเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าของเราอยู่จริง แต่เราจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ดังนั้นจึงจะไม่มีภาวะขาดแคลนในตลาดโลก” ปูตินกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ รัสเซียและยูเครนเคยปฏิบัติตามข้อตกลงที่ตุรกีเป็นคนกลางในการเจรจา เพื่อคุ้มครองการส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ แต่รัสเซียถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวในปี 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ยูเครนได้ยกระดับปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมันและคลังสินค้าของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ โดยมีเป้าหมายทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่ยูเครนระบุว่า เป็นส่วนสำคัญต่อความพยายามทำสงครามของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัสเซียได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของยูเครน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกธัญพืชของยูเครนผ่านทะเลดำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำรัสเซียยังย้ำจุดยืนเดิมว่า มอสโกเปิดกว้างสำหรับการเจรจาสันติภาพ แต่การเจรจาจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ “ความเป็นจริงในพื้นที่” หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสนามรบ ไม่ใช่ข้อเสนอ “แปลกประหลาด” ที่ยูเครนได้เสนอผ่านคนกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858679?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน</dc:alternative><dc:abstract>ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-23T06:07:44+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-23T06:07:44+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858653]]></link><pubDate>2026-08-23T10:15:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5858653</guid><description>ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ ผู้พิพากษาสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น สั่งยกเลิกนโยบายของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น สั่งยกเลิกนโยบายของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระงับการออกวีซ่าผู้อพยพกับผู้สมัครจาก 75 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมายของมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจอแนตต์ วาร์กัส ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐเขตแมนฮัตตัน กล่าวว่า นโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศเมื่อวันที่ 21 มกราคมปีนี้ “ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน” และขัดต่อกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐมนตรีต่างประเทศไม่มีอำนาจในการควบคุมการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กงสุลเกี่ยวกับการออกวีซ่าผู้อพยพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นโยบายดังกล่าว ซึ่งห้ามการออกวีซ่าผู้อพยพอย่างเด็ดขาดโดยพิจารณาสัญชาติของผู้สมัครเป็นเกณฑ์ ถือเป็นการยกเลิกโครงสร้างทางกฎหมายที่กำหนดไว้โดยตรง” วาร์กัสระบุในคำวินิจฉัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การระงับการดำเนินการขอวีซ่าผู้อพยพของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม ส่งผลกระทบต่อผู้สมัครจากประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกา รวมถึงบราซิล โคลอมเบีย และอุรุกวัย ประเทศในภูมิภาคบอลข่าน เช่น บอสเนียและแอลเบเนีย ประเทศในเอเชียใต้ ได้แก่ ปากีสถานและบังกลาเทศ รวมถึงผู้สมัครจากอีกหลายประเทศในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และแคริบเบียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐให้เหตุผลว่า ผู้สมัครจากประเทศเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นบุคคลที่ต้องพึ่งพาสวัสดิการหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐ และต้องพึ่งพาทรัพยากรจากรัฐบาลระดับท้องถิ่น ระดับรัฐ และรัฐบาลกลางของสหรัฐ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตัดสินดังกล่าวในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วาร์กัส ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต มีคำตัดสินดังกล่าวจากคดีที่ยื่นโดยกลุ่มสิทธิผู้อพยพ ได้แก่ Catholic Legal Immigration Network และ African Communities Together ร่วมกับผู้สมัครวีซ่าผู้อพยพ รวมถึงพลเมืองสหรัฐที่เป็นผู้สนับสนุนหรือผู้ยื่นคำร้องให้สมาชิกครอบครัวจากประเทศที่อยู่ในรายชื่อได้รับวีซ่าผู้อพยพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัมป์เดินหน้าใช้มาตรการเข้มงวดในการปราบปรามการเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความมั่นคงภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิและเสรีภาพต่างๆ ระบุว่า มาตรการปราบปรามการเข้าเมืองของรัฐบาลทรัมป์ละเมิดสิทธิด้านเสรีภาพในการแสดงความออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย อีกทั้งยังสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ ซึ่งได้แสดงความกังวลว่าเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858653?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ</dc:alternative><dc:abstract>ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-23T05:46:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-23T05:46:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858637]]></link><pubDate>2026-08-23T09:49:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5858637</guid><description>ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า แคนาดาจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า แคนาดาจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าบางประเภทจากสหรัฐเพื่อตอบโต้การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 50% หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่ทรัมป์เคยประกาศว่าจะบรรลุผลในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาล่มอย่างไม่เป็นท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาร์นีย์กล่าวว่า การที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีศุลกากรรอบใหม่ต่อแคนาดาเป็นการคำนวณผิดพลาด และมีเป้าหมายที่จะทำร้ายและสร้างความแตกแยก หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล่มในช่วงดึกของวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาเรียกร้องมากเกินไป และเสนอให้น้อยเกินไป” คาร์นีย์กล่าวกับชาวแคนาดาเมื่อเช้าวันเสาร์ พร้อมระบุว่า ขณะนี้แคนาดาถูกโจมตี และกำลังอยู่ใน “สงครามการค้า” หลังถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีศุลกากรรอบใหม่ในอัตราที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีแคนาดายืนยันว่า แคนาดาจะตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีในอัตรา “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” หรือในมูลค่าเทียบเท่ากับภาษีที่สหรัฐเรียกเก็บ เพื่อปกป้องแรงงาน เกษตรกร ครอบครัว และภาคธุรกิจของแคนาดา โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ครอบคลุมสินค้า เช่น เหล็ก ผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยรัฐบาลแคนาดาจะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สหรัฐได้เสนอเงื่อนไขใหม่ที่ไม่สมเหตุสมผลในทางเศรษฐกิจ ไม่เป็นธรรม และบั่นทอนผลประโยชน์โดยรวมที่แคนาดาจะได้รับ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อตกลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้น” คาร์นีย์กล่าว และว่า ข้อเรียกร้องเหล่านี้รวมถึงการจำกัดความสามารถของแคนาดาในการทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับประเทศอื่นๆ พร้อมย้ำว่า “เราไม่สามารถยอมรับสิ่งที่พวกเขาเสนอมา และเราจะไม่มอบสิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาร์นีย์กล่าวด้วยว่า แคนาดาจะประกาศมาตรการช่วยเหลือในสัปดาห์หน้าสำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐ และมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวอาจดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การล่มสลายของการเจรจาการค้าครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งระหว่างสองประเทศที่เป็นพันธมิตรทางการค้าที่ใกล้ชิดกันอย่างมากยิ่งเลวร้ายลงไปอีก โดยไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีศุลกากรรอบใหม่ของทรัมป์ครอบคลุมสินค้าหลายภาคส่วน ได้แก่ ไวน์ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์นม ปูนซีเมนต์ เสื้อผ้า คันเบ็ด และอุปกรณ์ฮอกกี้ โดยคิดเป็นมูลค่าสินค้าส่งออกจากแคนาดาไปยังสหรัฐ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.54 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาษีดังกล่าวไม่ได้ยกเว้นสินค้าของแคนาดาที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่าง 3 ประเทศ ซึ่งในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาได้ช่วยให้สินค้าส่งออกส่วนใหญ่จากแคนาดาไปยังสหรัฐได้รับการคุ้มครองจากภาษีศุลกากร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสหรัฐและแคนาดาต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้การเจรจาอย่างเข้มข้นตลอด 3 วันต้องล่มลง ความล้มเหลวครั้งนี้ยังทำให้อนาคตของข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา (USMCA) ทวีความซับซ้อนมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาร์นีย์ถือเป็นหนึ่งในผู้นำประเทศเพียงไม่กี่คนในโลกที่เลือกตอบโต้ภาษีศุลกากรของสหรัฐ และได้ให้คำมั่นว่าจะสร้างพันธมิตรด้านการค้าและความมั่นคงทางทหารกับประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม แม้ว่าแคนาดาจะพึ่งพาสหรัฐในการส่งออกสินค้าถึงเกือบ 70% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า การล่มสลายของการเจรจาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่แคนาดาพลาดไปในการเป็นหุ้นส่วนกับสหรัฐ พร้อมระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะเปิดการเจรจากับแคนาดาอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรากำลังเดินหน้าด้วยมาตรการที่จะตอบโต้การที่แคนาดาขึ้นภาษีตอบโต้ พวกเขาได้รับข้อตกลงที่ดีที่สุดมาโดยตลอด และพวกเขายังคงสามารถได้รับข้อตกลงที่ดียิ่งกว่านั้นได้ แต่พวกเขาไม่ต้องการเช่นนั้น” เกรียร์กล่าวกับ Fox News&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านผู้นำพรรคการเมืองอื่นๆ ในแคนาดา รวมถึงพรรคอนุรักษ์นิยมฝ่ายค้าน ได้แสดงการสนับสนุนคาร์นีย์ เช่นเดียวกับผู้นำของหลายรัฐในแคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปิแอร์ ปัวลิเยฟร์ ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของแคนาดา ระบุในแถลงการณ์ว่า ชาวแคนาดาจะต้องยืนหยัดร่วมกันเพื่อปกป้องประเทศของเราจากการโจมตีที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่องานและธุรกิจของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858637?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด</dc:alternative><dc:abstract>ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-23T02:49:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-23T02:49:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/article/news_5856962]]></link><pubDate>2026-08-22T11:50:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856962</guid><description>SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ การแถลงนโยบายประจำปีของฟิลิปปินส์ได้กำหนดให้เป็นวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ในปีนี้กำหนดให้มี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;strong&gt;SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแถลงนโยบายประจำปีของฟิลิปปินส์ได้กำหนดให้เป็นวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ในปีนี้กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 การแถลงนโยบายประจำปีนี้มีมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1935 ในสมัยประธานาธิบดี Manuel L. Quezon ตามรัฐธรรมนูญ มาตราที่ 7 วรรคที่ 5 และในช่วงประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ตามมาตราที่ 7 วรรคที่ 23 จะเห็นว่างานแถลงนโยบายนี้เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องให้ประชาชนและรัฐสภาได้ทราบว่าที่สัญญาจะทำในปีก่อนหน้านี้มีอะไรบ้าง ประสบความสำเร็จหรือไม่ และในปัจจุบันจะสัญญาในปีต่อไปว่าจะทำอะไรบ้าง การแถลงนโยบายนี้จะมีการประชุมรัฐสภาก่อนในช่วงเช้าและช่วงบ่ายเป็นการแถลงนโยบาย ณ สภาผู้แทนราษฎร (Batasang Pambansa) มีตำรวจและเจ้าหน้าที่อารักขากว่า 21,000 คน เนื่องจากจะต้องจัดระเบียบผู้ที่มาฟังภายนอกสภาและผู้ประท้วงตามแบบประชาธิปไตยในฟิลิปปินส์ การแถลงนโยบายครั้งนี้ประมาณครึ่งชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในครั้งนี้ ประธานาธิบดีได้ออกคำสั่งให้สมาชิกทั้ง 2 สภา และแขกที่มาร่วมฟัง แต่งกายธรรมดาแต่ให้รักษาเกียรติยศของรัฐสภา จะเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาผู้ชายทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อบารอง ตากาล็อกสีขาวและสีครีมแขนยาว ส่วนผู้หญิงก็แต่งชุดยาวด้วยชุดบารอง ตากาล็อก ตามประเพณีของชาวฟิลิปปินส์ ไม่หวือหวาอย่างครั้งก่อนๆ ที่สมาชิกรัฐสภาจะแต่งกายตามวัฒนธรรมของแต่ละเมืองที่สังกัดอย่างหรูหรา มีสีสันอย่างสวยงาม ที่เรียกกันว่า SONA Red Carpet ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่ในครั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงที่ทั้งภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งฟิลิปปินส์ด้วยประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจจึงต้องประหยัด นี่เป็นครั้งแรกของนโยบายมาร์กอส จูเนียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์กอส จูเนียร์จะต้องแถลงนโยบายในปี 2025 ว่ามีความสำเร็จมากน้อยเพียงใด มีปัญหาที่ต้องแก้ในปี 2026 หรือไม่ และคำสัญญาในปี 2026 ว่าจะทำอะไรในปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการดำเนินงานของมาร์กอส จูเนียร์ ในปี 2025&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ใน 2025-กลางปี 2026 เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ต้องเผชิญถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับวิกฤตน้ำมัน เมื่อเทียบกับปี 2024 เช่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-อัตราเงินเฟ้อลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024 ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีเสถียรภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-รัฐบาลยังคงดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากหลายประเทศ โดยออกกฎหมายเปิดเสรีการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยร่วมมือกับภาคเอกชน (PPP-Public and Private Partnership)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ได้ดำเนินการตามโครงการ Build Better More ได้แก่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-ทางด่วนและทางหลวงสายหลัก&lt;/strong&gt; โดยมีทางด่วน 3 สาย สายแรกได้แก่ Central Luzon Link Expressway (CLLEX) ซึ่งสำเร็จแล้วในเดือนมีนาคม 2026 จากจังหวัด Tarlac-Nueva Ecija ทางด่วนนี้ลดเวลาการเดินทาง ทำให้การขนส่งสินค้าทางการเกษตรเร็วขึ้น ที่สำคัญคือเชื่อมโยงกับ Luzon ตอนกลาง สายที่ 2 ได้แก่ Cavite-Laguna Expressway (CALAX) สร้างปี 2025 เชื่อมโยงกับจังหวัด Cavite Laguna และ Expressway South Luzon (SLEX) ทางด่วนนี้ทำให้ลดการจราจรติดขัดบนทางหลวง Aguinaldo และทำให้การเดินทางระหว่าง Cavite กับ Laguna เร็วขึ้น ส่วนสายที่ 3 คือ NLEX-SLEX Connector Road เชื่อมต่อระหว่างเกาะลูซอนตอนเหนือกับตอนใต้ เป็นการ Bypass ถนนสายหลัง EDSA ซึ่งจราจรติดขัดมาก ทางด่วนนี้ข้ามโดยตรงไปที่นครมะนิลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-โครงการสร้างท่าอากาศยาน&lt;/strong&gt; 5 แห่ง ได้แก่ การปรับปรุงท่าอากาศยาน Ninoy Aquino ให้ทันสมัยขึ้นโดยร่วมมือกับภาคเอกชน จุดประสงค์เพื่อเพิ่มผู้โดยสาร 62 ล้านคนต่อปี ท่าอากาศยานนี้มี 40-48 สายการบินต่อชั่วโมง รวมทั้งเพิ่มการบริการต่างๆ ในสนามบินด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-สร้าง General Santos International Airport&lt;/strong&gt; เพื่อเพิ่มผู้โดยสารจากภายในและต่างประเทศ และรับนักลงทุนไปลงทุนในเมืองนี้ได้มาก เพราะที่นี่เป็นแหล่งการส่งปลาทูน่าออกนอกประเทศกว่า 96 ประเทศทั่วโลก เมืองได้ชื่อว่าเป็น TUNA CITY&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-Bicol International Airport&lt;/strong&gt; เป็นโครงการที่ขยายเพิ่มผู้โดยสารเพื่อการท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-Laguindingan Airport Expansion&lt;/strong&gt; สร้างในปี 2025 เป็นสนามบินที่ขยายการรับผู้โดยสารไปสู่มินดาเนาตอนเหนือที่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-Francisco Bangoy (Davao) International Airport&lt;/strong&gt; สร้างในปี 2025 เพื่อเพิ่มผู้โดยสารไปยังเมือง Davao ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากสร้างทางด่วนและท่าอากาศยานแล้ว ยังได้ปรับปรุงระบบรถไฟ โดยได้มีรถไฟฟ้า Light Rail (รางเบา) ที่มีขนาดกลาง ซึ่งเริ่มในปี 1972 สร้างโดยบริษัทจากประเทศเบลเยียม ฟิลิปปินส์ ถือได้ว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่สร้างรถไฟฟ้ารางเบา เพื่อลดการจราจรติดขัด ทำให้การเดินทางเร็วขึ้นเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำงานในเมืองต่างๆ และเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจด้วย เพราะไม่ต้องเสียเวลาจากการจราจรติดขัด ที่สำคัญจากปี 1984 เป็นต้นมา รัฐบาลได้พัฒนามามาก เพื่ออำนวยความสะดวกต่อโรงเรียน โรงพยาบาล ผู้ประกอบการ และได้มีโครงการสร้างต่อในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลนี้ยังได้สร้างท่าเรือในการติดต่อระหว่างเมืองหรือจังหวัดต่างๆ และโครงการป้องกันน้ำท่วม โครงการนี้ Marcos Jr. ได้พบการคอร์รัปชั่น ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวน เพราะมีโครงการหลายจังหวัดหลายพื้นที่ด้วยกัน และจะเปิดเผยให้ประชาชนทราบเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ผลงานที่รัฐบาลกล่าวถึง ได้แก่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขยายระบบชลประทานเพื่อช่วยเหลือการเกษตรเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรจากการพัฒนานี้ รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณให้กระทรวงเกษตร 300 พันล้านเปโซ ในปี 2026 ชาวนาใช้น้ำในเขื่อนสำหรับการปลูกข้าวและข้าวโพดแทนน้ำฝน อีกทั้งยังใช้ Digital Agriculture ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในการเก็บ และส่งข้อมูลเป็น Big data ซึ่งอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร โครงการเหล่านี้ช่วยลดหนี้เกษตรกร เพราะมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น สามารถขายได้มากและปลดหนี้ได้เร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ ยังช่วยชาวนาจาก Farm to Market Road ด้วยเส้นทางในระยะที่เร็วและสั้นกว่าเดิม ที่สำคัญรัฐบาลนี้ได้ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร และพยายามรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและเพิ่มผลผลิตภายในประเทศให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;4.การศึกษา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลมาร์กอสได้เน้นเรื่องการศึกษามาก ได้เพิ่มตำแหน่งครู 20,000 ตำแหน่ง ตามที่สัญญาไว้ในปี 2024 และเพิ่มเงินเดือนให้ครูตาม Executive no.64 ได้ผ่านสภาและดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 กรณีนี้ดำเนินการภายในปี 2022-2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เพิ่มอุปกรณ์การเรียนการสอน จากวงเงิน 5,000 ถึง 10,000 เปโซต่อโรงเรียน อุปกรณ์เหล่านี้ ได้แก่ ชอล์ก กระดาษ หมึกพิมพ์ ปากกา notebook และอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับแต่ละโรงเรียน สิ่งที่สำคัญคือลดภาระการสอนของครู เพราะรัฐบาลได้จัดหาครูเพิ่มขึ้น ทำให้วิถีชีวิตดีขึ้น นอกจากนั้นยังได้พัฒนาระบบการเรียนรู้ดิจิทัลทั่วประเทศ ทำให้คุณลดภาระงานด้านเอกสารลงไปมาก ส่วนการลงทุนการก่อสร้างห้องเรียนเพิ่มและทรัพยากรทางการศึกษาจะทำต่อมาเรื่อยๆ จาก 2025-2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;5.การสาธารณสุข&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลได้ขยายสถานพยาบาลของรัฐไปในจังหวัดต่างๆ และเมืองต่างๆ เพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามแนวคิด Build Better More เช่น เพิ่มพื้นที่ที่ Taguig City General Hospital ที่ Philippine General Hospital (UP-PGH) ได้จัดหาเตียงจากเดิม 1,334 เป็น 2,200 เตียง ที่ Regional 1 Medical Center เพิ่มเตียงจาก 600 เป็น 1,500 เตียง ที่ Southern Tagalog Regional Hospital เพิ่มเตียงจาก 100 เป็น 300 เตียง และยังมีอีกหลายเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่งเสริมระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าในหน่วยงาน SSS (Social Security System) และ GSIS (Government Service Insurance System) ภายใต้ PhilHealth โดยหน่วยงาน GSIS จะเพิ่มเงินบำนาญแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการที่เป็นสมาชิกจาก 17,809 เป็น 18,874.58 เปโซ ส่วน SSS ก็ได้เพิ่มให้ผู้ว่าจ้างงานเป็น 10% และ 5% จากพนักงานของบริษัทเอกชน ทั้งสองหน่วยงานนี้ก็ได้ช่วยรัฐบาลในการให้กู้ยืมเงิน และผ่อนการชำระเงินที่กู้ด้วย โครงการนี้จะดำเนินจนถึง 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;6.รัฐบาลดิจิทัล&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-การพัฒนาบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-การขยายบริการภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้มีความเร็วในการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน ได้แก่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-eGovPH Super App เพื่อติดต่อกับรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-eGovDX (Digital Exchange Platform)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ID (PhilSys) เป็น Digital ID&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-eLGU System สำหรับหน่วยงานท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ejobs สำหรับการหางาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ePayments สำหรับการใช้จ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-eHealth สำหรับสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นการติดต่อระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ส่วนแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้แก่ Cloud, AI และ Big data ที่รัฐบาลกับเอกชนต้องดำเนินการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;7.นโยบายต่างประเทศและความมั่นคง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์จะปกป้องอธิปไตยของประเทศใน West Philippines Sea ตามที่ UNCLOS ได้ตัดสินในปี 2016 และจะยึดถือตามแนวการเดินเรือเสรีระหว่างประเทศ รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย กลุ่มประเทศในยุโรป เพื่อช่วยปกป้องอธิปไตยของฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำมั่นสัญญาจากสิงหาคม 2026-กรกฎาคม 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ยังทำไม่เสร็จในปี 2025 ก็จะดำเนินการต่อในปี 2026-2027 เช่น โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ คือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.เปิดใช้บางช่วงในโครงการทางด่วน SLEX Toll Road 4 Extension ไปยังจังหวัดเกซอน (South Luzon Expressway Toll 4)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.เดินหน้าฟื้นฟูเส้นทางรถไฟ PNR Bicol Line (Philippine Bicol Line)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.การก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างจังหวัด Bataan-Cavite Interlink Bridge&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4.โครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในมินดาเนา โดยเฉพาะที่เกิดแผ่นดินไหวที่ General Santos (GenSan) ซึ่งเป็นเมืองที่ขยายตัวและมีประชากรมาก อยู่ในภูมิภาค 11 ในมินดาเนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.รัฐบาลยังคงปรับปรุงโรงเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;6.ความโปร่งใสของโครงสร้างพื้นฐานจะดำเนินการเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นในโครงการน้ำท่วมซึ่งมีมานานแล้ว และเมื่อพบในรัฐบาลนี้จะเปิดเผยต่อประชาชนเมื่อได้สอบสวนเสร็จ ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทุกโครงการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;7.ด้านบริการสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการภาครัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-เพิ่มบุคลากรในการให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ขยายการเข้าถึงบริการของประชาชนด้านสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-เสริมสร้างมาตรการลดความยากจนด้วยการสร้างงานในภาคการเกษตร ให้การศึกษา ดูแลเรื่องสุขภาพ สร้างบ้าน และโครงสร้างพื้นฐานให้เข้าถึงภาคการเกษตร รวมทั้งจ้างผู้มีรายได้น้อยให้เข้าทำงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คำมั่นสัญญานี้ต้องประเมินในปี 2027 ต่อไปว่าสำเร็จหรือไม่อย่างไร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/article/news_5856962?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์</dc:alternative><dc:abstract>SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-22T05:00:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-22T05:00:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-sonaMorcosJRฟิลิปปินส์ขึ้นเว็บ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-sonaMorcosJRฟิลิปปินส์ขึ้นเว็บ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-sonaMorcosJRฟิลิปปินส์ขึ้นเว็บ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-sonaMorcosJRฟิลิปปินส์ขึ้นเว็บ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ หนิวไหล สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5857713]]></link><pubDate>2026-08-22T09:30:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5857713</guid><description>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ ‘หนิวไหล’ สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI ในปัจจุบัน อิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทวีความสำคัญอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เมื่อ AI กำล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ ‘หนิวไหล’ สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปัจจุบัน อิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทวีความสำคัญอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เมื่อ AI กำลังปฏิวัติห่วงโซ่การผลิตจากต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดและเขียนบทภาพยนตร์ การสร้างภาพ การถ่ายทำ การตัดต่อ ไปจนถึงการทำการตลาดและการจัดจำหน่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในห้วงที่พลังของปัญญาประดิษฐ์สามารถรังสรรค์ความ ‘สมบูรณ์แบบ’ ให้เกิดขึ้นได้ภายในเสี้ยววินาที ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจีนเรื่อง &lt;strong&gt;หนิวไหล (牛来)&lt;/strong&gt; ซึ่งมีภาพหยาบกระด้างและไม่สมบูรณ์แบบเมื่อเทียบกับมาตรฐานการผลิตแอนิเมชั่นของวงการภาพยนตร์ปัจจุบัน กลับสร้างความมหัศจรรย์ กวาดรายได้และประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง พร้อมกับสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ในยุคที่โซเชียลมีเดียและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนิวไหลเป็นผลงานการสร้างของคู่แม่ลูก ซุน ลี่ฟาง และซิน อวี่เมิ่ง ใช้เวลาการผลิตนานถึง 5 ปี โดยมีรายงานว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างเพียง 1,350 หยวน (ประมาณ 6,500 บาท) และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์จีนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ปราศจากการประชาสัมพันธ์ตัวอย่างหรือโปรโมตภาพยนตร์ใดๆ อีกทั้ง โปสเตอร์หน้าโรงหนังยังถูกวาดด้วยมือของพนักงานโรงภาพยนตร์เอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากเมาเหยี่ยน แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรภาพยนตร์ในจีน ระบุว่า ในช่วง 9 วันแรกหลังจากที่หนิวไหลเข้าฉาย จากประชากรจีนราว 1.4 พันล้านคน มีผู้ชมแอนิเมชั่นเรื่องนี้เพียง 236 คนเท่านั้น สามารถทำรายได้ไปเพียงประมาณ 7,000 หยวน (ประมาณ 34,000 บาท) ก่อนที่จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 33.06 ล้านหยวน (ประมาณ 160.5 ล้านบาท) ณ วันที่ 20 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อี้เจี้ยนไฟแนนซ์รายงานว่า ความนิยมของหนิวไหลส่งผลให้โรงภาพยนตร์หลายแห่งทั่วประเทศจีนต้องเพิ่มรอบฉายจากที่เคยน้อยกว่า 5 รอบต่อวัน เป็นมากกว่า 300 รอบ ท่ามกลางการแข่งขันกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง The Odyssey และ Spider-Man: Brand New Day&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความนิยมของหนิวไหลแสดงให้เห็นพฤติกรรมของมนุษย์บนโลกโซเชียล ซึ่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในโลกยุคดิจิทัล จากจุดเริ่มต้นที่มีผู้โพสต์คลิปภาพยนตร์พร้อมวิพากษ์วิจารณ์คุณภาพของภาพ เสียงพากย์ที่ไม่สอดคล้องกับการขยับปาก รวมถึงปัญหาด้านการตัดต่อ กลายเป็นชนวนให้เกิดกระแสไวรัล ตลอดจนความสงสัยและความต้องการพิสูจน์ว่า หนิวไหลแย่ขนาดนั้นจริงหรือไม่ ก่อนที่ผู้ใช้งานโซเชียลรายอื่นจะเข้ามามีส่วนร่วมผ่านการทำมีมล้อเล่นและสร้างคอนเทนต์ต่อยอด จนกระแสขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด Social Proof ทางจิตวิทยา ซึ่งอธิบายว่ามนุษย์มีแนวโน้มที่จะมองว่าพฤติกรรมหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเหมาะสมและน่าสนใจมากขึ้น เมื่อเห็นว่าคนจำนวนมากกำลังให้ความสนใจหรือแสดงพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน ยิ่งมีคนทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ หนิวไหลก็ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความรู้สึก FOMO (Fear of Missing Out) เป็นอีกแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกระแสของหนิวไหล ผู้ที่ดูภาพยนตร์สามารถเข้าร่วมบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์และมีมที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ดูอาจรู้สึกว่า ตนเองกำลังพลาดบางสิ่งบางอย่าง ไม่สามารถมีส่วนร่วมกับคนรอบข้างและถูกปฏิเสธจากสังคม บ่งชี้ว่า นิวไหลไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมเพื่อความบังเทิง แต่เป็นสิ่งที่ถูกใช้เพื่อแลกเปลี่ยนทางสังคม พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอาจไม่ได้ต้องการภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ไปมากกว่าภาพยนตร์ที่สามารถใช้เพื่อสร้างบทสนทนาและปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นบนโลกออนไลน์ ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปัจจุบัน AI ถูกนำมาใช้ในการผลิตสื่อ Visual อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นละครแนวตั้ง การรายงานข่าวหรือคอนเทนต์อื่นๆ จนสื่อที่สร้างด้วย AI กลายเป็นเรื่องปกติและคุ้นเคยสำหรับผู้บริโภคไปแล้ว อย่างไรก็ดี มนุษย์มีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจกับสิ่งที่ ขาดแคลนหรือพบเห็นได้ยาก และมักรับรู้ว่าสิ่งนั้นมีคุณค่ามากขึ้น หรือที่เรียกว่า Scarcity Effect&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักษณะทางจิตวิทยา Novelty Seeking ที่อธิบายว่า มนุษย์ถูกกระตุ้นให้มีพฤติกรรมจากความต้องการสัมผัสความแปลกใหม่ หรือผิดจากความคุ้นเคย ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดเจนจากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ ทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นว่า ในยุคที่ผู้คนคุ้นชินกับผลผลิตที่ไร้ตำหนิจากการใช้ AI ความไม่สมบูรณ์แบบได้ถูกจัดให้เป็นจุดเด่นและทำให้เห็นความเป็นมนุษย์มากขึ้น ซึ่งหาได้ยากท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์ภาคภาษาจีนรายงานว่า ซูเผิง บล็อกเกอร์จากมณฑลเสฉวน กล่าวว่า การขาดการปรับแต่งด้วยระบบดิจิทัลกลับทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความจริงใจที่ดูไม่ปรุงแต่ง ซึ่งนับวันยิ่งหาได้ยากในภาพยนตร์ปัจจุบัน ไม่ว่าการผลิตด้วย AI จะก้าวหน้าเพียงใด ผลงานก็ยังดูไม่จริง ขณะที่หนิวไหล แม้จะดูหยาบเพียงไหน ก็สร้างขึ้นโดยมนุษย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระแสที่เกิดขึ้นยังนำไปสู่ความสนใจในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ การรายงานเบื้องหลังการผลิตได้ก่อให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความต้องการที่จะสนับสนุน เอทีวีนิวส์รายงานว่า ด้วยงบประมาณที่จำกัด ซิน อวี่เมิ่ง ต้องรับหน้าที่ผู้กำกับ ควบคู่กับผู้สร้างโมโดล คนจัดแสง นักตัดต่อและนักพากย์เสียง นอกจากนั้น เขาต้องซื้อคอมพิวเตอร์ธรรมดาจากตลาดมือสองมาใช้ในการสร้างผลงาน เมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ที่เคยซื้อมายังเคยไหม้เพราะทำงานหนักเกินไปด้วย &lt;strong&gt;ทั้งนี้ หนิวไหลถูกผลิตด้วยมือทั้งหมด เฟรมต่อเฟรม โดยไม่พึ่ง AI แม้แต่น้อย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ซุน ลี่ฟาง ผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจที่เกษียณแล้วและไม่มีประสบการณ์ในการผลิตภาพยนตร์ เธอเรียนรู้การเขียนบทภาพยนตร์ตั้งแต่เริ่ม พากย์เสียงตัวละครหญิงทั้งหมด รวมถึงเรียนรู้ดนตรีด้วยตนเองจนสามารถแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยเธอได้เขียนและร้องเพลงประกอบชื่อที่ว่า สายลมเย็นหลังฝนตกมีกลิ่นหอม (雨后清风有香) ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซิน อวี่เมิ่ง จบการศึกษาด้านการออกแบบภูมิทัศน์และเคยประกอบอาชีพด้านการตกแต่งอาคาร แต่หลังจากชมภาพยนตร์แอนิเมชั่นจำนวนมาก เขาเปลี่ยนสายงานในปี 2021 และเปลี่ยนชื่อบริษัท Dalian Jingyuan Decoration Engineering Co., Ltd. เป็น Dalian Jingyuan Culture Film and Television Media Co., Ltd. และจดทะเบียนกับสำนักงานภาพยนตร์ในปลายปีเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานประจำปีของบริษัทระบุว่า มีพนักงานที่ได้รับความคุ้มครองจากประกันสังคมเพียงคนเดียว และมีทุนจดทะเบียนเพียง 100,000 หยวน ทั้งนี้ ความเป็นไวรัลของหนิวไหลทำให้วิสาหกิจขนาดเล็กสามารถเป็นกำลังสำคัญในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งต่อยอดมาจากกระแสความนิยม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีน่าไฟแนนซ์รายงานว่า หุ้น A-share จำนวน 4 บริษัทที่มีคำว่า ‘หนิว’ อยู่ในชื่อ รวมถึง Jinniu Chemical, Tongniu Information และ Luoniushan กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนและปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ขณะที่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Taobao ก็มีการจำหน่ายสินค้ามากมายโดยใช้คาแรคเตอร์ของหนิวไหล รวมถึงตุ๊กตา พวงกุญแจและเสื้อผ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปรากฎการณ์หนิวไหลเผยให้เห็นถึงพฤติกรรมมนุษย์ในยุคดิจิทัล ในวันที่โซเชียลมีเดียและ AI เข้ามามีอิทธิพลสำคัญ สิ่งที่ไม่สวยงามกลับกลายเป็นสิ่งที่งดงามที่สุด ผู้บริโภคในยุคนี้อาจไม่ได้มองหาความไร้ที่ติ แต่เป็นความจริงที่ว่า มีมนุษย์จริงๆ พยายามผลิตบางอย่างออกมาด้วยหัวใจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5857713?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ หนิวไหล สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ หนิวไหล สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI</dc:alternative><dc:abstract>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ หนิวไหล สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-22T07:22:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-22T07:22:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-8.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-8-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563653_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563653_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1002</mi:x1><mi:y1>1634</mi:y1><mi:x2>1002</mi:x2><mi:y2>1634</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563652_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563652_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>968</mi:x1><mi:y1>1290</mi:y1><mi:x2>968</mi:x2><mi:y2>1290</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563654_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563654_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1200</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563656_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563656_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1200</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563655_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563655_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1200</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-8.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-8-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5857243]]></link><pubDate>2026-08-21T17:18:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5857243</guid><description>เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มีกระแสข่าวจากหลายแหล่งระบุว่า เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาของเจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์อังกฤ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มีกระแสข่าวจากหลายแหล่งระบุว่า เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาของเจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์อังกฤษ อาจหวนกลับสู่วงการแสดงอีกครั้ง หลังจากย้ายกลับมาพำนักในอังกฤษพร้อมกับพระสวามี พระโอรสและพระธิดา โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดกับดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ไม่ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าเมแกนได้รับข้อเสนอให้รับบทบาทการแสดงในประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;news.com.au สำนักข่าวออนไลน์ของออสเตรเลีย เป็นสื่อเจ้าแรกที่รายงานอ้างว่าหนึ่งในเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินพระทัยของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนในการพาครอบครัวย้ายกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษ ก็คือ เมแกน ได้รับการเสนองานโปรเจ็กต์หนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บีบีซีระบุว่ายังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทหรือโปรเจ็กต์ใดๆ ของเมแกน ขณะที่คาดว่าครอบครัวซัสเซกซ์จะเดินทางกลับถึงอังกฤษก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนได้เป็นสะใภ้หลวง เมแกน เป็นนักแสดงสาวชาวอเมริกัน ที่มีผลงานดังจากการสวมบทบาท “ราเชล เซน” ทนายความสาวในซีรีส์ฮอตเรื่อง Suits รวม 7 ซีซั่น โดยตอนสุดท้ายที่เธอปรากฎตัวในซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศในปี 2018&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมแกน ได้หยุดพักการแสดงไปหลังจากเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี ในช่วงเวลานั้นเธอให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่าเธอไม่ได้คิดว่าการเลิกการแสดงไปเป็นการละทิ้งสิ่งใดไป แต่เหมือนเป็น “บทใหม่” ของชีวิตมากกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ เมแกนได้กลับมาแสดงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ด้วยการรับบทรับเชิญเป็นตัวของเธอเองในภาพยนตร์แนวคอเมดีเรื่อง Close Personal Friends ซึ่งนำแสดงโดยลิลลี คอลลินส์ และบรี ลาร์สัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า การกลับมาสู่วงการแสดงอีกครั้งอาจสร้างรายได้อย่างงดงามให้กับเมแกน และเป็นที่เข้าใจว่าในระหว่างที่พำนักอยู่ในอังกฤษ เมแกนยังหวังว่าอาจจะได้ขยายฐานธุรกิจไลฟ์สไตล์และการทำอาหารของเธอที่ตั้งขึ้นในสหรัฐภายใต้ชื่อแบรนด์ &amp;#8220;As Ever&amp;#8221; ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กระแสข่าวนี้ปรากฎขึ้นหลังจากมีรายงานข่าวว่าเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนวางแผนจะย้ายครอบครัวจากสหรัฐกลับมายังอังกฤษ โดยจะพำนักในที่พักส่วนตัวที่ไม่ใช่ของราชวงศ์นอกกรุงลอนดอน โดยเจ้าชายอาร์ชี พระชันษา 7 ปี และเจ้าหญิงลิลิเบต พระชันษา 5 ปี พระโอรสและพระธิดา จะเข้าโรงเรียนที่นี่ในเดือนกันยายนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การย้ายกลับมาพำนักในอังกฤษครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากเจ้าชายแฮร์รีพร้อมครอบครัวได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดาของพระองค์ ณ พระราชวังไฮโกรฟ ในกลอสเตอร์เชอร์ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นหลังจากเกิดรอยร้าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5857243?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ</dc:alternative><dc:abstract>เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T10:25:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T10:25:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856942]]></link><pubDate>2026-08-21T15:39:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856942</guid><description>ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ญี่ปุ่นได้ทำการประหารชีวิตนายซูนาโอะ ทาคามิ อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาในคดีจุดไฟเผาร้านปาจิงโกะ เมื่อปี 2009  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ญี่ปุ่นได้ทำการประหารชีวิตนายซูนาโอะ ทาคามิ อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาในคดีจุดไฟเผาร้านปาจิงโกะ เมื่อปี 2009 ซึ่งสังหารผู้บริสุทธิ์ไป 5 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับเป็นการประหารชีวิตนักโทษครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีของญี่ปุ่นที่ยังคงบังคับใช้โทษประหารอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายทาคามิได้ก่อเหตุราดน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผาร้านปาจิงโกะ ร้านเกมตู้ยอดนิยมของคนญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านของเขาในปี 2009 เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ลูกค้าในร้านเกมดังกล่าว 4 ราย และลูกจ้าง 1 รายเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้คณะลูกขุน 6 คน และคณะผู้พิพากษา 3 คน ได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งของฝ่ายจำเลยที่ระบุว่านายทาคามิมีอาการป่วยทางจิตขณะก่อเหตุ และได้ตัดสินลงโทษประหารชีวิตเขาด้วยการแขวนคอในไต่สวนคดีเมื่อปี ค.ศ.2011&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุดในวันเช้าศุกร์นี้ นายฮิโรชิ ฮิรากูจิ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ประหารชีวิตนักโทษรายดังกล่าวแล้วหลังจากได้พิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประหารชีวิตนักโทษครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกภายใต้รัฐบาลนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ขณะที่ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เป็นเพียง 2 ชาติในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือจี7 ที่ยังคงมีโทษประหารชีวิต ซึ่งโดยปกติแล้ว นักโทษประหารในญี่ปุ่นจะได้รับแจ้งเรื่องการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้การประหารชีวิตในญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยได้ประหารชีวิตนายทาคาฮิโระ ชิราอิชิ ซึ่งมีฉายา &amp;#8220;ฆาตกรทวิตเตอร์&amp;#8221; ผู้ก่อคดีฆ่าหั่นศพเหยื่อ 9 ราย เมื่อปี 2017 ซึ่งเหตุฆาตกรรมของฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ถูกเปิดเผยขึ้นในเดือนตุลาคม 2017 หลังตำรวจพบชิ้นส่วนศพในเมืองซามะ ใกล้กับกรุงโตเกียวในระหว่างการค้นหาตัวเหยื่อรายหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจที่มีการจัดทำหลายครั้งก่อนหน้านี้ชี้ว่าบทลงโทษประหารชีวิตในประเทศญี่ปุ่นยังคงได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่วิพากษ์รัฐบาลว่าได้ปล่อยให้นักโทษประหารต้องถูกขังเดี่ยวเป็นเวลานาน และยังขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการประหารชีวิตผู้ต้องโทษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856942?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T12:13:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T12:13:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856743]]></link><pubDate>2026-08-21T14:16:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856743</guid><description>ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโตหารือผู้ช่วยทูตฝ่ายการพาณิชย์สหรัฐฯ ประจำโมซัมบิกส่งเสริมการนำคณะจากโมซัมบิกเข้าร่วมงาน Gas [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโตหารือผู้ช่วยทูตฝ่ายการพาณิชย์สหรัฐฯ ประจำโมซัมบิกส่งเสริมการนำคณะจากโมซัมบิกเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ที่ประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต ได้พบหารือกับนาย Hector M. Maldonado ที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ และนาย Daniel de Courlon Donato ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการค้า สังกัด International Trade Administration, U.S. Department of Commerce ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในโมซัมบิก เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมให้คณะผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านพลังงานของโมซัมบิกเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ที่ กรุงเทพฯ โดยมีกระทรวงพลังงานของไทยเป็นเจ้าภาพ (Host Country)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งาน Gastech 2026 เป็นเวทีสำคัญระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รวมถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยการจัดงานในประเทศไทยนับเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงหน่วยงานและบริษัทด้านพลังงานของโมซัมบิกกับภาคธุรกิจไทย สหรัฐฯ และบริษัทพลังงานชั้นนำจากทั่วโลก ทั้งนี้ สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในสาขาพลังงาน และส่งผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจเข้าร่วมงาน Gastech เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างเครือข่าย ติดตามพัฒนาการด้านเทคโนโลยี และส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการของอุตสาหกรรม LNG ในโมซัมบิกที่ทวีความสำคัญในฐานะแหล่งพลังงานสำคัญลำดับต้นๆ ของโลก รวมถึงการร่วมลงทุนของบริษัทพลังงานรายใหญ่ อาทิ โครงการร่วมลงทุนที่นำโดย ExxonMobil ของสหรัฐฯ และโครงการร่วมลงทุนที่นำโดย TotalEnergies ของฝรั่งเศส (มี ปตท.สผ. ถือหุ้น 8.5%) และเห็นพ้องว่าการขยายตัวของโครงการดังกล่าวจะสร้างโอกาสใหม่ในธุรกิจต่อเนื่อง เทคโนโลยี การผลิตไฟฟ้า และบริการสนับสนุนด้านพลังงาน รวมถึงการจ้างงานท้องถิ่นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ใช้โอกาสการจัดงาน Gastech 2026 ในไทยเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญของโมซัมบิก อาทิ Empresa Nacional de Hidrocarbonetos (ENH) และ Instituto Nacional de Petróleo (INP) ตลอดจนจากภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี และสำรวจโอกาสความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856743?