<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[เปิดแถลงการณ์ร่วม ไทย-เมียนมา ประกาศความร่วมมือ หลัง มิน ออง ไลง์ เยือนไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5836707]]></link><pubDate>2026-08-06T18:29:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5836707</guid><description>&amp;nbsp; เปิดแถลงการณ์ร่วม ไทย-เมียนมา ประกาศความร่วมมือ หลัง มิน ออง ไลง์ เยือนไทย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม หลังการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา อย่างเป็นทางการครั้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เปิดแถลงการณ์ร่วม ไทย-เมียนมา ประกาศความร่วมมือ หลัง มิน ออง ไลง์ เยือนไทย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม หลังการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 8 ปี กระทรวงการต่างประเทศได้เผยแพร่ แถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยในระหว่างการเยือนครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือทวิภาคีในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;2&quot;&gt;
&lt;li&gt;ผู้นำทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่งต่อมิตรภาพ ความร่วมมือ และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างไทยกับเมียนมา ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อและเสริมสร้างความร่วมมือในทุกสาขาที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันและความก้าวหน้าของทั้งสองประเทศและภูมิภาค&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;3&quot;&gt;
&lt;li&gt;ผู้นำทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างและกระชับความร่วมมือในสาขาสำคัญ ดังนี้&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.1 ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1.1 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและการหารือระหว่างกันในทุกระดับ เพื่อกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นในทุกมิติ รวมถึงเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เมียนมา (JC) โดยเร็ว และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลไกการปรึกษาหารือ การสนับสนุนการฝึกอบรมแก่นักการทูตเมียนมา ทั้งในระดับแรกเข้าและระดับกลาง รวมถึงโครงการแลกเปลี่ยนนักการทูตระหว่างกัน ตลอดจนความร่วมมือที่ใกล้ชิดขึ้นระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการของไทยและสถาบันการทูตเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1.2 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งและใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศในด้านกลาโหมและความมั่นคง และรับทราบด้วยความพึงพอใจต่อความสำเร็จและความคืบหน้าของกลไกความร่วมมือทวิภาคีที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ครั้งที่ 38 ณ เมืองเชียงตุง ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน &amp;#8211; 1 กรกฎาคม 2569 และยินดีต่อกำหนดการจัดการประชุมคณะกรรมการระดับสูง (HLC) ครั้งที่ 9 ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1.3 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อข้อเสนอในการจัดตั้งกลไกหารือด้านความมั่นคงระหว่างเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทยกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติเมียนมา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับยุทธศาสตร์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1.4 ทั้งสองฝ่ายแสดงความมุ่งมั่นที่จะธำรงไว้ซึ่งพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมาที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ เพื่อประโยชน์ต่อความปลอดภัย ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทั้งสองฝั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1.5 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์และปัญหายาเสพติด ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการดำเนินการร่วมกันเพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ตลอดจนตัดวงจรและสกัดกั้นเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะผ่านโครงการเสริมสร้างศักยภาพ ฝ่ายไทยได้ยืนยันการสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเอ็กมอนต์ (Egmont Group) ของเมียนมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางการเงิน ผู้นำทั้งสองยังได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1.6 ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนให้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างรัฐสภาของไทยและรัฐสภาของเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.2 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2.1 ทั้งสองฝ่ายย้ำความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าทวิภาคี เพื่อบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้าทวิภาคี จำนวน 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งสองฝ่ายยินดีต่อกำหนดการจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (JTC) ครั้งที่ 8 ที่ประเทศไทยภายในปี 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้การค้าระหว่างกันดำเนินไปได้โดยสะดวก ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแนวทางในการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดนที่ถูกต้องตามกฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2.2 ผู้นำทั้งสองยินดีต่อการเปิดจุดผ่านแดนถาวร ณ สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่สอง (เมียวดี–แม่สอด) อีกครั้ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางในการอำนวยความสะดวกและเร่งรัดการค้าข้ามพรมแดนผ่านจุดผ่านแดนดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการค้าและการเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมา นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม โดยขึ้นอยู่กับความเห็นชอบร่วมกันและสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2.3 ผู้นำทั้งสองยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดตั้งคณะทำงานร่วมว่าด้วยการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมา เพื่อทำหน้าที่ประสานการจัดทำแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงแบบหลายรูปแบบการขนส่ง (multimodal connectivity) ครอบคลุมการคมนาคมทางถนน ทางทะเล ท่าเรือ และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน รวมทั้งส่งเสริมการประสานนโยบาย ขั้นตอน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันในกรณีที่เหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า ประเด็นความร่วมมือที่อาจมีการหารือในอนาคต ได้แก่ การพัฒนาความเชื่อมโยงทางทะเลระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือที่เหมาะสมในเมียนมา การส่งเสริมการขนส่งสินค้าชายฝั่งที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมบ้านพุน้ำร้อน–ทิกิ–ทวาย การผลักดันโครงการถนนสามฝ่ายอินเดีย–เมียนมา–ไทย การอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งข้ามพรมแดน ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์โลจิสติกส์ที่เหมาะสมบริเวณชายแดน ภายใต้ความเห็นชอบร่วมกัน ผลการศึกษาความเป็นไปได้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายและระเบียบของแต่ละประเทศ ผู้นำทั้งสองเห็นว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้า ยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมาและภูมิภาคโดยรวม ทั้งสองฝ่ายยังยินดีต่อบทบาทของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2.4 ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของความมั่นคงทางพลังงาน และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในภาคพลังงาน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งสองประเทศจะมีแหล่งพลังงานที่มั่นคงและพึ่งพาได้ อันจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ และเห็นพ้องที่จะรักษาความต่อเนื่องของโครงการที่มีอยู่ และอำนวยความสะดวกในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2.5 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานฉบับใหม่และความตกลงว่าด้วยการจ้างงานฉบับใหม่ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2.6 ผู้นำทั้งสองยินดีต่อการจัดงานสัมมนาทางธุรกิจระหว่างไทย-เมียนมา (Thailand-Myanmar Business Forum) ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างองค์กรภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย อาทิ สหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สภาธุรกิจไทย–เมียนมา สมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือโดยตรงระหว่างหอการค้าจังหวัดในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.3 ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.3.1 ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการกระชับความร่วมมือในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบข้ามพรมแดน รวมทั้งปัญหาหมอกควันข้ามแดน การเผาในที่โล่ง และมลพิษทางน้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.3.2 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความร่วมมือที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการป้องกันปัญหาไฟป่า ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังไฟป่า และโครงการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำความสำคัญของการประสานงานอย่างใกล้ชิด การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร ทั้งภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส และในระดับทวิภาคี เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิผลและยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.3.3 ผู้นำทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามในเอกสารขอบเขตหน้าที่ของคณะทำงานร่วมด้านการบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำชายแดนและแม่น้ำพรมแดนระหว่างไทยกับเมียนมา และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในด้านการบริหารจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งจัดการประชุมคณะทำงานร่วมดังกล่าวโดยเร็ว ในช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.4 ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.4.1 ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับเมียนมา ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ปี 2560 และเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ การเสริมสร้างขีดความสามารถ การส่งเสริมการท่องเที่ยว มาตรการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.4.2 ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังต่อการให้ความเห็นชอบโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะสามปีระหว่างไทยกับเมียนมา (ค.ศ. 2026–2028) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมสร้างขีดความสามารถ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย การเกษตร และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.4.3 ทั้งสองฝ่ายยังยินดีต่อการที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะเปิดให้บริการเที่ยวบินเพิ่มเติมในเส้นทางกรุงเทพฯ–ย่างกุ้ง ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน และส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.4.4 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และองค์กรอวกาศเมียนมา (Myanmar Space Agency: MSA) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการสำรวจโลกและการนำไปประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะในการจัดการภัยพิบัติ การเกษตร และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;4&quot;&gt;
&lt;li&gt;ความร่วมมือในระดับภูมิภาค&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4.1 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งอาเซียน BIMSTEC ACMECS และกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน และความมั่งคั่งร่วมกันของภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4.2 ฝ่ายไทยยืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการดำรงตำแหน่งประธาน ACMECS ของเมียนมา และมุ่งหวังต่อความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด ACMECS ครั้งที่ 11&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4.3 ฝ่ายไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและทำงานร่วมกับเมียนมาอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมการเข้าร่วมของเมียนมาในกลไกและกระบวนการต่าง ๆ ของอาเซียนให้เป็นไปอย่างเต็มที่และเท่าเทียม ตามกฎบัตรอาเซียน หลักการ และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายเมียนมาแสดงความขอบคุณต่อบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในการอำนวยความสะดวกให้ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียนกลับมาเป็นปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;5&quot;&gt;
&lt;li&gt;ประเด็นอื่น ๆ ฝ่ายไทยยินดีต่อความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเมียนมาในการขับเคลื่อนการเจรจาสันติภาพ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนผ่านกระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำ (Myanmar-owned and Myanmar-led process) ทั้งนี้ การสนับสนุนของไทยในเรื่องดังกล่าว โดยมีการหารืออย่างใกล้ชิดกับเมียนมา ได้รับการตอบรับด้วยความยินดี&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;6&quot;&gt;
&lt;li&gt;การเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในครั้งนี้ เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานและความเป็นหุ้นส่วนอันใกล้ชิดระหว่างไทยกับเมียนมา ตลอดจนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองประเทศในการส่งเสริมความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาการมีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดในทุกระดับต่อไป&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;7&quot;&gt;
