กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แนะธุรกิจประชาชน เช็กข้อมูลผ่าน DBD DataWarehouse+ ช่วยลดความเสี่ยง
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนนักธุรกิจและประชาชนเข้าใช้งานระบบ DBD DataWarehouse+ ซึ่งเป็นคลังข้อมูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569) มีผู้เข้าใช้บริการแล้ว 84,454,294 ครั้ง โดยมีนักธุรกิจและประชาชนสนใจเข้าค้นหาข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กรมฯก็ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เพื่อให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัยตอบโจทย์ความต้องการข้อมูลธุรกิจของภาคธุรกิจและภาคประชาชนได้อย่างตรงจุด โดยภาคธุรกิจสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้วิเคราะห์ วางแผน หรือ ประกอบการตัดสินใจลงทุน ทั้งการค้นหาข้อมูลคู่ค้า สถานะทางธุรกิจ ความมั่นคงของนิติบุคคล ผลตอบแทนทางธุรกิจ โอกาสและความเสี่ยงของธุรกิจประเภทต่างๆ รวมถึงความยั่งยืนของกิจการ ฯลฯ ในส่วนของประชาชน สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้เป็นเครื่องมือประกอบการพิจารณาเริ่มต้นธุรกิจ แนวโน้มการเติบโตและคู่แข่งทางธุรกิจ รวมถึงข้อมูลบริบทแวดล้อมอื่นที่จำเป็นต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ เป็นต้น
อธิบดีพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า การค้นหาข้อมูลนิติบุคคลผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ ดำเนินการได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th >> บริการออนไลน์ >> DBD DataWarehouse+ (คลังข้อมูลธุรกิจ) กรอกชื่อหรือเลขนิติบุคคลที่ต้องการค้นหา จะได้พบกับ
1) ข้อมูลของนิติบุคคล ประกอบด้วย 1.1) ข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบันและได้รับการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ 1.2) ข้อมูลงบการเงิน ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน และอัตราส่วนทางการเงิน พร้อมการเปรียบเทียบรายปีและเปรียบเทียบภายในประเภทธุรกิจเดียวกัน ทั้งรูปแบบตารางและรูปแบบกราฟ 1.3) มูลค่าหุ้นและสัดส่วนการลงทุนจำแนกตามสัญชาติ 1.4) ประวัติการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลและทุนจดทะเบียนย้อนหลัง โดยผู้ค้นหาสามารถพิมพ์ข้อมูลนิติบุคคลและข้อมูลงบการเงินได้ทั้งรูปแบบไฟล์ PDF และ Excel ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลคู่ค้าหรือคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ ประชาชนและนักลงทุนสามารถประเมินสถานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของบริษัทก่อนทำสัญญาหรือร่วมลงทุน ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากข้อมูลนิติบุคคลที่สามารถค้นหาได้แล้ว ยังมีข้อมูลอื่น ๆ ได้แก่ 2) ข้อมูลตามประเภทธุรกิจ ที่วิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยผู้ประกอบการสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของตนเองกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เพื่อทราบตำแหน่งของธุรกิจในตลาด นักลงทุนและสถาบันการเงินสามารถใช้ข้อมูลนี้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่สนใจได้อย่างรอบด้าน
3) ข้อมูลการลงทุนของชาวต่างชาติและการจัดอันดับมูลค่าการลงทุนของชาวต่างชาติ โดยผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐสามารถติดตามทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อวางแผนดึงดูดการลงทุน และระบุโอกาสในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทยได้อย่างมีกลยุทธ์
4) ข้อมูลคู่ค้าทางธุรกิจ เป็นการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานตามประเภทธุรกิจ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME สามารถค้นหาซัพพลายเออร์ ลูกค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสมในพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยขยายเครือข่ายธุรกิจและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากการเชื่อมต่อกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อุปทาน
5) โอกาสทางธุรกิจ วิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงรายพื้นที่และอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจสามารถเลือกพิจารณาพื้นที่และประเภทธุรกิจที่มีโอกาสสูงและความเสี่ยงต่ำได้อย่างมีข้อมูลสนับสนุน ผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการอยู่แล้วสามารถประเมินความยั่งยืนของธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้
6) ข้อมูลรายพื้นที่ตามประเภทธุรกิจ รายได้รวมของนิติบุคคลทั่วประเทศ โดยผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบพื้นที่ที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง เพื่อวางแผนขยายสาขาหรือเจาะตลาดใหม่ ขณะที่ภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางนโยบายส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีศักยภาพยังไม่ถูกใช้ประโยชน์เต็มที่
7) ข้อมูลนิติบุคคลต่างประเทศ นิติบุคคลต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในไทย ผู้ประกอบการและนักลงทุนสามารถตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของธุรกิจต่างชาติก่อนเข้าทำสัญญาหรือร่วมดำเนินกิจการ ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมกับนิติบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย
8) ภาพรวมสถิติและการจัดอันดับนิติบุคคล เป็นข้อมูลสถิติการจดทะเบียนธุรกิจระดับประเทศ ทั้งแบบรายปี จำแนกตามสถานะและประเภทนิติบุคคล เปรียบเทียบข้อมูลรายเดือน รายปี รายพื้นที่ และขนาดธุรกิจ โดยนักวิจัย นักวิเคราะห์ นักศึกษา และหน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลสถิติเชิงลึกในการศึกษาแนวโน้มภาคธุรกิจของประเทศ ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ตลาดและวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะยาว
นอกจากนี้ DBD DataWarehouse+ ยังได้เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกหลายแห่ง เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจได้ครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ ข้อมูลการเป็น Exporter List จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ข้อมูลการขึ้นทะเบียนขายตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ข้อมูลผู้ประกอบการค้าข้าวจากกรมการค้าภายใน ซึ่งการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้การตรวจสอบคู่ค้ามีความรอบคอบและรอบด้านมากขึ้น ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ
จึงขอเชิญชวนภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป เข้าใช้งานระบบ DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้งานง่าย สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้อำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจและบุคคลทั่วไปในการค้นหาข้อมูลธุรกิจผ่านโทรศัพท์มือถือและแทปเลทผ่านทางแอปพลิเคชัน DBD e-Service ทั้งระบบ IOS และ Android