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย</dc:alternative><dc:abstract>ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T07:16:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T07:16:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856468]]></link><pubDate>2026-08-21T12:48:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856468</guid><description>ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของออสเตรเลีย(ATSB) เปิดเผยว่าทางหน่วยงานได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์ที่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของออสเตรเลีย(ATSB) เปิดเผยว่าทางหน่วยงานได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการจราจรทางอากาศที่สนามบินซิดนีย์เป็นครั้งที่ 4 ในรอบไม่ถึงหนึ่งเดือน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หลังจากมีการสั่งการจนทำให้เครื่องบินโดยสาร 2 ลำ เคลื่อนที่มุ่งหน้าไปยังจุดตัดเดียวกันบนลานจอดเครื่องบิน ซึ่งมีความเสี่ยงจะทำให้เครื่องบินสองลำดังกล่าวเกิดการชนกันขึ้นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของ ATSB ระบุว่า เหตุการณ์ล่าสุดเกิดกับเครื่องบินแอร์บัส A321 ของสายการบินแควนตัส ซึ่งกำลังเตรียมจะออกเดินทางจากสนามบินซิดนีย์มุ่งหน้าไปยังเมืองโกลด์โคสต์ ต้องทำการเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงเครื่องบินอีกลำของสายการบินแควนตัสซึ่งเป็นรุ่นโบอิ้ง 737 ที่เพิ่งเดินทางมาจากเมืองเมลเบิร์นเมื่อวันอังคาร(18 ส.ค.) อย่างไรก็ดี เครื่องบินโบอิ้งได้รับอนุญาตให้เคลื่อนตัวต่อไปตามทางขับ (taxiway) ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่เครื่องบินแอร์บัสได้รับอนุญาตให้เลี้ยวเข้าไปในเส้นทางเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ATSB ระบุว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการชนกันในทันที แต่ทางหน่วยงานก็ได้เริ่มสอบสวนเพื่อหาสาเหตุว่ามีปัจจัยร่วมที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อื่นอีก 3 ครั้งที่เกิดขึ้นในลักษณะคล้ายกันนี้ที่สนามบินซิดนีย์ในช่วงเดือนที่ผ่านมาหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานในการสอบสวนจะครอบคลุมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หอควบคุมการจราจรทางอากาศและลูกเรือที่เกี่ยวข้อง การดึงข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลที่บันทึกไว้ ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;#8221; ATSB ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าจะมีการรายงานผลการสอบสวนเรื่องนี้ในเบื้องต้นได้ภายใน 6-8 สัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสอบสวนล่าสุดมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุเครื่องบินของสายการบินแควนตัส 2 ลำ หลีกเลี่ยงการชนกันได้อย่างหวุดหวิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากเครื่องบินแควนตัสลิงค์ รุ่น Dash 8 ซึ่งเพิ่งลงจอดเสร็จสิ้น กับเครื่องบินแควนตัส 737 ซึ่งนักบินรายงานว่าได้รับอนุญาตให้ข้ามทางวิ่งเดียวกันนั้น ได้เคลื่อนตัวเข้ามาในเส้นทางเดียวกัน โดยเครื่องบินรุ่น 737 สามารถหยุดเครื่องบินได้ทัน แต่ก็หลังจากได้เคลื่อนผ่านจุดหยุดรอเพื่อความปลอดภัยไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เกิดเหตุเครื่องบิน A320 ของสายการบินเจ็ทสตาร์ ต้องเบรกกะทันหันบนลานจอด เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ส ส่งผลให้มีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกันยังมีเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย ซึ่งได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินแล้ว ได้สังเกตเห็นเครื่องบินของสายการบินแควนตัสลำหนึ่งกำลังแล่นตัดผ่านรันเวย์อยู่ด้านหน้า จึงหยุดเครื่องบินในระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร จากเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้แล่นตัดผ่านรันเวย์เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856468?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน</dc:alternative><dc:abstract>ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T05:48:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T05:48:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856413]]></link><pubDate>2026-08-21T12:45:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856413</guid><description>ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก รัฐบาลไต้หวันเสนอเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมสำหรับปี 2570 ขึ้นอีก 18% ซึ่งรวมถึงงบประมาณสำหรับโดรนและขีปนาวุธ ส่งผลให้งบกลาโหมจะทะลุระดับ 1 ล้านล้าน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันเสนอเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมสำหรับปี 2570 ขึ้นอีก 18% ซึ่งรวมถึงงบประมาณสำหรับโดรนและขีปนาวุธ ส่งผลให้งบกลาโหมจะทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันเป็นครั้งแรก ขณะที่ไทเปเดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพทางทหารเพื่อป้องกันตนเองจากจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 ว่า งบประมาณด้านกลาโหมในปีหน้าจะอยู่ที่ 1.1225 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 1.153 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซียะ จื้อเซียน หัวหน้าสำนักบัญชาการและควบคุมงบประมาณของกระทรวงกลาโหมไต้หวัน กล่าวว่า แผนการใช้จ่ายของกระทรวงกลาโหมรวมถึงงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับโดรนและขีปนาวุธ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลไม่สามารถผลักดันให้รัฐสภาอนุมัติงบประมาณดังกล่าวได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับปรุงและยกระดับกองทัพให้ทันสมัยถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ขณะที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ กำลังเผชิญความท้าทายจากรัฐสภาที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก โดยรัฐสภาเพิ่งอนุมัติงบประมาณประจำปีของปีนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากกระบวนการพิจารณางบประมาณล่าช้ามานานหลายเดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรคฝ่ายค้านหลัก 2 พรรคระบุว่า พวกเขาจะไม่อนุมัติงบประมาณให้รัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขหรือโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียด หรือเขียนเช็คเปล่าให้รัฐบาล แม้ว่าทั้งสองพรรคจะย้ำหลายครั้งว่าสนับสนุนการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายละเอียดการเพิ่มงบประมาณดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่จีน ซึ่งมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ได้เพิ่มแรงกดดันทางทหารและการเมืองต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อยืนยันการอ้างสิทธิ์ของตน ซึ่งไต้หวันปฏิเสธอย่างหนักแน่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไต้หวันยังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐให้เพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศของตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่สหรัฐกดดันประเทศต่างๆ ในยุโรปให้เพิ่มงบกลาโหม โดยประธานาธิบดีไล่ตอบรับอย่างกระตือรือร้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856413?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก</dc:alternative><dc:abstract>ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T05:45:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T05:45:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856276]]></link><pubDate>2026-08-21T11:39:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856276</guid><description>แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย การประกาศเดินทางกลับมาพำนักอยู่ในอังกฤษอย่างไม่คาดคิดของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ได้จุดประเด็นคำถามขึ้นมาอีกครั้งเกี่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;การประกาศเดินทางกลับมาพำนักอยู่ในอังกฤษอย่างไม่คาดคิดของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ได้จุดประเด็นคำถามขึ้นมาอีกครั้งเกี่ยวกับระดับการรักษาความปลอดภัยที่ทั้งคู่จะได้รับในอังกฤษ ซึ่งมาจากเงินภาษีประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนมีแผนย้ายจากสหรัฐกลับมาอาศัยอยู่ในบ้านพักส่วนตัวซึ่งไม่ได้เป็นทรัพย์สินของราชวงศ์นอกกรุงลอนดอน พร้อมกับพระโอรสและพระธิดา เจ้าชายอาร์ชี พระชนมายุ 7 พรรษา และเจ้าหญิงลิลิเบต พระชนมายุ 5 พรรษา ซึ่งมีกำหนดเข้าเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระดับการรักษาความปลอดภัยของทั้งคู่อังกฤษถูกลดลง หลังจากทั้งสองยุติบทบาทสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงที่ปฏิบัติพระกรณียกิจในปี 2020 และย้ายไปสหรัฐ ซึ่งที่นั่นทั้งคู่เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัยด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้คณะกรรมการบริหารราชวงศ์และบุคคลสำคัญ (Ravec) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยอังกฤษ จะต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวและตัดสินใจใหม่ เนื่องจากมาตรการรักษาความปลอดภัยก่อนหน้านี้อิงจากสมมติฐานที่ว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ไม่ได้พำนักอยู่ในอังกฤษเป็นการถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ Ravec สรุปว่า เนื่องจากเจ้าชายแฮร์รีจะเดินทางมาเยือนอังกฤษเพียงครั้งคราว ความต้องการด้านการรักษาความปลอดภัยของพระองค์จึงจะได้รับการประเมินเป็นรายกรณี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า การจัดการเรื่องความปลอดภัยของทั้งคู่เป็นเรื่องส่วนตัว แม้ว่าเบิร์นแฮมจะไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้แก่สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ แต่เขาก็กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของแฮร์รีและเมแกน และเราขออวยพรให้พวกเขาโชคดีกับการย้ายที่อยู่ครั้งนี้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยอังกฤษระบุว่า ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลสำคัญของอังกฤษมีมาตรฐานที่เข้มงวดและเหมาะสม แต่นโยบายของเราที่มีมาอย่างยาวนานคือ จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเหล่านั้น เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลอาจทำให้ประสิทธิภาพของระบบเสียหาย และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของบุคคลต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การรักษาความปลอดภัยของแฮร์รีและเมแกนเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดมานานแล้ว โดยเมื่อปีที่แล้ว เจ้าชายแฮร์รีแพ้คดีความเกี่ยวกับระดับการรักษาความปลอดภัยที่พระองค์และครอบครัวควรได้รับเมื่อเดินทางมายังอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นการรักษาความปลอดภัยของทั้งคู่ขึ้นอยู่กับผลการทบทวนของ Ravec เกี่ยวกับสถานการณ์ใหม่ของพวกเขา ซึ่งขณะนี้จะพำนักอยู่อังกฤษเป็นการถาวร ซึ่งแฮร์รีและเมแกนอาจได้รับการรักษาความปลอดภัยจากเงินภาษีของประชาชนในระดับที่พวกเขาต้องการมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไม่มีสัญญาณว่าทั้งคู่จะกลับมารับปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกราชวงศ์เต็มเวลาอีกครั้ง ดังนั้น พวกเขาอาจไม่มีสิทธิได้รับการรักษาความปลอดภัยในระดับเดียวกับที่ได้รับก่อนที่พระองค์และพระชายาจะย้ายออกจากอังกฤษเมื่อ 6 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมาชิกราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติพระกรณียกิจรายอื่นๆ ได้รับการรักษาความปลอดภัยในระดับจำกัด และหากเจ้าชายแฮร์รีได้รับการปฏิบัติในลักษณะเดียวกัน ก็อาจกลายเป็นต้นตอของความขัดแย้งเพิ่มเติมในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากเจ้าชายแฮร์รีไม่ได้รับการรักษาความปลอดภัยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากผู้เสียภาษีในระดับที่พระองค์เรียกร้องมาโดยตลอด นับตั้งแต่ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ปฏิบัติพระกรณียกิจ พระองค์ก็จะต้องออกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากเงินส่วนพระองค์ เพื่อเสริมระดับการรักษาความปลอดภัยให้ได้ตามระดับที่ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ออกจากสหราชอาณาจักรและถอนตัวจากพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์เมื่อต้นปี 2020 ก่อนจะไปตั้งถิ่นฐานในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทั้งคู่ได้ว่าจ้างทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวเพื่อคุ้มครองพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเหตุผลที่ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายกลับมาในเวลานี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทั้งสองกล่าวว่า ทุกอย่างลงตัวพอดีในช่วงเวลานี้ ทำให้การย้ายกลับมาเหมาะสมกับครอบครัวของพวกเขา เพราะทั้งคู่เป็นคู่รักระดับนานาชาติที่ชื่นชอบการเดินทาง และในช่วงเวลาต่อจากนี้ พวกเขาจะพำนักอยู่ที่อังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากสร้างความประหลาดใจให้กับสื่อทั่วโลกแล้ว ข่าวการย้ายกลับมายังเป็นข่าวใหม่สำหรับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ด้วย โดยพระองค์เพิ่งได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม และมีรายงานว่าพระองค์ทรงตั้งตารอที่จะได้พบกับพวกเขาบ่อยขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเจ้าชายแฮร์รี เมแกน และพระโอรสธิดา เดินทางไปเยี่ยมสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่พระตำหนักไฮโกรฟในมณฑลกลอสเตอร์เชอร์เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปีที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้พบพระราชนัดดาทั้งสองพระองค์ด้วยพระองค์เอง และยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ที่แฮร์รีและเมแกนเดินทางอังกฤษพร้อมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856276?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย</dc:alternative><dc:abstract>แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T04:39:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T04:39:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856104]]></link><pubDate>2026-08-21T10:04:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856104</guid><description>อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะใช้ “มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” ต่ออิหร่าน ซ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะใช้ “มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” ต่ออิหร่าน ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวของเบสเซนต์มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า จะใช้ “สงครามเศรษฐกิจ” กับอิหร่าน และเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลืออิหร่านไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม โดยเบสเซนต์ระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากสหรัฐขู่ใช้มาตรการลงโทษทางการเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้อิหร่านยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 6 เดือน และส่งผลให้ปริมาณน้ำมันหลายล้านบาร์เรลจากตะวันออกกลางไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมไม่แน่ใจว่าทำไมราคาน้ำมันถึงปรับตัวขึ้นจากเรื่องนี้ หากเรากำลังใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ นั่นก็หมายความว่า มีแนวโน้มว่าจะไม่มีการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารในวงกว้างอีก” เบสเซนต์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวกับ CNBC ว่า เขาจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ และจะพูดถึงสิ่งที่เรากำลังจะทำต่ออิหร่านอย่างละเอียดในการแถลงข่าววันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มันเป็นการโจมตีแบบสองจังหวะ เรามีการปิดล้อม (อิหร่าน) และเราจะมีมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” เบสเซนต์กล่าว โดยหมายถึงการปิดล้อมทางทะเลที่สหรัฐใช้กับอิหร่านตั้งแต่เดือนเมษายน ก่อนจะระงับมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือนในช่วงกลางเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มันจะได้ผลในอิหร่าน และเราจะทำให้ระบอบการปกครองนี้ล่มสลาย ถึงเวลาแล้วที่พันธมิตรของเราและส่วนที่เหลือของโลกจะต้องตัดสินใจ” รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่เบสเซนต์จะออกมาแสดงความคิดเห็น กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านประณามมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐ โดยเรียกมาตรการดังกล่าวว่าเป็น “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” และระบุว่า จะไม่สามารถทำให้ชาวอิหร่านลังเลแม้แต่น้อยในการปกป้องเอกราช ศักดิ์ศรี และอธิปไตยของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อิหร่านเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงและต่อเนื่องมาเกือบ 50 ปี นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า ตามข้อมูลปี 2025 จีนรับซื้อน้ำมันที่อิหร่านขนส่งทางเรือมากกว่า 80% แต่การทำสงครามเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ไปยังสหรัฐเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงแร่หายากที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม อาจทำให้จีนตอบโต้สหรัฐได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่าสหรัฐสามารถกำหนดเป้าหมายคว่ำบาตรจีนจากการทำธุรกิจกับอิหร่านหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า การพูดคุยในประเด็นดังกล่าวหลายเรื่องควรดำเนินการเป็นการส่วนตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“อย่าลืมว่าพลังงาน 50% ที่ใช้ในจีนมาจากภูมิภาคอ่าว ดังนั้น การที่จีนเข้าร่วมกับเราในการดำเนินการตามแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อพวเขาเอง” เบสเซนต์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันระบุว่า การคว่ำบาตรและการใช้แรงกดดันไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา โดยโฆษกสถานทูตจีนกล่าวว่า จีนเรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบ และแก้ไขปัญหาผ่านแนวทางทางการเมืองและการทูต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า คำกล่าวของทรัมป์ เป็นความพยายามที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนชาวอเมริกันออกจากปัญหาทางการเงินภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อารักชีกล่าวด้วยว่า การที่สหรัฐยังคงยืนกรานใช้นโยบายที่เขามองว่าล้มเหลว จะนำไปสู่ความล้มเหลวมากยิ่งขึ้น และทำให้ชาวอิหร่านตีตัวออกห่างจากสหรัฐมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศบนโซเชียบมีเดียเมื่อว่า จะใช้ สงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับอิหร่าน แต่เขาไม่ได้ระบุว่ามาตรการที่สหรัฐจะใช้มีอะไรบ้าง และไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดเป็นการเฉพาะ แม้คำเตือนดังกล่าวดูเหมือนจะครอบคลุมไปถึงชาติพันธมิตรของสหรัฐ ที่มีส่วนช่วยเป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ประเทศใดก็ตามที่อนุญาตให้สถาบันการเงิน บริษัท สนามบิน หรือหน่วยงานรัฐบาลของตนให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใดก็ตามที่ช่วยให้อิหร่านอยู่รอดได้ จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล” ทรัมป์เขียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศให้ยุติสงครามที่ไม่ได้รับความนิยม โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูงกำลังฉุดคะแนนนิยมของเขา และอาจส่งผลกระทบต่อการควบคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรสของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856104?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T03:04:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T03:04:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เปรูเจอแผ่นดินไหวแรง 6.7 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856037]]></link><pubDate>2026-08-21T08:15:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856037</guid><description>เปรูเจอแผ่นดินไหวแรง 6.7 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ในพื้นที่ตอนกลางของเปรูเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น แต่เจ้าหน้าที่กล่าว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เปรูเจอแผ่นดินไหวแรง 6.7 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ในพื้นที่ตอนกลางของเปรูเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ รวมถึงยังไม่พบความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;USGS ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นที่ความลึก 99 กิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองอานิโซในเทือกเขาแอนดีส ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 31 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอร์นันโด ตาเบรา หัวหน้าสถาบันธรณีฟิสิกส์แห่งเปรู (IGP) กล่าวว่า การที่แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในระดับความลึกมาก ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายรุนแรง ประชาชนพากันออกไปตามท้องถนนด้วยความกังวล แต่ไม่มีผลกระทบใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ IGP รายงานว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวมีขนาด 7.2 แมกนิจูด ก่อนที่ USGS จะปรับลดวามรุนแรงลงเหลือ 6.7 แมกนิจูด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เปรูเป็นประเทศผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” ซึ่งเป็นแนวพื้นที่รอบมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมแผ่นดินไหวคิดเป็นประมาณ 85% ของแผ่นดินไหวทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856037?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เปรูเจอแผ่นดินไหวแรง 6.7 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เปรูเจอแผ่นดินไหวแรง 6.7 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย</dc:alternative><dc:abstract>เปรูเจอแผ่นดินไหวแรง 6.7 ยังไม่มีรายงานความเสียหาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T01:15:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T01:15:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/pq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/pq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/pq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/pq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/pq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/pq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เชิดใส่! เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเล ไม่สนทรัมป์ง้อ สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5855373]]></link><pubDate>2026-08-20T16:47:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5855373</guid><description>เชิดใส่! เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเล ไม่สนทรัมป์ง้อ สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้ รัฐบาลและหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมอ้างว่า ตรวจพบความเคลื่อนไหวที่เกาหลีเหนือได้ทำการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เชิดใส่! เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเล ไม่สนทรัมป์ง้อ สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลและหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมอ้างว่า ตรวจพบความเคลื่อนไหวที่เกาหลีเหนือได้ทำการยิงสิ่งที่ต้องสงสัยว่าเป็นขีปนาวุธวิถีโค้งมุ่งหน้าไปยังทะเล ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า ดูเหมือนขีปนาวุธดังกล่าวได้ตกลงในทะเลนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะ(EEZ)ของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสื่อเกาหลีใต้อ้างข้อมูลจากกองทัพเกาหลีใต้ระบุไปในทางเดียวกันว่า เกาหลีเหนือได้ยิงวัตถุไม่ทราบชนิดออกไปทางทะเล ทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพบความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเกาหลีเหนือมีขึ้นในขณะที่การซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาที่กำลังดำเนินอยู่นั้น ถูกปรับลดระยะเวลาลงให้สิ้นสุดลงในวันศุกร์(21 ส.ค.)นี้ หลังจากเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ มีคำสั่งให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐลดขนาดการซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ลง เพียงหนึ่งวันก่อนที่ปฏิบัติการซ้อมรบร่วมดังกล่าวที่มีชื่อเรียกขานว่า อุลชี ฟรีดอม ชิลด์ จะเปิดฉากขึ้น โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ได้ปฏิเสธที่จะสนับสนุนสหรัฐในการทำสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แม้ทรัมป์จะสั่งลดขนาดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ลง แต่คิม โยจอง น้องสาวของผู้นำคิม ได้ออกมากล่าวโต้เมื่อวันพุธ(19 ส.ค.)ว่า นโยบายอันเป็นปฏิปักษ์ของสหรัฐที่มีต่อเกาหลีเหนือนั้น ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากการซ้อมรบร่วมดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5855373?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เชิดใส่! เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเล ไม่สนทรัมป์ง้อ สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เชิดใส่! เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเล ไม่สนทรัมป์ง้อ สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้</dc:alternative><dc:abstract>เชิดใส่! เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเล ไม่สนทรัมป์ง้อ สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T09:47:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T09:47:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T001800Z_1653445837_RC297MAUBQQN_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T001800Z_1653445837_RC297MAUBQQN_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T001800Z_1653445837_RC297MAUBQQN_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T001800Z_1653445837_RC297MAUBQQN_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T001800Z_1653445837_RC297MAUBQQN_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T001800Z_1653445837_RC297MAUBQQN_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รบ.เวียดนาม ชงเลิกโทษประหารชีวิต ใน 6 ฐานความผิด รวมค้ายา-ข่มขืนผู้เยาว์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5855001]]></link><pubDate>2026-08-20T14:58:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5855001</guid><description>รบ.เวียดนาม ชงเลิกโทษประหารชีวิต ใน 6 ฐานความผิด รวมค้ายา-ข่มขืนผู้เยาว์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม สื่อทางการรายงานว่า รัฐบาลเวียดนามได้เสนอให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับ 6 ฐานความผิด รวมถึงการค้ายาเสพติด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;รบ.เวียดนาม ชงเลิกโทษประหารชีวิต ใน 6 ฐานความผิด รวมค้ายา-ข่มขืนผู้เยาว์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม สื่อทางการรายงานว่า รัฐบาลเวียดนามได้เสนอให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับ 6 ฐานความผิด รวมถึงการค้ายาเสพติดผิดกฎหมายและการข่มขืนผู้เยาว์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่ยื่นเสนอต่อรัฐสภาในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเลือง ตัม กวาง รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนาม กล่าวต่อสภาแห่งชาติหรือรัฐสภาว่า ร่างประมวลกฎหมายอาญาฉบับนี้จะยังคงโทษประหารชีวิตไว้สำหรับฐานความผิดเพียง 4 ข้อหาเท่านั้น ได้แก่ การกบฏทรยศชาติ ฆาตกรรม ก่อการร้าย และการผลิตยาเสพติดผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเสนอดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการแก้ไขกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคมปี 2025 ซึ่งยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับ 8 ฐานความผิด รวมถึงการยักยอกทรัพย์และการกระทำที่มุ่งล้มล้างรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวช่วยให้นางเจือง หมี ลาน เจ้าแม่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้อื้อฉาวรอดพ้นจากโทษประหารชีวิต หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฉ้อโกงมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.9 แสนล้านบาท)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับนี้ ความผิดอื่นๆ ที่จะไม่มีบทลงโทษประหารชีวิตอีกต่อไปยังได้แก่ การก่อจลาจล อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่แม้ร่างแก้ไขกฎหมายนี้จะเสนอให้มีการลดจำนวนฐานความผิดที่มีโทษประหารชีวิตลง แต่ก็ได้มีการกำหนดบทลงโทษที่เข้มข้นมากขึ้นด้วย โดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะระบุว่าการแก้ไขกฎหมายจะเปิดทางให้อัยการสามารถนำปัจจัยที่ทำให้ความผิดมีความร้ายแรงขึ้น มาพิจารณาการลงโทษผู้กระทำผิดที่หลบหนีและถูกออกหมายจับ รวมถึงผู้ที่ก่ออาชญากรรมต่อรัฐด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮิวแมนไรท์ วอทช์ องค์กรพิทักษ์สิทธิ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเสนอแก้ไขกฎหมายในประเด็นอื่นๆ ซึ่งจะเพิ่มบทลงโทษสำหรับการกระทำที่ถูกมองว่าเป็นการละเมิดผลประโยชน์ของรัฐ และต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โดยเอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการประจำภูมิเอเชียของฮิวแมนไรท์ วอทช์ กล่าวว่า กฎหมายอาญาของเวียดนามจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้คุ้มครองสิทธิของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่เพื่อเอื้อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจในทางมิชอบได้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่ารัฐสภาเวียดนามจะอภิปรายร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ก่อนจะนำเข้าสู่การลงมติในการประชุมสภาสมัยถัดไป ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม หากร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบ ประมวลกฎหมายอาญาฉบับแก้ไขใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคมปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5855001?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รบ.เวียดนาม ชงเลิกโทษประหารชีวิต ใน 6 ฐานความผิด รวมค้ายา-ข่มขืนผู้เยาว์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รบ.เวียดนาม ชงเลิกโทษประหารชีวิต ใน 6 ฐานความผิด รวมค้ายา-ข่มขืนผู้เยาว์</dc:alternative><dc:abstract>รบ.เวียดนาม ชงเลิกโทษประหารชีวิต ใน 6 ฐานความผิด รวมค้ายา-ข่มขืนผู้เยาว์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T08:26:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T08:26:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T230008Z_943530910_RC2B8BAQWE4O_RTRMADP_3_VIETNAM-BANKS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T230008Z_943530910_RC2B8BAQWE4O_RTRMADP_3_VIETNAM-BANKS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T230008Z_943530910_RC2B8BAQWE4O_RTRMADP_3_VIETNAM-BANKS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T230008Z_943530910_RC2B8BAQWE4O_RTRMADP_3_VIETNAM-BANKS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T230008Z_943530910_RC2B8BAQWE4O_RTRMADP_3_VIETNAM-BANKS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T230008Z_943530910_RC2B8BAQWE4O_RTRMADP_3_VIETNAM-BANKS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รถไฟด่วนญี่ปุ่น ชนคนงาน 4 รายเสียชีวิต ขณะถอนวัชพืชบนราง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854824]]></link><pubDate>2026-08-20T14:08:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5854824</guid><description>&amp;nbsp; รถไฟด่วนญี่ปุ่น ชนคนงาน 4 รายเสียชีวิต ขณะถอนวัชพืชบนราง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม NHK รายงานว่า เช้าวันนี้ คนงาน 4 คน ถูกรถไฟด่วนชนขณะกำลังเข้าสู่ชานชาลาที่สถานี โทบุ นิกโกะ สายในเมืองคานุมะ จังห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;h2&gt;รถไฟด่วนญี่ปุ่น ชนคนงาน 4 รายเสียชีวิต ขณะถอนวัชพืชบนราง&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม &lt;a href=&quot;https://news.web.nhk/newsweb/na/nd-20260820de45242&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;NHK&lt;/a&gt; รายงานว่า เช้าวันนี้ คนงาน 4 คน ถูกรถไฟด่วนชนขณะกำลังเข้าสู่ชานชาลาที่สถานี โทบุ นิกโกะ สายในเมืองคานุมะ จังหวัดโทจิกิ โดยได้เร่งนำส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเหตุคนงานกำลังกำจัดวัชพืชอยู่บนรางรถไฟ และตำรวจกำลังตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์อยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลา 11.00 น. โดยเมื่อตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึง พวกเขาพบคนสี่คนนอนหมดสติอยู่ใกล้รางรถไฟและใต้รถไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของตำรวจและการรถไฟโทบุ รถไฟด่วนขบวนดังกล่าวคือรถไฟด่วนสปาเซีย X2 ซึ่งออกจากสถานีโทบุ นิกโกะ เวลา 10.20 น. และในขณะนั้น พนักงานของบริษัทที่ร่วมมือด้วยกำลังดำเนินการกำจัดวัชพืชบนรางรถไฟ โดยปกติแล้ว เมื่อมีการกำจัดวัชพืช จะมีผู้สังเกตการณ์ประจำอยู่เพื่อตรวจสอบรถไฟที่กำลังวิ่งเข้ามาและดูแลความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะเกิดเหตุ มีคนงานทั้งหมด 7 คน ทำงานอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ รวมทั้ง 4 คนที่เสียชีวิต และตำรวจกำลังสอบสวนรายละเอียดของอุบัติเหตุอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพที่ถ่ายจากมุมสูงโดยเฮลิคอปเตอร์ของ NHK เมื่อเวลาประมาณเที่ยงวัน แสดงให้เห็นคนงานรวมตัวกันอยู่ข้างรถไฟด่วนพิเศษที่จอดอยู่ที่สถานี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854824?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รถไฟด่วนญี่ปุ่น ชนคนงาน 4 รายเสียชีวิต ขณะถอนวัชพืชบนราง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รถไฟด่วนญี่ปุ่น ชนคนงาน 4 รายเสียชีวิต ขณะถอนวัชพืชบนราง</dc:alternative><dc:abstract>รถไฟด่วนญี่ปุ่น ชนคนงาน 4 รายเสียชีวิต ขณะถอนวัชพืชบนราง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T07:52:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T07:52:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/11/ปกข่าวด่วน-1200_0-3.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2025/11/ปกข่าวด่วน-1200_0-3-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1551782_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1551782_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1705</mi:x1><mi:y1>960</mi:y1><mi:x2>1705</mi:x2><mi:y2>960</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1551787_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1551787_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1705</mi:x1><mi:y1>960</mi:y1><mi:x2>1705</mi:x2><mi:y2>960</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/20260820de45242_E0000013317_1_l.avif" type="image/avif" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/20260820de45242_E0000013317_1_l-150x150.jpg" type="image/avif"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1920</mi:x1><mi:y1>1080</mi:y1><mi:x2>1920</mi:x2><mi:y2>1080</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลเซินเจิ้นสั่งคุกตลอดชีวิต สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ปรับ 7.55 หมื่นล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854775]]></link><pubDate>2026-08-20T13:55:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5854775</guid><description>ศาลเซินเจิ้นสั่งคุกตลอดชีวิต สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ปรับ 7.55 หมื่นล้าน ศาลเมืองเซินเจิ้นทางภาคใต้ของจีนมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ฮุย กา หยาน หรือที่รู้จักในชื่อ สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลเซินเจิ้นสั่งคุกตลอดชีวิต สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ปรับ 7.55 หมื่นล้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศาลเมืองเซินเจิ้นทางภาคใต้ของจีนมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ฮุย กา หยาน หรือที่รู้จักในชื่อ สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่เอเวอร์แกรนด์ พร้อมสั่งปรับบริษัทในเครือรวม 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 7.55 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในมหากาพย์วิกฤตของเอเวอร์แกรนด์ หลังบริษัทล้มละลายโดยมีหนี้สินมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 9.8 ล้านล้านบาท เมื่อทางการจีนเข้มงวดกับการกู้ยืมเงินที่มากเกินตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์เมื่อปี 2020 ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตสภาพคล่องกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก และนำไปสู่ภาวะขาลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลประชาชนกลางเมืองเซินเจิ้นพิพากษาว่า นายสวีและบริษัทเอเวอร์แกรนด์ มีความผิดฐานฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ ด้วยการทำให้มูลค่าทรัพย์สินของกลุ่มบริษัทสูงเกินจริง และปกปิดหนี้สินของบริษัท ขณะที่นายฮุยยังได้ใช้อำนาจหน้าที่ผิด ด้วยการวางแผนฉ้อโกงทางการเงิน และยักยอกทรัพย์สินของบริษัท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศาลยังพิพากษาจำคุกผู้บริหารระดับสูงของเอเวอร์แกรนด์อีกหลายราย โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 18 ปี ในข้อหาต่างๆ ซึ่งรวมถึง การรับเงินมัดจำจากประชาชนโดยผิดกฎหมายและการฉ้อโกง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลยังสั่งปรับเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป เป็นเงิน 8,820 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ เอเวอร์แกรนด์ เรียลเอสเตต กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ถูกปรับ 7,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,040 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ยอดเงินที่ถูกสั่งปรับสูงกว่า 2,350 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสวีให้การรับสารภาพในเดือนเมษายนต่อข้อหาหลายกระทง ซึ่งรวมถึงการรับเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย การฉ้อโกง และการติดสินบน หลังจากเขาถูกทางการจีนจับกุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ผิดนัดชำระหนี้ในปี 2021 โดยก่อนหน้านั้นถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งให้บริษัทชำระบัญชีและขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ทางการฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ระบุว่า จากการสอบสวนพบว่าเอเวอร์แกรนด์ได้ตกแต่งตัวเลขทางการเงินด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการบันทึกรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้า ก่อนที่โครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบห้องชุดให้แก่ผู้ซื้อ ส่งผลให้บริษัทแสดงรายได้สูงเกินจริงประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2019 และ 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854775?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลเซินเจิ้นสั่งคุกตลอดชีวิต สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ปรับ 7.55 หมื่นล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลเซินเจิ้นสั่งคุกตลอดชีวิต สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ปรับ 7.55 หมื่นล้าน</dc:alternative><dc:abstract>ศาลเซินเจิ้นสั่งคุกตลอดชีวิต สวี เจียอิ้น ผู้ก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ปรับ 7.55 หมื่นล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T07:33:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T07:33:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[บดขยี้ศก.! ทรัมป์ฟาดงวง ขู่เล่นงานปท. ช่วยเหลือหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854673]]></link><pubDate>2026-08-20T13:12:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5854673</guid><description>บดขยี้ศก.! ทรัมป์ฟาดงวง ขู่เล่นงานปท. ช่วยเหลือหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา เปิดแคมเปญใหม่มุ่งเป้าบดขยี้เศรษฐกิจของอิหร่าน โดยการขู่จะลงโทษประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;บดขยี้ศก.! ทรัมป์ฟาดงวง ขู่เล่นงานปท. ช่วยเหลือหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา เปิดแคมเปญใหม่มุ่งเป้าบดขยี้เศรษฐกิจของอิหร่าน โดยการขู่จะลงโทษประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;วันนี้ผมขอประกาศปฏิบัติการทางเศรษฐกิจครั้งทำลายล้างมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่อประเทศใดๆ! นี่จะเป็นสงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&amp;#8221; ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำสหรัฐโพสต์ต่ออีกว่า &amp;#8220;ผมขอประกาศด้วยว่าประเทศใดก็ตามที่ปล่อยให้สถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ สนามบินหรือหน่วยงานของรัฐบาลให้ความช่วยเหลือใดๆ ที่เปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงอิหร่าน ประเทศนั้นๆ จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลเช่นกัน&amp;#8221; พร้อมกันนี้ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรยืนหยัดร่วมมือกันโดดเดี่ยวและเอาชนะภัยคุกคามจากอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าประเทศที่ให้การช่วยเหลือหรือทำธุรกิจกับอิหร่านเหล่านั้นจะเผชิญบทลงโทษรูปแบบใดและไม่มีการเอ่ยชื่อประเทศอื่นใดนอกจากอิหร่าน แต่มีการระบุถึงกิจกรรมหลายอย่างที่เขาเห็นว่าจะต้องยุติลงทันที ได้แก่ การลักลอบค้าน้ำมัน ข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตรา การโอนเงินสด  ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา การจดทะเบียนเรือ และ บริษัทบังหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสสหรัฐ ได้กล่าวทำนองเดียวกันนี้ในระหว่างให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์นิวส์แม็กซ์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า สหรัฐจะเร่งดำเนินมาตรการโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวปฏิบัติสองด้านควบคู่ไปกับการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลโดยกองทัพเรือสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การรณรงค์กดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านที่เข้มข้นยิ่งขึ้นนี้เกิดขึ้นในขณะที่สงครามใกล้เข้าสู่เดือนที่ 6 แล้ว โดยยังไม่มีทางออกทางการทูตหรือทางทหารที่ชัดเจน และช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานสำคัญของโลกยังคงถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนกำลังใกล้เข้ามา โดยทรัมป์ยังเผชิญกับการตรวจสอบภายในประเทศเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามที่มีผลต่อผู้บริโภคชาวอเมริกันและภาระที่เกิดขึ้นกับกองทัพสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854673?