&lt;li&gt;ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่มอบให้แก่ท่านและคณะตลอดการเยือนอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้เชิญนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการในโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควรร่วมกัน&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5836707?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เปิดแถลงการณ์ร่วม ไทย-เมียนมา ประกาศความร่วมมือ หลัง มิน ออง ไลง์ เยือนไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เปิดแถลงการณ์ร่วม ไทย-เมียนมา ประกาศความร่วมมือ หลัง มิน ออง ไลง์ เยือนไทย</dc:alternative><dc:abstract>เปิดแถลงการณ์ร่วม ไทย-เมียนมา ประกาศความร่วมมือ หลัง มิน ออง ไลง์ เยือนไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-06T11:29:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-06T11:29:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/amg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/amg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/amg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/amg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/amg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/amg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ จ่อควง รมว.กต. เมียนมา ลงพื้นที่แก้มลพิษข้ามแดน ย้ำความสำคัญ มิน ออง ไลง์ เยือนไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5836635]]></link><pubDate>2026-08-06T18:06:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5836635</guid><description>สีหศักดิ์ จ่อควง รมว.กต. เมียนมา ลงพื้นที่แก้มลพิษข้ามแดน ย้ำความสำคัญ มิน ออง ไลง์ เยือนไทย ยกระดับความร่วมมือรอบด้าน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์ จ่อควง รมว.กต. เมียนมา ลงพื้นที่แก้มลพิษข้ามแดน ย้ำความสำคัญ มิน ออง ไลง์ เยือนไทย&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ยกระดับความร่วมมือรอบด้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม ว่า การเยือนไทยของพลเอก มิน ออง ไลง์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนครั้งแรกหลังจากที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนเมษายน และเป็นการเยือนครั้งแรกของประธานาธิบดีเมียนมาในรอบ 8 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้มีการจัดพิธีต้อนรับที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น พลเอก มิน ออง ไลง์ พบหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยมีการหารือกลุ่มเล็กและการหารือเต็มคณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนร่วมกันกว่า 2,400 กิโลเมตร และมีความเชื่อมโยงทั้งด้านประชาชน ความมั่นคง และเศรษฐกิจ โดยประธานาธิบดีเมียนมาระบุว่า ประเทศกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับนโยบายของไทยต่อเมียนมา ไทยดำเนินนโยบาย 2 Track โดยในมิติทวิภาคีจะมุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตลอดจนการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยเฉพาะการค้าชายแดนผ่านด่านแม่สอด-เมียวดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในทุกด้านที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพิ่มการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ และใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมาธิการร่วม คณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า และกลไก RBC หรือ High Level Commission ระหว่างผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าพัฒนาชายแดนไทย-เมียนมาให้เป็นชายแดนแห่งสันติภาพ ปราศจากอาชญากรรม เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย การค้ากลับสู่ภาวะปกติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ จะเพิ่มความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติดและการหลอกลวงออนไลน์ ผ่านการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด สารตั้งต้น และสารเคมี การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การตัดเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงขยายโครงการส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนยาเสพติดในรัฐฉาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับปัญหามลพิษข้ามแดน ไทยและเมียนมาจะเพิ่มความร่วมมือภายใต้กรอบ CLEAR Sky Strategy ระหว่างไทย เมียนมา และลาว ควบคู่กับความร่วมมือทวิภาคี โดยไทยพร้อมสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคเพื่อเสริมศักยภาพในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในประเด็นมลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามกรอบการดำเนินงาน (Terms of Reference: TOR) เพื่อจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านเทคนิคในการแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยคณะทำงานจะประชุมร่วมกันในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ยังบอกด้วยว่า ได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาเพื่อเตรียมลงพื้นที่บริเวณที่ได้รับผลกระทบร่วมกันในเร็วๆ นี้ พร้อมเสนอให้มีการขุดลอกแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายมีความมุ่งมั่นขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศให้แตะ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมลดอุปสรรคทางการค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยยินดีที่ด่านแม่สอด ซึ่งเป็นประตูการค้าสำคัญระหว่างสองประเทศ กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง และจะเป็นจุดสำคัญของโครงการ Trilateral Highway เชื่อมไทย เมียนมา และอินเดีย ทำให้สามารถส่งสินค้าไปยังอินเดียได้เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานด้านความเชื่อมโยง เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านแรงงาน ไทยและเมียนมาได้ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านแรงงานฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการต่ออายุบันทึกความเข้าใจเดิม เพื่อให้แรงงานเมียนมาสามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระดับภูมิภาค ไทยยืนยันนโยบายสนับสนุนให้เมียนมากลับมามีบทบาทในอาเซียน ภายใต้นโยบาย Calibrated Re-engagement หรือการกลับมาสร้างปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการผลักดันให้เกิดความคืบหน้าตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน บนพื้นฐานของความเป็นจริงในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไทยยังคาดหวังให้ความรุนแรงในเมียนมาลดลง มีกระบวนการพูดคุยที่เปิดกว้างและน่าเชื่อถือ รวมถึงการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับกรณีนางออง ซาน ซูจี ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาคมโลกและอาเซียนให้ความสำคัญ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราเห็นพัฒนาการจากการย้ายออกจากเรือนจำมาอยู่บ้านพัก และมีการอนุญาตให้ผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศประจำย่างกุ้งเข้าเยี่ยม ถือเป็นพัฒนาการในเชิงบวก และหวังว่าเมียนมาจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียน ซึ่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ เข้าเยี่ยมในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ไทยจำเป็นต้องร่วมมือกับเมียนมาในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยข้อกังวลของภูมิภาค พร้อมสนับสนุนกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่สันติภาพ ประชาธิปไตย และความมั่นคง โดยไทยไม่ได้ชี้นำการดำเนินการของเมียนมา แต่พร้อมอำนวยความสะดวก สร้างความเข้าใจกับประชาคมโลก และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมียนมากับอาเซียน หากเมียนมาต้องการความช่วยเหลือ ไทยก็พร้อมให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อคำถาม การเยือนของพลเอก มิน ออง ไลง์ในครั้งนี้ อาจถูกมองว่าเป็นการมอบรางวัลทางการทูตให้กับประธานาธิบดีเมียนมา โดยให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาล ไทยได้รับอะไรกลับมาจากสิ่งนี้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การเยือนประเทศไทยของพลเอกมิน ออง ไลง์ ในครั้งนี้ ไม่ได้มีนัยเป็นการมอบความชอบธรรมหรือการให้รางวัลแก่ผู้นำเมียนมาแต่อย่างใด โดยเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีพรมแดนติดกัน และทั้งสองประเทศมีประเด็นที่ต้องบริหารจัดการร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหาตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน ไทยมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการสร้างเสถียรภาพและสันติภาพในเมียนมา ซึ่งวิถีทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ คือการพูดคุยกับผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจและกำหนดนโยบายของประเทศ ซึ่ง&lt;br /&gt;
ไทยไม่ได้เรียกร้องให้ประเทศอื่นดำเนินนโยบายตามแนวทางของไทย เพราะแต่ละประเทศมีอำนาจอธิปไตยในการกำหนดท่าทีและแนวนโยบายของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยไทยย้ำต่อเมียนมาอย่างต่อเนื่องถึงความสำคัญของการเดินหน้าสู่สันติภาพ ทั้งนี้ การกำหนดทิศทางและนโยบายในท้ายที่สุดย่อมเป็นการตัดสินใจของเมียนมาเอง ไม่ใช่สิ่งที่ไทยจะกำหนดแทนได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวเพิ่มว่า ทุกฝ่ายและทุกกลุ่มในเมียนมาจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่ออนาคตของประเทศ เนื่องจากเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าไม่มีฝ่ายใดสามารถบรรลุชัยชนะด้วยกำลังทางทหารได้ ดังนั้นจึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจา แสวงหาแนวทางสู่สันติภาพด้วยวิธีการที่ต่างไปจากเดิม ซึ่งเป็นแนวทางที่ไทยกำลังพยายามสนับสนุนและผลักดันอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อคำถามถึงความคืบหน้าของการผลักดันกระบวนการเจรจาสันติภาพในเมียนมา รวมถึงข้อเสนอของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดสถานที่สำหรับการเจรจา นายสีหศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้หารือกับกลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (Nationwide Ceasefire Agreement: NCA) และกลุ่ม Steering Council for the Emergence of a Federal Democratic Union (SCEF)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ระบุว่า ไทยได้สื่อสารกับทุกฝ่ายอย่างชัดเจนว่า พร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในทันทีเมื่อทุกฝ่ายมีความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจา พร้อมย้ำว่า ไทยไม่ต้องการเห็นสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรง เนื่องจากจะยิ่งสร้างผลกระทบและความเดือดร้อนแก่ประชาชนในเมียนมามากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5836635?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ จ่อควง รมว.กต. เมียนมา ลงพื้นที่แก้มลพิษข้ามแดน ย้ำความสำคัญ มิน ออง ไลง์ เยือนไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ จ่อควง รมว.กต. เมียนมา ลงพื้นที่แก้มลพิษข้ามแดน ย้ำความสำคัญ มิน ออง ไลง์ เยือนไทย</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ จ่อควง รมว.กต. เมียนมา ลงพื้นที่แก้มลพิษข้ามแดน ย้ำความสำคัญ มิน ออง ไลง์ เยือนไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-06T12:00:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-06T12:00:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/s.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/s-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/s.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/s-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/s-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/s-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มิน ออง ไลง์ ย้ำ เมียนมาพร้อมรับการลงทุน ชูบทบาทสะพานเชื่อมอาเซียน-เอเชียใต้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5836578]]></link><pubDate>2026-08-06T17:34:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5836578</guid><description>มิน ออง ไลง์ ย้ำ เมียนมาพร้อมรับการลงทุน ชูบทบาทสะพานเชื่อมอาเซียน-เอเชียใต้ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เวลา 14.30 น. ที่ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาตสิริกิตต์ สมาคมไทย-พม่า เพื่อมิตรภาพ จัดเวทีธ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มิน ออง ไลง์ ย้ำ เมียนมาพร้อมรับการลงทุน ชูบทบาทสะพานเชื่อมอาเซียน-เอเชียใต้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เวลา 14.30 น. ที่ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาตสิริกิตต์ สมาคมไทย-พม่า เพื่อมิตรภาพ จัดเวทีธุรกิจไทย-เมียนมา Thai-Myanmar Business Forum 2026 เพื่อเป็นแผนงานเบื้องต้นของ “บทบาทใหม่ในความร่วมมือทางธุรกิจไทยและเมียนมา” เนื่องในโอกาสที่นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยมีการเสวนากลุ่ม 1 หัวข้อ การสร้างสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่พร้อมสู่อนาคต เพื่อธรุกิจที่ยั่งยืนและประสบความสำเร็จในเมียนมา การเสวนากลุ่ม 2 หัวข้อ มุมมองใหม่ต่อการเชื่อมโยงไทยและเมียนมา : จากความเชื่อมโยงที่มีอยู่ สู่โอกาสในอนาคต และการเสวนากลุ่ม 3 หัวข้อ ปลดล็อตพรมแดนใหม่ของหุ้นส่วนทางธุรกิจไทยและเมียมนา : ธุรกิจใหม่ โอกาสใหม่ และการเติบโตใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมิน ออง ไลง์ กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตและมิติใหม่ของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างเมียนมากับไทย พร้อมระบุว่า ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 78 ปี นับตั้งแต่เมียนมาได้รับเอกราชในปี 1948 และได้พัฒนาความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง จนยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมียนมายินดีที่จะส่งเสริมมิตรภาพกับไทยอย่างแท้จริงในฐานะสมาชิกอาเซียน และประเทศที่มีพรมแดนติดกัน  ไทยและเมียนมามีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด โดยเมียนมาได้ส่งออกก๊าซธรรมชาติ สินค้าเกษตร และสิ่งทอมายังไทย ขณะที่ไทยก็ส่งออกสิ่งก่อสร้าง เครื่องจักร และยานยนต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ไทยและเมียนมามีพรมแดนทางบกติดต่อกันยาวกว่า 2,400 กิโลเมตร ส่งผลให้การค้าชายแดนมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ท่าเรือและท่าข้ามแม่น้ำในลุ่มน้ำโขง ไปจนถึงน่านน้ำทะเลอันดามันทางตอนใต้ โดยมีจุดผ่านแดนต่างๆ เช่น เมียวดี-แม่สอด และท่าขี้เหล็ก-แม่สาย“ มิน ออง ไลง์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มิน ออง ไลง์ กล่าวว่า ในโลกปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งและมีความท้าทายร่วมกันอย่างรอบด้าน เมียนมากำหนดบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอาเซียนและเอเชียใต้ ทั้งยังเป็นประเทศที่ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เมียนมามีศักยภาพในการส่งเสริมการค้า และเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เมียนมากำลังดำเนินโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษติลาวา เขตเศรษฐกิจพิเศษจอกพยู เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และโครงการท่าเรือน้ำลึก โดยเฉพาะท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งอยู่ใกล้กับไทยเพื่อส่งออกสินค้าไปยังเอเชียใต้และเอเชียตะวันตก” มิน ออง ไลง์ ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเมียนมากล่าวว่า รัฐบาลเมียนมากำลังผลักดันสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน โดยได้มีการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 4 ฉบับอย่างเต็มรูปแบบ จึงขอเชิญชวนการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนมิติใหม่ และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5836578?