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;บดขยี้ศก.! ทรัมป์ฟาดงวง ขู่เล่นงานปท. ช่วยเหลือหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>บดขยี้ศก.! ทรัมป์ฟาดงวง ขู่เล่นงานปท. ช่วยเหลือหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>บดขยี้ศก.! ทรัมป์ฟาดงวง ขู่เล่นงานปท. ช่วยเหลือหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T06:12:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T06:12:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T152922Z_1488525833_RC2R1NALVHPD_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T152922Z_1488525833_RC2R1NALVHPD_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T152922Z_1488525833_RC2R1NALVHPD_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T152922Z_1488525833_RC2R1NALVHPD_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T152922Z_1488525833_RC2R1NALVHPD_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T152922Z_1488525833_RC2R1NALVHPD_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หนี้สาธารณะสหรัฐ พุ่งแตะ 40 ล้านล้านดอลล์ OECD ชี้ แย่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854429]]></link><pubDate>2026-08-20T10:59:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5854429</guid><description>หนี้สาธารณะสหรัฐ พุ่งแตะ 40 ล้านล้านดอลล์ OECD ชี้ แย่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว หนี้สาธารณะของสหรัฐพุ่งทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1,313 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หนี้สาธารณะสหรัฐ พุ่งแตะ 40 ล้านล้านดอลล์ OECD ชี้ แย่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หนี้สาธารณะของสหรัฐพุ่งทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1,313 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เป็นตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจ เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม โครงการสวัสดิการสังคม เช่น ประกันสังคมและประกันสุขภาพ รวมถึงดอกเบี้ยจากงบประมาณขาดดุลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งล้วนเป็นสัดส่วนมหาศาลในรายจ่ายของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขหนี้ที่แตะระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์เกิดขึ้นเพียง 5 เดือนหลังจากหนี้สหรัฐทำสถิติแตะระดับ 39 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และก่อนหน้านั้นเพียง 5 เดือน หนี้สาธารณะของสหรัฐก็เพิ่งแตะระดับ 38 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขหนี้ระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์ที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน เน้นให้เห็นถึงลำดับความสำคัญที่ขัดแย้งกันของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ตั้งแต่การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมในการทำสงครามกับอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งดำเนินมาเกือบ 6 เดือนแล้ว ไปจนถึงความพยายามลดค่าครองชีพ ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาอาหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คุช เดไซ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์มุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง การทุจริต และการใช้งบประมาณในทางที่ไม่เหมาะสมของรัฐบาลกลาง พร้อมทั้งเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อทำให้อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐมีอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หนี้ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและทำสถิติสูงสุดครั้งล่าสุดกำลังส่งผลกระทบต่อกระเป๋าสตางค์ของชาวอเมริกันแล้ว ผ่านการทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินสำหรับสิ่งต่างๆ เช่น การกู้ซื้อบ้านและรถยนต์สูงขึ้น ขณะเดียวกันยังทำให้ค่าจ้างแรงงานลดลง เนื่องจากภาคธุรกิจมีเงินเหลือสำหรับนำไปลงทุนลดลง และทำให้สินค้าและบริการมีราคาแพงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมเคิล เอ. ปีเตอร์สัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Peter G. Peterson Foundation ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองที่มุ่งศึกษาปัญหาด้านการคลังของสหรัฐ กล่าวว่า หากเราต้องการปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพของเรา ทั้งในปัจจุบันและสำหรับคนรุ่นต่อไป ขณะนี้เป็นเวลาที่ผู้กำหนดนโยบายต้องนำพาประเทศของเราไปสู่เส้นทางที่มีค่าใช้จ่ายที่ประชาชนสามารถรับไหวและมีความยั่งยืนมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนี้สาธารณะของสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีหลายสมัย เนื่องจากผู้นำประเทศใช้จ่ายเงินมากกว่ารายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บได้จากภาษี ซึ่งรวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กินเวลาหลายปีส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่ต้องหยุดชะงัก รัฐบาลกลางจึงต้องกู้ยืมเงินจำนวนมากในช่วงที่วาระแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ และอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการฟื้นตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การใช้จ่ายของรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นอีก หลังทรัมป์ลงนามบังคับใช้กฎหมายลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลของพรรครีพับลิกันเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่สนับสนุนการจัดทำงบประมาณแบบสมดุลยังเตือนด้วยว่า แนวโน้มระยะยาวของการกู้ยืมเงินมากขึ้นและการต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น จะทำให้ชาวอเมริกันต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากด้านการคลังมากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์กาเร็ต สเปลลิงส์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bipartisan Policy Center กล่าวว่า หนี้สาธารณะของรัฐบาลกลางกำลังทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นอยู่แล้ว และกำลังเบียดบังการใช้จ่ายและการลงทุนด้านอื่นๆ ซึ่งกำลังคุกคามเศรษฐกิจของเรา และความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวของชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเปลลิงส์ระบุในแถลงการณ์ว่า ทิศทางการคลังในปัจจุบันของเรานั้นไม่ยั่งยืนอย่างชัดเจน และมันถือเป็นกรณีที่ดีที่สุดแล้ว ขณะที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภาวะเศรษฐกิจถดถอย สงครามระดับโลก หรือเหตุการณ์อื่นๆ อีกมากมาย อาจผลักดันให้เราก้าวข้ามจากสถานการณ์ที่เป็นความท้าทาย ไปสู่ภาวะวิกฤตเต็มรูปแบบได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สหรัฐอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับเพดานหนี้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่รัฐบาลกลางสามารถกู้ยืมได้ โดยสภาคองเกรสมีอำนาจในการกำหนด ปรับเพิ่ม หรือล้มเลิกเพดานหนี้ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Bipartisan Policy Center ประเมินว่า สหรัฐมีแนวโน้มที่จะชนเพดานหนี้ที่ระดับ 41.1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงระหว่างปลายฤดูหนาวถึงกลางฤดูร้อนของปี 2027 ซึ่งจะทำให้รัฐสภาต้องลงมติอีกครั้งว่าจะเพิ่มหรือระงับเพดานหนี้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด ฐานะทางการคลังของสหรัฐอยู่ในสภาพย่ำแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854429?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หนี้สาธารณะสหรัฐ พุ่งแตะ 40 ล้านล้านดอลล์ OECD ชี้ แย่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หนี้สาธารณะสหรัฐ พุ่งแตะ 40 ล้านล้านดอลล์ OECD ชี้ แย่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>หนี้สาธารณะสหรัฐ พุ่งแตะ 40 ล้านล้านดอลล์ OECD ชี้ แย่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T04:36:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T04:36:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/da1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/da1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/da1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/da1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/da1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/da1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เหมืองทองถล่มในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ดับพุ่งกว่า 100]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854372]]></link><pubDate>2026-08-20T10:29:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5854372</guid><description>เหมืองทองถล่มในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ดับพุ่งกว่า 100 ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเหมืองทองคำถล่มในพื้นที่ทางตะวันตกของสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (CAR) เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 รายแล้ว อาสาสมัครสภากาชาดซึ่งมีส่วนร่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เหมืองทองถล่มในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ดับพุ่งกว่า 100&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเหมืองทองคำถล่มในพื้นที่ทางตะวันตกของสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (CAR) เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 รายแล้ว อาสาสมัครสภากาชาดซึ่งมีส่วนร่วมในภารกิจช่วยเหลือและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหมืองทองคำที่ดำเนินการด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมที่ใช้เทคโนโลยีไม่ซับซ้อนแห่งนี้ ถล่มลงเมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ในหมู่บ้านซัมโบเย จังหวัดนานา-ม็องเบเร ทางตะวันตกของประเทศ ใกล้กับพรมแดนติดกับประเทศแคเมอรูน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจอร์เวส์ กานากอโรห์ อาสาสมัครสภากาชาดในพื้นที่ซึ่งมีส่วนร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือ กล่าวว่า นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้รอดชีวิตอีกหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบอร์ทรองด์ เบ ย็องเก เจ้าหน้าที่สภาเยาวชนของหมู่บ้านซัมโบเย กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกหลายคน และบางส่วนยังคงติดอยู่ใต้ซากดินและเศษซากจากเหมืองที่พังถล่มลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การพบว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่คงเป็นปาฏิหาริย์ เรารู้สึกเศร้าและหัวใจสลายที่เห็นชายหญิงหนุ่มสาวต้องเสียชีวิต หลังจากเดินทางมายังเหมืองเพื่อพยายามช่วยครอบครัวของพวกเขาให้หลุดพ้นจากความสิ้นหวัง” ย็องเกกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการประจำศาลในเขตย่อยบาบัวระบุในแถลงการณ์ว่า ได้มีการเปิดการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของเหตุเหมืองถล่มครั้งนี้ รวมถึงระบุตัวผู้เสียชีวิต ระบุผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการเหมือง และตรวจสอบว่ามีความรับผิดทางอาญาที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นคนงานเหมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายหญิงวัยหนุ่มสาว เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยโคลน กำลังช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากหลุม ขณะที่คนงานเหมืองและผู้ปฏิบัติงานอีกหลายสิบคนกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่เหมืองขนาดใหญ่ บางคนตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การถล่มของเหมืองพื้นบ้านขนาดเล็กเกิดขึ้นเป็นประจำใน CAR ซึ่งมีประชาชนหลายพันคนประกอบอาชีพทำเหมืองขนาดเล็ก การทำงานในเหมืองเหล่านี้มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากคนงานเหมืองมักไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยที่เพียงพอ ซึ่งมักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854372?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เหมืองทองถล่มในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ดับพุ่งกว่า 100&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เหมืองทองถล่มในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ดับพุ่งกว่า 100</dc:alternative><dc:abstract>เหมืองทองถล่มในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ดับพุ่งกว่า 100</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T04:17:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T04:17:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์เผยแผน พบ คิม จอง อึน ปีนี้ น้องผู้นำคิมยัน พี่ชายไม่ได้ติดต่อ ปธน.มะกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854309]]></link><pubDate>2026-08-20T09:32:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5854309</guid><description>ทรัมป์เผยแผน พบ คิม จอง อึน ปีนี้ น้องผู้นำคิมยัน พี่ชายไม่ได้ติดต่อ ปธน.มะกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ว่า เขามีแผนจะพบกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือในช่วงป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์เผยแผน พบ คิม จอง อึน ปีนี้ น้องผู้นำคิมยัน พี่ชายไม่ได้ติดต่อ ปธน.มะกัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ว่า เขามีแผนจะพบกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือในช่วงปลายปีนี้ พร้อมระบุว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ที่ทรงอานุภาพอย่างมากอยู่ 57 ลูก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากเขาสั่งให้เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐลดระยะเวลาการซ้อมรบร่วมทางทหารกับเกาหลีใต้ โดยให้เหตุผลว่าการซ้อมรบดังกล่าวส่งสัญญาณไปยังกรุงเปียงยางอย่างไม่เหมาะสมและเป็นปรปักษ์อย่างสิ้นเชิง ต่อประเทศที่ทรัมป์ระบุว่าไม่ได้เป็นภัยคุกคามและให้ความเคารพต่อสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์เมื่อวันพุธว่า เขาคาดว่าจะได้พบกับคิมในช่วงปลายปีนี้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ใช่ ผมจะพบเขา” โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้รับการตอบกลับจากคิม หลังจากที่เขาพยายามรื้อฟื้นการติดต่อกับผู้นำเกาหลีเหนือ ขณะที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ทรัมป์ได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ของเขาจัดเตรียมการพบปะกับคิมแบบตัวต่อตัวโดยเร็วที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึงนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมรู้จักคิม จอง อึน เป็นอย่างดี และเขาจะไม่เป็นอะไร ตราบใดที่เรามีประธานาธิบดีที่ฉลาด” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว ระหว่างการเยี่ยมชมลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่เขากำลังก่อสร้างบนสนามหญ้าฝั่งใต้ของทำเนียบขาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การที่ผมเข้ากับเขาได้ นั่นเป็นเรื่องดี ไม่ใช่เรื่องไม่ดี เขามีอาวุธนิวเคลียร์ที่ทรงอานุภาพอย่างมาก 57 ลูก” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่า “พวกเขาไม่ควรปล่อยให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรก หากผมเป็นประธานาธิบดี ผมคงไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น แต่เขามีมันอยู่แล้ว”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การที่ทรัมป์ระบุจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือครอบครองอย่างเฉพาะเจาะจง ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นไม่นานหลังจากคิม โย จอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของผู้นำคิมระบุว่า เธอไม่ทราบว่าผู้นำของทั้งสองประเทศมีการติดต่อสื่อสารกันในช่วงที่ผ่านมา และแม้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือจะ “ดีเยี่ยมอย่างแท้จริง” แต่รัฐบาลสหรัฐก็ยังคงดำเนินการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ และยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของคิม โย จอง ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐระบุว่า เราคิดว่าไม่คุ้มค่าที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้น และเราไม่มีความสนใจในเรื่องนี้เลย ลักษณะที่ยั่วยุและก้าวร้าวของการซ้อมรบจะไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าระยะเวลาและขนาดจะลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น้องสาวผู้นำคิมยังอ้างถึงการซ้อมรบทางทหารอื่นๆ ที่สหรัฐและเกาหลีใต้ดำเนินการร่วมกันเมื่อต้นปีนี้ และความพยายามของเกาหลีใต้ในการนำเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้งาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ของคิม โย จอง ไม่ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงตามแบบฉบับที่เกาหลีเหนือมักใช้ และเธอยังอ้างถึงคำพูดในอดีตของพี่ชายว่า เขายังคง “มีความทรงจำที่ดี” เกี่ยวกับทรัมป์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนืออาจพยายามจัดการความสัมพันธ์กับทรัมป์ไปพร้อมๆ กับการแสวงหาความเป็นไปได้ที่มากขึ้นเพื่อเริ่มต้นการเจรจาระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะผู้แทนเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติในนครนิวยอร์กยังไม่ได้ตอบคำขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำกล่าวล่าสุดของทรัมป์ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์จัดการประชุมสุดยอดกับคิมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในปี 2018 และ 2019 แต่ความพยายามทางการทูตดังกล่าวล่มสลายลงในท้ายที่สุด เนื่องจากความขัดแย้งเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้เกาหลีเหนือยุติและยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทรัมป์กล่าวถึงเกาหลีเหนือหลายครั้งว่าเป็น “ประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์” แม้ว่ารัฐบาลของเขายังคงเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ และสหรัฐยังไม่ได้รับรองเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการว่าเป็นรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐไม่ได้เปิดเผยตัวเลขประมาณการอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ในคลังแสงของเกาหลีเหนือต่อสาธารณะ แม้รายงานของฝ่ายวิจัยของรัฐสภาสหรัฐในปี 2025 จะอ้างข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญนอกภาครัฐว่า เกาหลีเหนือได้ผลิตวัสดุฟิสไซล์ หรือวัสดุที่สามารถนำไปใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เพียงพอสำหรับหัวรบนิวเคลียร์มากถึง 90 หัวรบ แต่คาดว่าเกาหลีเหนือประกอบหัวรบดังกล่าวแล้วประมาณ 50 หัวรบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมิถุนายน สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ประเมินว่า เกาหลีเหนืออาจประกอบหัวรบนิวเคลียร์แล้วประมาณ 60 หัวรบ และมีวัสดุฟิสไซล์เพียงพอที่จะผลิตเพิ่มได้อีกอย่างน้อย 30 หัวรบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854309?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์เผยแผน พบ คิม จอง อึน ปีนี้ น้องผู้นำคิมยัน พี่ชายไม่ได้ติดต่อ ปธน.มะกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์เผยแผน พบ คิม จอง อึน ปีนี้ น้องผู้นำคิมยัน พี่ชายไม่ได้ติดต่อ ปธน.มะกัน</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์เผยแผน พบ คิม จอง อึน ปีนี้ น้องผู้นำคิมยัน พี่ชายไม่ได้ติดต่อ ปธน.มะกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T02:32:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T02:32:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิสราเอลสอบอาญา รับทหารดับเด็ก 5 ขวบในกาซา กลุ่มสิทธิฯชี้ ลงโทษเกิดยาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854242]]></link><pubDate>2026-08-20T08:39:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5854242</guid><description>อิสราเอลสอบอาญา รับทหารดับเด็ก 5 ขวบในกาซา กลุ่มสิทธิฯชี้ ลงโทษเกิดยาก กองทัพอิสราเอลยอมรับว่า ทหารของตนได้เปิดฉากยิงใส่รถยนต์คันหนึ่งซึ่งมีฮินด์ ราจาบ เด็กหญิงชาวปาเลสไตน์วัย 5 ขวบ และสมาชิกครอบครัวข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิสราเอลสอบอาญา รับทหารดับเด็ก 5 ขวบในกาซา กลุ่มสิทธิฯชี้ ลงโทษเกิดยาก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอิสราเอลยอมรับว่า ทหารของตนได้เปิดฉากยิงใส่รถยนต์คันหนึ่งซึ่งมีฮินด์ ราจาบ เด็กหญิงชาวปาเลสไตน์วัย 5 ขวบ และสมาชิกครอบครัวของเธออยู่ในรถที่ฉนวนกาซาเมื่อปี 2024 และระบุว่าได้เปิดการสอบสวนทางอาญาในเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเสียชีวิตของฮินด์ ราจาบ เป็นหนึ่งในเหตุการณ์การเสียชีวิตของพลเรือนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในระหว่างปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งเริ่มต้นขึ้นหลังการโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลที่นำโดยกลุ่มฮามาสในปี 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮินด์เสียชีวิตหลังจากติดอยู่ภายในรถเป็นเวลาหลายชั่วโมง และพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่แพทย์ชาวปาเลสไตน์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือหลายครั้ง ขณะที่ป้ารวมถึงลุงของเธอ และลูกพี่ลูกน้องอีก 3 คน ซึ่งอยู่ในรถคันเดียวกัน ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รถพยาบาลถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุ แต่ไม่นานหลังจากรถพยาบาลเดินทางไปถึง เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุได้ขาดการติดต่อทั้งกับเด็กหญิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เดินทางไปช่วยเหลือเธอ จากนั้น 12 วันต่อมา จึงพบศพของเด็กหญิง สมาชิกครอบครัวของเธอ และเจ้าหน้าที่รถพยาบาล 2 คนในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลเคยปฏิเสธว่าทหารของตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใกล้กับจุดที่ฮินด์เสียชีวิต แต่เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม กองทัพอิสราเอลระบุว่า หลังจากดำเนินการสอบสวนเป็นเวลาหลายเดือนผ่านกลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในกองทัพ พบว่าทหารได้เปิดฉากยิงใส่รถยนต์ของฮินด์ขณะที่รถกำลังเคลื่อนเข้าใกล้กองกำลังของพวกเขา ทั้งยังรับด้วยว่า ต่อมามีการยิงกระสุนเข้าใส่รถพยาบาลของสภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ ซึ่งถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือเด็กหญิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หลังจากพิจารณาผลการตรวจสอบ และเนื่องจากพบข้อบกพร่องที่ถูกกล่าวหาในการประสานงานเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของรถพยาบาลของสภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ จึงมีการตัดสินใจเปิดการสอบสวนทางอาญาในเหตุการณ์ดังกล่าว” แถลงการณ์ของกองทัพอิสราเอลระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพยังบอกด้วยว่า กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินข้อเท็จจริงจะเปิดการสอบสวนทางอาญาเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ 15 รายที่ถูกสังหารในเดือนมีนาคม 2025 ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนเหตุการณ์อีก 3 กรณี รวมถึงการสังหารเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ 7 รายขององค์กรการกุศล World Central Kitchen ในเดือนเมษายน 2024 กองทัพอิสราเอลระบุว่า ไม่พบมูลเหตุเพียงพอที่จะเปิดการสอบสวนทางอาญา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของฮินด์ ราจาบ ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เวนิส และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านยายของฮินด์ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ในค่ายผู้พลัดถิ่นแห่งหนึ่งในกาซา กล่าวว่า เธอและครอบครัวของฮินด์ ไม่ไว้วางใจกระบวนการยุติธรรมของรัฐอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราหวังว่าความยุติธรรมจะมาจากคนทั้งโลก เราขอเรียกร้องต่อระบบยุติธรรมระหว่างประเทศโดยรวม” ยายของเด็กหญิงกล่าว พร้อมระบุว่าเธอเองก็ชื่อฮินด์ ราจาบ เช่นเดียวกับหลานสาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มสิทธิมนุษยชนของอิสราเอลระบุว่า การสอบสวนกรณีการประพฤติมิชอบทางอาญาของทหารอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับการสังหารชาวปาเลสไตน์ แทบไม่เคยนำไปสู่การพิพากษาลงโทษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาเริ่มต้นขึ้นในปี 2023 มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้วมากกว่า 73,000 คน ขณะที่อีกหลายพันคนเสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ผู้เสียชีวิตเหล่านี้รวมถึงเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ แพทย์ นักข่าว และบุคคลอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การหยุดยิงในฉนวนกาซาที่ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วช่วยยุติการสู้รบครั้งใหญ่ในพื้นที่ แต่การโจมตีของอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป โดยอิสราเอลระบุว่าการโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการโจมตีที่ใกล้จะเกิดขึ้นจากกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในฉนวนกาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่มีการหยุดยิง มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 1,200 คน รวมถึงทหารอิสราเอล 4 นาย ตามข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขในฉนวนกาซาและกองทัพอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854242?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิสราเอลสอบอาญา รับทหารดับเด็ก 5 ขวบในกาซา กลุ่มสิทธิฯชี้ ลงโทษเกิดยาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิสราเอลสอบอาญา รับทหารดับเด็ก 5 ขวบในกาซา กลุ่มสิทธิฯชี้ ลงโทษเกิดยาก</dc:alternative><dc:abstract>อิสราเอลสอบอาญา รับทหารดับเด็ก 5 ขวบในกาซา กลุ่มสิทธิฯชี้ ลงโทษเกิดยาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T01:39:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T01:39:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hr-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hr-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตายรัง! สื่อผู้ดีเผย แฮร์รี-เมแกน ย้ายกลับอังกฤษเดือนนี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854207]]></link><pubDate>2026-08-20T08:06:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5854207</guid><description>ตายรัง! สื่อผู้ดีเผย แฮร์รี-เมแกน ย้ายกลับอังกฤษเดือนนี้ สื่ออังกฤษหลายสำนักรายงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มีแผนจะย้ายกลับไปพำนักที่อังกฤษในเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากทั้งสองถอนตัว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ตายรัง! สื่อผู้ดีเผย แฮร์รี-เมแกน ย้ายกลับอังกฤษเดือนนี้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่ออังกฤษหลายสำนักรายงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มีแผนจะย้ายกลับไปพำนักที่อังกฤษในเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากทั้งสองถอนตัวจากการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูง และย้ายไปใช้ชีวิตในสหรัฐเมื่อ 6 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิตยสาร People และหนังสือพิมพ์ The Telegraph ของอังกฤษรายงานว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะย้ายจากรัฐแคลิฟอร์เนียกลับมาอังกฤษพร้อมด้วยเจ้าชายอาร์ชี พระโอรสวัย 7 ปี และเจ้าหญิงลิลิเบต พระธิดาวัย 5 ปี โดยจะพำนักอยู่ในอังกฤษเป็นระยะเวลานาน และพระโอรสและพระธิดาจะเริ่มเข้าเรียนที่อังกฤษในเดือนกันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของเจ้าชายแฮร์รีไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว ขณะที่พระราชวังบักกิงแฮมก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทั้งคู่ยืนยันว่ารายงานข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของ The Telegraph ระบุว่า ทั้งคู่จะไม่ได้พำนักอยู่ในพระตำหนักหรือที่ประทับของราชวงศ์ และสถานะของทั้งสองจะยังคงเหมือนเดิม คือยังคงเป็นสมาชิกของราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการ หรือที่ “non-working royals” ตามข้อตกลงที่ทั้งคู่ทำไว้กับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ล่วงลับ เมื่อครั้งถอนตัวจากการปฏิบัติพระกรณียกิจในเดือนมีนาคม 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รีทรงอภิเษกสมรสกับเมแกน มาร์เคิล อดีตนักแสดงหญิง ในพิธีสุดยิ่งใหญ่ที่พระราชวังวินด์เซอร์ในปี 2018 โดยในเวลานั้นมีความหวังว่า การสมรสของเจ้าชายแฮร์รีกับเมแกน ซึ่งมีพระมารดาเป็นคนผิวสี จะช่วยสร้างความสดใหม่และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกลับมาได้รับความสนใจและเชื่อมโยงกับสังคมยุคใหม่มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่นานนักรอยร้าวระหว่างทั้งคู่กับสมาชิกคนอื่นๆ ของราชวงศ์ก็เริ่มปรากฏให้เห็น และในอีก 2 ปีต่อมาในปี 2020 ทั้งสองประกาศว่าจะถอนตัวจากการปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการ และย้ายไปใช้ชีวิตในสหรัฐในย่านมอนเตซิโต ริมทะเลใกล้เมืองซานตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยสื่อรายงานว่า ทั้งคู่ซื้อบ้านขนาด 16 ห้องนอนในปี 2020 ในราคา 14.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายปีหลังจากนั้น เจ้าชายแฮร์รี ซึ่งปัจจุบันมีพระชนมายุ 41 พรรษา และเมแกน วัย 45 ปี วิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์อังกฤษและสถาบันพระมหากษัตริย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งผ่านการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ สารคดีของ Netflix และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านหนังสือบันทึกความทรงจำของเจ้าชายแฮร์รีชื่อ “Spare”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รีทรงมีถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์พระราชบิดาอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ รวมถึงเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐาและรัชทายาทลำดับที่ 1 แห่งราชบัลลังก์อังกฤษ ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับทั้งสองพระองค์แทบจะขาดสะบั้นลงอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ เจ้าชายแฮร์รียังทรงไม่พอพระทัยต่อการที่รัฐบาลอังกฤษเปลี่ยนแปลงมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับพระองค์ โดยพระองค์ทรงระบุว่า การที่ไม่ได้รับความคุ้มกันจากตำรวจโดยอัตโนมัติ ทำให้พระองค์ไม่สามารถพาลูกๆ กลับมาอังกฤษได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับกษัตริย์ชาร์ลส์ดูเหมือนจะเริ่มผ่อนคลายลง เมื่อเดือนกรกฎาคม เจ้าชายแฮร์รี เมแกน และพระโอรสและพระธิดาได้เดินทางมาอังกฤษ ซึ่งกษัตริย์ชาร์ลส์ได้พบพระราชนัดดาทั้งสองพระองค์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้กษัตริย์ชาร์ลส์จะทรงยินดีที่มีโอกาสได้พบและใช้เวลากับครอบครัวของเจ้าชายแฮร์รีมากขึ้น แต่พระองค์เองเพิ่งทรงทราบถึงแผนการของทั้งคู่ที่จะย้ายกลับมาอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับพระราชบิดาดูเหมือนจะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับเจ้าชายวิลเลียมยังคงห่างเหินอย่างมาก โดยทั้งสองพระองค์แทบไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5854207?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตายรัง! สื่อผู้ดีเผย แฮร์รี-เมแกน ย้ายกลับอังกฤษเดือนนี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตายรัง! สื่อผู้ดีเผย แฮร์รี-เมแกน ย้ายกลับอังกฤษเดือนนี้</dc:alternative><dc:abstract>ตายรัง! สื่อผู้ดีเผย แฮร์รี-เมแกน ย้ายกลับอังกฤษเดือนนี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T01:52:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T01:52:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hmg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hmg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hmg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hmg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hmg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hmg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hmg-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hmg-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไฟไหม้โรงแรมโกลกาตา ดับ 9 คาดไฟฟ้าลัดวงจร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5853395]]></link><pubDate>2026-08-19T15:31:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5853395</guid><description>ไฟไหม้โรงแรมโกลกาตา ดับ 9 คาดไฟฟ้าลัดวงจร เจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียในเมืองโกลกาตาเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย รวมถึงเด็ก 1 ราย จากเหตุเพลิงไหม้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองโกลกาตา ที่ตั้งอยู่ทางตะวั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไฟไหม้โรงแรมโกลกาตา ดับ 9 คาดไฟฟ้าลัดวงจร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียในเมืองโกลกาตาเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย รวมถึงเด็ก 1 ราย จากเหตุเพลิงไหม้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองโกลกาตา ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอินเดีย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไฟเริ่มลุกไหม้เมื่อเวลาประมาณ 02.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณชั้น 2 ของอาคารโรงแรม และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ภายใน 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ได้อพยพผู้คน 30 คนออกจากโรงแรมอย่างปลอดภัย เบื้องต้นคาดว่าเหตุเพลิงไหม้อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดว่าอะไรทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยอย่างน้อย 6 คนกำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว ANI รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในหน่วยดับเพลิงว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีพลเมืองบังกลาเทศรวมอยู่ด้วย โดยคนกลุ่มดังกล่าวเดินทางมายังเมืองโกลกาตาเพื่อเข้ารับการรักษาทางการแพทย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สถานีโทรทัศน์ NDTV รายงานว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 9 รายเป็นชาวบังกลาเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงที่ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันสัญชาติของผู้เสียชีวิตได้ และเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองโกลกาตาซึ่งมีประชากรหนาแน่นและมีอาคารต่างๆ ตั้งอยู่ค่อนข้างแออัด โดยโรงแรมเป็นที่รู้จักในฐานะที่พักราคาประหยัดและมีร้านอาหารให้บริการด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5853395?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไฟไหม้โรงแรมโกลกาตา ดับ 9 คาดไฟฟ้าลัดวงจร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไฟไหม้โรงแรมโกลกาตา ดับ 9 คาดไฟฟ้าลัดวงจร</dc:alternative><dc:abstract>ไฟไหม้โรงแรมโกลกาตา ดับ 9 คาดไฟฟ้าลัดวงจร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-19T08:31:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-19T08:31:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/if.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/if-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/if.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/if-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/if-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/if-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตต.เฉียงใต้จีนอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 10 อพยพประชาชนกว่า 2 หมื่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5853376]]></link><pubDate>2026-08-19T15:06:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5853376</guid><description>ตต.เฉียงใต้จีนอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 10 อพยพประชาชนกว่า 2 หมื่น สถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีนรายงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ส่งผลใ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ตต.เฉียงใต้จีนอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 10 อพยพประชาชนกว่า 2 หมื่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีนรายงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 รายจากเหตุบ้านพังถล่มและดินถล่ม ขณะที่ประชาชนอีกหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติได้อพยพประชาชน 21,784 คน หลังเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รวมถึงพื้นที่นครเฉิงตูและเมืองจื้อกง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CCTV รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 5 รายในมณฑลเสฉวน หลังน้ำฝนที่ท่วมขังทำให้หลังคาและกำแพงพังถล่มลงมา ขณะที่ผู้คนกำลังร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเฉลิมฉลองผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของบรรดาบุตรหลานเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิต 3 รายเสียชีวิตที่บ้านพักในอำเภอฉางหนิงของมณฑลเสฉวน ขณะที่อีก 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 คนกำลังเข้ารับการรักษาตัว อย่างไรก็ดีไม่เป็นที่ชัดเจนว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวมีเด็กหรือเยาวชนรวมอยู่ด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CCTV รายงานด้วยว่า ทางการมณฑลเสฉวนประกาศเตือนภัยฝนตกหนักในสัปดาห์นี้ และเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติจากสภาพอากาศดังกล่าว ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่วันอังคารได้ทำให้เกิดภัยพิบัติ 2 เหตุการณ์ ซึ่งส่งผลให้เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดในพื้นที่ภูเขาเก๋อจือและอาป้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ดินถล่มที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ภายในพื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งในเขตปกครองตนเองกว่างซี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะนำร่างของผู้ประสบภัยทั้งหมดออกมาได้ในเวลาต่อมา CCTV รายงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการระบุว่า ก่อนหน้านี้ พื้นที่หุบเขาลึกบนภูเขาสูงมีทรายและก้อนกรวดที่หลวมตัวอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่ต้นฤดูร้อน มณฑลกว่างซี เช่นเดียวกับพื้นที่อีกหลายแห่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ต้องเผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างมากได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม ดินถล่ม และภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ลาดชันของภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5853376?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตต.เฉียงใต้จีนอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 10 อพยพประชาชนกว่า 2 หมื่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตต.เฉียงใต้จีนอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 10 อพยพประชาชนกว่า 2 หมื่น</dc:alternative><dc:abstract>ตต.เฉียงใต้จีนอ่วม ฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 10 อพยพประชาชนกว่า 2 หมื่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-19T08:25:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-19T08:25:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ddddd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ddddd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ddddd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ddddd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vgrvggg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vgrvggg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้เหลือ 5 วัน รมว.กต.ชี้ ทรัมป์หวังบีบโซลร่วมศึกอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5852796]]></link><pubDate>2026-08-19T12:03:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5852796</guid><description>ซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้เหลือ 5 วัน รมว.กต.ชี้ ทรัมป์หวังบีบโซลร่วมศึกอิหร่าน นายโช ฮยอน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ว่า คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ให้ลด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้เหลือ 5 วัน รมว.กต.ชี้ ทรัมป์หวังบีบโซลร่วมศึกอิหร่าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายโช ฮยอน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ว่า คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ให้ลดขนาดการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ ดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่จะกดดันเกาหลีใต้ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแสดงความเห็นของรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้มีขึ้นในขณะที่เกาหลีใต้และสหรัฐระบุว่า จะลดระยะเวลาการซ้อมรบร่วมประจำปีเหลือ 5 วัน จากเดิมที่ 11 วัน และลดขนาดการฝึกภาคสนามบางส่วนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงการซ้อมรบดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เดินทางเยือนเกาหลีใต้ในวันที่ 19-20 สิงหาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค ที่คาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้และเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยร่วมกันว่า การซ้อมรบอุลชี ฟรีดอม ชิลด์ ซึ่งเริ่มขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม เดิมมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 27 สิงหาคม แต่ขณะนี้การฝึกซ้อมจะจบลงในวันที่ 21 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัน กยูแบ็ก รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ กล่าวว่า พันธมิตรทั้งสองประเทศกำลังเดินหน้ายกเลิกการซ้อมรบในระยะที่ 2 ซึ่งจะเน้นปฏิบัติการตอบโต้การโจมตี หลังจากระยะแรกซึ่งเป็นการปฏิบัติการเพื่อการตั้งรับและป้องกันเบื้องต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ระบุว่า ตามข้อเสนอของสหรัฐทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะปรับเปลี่ยนระยะเวลาและขอบเขตของการซ้อมรบบางส่วน นอกจากนี้ การฝึกซ้อมการเคลื่อนกำลังภาคสนามร่วมกันบางรายการก็จะถูกลดขนาดลงด้วย แม้รายละเอียดต่างๆ ยังคงอยู่ระหว่างการหารือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า กระทรวงได้ลดขนาดการซ้อมรบและกิจกรรมฝึกซ้อมที่เกี่ยวข้องกับการใช้กระสุนจริงลงอย่างมาก โดยการฝึกบางรายการถูกยกเลิก หรือเปลี่ยนไปเป็นการฝึกจำลองสถานการณ์แทน อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะยังคงรักษาระดับความพร้อมรบและเป้าหมายด้านการฝึกที่สำคัญเอาไว้ และจะไม่ทำให้เป้าหมายด้านการฝึกของสหรัฐลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5852796?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้เหลือ 5 วัน รมว.กต.ชี้ ทรัมป์หวังบีบโซลร่วมศึกอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้เหลือ 5 วัน รมว.กต.ชี้ ทรัมป์หวังบีบโซลร่วมศึกอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>ซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้เหลือ 5 วัน รมว.กต.ชี้ ทรัมป์หวังบีบโซลร่วมศึกอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-19T05:19:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-19T05:19:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/su.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/su-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/su.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/su-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/su-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/su-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เริ่มคดีปวศ.! 29 รัฐมะกันฟ้อง Meta จงใจทำเด็กเสพติด FB &#8211; IG ทนายชี้เชื่อมโยงไม่ชัด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5852520]]></link><pubDate>2026-08-19T10:24:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5852520</guid><description>เริ่มคดีปวศ.! 29 รัฐมะกันฟ้อง Meta จงใจทำเด็กเสพติด FB &amp;#8211; IG ทนายชี้เชื่อมโยงไม่ชัด Meta ปฏิเสธข้อกล่าวหาของบรรดารัฐต่างๆ ในสหรัฐ ที่ระบุว่า บริษัทจงใจออกแบบ Facebook และ Instagram ให้เด็กเกิดการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เริ่มคดีปวศ.! 29 รัฐมะกันฟ้อง Meta จงใจทำเด็กเสพติด FB &amp;#8211; IG ทนายชี้เชื่อมโยงไม่ชัด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;Meta ปฏิเสธข้อกล่าวหาของบรรดารัฐต่างๆ ในสหรัฐ ที่ระบุว่า บริษัทจงใจออกแบบ Facebook และ Instagram ให้เด็กเกิดการเสพติดแพลตฟอร์มเพื่อแสวงหากำไร ในการเริ่มต้นการพิจารณาคดีครั้งสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจของแอพพลิเคชั่นยอดนิยมที่สุดในโลกบางส่วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐต่างๆ ของสหรัฐ 29 รัฐ ซึ่งมีทั้งรัฐที่พรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันบริหาร ได้ร่วมกันฟ้องร้อง Meta โดยเรียกร้องค่าเสียหายและบทลงโทษที่อาจมีมูลค่าสูงถึงหลายหมื่นล้าน หรือหลายแสนล้านดอลลาร์ รวมถึงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินธุรกิจของบริษัท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐหลัก 4 รัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์ กล่าวหาว่า Meta ออกแบบ Facebook และ Instagram เพื่อดึงดูดผู้ใช้อายุน้อยให้ใช้แพลตฟอร์มเป็นเวลานาน จนส่งผลให้เกิดความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และแม้กระทั่งการฆ่าตัวตาย อีกทั้งบริษัททำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม ทั้ง 29 รัฐกล่าวหา Meta ว่าละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางด้วยการเก็บรวบรวมและนำข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กไปใช้โดยไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การพิจารณาคดีในศาลรัฐบาลกลางโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเริ่มต้นด้วยการแถลงเปิดคดีเมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ถือเป็นบททดสอบทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุด เกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อผู้ใช้อายุน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Meta และบริษัทโซเชียลมีเดียอื่นๆ รวมถึง Snap, ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ TikTok และ Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ YouTube กำลังเผชิญคดีความหลายพันคดีจากรัฐบาลระดับรัฐ เทศบาล เขตการศึกษา และบุคคลทั่วไป ในประเด็นว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้อายุน้อยหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมแกน โอนีล รองอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวต่อคณะลูกขุน 8 คนว่า รูปแบบธุรกิจของ Meta คือการดึงผู้ใช้ให้ติดอยู่กับแพลตฟอร์ม รั้งพวกเขาให้อยู่ให้นานที่สุด เก็บเกี่ยวข้อมูลของพวกเขา แล้วปกปิดความจริงจากสาธารณชน และว่า “มันได้ผลเป็นพิเศษกับเด็กๆ Meta ต้องการเด็กๆ และบริษัทก็ต้องทำให้คนที่ดูแลเด็กเหล่านั้นเชื่อว่าเด็กๆ ปลอดภัย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน พอล ชมิดต์ ทนายความของ Meta กล่าวว่า เขา “ไม่มีข้อโต้แย้ง” ว่าผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางส่วนกำลังประสบปัญหา แต่ผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการใช้โซเชียลมีเดียของวัยรุ่นมีความเชื่อมโยงกับการมีสุขภาวะที่แย่ลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชมิดต์กล่าวว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta เห็นด้วยกับความปรารถนาของบริษัทที่จะปรับปรุงบริการของตน และไม่ได้ต้องการทำให้บริการเหล่านี้เป็นอันตราย เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จ หากผู้คนไม่ชอบบริการของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนียย้ำว่า รัฐต่างๆ ไม่ได้พยายามทำให้ Meta ล้มละลาย และโซเชียลมีเดียมีประโยชน์สำหรับคนบางกลุ่ม แต่ Meta ใช้ประโยชน์จากเด็กด้วยการศึกษาวิจัยว่าสมองของเด็กทำงานอย่างไร และตอบสนองต่อสิ่งเร้าบนโลกออนไลน์อย่างไร รวมทั้งติดตามการโต้ตอบของเด็กๆ บนแอพพลิเคชั่นของบริษัท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอนีลกล่าวอีกว่า มีอีเมล์ภายในฉบับหนึ่งที่ส่งถึง อดัม โมเซรี ผู้บริหาร Instagram ระบุว่า “เวลาที่วัยรุ่นใช้” บนแพลตฟอร์มเป็นเป้าหมายสำคัญ และกล่าวว่า พนักงานของเมต้ามอง Instagram ว่าเป็น “ยาเสพติด” และมองตัวเองว่าเป็น “ผู้ค้ายา” Meta พบว่ายิ่งเด็กเริ่มใช้แอพพฺตั้งแต่อายุน้อยเท่าไร ก็ยิ่งดีเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชมิดต์ยอมรับว่า พนักงานบางคนอาจใช้ถ้อยคำที่ “ไม่สุภาพ” ในการสื่อสารภายใน แต่เขายืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของ Meta ไม่ได้ทำให้เกิดการเสพติด และคณะลูกขุนจะได้รับฟังว่า พนักงานคนดังกล่าวซึ่งเปรียบ Instagram ว่าเป็นยาเสพติด ได้ดำเนินการอย่างไรเพื่อทำให้แพลตฟอร์มมีความปลอดภัยมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าคณะลูกขุนจะมีคำวินิจฉัยในลักษณะเป็นคำแนะนำต่อศาล ขณะที่ อีวอนน์ กอนซาเลซ โรเจอร์ส ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ จะเป็นผู้ตัดสินในประเด็นความรับผิดทางกฎหมายต่อ Meta&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากโรเจอร์สตัดสินว่า Meta ต้องรับผิดตามกฎหมาย บริษัทอาจถูกลงโทษทางแพ่ง และศาลอาจมีคำสั่งให้เมต้าเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินงานของ Facebook และ Instagram&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Meta ระบุว่า บทลงโทษที่บริษัทอาจต้องจ่ายอาจสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 46.3 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับมูลค่าตลาดของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อัยการสูงสุดของรัฐต่างๆ ระบุในการพิจารณาคดีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จำนวนเงินดังกล่าวอาจอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.62 ล้านล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับกำไรหลังหักภาษี 3 ปีของ Meta&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์ ยังต้องการให้ Meta  ปรับปรุง Facebook และ Instagram ครั้งใหญ่ รวมถึงลบการกด “Likes” และฟีดแบบเลื่อนดูเนื้อหาได้ไม่รู้จบ ซึ่งกระตุ้นให้ผู้ใช้เปิดดูโพสต์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง กำหนดเวลาการใช้งานสำหรับผู้ใช้อายุน้อย และบังคับใช้ข้อจำกัดเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้ามาใช้งานแพลตฟอร์ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากการแถลงเปิดคดีเสร็จสิ้น อาร์ตูโร เบฮาร์ อดีตวิศวกรด้านความปลอดภัยของ Meta ได้เริ่มให้การในฐานะพยานคนแรกของฝ่ายรัฐ ซึ่งเคยให้การเป็นพยานกล่าวหา Meta มาแล้วใน 4 คดี แม้ว่าทาง Meta จะพยายามขัดขวางไม่ให้เบฮาร์ขึ้นให้การก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบฮาร์กล่าวว่า เป็นเวลานานแล้วที่ Meta รู้ว่าเครื่องมือด้านความปลอดภัยสำหรับเด็กของบริษัทใช้งานไม่ได้ผล และบอกกับคณะลูกขุนว่า &amp;#8220;เคลื่อนไหวเร็วและทำลายสิ่งต่างๆ&amp;#8221; คือคติประจำใจของ Meta ซึ่งใช้วิธี &amp;#8220;ไม่ถาม ไม่บอก&amp;#8221; ในการตรวจสอบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้งานออนไลน์หรือไม่ ขณะที่ผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น วิดีโอสั้น Reels ถูกปล่อยออกสู่ตลาด โดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในช่วงแรกที่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นถูกนำออกมาใช้งาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่า ซักเคอร์เบิร์กและโมเซรี ผู้บริหาร Instagram จะขึ้นให้การในการต่อสู้คดีครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยการพิจารณาคดีมีกำหนดใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่หุ้นของ Meta ปรับตัวลดลงเกือบตลอดวันอังคาร และปิดตลาดลดลง 4.4% มาอยู่ที่ 543.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2023 หรือ 2 ปีหลังจาก ฟรานเซส เฮาเกน อดีตพนักงานและผู้เปิดโปงข้อมูลของ Meta ให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐว่า Meta รู้ว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก และรู้ด้วยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นปลอดภัย แต่บริษัทกลับไม่ดำเนินการ เนื่องจากต้องการแสวงหากำไรที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะลูกขุนในนครลอสแอนเจลิสมีคำสั่งให้ Meta  และ Google จ่ายเงิน 6 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 198 ล้านบาท ให้แก่หญิงวัย 20 ปีรายหนึ่ง ซึ่งกล่าวว่าเธอเสพติด Instagram และ YouTube ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5852520?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เริ่มคดีปวศ.! 29 รัฐมะกันฟ้อง Meta จงใจทำเด็กเสพติด FB &amp;#8211; IG ทนายชี้เชื่อมโยงไม่ชัด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เริ่มคดีปวศ.! 29 รัฐมะกันฟ้อง Meta จงใจทำเด็กเสพติด FB – IG ทนายชี้เชื่อมโยงไม่ชัด</dc:alternative><dc:abstract>เริ่มคดีปวศ.! 29 รัฐมะกันฟ้อง Meta จงใจทำเด็กเสพติด FB – IG ทนายชี้เชื่อมโยงไม่ชัด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-19T07:27:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-19T07:27:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mtc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mtc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mtc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mtc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mtc-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mtc-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตะลึง! หมอศรีลังกา ผ่าตัดก้อนนิ่วมหึมา หนัก 3.1 กก. ในกระเพาะปัสสาวะคนไข้ เชื่อใหญ่สุดเท่าที่เคยมีบันทึก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851918]]></link><pubDate>2026-08-18T16:47:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5851918</guid><description>ตะลึง! หมอศรีลังกา ผ่าตัดก้อนนิ่วมหึมา หนัก 3.1 กก. ในกระเพาะปัสสาวะคนไข้ เชื่อใหญ่สุดเท่าที่เคยมีบันทึก เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า คณะแพทย์โรงพยาบาลในศรีลังกาได้ทำการผ่าตัดก้อนนิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตะลึง! หมอศรีลังกา ผ่าตัดก้อนนิ่วมหึมา หนัก 3.1 กก. ในกระเพาะปัสสาวะคนไข้ เชื่อใหญ่สุดเท่าที่เคยมีบันทึก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า คณะแพทย์โรงพยาบาลในศรีลังกาได้ทำการผ่าตัดก้อนนิ่วขนาดมหึมาในกระเพาะปัสสาวะของคนไข้ชายรายหนึ่ง อายุ 55 ปี เป็นผลสำเร็จ เคสนี้เป็นที่น่าตกตะลึงเนื่องจากนิ่วในกระเพาะปัสสาวะของคนไข้รายนี้มีขนาดใหญ่มากเทียบได้เท่ากับไข่นกกระจอกเทศและมีน้ำหนักมากถึง 3.1 กิโลกรัม ซึ่งคณะแพทย์เชื่อว่าเป็นก้อนนิ่วที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะแพทย์ในโรงพยาบาลเมืองตรินโคมาลี ทางตะวันออกของประเทศศรีลังกา ซึ่งเปิดเผยถึงเคสคนไข้สุดฮือฮานี้ว่า การผ่าตัดเอานิ่วในกระเพาะปัสสาวะออกของคนไข้รายนี้มีขึ้นเป็นที่เรียบร้อยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไข้ชายรายนี้ได้ถูกเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลหลังจากเกิดอาการโรคหลอดเลือดตีบ แต่ในระหว่างการรักษา แพทย์ตรวจพบก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หลังจากสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะลำบาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการผ่าตัด แพทย์ได้นำก้อนนิ่วออกจากกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งก้อนนิ่วดังกล่าวมีขนาดใหญ่พอๆ กับไข่นกกระจอกเทศ โดยมีขนาดยาว 17 เซนติเมตร และมีน้ำหนักถึง 3.1 กิโลกรัม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดอกเตอร์ปราฮาลาฮัน บาลากริชนัน แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด กล่าวว่า จากข้อมูลที่มีอยู่นี่คือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้และได้รับการผ่าตัดนำออกมา และว่า ก้อนนิ่วดังกล่าวน่าจะสะสมอยู่ในกระเพาะปัสสาวะของผู้ป่วยมาเป็นเวลา&lt;br /&gt;
นานประมาณ 5-10 ปีแล้ว อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยรายนี้มีสุขภาพแข็งแรงดีมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แพทย์ระบุว่าขณะนี้ผู้ป่วยยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอาการป่วยอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายสามารถขับออกมาเองได้ แต่ก้อนนิ่วที่ใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร มักจะอุดตันทางเดินปัสสาวะและต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ โดยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 เซนติเมตร ถือว่าเป็นนิ่วขนาดยักษ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ตามบันทึกสถิติโลก กินเนส์เวิลด์เรคคอร์ด ระบุว่า นิ่วในกระเพาะปัสสาวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการผ่าตัดนำออกมา เป็นในผู้ป่วยรายหนึ่งในประเทศบราซิล มีน้ำหนัก 1.9 กิโลกรัม และมีขนาดยาว 17.9 เซนติเมตร เมื่อปี 2003&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851918?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตะลึง! หมอศรีลังกา ผ่าตัดก้อนนิ่วมหึมา หนัก 3.1 กก. ในกระเพาะปัสสาวะคนไข้ เชื่อใหญ่สุดเท่าที่เคยมีบันทึก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตะลึง! หมอศรีลังกา ผ่าตัดก้อนนิ่วมหึมา หนัก 3.1 กก. ในกระเพาะปัสสาวะคนไข้ เชื่อใหญ่สุดเท่าที่เคยมีบันทึก</dc:alternative><dc:abstract>ตะลึง! หมอศรีลังกา ผ่าตัดก้อนนิ่วมหึมา หนัก 3.1 กก. ในกระเพาะปัสสาวะคนไข้ เชื่อใหญ่สุดเท่าที่เคยมีบันทึก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-18T09:47:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-18T09:47:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นิ่วใหญ่.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นิ่วใหญ่-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-161812.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-161812-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-161812000.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-161812000-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นิ่วใหญ่.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นิ่วใหญ่-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นิ่วใหญ่1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นิ่วใหญ่1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่ออิสราเอลตีข่าว 6 แรงงานไทยบาดเจ็บ จากเหตุระเบิดเก่าตกค้าง บึ้มขึ้นในพื้นที่เกษตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851600]]></link><pubDate>2026-08-18T14:00:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5851600</guid><description>สื่ออิสราเอลตีข่าว 6 แรงงานไทยบาดเจ็บ จากเหตุระเบิดเก่าตกค้าง บึ้มขึ้นในพื้นที่เกษตร เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เดอะ ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงานว่า มีแรงงานไทย 6 ราย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดเก่าตกค้างได้เกิด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่ออิสราเอลตีข่าว 6 แรงงานไทยบาดเจ็บ จากเหตุระเบิดเก่าตกค้าง บึ้มขึ้นในพื้นที่เกษตร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เดอะ ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงานว่า มีแรงงานไทย 6 ราย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดเก่าตกค้างได้เกิดระเบิดขึ้นในพื้นที่การเกษตรแห่งหนึ่ง ในเมืองเมทูลา ทางภาคเหนือของอิสราเอล เหตุเกิดในช่วงเช้าวันเดียวกันตามเวลาท้องถิ่น โดยแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 ราย ได้ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ศูนย์การแพทย์ซีฟ ในเมืองซาเฟดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางศูนย์การแพทย์ดังกล่าวเปิดเผยว่า แรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย และผู้บาดเจ็บอาการปานกลางอีก 1 ราย ได้รับการรักษาเบื้องต้นในห้องฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยบาดเจ็บรุนแรง ส่วนแรงงานไทยอีก 3 ราย กำลังเข้ารับการรักษาในแผนกฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านศาสตราจารย์อาวีรัม นิสซัน ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมของศูนย์การแพทย์ซีฟ กล่าวว่า หนึ่งในผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสและกำลังเข้ารับการรักษาในห้องผ่าตัด ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีกรายหนึ่งกำลังเข้ารับการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพทางการแพทย์เพื่อประเมินอาการและดำเนินการรักษาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทางตำรวจอิสราเอลระบุว่ากำลังดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851600?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่ออิสราเอลตีข่าว 6 แรงงานไทยบาดเจ็บ จากเหตุระเบิดเก่าตกค้าง บึ้มขึ้นในพื้นที่เกษตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่ออิสราเอลตีข่าว 6 แรงงานไทยบาดเจ็บ จากเหตุระเบิดเก่าตกค้าง บึ้มขึ้นในพื้นที่เกษตร</dc:alternative><dc:abstract>สื่ออิสราเอลตีข่าว 6 แรงงานไทยบาดเจ็บ จากเหตุระเบิดเก่าตกค้าง บึ้มขึ้นในพื้นที่เกษตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-18T08:37:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-18T08:37:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ซีรีส์วายไทยดังจนกลายเป็นเรื่องทางการทูตไทย-จีน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/columnists/news_5851089]]></link><pubDate>2026-08-18T12:50:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5851089</guid><description>ซีรีส์วายไทย &amp;#8211; คำว่า “ซีรีส์วาย” ที่คนไทยใช้กัน มาจากวัฒนธรรมเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย ซึ่งแต่เดิมถือว่าเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่คนไทยเอามาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์และซีรีส์ออนไลน์ ใส่ความเป็น [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซีรีส์วายไทย &amp;#8211; &lt;/strong&gt;คำว่า “ซีรีส์วาย” ที่คนไทยใช้กัน มาจากวัฒนธรรมเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย ซึ่งแต่เดิมถือว่าเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่คนไทยเอามาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์และซีรีส์ออนไลน์ ใส่ความเป็นไทยเข้าไป ทั้งสถานที่ อาหาร ภาษา มหาวิทยาลัย เสื้อผ้า เพลง และวิถีชีวิต แล้วก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้นคือ คนต่างชาติพากันติดงอมแงม โดยเฉพาะในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ตลอดไปจนถึงยุโรปและลาตินอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์เคยประเมินว่า มูลค่าตลาดซีรีส์วายและคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องของไทยใน พ.ศ.2568 น่าจะสูงกว่า 4,900 ล้านบาท เติบโตประมาณร้อยละ 17 ต่อปีใน พ.ศ.2568 ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือใน พ.ศ.2567 ไทยผลิตภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องสั้นประเภท Boy Love และ Girl Love รวมกันแล้วมากกว่า 340 เรื่อง และครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลงานประเภทนี้ที่ออกอากาศในเอเชีย ตัวเลข 4,900 ล้านบาทนั้นเป็นเพียงเงินที่มองเห็นง่ายๆ เท่านั้น เพราะซีรีส์วายไม่ได้ขายเฉพาะตัวละครในจอโทรทัศน์ แต่ขายสิ่งที่เรียกว่า Fan Economy หรือเศรษฐกิจแฟนคลับไปพร้อมกันด้วย แฟนคลับคนหนึ่งอาจเริ่มต้นจากการดูซีรีส์ฟรีทางอินเตอร์เน็ต แต่ต่อมาไปซื้อหนังสือนิยายต้นฉบับ ซื้อภาพถ่าย ซื้อเสื้อ ซื้อพวงกุญแจ ซื้อแท่งไฟ ซื้อบัตรแฟนมีต ซื้อบัตรคอนเสิร์ต บินมาเมืองไทย พักโรงแรม กินข้าวร้านเดียวกับที่นักแสดงเคยไป ไปถ่ายรูปที่มหาวิทยาลัย ร้านกาแฟ ชายหาด หรือสถานที่ที่ปรากฏในซีรีส์ แล้วก่อนกลับบ้านก็ยังซื้อของฝากอีกต่างหาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น เงิน 1 บาทที่เกิดจากซีรีส์วายจึงมิได้หยุดอยู่ที่บริษัทสร้างละคร แต่วิ่งต่อไปหาสำนักพิมพ์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สายการบิน บริษัทโฆษณา ผู้จัดงานคอนเสิร์ต และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์เองก็ชี้ว่าความสำเร็จของซีรีส์วายได้สร้างธุรกิจต่อเนื่องตั้งแต่หนังสือ แฟนมีต คอนเสิร์ต ของที่ระลึก โฆษณา ไปจนถึงการท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำ นี่แหละครับที่เขาเรียกว่า Soft Power หรืออำนาจละมุน โดยทำให้คนต่างชาติ “ชอบเรา” จนอยากเข้ามาหาเราเอง เกาหลีใต้มี K-pop และซีรีส์เกาหลี ญี่ปุ่นมีมังงะ แอนิเมะ และอาหารญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกามีฮอลลีวู้ด ส่วนประเทศไทยมีอาหารไทย มวยไทย สงกรานต์ และในเวลานี้เราคงต้องยอมรับอย่างเต็มปากเสียทีว่า ซีรีส์วายเป็น Soft Power ที่ประสบความสำเร็จที่สุดอย่างหนึ่งของไทย เพราะกระทรวงการต่างประเทศกับมูลนิธิไทยถึงกับมอบ Thailand’s Public Diplomacy Award 2025 ให้แก่บริษัท GMMTV โดยระบุว่าบริษัททำหน้าที่เสมือน “สะพาน” เชื่อมประเทศไทยกับประชาคมโลก มีผู้ติดตามผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ รวมกันประมาณ 520 ล้านคน รวมทั้งนำเสนอวัฒนธรรม วิถีชีวิต และสถานที่ท่องเที่ยวไทยออกไปสู่สายตาชาวโลก เมื่อกระทรวงการต่างประเทศของไทยยอมรับเองว่า GMMTV มีบทบาทใน “การทูตสาธารณะ” เรื่องซีรีส์วายจึงพ้นจากการเป็นเพียงเรื่องวัยรุ่นดูละครไปเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ของทุกอย่างในโลกนี้ เมื่อดังมากก็มีปัญหามากตามมาด้วย เพราะแฟนคลับธรรมดากับแฟนคลับที่คลั่งไคล้นั้นมีเส้นแบ่งบางนิดเดียว บางคนเดินทางข้ามประเทศเพื่อดูดาราที่ตนรัก บางคนซื้อบัตรครั้งละหลายใบ บางคนติดตามศิลปินไปทุกแห่ง และบางครั้งความรักก็แปรสภาพเป็นความคิดว่า “ฉันต้องเข้าใกล้ศิลปินให้มากกว่าคนอื่น” ปัญหาใหญ่จึงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ในงาน “มหกรรมนิยายนานาชาติ 2026” ที่สามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งมีกิจกรรมเกี่ยวกับนักแสดงของ GMMTV ได้เกิดเหตุชุลมุนระหว่างแฟนคลับหญิงชาวจีนรายหนึ่งกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริเวณกิจกรรม ต่อมามีคลิปวิดีโอแพร่กระจายทั้งในสังคมออนไลน์ไทยและจีน ต่างฝ่ายต่างนำภาพและคำบอกเล่ามาอธิบายว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ใครเตะใคร และเจ้าหน้าที่ใช้กำลังมากเกินสมควรหรือไม่ เรื่องถ้าจบเพียงเท่านี้ก็คงเป็นเรื่องทะเลาะกันในงานอีเวนต์ธรรมดาๆ ซึ่งเมืองไทยมีอยู่ทุกวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ปัญหาคือ GMMTV ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วออกแถลงการณ์ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากบริษัทภายนอกมีการใช้กำลังในบางช่วงเกินกว่าที่ควรตามสถานการณ์ พร้อมกล่าวขออภัยและระงับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รายนั้นไว้ระหว่างตรวจสอบ แต่ส่วนแฟนคลับไทยอีกจำนวนหนึ่งกลับโกรธ GMMTV เสียเอง เพราะเห็นว่าบริษัทรีบตำหนิเจ้าหน้าที่ทั้งที่คลิปอีกมุมหนึ่งดูเหมือนจะแสดงว่าแฟนคลับจีนมีพฤติกรรมรุนแรงก่อน ทำให้ความวุ่นวายเล็กๆ จากวงการบันเทิงเข้าไปสู่การต่างประเทศอย่างรวดเร็ว เมื่อสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยออกมาเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและคุ้มครองสิทธิของพลเมืองจีนรายดังกล่าว วันรุ่งขึ้น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องออกมากล่าวว่า ได้สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมย้ำว่าจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ลองคิดดูนะครับ ต้นเรื่องคือการแย่งหรือการจัดพื้นที่ยืนดูดาราซีรีส์วายในห้างสรรพสินค้า แต่ปลายเรื่องมีทั้งสถานทูตจีนและรัฐมนตรีต่างประเทศไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างนี้ถ้ายังบอกว่าซีรีส์วายเป็นเพียง “ละครเด็กๆ ดู” ก็คงจะดูถูกอิทธิพลของละครมากเกินไปหน่อย แต่เป็นเรื่องซึ่งลุกลามขึ้นไปถึงระดับกงสุลและการทูตสาธารณะไปแล้ว ยังไม่ทันที่เรื่องนี้จะสงบดี ก็เกิดเหตุเกี่ยวกับแฟนคลับจีนอีกครั้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในคืนวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2569 แต่ศิลปินที่ถูกติดตามครั้งนี้มิใช่นักแสดงไทยของ GMMTV หากแต่เป็นคนสิงคโปร์และคนไต้หวันที่เป็นนักแสดงนำจากซีรีส์วายจีนเรื่อง Double Helix ซึ่งเดินทางมาจัดแฟนมีตที่กรุงเทพฯ แต่เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำว่า กรุงเทพมหานครกลายเป็น “เวทีของเศรษฐกิจแฟนคลับวาย” ในระดับนานาชาติไปแล้ว แฟนคลับชาวจีนจำนวน 22 คน ซึ่งถือบัตรโดยสารเที่ยวบินการบินไทย TG674 กรุงเทพฯ-ปักกิ่ง ติดตามนักแสดงเข้าไปถึงห้องรับรองสายการบินทั้งที่ไม่มีสิทธิใช้บริการ และพยายามตามไปจนถึงสะพานเทียบเครื่องบิน เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดประตูเครื่องบินชั่วคราวเพื่อรักษาความปลอดภัย ในที่สุดการบินไทยตัดสินใจปฏิเสธไม่ให้แฟนคลับทั้ง 22 คนเดินทาง เพราะเกรงว่าอาจเกิดความวุ่นวายบนเครื่องบิน เที่ยวบินจึงล่าช้า ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์นี้เกิดห่างกันเพียงไม่กี่วัน ทำให้เห็นภาพชัดว่า อุตสาหกรรมซีรีส์วายและวัฒนธรรมแฟนคลับในเอเชียได้เติบโตใหญ่โตเกินกว่าระบบรักษาความปลอดภัยและระบบจัดงานแบบเดิมจะรับมือได้ง่ายๆ เสียแล้ว แฟนคลับมิใช่เพียงผู้ชม แต่เป็นนักท่องเที่ยว เป็นผู้บริโภค เป็นกำลังซื้อ เป็นผู้สร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย และที่สำคัญคือเป็น “ประชาชนต่างชาติ” ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาในประเทศไทย สถานทูตของเขาย่อมมีหน้าที่เข้ามาดูแล นี่เป็นเรื่องของ Soft Power ที่รัฐบาลไทยและผู้ประกอบการต้องเรียนรู้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อ Soft Power ของเรายังเล็ก เราอยากให้คนต่างชาติรู้จัก แต่เมื่อมันประสบความสำเร็จจนคนต่างชาติหลายพันหลายหมื่นคนยอมบินข้ามประเทศมาตามดารา เราก็ต้องมีความสามารถบริหารคนเหล่านั้นให้สมกับความสำเร็จด้วย บริษัทผู้ผลิตต้องมีกฎแฟนมีตที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องได้รับการฝึกให้ควบคุมฝูงชนโดยไม่ใช้กำลังเกินจำเป็น สนามบินต้องแยกให้ได้ระหว่างพื้นที่สาธารณะกับพื้นที่รักษาความปลอดภัย และตัวแฟนคลับเองก็ต้องเข้าใจว่าการรักดารามากเพียงใดก็ไม่ทำให้ตนมีสิทธิพิเศษเหนือกฎของประเทศที่เดินทางเข้าไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีรีส์วายไทยจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่คนไทยสร้างขึ้นเอง ใช้ทุนทางวัฒนธรรมของเราเอง และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างแท้จริง เพราะคนจีนคนหนึ่งดูละครไทยแล้วอยากเรียนภาษาไทย คนญี่ปุ่นคนหนึ่งดูซีรีส์แล้วอยากมากรุงเทพฯ คนฟิลิปปินส์คนหนึ่งชอบนักแสดงไทยแล้วซื้อบัตรเครื่องบินมาดูแฟนมีต นี่คือ Soft Power ที่มีชีวิต เพราะมันเปลี่ยน “ความชอบ” ให้กลายเป็น “การกระทำ” และเปลี่ยนการกระทำนั้นให้กลายเป็นรายได้ของประเทศ แต่เหตุการณ์เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม พ.ศ.2569 ได้เตือนเราอีกด้านหนึ่งว่า เมื่อ Soft Power แข็งแรงขึ้น ความรับผิดชอบของประเทศเจ้าของ Soft Power ก็ต้องโตตามไปด้วย เมื่อเราขายความฝันให้คนหลายร้อยล้านคนได้ เราก็ต้องเตรียมตัวรับคนที่เดินตามความฝันนั้นมาถึงหน้าประตูบ้านของเราให้เป็น มิเช่นนั้นวันหนึ่งเราอาจเริ่มต้นด้วยซีรีส์ชายหนุ่มสองคนจับมือกันในโทรทัศน์ แล้วจบลงด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศสองประเทศต้องโทรศัพท์หากันก็เป็นได้ ใครจะไปคิดละครับว่า “ซีรีส์วาย” ซึ่งครั้งหนึ่งคนจำนวนมากมองว่าเป็นวัฒนธรรมย่อยของวัยรุ่น วันนี้มีทั้งเงินหลายพันล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ การทูตสาธารณะ สถานทูต และกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องครบถ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างนี้ไม่เรียกว่า Soft Power ก็คงไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรแล้วละครับ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/columnists/news_5851089?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ซีรีส์วายไทยดังจนกลายเป็นเรื่องทางการทูตไทย-จีน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ซีรีส์วายไทยดังจนกลายเป็นเรื่องทางการทูตไทย-จีน</dc:alternative><dc:abstract>ซีรีส์วายไทยดังจนกลายเป็นเรื่องทางการทูตไทย-จีน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-20T10:43:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-20T10:43:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K-101908.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K-101908-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K-101908.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K-101908-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วังนอร์เวย์ แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 ประชวร-งดพระราชกรณียกิจ มอบเจ้าชายโฮกุน ผู้สำเร็จราชการแทน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851332]]></link><pubDate>2026-08-18T12:01:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5851332</guid><description>วังนอร์เวย์ แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 ประชวร-งดพระราชกรณียกิจ มอบเจ้าชายโฮกุน ผู้สำเร็จราชการแทน สำนักพระราชวังนอร์เวย์ประกาศเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ พระชนมายุ  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วังนอร์เวย์ แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 ประชวร-งดพระราชกรณียกิจ มอบเจ้าชายโฮกุน ผู้สำเร็จราชการแทน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังนอร์เวย์ประกาศเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ พระชนมายุ 89 พรรษา ทรงเข้าประทับในโรงพยาบาลเพื่อทรงรับการถวายการรักษาพระอาการประชวร และทรงงดปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยในระหว่างนี้เจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ พระชนมายุ 53 พรรษา จะทรงทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนในระหว่างที่พระราชบิดาทรงรักษาพระวรกาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแถลงการณ์ สำนักพระราชวังฯระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ทรงเข้ารับการถวายการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากทรงมีพระอาการคั่งของของเหลวในพระวรกาย ซึ่งจำเป็นต้องถวายการรักษาในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ซึ่งทรงเป็นหนึ่งในกษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในยุโรป ทรงรับการถวายการรักษาด้วยกลุ่มยาคอร์ติโซนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากพระอาการป่วยด้วยโรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก ซึ่งถือเป็นโรคเลือดที่พบได้ยาก โดยโรคนี้ส่งผลให้จำนวนเม็ดเลือดแดงในร่างกายลดลงและทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย รวมถึงหายใจลำบาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายนปี 2024 สำนักพระราชวังนอร์เวย์แถลงว่า กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 จะทรงลดพระราชกรณียกิจสาธารณะลงอย่างถาวร เนื่องจากทรงคำนึงถึงพระชนมายุที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อเดือนมกราคมปี 1991 และทรงยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่ทรงสละราชสมบัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปี 2024 พระองค์ทรงเข้ารับการถวายการผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นพระราชหฤทัยหลังจากทรงประชวรขณะเสด็จพระราชดำเนินพักผ่อนที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พระองค์ยังทรงเข้ารับการถวายการรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลบนเกาะเตเนริเฟของสเปน เนื่องจากทรงมีพระอาการติดเชื้อและภาวะขาดน้ำด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851332?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วังนอร์เวย์ แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 ประชวร-งดพระราชกรณียกิจ มอบเจ้าชายโฮกุน ผู้สำเร็จราชการแทน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วังนอร์เวย์ แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 ประชวร-งดพระราชกรณียกิจ มอบเจ้าชายโฮกุน ผู้สำเร็จราชการแทน</dc:alternative><dc:abstract>วังนอร์เวย์ แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 ประชวร-งดพระราชกรณียกิจ มอบเจ้าชายโฮกุน ผู้สำเร็จราชการแทน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-18T05:01:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-18T05:01:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-114923.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-114923-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-114923.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-114923-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-114923-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-18-114923-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ปลื้ม เผย คิม จอง อึน ตอบรับการติดต่อ หลังสั่งลดขนาด ซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851229]]></link><pubDate>2026-08-18T10:58:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5851229</guid><description>ทรัมป์ปลื้ม เผย คิม จอง อึน ตอบรับการติดต่อ หลังสั่งลดขนาด ซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งให้ลดขนาดการซ้อมรบทางทหารร่วมกับเกาหลีใต้ และกล่าวถึงเกาหลีเหนือว่าเป็นประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ปลื้ม เผย คิม จอง อึน ตอบรับการติดต่อ หลังสั่งลดขนาด ซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งให้ลดขนาดการซ้อมรบทางทหารร่วมกับเกาหลีใต้ และกล่าวถึงเกาหลีเหนือว่าเป็นประเทศที่ไม่เป็นภัยคุกคามและให้ความเคารพต่อกัน ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ตอบกลับความพยายามของเขาที่ต้องการรื้อฟื้นการติดต่อกับเกาหลีเหนือแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวว่า เหตุใดคิมจึงยังไม่ได้ตอบกลับความพยายามของเขาที่ต้องการกลับมาเจรจากันอีกครั้ง ทรัมป์กล่าวว่า “เขาตอบแล้ว” แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้นำคิมตอบกลับมาอย่างไร หรือมีการติดต่อกันผ่านช่องทางใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและคณะผู้แทนเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติในนครนิวยอร์กยังไม่ได้ตอบคำถาม ที่มีการขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในทันทีเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับคิมได้รับความสนใจจากทำเนียบขาวน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ซึ่งในเวลานั้นผู้นำทั้งสองพบปะกันหลายครั้งและแลกเปลี่ยนจดหมายระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐยังคงส่งสัญญาณหลายครั้งว่า เขาสนใจที่จะรื้อฟื้นการทูตโดยตรงกับผู้นำเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลของทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์เกาหลีเหนือซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากกรณีให้การสนับสนุนทางทหารแก่รัสเซียในสงครามยูเครน แต่เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวว่า “คิม จอง อึน ปฏิบัติต่อผมด้วยความเคารพอย่างมากมาโดยตลอด ผมเข้าใจเขา และเขาก็เข้าใจผม”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่กรุงเปียงยาง สำนักข่าวของทางการเกาหลีเหนือไม่ได้กล่าวถึงทรัมป์ แต่ได้รายงานคำกล่าวของเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งส่งสารถึงชเว ซอน ฮุย รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ โดยระบุว่าเกาหลีเหนือและรัสเซียกำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่ที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้น เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ “ไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูง&amp;#8230; แต่ยังส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและเป็นปฏิปักษ์อย่างสิ้นเชิงไปยังประเทศหนึ่ง ซึ่งตราบใดที่โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ประเทศนั้นก็ไม่ได้เป็นภัยคุกคามและให้ความเคารพ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้เกาหลีเหนือจะแสดงท่าทีเย็นชาต่อความพยายามของทรัมป์ที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ และแม้ว่าปัจจุบัน ผู้นำคิมจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงการประชุมสุดยอดกับทรัมป์ครั้งล่าสุด แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ผู้นำทั้งสองจะพบกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิกเตอร์ ชา หัวหน้าโครงการเกาหลีของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) สถาบันวิจัยในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าเกาหลีเหนือจะตอบสนองต่อข้อเสนอของทรัมป์ในทันที แต่คิดว่าพวกเขาจะรอดูสถานการณ์ไปก่อน และรออีกสักระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชากล่าวว่า หนึ่งในแรงจูงใจที่ทำให้ทรัมป์หยิบประเด็นเกาหลีเหนือขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนจะเป็นความต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของสื่อออกจากปัญหาที่เขากำลังเผชิญจากสงครามกับอิหร่าน แม้ว่าในขณะเดียวกันทรัมป์ก็มีความสนใจอย่างเห็นได้ชัดที่ต้องการจะพบกับคิมอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอนดรูว์ ยอ นักวิจัยจากสถาบัน Brookings ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า การพบกันกับทรัมป์จะเป็นประโยชน์ต่อคิม แม้บางคนบอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่คิมจะต้องการพบกับทรัมป์ เพราะตอนนี้เขามีทั้งรัสเซียและจีนอยู่ในมือแล้ว แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับรู้สึกว่าเขาไม่มีอะไรต้องเสียจากการพบกับทรัมป์ เพราะเขามีทั้งรัสเซียและจีนอยู่ในมือแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สำหรับคิมแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงอย่างมาก มันเกี่ยวกับการได้พบกับประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้ง และจึงเป็นเรื่องของชื่อเสียงและสถานะบนเวทีโลก” ยอกล่าว และว่า มันเป็นเพียงเรื่องของจังหวะเวลา และช่วงเวลาใดที่จะเหมาะสมที่สุดสำหรับคิม จอง อึน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซิดนีย์ ไซเลอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐที่รับผิดชอบประเด็นเกาหลีเหนือ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเขายกตัวอย่างว่า ในปี 2018 ทรัมป์เคยสั่งระงับการซ้อมรบขนาดใหญ่ที่ใช้ชื่อว่า Ulchi Freedom Guardian เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเจรจากับผู้นำคิมมาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“แน่นอนว่า ตอนนั้นมันไม่ได้ทำให้เราได้อะไรมากมายนัก แต่ผมก็ไม่คิดว่าเราจะสูญเสียอะไรมากเช่นกัน” ไซเลอร์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851229?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ปลื้ม เผย คิม จอง อึน ตอบรับการติดต่อ หลังสั่งลดขนาด ซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ปลื้ม เผย คิม จอง อึน ตอบรับการติดต่อ หลังสั่งลดขนาด ซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ปลื้ม เผย คิม จอง อึน ตอบรับการติดต่อ หลังสั่งลดขนาด ซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-18T03:58:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-18T03:58:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ด่วน! เกิดเหตุยิงใน รร.มัธยมฟิลิปปินส์ ดับ 2]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851132]]></link><pubDate>2026-08-18T09:57:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5851132</guid><description>ด่วน! เกิดเหตุยิงใน รร.มัธยมฟิลิปปินส์ ดับ 2 เกิดเหตุยิงกันที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในภาคใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เจ้าหน้าที่เผยว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย และขณะนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ด่วน! เกิดเหตุยิงใน รร.มัธยมฟิลิปปินส์ ดับ 2&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุยิงกันที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในภาคใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เจ้าหน้าที่เผยว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย และขณะนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว ถือเป็นเหตุยิงกันในโรงเรียนครั้งที่ 2 ในฟิลิปปินส์ภายในเวลาเกือบ 2 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุยิงดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงเรียนซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยอาเตเนโอ เด ซัมโบอังกา ในเมืองซัมโบอังกา ทางภาคใต้ของประเทศ คีเมอร์ อาดาน โอลาโซ นายกเทศมนตรีเมืองซัมโบอังกา ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ DZMM ว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเป็นนักเรียน และหนึ่งในนั้นคือผู้ก่อเหตุ ซึ่งใช้อาวุธปืนที่มีอานุภาพสูงในการก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เออร์นัลด์ อันดาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีเหตุยิงกันแล้ว และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติม โดยระบุว่า ขณะนี้เรายืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย และไม่มีมือปืนที่กำลังก่อเหตุอยู่อีกแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันดาลกล่าวว่า มหาวิทยาลัยกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อได้รับข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมย้ำว่า เราไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เราต้องการให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีเหตุโจมตีที่โรงเรียนมัธยมของรัฐแห่งหนึ่งในเมืองตักโลบัน โดยมีนักเรียนอย่างน้อย 3 รายเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บอีกราว 20 คน หลังจากนักเรียนในโรงเรียน 2 คนเปิดฉากยิงภายในโรงเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุยิงกันครั้งล่าสุดในฟิลิปปินส์ยังเกิดขึ้นไม่ถึง 10 วันหลังจากเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศไทย เมื่อมีนักเรียนรายหนึ่งก่อเหตุยิงติดเนื่องกันภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851132?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ด่วน! เกิดเหตุยิงใน รร.มัธยมฟิลิปปินส์ ดับ 2&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ด่วน! เกิดเหตุยิงใน รร.มัธยมฟิลิปปินส์ ดับ 2</dc:alternative><dc:abstract>ด่วน! เกิดเหตุยิงใน รร.มัธยมฟิลิปปินส์ ดับ 2</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-18T02:57:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-18T02:57:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันปรับขึ้น กังวลอุปทานพลังงานเสี่ยง หลังความหวังบรรลุดีลจบศึกอิหร่านริบหรี่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851117]]></link><pubDate>2026-08-18T09:39:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5851117</guid><description>น้ำมันปรับขึ้น กังวลอุปทานพลังงานเสี่ยง หลังความหวังบรรลุดีลจบศึกอิหร่านริบหรี่ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม เนื่องจากความหวังเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางเริ่มเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันปรับขึ้น กังวลอุปทานพลังงานเสี่ยง หลังความหวังบรรลุดีลจบศึกอิหร่านริบหรี่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม เนื่องจากความหวังเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางเริ่มเลือนรางลง หลังอิหร่านระบุว่าจะเปลี่ยนไปใช้ท่าทีทางทหารที่เน้นการรุกมากขึ้น ขณะที่สหรัฐปฏิเสธที่จะขยายข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายล่วงหน้าปรับเพิ่มขึ้น 27 เซนต์ หรือ 0.3% มาอยู่ที่ 91.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 07.03 น. ตามเวลาไทย หลังจากเมื่อวันจันทร์ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐเพิ่มขึ้น 42 เซนต์ มาอยู่ที่ 85.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ในช่วงการซื้อขาย ราคาปรับขึ้นมากกว่า 1% แตะระดับ 85.37 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงรายหนึ่งเผยว่า อิหร่านจะเปลี่ยนไปใช้ท่าทีทางทหารแบบรุกเต็มที่ เนื่องจากความพยายามในการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับสหรัฐอย่างถาวรหยุดชะงัก ขณะที่รัฐบาลสหรัฐระบุว่าไม่มีแผนที่จะขยายข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ รวมถึงความพยายามที่จะทำให้การเดินเรือของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญอีกครั้งหยุดชะงักลง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงว่าสงครามที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อาจยืดเยื้อต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทิม วอเทอร์เรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของบริษัท KCM กล่าวว่า ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นสัปดาห์ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านดูเหมือนจะสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งยังดูเหมือนอยู่ห่างไกล และจำนวนเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบก็ยังมีเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน มีเรือขนส่งสินค้าเพียง 5 ลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ ขณะที่ไม่มีเรือที่ได้รับการบันทึกว่าผ่านช่องแคบในวันอาทิตย์ ตามข้อมูลติดตามการเดินเรือจากบริษัท Kpler เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ซึ่งมีเรือผ่านช่องแคบถึง 31 ลำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยาห์ยา ซารี โฆษกทหารของกลุ่มฮูตี ระบุผ่าน Telegram ว่า กลุ่มฮูตีในเยเมน ได้โจมตีสิ่งที่พวกเขาอธิบายว่าเป็นเรือทหารของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเรือคุ้มกันอีก 4 ลำในทะเลแดงด้วยขีปนาวุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอเทอร์เรอร์กล่าวว่า การถูกปิดกั้นสองจุดพร้อมกัน ทั้งช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความกังวลรองลงมา แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งอยู่ระหว่างเยเมนกับแอฟริกาตะวันออก เป็นอีกหนึ่งเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญต่อการขนส่งพลังงานและสินค้า เนื่องจากเป็นทางเชื่อมระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดน และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเส้นทางเดินเรือผ่านคลองสุเอซ ดังนั้น การที่ทั้งช่องแคบฮอร์มุซและบับเอลมันเดบเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยพร้อมกัน จึงเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851117?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันปรับขึ้น กังวลอุปทานพลังงานเสี่ยง หลังความหวังบรรลุดีลจบศึกอิหร่านริบหรี่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันปรับขึ้น กังวลอุปทานพลังงานเสี่ยง หลังความหวังบรรลุดีลจบศึกอิหร่านริบหรี่</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันปรับขึ้น กังวลอุปทานพลังงานเสี่ยง หลังความหวังบรรลุดีลจบศึกอิหร่านริบหรี่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-18T02:39:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-18T02:39:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สติหลุด! ทรัมป์ขู่ทิ้งระเบิดโอมาน หลังอิหร่านบอกใกล้ปิดดีล โวไม่ต่ออายุ MoU]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851055]]></link><pubDate>2026-08-18T09:04:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5851055</guid><description>สติหลุด! ทรัมป์ขู่ทิ้งระเบิดโอมาน หลังอิหร่านบอกใกล้ปิดดีล โวไม่ต่ออายุ MoU ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวกับฟอกซ์นิวส์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ขู่ทิ้งระเบิดใส่โอมาน หากขัดขวางการเจรจาระหว่าง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สติหลุด! ทรัมป์ขู่ทิ้งระเบิดโอมาน หลังอิหร่านบอกใกล้ปิดดีล โวไม่ต่ออายุ MoU&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวกับฟอกซ์นิวส์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ขู่ทิ้งระเบิดใส่โอมาน หากขัดขวางการเจรจาระหว่างรัฐบาลของเขากับอิหร่าน แม้ว่าโอมานจะเป็นประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในภูมิภาค และยังทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจากับอิหร่านตลอดมาก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐขู่โอมานโดยใช้คำหยาบคายระหว่างการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ขณะที่สหรัฐได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เทรย์ ยิงสท์ ผู้สื่อข่าวของฟ็อกซ์ รายงานคำพูดของทรัมป์ว่า &amp;#8220;ถ้าโอมานขัดขวาง เราจะทิ้งระเบิดใส่พวกมัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์คิดว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่ขัดขวางความทะเยอทะยานของเขาในการบรรลุข้อตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์เดียวกันนั้น ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าสหรัฐฯ มีช่องทางการติดต่อโดยตรงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังทางทหารที่มีอำนาจควบคุมทั้งเศรษฐกิจและการเมืองอย่างมีนัยสำคัญในอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ IRGC ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ในเวลาต่อมา โดยกล่าวกับสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านว่า &amp;#8220;ไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ IRGC กับชาวอเมริกัน และคำโกหกของทรัมป์เป็นเพียงจินตนาการที่เกิดจากความหลงผิดและฝันร้ายที่เขาได้รับจากความพ่ายแพ้และความสิ้นหวังในสงคราม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำขู่รุนแรงต่อโอมานของทรัมป์ มีขึ้นเพียงไม่นานหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่าพวกเขากำลังใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับโอมานแล้ว ในขณะเดียวกัน อนาคตของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่แน่นอน เนื่องจากบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระยะเวลา 60 วันระหว่างทั้งสองฝ่ายกำลังจะหมดอายุลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า สหรัฐและโอมานกำลังเจรจาแยกกันกับเตหะรานเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ช่องแคบนี้ถูกปิดมาเกือบหกเดือนในช่วงสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน อย่างไรก็ดี อิหร่านยืนยันมาตลอดว่า ไม่ได้มีการหารือตรงกับสหรัฐแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงในแบบที่เขาเห็นว่าจำเป็นเพื่อยุติสงครามกับสหรัฐ พร้อมย้ำว่าอิหร่านควรยอมจำนน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาจะไม่ทำข้อตกลงในแบบที่ผมเห็นว่าจำเป็น ดูนะ เราเข้าไปที่นั่นด้วยเหตุผลเดียว นั่นคืออิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เมื่อถูกถามว่าสหรัฐต้องการขยายระยะเวลาของข้อตกลงชั่วคราว (MoU) กับอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่า เขาหมดความอดทนกับโอมานแล้วหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ ผมไม่คิดว่าพวกเขาประพฤติตัวดีนัก แต่เราจะจัดการกับพวกเขาได้อย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับที่เราจัดการกับเรื่องอื่น ๆ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ MoU สงบศึกชั่วคราวเป็นเวลา 60 วันที่สหรัฐและอิหร่านลงนามร่วมกันใกล้จะหมดอายุอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคม ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลของเขาว่า &amp;#8220;เป้าหมายอันดับหนึ่งคือ และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ คืออิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้มีการบรรลุความเข้าใจเกี่ยวกับแผนที่เส้นทางการเดินเรือแล้ว โดยทั้งสองฝ่าย (อิหร่านและโอมาน) จะสรุปรายละเอียดก่อนที่จะออกแถลงการณ์ร่วมกัน ก่อนหน้านี้โอมานกล่าวว่าการเจรจาเป็นไปในเชิงบวกเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5851055?