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มิน ออง ไลง์ ย้ำ เมียนมาพร้อมรับการลงทุน ชูบทบาทสะพานเชื่อมอาเซียน-เอเชียใต้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มิน ออง ไลง์ ย้ำ เมียนมาพร้อมรับการลงทุน ชูบทบาทสะพานเชื่อมอาเซียน-เอเชียใต้</dc:alternative><dc:abstract>มิน ออง ไลง์ ย้ำ เมียนมาพร้อมรับการลงทุน ชูบทบาทสะพานเชื่อมอาเซียน-เอเชียใต้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-06T10:34:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-06T10:34:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/m2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/m2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/m2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/m2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/m2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/m2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยุโรปขึ้นแท่น ทวีปร้อนเร็วสุดโลก อุณหภูมิพุ่ง น้ำแล้ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5836262]]></link><pubDate>2026-08-06T15:24:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5836262</guid><description>ยุโรปขึ้นแท่น ทวีปร้อนเร็วสุดโลก อุณหภูมิพุ่ง น้ำแล้ง  ยุโรป กลายเป็นทวีปที่มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนทำลายสถิติและไฟป่ารุนแรงตลอดช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยเฉพาะฝรั่งเศ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยุโรปขึ้นแท่น ทวีปร้อนเร็วสุดโลก อุณหภูมิพุ่ง น้ำแล้ง &lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ยุโรป กลายเป็นทวีปที่มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนทำลายสถิติและไฟป่ารุนแรงตลอดช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสเปนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อุณหภูมิในออสเตรียพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม ด้านชาวฮังการีพากันลดการใช้ไฟฟ้าตามคำขอของรัฐบาล เนื่องจากคลื่นความร้อนและภาวะแห้งแล้งระลอกล่าสุด ยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อยุโรปตอนกลางและยุโรปตอนใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้ศูนย์กลางของคลื่นความร้อนได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันออกมากขึ้น โดยอิตาลีประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีแดงในเมืองใหญ่หลายแห่ง หลังอุณหภูมิในบางพื้นที่พุ่งขึ้นแตะประมาณ 40 องศาเซลเซียส ขณะที่ในแอลเบเนีย เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินยังคงเร่งควบคุมไฟป่าในภูมิภาคมัลลาคัสเตอร์ทางตอนใต้ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภาพอากาศที่ร้อนจัดยังทำให้สำนักวาติกันต้องย้ายการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในการเข้าเฝ้าทั่วไปประจำสัปดาห์ครั้งแรกหลังช่วงหยุดเดือนกรกฎาคม จากเดิมที่จะจัดกลางแจ้งที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ มาเป็นจัดภายในอาคารแทน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนกรุงโรมต่างเห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าว เพราะช่วยให้หลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ออสเตรียทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดอีกครั้ง โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของออสเตรียระบุว่า เมือง บาด ดอยช์-อัลเทนบวร์ก ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนสโลวาเกีย มีอุณหภูมิสูงถึง 41.2 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ 41.0 องศาเซลเซียส ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม ในกรุงเวียนนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้ามพรมแดนไปยังฮังการี บริษัทต่างๆ และครัวเรือนได้ลดการใช้ไฟฟ้าตลอดสัปดาห์นี้ หลังรัฐบาลขอความร่วมมือให้ช่วยลดภาระของระบบโครงข่ายไฟฟ้า ท่ามกลางภาวะแห้งแล้งรุนแรง โดยกรุงบูดาเปสต์กำลังจะเผชิญช่วงที่คลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในอีกสองวันข้างหน้า ขณะที่อุณหภูมิในวันพุธเพิ่มขึ้นใกล้ 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฮังการีต้องหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศ เนื่องจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบในการหล่อเย็น ส่งผลให้ประเทศเผชิญวิกฤตพลังงาน และทำให้ขีดความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าตึงตัวจนเกือบถึงขีดจำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คร์ชโก ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของสโลวีเนีย และยังผลิตไฟฟ้าให้กับโครเอเชียด้วย ประกาศเมื่อวันพุธว่า จะเริ่มลดกำลังการผลิตของเครื่องปฏิกรณ์ในช่วงกลางคืน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงผิดปกติและปริมาณน้ำในแม่น้ำซาวา ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำดานูบลดลงอย่างมาก โดยในเบื้องต้นจะลดกำลังการผลิตลงเหลือ 80%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางตะวันตกของยุโรป ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีลดลงแตะระดับต่ำสุดครั้งใหม่ ส่งผลให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือบางส่วนต้องหยุดให้บริการ ขณะที่เรือที่ยังสามารถเดินทางได้ก็ต้องลดปริมาณการบรรทุกลงอย่างมาก ทั้งนี้ แม่น้ำไรน์เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นธัญพืช แร่ธาตุ และน้ำมันเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5836262?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยุโรปขึ้นแท่น ทวีปร้อนเร็วสุดโลก อุณหภูมิพุ่ง น้ำแล้ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยุโรปขึ้นแท่น ทวีปร้อนเร็วสุดโลก อุณหภูมิพุ่ง น้ำแล้ง</dc:alternative><dc:abstract>ยุโรปขึ้นแท่น ทวีปร้อนเร็วสุดโลก อุณหภูมิพุ่ง น้ำแล้ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-06T08:24:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-06T08:24:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ehw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ehw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ehw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ehw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ehw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ehw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลมะกันจ่ายคืน ภาษีทรัมป์ ให้ภาคธุรกิจแล้ว กว่า 3.25 ล้านล.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5835840]]></link><pubDate>2026-08-06T12:54:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5835840</guid><description>รัฐบาลมะกันจ่ายคืน ภาษีทรัมป์ ให้ภาคธุรกิจแล้ว กว่า 3.25 ล้านล. รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้คืนเงินภาษีศุลกากรจากมาตรการภาษีทรัมป์ที่เขาประกาศเรียกเก็บจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลมะกันจ่ายคืน ภาษีทรัมป์ ให้ภาคธุรกิจแล้ว กว่า 3.25 ล้านล.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้คืนเงินภาษีศุลกากรจากมาตรการภาษีทรัมป์ที่เขาประกาศเรียกเก็บจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ให้กับภาคธุรกิจแล้วมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.25 ล้านล้านบาท ผ่านสำนักงานศุลกากรสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามเอกสารที่สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ยื่นต่อศาลเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่า ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 60% ของรายได้จากภาษีศุลกากรที่มีการเรียกเก็บได้ภายใต้นโยบายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มีเงินอีกจำนวนมากที่ยังคงค้างชำระ ขณะนี้คำร้องขอคืนภาษีมูลค่าราว 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 9.43 แสนล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานด้านการค้าของสหรัฐ ขณะที่เงินอีก 1,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 5.2 หมื่นล้านบาท ยังติดค้างอยู่ เนื่องจากผู้นำเข้ายังไม่ได้แจ้งรายละเอียดบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การคืนเงินดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยครั้งสำคัญเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยผู้พิพากษาตัดสินว่า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้างที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้โดยอาศัยอำนาจด้านเศรษฐกิจนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวอ้างอำนาจตาม กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ ปี 1977 (IEEPA) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการ &amp;#8220;กำกับดูแล&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;ควบคุม&amp;#8221; การค้าระหว่างประเทศเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงคัดค้านทั้งในสหรัฐและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญกับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันสำหรับสินค้าที่นำเข้ามายังสหรัฐ อีกทั้งยังเกิดความกังวลว่าภาษีที่สูงขึ้นจะผลักดันให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีศุลกากร หรือภาษีนำเข้า เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศหนึ่ง โดยผู้ที่เป็นผู้ชำระภาษีดังกล่าว ไม่ใช่รัฐบาลต่างประเทศหรือผู้ส่งออกในต่างประเทศ แต่เป็นธุรกิจและผู้นำเข้าในประเทศ ที่ต้องชำระภาษีเมื่อสินค้าผ่านพิธีการศุลกากร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่ออัตราภาษีนำเข้าสูงขึ้น ต้นทุนของภาคธุรกิจก็จะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นทาง และโดยทั่วไปบริษัทต่างๆ มักผลักภาระต้นทุนดังกล่าวไปยังผู้บริโภคผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่ศาลฎีกามีคำวินิจฉัย บริษัทอเมริกันขนาดใหญ่หลายแห่งได้ทยอยได้รับเงินภาษีคืนเป็นจำนวนมากแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไบรอัน โอลซาฟสกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของบริษัท Amazon เผยว่า บรัทได้รับเงินคืนประมาณ 600 ล้านดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ โดย Amazon จะนำเงินส่วนหนึ่งไปคืนให้ลูกค้าในกรณีที่ลูกค้าเคยถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากภาษีดังกล่าว ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปใช้สนับสนุนการรักษาราคาสินค้าในร้านค้าให้ต่ำลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้กฎหมายศุลกากรของสหรัฐ มีเพียงผู้นำเข้าที่เป็นผู้ชำระภาษีโดยตรงเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินภาษีคืน ดังนั้น การที่ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากเงินคืนหรือไม่นั้น จึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละบริษัทว่าจะนำเงินที่ได้รับคืนไปช่วยเหลือลูกค้าในรูปแบบใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่ามูลค่าการคืนเงินภาษีโดยรวมจะเพิ่มขึ้นอีกในระยะต่อไป เนื่องจากสำนักงานศุลกากรสหรัฐยังคงเดินหน้าตรวจสอบคำร้องที่ค้างอยู่ และรอให้ผู้นำเข้าบางรายส่งรายละเอียดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินคืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศใช้ ภาษีนำเข้าทั่วไปในอัตรา 10% เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อทดแทนภาษีเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการชั่วคราวดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยมาตรการภาษีชุดใหม่ที่เรียกเก็บจากประเทศคู่ค้า 60 ประเทศ โดยรัฐบาลทรัมป์อ้างว่า ประเทศคู่ค้าทางเศรษฐกิจสำคัญเหล่านั้น ไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศมาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บ ภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 50%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5835840?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัฐบาลมะกันจ่ายคืน ภาษีทรัมป์ ให้ภาคธุรกิจแล้ว กว่า 3.25 ล้านล.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัฐบาลมะกันจ่ายคืน ภาษีทรัมป์ ให้ภาคธุรกิจแล้ว กว่า 3.25 ล้านล.</dc:alternative><dc:abstract>รัฐบาลมะกันจ่ายคืน ภาษีทรัมป์ ให้ภาคธุรกิจแล้ว กว่า 3.25 ล้านล.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-06T05:54:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-06T05:54:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rtt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rtt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rtt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rtt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rtt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rtt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกิดต่อเนื่อง! Meta เผย AI บริษัท เจาะระบบองค์กรอื่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5835482]]></link><pubDate>2026-08-06T11:59:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5835482</guid><description>เกิดต่อเนื่อง! Meta เผย AI บริษัท เจาะระบบองค์กรอื่น Meta บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก กลายเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัทล่าสุดที่ออกมาเผยว่า โมเดล AI ของบริษัทปฏิบัติการเจาะระบบเอง โดยไม่ได [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เกิดต่อเนื่อง! Meta เผย AI บริษัท เจาะระบบองค์กรอื่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;Meta บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก กลายเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัทล่าสุดที่ออกมาเผยว่า โมเดล AI ของบริษัทปฏิบัติการเจาะระบบเอง โดยไม่ได้รับคำสั่ง ทั้งนี้ ได้ตรวจพบความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างการทดสอบโดยบริษัทอิสระแห่งหนึ่ง โดยโมเดล AI ของบริษัทสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และเจาะเข้าสู่ระบบขององค์กรอื่นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นหลังจากในช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันหลายครั้งในอุตสาหกรรม AI รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับโมเดลของ  OpenAI และ Anthropic ซึ่งสร้างความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ Meta ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า บริษัทกำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดจาก &amp;#8220;การตั้งค่าระบบผิดพลาด&amp;#8221; ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยมีรายงานที่เกิดขึ้นกับบริษัทอื่นๆ ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์เหล่านี้กระตุ้นให้นักวิจัยและรัฐบาลหลายประเทศเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมทั้งให้มีการทดสอบระบบ AI อย่างรอบคอบและเข้มงวดกว่าเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Meta ระบุว่า การทดสอบดังกล่าวดำเนินการโดยบริษัท Irregular ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI และเป็นผู้แจ้งให้เมตาทราบว่ามีการเจาะระบบเกิดขึ้น และแจ้งว่า Meta จะเผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อเราได้ข้อมูลที่ครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทผู้นำด้าน AI อย่าง OpenAI และ Anthropic ต่างก็รายงานเหตุการณ์ที่โมเดล AI ของตนได้เจาะเข้าสู่ระบบขององค์กรอื่นระหว่างการทดสอบแม้ว่าจะไม่ได้มีการสั่งการให้ทำเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;OpenAI ซึ่งเป็นผู้พัฒนา ChatGPT เผยผ่านแถลงการณ์หลายฉบับว่า AI ของบริษัทได้แฮ็กบริการที่เปิดให้สาธารณชนใช้งานหลายแห่ง รวมถึงแพลตฟอร์มศูนย์รวมเครื่องมือ AI อย่าง Hugging Face&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดเผยของ OpenAI กระตุ้นให้บริษัทคู่แข่งอย่าง Anthropic ทำการตรวจสอบของตนเอง และพบว่าโมเดล Claude AI ของบริษัทก็ได้ดำเนินการโจมตีองค์กรหลายแห่งในลักษณะเดียวกัน หลังจาก &amp;#8220;การตั้งค่าระบบผิดพลาด&amp;#8221; ทำให้มันสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับช่วงเวลาที่บริษัทต่างๆ เปิดเผยเหตุการณ์เหล่านี้ เนื่องจากเกิดขึ้นในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีกำลังแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อชิงความเป็นผู้นำในการพัฒนา AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้ง OpenAI และ Anthropic ต่างกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งใหญ่ (IPO) ซึ่งคาดว่าจะทำให้แต่ละบริษัทมีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสัปดาห์นี้ สถาบันความมั่นคงปลอดภัยด้าน AI ของสหราชอาณาจักร (AISI) เผยว่า จากการทดสอบพวกเขาพบว่า โมเดล AI บางตัวพยายามดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์ โดยสร้างโปรไฟล์ปลอมของมนุษย์ขึ้นเพื่อหลอกลวงผู้ใช้งาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด AISI ระบุว่า โมเดล Mythos AI ของ Anthropic พยายามเข้าถึงบริการแห่งหนึ่งด้วยการส่งข้อความส่วนตัวผ่านบัญชีปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบบุคคลจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน Anthropic ระบุว่า การทดสอบของ AISI ไม่ได้สะท้อนลักษณะการทำงานของโมเดลที่นำมาให้บริการจริง&amp;#8221; ขณะที่ OpenAI ซึ่งโมเดลของบริษัทก็ถูกนำไปทดสอบเช่นกัน ระบุว่า การประเมินของ AISI ไม่ได้สะท้อนถึงการใช้งาน AI ในสถานการณ์ปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5835482?