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สติหลุด! ทรัมป์ขู่ทิ้งระเบิดโอมาน หลังอิหร่านบอกใกล้ปิดดีล โวไม่ต่ออายุ MoU&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สติหลุด! ทรัมป์ขู่ทิ้งระเบิดโอมาน หลังอิหร่านบอกใกล้ปิดดีล โวไม่ต่ออายุ MoU</dc:alternative><dc:abstract>สติหลุด! ทรัมป์ขู่ทิ้งระเบิดโอมาน หลังอิหร่านบอกใกล้ปิดดีล โวไม่ต่ออายุ MoU</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-18T02:04:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-18T02:04:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt8-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt8-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt8-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt8-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt8-1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt8-1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปากีสถาน ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับ 258 ชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นจีน เวียดนาม มาเลย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850709]]></link><pubDate>2026-08-17T18:25:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5850709</guid><description>ปากีสถาน ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับ 258 ชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นจีน เวียดนาม มาเลย์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ทางการปากีสถานเปิดเผยว่าได้ทำการจับกุมชาวต่างชาติจำนวน 258 คน ซึ่งรวมถึงชาวจีน เวียดนามและมาเลเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปากีสถาน ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับ 258 ชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นจีน เวียดนาม มาเลย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ทางการปากีสถานเปิดเผยว่าได้ทำการจับกุมชาวต่างชาติจำนวน 258 คน ซึ่งรวมถึงชาวจีน เวียดนามและมาเลเซีย ในระหว่างปฏิบัติการบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์แห่งใหญ่ในกรุงอิสลามาบัด ซึ่งสื่อหลายสำนักรายงานว่าการจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านข่าวกรองของปากีสถาน เปิดเผยว่า ชาวต่างชาติเหล่านี้ได้ดำเนินกิจการศูนย์คอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงผู้คน ตั้งอยู่ในย่านกุลเบิร์กกรีน ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยบริเวณชานกรุงอิสลามาบัด และว่า พวกเขาเดินทางเข้ามาในปากีสถานด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจกรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวต่างชาติจำนวน 258 คนที่ถูกจับกุมดังกล่าว เป็นชาวจีนราว 40 คน ชาวเวียดนาม 170 คน จากมาเลเซียจำนวนหนึ่งและประเทศอื่นๆ ในเอเชีย โดยทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำราวัลปินดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ปากีสถานระบุว่าได้มีการแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตที่เกี่ยวข้องรับทราบแล้วและจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกควบคุมตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ สำหรับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อาจรวมถึงการเนรเทศบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850709?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปากีสถาน ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับ 258 ชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นจีน เวียดนาม มาเลย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปากีสถาน ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับ 258 ชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นจีน เวียดนาม มาเลย์</dc:alternative><dc:abstract>ปากีสถาน ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับ 258 ชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นจีน เวียดนาม มาเลย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T11:25:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T11:25:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-181715.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-181715-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-181715.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-181715-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-181715-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-181715-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต.เผย ไทยยังไม่ได้รับหนังสือจากสหรัฐ กรณีให้เลือกข้างด้าน AI มะกันหรือจีน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850518]]></link><pubDate>2026-08-17T17:07:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5850518</guid><description>กต.เผย ไทยยังไม่ได้รับหนังสือจากสหรัฐ กรณีให้เลือกข้างด้าน AI มะกันหรือจีน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต.เผย ไทยยังไม่ได้รับหนังสือจากสหรัฐ กรณีให้เลือกข้างด้าน AI มะกันหรือจีน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตรต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กับประเทศจีน กระทรวงการต่างประเทศของไทยมีการหารือเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ เรื่องนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะประเด็นนี้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษี เรื่องของ AI เป็นความร่วมมือยุคใหม่ที่เราต้องพิจารณาข้อต่าง ๆ ในรายละเอียด แต่การส่งจดหมายแจ้งประเทศพันธมิตร ไทยยังไม่ได้รับจดหมายแจ้ง ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850518?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต.เผย ไทยยังไม่ได้รับหนังสือจากสหรัฐ กรณีให้เลือกข้างด้าน AI มะกันหรือจีน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต.เผย ไทยยังไม่ได้รับหนังสือจากสหรัฐ กรณีให้เลือกข้างด้าน AI มะกันหรือจีน</dc:alternative><dc:abstract>กต.เผย ไทยยังไม่ได้รับหนังสือจากสหรัฐ กรณีให้เลือกข้างด้าน AI มะกันหรือจีน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T10:07:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T10:07:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850458]]></link><pubDate>2026-08-17T16:51:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5850458</guid><description>กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม. เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้ากระบวนการประนอมภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ว่า ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ หรือ PCA มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรเลีย เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม โดยเอกอัครราชทูตคูเปอร์เป็นนักการทูต และนักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไทยสนับสนุน ได้รับการยอมรับในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนมีประสบการณ์ทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการเจรจา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเอื้อต่อความเข้าใจบริบทและประเด็นละเอียดอ่อนในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมาเคยปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำเม็กซิโก และตัวแทนร่วม หรือ Co-Agent ของรัฐบาลออสเตรเลียในการประนอมภายใต้ UNCLOS ระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสาวใจไทยกล่าวถึงขั้นตอนหลังจากนี้ว่า เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมโดยสมบูรณ์ทั้ง 5 คนแล้ว โดยฝ่ายไทยมีการแต่งตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนร่วม และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต ทำหน้าที่รองผู้แทน ซึ่งคณะกรรมาธิการประนอมจะกำหนดวันประชุมครั้งแรก ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะสามารถจัดขึ้นได้ภายในเดือนกันยายน 2569 ยังต้องรอฟังรายละเอียดที่แน่นอนอีกครั้ง ส่วนวาระสำคัญจะรวมถึงการพิจารณาจัดทำข้อบังคับ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ และกรอบดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ตลอดจนเป็นแนวทางสำหรับการประชุมและการดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสาวใจไทย กล่าวย้ำว่า กระบวนการประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล ผลลัพธ์ไม่ใช่คำพิพากษา และมีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอแนะที่ทั้งสองฝ่ายจะนำไปพิจารณา โดยกรรมาธิการทั้ง 5 คน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง และเข้าใจในบริบทของสถานการณ์ และจะช่วยทำให้ข้อเสนอแนะหรือทางออกมีความสมดุล ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องมีการเสนอมุมมองและชี้แจงข้อเท็จจริง สุดท้ายก็จะต้องพิจารณาว่าข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการว่า ท้ายที่สุดจะเป็นพื้นฐานให้ทั้งสองฝ่ายนำไปพูดคุยต่อไปอย่างไร โดยในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกสมาคมระหว่างประเทศ ที่มีความรับผิดชอบ และเคารพในกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยก็พร้อมจะสนับสนุน และเข้าร่วมกระบวนการอย่างเต็มที่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน โดยกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่วันนี้ (17 ส.ค.) ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่จังหวัดอุบลราชธานี กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วหรือไม่ว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าหรือทุ่นใหม่ และจะมีการประท้วงหรือไม่ นางสาวใจไทย กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บในกรณีนี้ ซึ่งขณะนี้รอรายละเอียดจากกองทัพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850458?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม.</dc:alternative><dc:abstract>กต.ย้ำ ไทยเห็นด้วยตั้ง ทูตแคทรีนา คูเปอร์ นั่งปธ.คณะประนอม ชี้กระบวนการ UNCLOS ไร้ผลผูกพันทางกม.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T09:51:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T09:51:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163897354-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดินสายไม่หยุด! มิน ออง ไลง์ บินไปรัสเซีย เยือนทางการ มุ่งกระชับสัมพันธ์-ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850341]]></link><pubDate>2026-08-17T16:20:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5850341</guid><description>เดินสายไม่หยุด! มิน ออง ไลง์ บินไปรัสเซีย เยือนทางการ มุ่งกระชับสัมพันธ์-ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ MRTV สื่อทางการรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เดินสายไม่หยุด! มิน ออง ไลง์ บินไปรัสเซีย เยือนทางการ มุ่งกระชับสัมพันธ์-ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ MRTV สื่อทางการรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากกรุงเนปยีดอ ประเทศเมียนมา ในเช้าวันจันทร์นี้ มุ่งหน้าสู่ประเทศรัสเซียในการเปิดฉากการเยือนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกนับจากขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเขาจะพบปะหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย เพื่อมุ่งกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;MRTV รายงานว่า ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ พร้อมคณะจะพบปะกับประธานาธิบดีปูตินและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย โดยจะหารือด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี เศรษฐกิจ ความมั่นคงและกิจการสังคม นอกจากนี้ ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ ยังมีภารกิจที่จะเข้าร่วมการประชุม Myanmar-Russia Business Forum ที่จัดขึ้นในรัสเซียด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเยือนรัสเซียครั้งนี้นับเป็นประเทศที่ 5 ที่ มิน ออง ไลง์ เดินทางเยือนอย่างเป็นทางการนับจากเขาขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากเยือนอินเดีย จีน ลาว และประเทศไทยเมื่อเดือนที่แล้ว ในความพยายามที่จะสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติและคืนสถานะทางการทูต แม้ว่าโดยส่วนใหญ่เขายังคงถูกโดดเดี่ยวในเวทีระหว่างประเทศก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเยือนครั้งนี้ยังนับเป็นการเดินทางเยือนรัสเซียเป็นครั้งที่ 7 ของมิน ออง ไลง์ นับจากกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 โดยรัสเซียรวมถึงจีน ถือเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่และผู้จัดหาอาวุธสำคัญให้กับประเทศเมียนมา โดยเครื่องบินขับไล่ผลิตในรัสเซียยังถูกกองทัพเมียนมานำมาใช้ในปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850341?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดินสายไม่หยุด! มิน ออง ไลง์ บินไปรัสเซีย เยือนทางการ มุ่งกระชับสัมพันธ์-ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดินสายไม่หยุด! มิน ออง ไลง์ บินไปรัสเซีย เยือนทางการ มุ่งกระชับสัมพันธ์-ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์</dc:alternative><dc:abstract>เดินสายไม่หยุด! มิน ออง ไลง์ บินไปรัสเซีย เยือนทางการ มุ่งกระชับสัมพันธ์-ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T09:20:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T09:20:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-10T063802Z_1717915197_RC2RSMAHBPHS_RTRMADP_3_MYANMAR-ASEAN-1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-10T063802Z_1717915197_RC2RSMAHBPHS_RTRMADP_3_MYANMAR-ASEAN-1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-10T063802Z_1717915197_RC2RSMAHBPHS_RTRMADP_3_MYANMAR-ASEAN-1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-10T063802Z_1717915197_RC2RSMAHBPHS_RTRMADP_3_MYANMAR-ASEAN-1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-10T063802Z_1717915197_RC2RSMAHBPHS_RTRMADP_3_MYANMAR-ASEAN-1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-10T063802Z_1717915197_RC2RSMAHBPHS_RTRMADP_3_MYANMAR-ASEAN-1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สี จิ้นผิง นำรำลึกวันเกิดครบ 100 ปี อดีตปธน.เจียง เจ๋อหมิน ปลุกพรรคคอมมิวนิสต์ สานต่อมรดก-รับมือสิ่งท้าทาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850099]]></link><pubDate>2026-08-17T15:02:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5850099</guid><description>สี จิ้นผิง นำรำลึกวันเกิดครบ 100 ปี อดีตปธน.เจียง เจ๋อหมิน ปลุกพรรคคอมมิวนิสต์ สานต่อมรดก-รับมือสิ่งท้าทาย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง จัดงานรำลึกครบร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สี จิ้นผิง นำรำลึกวันเกิดครบ 100 ปี อดีตปธน.เจียง เจ๋อหมิน ปลุกพรรคคอมมิวนิสต์ สานต่อมรดก-รับมือสิ่งท้าทาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง จัดงานรำลึกครบรอบวันเกิด 100 ปีของอดีตประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน อดีตผู้นำจีนผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้นำพาประเทศจีนในการเปลี่ยนผ่านสำคัญจากประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอไปสู่การเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ในงานพิธีที่จัดขึ้นที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการกล่าวรำลึกเนื่องในโอกาสสำคัญนี้ที่ใช้เวลาราว 40 นาที ประธานาธิบดีสีไม่เพียงเน้นย้ำถึงคุณูปการของนายเจียงที่มีต่อพรรคและประเทศชาติ หากยังกล่าวเรียกร้องให้พรรคคอมมิวนิสต์สานต่อมรดกของนายเจียง พร้อมนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้นำชุดปัจจุบันในฐานะผู้สืบทอดแนวทางทางการเมืองและอุดมการณ์ของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ในการเดินทางครั้งใหม่ที่รออยู่เบื้องหน้า เราต้องเพิ่มความตระหนักและความระมัดระวังต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้น” ประธานาธิบดีสีกล่าวและว่า “ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ไม่ย่อท้อและทักษะในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เราจะต้องรับมือเชิงรุกต่อบททดสอบสำคัญไม่ว่าจะเป็นกระแสลมแรงและสายน้ำเชี่ยวกรากหรือแม้กระทั่งพายุที่โหมกระหน่ำ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยคำกล่าวของประธานาธิบดีสีมีขึ้นในขณะที่จีนเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งการรับมือกับความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาและยุโรป ความตึงเครียดเกี่ยวกับปัญหาไต้หวัน การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการลดลงของประชากร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานรำลึกที่ประธานาธิบดีสีเข้าร่วมในวันนี้ยังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากบรรดานักสังเกตการณ์ว่าจะมีการขยับเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจทางการเมือง รวมถึงปัจจัยบ่งชี้ด้านสุขภาพและบทบาทของเหล่าอดีตผู้นำระดับสูงของจีนที่เกษียณอายุไปแล้วหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยภาพที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อทางการจีนในงานดังกล่าว ไม่พบว่าอดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ซึ่งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากนายเจียง เจ๋อหมินโดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 83 ปีนั้น ร่วมอยู่ในงานด้วย อย่างไรก็ดี นายเวิน เจียเป่า อดีตนายกรัฐมนตรีในยุคหู จิ่นเทา และนายหวัง ฉีซาน อดีตรองประธานาธิบดีซึ่งครั้งหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามทุจริตในรัฐบาลสี จิ้นผิง ต่างปรากฎตัวร่วมในงานนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าบุคคลทั้งสองยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้นำจีน หลังจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงส่วนหนึ่งที่เคยร่วมงานกับนายหวังถูกตรวจสอบในข้อหาทุจริต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้าที่จะพิธีรำลึกในวันนี้ สถานีโทรทัศน์ทางการจีนได้ออกอากาศสารคดีชุดความยาว 12 ตอนในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและผลงานของอดีตประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน โดยเล่าย้อนเหตุการณ์ตั้งแต่นายเจียง ซึ่งเคยเป็นนักศึกษาเข้าร่วมการประท้วงมาก่อนในช่วงทศวรรษ 1940 ได้สั่งปิดหนังสือพิมพ์สายปฏิรูปในนครเซี่ยงไฮ้เมื่อปีค.ศ.1989 หลังจากหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นออกมาเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเป็นกระบอกเสียงสนับสนุนการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่นำไปสู่เหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงในเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่ง ไปจนถึงห้วงเวลาที่เจียง เจ๋อหมิน นำประเทศผ่านช่วงทศวรรษแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จนทำให้ชาวจีนส่วนหนึ่งจดจำเขาในฐานะสัญลักษณ์ของยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความหวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นายเจียง เจ๋อหมิน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนระหว่างปี 1993-2003 ได้ถึงแก่อสัญกรรมลงในปี 2022 ด้วยวัย 96 ปี ขณะที่นายจู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถือเป็นคู่หูของเขาในการบริหารประเทศ เพิ่งถึงแก่อสัญกรรมลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะมีอายุ 98 ปี โดยมีกำหนดจะจัดพิธีศพในวันอังคาร(18 ส.ค.)นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจากไปของผู้นำทั้งสองในหน้าประวัติศาสตร์ของจีนถือเป็นการสิ้นสุดอย่างเด็ดขาดของการปฏิรูปอย่างรวดเร็วที่บุคคลทั้งสองได้แสดงให้เห็นในช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเอกชนและการสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวทางของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่มุ่งเน้นการรวมศูนย์อำนาจควบคุมและผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐ โดยให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5850099?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สี จิ้นผิง นำรำลึกวันเกิดครบ 100 ปี อดีตปธน.เจียง เจ๋อหมิน ปลุกพรรคคอมมิวนิสต์ สานต่อมรดก-รับมือสิ่งท้าทาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สี จิ้นผิง นำรำลึกวันเกิดครบ 100 ปี อดีตปธน.เจียง เจ๋อหมิน ปลุกพรรคคอมมิวนิสต์ สานต่อมรดก-รับมือสิ่งท้าทาย</dc:alternative><dc:abstract>สี จิ้นผิง นำรำลึกวันเกิดครบ 100 ปี อดีตปธน.เจียง เจ๋อหมิน ปลุกพรรคคอมมิวนิสต์ สานต่อมรดก-รับมือสิ่งท้าทาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T08:14:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T08:14:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-31T052804Z_1847139487_RC2R4MAKU4PF_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-XI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-31T052804Z_1847139487_RC2R4MAKU4PF_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-XI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-31T052804Z_1847139487_RC2R4MAKU4PF_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-XI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-31T052804Z_1847139487_RC2R4MAKU4PF_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-XI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-31T052804Z_1847139487_RC2R4MAKU4PF_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-XI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-31T052804Z_1847139487_RC2R4MAKU4PF_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-XI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T224117Z_1523523647_RC202N3LZWII_RTRMADP_3_REUTERS-ARCHIVE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T224117Z_1523523647_RC202N3LZWII_RTRMADP_3_REUTERS-ARCHIVE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>888</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>888</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทัพเตหะราน ตั้งรางวัลเกือบ 1 ล้านบาท ให้คนอิหร่านเด็ดหัวทหารอเมริกัน ถ้ามือสังหารเป็นหญิงจ่าย 2 เท่า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5849681]]></link><pubDate>2026-08-17T12:05:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5849681</guid><description>ทัพเตหะราน ตั้งรางวัลเกือบ 1 ล้านบาท ให้คนอิหร่านเด็ดหัวทหารอเมริกัน ถ้ามือสังหารเป็นหญิงจ่าย 2 เท่า ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม กองทัพอิหร่านประกาศเสนอเงินรางวัลที่มีมูลค่าเทียบเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทัพเตหะราน ตั้งรางวัลเกือบ 1 ล้านบาท ให้คนอิหร่านเด็ดหัวทหารอเมริกัน ถ้ามือสังหารเป็นหญิงจ่าย 2 เท่า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม กองทัพอิหร่านประกาศเสนอเงินรางวัลที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 1 ล้านบาท ให้กับผู้ที่สามารถสังหารหรือจับตัวทหารอเมริกันได้ และเงินรางวัลนี้จะให้เพิ่มเป็น 2 เท่า หากมือสังหารหรือจับตัวทหารอเมริกันเป็นฝีมือของสตรีเพศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทมส์ออฟอิสราเอลอ้างสำนักข่าว IRNA สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า พลเอกอามีร์ ฮาตามี แห่งกองทัพอิหร่าน ระบุว่าแผนการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีคำร้องขอจำนวนมากที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนทางการเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮาตามีไม่ได้ให้รายละเอียดว่าคาดว่าจะมีการสังหารหรือจับกุมทหารสหรัฐที่ใดหรือเมื่อใด เพียงแต่กล่าวว่า ใครก็ตามที่สังหารหรือจับกุมและส่งตัวบุคลากรทางทหารของสหรัฐที่รุกรานเข้ามา จะได้รับรางวัลเทียบเท่ากับเงิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5 พันล้านโทมาน (หน่วยเงินไม่เป็นทางการซึ่งมีค่าเท่ากับ 10,000 เรียลอิหร่าน)จากกองทัพอิหร่าน และว่า สตรีชาวอิหร่านผู้กล้าหาญที่ลงมือกระทำการดังกล่าวจะได้รับรางวัลเพิ่มเป็น 2 เท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นับตั้งแต่สงครามโจมตีอิหร่านเปิดฉาก ยังไม่มีการรายงานส่งกำลังพลภาคพื้นดินของสหรัฐเข้าไปในอิหร่าน ยกเว้นเพียงภารกิจกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือนักบินอเมริกันที่เครื่องบินตกในอิหร่านเมื่อเดือนเมษายนเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5849681?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทัพเตหะราน ตั้งรางวัลเกือบ 1 ล้านบาท ให้คนอิหร่านเด็ดหัวทหารอเมริกัน ถ้ามือสังหารเป็นหญิงจ่าย 2 เท่า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทัพเตหะราน ตั้งรางวัลเกือบ 1 ล้านบาท ให้คนอิหร่านเด็ดหัวทหารอเมริกัน ถ้ามือสังหารเป็นหญิงจ่าย 2 เท่า</dc:alternative><dc:abstract>ทัพเตหะราน ตั้งรางวัลเกือบ 1 ล้านบาท ให้คนอิหร่านเด็ดหัวทหารอเมริกัน ถ้ามือสังหารเป็นหญิงจ่าย 2 เท่า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T05:05:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T05:05:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-115545.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-115545-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-115545.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-115545-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-115545-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-17-115545-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศก. ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โตช้ากว่าคาด ใช้จ่ายครัวเรือน-ลงทุน อ่อนแอ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5849642]]></link><pubDate>2026-08-17T11:45:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5849642</guid><description>ศก. ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โตช้ากว่าคาด ใช้จ่ายครัวเรือน-ลงทุน อ่อนแอ เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาสที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน เนื่องจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและกา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ศก. ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โตช้ากว่าคาด ใช้จ่ายครัวเรือน-ลงทุน อ่อนแอ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาสที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน เนื่องจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคธุรกิจซบเซา โดยนักวิเคราะห์มองว่าสาเหตุส่วนใหญ่เป็นปัจจัยชั่วคราว ขณะที่สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้น 1.1% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.0% จากผลสำรวจของรอยเตอร์ และต่ำกว่าการขยายตัวที่ 1.9% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีการปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ข้อมูลจะแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและค่าเงินเยนที่อ่อนค่ากำลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโต แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นปัจจัยชั่วคราว และแรงส่งของเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่งน่าจะทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาซึทากะ มาเอดะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยเมจิ ยาสุดะ กล่าวว่า การเติบโตยังคงเป็นบวก แต่รายละเอียดตัวเลขค่อนข้างอ่อนแอกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังนี้น่าจะเกิดจากปัจจัยชั่วคราว เขาจึงไม่คิดว่าข้อมูลล่าสุดจะบ่งชี้ถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจในอนาคต หรือส่งผลกระทบต่อช่วงเวลาที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ซึ่งขณะนี้ตลาดโดยทั่วไปคาดว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนกันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อคำนวณเป็นการเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัว 0.3% ต่ำกว่าค่ากลางที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.5%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การใช้จ่ายภาคเอกชนถือเป็นตัวเลขที่น่าผิดหวังมากที่สุด โดยลดลง 0.02% เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% และถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายและกฎระเบียบจะช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าคงทนบางประเภทเป็นการชั่วคราว เช่น รถยนต์และเครื่องปรับอากาศ แต่ผลกระทบจากมาตรการเรียนฟรี และการปรับขึ้นราคาบุหรี่กลับส่งผลกดดันต่อการบริโภคโดยรวม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวโน้มการบริโภคและค่าจ้างถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ BOJ จับตามองเพื่อประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ และใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การใช้จ่ายด้านทุน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุปสงค์ภาคเอกชน ลดลง 1.2% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ระบุว่า การอ่อนตัวดังกล่าวมีสาเหตุจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเชื่อมโยงกับสงครามในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ การขายสินทรัพย์สิทธิบัตรยาขนาดใหญ่ให้แก่ต่างประเทศ ถูกนับว่าเป็นการลดลงของการใช้จ่ายด้านทุน แต่ก็นับเป็นการเพิ่มขึ้นของการส่งออกบริการด้านการวิจัยและพัฒนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มิโนรุ คิอูจิ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของญี่ปุ่น กล่าวว่า เศรษฐกิจยังคงอยู่บนเส้นทางการฟื้นตัวในระดับปานกลาง โดยการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกช่วยชดเชยความอ่อนแอของอุปสงค์ภายในประเทศ การเติบโตของค่าจ้างที่แข็งแกร่งและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐมีแนวโน้มช่วยให้การฟื้นตัวดำเนินต่อไป ขณะที่ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โยชิกิ ชินเคะ นักเศรษฐศาสตร์บริหารอาวุโสจากสถาบันวิจัยไดอิจิ ไลฟ์ กล่าวว่า การอ่อนตัวของการบริโภคส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยชั่วคราว ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้จ่าย โดยเงินบางส่วนถูกโยกไปอยู่ในหมวดการบริโภคของภาครัฐผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น โครงการอาหารกลางวันฟรีในโรงเรียน ส่วนปัจจัยที่ฉุดการลงทุนด้านทุน เช่น ความไม่แน่นอนที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กำลังคลี่คลายลง และแผนการลงทุนของภาคธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง โดยรวมแล้ว เราสามารถกล่าวได้ว่าเศรษฐกิจยังคงมีความยืดหยุ่น แม้การเติบโตจะชะลอตัวกว่าที่คาดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุปสงค์จากต่างประเทศสุทธิ หรือผลต่างระหว่างการส่งออกกับการนำเข้า ช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการนำเข้าที่ลดลงอย่างมาก หลังเกิดการหยุดชะงักชั่วคราวของการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การส่งออกของญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ไฮบริดของญี่ปุ่นในสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับดี รวมถึงการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AIX ทั่วโลกที่ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งช่วยสนับสนุนการส่งออกอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า ต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นและแรงกดดันด้านราคาที่สะสมอยู่ตั้งแต่ต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน อาจส่งผ่านไปยังผู้บริโภคในที่สุด และกลายเป็นความเสี่ยงต่อการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงปลายปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5849642?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศก. ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โตช้ากว่าคาด ใช้จ่ายครัวเรือน-ลงทุน อ่อนแอ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศก. ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โตช้ากว่าคาด ใช้จ่ายครัวเรือน-ลงทุน อ่อนแอ</dc:alternative><dc:abstract>ศก. ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โตช้ากว่าคาด ใช้จ่ายครัวเรือน-ลงทุน อ่อนแอ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T04:45:44+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T04:45:44+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/je.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/je-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/je.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/je-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/je-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/je-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เช้านี้อินโดเจอดินไหวซ้ำ 5.9 ดับแล้ว 53 เจออาฟเตอร์ช็อก 1.6 พันครั้ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5849579]]></link><pubDate>2026-08-17T10:59:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5849579</guid><description>เช้านี้อินโดเจอดินไหวซ้ำ 5.9 ดับแล้ว 53 เจออาฟเตอร์ช็อก 1.6 พันครั้ง ศูนย์วิจัยธรณีศาสตร์แห่งเยอรมนี (GFZ) ระบุเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ในภูมิภาคนาเกเคโอบริเวณเกาะฟลอเรสของอินโ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เช้านี้อินโดเจอดินไหวซ้ำ 5.9 ดับแล้ว 53 เจออาฟเตอร์ช็อก 1.6 พันครั้ง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยธรณีศาสตร์แห่งเยอรมนี (GFZ) ระบุเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ในภูมิภาคนาเกเคโอบริเวณเกาะฟลอเรสของอินโดนีเซีย โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกลงไป 10 กิโลเมตร ขณะที่หน่วยงานธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซียระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้วัดความรุนแรงได้ 5.6 แมกนิจูด จุดที่เกิดแผ่นดินไหวดังกล่าวอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหววันจันทร์นี้เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้สองวัน อินโดนีเซียต้องอพยพประชาชนหลายพันคน หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ เจ้าหน้าที่ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 130 คน ถนนหลายสายถูกตัดขาด และเกิดดินถล่มหลายจุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการได้ส่งกำลังทหารและตำรวจมากกว่า 3,500 นายเข้าประจำการในพื้นที่ ขณะที่ต้องอพยพประชาชนราว 5,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง อาฟเตอร์ช็อกและดินถล่มเกิดขึ้นตามมา ซึ่งเป็นเป็นอุปสรรคต่อความพยายามค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย (BNPB) ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 15 สิงหาคม ตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วกว่า 1,600 ครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BNPB ระบุด้วยว่า ในพื้นที่ซิกกา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด มีประชาชนมากกว่า 3,300 คนอพยพออกจากบ้านด้วยตนเอง หรือไปพักอยู่ภายในสนามกีฬาเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนบางส่วนต้องติดอยู่ภายนอกบ้านที่พังถล่ม โดยอาศัยอยู่ในเต็นท์ชั่วคราวที่ทำจากผ้าใบกันน้ำ ขณะที่ผู้ประสบภัยอีกหลายคนได้รับการรักษาพยาบาลภายในเต็นท์ที่ตั้งอยู่ด้านนอกโรงพยาบาลในพื้นที่ หน่วยกู้ภัยเร่งค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังในอาคารที่พังถล่มลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออกเมื่อวันเสาร์ ถือเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในอินโดนีเซียนับตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดชวาตะวันตกเมื่อปี 2022 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินโดนีเซียเป็นหมู่เกาะขนาดใหญ่ที่มีประชากรราว 290 ล้านคน และตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” ซึ่งเป็นเขตที่มีการเคลื่อนตัวและปะทะกันของแผ่นเปลือกโลก ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5849579?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เช้านี้อินโดเจอดินไหวซ้ำ 5.9 ดับแล้ว 53 เจออาฟเตอร์ช็อก 1.6 พันครั้ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เช้านี้อินโดเจอดินไหวซ้ำ 5.9 ดับแล้ว 53 เจออาฟเตอร์ช็อก 1.6 พันครั้ง</dc:alternative><dc:abstract>เช้านี้อินโดเจอดินไหวซ้ำ 5.9 ดับแล้ว 53 เจออาฟเตอร์ช็อก 1.6 พันครั้ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T05:16:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T05:16:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ ชี้สิ้นเปลือง ซัดไม่ร่วมมือศึกอิหร่าน บอกสนิทผู้นำคิม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5849453]]></link><pubDate>2026-08-17T09:18:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5849453</guid><description>ทรัมป์สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ ชี้สิ้นเปลือง ซัดไม่ร่วมมือศึกอิหร่าน บอกสนิทผู้นำคิม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งการเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐลดขนาดการซ้อมรบร่วมทาง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ ชี้สิ้นเปลือง ซัดไม่ร่วมมือศึกอิหร่าน บอกสนิทผู้นำคิม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งการเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐลดขนาดการซ้อมรบร่วมทางทหารเป็นเวลา 10 วันกับเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้นลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้เหตุผลว่าการซ้อมรบดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายสูง และเกาหลีใต้ได้ปฏิเสธเข้าร่วมปฏิบัติการของสหรัฐต่ออิหร่าน ขณะเดียวกันยังอ้างถึงสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเขากับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่การซ้อมรบจะเริ่มขึ้น ทรัมป์กล่าวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาว่า แม้จะสายเกินไปที่จะยกเลิกการซ้อมรบทั้งหมด แต่เขาไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้สหรัฐตกลงเข้าร่วมการซ้อมรบดังกล่าว ทั้งที่เกาหลีใต้เพิ่งปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับสหรัฐในการ “ปลดอาวุธนิวเคลียร์&amp;#8221; ของอิหร่าน  พร้อมเน้นย้ำถึง “ความสัมพันธ์ที่ดีมาก” ของเขากับผู้นำเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ระบุว่า การซ้อมรบเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ยังส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและเป็นปฏิปักษ์โดยสิ้นเชิงไปยังประเทศหนึ่ง ซึ่งตราบใดที่โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ประเทศนั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามและยังให้ความเคารพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังระบุในโพสต์ว่า &amp;#8220;สายเกินไปที่จะยกเลิก&amp;#8221; เนื่องจากสหรัฐและเกาหลีใต้มีกำหนดเริ่มการฝึกซ้อมทางทหารประจำปีในวันจันทร์ แม้จะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้ถามประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่าพวกเขาต้องการเข้าร่วมกับเราในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านหรือไม่ และพวกเขากล่าวว่า ‘ไม่ ขอบคุณ!’”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศของทรัมป์เกิดขึ้นไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่เขาโพสต์ภาพเก่าของตัวเองและคิมจากปี 2018 พร้อมเขียนว่าทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน “แม้ว่าภาพนี้จะดูไม่เป็นมิตรก็ตาม”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การซ้อมรบร่วมประจำปีระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ในชื่อ “อุลชี ฟรีดอม ชิลด์” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-27 สิงหาคม โดยมีทหารเกาหลีใต้เข้าร่วมประมาณ 18,000 นาย เจ้าหน้าที่ระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การซ้อมรบครั้งนี้คาดว่าจะรวมถึงปฏิบัติการรับมือโดรน การรบกวนสัญญาณ GPS และการรับมือการโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อให้กองทัพสามารถปรับตัวให้ทันกับขีดความสามารถที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ยืนยันว่า การซ้อมรบเริ่มขึ้นในวันจันทร์ตามกำหนดเดิม แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อถ้อยแถลงของทรัมป์ ขณะที่สำนักงานประธานาธิบดี กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ยังไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นในทันที เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการในเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า คำถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวควรถามไปยังทำเนียบขาว ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบคำขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของการซ้อมรบในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการซ้อมรบอุลชี ฟรีดอม ชิลด์จะถูกลดขนาดลงในลักษณะใด แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การซ้อมรบได้เปลี่ยนจากการฝึกซ้อมด้วยกระสุนจริงไปเป็นการฝึกผ่านระบบคอมพิวเตอร์มากขึ้น โดยจำลองสถานการณ์การโจมตีด้วยขีปนาวุธและการโจมตีทางไซเบอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐระบุว่า กองกำลังเกาหลีเหนือซึ่งได้เข้าไปร่วมรบเคียงข้างรัสเซียในสงครามยูเครน ได้รับประสบการณ์จากความขัดแย้งดังกล่าว โดยเฉพาะในด้านการใช้ระบบไร้คนขับที่เพิ่มขึ้น การสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และปฏิบัติการทางไซเบอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัมป์พยายามยุติหรือลดขนาดการซ้อมรบทางทหารกับเกาหลีใต้มานานแล้ว ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระแรก โดยเขามองว่าการซ้อมรบเหล่านี้เป็น “การยั่วยุ” และมีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้ เขายังเคยขัดแย้งกับรัฐบาลโซลเกี่ยวกับการแบ่งภาระค่าใช้จ่ายในการประจำการทหารสหรัฐราว 28,500 นายในเกาหลีใต้ รวมถึงบทบาทของกองกำลังเหล่านี้ในการรักษาความมั่นคงในภูมิภาคโดยรวม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกาหลีเหนือมักประณามการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการรุกรานเกาหลีเหนือ โดยเมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวจากชายฝั่งตะวันออกมุ่งหน้าไปยังทะเลญี่ปุ่น ตามการเปิดเผยของกองทัพเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยเกิดขึ้นเพียง 6 วันหลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจนนี ทาวน์ หัวหน้าโครงการ 38 North ของสถาบันคลังสมอง Stimson Center กล่าวว่า ทรัมป์อาจกำลังพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับคิม จองอึน โดยการตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างโอกาสทางการทูตกับเปียงยาง เนื่องจากทรัมป์ต้องการเรื่องนี้มาโดยตลอดนับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว อย่างไรก็ตาม ลักษณะการดำเนินการที่เป็นไปอย่างไม่เป็นระบบและกะทันหันเช่นนี้ ไม่น่าจะสร้างความประทับใจมากนักในเปียงยาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับผู้นำคิมมีขึ้นและลงราวกับรถไฟเหาะมาตลอดหลายปี ทรัมป์เคยเรียกผู้นำเกาหลีเหนือว่า “มนุษย์จรวดตัวน้อย” และขู่ว่าจะใช้ “ไฟและความเดือดดาล” ถล่มเกาหลีเหนือ ขณะที่คิมเคยกล่าวว่าจะ “ทำให้ไอ้เฒ่าบ้าสติแตกชาวอเมริกัน” ต้องยอมสยบด้วยไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนก็ได้พบกันในการประชุมสุดยอดถึง 3 ครั้ง โดยทรัมป์เคยกล่าวหลังจากแลกเปลี่ยนจดหมายกับคิมว่า “เราตกหลุมรักกัน” แต่ความพยายามทางการทูตทั้งหมดเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เกาหลีเหนือเปลี่ยนแปลงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธทิ้งตัวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5849453?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ ชี้สิ้นเปลือง ซัดไม่ร่วมมือศึกอิหร่าน บอกสนิทผู้นำคิม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ ชี้สิ้นเปลือง ซัดไม่ร่วมมือศึกอิหร่าน บอกสนิทผู้นำคิม</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์สั่งลดขนาดซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ ชี้สิ้นเปลือง ซัดไม่ร่วมมือศึกอิหร่าน บอกสนิทผู้นำคิม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-17T02:18:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-17T02:18:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tk-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โลกสั่นไหวต่อเนื่อง แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง วานูอาตู ขนาด 6.1 แมกนิจูด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5848847]]></link><pubDate>2026-08-16T13:34:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5848847</guid><description>โลกสั่นไหวต่อเนื่อง แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง วานูอาตู ขนาด 6.1 แมกนิจูด สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.1 แมกนิจูด ขึ้นนอกชายฝั่งประเทศวานูอาตู เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสำนักส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โลกสั่นไหวต่อเนื่อง แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง วานูอาตู ขนาด 6.1 แมกนิจูด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.1 แมกนิจูด ขึ้นนอกชายฝั่งประเทศวานูอาตู เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ หรือ USGS แจ้งว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ห่างจากหมุ่บ้านพอร์ตโอลรี ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 56 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 188 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย และทางการว่านูอาตู ยังไม่ได้มีการประกาศแจ้งเตือนภัยสึนามิแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ วานูอาตู เป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่คร่อมแนววงแหวนแห่งไฟ ซึ่งเป็นแนวแผ่นดินไหวที่ทอดยาวผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และข้ามแอ่งแปซิฟิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เพิ่งจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7.7 แมกนิจู ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย และตามมาด้วยแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้งในอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5848847?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โลกสั่นไหวต่อเนื่อง แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง วานูอาตู ขนาด 6.1 แมกนิจูด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โลกสั่นไหวต่อเนื่อง แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง วานูอาตู ขนาด 6.1 แมกนิจูด</dc:alternative><dc:abstract>โลกสั่นไหวต่อเนื่อง แผ่นดินไหวนอกชายฝั่ง วานูอาตู ขนาด 6.1 แมกนิจูด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-16T06:36:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-16T06:36:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vanuatu1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vanuatu1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vanuatu1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vanuatu1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vanuatu2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vanuatu2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับแผ่นดินไหวอินโด พุ่งอย่างน้อย 38 ศพ กู้ภัยเร่งค้นหา-ช่วยเหยื่อติดใต้ซาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5848305]]></link><pubDate>2026-08-15T18:00:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5848305</guid><description>ยอดดับแผ่นดินไหวอินโด พุ่งอย่างน้อย 38 ศพ กู้ภัยเร่งค้นหา-ช่วยเหยื่อติดใต้ซาก จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.7 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งเกาะฟลอเรสของอินโดนีเซียเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ (1 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยอดดับแผ่นดินไหวอินโด พุ่งอย่างน้อย 38 ศพ กู้ภัยเร่งค้นหา-ช่วยเหยื่อติดใต้ซาก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.7 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งเกาะฟลอเรสของอินโดนีเซียเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ (15 ส.ค.) ก่อนมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายระลอก ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 38 รายแล้ว โดยนายซูฮาร์ยันโต หัวหน้าสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (BNPB) แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ผ่านทางโทรทัศน์ว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 38 ราย มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย และผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 11 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หัวหน้า BNPB ระบุเพิ่มเติมว่า มีประชาชนประมาณ 2,000 คน ได้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย และยังมีประชาชนติดอยู่ภายในอาคารหลายแห่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ทั้งมีรายงานเกิดเหตุดินถล่มปิดกั้นเส้นทางถนนหลายสาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทีมกู้ภัยได้เร่งเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากที่สุด โดยนายฟาธูร์ เราะห์มาน หัวหน้าหน่วยกู้ภัย กล่าวว่า ขณะนี้ทีมงานยังไม่สามารถเดินทางไปถึงนาเกเคโอ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่สุดได้ เนื่องจากมีเหตุดินถล่มปิดกั้นเส้นทาง แต่ทีมงานอีกทีมหนึ่งกำลังพยายามเดินทางเข้าไปโดยใช้เรือเฟอร์รี่ นอกจากนี้ยังมีรายงานสัญญาณการสื่อสารในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5848305?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับแผ่นดินไหวอินโด พุ่งอย่างน้อย 38 ศพ กู้ภัยเร่งค้นหา-ช่วยเหยื่อติดใต้ซาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับแผ่นดินไหวอินโด พุ่งอย่างน้อย 38 ศพ กู้ภัยเร่งค้นหา-ช่วยเหยื่อติดใต้ซาก</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับแผ่นดินไหวอินโด พุ่งอย่างน้อย 38 ศพ กู้ภัยเร่งค้นหา-ช่วยเหยื่อติดใต้ซาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-16T03:04:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-16T03:04:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T093053Z_2143231222_RC2XYMA900TH_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T093053Z_2143231222_RC2XYMA900TH_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T093053Z_2143231222_RC2XYMA900TH_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T093053Z_2143231222_RC2XYMA900TH_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T093053Z_2143231222_RC2XYMA900TH_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T093053Z_2143231222_RC2XYMA900TH_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ มั่นใจกระบวนการ หลังตั้งปธ.ประนอม UNCLOS หวังเดินหน้าราบรื่น ย้ำจุดยืนเจรจาเขตแดนจบก่อน ไม่คุยแบ่งทรัพยากร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5848272]]></link><pubDate>2026-08-15T17:50:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5848272</guid><description>สีหศักดิ์ มั่นใจกระบวนการ หลังตั้งปธ.ประนอม UNCLOS หวังเดินหน้าราบรื่น ย้ำจุดยืนเจรจาเขตแดนจบก่อน ไม่คุยแบ่งทรัพยากร นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สีหศักดิ์ มั่นใจกระบวนการ หลังตั้งปธ.ประนอม UNCLOS หวังเดินหน้าราบรื่น ย้ำจุดยืนเจรจาเขตแดนจบก่อน ไม่คุยแบ่งทรัพยากร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรเลีย เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ภายใต้กระบวนการประนอมตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) ว่า ขณะนี้คณะประนอมพร้อมแล้ว มีประธานเป็นคนที่ประเทศไทยสนับสนุน และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางการทูต เคยเป็นรองปลัดดูภูมิภาคเอเชียตะวันออก และเป็น Co &amp;#8211; Agent ตัวแทน ของฝ่ายออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางการทูต เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียและที่สำคัญเคยมีประสบการณ์ กรณีมีการใช้กลไกประนอมภาคบังคับ ระหว่างติมอร์เลสเตกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นครั้งแรก จึงคิดว่าเราก็มั่นใจว่ากระบวนการนี้จะเดินหน้าไปด้วยความเที่ยงธรรม และความเข้าใจในเนื้อหาหรือในประเด็นระหว่างไทยกับกัมพูชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนเป้าหมายจริงๆของไทยอยากเห็นผลลัพธ์เป็นเพียงข้อเสนอหรือมุ่งไปถึงการยุติข้อพิพาทอย่างเป็นรูปธรรม นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า แน่นอนกลไกนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะ แต่เราก็ต้องเสนอมุมมองของเรา การประชุมอาจจะมีทุก 1 เดือน หรือทุก 2 เดือน แล้วแต่ทางผู้ประนอมจะเห็นสมควร โดยหน้าที่ของไทย ก็ต้องไปร่วม การพูดคุยกับคณะประนอม ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ หากการดำเนินการไปได้เร็วก็จะเป็นเรื่องดี จะได้หาทางไปสู่ข้อยุติเร็วๆ แต่ย้ำว่าผลของการประนอม ไม่ได้มีผลทางกฎหมาย หรือผลที่เราต้องปฏิบัติตาม แต่เป็นแนวทางที่ต้องมาดูอีกครั้งว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยตรงไหน และจะเป็นพื้นฐานที่เราจะนำไปพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาต่อไป เพราะในที่สุดเราก็ต้องมีการพูดคุย โดยท่าทีของเราตั้งแต่เริ่มต้นคือการพูดคุยกันก่อน จะได้ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการนี้เลย ถ้าพูดคุยไม่ได้ผล เราก็ค่อยหันไปใช้กลไกอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้ UNCLOS ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ซึ่งนอกจากการประนอมภาคบังคับ ยังมีการประนอมโดยสมัครใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;อย่างไรก็ตามกระบวนการนี้เริ่มต้นแล้วเราก็พร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ของเรา ชี้แจงท่าทีของเรา เราก็หวังว่ากระบวนการนี้จะเดินหน้าด้วยความราบรื่น และนำไปสู่ผลที่อาจจะเป็นแนวทางที่ดี ช่วยให้เราหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายรับได้ แต่ท่าทีของเราคือการประนอมต้องพูดเฉพาะการกำหนดเขตแดนทางทะเล ให้ถึงที่สุดและจบเสียก่อน ต้องไม่มีการพูดถึงการแบ่งปันทรัพยากร แต่จริงๆ แล้วฝ่ายกัมพูชาต้องการให้มีการหารือเรื่องการแบ่งปันทรัพยากรในทะเลด้วย&amp;#8221; นายสีหศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5848272?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ มั่นใจกระบวนการ หลังตั้งปธ.ประนอม UNCLOS หวังเดินหน้าราบรื่น ย้ำจุดยืนเจรจาเขตแดนจบก่อน ไม่คุยแบ่งทรัพยากร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ มั่นใจกระบวนการ หลังตั้งปธ.ประนอม UNCLOS หวังเดินหน้าราบรื่น ย้ำจุดยืนเจรจาเขตแดนจบก่อน ไม่คุยแบ่งทรัพยากร</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ มั่นใจกระบวนการ หลังตั้งปธ.ประนอม UNCLOS หวังเดินหน้าราบรื่น ย้ำจุดยืนเจรจาเขตแดนจบก่อน ไม่คุยแบ่งทรัพยากร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-15T10:52:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-15T10:52:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163840047.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163840047-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163840047.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163840047-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163840047-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163840047-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น นำรำลึกครบ 81 ปี ทัพญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 นายกฯชูสันติ แต่ไร้คำสำนึกผิด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5848151]]></link><pubDate>2026-08-15T16:31:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5848151</guid><description>จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น นำรำลึกครบ 81 ปี ทัพญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 นายกฯชูสันติ แต่ไร้คำสำนึกผิด เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดพิธีรำลึกครบรอบ 81 ปี ของการยอมจำนนในสงครามโลกครั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น นำรำลึกครบ 81 ปี ทัพญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 นายกฯชูสันติ แต่ไร้คำสำนึกผิด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดพิธีรำลึกครบรอบ 81 ปี ของการยอมจำนนในสงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ แห่งญี่ปุ่น เสด็จร่วมในพิธีรำลึกครั้งนี้ด้วยซึ่งจัดขึ้นที่สนามกีฬาบูโดกัน ในกรุงโตเกียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในพิธีรำลึกครั้งนี้นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นหัวอนุรักษ์นิยม ได้กล่าวยืนยันถึงความมุ่งมั่นในสันติภาพ แต่ไม่ได้กล่าวถึงความสำนึกผิดของประเทศในระหว่างการกล่าวรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในมหาสงครามครั้งนั้นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางทาคาอิจิ ซึ่งถูกมองว่ามีจุดยืนที่แข็งกร้าวในประเด็นความมั่นคงของชาติ กล่าวว่า ญี่ปุ่นได้ดำเนินตามแนวทางของชาติที่ให้คุณค่ากับสันติภาพมาโดยตลอดและได้ทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นางทาคาอิจิไม่ได้ใช้ถ้อยคำแบบเดียวกับที่ นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนก่อนหน้าที่เคยกล่าวไว้ในพิธีรำลึกเมื่อปีที่แล้วซึ่งเขาได้ให้คำมั่นว่าจะตระหนักถึง &amp;#8220;ความสำนึกผิด&amp;#8221; ของญี่ปุ่นที่มีต่อสงครามและแสดงออกถึง&amp;#8221;เจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะปฏิเสธสงคราม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอิชิบะ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้นำสายกลางที่มีแนวคิดประนีประนอมภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ปัจจุบันนำโดยนางทาคาอิจินั้น ถือเป็นผู้นำญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 13 ปีที่กล่าวถึง &amp;#8220;ความสำนึกผิด&amp;#8221; ในพิธีรำลึกวันพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ของญี่ปุ่นในวันที่ 15 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ นางทาคาอิจิ ได้หลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามและเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและเกาหลีใต้ โดยเธอเพียงส่งเครื่องสักการะไปร่วมพิธี จากที่ผ่านมาเธอได้ไปเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิหลายครั้งก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่ามีนายชินโจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิ ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับจีนและเกาหลีใต้ที่มองว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการรุกรานในช่วงสงครามของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างแข็งกร้าวต่อความเคลื่อนไหวเชิงลบดังกล่าวของฝ่ายญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับศาลเจ้ายาสุกุนิ และว่า ได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อญี่ปุ่นแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสิ่งที่เรียกว่าเป็น &amp;#8220;การกระทำที่ล้าสมัยและสวนทางกับยุคสมัย&amp;#8221;ของผู้นำญี่ปุ่นที่ส่งเครื่องสักการะหรือเดินทางไปเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้นำญี่ปุ่นหันมาเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์และแสดงออกผ่านการกระทำถึงความสำนึกผิดอย่างถ่อมตนและความเสียใจอย่างจริงใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ญี่ปุ่นได้จัดงานพิธีรำลึกเป็นประจำทุกปีเพื่อไว้อาลัยแก่ทหารและพลเรือนที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสิ้นสุดลงในปีค.ศ.1945 โดยมีทหารเสียชีวิตในสงครามครั้งนั้นราว 2.3 ล้านนาย และพลเรือนราว 800,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5848151?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น นำรำลึกครบ 81 ปี ทัพญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 นายกฯชูสันติ แต่ไร้คำสำนึกผิด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น นำรำลึกครบ 81 ปี ทัพญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 นายกฯชูสันติ แต่ไร้คำสำนึกผิด</dc:alternative><dc:abstract>จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น นำรำลึกครบ 81 ปี ทัพญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 นายกฯชูสันติ แต่ไร้คำสำนึกผิด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-15T09:34:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-15T09:34:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T033500Z_68881174_RC2RYMAGV9C0_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T033500Z_68881174_RC2RYMAGV9C0_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T033500Z_68881174_RC2RYMAGV9C0_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T033500Z_68881174_RC2RYMAGV9C0_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T033500Z_68881174_RC2RYMAGV9C0_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T033500Z_68881174_RC2RYMAGV9C0_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T062918Z_922927949_RC2QYMAO5KYK_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T062918Z_922927949_RC2QYMAO5KYK_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>536</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>536</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T063104Z_2071004937_RC2RYMAOV66C_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T063104Z_2071004937_RC2RYMAOV66C_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>497</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>497</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T013005Z_473035492_RC2PYMAYAVIH_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T013005Z_473035492_RC2PYMAYAVIH_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>557</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>557</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T042246Z_797279420_RC2RYMACAAU9_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-SHRINE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T042246Z_797279420_RC2RYMACAAU9_RTRMADP_3_WW2-ANNIVERSARY-JAPAN-SHRINE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>512</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>512</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์เพ้อหนัก! ลั่นจะประกาศช่องแคบฮอร์มุซ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสหรัฐ หลังชนะศึก เจออิหร่านตอกกลับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847864]]></link><pubDate>2026-08-15T13:15:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5847864</guid><description>ทรัมป์เพ้อหนัก! ลั่นจะประกาศช่องแคบฮอร์มุซ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสหรัฐ หลังชนะศึก เจออิหร่านตอกกลับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศในระหว่างการปราศรัยทางการเมืองที่โรงเรียนนายร้อยตำร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์เพ้อหนัก! ลั่นจะประกาศช่องแคบฮอร์มุซ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสหรัฐ หลังชนะศึก เจออิหร่านตอกกลับ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศในระหว่างการปราศรัยทางการเมืองที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจในรัฐนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมว่า เขาจะเอาชนะอิหร่านให้เสร็จสิ้นและจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญเส้นทางหนึ่งของโลก เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสหรัฐในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวอ้างหลายครั้งว่า เส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานที่มีความสำคัญยิ่งแห่งนี้ซึ่งอิหร่านปิดกั้นได้อย่างมีประสิทธิผลตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้นนั้น อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ แต่เป็นข้อกล่าวอ้างที่อิหร่านปฏิเสธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;หลังจากที่เราจัดการเอาชนะอิหร่านได้สำเร็จ ซึ่งขณะนี้พวเขากำลังพ่ายแพ้อย่างยับเยิน อีกไม่นานผมจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐอเมริกา&amp;#8221; ทรัมป์กล่าวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก่อนย้ำว่า &amp;#8220;เป็นเรื่องจริง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราได้ปิดล้อมอยู่ จะไม่มีเรือลำไหนผ่านเข้ามาได้เว้นแต่เราจะอนุญาต&amp;#8221; ทรัมป์กล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์จากกลุ่มผู้สนับสนุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งชี้แจงถึงประเด็นคำกล่าวข้างต้นของผู้นำสหรัฐว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เพียงแค่พูดเล่นเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังคำคุยโตของทรัมป์ นายกาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม โดยเน้นย้ำว่า &amp;#8220;ช่องแคบฮอร์มุซเป็นของอิหร่าน ปัจจุบันก็ยังเป็นของอิหร่านและจะยังคงเป็นของอิหร่านต่อไป&amp;#8221; และว่า &amp;#8220;ช่องแคบจะปิดและเปิดภายใต้คำสั่งของอิหร่านเท่านั้น&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สหรัฐและอิสราเอลได้เปิดฉากทำสงครามโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้อิหร่านโจมตีกลับและเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของช่องแคบฮอร์มุซเป็นการตอบโต้นับตั้งแต่นั้น โดยสหรัฐยังทำการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านด้วย ขณะที่ขณะนี้การเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงเผชิญทางตัน รวมถึงในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านไม่อนุญาตให้เรือพลเรือนส่วนใหญ่ผ่านเข้าออก ในขณะที่กองทัพเรือสหรัฐได้ทำการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเพื่อพยายามบั่นทอนระบบเศรษฐกิจของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847864?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์เพ้อหนัก! ลั่นจะประกาศช่องแคบฮอร์มุซ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสหรัฐ หลังชนะศึก เจออิหร่านตอกกลับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์เพ้อหนัก! ลั่นจะประกาศช่องแคบฮอร์มุซ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสหรัฐ หลังชนะศึก เจออิหร่านตอกกลับ</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์เพ้อหนัก! ลั่นจะประกาศช่องแคบฮอร์มุซ เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสหรัฐ หลังชนะศึก เจออิหร่านตอกกลับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-15T06:15:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-15T06:15:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T202503Z_238316824_RC2KYMAAQV38_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T202503Z_238316824_RC2KYMAAQV38_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T202503Z_238316824_RC2KYMAAQV38_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T202503Z_238316824_RC2KYMAAQV38_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T202503Z_238316824_RC2KYMAAQV38_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T202503Z_238316824_RC2KYMAAQV38_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดนีเซีย ดับพุ่ง 20 ราย เหตุดินไหวแรง 7.7 สเปนเจอเขย่าแรง 5.0]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847801]]></link><pubDate>2026-08-15T12:21:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5847801</guid><description>อินโดนีเซีย ดับพุ่ง 20 ราย เหตุดินไหวแรง 7.7 สเปนเจอเขย่าแรง 5.0 ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด มีจุดศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะฟลอเรส ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย เมื่อเช้ามืดว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินโดนีเซีย ดับพุ่ง 20 ราย เหตุดินไหวแรง 7.7 สเปนเจอเขย่าแรง 5.0&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด มีจุดศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะฟลอเรส ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย เมื่อเช้ามืดวันเสาร์นี้(15 ส.ค.) ก่อนตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายระลอกและมีการประกาศเตือนภัยสึนามิ แต่มีการยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมาว่า เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 5 ราย และสร้างความเสียหายให้กับอาคารสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายเอ็มมานูเอล เมลเกียเดส ผู้ว่าการจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก แถลงว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 รายจากการถูกซากปรักหักพังถล่มทับขณะกำลังนอนหลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (BNPB) รายงานยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นที่ 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และว่า แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงรับรู้ได้ทั่วทั้งพื้นที่จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก นูซาเต็งการาตะวันตก และบางส่วนของจังหวัดสุลาเวสี โดยประชาชนในหลายพื้นที่รายงานว่าแรงสั่นสะเทือนกินเวลานานประมาณหนึ่งนาที และต่างพากันวิ่งหนีออกจากบ้านเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BNPB ระบุอีกว่า ประชาชนในพื้นที่นาเกเคโกประมาณ 2,000 คนต้องอพยพออกจากที่พักอาศัย และมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โกดังสินค้า และอาคารของหน่วยงานภาครัฐจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาการจราจรติดขัดและไฟฟ้าดับในพื้นที่บางส่วนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่มีการตรวจพบคลื่นสึนามิที่มีความสูงต่ำกว่า 1 เมตร (3 ฟุต) ในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยได้มีการยกเลิกประกาศเตือนภัยสึนามิในอีกราว 3 ชั่วโมงต่อมาหลังจากเกิดแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิของออสเตรเลียระบุว่า แผ่นดินไหวใต้ทะเลครั้งนี้บริเวณเกาะฟลอเรสของอินโดนีเซีย ไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามจากสึนามิต่อแผ่นดินใหญ่ เกาะ หรือดินแดนต่างๆ ของออสเตรเลียแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งอินโดนีเซียครั้งนี้ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 20 รายแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ทำงานบริเวณโดยรอบเมืองท่าโมเมเรระบุว่าพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย และพบผู้ติดใต้ซากปรักหักพัง 2 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประเทศสเปนได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.0 แมกนิจูด บริเวณจังหวัดกรานาดา เมื่อเวลาประมาณ 01.04 น.ของเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น แรงสั่นสะเทือนสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับประชาชนหลายพันคนที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อหนีภัย และยังก่อให้เกิดดินถล่มและความเสียหายต่อทรัพย์สินในหลายจุดของเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้มีจุดศูนย์กลางอยู่ใกล้เมืองอัลเฮนดินและมีความรุนแรงมากพอที่จะรู้สึกได้ในหลายพื้นที่ของแคว้นอันดาลูเซียและห่างไกลออกไปทางภาคกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของสเปนด้วย เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847801?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดนีเซีย ดับพุ่ง 20 ราย เหตุดินไหวแรง 7.7 สเปนเจอเขย่าแรง 5.0&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดนีเซีย ดับพุ่ง 20 ราย เหตุดินไหวแรง 7.7 สเปนเจอเขย่าแรง 5.0</dc:alternative><dc:abstract>อินโดนีเซีย ดับพุ่ง 20 ราย เหตุดินไหวแรง 7.7 สเปนเจอเขย่าแรง 5.0</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-15T07:40:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-15T07:40:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T014113Z_1023403747_RC2PYMA1SGBY_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T014113Z_1023403747_RC2PYMA1SGBY_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T014113Z_1023403747_RC2PYMA1SGBY_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T014113Z_1023403747_RC2PYMA1SGBY_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T014113Z_1023403747_RC2PYMA1SGBY_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T014113Z_1023403747_RC2PYMA1SGBY_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กัมพูชายินดี ตั้งแคทรีนา คูเปอร์ ปธ.คณะประนอม UNCLOS ชี้เป็นก้าวสำคัญ-โอกาสแก้ข้อเห็นต่าง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847693]]></link><pubDate>2026-08-15T10:36:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5847693</guid><description>กัมพูชายินดี ตั้งแคทรีนา คูเปอร์ ปธ.คณะประนอม UNCLOS ชี้เป็นก้าวสำคัญ-โอกาสแก้ข้อเห็นต่าง กระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กัมพูชายินดี ตั้งแคทรีนา คูเปอร์ ปธ.คณะประนอม UNCLOS ชี้เป็นก้าวสำคัญ-โอกาสแก้ข้อเห็นต่าง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรเลีย ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ภายใต้กระบวนการประนอมตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ภายหลังศาลประจำอนุญาโตตุลาการประกาศถึงการแต่งตั้งดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในถ้อยแถลงของกระทรวงต่างประเทศฯของกัมพูชาระบุว่า กัมพูชารู้สึกขอบคุณแคทรีนา คูเปอร์ ที่ตอบรับการรับผิดชอบหน้าที่สำคัญนี้และเข้าร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติท่านอื่นๆ ในคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้กัมพูชายังขอขอบคุณคณะผู้ประนอมสำหรับกระบวนการคัดเลือกประธานที่ดำเนินการอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงต่างประเทศฯกัมพูชาระบุว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการประนอมที่กัมพูชาเป็นผู้ริเริ่มและแสดงความเชื่อมั่นว่ากระบวนการดังกล่าวจะช่วยสร้างโอกาสในการแก้ไขข้อเห็นต่างเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลและนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรน้ำมันและก๊าซอย่างมีนัยสำคัญในพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อนกัน พร้อมชี้ว่าความคืบหน้าในประเด็นทั้งสองนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยแถลงดังกล่าวระบุอีกว่ารัฐบาลกัมพูชายังคงยึดมั่นอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาพิพาททางทะเลโดยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและจะยังคงให้ความไว้วางใจในกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อกัมพูชาระบุว่าคณะกรรมาธิการประนอมภายใต้ UNCLOS ประกอบด้วยผู้ประนอมอิสระจำนวน 5 คน โดยกัมพูชาได้แต่งตั้งนายปีเตอร์ ทักเซอ-เยนเซน นักการทูตชาวเดนมาร์ก และศาสตราจารย์ฌอง-มาร์ก ตูเวอแน็ง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ในขณะที่ไทยได้แต่งตั้งศาสตราจารย์ดอกเตอร์ รือดีเกอร์ โวล์ฟรุม นักกฎหมายระหว่างประเทศชาวเยอรมันและอดีตประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ และ อัลเบิร์ต ฮอฟฟ์แมนน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทะเลชาวแอฟริกาใต้และอดีตประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ประนอมทั้ง 4 คนได้แต่งตั้ง เอกอัครราชทูตคูเปอร์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการฯ ภายหลังการหารือร่วมกันกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย และเมื่อมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการประนอมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะเข้าสู่การประชุมเพื่อกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานครั้งแรกได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847693?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กัมพูชายินดี ตั้งแคทรีนา คูเปอร์ ปธ.คณะประนอม UNCLOS ชี้เป็นก้าวสำคัญ-โอกาสแก้ข้อเห็นต่าง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กัมพูชายินดี ตั้งแคทรีนา คูเปอร์ ปธ.คณะประนอม UNCLOS ชี้เป็นก้าวสำคัญ-โอกาสแก้ข้อเห็นต่าง</dc:alternative><dc:abstract>กัมพูชายินดี ตั้งแคทรีนา คูเปอร์ ปธ.คณะประนอม UNCLOS ชี้เป็นก้าวสำคัญ-โอกาสแก้ข้อเห็นต่าง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-15T09:49:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-15T09:49:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fn-2026-08-14-14-41-29-506.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fn-2026-08-14-14-41-29-506-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fn-2026-08-14-14-41-29-506.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fn-2026-08-14-14-41-29-506-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fn-2026-08-14-14-41-29-506-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/fn-2026-08-14-14-41-29-506-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แผ่นดินไหวแรง 7.7 เขย่าอินโดนีเซีย เตือนภัยสึนามิ สั่งอพยพปชช.หลายร้อย ก่อนยกเลิกคำเตือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847586]]></link><pubDate>2026-08-15T08:30:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5847586</guid><description>แผ่นดินไหวแรง 7.7 เขย่าอินโดนีเซีย จุดเตือนภัยสึนามิ สั่งอพยพปชช.หลายร้อย ก่อนยกเลิกคำเตือน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ (15 สิงหาคม) นี้ เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;แผ่นดินไหวแรง 7.7 เขย่าอินโดนีเซีย จุดเตือนภัยสึนามิ สั่งอพยพปชช.หลายร้อย ก่อนยกเลิกคำเตือน&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ (15 สิงหาคม) นี้ เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูด ขึ้นบริเวณเกาะฟลอเรส ทางภาคตะวันออกของประเทศอินโดนีเซีย โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะ และตามมาด้วยการเกิดอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้ง ส่งผลให้ทางการอินโดนีเซียประกาศเตือนภัยสึนามิและสั่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนที่อยู่ตามแนวชายฝั่งในหลายพื้นที่ในทันที&lt;strong&gt; ก่อนที่ทางการจะมีการประกาศยกเลิกเตือนภัยสึนามิในเวลาต่อมา หลังเกิดคลื่นสึนามิสูงไม่ถึง 1 เมตร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศวิทยา และธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซีย(BMKG)&lt;/strong&gt; รายงานว่าตรวจจับแผ่นดินไหวครั้งแรกได้เมื่อเวลา 04.58 น.ที่ระดับความลึก 15 กม. ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่งวัดความรุนแรงได้ 6.1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโดดี ยูเลโอวา โฆษกหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้คนจำนวนมากต่างพากันอพยพออกจากบ้านเรือน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ โดยแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ชัดเจนเป็นเวลาราว 1 นาทีในพื้นที่ต่างๆ เช่น นาเกเคโอ และ บิมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา BMKG ได้ออกประกาศแจ้งเตือนฉบับล่าสุดว่าได้ประกาศยกเลิกเตือนภัยสึนามิแล้ว หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมือง MBAY-NAGEKEO-NTT ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 30 กิโลเมตร ขณะที่ตรวจวัดคลื่นสึนามิสูงไม่ถึง 1 เมตรในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่มีการแชร์บนเฟซบุ๊กซึ่งระบุว่าถ่ายจากท่าเรือในเมืองมาอูเมเร บนเกาะฟลอเรสเผยให้เห็นเศษซากความเสียหายของอาคารส่วนหนึ่งที่พังถล่มลงมา ท่ามกลางผู้คนที่ส่งเสียงกรีดร้องและพากันวิ่งออกมาอยู่ถนน เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ภาพจากสถานีโทรทัศน์คอมปัสยังแสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลในเขตเอนเด จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออกได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมาอยู่ด้านนอกอาคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้อินโดนีเซียมักประสบกับแผ่นดินไหวบ่อยครั้งเนื่องจากตั้งอยู่ในแนวของ “วงแหวนแห่งไฟ” ในมหาสมุทรแปซิฟิก หนึ่งในเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากครั้งประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซีย รวมถึงเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.1 เกิดขึ้นนอกชายฝั่งเกาะสุมาตราเมื่อปี 2004 ซึ่งก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิคร่าชีวิตผู้คนทั่วทั้งภูมิภาคไปกว่า 220,000 ราย ในจำนวนเป็นผู้เสียชีวิตในอินโดนีเซียราว 170,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote class=&quot;twitter-tweet&quot; data-media-max-width=&quot;560&quot;&gt;
&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;en&quot;&gt;Flores Indonesia Mw7.7 Earthquake right now. &lt;a href=&quot;https://t.co/TpoOnAclmh&quot;&gt;pic.twitter.com/TpoOnAclmh&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;— Daryono Perwira Sakti (@daryono_eq_talk) &lt;a href=&quot;https://x.com/daryono_eq_talk/status/2088405421694619715?ref_src=twsrc%5Etfw&quot;&gt;August 14, 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&lt;script async src=&quot;https://platform.x.com/widgets.js&quot; charset=&quot;utf-8&quot;&gt;&lt;/script&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847586?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แผ่นดินไหวแรง 7.7 เขย่าอินโดนีเซีย เตือนภัยสึนามิ สั่งอพยพปชช.หลายร้อย ก่อนยกเลิกคำเตือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แผ่นดินไหวแรง 7.7 เขย่าอินโดนีเซีย เตือนภัยสึนามิ สั่งอพยพปชช.หลายร้อย ก่อนยกเลิกคำเตือน</dc:alternative><dc:abstract>แผ่นดินไหวแรง 7.7 เขย่าอินโดนีเซีย เตือนภัยสึนามิ สั่งอพยพปชช.หลายร้อย ก่อนยกเลิกคำเตือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-15T01:30:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-15T01:30:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/5024-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/5024-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45024-5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45024-5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T012049Z_93656100_RC2OYMAH1558_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-15T012049Z_93656100_RC2OYMAH1558_RTRMADP_3_INDONESIA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>795</mi:x1><mi:y1>1437</mi:y1><mi:x2>795</mi:x2><mi:y2>1437</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/5024-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/5024-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แต่งตั้ง &#8216;ทูตคูเปอร์&#8217; จากออสเตรเลีย นั่งปธ.คณะประนอม UNCLOS ไทยสนับสนุน คาดถกนัดแรก ก.ย.นี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847567]]></link><pubDate>2026-08-14T23:00:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5847567</guid><description>ไทยหนุน &amp;#8216;ทูตคูเปอร์&amp;#8217; จากออสเตรเลีย เป็นปธ.คณะประนอม UNCLOS คาดถกนัดแรก ก.ย.นี้ ตามที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration: PCA) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;ไทยหนุน &amp;#8216;ทูตคูเปอร์&amp;#8217; จากออสเตรเลีย เป็นปธ.คณะประนอม UNCLOS คาดถกนัดแรก ก.ย.นี้&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration: PCA) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ ชาวออสเตรเลีย เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ภายใต้กระบวนการประนอมตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยได้รับแจ้งเรื่องนี้จาก PCA ด้วยแล้ว โดย เอกอัครราชทูตคูเปอร์ เป็นนักการทูตและนักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไทยสนับสนุน ได้รับการยอมรับในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนมีประสบการณ์ทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการเจรจา นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์ด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเอื้อต่อความเข้าใจบริบทและประเด็นละเอียดอ่อนในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาเคยปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำเม็กซิโก และตัวแทนร่วม (Co-Agent) ของรัฐบาลออสเตรเลียในการประนอมภายใต้ UNCLOS ระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขั้นตอนต่อไป คณะกรรมาธิการประนอมจะกำหนดวันประชุมครั้งแรก ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะสามารถจัดขึ้นได้ภายในเดือนกันยายน 2569 โดยวาระสำคัญจะรวมถึงการพิจารณาจัดทำข้อบังคับ (Rules of Procedure) เพื่อเป็นหลักเกณฑ์และกรอบดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ ตลอดจนเป็นแนวทางสำหรับการประชุมและการดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้องในระยะต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการประนอม ซึ่งเป็นกลไกการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีภายใต้ UNCLOS อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติอย่างดีที่สุด และพร้อมเข้าร่วมกระบวนการบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนสำหรับทั้งสองประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847567?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แต่งตั้ง &amp;#8216;ทูตคูเปอร์&amp;#8217; จากออสเตรเลีย นั่งปธ.คณะประนอม UNCLOS ไทยสนับสนุน คาดถกนัดแรก ก.ย.นี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แต่งตั้ง ‘ทูตคูเปอร์’ จากออสเตรเลีย นั่งปธ.คณะประนอม UNCLOS ไทยสนับสนุน คาดถกนัดแรก ก.ย.นี้</dc:alternative><dc:abstract>แต่งตั้ง ‘ทูตคูเปอร์’ จากออสเตรเลีย นั่งปธ.คณะประนอม UNCLOS ไทยสนับสนุน คาดถกนัดแรก ก.ย.นี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-15T01:34:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-15T01:34:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/4584165.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/4584165-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/4584165.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/4584165-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไทยติดโผ 40 ปท. สหรัฐชี้ช่วยจีน เลี่ยงภาษีทรัมป์ ทำสูญรายได้ 8.6 แสนล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847308]]></link><pubDate>2026-08-14T18:17:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5847308</guid><description>ไทยติดโผ 40 ปท. สหรัฐชี้ช่วยจีน เลี่ยงภาษีทรัมป์ ทำสูญรายได้ 8.6 แสนล้าน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ทำเนียบขาวสหรัฐได้เผยแพร่รายงานที่ใช้ชื่อว่า The Great Transshipment Scam ซึ่งระบุว่า มีมากกว่า 40 ประเท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไทยติดโผ 40 ปท. สหรัฐชี้ช่วยจีน เลี่ยงภาษีทรัมป์ ทำสูญรายได้ 8.6 แสนล้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ทำเนียบขาวสหรัฐได้เผยแพร่รายงานที่ใช้ชื่อว่า The Great Transshipment Scam ซึ่งระบุว่า มีมากกว่า 40 ประเทศ ที่ช่วยจีนหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐด้วยการส่งออกผ่านประเทศที่สาม ซึ่งถูกจัดเก็บอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศที่ถูกระบุอยู่ในรายงานดังกล่าว มีอาทิ ไทย สิงคโปร์ แคนาดา อินเดีย สหภาพยุโรป เม็กซิโก ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่าได้ช่วยจีนหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยติดอยู่ใน Tier2 ร่วมกับบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี และเวียดนาม ที่ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีนอย่างมีนัยสำคัญ จากที่มีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากขนาด ลักษณะการไหลเวียนทางการค้าและการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานฉบับนี้ของทำเนียบขาวซึ่งอ้างการประเมินจากภาครัฐและภาคเอกชนระบุว่า มีสินค้ามูลค่าระหว่าง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ถูกเคลื่อนย้ายจากประเทศที่มีอัตราภาษีสูงผ่านไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งทำเนียบขาวประเมินว่าการดำเนินการดังกล่าวทำให้รัฐบาลสหรัฐสูญเสียรายได้จากภาษีที่ประมาณ 19,000-26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.3-8.6 แสนล้านบาท) ต่อปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐกล่าวหาจีนว่าใช้ประเทศที่สามเป็นจุดแวะพักและมีการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้าเพื่อปกปิดแหล่งกำเนิดที่แท้จริง เพื่อหวังจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง และอธิบายกระบวนการนี้ว่าเป็น &amp;#8220;การฉ้อโกงที่อำพรางมาในรูปแบบของเอกสาร&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปใน &amp;#8216;กลโกงการขนถ่ายสินค้าครั้งใหญ่&amp;#8217; (Great Transshipment Scam) ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแค่ความรวดเร็วและขนาดของการลักลอบขนส่งสินค้าในรูปแบบใหม่นี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงขอบเขต ความลึกซึ้ง และความซับซ้อนของเครือข่ายการขนถ่ายสินค้าแบบลับ (Shadow Transshipment Network) ทั่วโลก ซึ่งเป็นช่องทางที่จีนใช้ในการหลบเลี่ยงภาษีในขณะนี้&amp;#8221; รายงานระบุ และว่า สหรัฐจะนำระบบ &amp;#8220;Detective Border&amp;#8221; ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ เพื่อช่วยปราบปรามการขนถ่ายสินค้าอย่างผิดกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งนี้ได้ทำให้งานของชาวอเมริกันและรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐสูญหายไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซียังอ้างความเห็นโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า สงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ พร้อมทั้งระบุว่าทางสถานทูตคัดค้านมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐและการใช้อำนาจรัฐเพื่อมุ่งเป้าเล่นงานบริษัทต่างๆ ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การดำเนินการหรือข้อตกลงใดๆ ฝ่ายเดียวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่มีการขนถ่ายผ่านประเทศที่สาม จะต้องไม่มุ่งเป้าหรือสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของบุคคลที่สาม&amp;#8221; โฆษกสถานทูตจีนในวอชิงตันกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานด้วยว่าการเผยแพร่รายงานฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการคว่ำบาตรตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและจีน และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงวอชิงตัน ในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5847308?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไทยติดโผ 40 ปท. สหรัฐชี้ช่วยจีน เลี่ยงภาษีทรัมป์ ทำสูญรายได้ 8.6 แสนล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไทยติดโผ 40 ปท. สหรัฐชี้ช่วยจีน เลี่ยงภาษีทรัมป์ ทำสูญรายได้ 8.6 แสนล้าน</dc:alternative><dc:abstract>ไทยติดโผ 40 ปท. สหรัฐชี้ช่วยจีน เลี่ยงภาษีทรัมป์ ทำสูญรายได้ 8.6 แสนล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-14T12:22:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-14T12:22:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T100103Z_2137856702_RC2XPDAW6ZL9_RTRMADP_3_USA-FED-ECONOMY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T100103Z_2137856702_RC2XPDAW6ZL9_RTRMADP_3_USA-FED-ECONOMY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T100103Z_2137856702_RC2XPDAW6ZL9_RTRMADP_3_USA-FED-ECONOMY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T100103Z_2137856702_RC2XPDAW6ZL9_RTRMADP_3_USA-FED-ECONOMY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T100103Z_2137856702_RC2XPDAW6ZL9_RTRMADP_3_USA-FED-ECONOMY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T100103Z_2137856702_RC2XPDAW6ZL9_RTRMADP_3_USA-FED-ECONOMY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สนามบินซิซิลี ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมด เหตุภูเขาไฟเอตนายังป่วน ผู้โดยสารติดค้างอื้อ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846992]]></link><pubDate>2026-08-14T16:13:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5846992</guid><description>สนามบินซิซิลี ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมด เหตุภูเขาไฟเอตนายังป่วน ผู้โดยสารติดค้างอื้อ สนามบินคาตาเนีย บนเกาะซิซิลี ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ประกาศจะยังคงระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่เข้าออกสนามบินนี้ต่อไป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สนามบินซิซิลี ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมด เหตุภูเขาไฟเอตนายังป่วน ผู้โดยสารติดค้างอื้อ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สนามบินคาตาเนีย บนเกาะซิซิลี ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ประกาศจะยังคงระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่เข้าออกสนามบินนี้ต่อไปจนถึงวันเสาร์(15 ส.ค.)นี้ เนื่องจากเถ้าถ่านจากการปะทุอย่างต่อเนื่องของภูเขาไฟเอตนา ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัย หลังจากทำให้ต้องมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางบินไปแล้วหลายร้อยเที่ยวบินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;SAC บริษัทดำเนินงานท่าอากาศยานคาตาเนียแถลงเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า จะมีการระงับเที่ยวบินขาเข้าทั้งหมดที่สนามบินแห่งนี้ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีปริมาณผู้โดยสารมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของอิตาลี ไปจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 15 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น พร้อมกับแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจเช็กสถานะของเที่ยวบินกับทางสายการบินต่างๆ ก่อนที่จะออกเดินทางมายังสนามบินด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการดังกล่าวส่งผลให้มีนักเดินทางที่มาถึงสนามบินแล้วติดอยู่ที่สนามบินจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภูเขาไฟเอตนา ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดและมีการปะทุบ่อยครั้งที่สุดในยุโรป ได้เริ่มปะทุรอบล่าสุดมาตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม โดยเหตุปะทุครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าการปะทุก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846992?