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกิดต่อเนื่อง! Meta เผย AI บริษัท เจาะระบบองค์กรอื่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกิดต่อเนื่อง! Meta เผย AI บริษัท เจาะระบบองค์กรอื่น</dc:alternative><dc:abstract>เกิดต่อเนื่อง! Meta เผย AI บริษัท เจาะระบบองค์กรอื่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-06T05:49:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-06T05:49:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มาเลย์ลั่น จะไม่เดินหน้าส่งผู้ลี้ภัยโรฮีนจา กลับเมียนมา หากชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834922]]></link><pubDate>2026-08-05T17:05:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5834922</guid><description>มาเลย์ลั่น จะไม่เดินหน้าส่งผู้ลี้ภัยโรฮีนจา กลับเมียนมา หากชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารและโฆษกรัฐบาลมาเลเซีย แถลงถึงแผนการส่งกลับผู้ลี้ภัยว่า   [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มาเลย์ลั่น จะไม่เดินหน้าส่งผู้ลี้ภัยโรฮีนจา กลับเมียนมา หากชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารและโฆษกรัฐบาลมาเลเซีย แถลงถึงแผนการส่งกลับผู้ลี้ภัยว่า  มาเลเซียจะไม่ดำเนินการส่งผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาจำนวน 5,000 คน กลับประเทศ หากพบว่าชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงภัยหากถูกส่งตัวกลับไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการคัดกรองผู้ลี้ภัยกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่องก่อนจะมีการส่งตัวกลับตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย กล่าวว่า ผู้ลี้ภัยจำนวน 5,000 คนที่จะถูกส่งกลับนั้นเป็นชาวโรฮีนจา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากมีความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นในมาเลเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาลมาเลเซียกล่าวในระหว่างการแถลงว่า ขณะนี้กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทยกำลังทบทวนแผนการคัดกรองผู้ลี้ภัยจำนวน 5,000 คน เพื่อส่งกลับไปยังเมียนมา พร้อมย้ำว่า ในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบ มาเลเซียจะไม่ส่งผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา 5,000 คนกลับประเทศ หากพวกเขาต้องเผชิญกับการถูกข่มเหงรังแกหรือตกอยู่ในอันตรายถึงแก่ชีวิต และว่า ยังมีหลายประเด็นที่จะต้องมีการศึกษาและหารือร่วมกับรัฐบาลเมียนมา ก่อนที่รัฐบาลมาเลเซียจะเริ่มดำเนินการตามแผนการส่งกลับผู้ลี้ภัยดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“รัฐบาลทหารเมียนมาพร้อมที่จะรับตัวบุคคลเหล่านี้กลับ แต่เราจะพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ และหากเห็นว่าเหมาะสมก็จะดำเนินการตามนั้น โดยนายกรัฐมนตรีได้รับทราบประเด็นที่ว่าเราไม่สามารถส่งตัวพวกเขากลับไปได้ หากชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในอันตราย ดังนั้น ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศจึงกำลังศึกษาประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่” โฆษกรัฐบาลมาเลเซียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮิวแมนไรท์สวอทช์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลนายอันวาร์ล้มเลิกแผนการดังกล่าว โดยชี้ว่าผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาเหล่านั้นจะเผชิญการถูกข่มเหงรังแกและถูกละเมิดสิทธิต่างๆ ในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไบรโอนี เลา รองผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรท์สวอทช์ กล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียควรแสดงบทบาทผู้นำระดับภูมิภาคในการรับมือกับวิกฤตการณ์ในเมียนมาแทนที่จะส่งตัวผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายความโหดร้ายของรัฐบาลทหารกลับประเทศโดยการบังคับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผนการของมาเลเซียในการส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมาดังกล่าว ซึ่งเป็นชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในเมียนมาที่อพยพหนีภัยสู้รบและการถูกปราบปรามจากกองทัพเมียนมา เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มผู้ลี้ภัยโรฮีนจาได้เผชิญกับการถูกข่มขู่คุกคามจากคนท้องถิ่นในมาเลเซียมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ส่งผลให้โรงเรียนของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาทั่วมาเลเซียถูกปิดลง และเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ลี้ภัยโรฮีนจาส่วนหนึ่งถูกขับไล่ออกจากบ้านในรัฐปีนังและถูกตำรวจมาเลเซียควบคุมตัวชั่วคราว หลังจากไปรวมตัวชุมนุมกันอยู่หน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อขอความคุ้มครองช่วยเหลือ หลังจากพวกเขาถูกคนท้องถิ่นในรัฐปีนังต่อต้านด้วยการขับไล่ออกจากบ้านของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834922?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มาเลย์ลั่น จะไม่เดินหน้าส่งผู้ลี้ภัยโรฮีนจา กลับเมียนมา หากชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มาเลย์ลั่น จะไม่เดินหน้าส่งผู้ลี้ภัยโรฮีนจา กลับเมียนมา หากชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง</dc:alternative><dc:abstract>มาเลย์ลั่น จะไม่เดินหน้าส่งผู้ลี้ภัยโรฮีนจา กลับเมียนมา หากชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-05T10:08:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-05T10:08:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T134109Z_298927633_RC2BMMA49X38_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T134109Z_298927633_RC2BMMA49X38_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T134109Z_298927633_RC2BMMA49X38_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T134109Z_298927633_RC2BMMA49X38_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T134109Z_298927633_RC2BMMA49X38_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-27T134109Z_298927633_RC2BMMA49X38_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตร.เกาหลีใต้ บุกค้นสนง.ใหญ่ สตาร์บัคส์ ปมแคมเปญการตลาด โยงเหตุนองเลือดกวางจู]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834640]]></link><pubDate>2026-08-05T15:09:05+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5834640</guid><description>ตร.เกาหลีใต้ บุกค้นสนง.ใหญ่ สตาร์บัคส์ ปมแคมเปญการตลาด โยงเหตุนองเลือดกวางจู เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ KBS รายงานว่า ตำรวจเกาหลีใต้นำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของ สตาร์บัคส์ โคเรีย บริษัทเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตร.เกาหลีใต้ บุกค้นสนง.ใหญ่ สตาร์บัคส์ ปมแคมเปญการตลาด โยงเหตุนองเลือดกวางจู&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ KBS รายงานว่า ตำรวจเกาหลีใต้นำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของ สตาร์บัคส์ โคเรีย บริษัทเครือร้านกาแฟดังในประเทศเกาหลีใต้ ส่วนหนึ่งของการสอบสวนในข้อกล่าวหาที่ว่าเจ้าหน้าที่ในบริษัทแม่ของสตาร์บัคส์ โคเรีย ได้กระทำการอันเป็นการดูหมิ่นเหยื่อในเหตุการณ์ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่เมื่อปีค.ศ.1980 ผ่านแคมเปญทางการตลาดที่เรียกขานว่า “Tank Day” หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;KBS รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามรวบรวมเอกสารและหลักฐานอื่นๆ นอกเหนือจากข้อมูลที่ ชินเซเก กรุ๊ป บริษัทแม่ของสตาร์บัคส์ โคเรียได้มอบให้แก่ทางเจ้าหน้าที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโคเรียไทมส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนกำลังตรวจสอบว่าผู้บริหารของบริษัทวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายนี้โดยมีเจตนาดูหมิ่นกลุ่มผู้เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของสตาร์บัคส์ โคเรีย และ ชินเซเก กรุ๊ป ให้ความเห็นกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ทั้งสองบริษัทมองว่าการเข้าตรวจค้นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนบริษัทที่ดำเนินอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานตำรวจนครบาลโซลยังไม่ได้ตอบสนองต่อการขอความเห็นในเรื่องนี้ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ โคเรีย ออกมาเปิดเผยว่าบริษัทมียอดขายลดลงอย่างมาก หลังจากเปิดแคมเปญการตลาดที่ใช้ชื่อว่า “Tank Day” ซึ่งมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาชุดแก้วน้ำ &amp;#8220;Tank&amp;#8221; พร้อมกับวลีที่ว่า &amp;#8220;วางลงบนโต๊ะพร้อมเสียง &amp;#8216;Tak!&amp;#8217; ได้จุดประเด็นถกเถียงอย่างร้อนแรงและสร้างความไม่พอใจขึ้นในสังคม เนื่องจากคำว่า &amp;#8220;Tank&amp;#8221; ได้ปลุกความทรงจำอันแสบเจ็บปวดของหลายคนให้หวนนึกถึงเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างรุนแรงโดยกองทัพเกาหลีใต้ในช่วงการลุกฮือที่เมืองกวางจู เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมปี 1980&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนคำว่า &amp;#8220;Tak&amp;#8221; ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้หลายคนนึกถึง พัค จงชอล นักกิจกรรมนักศึกษาที่เสียชีวิตจากการทรมานของตำรวจในปี 1987 ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยหลังเกิดกระแสต่อต้านแคมเปญ “Tank Day” ดังกล่าว หัวหน้าของสตาร์บัคส์ โคเรียได้ถูกไล่ออกและนายชอง ยงจิน ประธานของชินเซเก กรุ๊ป ได้ออกมาขอโทษสำหรับแคมเปญดังกล่าวที่ได้สร้างผลกระทบต่อสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834640?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตร.เกาหลีใต้ บุกค้นสนง.ใหญ่ สตาร์บัคส์ ปมแคมเปญการตลาด โยงเหตุนองเลือดกวางจู&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตร.เกาหลีใต้ บุกค้นสนง.ใหญ่ สตาร์บัคส์ ปมแคมเปญการตลาด โยงเหตุนองเลือดกวางจู</dc:alternative><dc:abstract>ตร.เกาหลีใต้ บุกค้นสนง.ใหญ่ สตาร์บัคส์ ปมแคมเปญการตลาด โยงเหตุนองเลือดกวางจู</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-05T12:04:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-05T12:04:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T012949Z_818275541_RC21SMACD1SB_RTRMADP_3_STARBUCKS-SOUTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T012949Z_818275541_RC21SMACD1SB_RTRMADP_3_STARBUCKS-SOUTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T012949Z_818275541_RC21SMACD1SB_RTRMADP_3_STARBUCKS-SOUTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T012949Z_818275541_RC21SMACD1SB_RTRMADP_3_STARBUCKS-SOUTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T012949Z_818275541_RC21SMACD1SB_RTRMADP_3_STARBUCKS-SOUTHKOREA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T012949Z_818275541_RC21SMACD1SB_RTRMADP_3_STARBUCKS-SOUTHKOREA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ขู่ฟ่อ! น้องสาวคิม ลั่นเปียงยาง จะใช้ทางเลือกทางทหารใหม่ ตอบโต้ญี่ปุ่นแปลงร่าง สู่มหาอำนาจทางทหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834310]]></link><pubDate>2026-08-05T12:24:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5834310</guid><description>ขู่ฟ่อ! น้องสาวคิม ลั่นเปียงยาง จะใช้ทางเลือกทางทหารใหม่ ตอบโต้ญี่ปุ่นแปลงร่าง สู่มหาอำนาจทางทหาร คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกโรงเตือนผ่านถ้อยแถลงที่เผยแพร่ผ่านสำนั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ขู่ฟ่อ! น้องสาวคิม ลั่นเปียงยาง จะใช้ทางเลือกทางทหารใหม่ ตอบโต้ญี่ปุ่นแปลงร่าง สู่มหาอำนาจทางทหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกโรงเตือนผ่านถ้อยแถลงที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี(KCNA) เมื่อวันพุธ(5 ส.ค.)ว่า เปียงยางจะใช้ “ทางเลือกทางทหารเพิ่มเติม” เพื่อตอบโต้สิ่งที่เธอกล่าวหาว่าญี่ปุ่นกำลังแปรสภาพสู่การเป็นมหาอำนาจทางทหาร หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กที่ผลิตโดยสหรัฐเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในถ้อยแถลงดังกล่าว คิม โยจองกล่าวหาญี่ปุ่นว่าได้แปรเปลี่ยนจุดยืนจากการป้องกันและเปลี่ยนกองกำลังติดอาวุธของตนเองให้เป็นกองกำลังที่สามารถโจมตีล่วงหน้าและปฏิบัติการทางทหารนอกประเทศได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คิม โยจอง กล่าวอ้างถึงการทดสอบยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กจากเรือพิฆาตระบบเอจิสชื่อ “โชไค” ในมหาสมุทรแปซิฟิกของญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงการทดสอบยิงขีปนาวุธอื่นๆ และการเข้าร่วมของญี่ปุ่นในปฏิบัติการซ้อมรบร่วมนำโดยสหรัฐอเมริกาที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคิม โยจอง กล่าวว่า เกาหลีเหนือจะตอบโต้ในลักษณะที่ทำให้ญี่ปุ่นรู้สึกว่าความมั่นคงของตนเองตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราควรทำให้ญี่ปุ่นเสียใจ” คิม โยจองกล่าว ซึ่งเป็นการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงที่สุดต่อญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เธอยังกล่าวหาสหรัฐว่าเป็นผู้สนับสนุนการเสริมสร้างกำลังทางทหารของญี่ปุ่นโดยการจัดหาขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ดัดแปลงเรือสำหรับการใช้งานและสนับสนุนการทดสอบขีปนาวุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สหรัฐอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวทางทหารที่อันตรายเช่นนี้ของญี่ปุ่น” น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือกล่าว โดยเธอกล่าวด้วยว่า การที่ญี่ปุ่นได้มาซึ่งขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกล ทำให้เกาหลีเหนือและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อยู่ในระยะโจมตีได้ เพื่อตอบโต้กิจกรรมทางทหารของญี่ปุ่นที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของเกาหลีเหนือ เปียงยางจะจัดหาทางเลือกทางทหารเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยแถลงข้างต้นเป็นท่าทีล่าสุดของทางการเปียงยางในการวิพากษ์วิจารณ์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐ เกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยนับจากเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา KCNA ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการและบทความแสดงความคิดเห็นที่เป็นการประณามกิจกรรมทางทหารร่วมกันของ 3 ชาติดังกล่าว โดยชี้ว่าเป็นการคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคและยกระดับความตึงเครียดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834310?