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สนามบินซิซิลี ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมด เหตุภูเขาไฟเอตนายังป่วน ผู้โดยสารติดค้างอื้อ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สนามบินซิซิลี ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมด เหตุภูเขาไฟเอตนายังป่วน ผู้โดยสารติดค้างอื้อ</dc:alternative><dc:abstract>สนามบินซิซิลี ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมด เหตุภูเขาไฟเอตนายังป่วน ผู้โดยสารติดค้างอื้อ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-14T09:17:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-14T09:17:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T021604Z_1574600782_RC2VXMAR3YPE_RTRMADP_3_ITALY-VOLCANO-ETNA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T021604Z_1574600782_RC2VXMAR3YPE_RTRMADP_3_ITALY-VOLCANO-ETNA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T021604Z_1574600782_RC2VXMAR3YPE_RTRMADP_3_ITALY-VOLCANO-ETNA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T021604Z_1574600782_RC2VXMAR3YPE_RTRMADP_3_ITALY-VOLCANO-ETNA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T021604Z_1574600782_RC2VXMAR3YPE_RTRMADP_3_ITALY-VOLCANO-ETNA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T021604Z_1574600782_RC2VXMAR3YPE_RTRMADP_3_ITALY-VOLCANO-ETNA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T074334Z_1381763695_RC26YMAU1CYF_RTRMADP_3_ITALY-VOLCANO-ETNA-AIRPORT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-14T074334Z_1381763695_RC26YMAU1CYF_RTRMADP_3_ITALY-VOLCANO-ETNA-AIRPORT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้ ดันแก้รธน. เปิดทางปธน.ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี ได้ 2 สมัย เพิ่มอำนาจรัฐสภา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846599]]></link><pubDate>2026-08-14T14:14:19+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5846599</guid><description>เกาหลีใต้ ดันแก้รธน. เปิดทางปธน.ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี ได้ 2 สมัย เพิ่มอำนาจรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม สำนักข่าวยอนฮัปและรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวถึงประเด็นท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้ ดันแก้รธน. เปิดทางปธน.ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี ได้ 2 สมัย เพิ่มอำนาจรัฐสภา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม สำนักข่าวยอนฮัปและรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวถึงประเด็นที่มีพูดถึงความจำเป็นในการปฏิรูปรัฐธรรมนูญว่า ประธานาธิบดีอี แจมยอง สนับสนุนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญที่จะเปิดทางให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งในวาระ 4 ปี และสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยหนึ่งได้ พร้อมกับเสริมสร้างอำนาจของรัฐสภาให้แข็งแกร่งขึ้น หลังจากเขามองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบปกครองประเทศที่ให้อำนาจประธานาธิบดีมากเกินไป อย่างไรก็ดีเขาเชื่อว่าขึ้นอยู่กับรัฐสภาที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบบลูเฮาส์ระบุว่า นายอีเชื่อว่าระบบประธานาธิบดีที่มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปีและจำกัดให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยนั้นน่าจะเป็นรูปแบบที่ประชาชนยอมรับได้มากที่สุดและอาจช่วยลดทอนข้อจำกัดของระบบประธานาธิบดีที่มีอำนาจล้นมือได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเขามองว่าการปฏิรูปรัฐธรรมนูญควรเป็นประเด็นที่รัฐสภาหยิบยกขึ้นมาอภิปรายและดำเนินการ เนื่องจากต้องอาศัยความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาอย่างน้อย 200 คน จากสมาชิกรัฐสภาทั้งสิ้น 300 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;จุดยืนของประธานาธิบดีคือการปฏิรูปรัฐธรรมนูญควรดำเนินการโดยอาศัยความเห็นชอบ (จากทั้งสองพรรคหลัก)&amp;#8221; เจ้าหน้าที่กล่าว พร้อมระบุว่านี่คือจุดยืนที่ประธานาธิบดีอีมีมาอย่างยาวนานในเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานเมื่อวันก่อนว่านายอีได้หยิบยกเรื่องความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูประบบประธานาธิบดีมาพูดคุยในระหว่างเล่นกอล์ฟกับส.ส.ทั้งจากพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบันตำแหน่งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ถูกจำกัดไว้ที่เพียงวาระเดียว มีระยะเวลา 5 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846599?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้ ดันแก้รธน. เปิดทางปธน.ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี ได้ 2 สมัย เพิ่มอำนาจรัฐสภา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้ ดันแก้รธน. เปิดทางปธน.ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี ได้ 2 สมัย เพิ่มอำนาจรัฐสภา</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้ ดันแก้รธน. เปิดทางปธน.ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี ได้ 2 สมัย เพิ่มอำนาจรัฐสภา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-14T07:14:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-14T07:14:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T060255Z_416301465_RC2HMMA6U7PW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-TECHNOLOGY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T060255Z_416301465_RC2HMMA6U7PW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-TECHNOLOGY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T060255Z_416301465_RC2HMMA6U7PW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-TECHNOLOGY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T060255Z_416301465_RC2HMMA6U7PW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-TECHNOLOGY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T060255Z_416301465_RC2HMMA6U7PW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-TECHNOLOGY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T060255Z_416301465_RC2HMMA6U7PW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-TECHNOLOGY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐโว ปิดล้อมอิหร่านทางทะเลได้ไม่มีกำหนด ขู่โดดเดี่ยวศก.เตหะราน ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846263]]></link><pubDate>2026-08-14T11:52:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5846263</guid><description>สหรัฐโว ปิดล้อมอิหร่านทางทะเลได้ไม่มีกำหนด ขู่โดดเดี่ยวศก.เตหะราน ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน สหรัฐอเมริกาออกมาระบุว่ากองทัพสหรัฐสามารถคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไปได้อย่างไม่มีกำหนดและยังจะดำเนิน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐโว ปิดล้อมอิหร่านทางทะเลได้ไม่มีกำหนด ขู่โดดเดี่ยวศก.เตหะราน ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาออกมาระบุว่ากองทัพสหรัฐสามารถคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไปได้อย่างไม่มีกำหนดและยังจะดำเนินมาตรการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านในระดับที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน ในการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านมากขึ้นในขณะที่การเจรจาหยุดยิงระหว่างสองฝ่ายประสบภาวะชะงักงัน ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในระหว่างการเดินทางไปประเทศปานามาเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า กองทัพสหรัฐมีศักยภาพเพียงพอที่จะคงกำลังทางเรือไว้ในภูมิภาคเพื่อบังคับใช้มาตรการปิดล้อมอิหร่านต่อไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;กองทัพเรือสหรัฐสามารถคงการปิดล้อมในลักษณะดังกล่าวไว้ได้ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเราจะใช้วิธีหมุนเวียนเรือเข้าและออก ซึ่งเราทำมาโดยตลอดและจะทำต่อไป&amp;#8221; เฮกเซธกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ กล่าวในขณะให้สัมภาษณ์ในรายการ “ร็อบ ชมิตต์ ทูไนท์” ทางนิวส์แม็กซ์ว่า สหรัฐมีแผนที่จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับอิหร่านเพิ่มเติม โดยขอให้จับตาดูประกาศที่จะตามมาในสัปดาห์หน้า เพราะเรากำลังจะนำมาตรการที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดมาใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มันจะเป็นการผสมผสานระหว่างการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลก กับการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสกัดกั้นไม่ให้มีการขนส่งสินค้าใดๆ เข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่านได้&amp;#8221; เบสเซนต์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังจากข้อตกลงยุติสงครามอย่างไม่เป็นทางการในเดือนมิถุนายนประสบกับความล้มเหลว อิหร่านได้พยายามใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือต่อรองกับสหรัฐ ขณะเดียวกันอิหร่านยังได้โจมตีเรือบางลำที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวสำคัญแห่งหนึ่งของโลกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว WAM ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายงานในวันเดียวกันว่า เรือ 2 ลำของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี ซึ่งเป็นของรัฐ ถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี(13 ส.ค.) ซึ่งรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือ 8 ลำในวันอังคาร(11 ส.ค.) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 10 วันที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ประมาณ 12 ลำ แต่ในช่วงก่อนเกิดสงครามมีปริมาณเรือแล่นผ่านเส้นทางน้ำสำคัญนี้ราว 130-140 ลำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ด้านพลังงานในตลาดโลก มีรายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลงกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี หลังจากปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเห็นสัญญาณของความต้องการทั่วโลกที่อ่อนแอลง และการเพิ่มขึ้นอย่างมากของปริมาณสำรองน้ำมันดิบในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีรายงานข่าวที่ว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอารัมโก ทำให้ตลาดปั่นป่วนและจุดความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในภูมิภาคที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846263?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐโว ปิดล้อมอิหร่านทางทะเลได้ไม่มีกำหนด ขู่โดดเดี่ยวศก.เตหะราน ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐโว ปิดล้อมอิหร่านทางทะเลได้ไม่มีกำหนด ขู่โดดเดี่ยวศก.เตหะราน ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐโว ปิดล้อมอิหร่านทางทะเลได้ไม่มีกำหนด ขู่โดดเดี่ยวศก.เตหะราน ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-14T04:52:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-14T04:52:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T045642Z_1917073729_RC2YSMASJR9K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OIL-COLUMN-RUSSELL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T045642Z_1917073729_RC2YSMASJR9K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OIL-COLUMN-RUSSELL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T045642Z_1917073729_RC2YSMASJR9K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OIL-COLUMN-RUSSELL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T045642Z_1917073729_RC2YSMASJR9K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OIL-COLUMN-RUSSELL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T045642Z_1917073729_RC2YSMASJR9K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OIL-COLUMN-RUSSELL-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T045642Z_1917073729_RC2YSMASJR9K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OIL-COLUMN-RUSSELL-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แบงค์ชาติเวียดนามเผย เงินกู้สูงกว่าเงินฝากกว่า 2.56 ล้านล. หลังรัฐเน้นกระตุ้น ศก.โต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846191]]></link><pubDate>2026-08-14T11:14:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5846191</guid><description>แบงค์ชาติเวียดนามเผย เงินกู้สูงกว่าเงินฝากกว่า 2.56 ล้านล. หลังรัฐเน้นกระตุ้น ศก.โต นายธนาคารและนักวิเคราะห์เผยว่า ธนาคารต่างชาติกำลังมองหาโอกาสขยายบทบาทในเวียดนาม ด้วยการปล่อยสินเชื่อสกุลเงินต่างประเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แบงค์ชาติเวียดนามเผย เงินกู้สูงกว่าเงินฝากกว่า 2.56 ล้านล. หลังรัฐเน้นกระตุ้น ศก.โต&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายธนาคารและนักวิเคราะห์เผยว่า ธนาคารต่างชาติกำลังมองหาโอกาสขยายบทบาทในเวียดนาม ด้วยการปล่อยสินเชื่อสกุลเงินต่างประเทศให้แก่ธนาคารท้องถิ่น ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการระดมเงินภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลเวียดนามก็กดดันให้ธนาคารขยายสินเชื่อเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทะเยอทะยาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญประการหนึ่งของแผนงานด้านเศรษฐกิจของโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โดยคาดว่าธนาคารจะต้องเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลวางแผนไว้ ซึ่งมีมูลค่าราว 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6.64 ล้านล้านบาท และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ได้อย่างน้อย 10% ต่อปีไปจนถึงปี 2030 แม้ธนาคารกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนเงินทุนเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิลลี ทาโนโต จากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings กล่าวว่า ธนาคารจากจีน ไต้หวัน และตะวันออกกลาง เป็นหนึ่งในกลุ่มที่แสดงความสนใจในการระดมทุนให้ธนาคารเวียดนาม โดยระบุว่าการระดมทุนที่มีการพูดคุยกันนั้นมีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบันธนาคารต่างชาติหลายแห่งดำเนินธุรกิจในเวียดนามผ่านสาขา และอาจมีธนาคารต่างชาติเข้ามาเพิ่มเติมภายใต้แผนของรัฐบาลเวียดนามที่จะจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ แม้ว่ารายละเอียดสำคัญของแผนบางประการยังไม่ชัดเจนก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธนาคารจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เข้าเป็นผู้ลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในธนาคารรายใหญ่หลายแห่งของเวียดนามอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนที่แล้ว HDBank ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนขนาดกลางที่มีความเชื่อมโยงกับสายการบินต้นทุนต่ำ VietJet เผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จในการทำข้อตกลงสินเชื่อร่วมระหว่างประเทศมูลค่า 721 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าเป้าหมายการระดมทุนเดิมประมาณ 60% โดยธนาคารที่เข้าร่วมปล่อยกู้ในดีลดังกล่าว ได้แก่ Standard Chartered, Commerzbank ของเยอรมนี และ MUFG Bank ของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก VPBank ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารเอกชนรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ลงนามในข้อตกลงกู้เงินจากต่างประเทศมูลค่า 1,440 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมิถุนายน โดยมี Sumitomo Mitsui Banking Corporation หรือ SMBC ของญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการธุรกรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจนส์ ล็อตต์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Techcombank ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายใหญ่อีกรายของเวียดนาม บอกกับรอยเตอร์ว่า ธนาคารกำลังอยู่ระหว่างการขอกู้เงินจากต่างประเทศมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งเป็นการยืนยันรายงานก่อนหน้านี้ของสำนักข่าว Bloomberg&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล็อตต์เนอร์กล่าวว่า เมื่ออัตราดอกเบี้ยภายในประเทศกำลังปรับตัวสูงขึ้น การระดมทุนในลักษณะนี้จึงกลับมามีความสมเหตุสมผลในเชิงเศรษฐกิจอีกครั้งสำหรับการจัดหาเงินทุนระยะกลางถึงระยะยาว โดยเขาคิดว่าตลาดเวียดนามยังมีความต้องการลงทุนอยู่ ทั้งนี้ Techcombank เคยระดมทุนในต่างประเทศในวงเงินใกล้เคียงกันมาแล้วในปี 2022 และธนาคารก็เข้าถึงตลาดเงินระหว่างประเทศเป็นประจำเมื่อภาวะตลาดเอื้ออำนวย ซึ่งในขณะนี้ต้นทุนการระดมทุนเป็นเงินดอลลาร์ถือว่าค่อนข้างถูก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของธนาคารกลางเวียดนาม อัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาวในเวียดนามปรับเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนมาอยู่ในช่วง 5.9%-7.8% จากระดับ 4.8%-7.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทาโนโตจาก Fitch กล่าวว่า การกู้ยืมจากต่างประเทศดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น แต่ธุรกรรมจำนวนมากเป็นการกู้ยืมแบบทวิภาคี หรือการทำข้อตกลงระหว่างผู้ให้กู้กับผู้กู้โดยตรง ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะประเมินว่าธนาคารเวียดนามระดมเงินจากต่างประเทศได้ทั้งหมดเท่าใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แรงผลักดันให้ธนาคารเวียดนามหันไปหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศกำลังได้รับแรงหนุนจากเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทะเยอทะยานของรัฐบาลเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อต้นปี ธนาคารกลางเวียดนามได้ปรับลดเป้าหมายการขยายสินเชื่อของระบบธนาคารลงเหลือ 15% จาก 20% ในปี 2025 หลังจากการปล่อยสินเชื่อขยายตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่สินทรัพย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวียดนามซึ่งปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ธนาคารกลางจะกำหนดโควตาการเติบโตของสินเชื่อประจำปีให้กับธนาคารแต่ละแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน การเติบโตของสินเชื่อกลับเพิ่มขึ้นมากกว่า 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงโครงการรถไฟที่กำลังพัฒนาโดย Vingroup กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของเวียดนาม ได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดด้านการขยายสินเชื่อดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ธนาคารต่างๆ กำลังดิ้นรนในการประสานช่องว่างระหว่างแหล่งเงินทุนระยะสั้นของธนาคารกับความต้องการเงินทุนระยะยาวของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ธนาคารกลางเวียดนามจึงผ่อนคลายหลักเกณฑ์ด้านการกำกับดูแลและมาตรการป้องกันความเสี่ยงบางประการในเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม การดึงดูดเงินฝากที่ยังคงยากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้นทุนการระดมทุนของธนาคารเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมว่า ในช่วงปี 2021-2025 ปริมาณสินเชื่อของธนาคารอยู่สูงกว่าปริมาณเงินฝากอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันช่องว่างดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 77,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.56 ล้านล้าน พร้อมเตือนว่าความไม่สมดุลนี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ SBV ซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันให้สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ได้ปรับวิธีการคำนวณอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) ซึ่งทำให้ธนาคาร มีพื้นที่มากขึ้นในการขยายสินเชื่อมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทาโนโตกล่าวว่า การที่ธนาคารกระจายแหล่งเงินทุนของตนเองออกไปหลายทางไม่ใช่เรื่องเลวร้าย โดยเฉพาะหากธนาคารมีวินัยมากพอที่จะจัดกำหนดเวลาครบกำหนดของหนี้ให้กระจายตัว และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนเงินฝากในระบบธนาคารภายในประเทศ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้นจากการที่เวียดนามพึ่งพาธนาคารมากเกินไป ในการจัดหาเงินทุนเพื่อตอบสนองความต้องการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์ &lt;a href=&quot;http://www.vietnam.vn&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;www.vietnam.vn&lt;/a&gt; เผยแพร่ข่าวในวันที่ 14 สิงหาคม ว่า นายเล มินห์ ฮุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้เป็นประธานการประชุมกับ SBV และสถาบันการเงินของเวียดนามเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม โดยย้ำว่า SBV จำเป็นต้องประเมินและหาจุดสมดุลระหว่างการควบคุมอัตราเงินเฟ้อและการสนับสนุนการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นภารกิจสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นผู้นำของ SBV ในปี 2026 ในขณะเดียวกัน สถาบันสินเชื่อต้องปฏิบัติตามกฎหมายและคำสั่งของ SBV อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเล มินห์ ฮุง กล่าวว่า SBV จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและเพิ่มสภาพคล่องในตลาด เพื่อสนับสนุนสถาบันการเงินในการเข้าถึงเงินทุนด้วยต้นทุนต่ำ ทั้งยังควรลดต้นทุน รักษาเสถียรภาพอัตราดอกเบี้ย รวมถึงลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอย่างมาก และต้องบริหารจัดการการเติบโตของสินเชื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายปี 2026 อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;http://www.vietnam.vn&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;www.vietnam.vn&lt;/a&gt; ยังรายงานโดยอ้างตัวเลขจาก SBV ด้วยว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน เงินฝากจากบุคคลทั่วไปในสถาบันการเงินต่างๆ มีมูลค่าถึง 11,068 ล้านล้านด่อง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เงินฝากจากบุคคลทั่วไปมีมูลค่าเกิน 11 ล้านล้านด่อง และสร้างสถิติใหม่ โดยในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว เงินฝากเพิ่มขึ้นเกือบ 242,000 ล้านด่อง เมื่อเทียบกับสิ้นปี พ.ศ. 2568 เป็นเงินฝากจากบุคคลทั่วไปเพิ่มขึ้น 7.1% เงินฝากจากธุรกิจและองค์กรทางเศรษฐกิจมีมูลค่ามากกว่า 6.37 ล้านล้านด่อง โดยเงินฝากจากองค์กรเพิ่มขึ้น 3.09% โดยรวมแล้ว ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบธนาคาร (ไม่รวมหลักทรัพย์) มีมูลค่ามากกว่า 20.4 ล้านล้านดอง ณ สิ้นครึ่งแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 4.99% เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846191?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แบงค์ชาติเวียดนามเผย เงินกู้สูงกว่าเงินฝากกว่า 2.56 ล้านล. หลังรัฐเน้นกระตุ้น ศก.โต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แบงค์ชาติเวียดนามเผย เงินกู้สูงกว่าเงินฝากกว่า 2.56 ล้านล. หลังรัฐเน้นกระตุ้น ศก.โต</dc:alternative><dc:abstract>แบงค์ชาติเวียดนามเผย เงินกู้สูงกว่าเงินฝากกว่า 2.56 ล้านล. หลังรัฐเน้นกระตุ้น ศก.โต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-14T04:14:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-14T04:14:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้ตั้งถิ่นฐานยิวบีบปาเลสไตน์ ทิ้งบ้านในเวสต์แบงก์ ตัดน้ำ-ไฟ ทูตมะกันชี้เป็นอาชญากรรม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846073]]></link><pubDate>2026-08-14T09:30:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5846073</guid><description>ผู้ตั้งถิ่นฐานยิวบีบปาเลสไตน์ ทิ้งบ้านในเวสต์แบงก์ ตัดน้ำ-ไฟ ทูตมะกันชี้เป็นอาชญากรรม ทหารอิสราเอลเข้าประจำการเพิ่มเติมในหมู่บ้านกุสราของชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ ที่ถูกชาวยิวผู้ตั้งถิ่นฐานปิดล้อมไม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้ตั้งถิ่นฐานยิวบีบปาเลสไตน์ ทิ้งบ้านในเวสต์แบงก์ ตัดน้ำ-ไฟ ทูตมะกันชี้เป็นอาชญากรรม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทหารอิสราเอลเข้าประจำการเพิ่มเติมในหมู่บ้านกุสราของชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ ที่ถูกชาวยิวผู้ตั้งถิ่นฐานปิดล้อมไม่ให้เดินทางเข้าออก และยังถึงกับตัดน้ำตัดไฟ เพื่อบีบให้พวกเขาต้องทิ้งบ้านเรือนของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหประชาชาติออกแถลงการณ์ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ราว 15 คน รวมถึงเด็ก 2 คน ติดอยู่ภายในบ้าน 3 หลังที่ถูกทหารอิสราเอลปิดล้อมดังกล่าวโดยไม่มีน้ำและไฟฟ้าใช้ พวกเขาอยู่ในสถานการณ์แห่งความหวาดกลัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอล กล่าวว่า กองทัพและตำรวจอิสราเอลได้ดำเนินการตามคำขอของเราเพื่อขับไล่ผู้ก่อการร้ายชาวอิสราเอลที่ก่อเหตุนี้ พร้อมเสริมว่า การกระทำของผู้ตั้งถิ่นฐานที่ดำเนินการเช่นนี้ต่อบ้านของครอบครัวเหล่านี้ถือเป็นอาชญากรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังทหารอิสราเอลเข้าปิดล้อมบ้านของชาวปาเลสไตน์ในหมู่บ้านกุสรา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครองเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม โดยอาเบด อัล-อาเธม วาดี นายกเทศมนตรีระบุว่า การส่งกำลังทหารเข้าพื้นที่เกิดขึ้นหลังจากชาวยิวผู้ตั้งถิ่นฐานได้ปิดล้อมครอบครัวชาวปาเลสไตน์หลายครอบครัวมาตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งชาวปาเลสไตน์ระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อบีบบังคับให้พวกเขาออกจากที่ดินของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปิดล้อมเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อชาวยิวผู้ตั้งถิ่นฐานปิดกั้นถนนที่ไปยังบ้าน 3 หลังในหมู่บ้านกุสรา และตั้งเต็นท์ขึ้นบริเวณลานหน้าบ้าน โดยไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ โดยก่อนหน้านั้นผู้ตั้งถิ่นฐานยังได้ตัดไฟฟ้าและน้ำประปาที่ไปยังบ้านเหล่านั้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จนถึงช่วงเย็นวันพฤหัสบดี ทหารอิสราเอลยังคงประจำตำแหน่งอยู่ภายในบ้าน 3 หลังในกุสรา ตามข้อมูลของนายกเทศมนตรีและชาวบ้าน โดยบ้านหลังหนึ่งอยู่บริเวณชานหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 หลังที่ถูกผู้ตั้งถิ่นฐานปิดล้อม ส่วนอีก 2 หลังอยู่ใกล้ใจกลางหมู่บ้านกุสรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพของรอยเตอร์แสดงให้เห็นทหารอิสราเอลหลายรายยืนอยู่ด้านนอกบ้านหลังหนึ่ง โดยชาวบ้านระบุว่า ทหารได้แจ้งต่อครอบครัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ว่า ปฏิบัติการของกองทัพในกุสราอาจดำเนินต่อไปจนถึงวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ระบุว่า ทหารได้ถูกส่งเข้าประจำการในกุสราตั้งแต่ช่วงเช้าวันพฤหัสบดี เพื่อคุ้มครองประชาชนและรักษาความปลอดภัย พร้อมระบุว่า ทหารได้รับคำสั่งให้ประชาชนในกุสราจะยังคงอยู่ภายในบ้านของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพยังระบุด้วยว่า ทหารจะไม่ปฏิบัติการภายในบ้านของครอบครัวชาวปาเลสไตน์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดที่เคยมีการตั้งเต็นท์ ซึ่งต่อมาเต็นท์ดังกล่าวถูกอพยพและรื้อถอน อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากองทัพกำลังกล่าวถึงบ้านหลังใดในจำนวน 3 หลังที่ถูกปิดล้อม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ครอบครัว 2 ครอบครัวที่ถูกปิดล้อมในพื้นที่กล่าวว่า เสบียงอาหารและสิ่งของจำเป็นของพวกเขากำลังร่อยหรอลง และผู้ตั้งถิ่นฐานได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของพวกเขา ทั้งขว้างก้อนหินใส่บ้านและตะโกนถ้อยคำดูหมิ่นใส่สมาชิกในครอบครัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลุย ริดี ชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐโอไฮโอ และมีพี่ชายถูกปิดล้อมอยู่ภายในบ้านของเขา กล่าวว่า เขารู้สึกสิ้นหวังและไม่สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ และว่า “มันน่ากลัวมาก ทั้งความคับข้องใจ ความหวาดกลัว และความกลัวว่าครอบครัวของผมจะเป็นอันตรายถึงชีวิต”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ริดีกล่าวว่า เขาติดตามสถานการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้านในกุสรา แต่ทหารได้ถอดกล้องดังกล่าวออกในวันนี้ เขากล่าวด้วยว่า มีแผนที่จะเดินทางไปยังบ้านหลังนั้นในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ริดียังแสดงคามยินดีต่อถ้อยแถลงของทูตสหรัฐประจำอิสราเอล แต่เห็นว่ามันยังไม่เพียงพอ เพราะเราต้องการการคุ้มครอง เราต้องการเสบียง และเราต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระในบ้านของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้ยุติการยึดครองที่ดินโดยพลการของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐาน ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนมากขึ้นจากรัฐบาลฝ่ายขวาของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู โดยรัฐบาลของเขาเป็นผู้ผลักดันการขยายพื้นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้นในพุธ ทหารอิสราเอลได้ใช้แก๊สน้ำตาเพื่อพยายามสลายกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานแต่ไม่ประสบความสำเร็จ กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าไปในพื้นที่ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการป้องกันและลาดตระเวนในพื้นที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและปกป้องพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวปาเลสไตน์กล่าวหาว่า ทางการอิสราเอลปล่อยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานเข้ายึดที่ดินและทรัพยากรทั่วเขตเวสต์แบงก์โดยแทบไม่ต้องรับผิด แม้แต่ในพื้นที่ที่ชาวปาเลสไตน์มีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ออกโดยอิสราเอลก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์การยึดที่ดินโดยผู้ตั้งถิ่นฐานเกิดขึ้นบ่อยครั้งเป็นพิเศษในพื้นที่รอบนอกหมู่บ้านต่างๆ เช่น กุสรา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมด้านความมั่นคงของอิสราเอลโดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขตเวสต์แบงก์เป็นดินแดนที่อิสราเอลเข้ายึดครองในสงครามตะวันออกกลางเมื่อปี 1967 ปัจจุบันมีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ราว 3 ล้านคน และมีชาวอิสราเอลผู้ตั้งถิ่นฐานประมาณ 500,000 คน โดยตามข้อมูลของกลุ่ม Peace Now ซึ่งเป็นองค์กรอิสราเอลที่ติดตามและเฝ้าระวังการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอล ปัจจุบันมีชุมชนตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ประมาณ 146 แห่ง และมีพื้นที่ตั้งถิ่นฐานขนาดเล็กหรือชุมชนย่อยอีกประมาณ 390 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846073?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้ตั้งถิ่นฐานยิวบีบปาเลสไตน์ ทิ้งบ้านในเวสต์แบงก์ ตัดน้ำ-ไฟ ทูตมะกันชี้เป็นอาชญากรรม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้ตั้งถิ่นฐานยิวบีบปาเลสไตน์ ทิ้งบ้านในเวสต์แบงก์ ตัดน้ำ-ไฟ ทูตมะกันชี้เป็นอาชญากรรม</dc:alternative><dc:abstract>ผู้ตั้งถิ่นฐานยิวบีบปาเลสไตน์ ทิ้งบ้านในเวสต์แบงก์ ตัดน้ำ-ไฟ ทูตมะกันชี้เป็นอาชญากรรม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-14T02:30:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-14T02:30:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ib.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ib-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ib.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ib-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ib-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ib-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝนตกหนัก ทำ 7,000 นักเดินทาง ติดค้างสนามบินนาริตะ ระงับเดินรถไฟ ดับ 4]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846054]]></link><pubDate>2026-08-14T08:58:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5846054</guid><description>ฝนตกหนัก ทำ 7,000 นักเดินทาง ติดค้างสนามบินนาริตะ ระงับเดินรถไฟ ดับ 4 เกิดฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในจังหวัดชิบะของญี่ปุ่น ทำให้นักเดินทางหลายพันคนติดค้างอยู่ที่สนามบินนาริตะเมื่อเช้าวันที่ 14 สิงหาคม  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ฝนตกหนัก ทำ 7,000 นักเดินทาง ติดค้างสนามบินนาริตะ ระงับเดินรถไฟ ดับ 4&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในจังหวัดชิบะของญี่ปุ่น ทำให้นักเดินทางหลายพันคนติดค้างอยู่ที่สนามบินนาริตะเมื่อเช้าวันที่ 14 สิงหาคม ขณะที่น้ำท่วมในพื้นที่โดยรอบส่งผลกระทบต่อการคมนาคม ทำให้ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า มีฝนตกหนักกว่า 360 มิลลิเมตร หรือ 36 เซนติเมตร ภายในเวลา 24 ชั่วโมงในบางพื้นที่ของจังหวัดชิบะ ซึ่งอยู่ติดกับกรุงโตเกียว ส่งผลให้ถนนและเส้นทางรถไฟถูกน้ำท่วม ขณะที่บ้านเรือนเกือบ 25,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์วันหยุดที่มีการเดินทางท่องเที่ยวคึกคักที่สุดของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการระบุว่ามีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย รวมถึงอย่างน้อย 1 รายเสียชีวิตเพราะติดอยู่ภายในรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ทางการยังได้ส่งกำลังทหารเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โทชิฮิโตะ คุมะไก ผู้ว่าราชการจังหวัดชิบะ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อเช้าวันศุกร์ว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก แม้เมื่อเทียบกับมาตรฐานด้านสภาพอากาศในอดีตของญี่ปุ่น เพราะเขาเคยรับมือกับภัยพิบัติมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์ในเช่นนี้มาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกสนามบินนาริตะกล่าวว่า การหยุดชะงักของระบบขนส่งทำให้ผู้โดยสารราว 7,000 คนติดค้างอยู่ที่สนามบินนาริตะ แต่เที่ยวบินทั้งหมดมีกำหนดที่จะให้บริการตามปกติในวันศุกร์ ขณะที่สายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส ระบุว่า เที่ยวบินบางส่วนอาจล่าช้า แต่ยังไม่มีแผนยกเลิกเที่ยวบินในขณะนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของบริษัท NEXCO East ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางหลวงระบุว่า ทางหลวงสายหลักในจังหวัดชิบะ รวมถึงเส้นทางที่เชื่อมสนามบินนาริตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศที่สำคัญของญี่ปุ่น กับใจกลางกรุงโตเกียวยังคงปิดให้บริการ ส่งผลให้ผู้ขับขี่ต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นและทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เช้าวันศุกร์ รถไฟหลายเส้นทางยังคงหยุดให้บริการ แม้ว่ารถไฟบางสายที่เชื่อมระหว่างสนามบินนาริตะกับกรุงโตเกียวจะกลับมาให้บริการแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5846054?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝนตกหนัก ทำ 7,000 นักเดินทาง ติดค้างสนามบินนาริตะ ระงับเดินรถไฟ ดับ 4&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝนตกหนัก ทำ 7,000 นักเดินทาง ติดค้างสนามบินนาริตะ ระงับเดินรถไฟ ดับ 4</dc:alternative><dc:abstract>ฝนตกหนัก ทำ 7,000 นักเดินทาง ติดค้างสนามบินนาริตะ ระงับเดินรถไฟ ดับ 4</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-14T01:58:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-14T01:58:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jf.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jf-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jf.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jf-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jf-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jf-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แอร์อินเดีย ลุยตรวจหาสารเสพติดในนักบินทุกคน หลังพบสารกัญชาในกัปตันเที่ยวบินตกหลุมอากาศ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5845637]]></link><pubDate>2026-08-13T17:55:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5845637</guid><description>แอร์อินเดีย ขยายการตรวจหาสารเสพติดในนักบินทุกคน หลังตรวจพบสารกัญชาในกัปตันเที่ยวบินตกหลุมอากาศ ภูเก็ต-เดลี สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินแอร์อินเดียเตรียมทำการตรวจหาสารเสพติดในนักบินทุกคน ตั้งแต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แอร์อินเดีย ขยายการตรวจหาสารเสพติดในนักบินทุกคน หลังตรวจพบสารกัญชาในกัปตันเที่ยวบินตกหลุมอากาศ ภูเก็ต-เดลี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินแอร์อินเดียเตรียมทำการตรวจหาสารเสพติดในนักบินทุกคน ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม นอกเหนือจากการตรวจสอบตามข้อกำหนดตามกฎหมายที่มีอยู่ หลังจากพบว่านักบินบนเที่ยวบินที่ประสบเหตุตกหลุมอากาศรุนแรง ขณะเดินทางจากภูเก็ตไปยังกรุงเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม มีสารกัญชาอยู่ในร่างกาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การตรวจดังกล่าวจะเป็นการตรวจสอบสารและยาที่ต้องห้าม ภายใต้กฎระเบียบการบิน และจะดำเนินการควบคู่ไปกับการฝึกอบรมที่สถาบันการบินของสายการบิน ที่เมืองคุรุแกรม หลังจากการบินที่ศูนย์บรรยายสรุปและสำนักงานหรือสถานที่ที่กำหนดโดยฐานที่ตั้งของนักบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะรวมถึงนักบินของสายการบินราคาประหยัดในเครือ อย่างแอร์อินเดีย เอ็กซ์เพรส ที่จะต้องได้รับการตรวจด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า กฎระเบียบเดิมที่มีอยู่ กำหนดให้สายการบินต้องสุ่มตรวจลูกเรืออย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ ของเที่ยวบินทั้งหมดเพื่อหาสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาททุกปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอร์อินเดียได้ระบุในบันทึกว่า อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการต่อไปให้มากกว่านั้น โดยความคิดริเริ่มนี้มีจุดประสงค์เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว มีขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ยังดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่เกี่ยวกับเครื่องบินแอร์บัส เอ320 นีโอ ของสายการบินแอร์อินเดีย ที่บินจากภูเก็ตไปเดลี และระหว่างทางเกิดการสูญเสียระดับความสูงอย่างรวดเร็ว 300 ฟุต จนทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่าสิบราย โดยภายหลังตรวจสอบพบว่า กัปตันหรือนักบินของเที่ยวบินดังกล่าวมีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก โดยในการตรวจยืนยันว่าเป็นสารกัญชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5845637?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แอร์อินเดีย ลุยตรวจหาสารเสพติดในนักบินทุกคน หลังพบสารกัญชาในกัปตันเที่ยวบินตกหลุมอากาศ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แอร์อินเดีย ลุยตรวจหาสารเสพติดในนักบินทุกคน หลังพบสารกัญชาในกัปตันเที่ยวบินตกหลุมอากาศ</dc:alternative><dc:abstract>แอร์อินเดีย ลุยตรวจหาสารเสพติดในนักบินทุกคน หลังพบสารกัญชาในกัปตันเที่ยวบินตกหลุมอากาศ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T11:25:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T11:25:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india-333.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india-333-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india-333.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india-333-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india-333999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india-333999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินชอน รั้งแชมป์ สนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ มากสุดโลก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5845409]]></link><pubDate>2026-08-13T16:50:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5845409</guid><description>อินชอน รั้งแชมป์ สนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ มากสุดโลก บีบีซีรายงานว่า ข้อมูลจากสภาท่าอากาศยานนานาชาติ (ACI) ระบุว่า สนามบินนานาชาติอินชอน ซึ่งเป็นประตูหลักในการเดินทางสู่เกาหลีใต้กลายเป็นสนามบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อินชอน รั้งแชมป์ สนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ มากสุดโลก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า ข้อมูลจากสภาท่าอากาศยานนานาชาติ (ACI) ระบุว่า สนามบินนานาชาติอินชอน ซึ่งเป็นประตูหลักในการเดินทางสู่เกาหลีใต้กลายเป็นสนามบินระหว่างประเทศที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด โดยรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศมากถึง 38.4 ล้านคนในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สนามบินฮีทโธรว์ของกรุงลอนดอนของอังกฤษ รั้งอันดับ 2 ด้วยจำนวนผู้โดยสาร 37.79 ล้านคน ตามด้วยสนามบินชางงีของสิงคโปร์ ซึ่งมีผู้โดยสาร 34.53 ล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สนามบินอินชอนระบุว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาจากการที่ผู้โดยสารเปลี่ยนเส้นทางออกจากศูนย์กลางการบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันเป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สนามบินนานาชาติดูไบในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจากสถิติเดิมเคยรั้งอันดับ 2 ทั้งในปี 2024 และ 2025 คาดว่าจะหลุดออกจาก 5 อันดับแรกในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ สนามบินฮีทโธรว์ของกรุงลอนดอนเคยอยู่ในอันดับ 5 ในปี 2024 และอันดับ 7 ในปี 2025 ขณะที่สนามบินอินชอนอยู่ในอันดับ 12 และอันดับ 13 ตามลำดับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทท่าอากาศยานอินชอนระบุว่า ผู้โดยสารบางส่วนที่ก่อนหน้านี้เคยเดินทางผ่านดูไบเพื่อเดินทางต่อไปยังยุโรป ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้เส้นทางผ่านสนามบินอินชอนแทน ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารต่อเครื่องเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ จำนวนผู้โดยสารต่อเครื่องที่มีจุดหมายปลายทางสุดท้ายอยู่ในยุโรปเพิ่มขึ้น 63.2% มาอยู่ที่ 210,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทกล่าวด้วยว่า การขยายโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินยังช่วยให้อินชอนสามารถรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นได้ด้วย โดยสนามบินอินชอนเปิดให้บริการในปี 2001 และปัจจุบันให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ 158 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สนามบินนานาชาติฮ่องกงให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทาง 139 แห่ง ขณะที่สนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตงให้บริการไปยัง 92 จุดหมายปลายทาง และสนามบินนานาชาตินาริตะของกรุงโตเกียวให้บริการ 86 จุดหมายปลายทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คิม บอม-โฮ รักษาการประธานบริษัทท่าอากาศยานอินชอน กล่าวว่า เราขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีใต้ กำลังใจจากประชาชน และความทุ่มเทของทุกคนที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในสนามบิน ซึ่งร่วมกันทำให้อินชอนกลายเป็นสนามบินอันดับ 1 ของโลก โดยบริษัทมีแผนที่จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5845409?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินชอน รั้งแชมป์ สนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ มากสุดโลก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินชอน รั้งแชมป์ สนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ มากสุดโลก</dc:alternative><dc:abstract>อินชอน รั้งแชมป์ สนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศ มากสุดโลก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T09:50:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T09:50:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ic.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ic-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ic.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ic-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ic-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ic-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เผยมีความรู้สึกหลากหลาย ต่อกม.สืบราชสันตติวงศ์ เชื่อหญิง-ชายไม่แตกต่าง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5845272]]></link><pubDate>2026-08-13T15:46:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5845272</guid><description>มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เผยมีความรู้สึกหลากหลาย ต่อกม.สืบราชสันตติวงศ์ เชื่อหญิง-ชายไม่แตกต่าง เจ้าชายอากิชิโนะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น พระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดินารุโตะ ทรงเปิดเผยว่าพระองค์ทรงมีควา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เผยมีความรู้สึกหลากหลาย ต่อกม.สืบราชสันตติวงศ์ เชื่อหญิง-ชายไม่แตกต่าง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายอากิชิโนะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น พระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดินารุโตะ ทรงเปิดเผยว่าพระองค์ทรงมีความรู้สึกที่หลากหลาย ต่อการแก้ไขกฎหมายสืบราชสันตติวงศ์ของรัฐบาลเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ยังยืนกรานให้ผู้ที่จะขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิจะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นทรงเผยพระทัยดังกล่าว ขณะทรงแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนก่อนหน้าที่พระองค์จะเสด็จเยือนประเทศปารากวัยในปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อร่วมฉลองวาระครบรอบ 90 ปีของการอพยพของชาวญี่ปุ่นไปยังประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างชายและหญิง ในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกราชวงศ์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม” เจ้าชายอากิชิโนะตรัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อทรงถูกถามถึงการตัดสินใจทบทวนร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาล มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นตรัสว่า “ข้าพเจ้ามีความรู้สึกที่หลากหลายเกี่ยวกับเรื่องนี้และคงเป็นเรื่องแปลกหากข้าพเจ้าจะไม่มีความรู้สึกเช่นนั้น นี่เป็นประเด็นคำถามที่ยาก และในความเป็นจริงแล้ว ข้าพเจ้าไม่สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระองค์ยังตรัสอีกว่า สังคมจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าและพระองค์เชื่อว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้คนซึ่งมีความเห็นแตกต่างกัน จะยังคงขบคิดร่วมกันได้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ดีที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเห็นของพระองค์มีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากรัฐบาลอนุรักษ์นิยมนำโดยนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ได้แก้ไขกฎหมายราชวงศ์ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งยืนยันว่าเฉพาะผู้ชายที่สืบเชื้อสายทางฝ่ายบิดาเท่านั้น จึงจะสามารถขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กฎหมายดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าล้าสมัยและเลือกปฏิบัติทางเพศ และการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจและความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจยิ่งเป็นการสั่นคลอนราชวงศ์ญี่ปุ่นที่มีสมาชิกน้อยลงอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เหล่านักวิจารณ์ยังชี้ว่าการที่รัฐบาลยืนกรานให้การสืบราชสันตติวงศ์ที่จำกัดเฉพาะผู้ชายเท่านั้น ถือเป็นการยัดเยียดระบบที่ไร้มนุษยธรรมให้กับสมาชิกราชวงศ์ โดยไม่ได้คำนึงถึงภาระและความรู้สึกของสมาชิกราชวงศ์ที่ต้องแบกรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กฎการสืบราชสันตติวงศ์ของญี่ปุ่นที่กำหนดให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ทำให้ทายาทที่เป็นผู้หญิงอย่างเจ้าหญิงไอโกะ พระธิดาของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ซึ่งมีพระชนมายุ 24 พรรษาและเป็นที่รักของพสกนิกร ได้ถูกตัดออกจากลำดับการสืบราชบัลลังก์ไปโดยปริยาย เนื่องจากทรงเป็นผู้หญิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นั่นหมายความว่าตามลำดับการสืบราชบัลลังก์ของญี่ปุ่นขณะนี้จะเป็นเจ้าชายอากิชิโนะ มกุฎราชกุมาร จากนั้นจึงเป็นเจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระโอรสของพระองค์ พระชนมายุ 19 พรรษา และลำดับถัดไปคือ พระอัยกาของสมเด็จจักรพรรดินารุฮิโตะ พระชนมายุ 90 พรรษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การแก้ไขกฎหมายราชวงศ์ครั้งนี้ยังเปิดทางอนุญาตให้สมาชิกราชวงศ์ที่เป็นผู้หญิงยังคงสถานะและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกราชวงศ์ได้หากอภิเษกสมรสกับสามัญชน แต่พระสวามีและพระโอรสธิดาจะยังคงไม่ใช่เชื้อพระวงศ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5845272?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เผยมีความรู้สึกหลากหลาย ต่อกม.สืบราชสันตติวงศ์ เชื่อหญิง-ชายไม่แตกต่าง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เผยมีความรู้สึกหลากหลาย ต่อกม.สืบราชสันตติวงศ์ เชื่อหญิง-ชายไม่แตกต่าง</dc:alternative><dc:abstract>มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น เผยมีความรู้สึกหลากหลาย ต่อกม.สืบราชสันตติวงศ์ เชื่อหญิง-ชายไม่แตกต่าง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T09:51:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T09:51:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26225152597402.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26225152597402-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26225152597402.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26225152597402-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26225152597402-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26225152597402-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Meta ลบบัญชี 7.56 แสน วัยรุ่นออสเตรเลีย หลังรัฐสั่งคุมเข้ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844818]]></link><pubDate>2026-08-13T12:51:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5844818</guid><description>Meta ลบบัญชี 7.56 แสน วัยรุ่นออสเตรเลีย หลังรัฐสั่งคุมเข้ม Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ระบุเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า บริษัทได้ลบบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 750,000 บัญชีที่สงสัยว่าเป็นของเด็กออ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;Meta ลบบัญชี 7.56 แสน วัยรุ่นออสเตรเลีย หลังรัฐสั่งคุมเข้ม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ระบุเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า บริษัทได้ลบบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 750,000 บัญชีที่สงสัยว่าเป็นของเด็กออสเตรเลียที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี นับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีสื่อสังคมออนไลน์เป็นครั้งแรกของโลก พร้อมให้คำมั่นว่าจะดำเนินการเพิ่มเติม ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่บริษัทอาจเผชิญมาตรการบังคับใช้จากหน่วยงานกำกับดูแล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทระบุว่า ได้ปิดการใช้งานบัญชี Instagram ที่สงสัยว่าเป็นของผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปีจำนวน 462,000 บัญชี และบัญชี Facebook จำนวน 294,000 บัญชี ตั้งแต่ช่วงก่อนที่กฎหมายห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ของออสเตรเลียจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคมปีก่อนจนถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตัวเลขที่มีการเปิดเผยในเดือนมกราคม ซึ่งบริษัทระบุว่าได้ลบบัญชี Instagram ไปแล้ว 331,000 บัญชี และบัญชี Facebook 173,000 บัญชี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Meta ระบุในแถลงการณ์ว่า การบังคับใช้กฎหมายยังคงดำเนินต่อไป และตัวเลขเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราเห็นพ้องกับเป้าหมายของรัฐบาลออสเตรเลียในการสร้างหลักประกันว่าเยาวชนจะได้รับประสบการณ์การใช้งานออนไลน์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับวัย และเรากำลังปฏิบัติตามพันธกรณีของเราภายใต้กฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทโซเชียลมีเดียรายใหญ่ที่สุดของโลกกล่าวว่า ต้องการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้ Meta และแพลตฟอร์มอื่นๆ จะออกมาคัดค้านกฎหมายดังกล่าว ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านอินเทอร์เน็ตของออสเตรเลียกำลังพิจารณาฟ้องร้องแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงแพลตฟอร์มที่ Meta เป็นเจ้าของ เนื่องจากล้มเหลวในการปฏิบัติตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านแพลตฟอร์มอื่นๆ ยังไม่มีมีการเปิดเผยข้อมูลการปฏิบัติตามกฎหมายที่ในช่วงเวลาเดียวกับที่ Meta ระบุ แต่ตัวเลขของรัฐบาลออสเตรเลียและผลการศึกษาจากหน่วยงานอิสระหลายแห่งแสดงให้เห็นว่า ในช่วง 3 เดือนแรกหลังการห้ามมีผลบังคับใช้ เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมากกว่า 8 ใน 10 คนยังคงใช้โซเชียลมีเดียอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลออสเตรเลียเสนอร่างกฎหมายสำคัญดังกล่าว ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนในช่วงวัยต้นของวัยรุ่น ทำให้หลายประเทศทั่วโลกกำลังพิจารณาที่จะใช้มาตรการจำกัดอายุผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในลักษณะเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ออสเตรเลียกล่าวหาแพลตฟอร์มเหล่านี้ว่า จงใจทำให้มาตรการห้ามดังกล่าวล้มเหลว และได้ออกกฎหมายเพิ่มบทลงโทษสูงสุดสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเป็น 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 2.31 พันล้านบาท พร้อมทั้งให้อำนาจหน่วยงานกำกับดูแลในการเรียกค้นและขอเอกสารหลักฐานจากบริษัทต่างๆ ได้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวแทนจาก Meta, TikTok, Google ซึ่งเป็นเจ้าของ YouTube และ Snap ซึ่งเป็นเจ้าของ Snapchat มีกำหนดเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภา ซึ่งกำลังสอบสวนการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคมนี้ พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844818?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Meta ลบบัญชี 7.56 แสน วัยรุ่นออสเตรเลีย หลังรัฐสั่งคุมเข้ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Meta ลบบัญชี 7.56 แสน วัยรุ่นออสเตรเลีย หลังรัฐสั่งคุมเข้ม</dc:alternative><dc:abstract>Meta ลบบัญชี 7.56 แสน วัยรุ่นออสเตรเลีย หลังรัฐสั่งคุมเข้ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T06:16:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T06:16:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ma.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ma-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ma.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ma-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ma-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ma-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปูติน โผล่เยือนเกาะอิตูรุป ที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ทับซ้อน เจอโตเกียวประท้วง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844802]]></link><pubDate>2026-08-13T12:45:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5844802</guid><description>ปูติน โผล่เยือนเกาะอิตูรุป ที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ทับซ้อน เจอโตเกียวประท้วง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม สื่อรัสเซียรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้เดินทางเยือนเกาะอิตูรุป ซึ่งเป็นหนึ่งในเก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปูติน โผล่เยือนเกาะอิตูรุป ที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ทับซ้อน เจอโตเกียวประท้วง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม สื่อรัสเซียรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้เดินทางเยือนเกาะอิตูรุป ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์และเรียกว่า เกาะเอโตโรฟุ ตั้งอยู่ปลายสุดของหมู่เกาะคูริล ที่รัสเซียและญี่ปุ่นต่างอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครอง หนึ่งวันหลังจากปูตินเสร็จสิ้นการควบคุมการซ้อมรบทางทะเลครั้งใหญ่ของกองทัพรัสเซียในภูมิภาคซาฮาลิน ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวทาสส์ รายงานว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ปูตินเยือนเกาะอิตูรุปเป็นการส่วนตัว โดยเขาได้เยี่ยมชมโรงงานแปรรูปปลายาสนี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสถานีโทรทัศน์ Vesti TV เผยแพร่ภาพปูตินอยู่ในชุดสูทสีเข้มกำลังยืนดูปลาทูน่าและปลาฮาลิบัตขนาดใหญ่ 2 ตัวที่วางอยู่บนโต๊ะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ 2 คนกำลังอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับการประมงและพฤติกรรมการอพยพของปลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ปูตินยังได้แวะชิมไข่ปลาซึ่งเป็นของขึ้นชื่อในท้องถิ่นและยังพบปะทักทายกับชาวบ้านบนเกาะอิตูรุปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ นายโทชิมิสึ โมเทกิ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้แสดงการประท้วงการเยือนเกาะดังกล่าวของผู้นำรัสเซียในทันที โดยโพสต์ข้อความลงบนแพลต์ฟอร์ม X ว่า ดินแดนทางตอนเหนือ ซึ่งรวมถึงเกาะเอโตโรฟุ เป็นดินแดนของญี่ปุ่นโดยชอบธรรมทั้งในทางประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศ “ญี่ปุ่นประท้วงอย่างแข็งกร้าวต่อการเยือนครั้งนี้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รัสเซียและญี่ปุ่นไม่เคยลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพอย่างเป็นทางการหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากทั้งสองประเทศยังคงมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างกันที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเกี่ยวกับหมู่เกาะคูริล ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเกาะฮอกไกโด ที่ญี่ปุ่นเรียกว่าดินแดนทางตอนเหนือ ซึ่งญี่ปุ่นอ้างกรรมสิทธิ์เหนือ 4 เกาะทางใต้สุดของหมู่เกาะคูริล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844802?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปูติน โผล่เยือนเกาะอิตูรุป ที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ทับซ้อน เจอโตเกียวประท้วง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปูติน โผล่เยือนเกาะอิตูรุป ที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ทับซ้อน เจอโตเกียวประท้วง</dc:alternative><dc:abstract>ปูติน โผล่เยือนเกาะอิตูรุป ที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ทับซ้อน เจอโตเกียวประท้วง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T05:49:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T05:49:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T101906Z_1494243368_RC2VWMAIGNY6_RTRMADP_3_RUSSIA-NATO-PUTIN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T101906Z_1494243368_RC2VWMAIGNY6_RTRMADP_3_RUSSIA-NATO-PUTIN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T101906Z_1494243368_RC2VWMAIGNY6_RTRMADP_3_RUSSIA-NATO-PUTIN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T101906Z_1494243368_RC2VWMAIGNY6_RTRMADP_3_RUSSIA-NATO-PUTIN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T101906Z_1494243368_RC2VWMAIGNY6_RTRMADP_3_RUSSIA-NATO-PUTIN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T101906Z_1494243368_RC2VWMAIGNY6_RTRMADP_3_RUSSIA-NATO-PUTIN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านชี้ ข้อตกลงสันติภาพมะกัน ไร้คืบหน้า ฮอร์มุซยังปิด น้ำมันโลกทรงตัว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844571]]></link><pubDate>2026-08-13T11:51:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5844571</guid><description>อิหร่านชี้ ข้อตกลงสันติภาพมะกัน ไร้คืบหน้า ฮอร์มุซยังปิด น้ำมันโลกทรงตัว แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านและสหรัฐยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างหนักเกี่ยวกับความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงยุติสงคร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านชี้ ข้อตกลงสันติภาพมะกัน ไร้คืบหน้า ฮอร์มุซยังปิด น้ำมันโลกทรงตัว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านและสหรัฐยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างหนักเกี่ยวกับความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม และยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อรื้อฟื้นข้อตกลงชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุในเดือนมิถุนายน รวมถึงการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาโจมตีผู้นำอิหร่านอีกครั้งอย่างรุนแรง ซึ่งยิ่งทำลายความหวังที่จะคลี่คลายวิกฤต หลังเกิดเหตุโจมตีเรือเดินทะเลครั้งใหม่ในภูมิภาคเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม เกิดเหตุโจมตี 2 เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์แรกเป็นการ โจมตีที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มฮูตีต่อเรือสินค้าขนาดเล็กลำหนึ่งในช่องแคบบับเอล-มันเดบ ในทะเลแดง ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 4 ราย ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่ง กองทัพสหรัฐระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ MH-60 ของกองทัพเรือสหรัฐ ได้ยิงขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ 2 ลูกเพื่อทำลายระบบควบคุมทิศทางของเรือบรรทุกสินค้าซึ่งติดธงปานามา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคาร ก่อนที่จะกลับมาทรงตัวในการซื้อขายที่ผันผวนเมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม หลังจากบรรดานักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2026 โดยราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ อยู่ที่ประมาณ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นที่บรรลุในเดือนมิถุนายนระบุให้มีการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและถาวร แต่ข้อตกลงดังกล่าวกลับล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว โดยทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมว่า ข้อตกลงนี้ “จบแล้ว” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประกาศ “ระงับ” ข้อตกลงดังกล่าวในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากอิหร่านกล่าวว่า หนึ่งในประเด็นที่กำลังมีการหารือผ่านคนกลาง คือการให้สหรัฐกลับเข้าสู่ข้อตกลงชั่วคราว และกำหนดกรอบเวลาสำหรับการปฏิบัติตามพันธกรณีต่างๆ แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในประเด็นนี้เลย ขณะที่ในวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวอิหร่านยังปฏิเสธรายงานของสำนักข่าว Anadolu ของตุรกีที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ โดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลปากีสถานว่า อิหร่านและสหรัฐได้ตกลงที่จะขยายระยะเวลา 60 วันตามข้อตกลงชั่วคราวออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ไม่มีการพูดคุยกันเรื่องการขยายเวลา เพราะจากมุมมองของอิหร่าน ไม่เคยมีระยะเวลาใดเริ่มต้นขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่จะต้องขยาย สหรัฐละเมิดข้อตกลงชั่วคราวภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากบรรลุข้อตกลง และถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวในอีกไม่กี่วันต่อมา” แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หน่วยงานบริหารช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นองค์กรที่อิหร่านจัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารจัดการเส้นทางน้ำแห่งนี้ ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น และจะไม่มีการเปิดช่องแคบอีกครั้งจนกว่าเงื่อนไขของอิหร่านจะได้รับการยอมรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า “อิหร่านเอาแต่พูดแต่ไม่ลงมือทำ อิหร่านไม่ใช่ผู้รุกรานแห่งตะวันออกกลางอีกต่อไปแล้ว” ทั้งนี้ ตลอดช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงท่าทีสลับไปมาระหว่างการขู่ว่าจะยกระดับความรุนแรง กับการกล่าวอ้างว่าข้อตกลงสันติภาพกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844571?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านชี้ ข้อตกลงสันติภาพมะกัน ไร้คืบหน้า ฮอร์มุซยังปิด น้ำมันโลกทรงตัว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านชี้ ข้อตกลงสันติภาพมะกัน ไร้คืบหน้า ฮอร์มุซยังปิด น้ำมันโลกทรงตัว</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านชี้ ข้อตกลงสันติภาพมะกัน ไร้คืบหน้า ฮอร์มุซยังปิด น้ำมันโลกทรงตัว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T04:51:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T04:51:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[งานงอกอีก! ทรัมป์ ถูกฟ้องปมขายสิทธิ์ เข้าถึงโพสต์ทรูธโซเชียลก่อนใคร สูงถึงเดือนละ 3.3 ล้านบาท]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844672]]></link><pubDate>2026-08-13T11:42:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5844672</guid><description>งานงอกอีก! ทรัมป์ ถูกฟ้องปมขายสิทธ์ เข้าถึงโพสต์ทรูธโซเชียลก่อนใคร สูงถึงเดือนละ 3.3 ล้านบาท ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ถูกองค์กรสื่อ 2 แห่ง ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อให้ยุติ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;งานงอกอีก! ทรัมป์ ถูกฟ้องปมขายสิทธ์ เข้าถึงโพสต์ทรูธโซเชียลก่อนใคร สูงถึงเดือนละ 3.3 ล้านบาท&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ถูกองค์กรสื่อ 2 แห่ง ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อให้ยุติการให้บริการรูปแบบใหม่ที่เป็นการขายสิทธิ์การเข้าถึงโพสต์ของทรัมป์บนแพลตฟอร์ม “ทรูธโซเชียล” ได้ก่อนใคร ซึ่งโพสต์บางส่วนมีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินและอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำฟ้องที่ 2 องค์กรสื่อ ได้แก่ ดิ อินเทอร์เซ็ป (The Intercept) และ ฟรีดอม ออฟ เดอะ เพรส ฟาวน์เดชัน (Freedom of the Press Foundation ) ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางเขตแมนฮัตตัน ได้มุ่งเป้าท้าทายต่อ Truth API ฟีดข้อมูลที่ให้บริการโดย ทรัมป์ มีเดีย แอนด์ เทคโนโลยี กรุ๊ป (Trump Media &amp;amp; Technology Group) ซึ่งจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้บริการรายเดือนสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.3 ล้านบาท เพื่อแลกกับการเข้าถึงข้อมูลจากบัญชีทรูธโซเชียลของบุคคลที่มีความสำคัญสูง 10 บัญชีได้ก่อนใคร ซึ่งรวมถึงบัญชีผู้ใช้งานของทรัมป์, รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์, นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ และ นายแคช ปาเทล ผู้อำนวยการเอฟบีไอด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคำฟ้องฝ่ายโจทก์ต้องการให้ศาลสั่งห้ามทำเนียบขาวเผยแพร่ประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลในขณะที่บริการฟีดข้อมูลแบบเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการอยู่ โดยโจทก์ระบุว่า บริการ Truth API นั้นเป็น “การทุจริตอย่างร้ายแรง” เนื่องจากประธานาธิบดีจะได้รับผลประโยชน์ทางการเงินเมื่อมีผู้สมัครใช้บริการ นอกจากนี้ บริการดังกล่าวยังถือเป็นการละเมิดบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 เพราะทุกคนควรมีสิทธิ์เข้าถึงคำประกาศของทรัมป์อย่างเท่าเทียมกัน และไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมในเชิงผลประโยชน์สาธารณะที่จะนำโพสต์ของประธานาธิบดีสหรัฐมาขายให้กับสมาชิกเอกชนเพื่อสร้างผลกำไรส่วนตัวให้กับเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายโจทก์ระบุอ้างด้วยว่า โพสต์และการแชร์โพสต์จำนวน 9,000-11,000 รายการของทรัมป์บนทรูธโซเชียลในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัย 2 นั้น หลายรายการไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาวตามมาด้วยแต่อย่างใด&lt;br /&gt;
ด้านโฆษกของทรัมป์มีเดียฯ กล่าวว่า มีแพลตฟอร์มและสำนักข่าวจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งรวมถึงบริการฟีดข้อมูลที่ต้องสมัครสมาชิก ได้เผยแพร่ข้อมูลจากประธานาธิบดีทรัมป์อยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทำเนียบขาวยังไม่มีการตอบสนองต่อการขอความเห็นในเรื่องนี้ไปในทันทีจากทางสำนักข่าวรอยเตอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับ Truth API บริการฟีดข้อมูลแบบเก็บค่าธรรมเนียม ได้มีการเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้น 4 วันหลังจากนางเอลิซาเบ็ธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเซตส์จากพรรคเดโมแครต และ นายอดัม ชิฟฟ์ วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนียจากพรรคเดโมแครตเช่นกัน ได้ร้องต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ให้ทำการสอบสวนว่า Truth API ได้มีการบั่นทอนความน่าเชื่อถือของตลาดการเงินในขณะที่เอื้อประโยชน์ในการสร้างความมั่งคั่งให้กับวอลล์สตรีท, บุคคลวงในผู้ร่ำรวยและทรัมป์หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำจากพรรครีพับลิกัน ได้ใช้แพลตฟอร์ม ทรูธโซเชียล มาเป็นเวลานานในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่างๆ เช่น มาตรการทางภาษีศุลกากร และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น ราคาน้ำมันและตลาดอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลของรอยเตอร์ระบุว่า ทรัมป์ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน ทรัมป์มีเดียฯ โดยถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนมากถึง 41.3% มีมูลค่าประมาณ 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 31,440 ล้านบาท) ผ่านกองทุนทรัสต์ Donald J. Trump Revocable Trust ซึ่งมีโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของเขาเป็นผู้อำนวยการของ ทรัมป์มีเดีย และดูแลกองทุนทรัสต์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844672?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;งานงอกอีก! ทรัมป์ ถูกฟ้องปมขายสิทธิ์ เข้าถึงโพสต์ทรูธโซเชียลก่อนใคร สูงถึงเดือนละ 3.3 ล้านบาท&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>งานงอกอีก! ทรัมป์ ถูกฟ้องปมขายสิทธิ์ เข้าถึงโพสต์ทรูธโซเชียลก่อนใคร สูงถึงเดือนละ 3.3 ล้านบาท</dc:alternative><dc:abstract>งานงอกอีก! ทรัมป์ ถูกฟ้องปมขายสิทธิ์ เข้าถึงโพสต์ทรูธโซเชียลก่อนใคร สูงถึงเดือนละ 3.3 ล้านบาท</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T04:52:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T04:52:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T221011Z_993550271_RC28NLALLIOF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-TRUTH-SOCIAL-LAWSUIT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T221011Z_993550271_RC28NLALLIOF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-TRUTH-SOCIAL-LAWSUIT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T221011Z_993550271_RC28NLALLIOF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-TRUTH-SOCIAL-LAWSUIT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T221011Z_993550271_RC28NLALLIOF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-TRUTH-SOCIAL-LAWSUIT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T221011Z_993550271_RC28NLALLIOF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-TRUTH-SOCIAL-LAWSUIT-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T221011Z_993550271_RC28NLALLIOF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-TRUTH-SOCIAL-LAWSUIT-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T221011Z_993550271_RC28NLALLIOF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-TRUTH-SOCIAL-LAWSUIT-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-12T221011Z_993550271_RC28NLALLIOF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-TRUTH-SOCIAL-LAWSUIT-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้หวันซ้อมรบทางทะเล ต่อต้านการปิดล้อม จำลองการคุ้มกันเรือพาณิชย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844558]]></link><pubDate>2026-08-13T09:51:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5844558</guid><description>ไต้หวันซ้อมรบทางทะเล ต่อต้านการปิดล้อม จำลองการคุ้มกันเรือพาณิชย์ กระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ว่า ได้ทำการฝึกซ้อมต่อต้านการปิดล้อมทางทะเลระหว่างการฝึกซ้อมรบประจำปี โดยใช้กองทัพเรือแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไต้หวันซ้อมรบทางทะเล ต่อต้านการปิดล้อม จำลองการคุ้มกันเรือพาณิชย์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมไต้หวันแถลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ว่า ได้ทำการฝึกซ้อมต่อต้านการปิดล้อมทางทะเลระหว่างการฝึกซ้อมรบประจำปี โดยใช้กองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งจำลองการคุ้มกันเรือพาณิชย์ ขณะที่จีนเพิ่มแรงกดดันทางทะเลต่อไต้หวัน ด้วยการลาดตระเวนบังคับใช้กฎหมายในน่านน้ำเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุในแถลงการณ์ว่า การฝึกคุ้มกันต่อต้านการปิดล้อมครั้งนี้ใช้การฝึกที่จำลองสถานการณ์การรบอย่างสมจริง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบสนองร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ และเพิ่มความแข็งแกร่งในการป้องกันทางทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพเรือได้ปฏิบัติการร่วมกับเรือของหน่วยยามฝั่ง เพื่อทำภารกิจคุ้มกันและรักษาความปลอดภัย ขณะที่เรือกวาดทุ่นระเบิดได้ทำการเคลียร์เส้นทางเดินเรือให้ปลอดภัย และนำเรือพาณิชย์ที่ใช้ในการจำลองสถานการณ์เดินทางไปยังท่าเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งไต้หวันระบุว่า การฝึกดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม และท่าเรือที่เรือที่มีการคุ้มกันไปยังปลายทางนั้นตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน ทั้งยังบอกด้วยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่หน่วยยามฝั่งร่วมมือกับกองทัพเรือในการจัดการฝึกต่อต้านการปิดล้อมในลักษณะนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การฝึกซ้อมฮั่นกวงซึ่งกินเวลา 10 วัน เริ่มต้นขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นการจำลองสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นหากจีนตัดสินใจทำตามคำขู่ที่จะใช้กำลังเข้ายึดไต้หวัน รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธการอ้างอธิปไตยของจีนที่เหนือไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการฝึกอีกส่วนหนึ่งที่จัดขึ้นเมื่อคืนวันพุธ ทหารไต้หวันได้ติดตั้งเครื่องกีดขวางโลหะ รั้วลวดหนาม และกำแพงคอนกรีตบนถนนที่มุ่งหน้าเข้าไปยังสะพานสำคัญแห่งหนึ่งในไทเป ซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมายโจมตี หากจีนเปิดฉากโจมตีไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจีย จุง นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการป้องกันประเทศและความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวัน ซึ่งเฝ้าดูการฝึกบริเวณสะพาน กล่าวว่า หากเกิดสงคราม แนวทางการป้องกันของกองทัพไต้หวันน่าจะเป็นการจัดตั้งแนวสิ่งกีดขวางหลายชั้น โดยทอดตัวจากสะพานลงไปจนถึงพื้นที่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับการโจมตีทำลายกองกำลังฝ่ายตรงข้าม โดยเป้าหมายของการจำลองสถานการณ์ครั้งนี้คือการป้องกันไม่ให้กองทัพจีนใช้สะพานดังกล่าวเป็นเส้นทางเคลื่อนกำลังเข้าสู่ไทเปได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไต้หวันมีความกังวลมานานแล้วว่า จีนอาจพยายามใช้มาตรการปิดล้อม หรือมาตรการกักกันทางทะเล เพื่อบีบบังคับให้ไต้หวันยอมจำนน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมิถุนายน จีนเริ่มดำเนินการที่เรียกว่า “การลาดตระเวนบังคับใช้กฎหมาย” นอกชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ไทเป และทำให้เกิดความกังวลทั้งในสหรัฐรวมถึงประเทศตะวันตกอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844558?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้หวันซ้อมรบทางทะเล ต่อต้านการปิดล้อม จำลองการคุ้มกันเรือพาณิชย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้หวันซ้อมรบทางทะเล ต่อต้านการปิดล้อม จำลองการคุ้มกันเรือพาณิชย์</dc:alternative><dc:abstract>ไต้หวันซ้อมรบทางทะเล ต่อต้านการปิดล้อม จำลองการคุ้มกันเรือพาณิชย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T02:51:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T02:51:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/td.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/td-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/td.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/td-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/td-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/td-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยุโรปตื่นตา สุริยุปราคา งดงาม ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์สำคัญ ในชั่วอายุคน (ภาพชุด)]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844479]]></link><pubDate>2026-08-13T08:55:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5844479</guid><description>ยุโรปตื่นตา สุริยุปราคา งดงาม ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์สำคัญ ในชั่วอายุคน (ภาพชุด) ผู้คนในทวีปยุโรปได้เห็นสุริยุปราคาที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี ที่คาดว่ามีผู้คนนับล้านได้ร่วมชมปรากฏการณ์ทางดา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยุโรปตื่นตา สุริยุปราคา งดงาม ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์สำคัญ ในชั่วอายุคน (ภาพชุด)&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้คนในทวีปยุโรปได้เห็นสุริยุปราคาที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี ที่คาดว่ามีผู้คนนับล้านได้ร่วมชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชั่วอายุคนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในบางพื้นที่ของกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และสเปน ผู้คนได้สัมผัสกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ซึ่งทำให้ท้องฟ้ามืดมิดและเกิดภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ ขณะที่ในอังกฤษได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงเพียงบางส่วน โดยช่วงที่เกิดคราสสูงสุดอยู่หลังเวลา 19.00 น. โดยในช่วงดังกล่าว ผู้คนสามารถเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังมากกว่า 90%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝูงชนจำนวนมากเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ดาราศาสตร์อันงดงามต่างส่งเสียงโห่ร้องและอุทานด้วยความตื่นเต้นร้องยินดี ขณะที่ผู้ชื่นชอบดาราศาสตร์กล่าวว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า จักรวาลนั้น “น่าอัศจรรย์” เพียงใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวเส้นทางที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเริ่มต้นขึ้นบริเวณปลายด้านเหนือของไซบีเรียในรัสเซีย ซึ่งอยู่ห่างไกลจากฝูงชนและกล้องโทรทรรศน์ของนักดูดาว จากนั้นแนวคราสค่อยๆ โค้งผ่านมหาสมุทรอาร์กติก ก่อนเดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ในช่วงเย็น และเคลื่อนตัวลงไปทางใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บางพื้นที่ของสเปนได้รับโอกาสสัมผัสกับปรากฎการณ์ธรรมชาติอันมหัศจรรย์นี้อย่างเต็มที่ โดยเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลกอยู่ในแนวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยาสมิน คาทริเคโอ นักวิทยาศาสตร์ชาวชิลี เดินทางไกลมายังเมืองอา โกรูญา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน เพื่อชมปรากฏการณ์ครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เมื่อเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ทุกคนต่างส่งเสียงเชียร์และร่วมแบ่งปันความตื่นเต้นกับสิ่งที่เราได้เห็น ไม่มีคำพูดใดสามารถอธิบายความรู้สึกนั้นได้ จักรวาลช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ” คาทริเคโอกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุริยุปราคาเต็มดวงจะเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งบนโลกประมาณทุก ๆ 18 เดือน แต่สำหรับบางสถานที่ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ยากกว่ามาก โดยจะเกิดขึ้นเพียงประมาณทุกๆ 400 ปีเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝูงชนตามแนวเส้นทางสุริยุปราคาเต็มดวงในสเปนจึงได้รับโอกาสชมปรากฏการณ์อันหาได้ยากนี้ พร้อมกับแสงสีแดงที่ส่องออกมาจากดวงอาทิตย์ซึ่งอยู่ด้านหลังดวงจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุริยุปราคาเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนมาอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก ทำให้ดวงจันทร์บดบังแสงจากดวงอาทิตย์บางส่วนหรือทั้งหมด และทอดเงาของดวงจันทร์ลงมายังพื้นโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเวลาผ่านไป ดวงจันทร์ค่อย ๆ บดบังดวงอาทิตย์มากขึ้นทีละน้อย เปรียบเสมือนการค่อย ๆ ลดระดับความสว่างของดวงอาทิตย์ลงเหมือนสวิตช์หรี่ไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุริยุปราคาเต็มดวงกินเวลาไม่ถึงสองนาที แต่สำหรับผู้คนจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวจะกลายเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การที่มนุษย์สามารถเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ ถือเป็นความบังเอิญทางจักรวาลวิทยาที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร ถือว่าอยู่ห่างจากโลกมากกว่าระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ประมาณ 400 เท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่เนื่องจากเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 400 เท่า ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์จึงดูเหมือนมีขนาดเท่ากันพอดีเมื่อมองจากท้องฟ้าบนโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่านี้เพียงเล็กน้อย หรือหากวงโคจรของดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกออกไปอีกเล็กน้อย เราก็จะไม่มีวันได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้เรากำลังจะเข้าสู่ “ยุคทอง” ของสุริยุปราคาเต็มดวงในช่วงระหว่างปี 2026 ถึง 2028&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรดานักล่าสุริยุปราคาที่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อชมปรากฏการณ์นี้ จะมีโอกาสได้เดินทางไปชมสุริยุปราคาเต็มดวงถึง 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844479?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยุโรปตื่นตา สุริยุปราคา งดงาม ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์สำคัญ ในชั่วอายุคน (ภาพชุด)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยุโรปตื่นตา สุริยุปราคา งดงาม ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์สำคัญ ในชั่วอายุคน (ภาพชุด)</dc:alternative><dc:abstract>ยุโรปตื่นตา สุริยุปราคา งดงาม ปรากฎการณ์ดาราศาสตร์สำคัญ ในชั่วอายุคน (ภาพชุด)</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-13T05:14:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-13T05:14:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>810</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>810</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>802</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>802</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/te3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[&#8216;จู หรงจี&#8217; อดีตนายกฯจีน ผู้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 97 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844141]]></link><pubDate>2026-08-12T17:52:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5844141</guid><description>&amp;#8216;จู หรงจี&amp;#8217; อดีตนายกฯจีน ผู้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 97 ปี สำนักข่าวเอพี รายงานว่า จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว โดยสำนักข่าวซินหัวของจีน รายง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;จู หรงจี&amp;#8217; อดีตนายกฯจีน ผู้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 97 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพี รายงานว่า จู หรงจี อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว โดยสำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า นายจู เสียชีวิตเนื่องจากอาการป่วย ที่กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยวัย 97 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายจู ถือเป็นนักปฏิรูป ที่เป็นที่รู้กันว่ามีนิสัยใจร้อน และเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา แต่ถือเป็นบุคคลที่มีส่วนช่วยจุดประกายการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของจีน ด้วยการผลักดันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมของรัฐในช่วงทศวรรษ 1990 และนำพาประเทศจีนเข้าสู่องค์การการค้าโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายจู ได้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงมากมาย และได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 1998 ขณะอายุ 69 ปี โดยในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของจีน ตั้งแต่ปี 1998 ถึง 2003 โดยนายจู ขัดแย้งกับกลุ่มอนุรักษนิยมในพรรคคอมมิวนิสต์ และบรรดาผู้บริหารอุตสาหกรรมของรัฐ ในขณะที่เขาผลักดันให้บริษัทของรัฐมีประสิทธิภาพและทำกำไรมากขึ้น ซึ่งทำให้มีการเลิกจ้างพนักงานหลายล้านคน แต่ก็ช่วยผลักดันให้จีนแซงหน้าญี่ปุ่น ขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกาได้ในปี 2010&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายจู ยังได้รับความนิยมจากการวิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดและปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ และยอมรับผิด เมื่อรัฐบาลล้มเหลว ซึ่งสไตล์การทำงานที่เข้มงวดของเขา ทำให้เขาได้รับฉายาว่า &amp;#8220;บอส&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยในช่วงเวลานั้น นายจู อยู่ในลำดับที่ 3 ของลำดับขั้นในพรรค รองจากประธานาธิบดี เจียง เจ๋อหมิน และหลี่ เผิง ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายจูแทบจะไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกเลย หลังจากพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนจะมีข่าวการถึงแก่อสัญกรรมในที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844141?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;จู หรงจี&amp;#8217; อดีตนายกฯจีน ผู้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 97 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ผู้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 97 ปี</dc:alternative><dc:abstract>‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ผู้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 97 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-12T10:52:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-12T10:52:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Zhu-Rongji-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Zhu-Rongji-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Zhu-Rongji-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Zhu-Rongji-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Zhu-Rongji-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Zhu-Rongji-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Zhu-Rongji-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Zhu-Rongji-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1011</mi:x1><mi:y1>1179</mi:y1><mi:x2>1011</mi:x2><mi:y2>1179</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปูติน กล่าวหา นาโต กำลังแทรกซึม เอเชีย-แปซิฟิก สร้างความตึงเครียดในอาร์กติก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844021]]></link><pubDate>2026-08-12T16:25:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5844021</guid><description>ปูติน กล่าวหา นาโต กำลังแทรกซึม เอเชีย-แปซิฟิก สร้างความตึงเครียดในอาร์กติก สื่อรัสเซียรายงานเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวเตือนว่า องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปูติน กล่าวหา นาโต กำลังแทรกซึม เอเชีย-แปซิฟิก สร้างความตึงเครียดในอาร์กติก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อรัสเซียรายงานเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวเตือนว่า องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต กำลังขยายการแทรกซึมเข้ามาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และยังก่อให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคอาร์กติก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปูตินกล่าวแสดงความเห็นดังกล่าวในระหว่างที่เขาเดินทางไปสังเกตการณ์การซ้อมรบของรัสเซียบนเกาะซาฮาลิน ทางภาคตะวันออกไกลของประเทศ โดยปูตินกล่าวอ้างว่า มีการมุ่งนำระบบอาวุธใหม่ที่ก่อภัยคุกคามต่อรัสเซีย เข้ามาประจำการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขายังกล่าวหาประเทศในสหภาพยุโรป(อียู)ว่ามีพฤติกรรมเยี่ยงโจรสลัด จากกรณีที่ทำการยึดเรือสินค้าของรัสเซีย และรัสเซียจะตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน หากชาติตะวันตกยังทำการยึดเรือพาณิชย์ของรัสเซียอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การรายงานท่าทีของปูตินมีขึ้นในขณะที่สื่อตะวันตกอย่างสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า การประเมินของหน่วยข่าวกรองสหรัฐชี้ว่า ปูตินอาจพยายามทดสอบความมุ่งมั่นของกลุ่มนาโต ด้วยการเปิดฉากโจมตีในวงจำกัดต่อชาติสมาชิกนาโตภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมาจากแหล่งข่าว 3 รายที่รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์นี้ของหน่วยข่าวกรองสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวเปิดเผยว่าฉากทัศน์ที่มีการระบุไว้ในการประเมินดังกล่าว มีตั้งแต่การโจมตีทางไซเบอร์ไปจนถึงการรุกรานทางทหารในวงจำกัด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทดสอบความเป็นเอกภาพของนาโตและความมุ่งมั่นที่มีต่อ “มาตรา 5” ซึ่งเป็นหลักการป้องกันร่วมกันของกลุ่มพันธมิตรนาโตที่กำหนดไว้ว่าการโจมตีสมาชิกรายใดรายหนึ่งถือเป็นการโจมตีสมาชิกทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐและนาโตเชื่อว่าปูตินอาจพิจารณายกระดับความขัดแย้งกับชาติสมาชิกนาโต หากเขาไม่สามารถหาทางลงจากสงครามยูเครนในลักษณะที่ช่วยรักษาหน้าของตนเองไว้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ที่รับทราบข้อมูลการประเมินสถานการณ์ดังกล่าวระบุว่าช่วงเวลาสำหรับการตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการขั้นต่อไปของปูตินนั้นอาจครอบคลุมตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงอีกหลายปีข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์รายงานว่าความคิดเห็นของปูตินมีขึ้นในขณะที่อียูกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อกองเรือลับของรัสเซีย ด้วยการขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อเรือหลายร้อยลำ และควบคุมเรือบางลำพร้อมลูกเรือเพื่อตรวจสอบ โดยรัฐบาลชาติยุโรปบางประเทศระบุว่าพวกเขากำลังพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายทางทะเลที่เข้มงวดมากขึ้นต่อเรือที่ต้องสงสัยว่าหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5844021?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปูติน กล่าวหา นาโต กำลังแทรกซึม เอเชีย-แปซิฟิก สร้างความตึงเครียดในอาร์กติก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปูติน กล่าวหา นาโต กำลังแทรกซึม เอเชีย-แปซิฟิก สร้างความตึงเครียดในอาร์กติก</dc:alternative><dc:abstract>ปูติน กล่าวหา นาโต กำลังแทรกซึม เอเชีย-แปซิฟิก สร้างความตึงเครียดในอาร์กติก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-12T09:25:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-12T09:25:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-11T121915Z_1868292343_RC2BWMA2B4BU_RTRMADP_3_RUSSIA-PUTIN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-11T121915Z_1868292343_RC2BWMA2B4BU_RTRMADP_3_RUSSIA-PUTIN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-11T121915Z_1868292343_RC2BWMA2B4BU_RTRMADP_3_RUSSIA-PUTIN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-11T121915Z_1868292343_RC2BWMA2B4BU_RTRMADP_3_RUSSIA-PUTIN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-11T121915Z_1868292343_RC2BWMA2B4BU_RTRMADP_3_RUSSIA-PUTIN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-11T121915Z_1868292343_RC2BWMA2B4BU_RTRMADP_3_RUSSIA-PUTIN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