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ขู่ฟ่อ! น้องสาวคิม ลั่นเปียงยาง จะใช้ทางเลือกทางทหารใหม่ ตอบโต้ญี่ปุ่นแปลงร่าง สู่มหาอำนาจทางทหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ขู่ฟ่อ! น้องสาวคิม ลั่นเปียงยาง จะใช้ทางเลือกทางทหารใหม่ ตอบโต้ญี่ปุ่นแปลงร่าง สู่มหาอำนาจทางทหาร</dc:alternative><dc:abstract>ขู่ฟ่อ! น้องสาวคิม ลั่นเปียงยาง จะใช้ทางเลือกทางทหารใหม่ ตอบโต้ญี่ปุ่นแปลงร่าง สู่มหาอำนาจทางทหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-05T05:24:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-05T05:24:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-05-120320.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-05-120320-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-05-120320.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-05-120320-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-05-120320-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-05-120320-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระทึกกลางอากาศ! แอร์อินเดีย จากภูเก็ต ไปเดลี ตกหลุมอากาศรุนแรง บาดเจ็บกว่าสิบราย ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834202]]></link><pubDate>2026-08-05T11:20:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5834202</guid><description>ระทึกกลางอากาศ! แอร์อินเดีย จากภูเก็ต ไปเดลี ตกหลุมอากาศรุนแรง บาดเจ็บกว่าสิบราย สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดีย ที่บินจากภูเก็ตไปยังกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ประสบเห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ระทึกกลางอากาศ! แอร์อินเดีย จากภูเก็ต ไปเดลี ตกหลุมอากาศรุนแรง บาดเจ็บกว่าสิบราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดีย ที่บินจากภูเก็ตไปยังกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ประสบเหตุตกหลุมอากาศรุนแรง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่าสิบราย และมีรายงานลูกเรือคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินแอร์บัส เอ320 ที่บินจากภูเก็ตไปยังประเทศอินเดีย แต่เจอกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนักขณะบินอยู่ ทำให้เครื่องบินเกิดการดิ่งลงอย่างกะทันหัน 300 ฟุต และทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ ร่างกระเด็นไปมาภายในห้องโดยสาร ก่อนที่นักบินจะสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย ที่กรุงนิวเดลี เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นในอินเดีย โดยจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บยังมีตัวเลขไม่แน่ชัด บางสื่อรายงานว่า บาดเจ็บ 12 ราย ขณะที่บางสื่อรายงานว่า บาดเจ็บ 14 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งบนเครื่องบินลำดังกล่าว เปิดเผยกับสำนักข่าวนิวส์อินเตอร์เนชั่นแนลว่า เครื่องบินดูเหมือนจะเคลื่อนที่ไปปกติ แต่จู่ๆ ก็เริ่มมีสภาพอากาศแปรปรวน ก่อนที่เธอจะเห็นน้องสาวของเธอถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศจากที่นั่ง ส่วนแม่ถูกกระแทกที่ศีรษะ และโทรศัพท์ของเธอตกลงพื้น ส่วนคนที่นั่งอยู่ด้านหลังของเธอได้รับบาดเจ็บ และเห็นผู้โดยสารชายคนหนึ่งมีเลือดออกที่ใบหน้า เธอคิดว่าจะต้องตายเสียแล้ว เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่ากลัวอย่างมาก ทำให้เธอถึงกับตัวสั่นและร้องไห้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผู้โดยสารอีกคนบอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเครื่องบินขึ้นแล้วประมาณ 90 นาที และผู้โดยสารคนนี้จะดำเนินคดีทางกฎหมายกับสายการบินแอร์อินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า บรรดาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เมื่อเครื่องบินลงจอด ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสนามบินนิวเดลี และทางกรมการบินพลเรือนแห่งอินเดีย กำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีการยืนยันว่าลูกเรือคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสายการบินแอร์อินเดียระบุในแถลงการณ์ว่า เที่ยวบินดังกล่าว ซึ่งเป็นเที่ยวบิน AI2379 ประสบกับความปั่นป่วนในอากาศชั่วขณะระหว่างการบิน ทำให้ระดับความสูงเปลี่ยนแปลงไปชั่วขณะ และมีผู้โดยสารและลูกเรือจำนวนเล็กน้อยที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและต้องเข้ารับการตรวจรักษา โดยได้ถูกนำตัวส่งสถานพยาบาลที่สนามบินเพื่อตรวจร่างกายและดูแลโดยทีมงานสนามบิน และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของแอร์อินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834202?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระทึกกลางอากาศ! แอร์อินเดีย จากภูเก็ต ไปเดลี ตกหลุมอากาศรุนแรง บาดเจ็บกว่าสิบราย &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระทึกกลางอากาศ! แอร์อินเดีย จากภูเก็ต ไปเดลี ตกหลุมอากาศรุนแรง บาดเจ็บกว่าสิบราย </dc:alternative><dc:abstract>ระทึกกลางอากาศ! แอร์อินเดีย จากภูเก็ต ไปเดลี ตกหลุมอากาศรุนแรง บาดเจ็บกว่าสิบราย </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-05T05:07:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-05T05:07:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ai2379-phuket-delhi-encountered-clear-136442557.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ai2379-phuket-delhi-encountered-clear-136442557-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>768</mi:x1><mi:y1>1024</mi:y1><mi:x2>768</mi:x2><mi:y2>1024</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ai2379-phuket-delhi-encountered-clear-136442560.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ai2379-phuket-delhi-encountered-clear-136442560-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>768</mi:x1><mi:y1>1024</mi:y1><mi:x2>768</mi:x2><mi:y2>1024</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/air-india12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/764881272_1722050629013151_6416161736535469069_n-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/764881272_1722050629013151_6416161736535469069_n-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>675</mi:x1><mi:y1>1200</mi:y1><mi:x2>675</mi:x2><mi:y2>1200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ai2379-phuket-delhi-encountered-clear-136442560-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ai2379-phuket-delhi-encountered-clear-136442560-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>768</mi:x1><mi:y1>1024</mi:y1><mi:x2>768</mi:x2><mi:y2>1024</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กัวเตมาลา สั่งเฝ้าระวัง อพยพชาวบ้านหลายร้อย หลังภูเขาไฟปะทุ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834206]]></link><pubDate>2026-08-05T11:07:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5834206</guid><description>กัวเตมาลา สั่งเฝ้าระวัง อพยพชาวบ้านหลายร้อย หลังภูเขาไฟปะทุ กัวเตมาลายังคงประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ในวันที่ 4 สิงหาคม หลังอพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากพื้นที่ หลังภูเขาไฟฟูเอโก ที่ตั้งอยู่ในแนว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กัวเตมาลา สั่งเฝ้าระวัง อพยพชาวบ้านหลายร้อย หลังภูเขาไฟปะทุ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กัวเตมาลายังคงประกาศให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ในวันที่ 4 สิงหาคม หลังอพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากพื้นที่ หลังภูเขาไฟฟูเอโก ที่ตั้งอยู่ในแนววงแหวนแห่งไฟแปซิฟิกปะทุขึ้น โดยภูเขาไฟลูกนี้เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นและมีการปะทุบ่อยที่สุดในอเมริกากลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานประสานงานเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของกัวเตมาลา (CONRED) เผยว่า ได้อพยพประชาชน 659 คนจาก 8 หมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย และนำไปพักในศูนย์พักพิงชั่วคราวใกล้เคียงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่ได้รับการอพยพรวมถึงประชาชนราว 250 คนจากหมู่บ้านเอล ปอร์เวนีร์ และชุมชนเล็กๆ ชื่อลาส ลาฮิตัส พร้อมทั้งเตือนว่าเถ้าถ่านจากภูเขาไฟกำลังกระจายไปยังเมืองต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปะทุของภูเขาไฟเริ่มขึ้นเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ภาพวิดีโอเผยให้เห็นกลุ่มเมฆก๊าซและเถ้าถ่านขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นเหนือปล่องภูเขาไฟ พร้อมกับลาวาและกระแสธารไพโรคลาสติก ซึ่งประกอบด้วยก๊าซร้อน เถ้าภูเขาไฟ และเศษหินที่มีอุณหภูมิสูง ไหลทะลักลงมาตามไหล่เขาด้วยความเร็วสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลอเดียนน์ โอกัลเดส เลขาธิการบริหารของ CONRED กล่าวว่า คาดว่าจะมีการอพยพประชาชนจากชุมชนเพิ่มเติมอีกประมาณ 10 แห่งตลอดทั้งวัน เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความเสี่ยง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการยังได้สั่งปิดทางหลวงสายหลักหมายเลข 14 ซึ่งตัดผ่านบริเวณใกล้กับภูเขาไฟ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการก็สั่งระงับการเรียนการสอนในเมืองต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ภูเขาไฟฟูเอโกเคยปะทุครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และทำให้หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านถูกทำลาย โดย มีประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนั้นมากถึง 1.7 ล้านคน ส่วนการปะทุอีกครั้งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนล่วงหน้าเพื่อป้องกันอันตรายด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834206?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กัวเตมาลา สั่งเฝ้าระวัง อพยพชาวบ้านหลายร้อย หลังภูเขาไฟปะทุ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กัวเตมาลา สั่งเฝ้าระวัง อพยพชาวบ้านหลายร้อย หลังภูเขาไฟปะทุ</dc:alternative><dc:abstract>กัวเตมาลา สั่งเฝ้าระวัง อพยพชาวบ้านหลายร้อย หลังภูเขาไฟปะทุ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-05T04:07:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-05T04:07:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26216449229508.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26216449229508-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26216449229508.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26216449229508-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26216449229508-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26216449229508-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คลังแสงเกลี้ยง! แพนตากอนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลจนใกล้หมด ในศึกอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834047]]></link><pubDate>2026-08-05T10:00:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5834047</guid><description>คลังแสงเกลี้ยง! แพนตากอนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลจนใกล้หมด ในศึกอิหร่าน สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า กองทัพบกสหรัฐได้ใช้คลังขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูงซึ่งประจำการอยู่ทั่วโลกไปเป็นจำนวนมากในช่วงสงครา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คลังแสงเกลี้ยง! แพนตากอนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลจนใกล้หมด ในศึกอิหร่าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า กองทัพบกสหรัฐได้ใช้คลังขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูงซึ่งประจำการอยู่ทั่วโลกไปเป็นจำนวนมากในช่วงสงครามกับอิหร่านที่ดำเนินมายาวนาน 5 เดือน ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าว 3 รายที่รับทราบข้อมูลดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมรบของกองทัพสหรัฐในการรับมือกับความขัดแย้งในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขีปนาวุธส่วนใหญ่ที่ถูกใช้ไปเป็นขีปนาวุธโจมตีพื้นสู่พื้นของกองทัพบกสหรัฐ ประกอบด้วย ระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธี (ATACMS) และขีปนาวุธโจมตีแม่นยำ (PrSM) โดยแหล่งข่าว 2 รายระบุว่า สหรัฐได้ใช้ขีปนาวุธทั้งสองประเภทนี้ไปเกือบทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลังอาวุธของระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สำคัญได้รับผลกระทบอย่างหนักเป็นพิเศษจากสงครามกับอิหร่าน โดยกองทัพสหรัฐได้ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบ THAAD ไปแล้วเกือบสี่ในห้าของจำนวนที่มีอยู่ก่อนสงคราม ขณะที่ขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบ Patriot ก็ถูกใช้ไปประมาณครึ่งหนึ่ง นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวสองรายที่รับทราบรายงานสินค้าคงคลังอาวุธล่าสุดของกองทัพ การเปิดเผยว่าคลังขีปนาวุธ THAAD ลดลงจนเหลือน้อยมากเช่นนี้ ยังไม่เคยมีการรายงานต่อสาธารณะมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขีปนาวุธโจมตีพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูงเหล่านี้มีราคาลูกละมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถือเป็นอาวุธสำคัญในคลังแสงของกองทัพ เพราะช่วยให้สามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำจากระยะไกล โดยไม่จำเป็นต้องนำกำลังพลเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ขีปนาวุธ ATACMS ที่สหรัฐจัดหาให้ยูเครนมีบทบาทสำคัญในสงครามยูเครน โดยเปิดโอกาสให้กองทัพยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายภายในดินแดนรัสเซียได้ ส่วน PrSM เป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่า มีพิสัยยิงไกลกว่า และถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้ามาแทนที่ ATACMS ซึ่งมีพิสัยยิงสั้นกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขาดแคลนขีปนาวุธระยะไกลที่สามารถโจมตีได้อย่างแม่นยำสูง หมายความว่า หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจกลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ สหรัฐอาจต้องพึ่งพาภารกิจทิ้งระเบิดโดยนักบินจากเครื่องบินรบ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าการใช้ขีปนาวุธโจมตีจากระยะไกล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าขณะนี้สหรัฐยังเหลือขีปนาวุธแต่ละประเภทอยู่จำนวนเท่าใด ก่อนหน้านี้ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศ (CSIS) ประเมินว่า ก่อนสงครามอิหร่านเริ่มต้น สหรัฐมีขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบ Patriot อยู่ประมาณ 2,200 ลูก และมีขีปนาวุธ THAAD อีกประมาณ 452 ลูก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาติพันธมิตรของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซียได้แสดงความกังวลครั้งใหม่ว่า การขาดแคลนระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของพวกเขาในการรับมือกับการโจมตีตอบโต้จากอิหร่าน หากทรัมป์ตัดสินใจยกระดับความขัดแย้งไปสู่การทำสงครามรอบใหม่กับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่หลายรายกล่าวว่า หลายประเทศในภูมิภาครัฐอ่าวอาหรับพึ่งพาระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐ และการยอมรับว่าคลังอาวุธของสหรัฐลดลง อาจทำให้ความสามารถของพวกเขาในการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านลดลงด้วย โดยเฉพาะหากประเทศเหล่านั้นตกเป็นเป้าหมายการโจมตีเพื่อตอบโต้การยกระดับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องคลังอาวุธที่ลดลงนี้ ถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออีกครั้งก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะตัดสินใจยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านรอบใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นอย่างน้อยครั้งที่สองในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ที่ปรึกษาทางทหารระดับสูงของทรัมป์แสดงความกังวลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญของสหรัฐที่กำลังลดลง ระหว่างการหารือว่าจะยกระดับสงครามกับอิหร่านหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่า คำเตือนล่าสุดเกี่ยวกับการขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์ ประกอบกับข้อมูลข่าวกรองอื่นๆ ที่นำเสนอต่อทรัมป์ ซึ่งระบุถึงผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นหากสหรัฐโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน โดยเฉพาะเป้าหมายด้านพลังงาน รวมถึงความกังวลที่ประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียแสดงออกมา มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้แม้แต่ที่ปรึกษาสายแข็งของทรัมป์บางคนก็เห็นว่า มีเหตุผลเพียงพอที่จะยกเลิกปฏิบัติการทางทหารที่วางแผนไว้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์เผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ทรัมป์มีแผนจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ และนายพีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้รับคำสั่งขั้นสุดท้ายให้ &amp;#8220;เดินหน้าปฏิบัติการ&amp;#8221; แล้ว แต่ก็เปลี่ยนใจหลังหารือกับพันธมิตรในตะวันออกกลางเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยอมรับฟังข้อกังวลของพันธมิตร รวมทั้งเปิดโอกาสให้อิหร่านได้แสดงท่าทีด้วย จากนั้นจึงสั่งให้นายเฮกเซธ ระงับปฏิบัติการไว้ก่อน แต่ไม่ได้ยกเลิกแผนการโจมตีดังกล่าว และยังคงเก็บทางเลือกในการโจมตีไว้สำหรับอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834047?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คลังแสงเกลี้ยง! แพนตากอนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลจนใกล้หมด ในศึกอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คลังแสงเกลี้ยง! แพนตากอนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลจนใกล้หมด ในศึกอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>คลังแสงเกลี้ยง! แพนตากอนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลจนใกล้หมด ในศึกอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-05T03:18:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-05T03:18:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ptg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ptg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ptg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ptg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ptg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ptg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันหลุด 80 ดอลล์ ต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ ตอบรับข่าวดี หวังเปิดฮอร์มุซในสัปดาห์นี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834035]]></link><pubDate>2026-08-05T08:41:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5834035</guid><description>น้ำมันหลุด 80 ดอลล์ ต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ ตอบรับข่าวดี หวังเปิดฮอร์มุซในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐส่งสัญญาณสร้างคว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันหลุด 80 ดอลล์ ต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ ตอบรับข่าวดี หวังเปิดฮอร์มุซในสัปดาห์นี้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐส่งสัญญาณสร้างความหวังว่า อาจสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกกลับมาให้เรือสินค้าใช้สัญจรได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เผยตรงกันว่าการเจรจามีความคืบหน้า และมีความเป็นไปได้ที่การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รูบิโอกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐว่า การหารือกับอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับการเปิดทางให้เรือเดินสมุทรผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้า แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย ซึ่งเราหวังว่าจะสามารถบรรลุผลได้ในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเบสเซนต์กล่าวว่า ข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม หรือวันพุธที่ 5 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มีโอกาสที่เราจะบรรลุข้อตกลงได้ภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ เพื่อเปิดช่องแคบและนำสถานการณ์ความขัดแย้งกลับเข้าสู่ภาวะที่เป็นปกติมากขึ้น&amp;#8221; เบสเซนต์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับ CNBC&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่าอิหร่านจะได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบหรือไม่ เบสเซนต์ตอบว่า &amp;#8220;สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเสรีภาพในการเดินเรือ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐจะระบุว่าการเจรจามีความคืบหน้า แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นจะมีเนื้อหาอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงของตลาดโลก ปรับตัวลดลงเกือบ 5% มาอยู่ต่ำกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดย ณ เวลา 08.30 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม ตามเวลาในไทย ราคาน้ำมันเบรนท์ซื้อขายที่ 79.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ก็ร่วงลงมากกว่า 5% เช่นกัน มาอยู่ที่ประมาณ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดย ณ เวลาเดียวกันตามเวลาในไทยข้างต้น ราคาน้ำมัน WTI อยู่ที่ 75.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยทั้งสัญญาเบรนท์และ WTI ต่างลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม หรือต่ำที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันอาจคลี่คลายลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5834035?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันหลุด 80 ดอลล์ ต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ ตอบรับข่าวดี หวังเปิดฮอร์มุซในสัปดาห์นี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันหลุด 80 ดอลล์ ต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ ตอบรับข่าวดี หวังเปิดฮอร์มุซในสัปดาห์นี้</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันหลุด 80 ดอลล์ ต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ ตอบรับข่าวดี หวังเปิดฮอร์มุซในสัปดาห์นี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-05T05:49:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-05T05:49:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูต ตรวจบรรจุร่าง ฮลุน โซโล่ แล้ว เตรียมส่งกลับไทย ย้ำยังติดตามผลชันสูตรจากจอร์เจีย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833720]]></link><pubDate>2026-08-04T19:02:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5833720</guid><description>สถานทูตไทยตรวจบรรจุร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ แล้ว เตรียมส่งกลับประเทศไทย ยังติดตามผลชันสูตรอย่างเป็นทางการจากจอร์เจีย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เพจเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตรุกี เปิดเผยควา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สถานทูตไทยตรวจบรรจุร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ แล้ว เตรียมส่งกลับประเทศไทย ยังติดตามผลชันสูตรอย่างเป็นทางการจากจอร์เจีย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เพจเฟซบุ๊ก&lt;strong&gt; สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตรุกี&lt;/strong&gt; เปิดเผยความคืบหน้าขั้นตอนการนำร่างของ &lt;strong&gt;นายบวรทัต เป็งสุข&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;ฮลุน โซโล่&lt;/strong&gt; ยูทูบเบอร์ด้านการท่องเที่ยวชาวไทย ที่เสียชีวิตในประเทศจอร์เจีย ว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 เวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยอาสาสมัครชาวไทยในจอร์เจีย และผู้แทนบริษัทผู้รับขนส่ง ได้ร่วมตรวจสอบการบรรจุร่างของนายบวรทัต เป็งสุข หรือคุณ “ฮลุน โซโล่” &lt;strong&gt;เพื่อเตรียมการขนส่งกลับประเทศไทย&lt;/strong&gt; โดยได้แจ้งกำหนดการส่งร่างกลับแก่ญาติและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบโดยตรงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ และการส่งสิ่งของส่วนตัวจากฝ่ายจอร์เจียอย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน &lt;strong&gt;น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร&lt;/strong&gt; อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา พร้อมด้วยอาสาสมัครชาวไทยในจอร์เจีย และผู้แทนบริษัทผู้รับขนส่ง ได้ร่วมกันเตรียมการส่งร่างนายบวรทัตฯ กลับประเทศไทย และได้แจ้งกำหนดการแก่ญาติและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบโดยตรงแล้ว โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มอบหมายให้รักษาการอธิบดีกรมการกงสุลไปช่วยดูแลอำนวยความสะดวกเมื่อมาถึงประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะยังคงติดตามผลการชันสูตรอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่ได้ขอให้ฝ่ายจอร์เจียเร่งรัดกระบวนการด้วยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;size-full wp-image-5833721 aligncenter&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2048&quot; height=&quot;1536&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-300x225.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-1024x768.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-768x576.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-1536x1152.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-728x546.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-1068x801.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-560x420.jpg 560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-400x300.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-250x188.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2048px) 100vw, 2048px&quot; /&gt; &lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;size-full wp-image-5833722 aligncenter&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2048&quot; height=&quot;1536&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-300x225.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-1024x768.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-768x576.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-1536x1152.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-728x546.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-1068x801.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-560x420.jpg 560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-400x300.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-250x188.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2048px) 100vw, 2048px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833720?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูต ตรวจบรรจุร่าง ฮลุน โซโล่ แล้ว เตรียมส่งกลับไทย ย้ำยังติดตามผลชันสูตรจากจอร์เจีย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูต ตรวจบรรจุร่าง ฮลุน โซโล่ แล้ว เตรียมส่งกลับไทย ย้ำยังติดตามผลชันสูตรจากจอร์เจีย</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูต ตรวจบรรจุร่าง ฮลุน โซโล่ แล้ว เตรียมส่งกลับไทย ย้ำยังติดตามผลชันสูตรจากจอร์เจีย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T13:38:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T13:38:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b354.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b354-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762676881_1475566021282748_8006079659930286872_n-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2048</mi:x1><mi:y1>1536</mi:y1><mi:x2>2048</mi:x2><mi:y2>1536</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/762974747_1475566024616081_6857299564398837353_n-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2048</mi:x1><mi:y1>1536</mi:y1><mi:x2>2048</mi:x2><mi:y2>1536</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b354.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b354-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b355.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b355-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทำเนียบขาวเรียกถก 4 ยักษ์ เอไอ หารือความปลอดภัยไซเบอร์ หลังเกิดเหตุเอไอหลุดควบคุม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833480]]></link><pubDate>2026-08-04T16:47:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5833480</guid><description>ทำเนียบขาวเรียกถก 4 ยักษ์ เอไอ หารือความปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังเกิดเหตุเอไอหลุดควบคุมไปแฮกระบบบริษัท สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ระบุว่า ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐ หรือทำเนียบขาว ได้เชิญตัวแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทำเนียบขาวเรียกถก 4 ยักษ์ เอไอ หารือความปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังเกิดเหตุเอไอหลุดควบคุมไปแฮกระบบบริษัท&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ระบุว่า ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐ หรือทำเนียบขาว ได้เชิญตัวแทนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ทั้ง เมต้า , แอนโทรปิก , กูเกิล และ โอเพ่นเอไอ เข้าพบ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับการทดสอบความปลอดภัยโดยสมัครใจของรัฐบาลสำหรับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ที่ล้ำหน้าที่สุดของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แอนโทรปิก และ โอเพ่นเอไอ เพิ่งจะแจ้งว่า เครื่องมือเอไอของบริษัททั้งสอง สามารถเจาะระบบของบริษัทอื่นได้ ทำให้บรรดานักการเมืองสหรัฐเกิดความกังวลว่า โมเดลเอไอ ที่มีความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆนั้น อาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์ หรืออำนวยความสะดวกในการโจมตีทางไซเบอร์ได้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สรุปรายละเอียดของการทดสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยสมัครใจ เพื่อวัดความสามารถในการแฮกของโมเดล เอไอ ที่ล้ำหน้าสุดของอเมริกา และกำลังวางแผนที่จะหารือกับบรรดาผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเอไอ แต่ไม่ได้ระบุว่า ใครจะเป็นผู้เข้าร่วมการหารือดังกล่าว ขณะที่โฆษกของเมต้า กล่าวว่า เมต้า ได้รับเชิญ เช่นเดียวกับ แอนโทรปิก และ โอเพ่นเอไอ ที่ได้รับเชิญเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบ รวมถึงวิธีการรายงานผล ตัวชี้วัดที่ใช้และว่า จะมีการเปิดเผยข้อมูลใดๆต่อสาธารณะหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มอัยการรัฐจากพรรครีพับลิกัน 15 รัฐ ได้ขอให้ทางโอเพ่น เอไอ เก็บรักษาเอกสารที่อาจเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยว่า ระบบเอไอ ของบริษัทหลุดจากการควบคุมและแฮกเข้าไปในบริษัท เอไอ ที่ชื่อ &amp;#8220;Hugging Face&amp;#8221; โดยมีการอ้างถึงรายงานของรอยเตอร์ที่ระบุว่า ในกรณีหนึ่ง เอเจนต์ เอไอ ที่ควบคุมไม่ได้ ได้ทิ้งบันทึกข้อความบอกวิธีที่ เอไอ เวอร์ชั่นอนาคตจะสามารถหลบเลี่ยงระบบความปลอดภัยภายในเอาไว้ พร้อมระบุว่า โอเพ่นเอไอ อาจกระทำการละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคระดับรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน โอเพ่น เอไอ ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับจดหมายจากกลุ่มอัยการสูงสุดอย่างจริงจัง และจะเปิดเผยรายงานเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการโจมตี Hugging Face หลังจากตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และเมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการความมั่นคงทางไซเบอร์ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ขอให้ แซม อัลต์แมน จาก โอเพ่นเอไอ บรรยายสรุปเกี่ยวกับการโจมตี Hugging Face&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย โอเพ่นเอไอ กล่าวในแถลงการณ์ว่า อัลต์แมน ได้ไปเยือนทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดการทดสอบโดยสมัครใจ และผลิตภัณฑ์ เอไอ ที่กำลังจะมีการเปิดตัวของบริษัท ในแถลงการณ์แยกต่างหากเมื่อวันเดียวกัน โอเพ่นเอไอ ได้ขอให้ฝ่ายบริหารของทรัมป์ นำผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของ เอไอ จากกระทรวงพาณิชย์ มาเป็นศูนย์กลางของการทดสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยได้ชี้ไปที่จีน ซึ่งรัฐบาลมีกลยุทธ์ด้าน เอไอ ที่รวมศูนย์มากกว่าเมื่อเทียบกับสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ ดิ อินฟอร์เมชั่น สื่อด้านเทคโนโลยี รายงานเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า ฝ่ายบริหารของทรัมป์ ได้เชิญตัวแทนจากกูเกิล แต่ทางโฆษกของกูเกิลปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าว ข่าวระบุว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้สั่งการให้ทีมงานของเขา เขียนชุดการทดสอบเพื่อประเมินความสามารถในการแฮกของระบบเอไอ ที่ทันสมัยที่สุดของอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833480?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทำเนียบขาวเรียกถก 4 ยักษ์ เอไอ หารือความปลอดภัยไซเบอร์ หลังเกิดเหตุเอไอหลุดควบคุม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทำเนียบขาวเรียกถก 4 ยักษ์ เอไอ หารือความปลอดภัยไซเบอร์ หลังเกิดเหตุเอไอหลุดควบคุม</dc:alternative><dc:abstract>ทำเนียบขาวเรียกถก 4 ยักษ์ เอไอ หารือความปลอดภัยไซเบอร์ หลังเกิดเหตุเอไอหลุดควบคุม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T09:47:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T09:47:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/artificial-intelligence-3382507.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/artificial-intelligence-3382507-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/artificial-intelligence-3382507.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/artificial-intelligence-3382507-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/artificial-intelligence-3382507999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/artificial-intelligence-3382507999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วิเคราะห์ชี้ เรือบรรทุกน้ำมัน ในตอ.กลาง เสี่ยงภัยคุกคามครั้งเลวร้ายสุด นับจากสงครามอิหร่านเปิดฉาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833493]]></link><pubDate>2026-08-04T16:45:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5833493</guid><description>วิเคราะห์ชี้ เรือบรรทุกน้ำมัน ในตอ.กลาง เสี่ยงภัยคุกคามครั้งเลวร้ายสุด นับจากสงครามอิหร่านเปิดฉาก สำนักข่าวบีบีซีอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์หลายรายมองสอดคล้องกันว่า ภัยคุกคามต่อเรือบรรทุกน้ำมันในตะวัน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วิเคราะห์ชี้ เรือบรรทุกน้ำมัน ในตอ.กลาง เสี่ยงภัยคุกคามครั้งเลวร้ายสุด นับจากสงครามอิหร่านเปิดฉาก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวบีบีซีอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์หลายรายมองสอดคล้องกันว่า ภัยคุกคามต่อเรือบรรทุกน้ำมันในตะวันออกกลางอยู่ในระดับเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเปิดฉากขึ้น โดยสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงหลังจากเกิดเหตุโจมตีระลอกล่าสุดในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้ นั่นคือ ทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำเตือนดังกล่าวของนักวิเคราะห์มีขึ้นหลังจากมีรายงานเรือขนส่งหลายลำถูกโจมตีในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางที่เรือบรรทุกน้ำมันส่วนหนึ่งเลือกใช้เส้นทางน้ำนี้แทนช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานและก๊าซมากถึง 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งถูกอิหร่านปิดกั้นไม่ให้สัญจร เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลทำสงครามโจมตีอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธในประเทศเยเมน และเป็นพันธมิตรกับอิหร่าน ได้ประกาศมุ่งเป้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลาง นั่นทำให้ความเสี่ยงภัยในการเดินเรือผ่านทะเลแดงมีเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แมททิว ไรท์ นักวิเคราะห์จาก เคปเลอร์ บริษัทติดตามการเดินเรือ กล่าวว่า ในแง่ของภัยคุกคามต่อการค้าน้ำมันดิบ เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์นี้ขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของเคปเลอร์ระบุว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้เมื่อวันอาทิตย์(2 ส.ค.) มีเพียง 8 ลำ และมีกว่า 11 ลำ ในวันเสาร์(1 ส.ค.) เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามอิหร่านครั้งนี้ มีเรือสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้มากกว่าวันละ 100 ลำ ขณะที่ในวันเสาร์มีเรือขนส่งสินค้าแล่นผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบที่เชื่อมสู่ทะเลแดง มีจำนวน 28 ลำ โดยมี 6 ลำที่ปิดการทำงานของเครื่องส่งสัญญาณ ซึ่งบ่งชี้ว่าเรือเหล่านั้นพยายามหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สถานการณ์ที่ยืดเยื้อในช่องแคบฮอร์มุซไม่เพียงแต่กำลังจำกัดการไหลเวียนของน้ำมันเท่านั้น แต่ปัจจัยสำคัญที่เคยช่วยสร้างสมดุลให้กับตลาดก็กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน นี่ถือเป็นปัญหาที่ซ้ำเติมปัญหาเดิมเข้าไปอีก&amp;#8221; ไรท์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทิม วิลคินส์ กรรมการผู้จัดการของ อินเตอร์แทงโก ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมัน กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่ขยายวงกว้างขึ้น เลวร้ายลง และมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยขณะนี้พื้นที่ที่มี&lt;br /&gt;
ความเสี่ยงภัยสูงได้ขยายตัวขึ้นไปถึงน่านน้ำของซาอุดีอาระเบียและลามไปถึงบางส่วนของทะเลแดง ซึ่งสิ่งนี้กำลังส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อทั้งตลาดและเสรีภาพในการเดินเรือด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เคปเลอร์ระบุว่า ไม่ใช่เรือทุกลำที่จะงดการแล่นผ่านทะเลแดง เนื่องจากภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตีมุ่งเป้าไปที่เรือขนส่งของซาอุดีอาระเบียเท่านั้น โดยปริมาณเรือโดยรวมยังคงอยู่ที่ระดับประมาณร้อยละ 50 ของช่วงก่อนเกิดเหตุโจมตี อย่างไรก็ตาม จำนวนเรือที่บรรทุกน้ำมันดิบเพื่อส่งออกไปยังเอเชียและแล่นผ่านเส้นทางนี้ ได้ลดลงเหลือเพียงวันละประมาณ 4 ลำ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ Hapag-Lloyd บริษัทขนส่งทางเรือยักษ์ใหญ่โลก กล่าวว่า เรือขนส่งบางลำของบริษัทยังคงสัญจรผ่านทะเลแดง แต่ทางบริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับเปลี่ยนเครือข่ายการเดินเรือหากสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;หากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง เรือส่วนใหญ่น่าจะสามารถออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้ค่อนข้างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูระบบการขนส่งสินค้าให้กลับสู่ภาวะปกตินั้นจะต้องใช้เวลานานกว่ามาก” โฆษกของ Hapag-Lloyd ระบุ และว่าเนื่องจากมีการระงับการให้บริการและโยกย้ายเรือไปปฏิบัติการในเส้นทางอื่นแล้ว การจะกลับมาดำเนินการขนส่งตามปกติได้นั้น น่าจะต้องใช้เวลาถึง 3-4 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ ปีเตอร์ แซนด์ หัวหน้านักวิเคราะห์ของ Xeneta อีกหนึ่งบริษัทที่ให้บริการติดตามข้อมูลการเดินเรือ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งได้ฉุดรั้งอุตสาหกรรมขนส่งทางเรือให้ &amp;#8220;กลับไปสู่จุดเริ่มต้น&amp;#8221; และทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมตกอยู่ในสภาวะที่เลวร้ายอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะพิจารณาจากการขนส่งสินค้าประเภทใดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ทางเลือกต่างๆ ในการขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้ากลุ่มไฮโดรคาร์บอนหรือการขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ล้วนไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก สถานการณ์ยังคงน่ากังวลอย่างมาก โดยยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์จะพลิกฟื้นไปในทางที่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้&amp;#8221; หัวหน้านักวิเคราะห์ของ Xeneta กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833493?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วิเคราะห์ชี้ เรือบรรทุกน้ำมัน ในตอ.กลาง เสี่ยงภัยคุกคามครั้งเลวร้ายสุด นับจากสงครามอิหร่านเปิดฉาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วิเคราะห์ชี้ เรือบรรทุกน้ำมัน ในตอ.กลาง เสี่ยงภัยคุกคามครั้งเลวร้ายสุด นับจากสงครามอิหร่านเปิดฉาก</dc:alternative><dc:abstract>วิเคราะห์ชี้ เรือบรรทุกน้ำมัน ในตอ.กลาง เสี่ยงภัยคุกคามครั้งเลวร้ายสุด นับจากสงครามอิหร่านเปิดฉาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T09:51:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T09:51:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-24T194006Z_526739983_RC2LD6A7RFZM_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SHIPPING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-24T194006Z_526739983_RC2LD6A7RFZM_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SHIPPING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-24T194006Z_526739983_RC2LD6A7RFZM_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SHIPPING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-24T194006Z_526739983_RC2LD6A7RFZM_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SHIPPING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-24T194006Z_526739983_RC2LD6A7RFZM_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SHIPPING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-07-24T194006Z_526739983_RC2LD6A7RFZM_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SHIPPING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เทเลแกรม ปลิวหายจาก แอปเปิลสโตร์ ชั่วคราว หลังพบโพสต์เนื้อหาละเมิดทางเพศเด็ก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833260]]></link><pubDate>2026-08-04T15:03:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5833260</guid><description>เทเลแกรม ปลิวหายจาก แอปเปิลสโตร์ ชั่วคราว หลังพบโพสต์เนื้อหาละเมิดทางเพศเด็ก เทเลแกรม แอปพลิเคชันสนทนายอดนิยม เปิดเผยในวันอังคาร(4 ส.ค.)ว่า เทเลแกรม ได้ถูกถอดออกจาก แอปเปิลสโตร์ (Apple Store) ร้านค้าป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เทเลแกรม ปลิวหายจาก แอปเปิลสโตร์ ชั่วคราว หลังพบโพสต์เนื้อหาละเมิดทางเพศเด็ก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เทเลแกรม แอปพลิเคชันสนทนายอดนิยม เปิดเผยในวันอังคาร(4 ส.ค.)ว่า เทเลแกรม ได้ถูกถอดออกจาก แอปเปิลสโตร์ (Apple Store) ร้านค้าปลีกของบริษัท แอปเปิล (Apple) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน “ไอโฟน” ทั่วโลกเป็นการชั่วคราว หลังจากแอปเปิลได้รับรายงานว่ามีผู้ใช้รายหนึ่งเผยแพร่เนื้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กลงแอปดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโฆษกของแอปเปิลยืนยันว่าได้ดำเนินการลบแอป เทเลแกรม ออกจากแอปเปิลสโตร์จริง หลังจากตรวจสอบพบเนื้อหาที่เป็นการละเมิดหลักเกณฑ์ซึ่งห้ามเผยแพร่สื่อเกี่ยวการล่วงละเมิดทางเพศเด็กบนแพลตฟอร์มของเทเลแกรม อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาได้มีการกู้คืนเทเลแกรมกลับมาในแอปสโตร์ในวันเดียวกัน หลังจากนักพัฒนาได้ลบเนื้อหาและระงับบัญชีผู้ใช้ที่โพสต์เนื้อหานั้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เทเลแกรม ซึ่งมีผู้ใช้งานประจำในแต่ละเดือนมากกว่า 1 พันล้านคน ระบุว่าบริษัทไม่มีนโยบายอดกลั้นต่อเนื้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศโดยเด็ดขาด โดยในปีนี้เทเลแกรมได้ปิดกั้นกลุ่มและช่องทางต่างๆ ไปแล้วเกือบ 338,000 แห่งเนื่องจากพบเนื้อหาไม่เหมาะสมในลักษณะดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้แอปเปิลเคยถอดเทเลแกรมออกจากแอปเปิลสโตร์เป็นการชั่วคราวมาแล้วในปี 2018 หลังจากพบเนื้อหาที่ พาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้งเทเลแกรมเรียกว่าเป็น “เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม” ก่อนเทเลแกรมจะถูกกู้กลับมาในแอปเปิลสโตร์ หลังจากเทเลแกรมได้เพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เทเลแกรมได้โพสต์ข้อความบน X ว่า “มั่นใจได้เลยใช่ไหมว่าในอนาคต แอปเปิล จะใช้มาตรฐานเดียวกันนี้กับแอปอื่นๆ ทั้งหมดบนสโตร์ด้วย?” ซึ่งเป็นการตอบกลับผู้ใช้งานที่แชร์แถลงการณ์ของแอปเปิล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทิม สวีนีย์ ซีอีโอของ Epic Games ผู้พัฒนาเกม Fortnite ซึ่งมีข้อพิพาททางกฎหมายกับ แอปเปิล มานานหลายปี ก็ได้ตั้งคำถามถึงการตัดสินใจของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐรายนี้เช่นกัน โดยกล่าวว่า แอปเปิลระบุว่าพวกเขาถอดแอปออกจากระบบ ทำให้ผู้ใช้งานนับพันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงได้ เพียงเพราะมีผู้ใช้งานเทเลแกรมรายหนึ่งโพสต์เนื้อหาที่เลวร้ายและผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาไม่ได้อธิบายขยายความว่า หากนั่นคือเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการถอดแอปออกจากสโตร์ แล้วแอปสำหรับการสื่อสารต่างๆ จะสามารถเปิดให้บริการในวงกว้างได้อย่างไร ซึ่งรวมถึง iMessage ด้วย&amp;#8221; สวีนย์โพสต์บน X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833260?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เทเลแกรม ปลิวหายจาก แอปเปิลสโตร์ ชั่วคราว หลังพบโพสต์เนื้อหาละเมิดทางเพศเด็ก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เทเลแกรม ปลิวหายจาก แอปเปิลสโตร์ ชั่วคราว หลังพบโพสต์เนื้อหาละเมิดทางเพศเด็ก</dc:alternative><dc:abstract>เทเลแกรม ปลิวหายจาก แอปเปิลสโตร์ ชั่วคราว หลังพบโพสต์เนื้อหาละเมิดทางเพศเด็ก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T08:03:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T08:03:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035545Z_1194001971_RC2UWLAL7PHC_RTRMADP_3_APPLE-TELEGRAM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035545Z_1194001971_RC2UWLAL7PHC_RTRMADP_3_APPLE-TELEGRAM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035545Z_1194001971_RC2UWLAL7PHC_RTRMADP_3_APPLE-TELEGRAM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035545Z_1194001971_RC2UWLAL7PHC_RTRMADP_3_APPLE-TELEGRAM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035545Z_1194001971_RC2UWLAL7PHC_RTRMADP_3_APPLE-TELEGRAM-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035545Z_1194001971_RC2UWLAL7PHC_RTRMADP_3_APPLE-TELEGRAM-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สงคราม-ศก. เขย่าทรัมป์? โพลชี้ เดโมแครตแซงรีพับลิกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833100]]></link><pubDate>2026-08-04T14:22:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5833100</guid><description>สงคราม-ศก. เขย่าทรัมป์? โพลชี้ เดโมแครตแซงรีพับลิกัน รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอส ที่จัดทำระหว่างวันที่วันที่ 29 กรกฎาคมถึง 3 สิงหาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พรรคเดโมแครตได้รับคะแนนความเช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สงคราม-ศก. เขย่าทรัมป์? โพลชี้ เดโมแครตแซงรีพับลิกัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอส ที่จัดทำระหว่างวันที่วันที่ 29 กรกฎาคมถึง 3 สิงหาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พรรคเดโมแครตได้รับคะแนนความเชื่อมั่นด้านการบริหารเศรษฐกิจเหนือกว่าพรรครีพับลิกันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 37% มองว่าเดโมแครตมีแนวทางบริหารเศรษฐกิจได้ดีกว่า เทียบกับ 36% ที่เลือกพรรครีพับลิกัน และอีก 27% ยังไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลโพลดังกล่าวถือเป็นการพลิกสถานการณ์ครั้งสำคัญ หลังจากพรรครีพับลิกันครองความได้เปรียบด้านการบริหารเศรษฐกิจมาโดยตลอด ตั้งแต่วาระแรกในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านยุคของโจ ไบเดน จนถึงวาระที่สองของทรัมป์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผลสำรวจยังพบว่า คะแนนนิยมในการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีทรัมป์ลดลงเหลือ 35% ซึ่งอยู่ห่างจากระดับต่ำสุดในวาระเพียง 1% ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในปัจจุบัน ผู้ลงคะแนน 42% ระบุว่าจะเลือกผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ขณะที่ 37% เลือกพรรครีพับลิกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระที่เทใจให้เดโมแครตนำห่างรีพับลิกันถึง 12% ซึ่งสร้างความสุ่มเสี่ยงต่อพรรครีพับลิกันในการปกป้องเสียงข้างมากที่มีอยู่อย่างเฉียดฉิว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรครีพับลิกันสูญเสียความได้เปรียบด้านเศรษฐกิจ มาจากการที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้สงครามยืดเยื้อจนราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นไปมากกว่า 25% ชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อแกลลอน แม้ทรัมป์จะย้ำว่าการโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และสร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านโค่นล้มรัฐบาลของตนเอง แต่แรงกดดันจากราคาพลังงานกลับกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมเศรษฐกิจสหรัฐอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงปฏิเสธผลสำรวจจากหลายสำนักอย่างต่อเนื่อง โดยเขาออกมาตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ผลสำรวจที่แท้จริงแสดงให้เห็นว่าคะแนนนิยมของเขายังคงอยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมโจมตีสื่อบางแห่งว่าเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนความจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833100?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สงคราม-ศก. เขย่าทรัมป์? โพลชี้ เดโมแครตแซงรีพับลิกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สงคราม-ศก. เขย่าทรัมป์? โพลชี้ เดโมแครตแซงรีพับลิกัน</dc:alternative><dc:abstract>สงคราม-ศก. เขย่าทรัมป์? โพลชี้ เดโมแครตแซงรีพับลิกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T07:25:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T07:25:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/d4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/d4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/d4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/d4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/d4-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/d4-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แม่น้ำไรน์ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยุโรปเจอ คลื่นความร้อน-ภัยแล้ง หนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833071]]></link><pubDate>2026-08-04T13:53:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5833071</guid><description>แม่น้ำไรน์ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยุโรปเจอ คลื่นความร้อน-ภัยแล้ง หนัก บีบีซีรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีกลับมาลดลงอีกครั้งจากคลื่นความร้อนและสภาพอากาศแห้งแล้ง ใกล้แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แม่น้ำไรน์ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยุโรปเจอ คลื่นความร้อน-ภัยแล้ง หนัก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีกลับมาลดลงอีกครั้งจากคลื่นความร้อนและสภาพอากาศแห้งแล้ง ใกล้แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำไรน์อยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018 หรือต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม่น้ำไรน์มีระดับน้ำลดลงจนแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ของเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ยุโรปยังคงเผชิญคลื่นความร้อนที่ยืดเยื้ออย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการวัดระดับน้ำที่เมืองโคโลญจน์ ทางตะวันตกของเยอรมนี และที่เมืองโลบิท ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำไรน์ไหลจากเยอรมนีเข้าสู่เนเธอร์แลนด์ พบว่าระดับน้ำต่ำกว่าที่เคยบันทึกไว้ในทุกช่วงนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันแม่น้ำสายสำคัญอื่น ๆ ของยุโรปที่มีบทบาทต่อการคมนาคม การขนส่ง อุตสาหกรรม และการเกษตร ก็มีระดับน้ำลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ได้แก่ แม่น้ำดานูบ ซึ่งไหลผ่าน 10 ประเทศ และแม่น้ำโปของอิตาลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานสังเกตการณ์ภัยแล้งของสหภาพยุโรประบุว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปยังคงอยู่ในระดับวิกฤตและทรงตัว ขณะที่พื้นที่ตอนกลางและตะวันตกของยุโรปเผชิญภาวะภัยแล้งรุนแรงขึ้นในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าคลื่นความร้อนระลอกใหม่จะยังคงอยู่ต่อไปอย่างน้อยอีกหนึ่งสัปดาห์ ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายประเทศของยุโรปตอนกลางและตอนใต้สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระบบข้อมูลระดับน้ำน้อยของเยอรมนี (NIWIS) ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม สถานีตรวจวัดระดับน้ำตามแม่น้ำไรน์ 44% และตามแม่น้ำดานูบ 78% บันทึกระดับน้ำที่ต่ำผิดปกติอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม่น้ำไรน์ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์และไหลลงสู่ทะเลเหนือ เป็นหนึ่งในเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่มีการใช้งานหนาแน่นที่สุดของยุโรป การลดลงของระดับน้ำทำให้เกิดความกังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากอาจต้องจำกัดการเดินเรือและการขนส่งสินค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5833071?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แม่น้ำไรน์ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยุโรปเจอ คลื่นความร้อน-ภัยแล้ง หนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แม่น้ำไรน์ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยุโรปเจอ คลื่นความร้อน-ภัยแล้ง หนัก</dc:alternative><dc:abstract>แม่น้ำไรน์ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยุโรปเจอ คลื่นความร้อน-ภัยแล้ง หนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T06:53:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T06:53:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rr-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/rr-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คลื่นความร้อน คร่าเกาหลีใต้พุ่ง 16 ราย ปธน.จี้รับมือวิกฤต ชี้อากาศสุดขั้ว กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5832682]]></link><pubDate>2026-08-04T11:33:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5832682</guid><description>คลื่นความร้อน คร่าเกาหลีใต้พุ่ง 16 ราย ปธน.จี้รับมือวิกฤต ชี้อากาศสุดขั้ว กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังแผ่ปกคลุมประเทศเกาหลีใต้ ไ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คลื่นความร้อน คร่าเกาหลีใต้พุ่ง 16 ราย ปธน.จี้รับมือวิกฤต ชี้อากาศสุดขั้ว กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังแผ่ปกคลุมประเทศเกาหลีใต้ ได้ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศร้อนจัดนี้เพิ่มขึ้นเป็น 16 แล้ว หลังจากเกาหลีใต้ได้เผชิญอุณหภูมิพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 122 ปี หรือนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลสภาพอากาศมา โดยวัดได้ 42.5 องศาเซลเซียส ที่เมืองยางซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเมื่อวันอาทิตย์(2 ส.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการสนับสนุนช่วยเหลือให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนรุนแรงแผ่ปกคลุมประเทศครั้งนี้ พร้อมทั้งเตือนว่าสภาพอากาศสุดขั้วเช่นนี้กำลังเกิดบ่อยครั้งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ประธานาธิบดีอีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนและตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ดี เนื่องจากมีความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราจำเป็นต้องพยายามปฏิรูประบบรับมือวิกฤตของชาติขนานใหญ่ในระดับรากฐาน เนื่องจากสภาพอากาศสุดขั้วเช่นนี้กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ” ประธานาธิบดีอีกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (KMA) ได้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนเป็นครั้งแรกสำหรับพื้นที่บางส่วนของกรุงโซลและจังหวัดคยองกีที่อยู่ติดกันเมื่อวันจันทร์(3 ส.ค.) ก่อนจะขยายคำประกาศเตือนภัยดังกล่าวให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของเมืองหลวงในวันอังคารนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5832682?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คลื่นความร้อน คร่าเกาหลีใต้พุ่ง 16 ราย ปธน.จี้รับมือวิกฤต ชี้อากาศสุดขั้ว กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คลื่นความร้อน คร่าเกาหลีใต้พุ่ง 16 ราย ปธน.จี้รับมือวิกฤต ชี้อากาศสุดขั้ว กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ</dc:alternative><dc:abstract>คลื่นความร้อน คร่าเกาหลีใต้พุ่ง 16 ราย ปธน.จี้รับมือวิกฤต ชี้อากาศสุดขั้ว กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T04:35:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T04:35:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035539Z_1680250219_RC2DRMAZZDW1_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035539Z_1680250219_RC2DRMAZZDW1_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035539Z_1680250219_RC2DRMAZZDW1_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035539Z_1680250219_RC2DRMAZZDW1_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035539Z_1680250219_RC2DRMAZZDW1_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-04T035539Z_1680250219_RC2DRMAZZDW1_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เชื่อใคร? ทรัมป์บอก โอกาสสุดท้าย ถกอิหร่านเดินหน้า เตหะรานยัน ไร้แผนคุย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5832529]]></link><pubDate>2026-08-04T10:08:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5832529</guid><description>เชื่อใคร? ทรัมป์บอก โอกาสสุดท้าย ถกอิหร่านเดินหน้า เตหะรานยัน ไร้แผนคุย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินอยู่ โดยเตือนว่านี่เป็น “โอกาส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เชื่อใคร? ทรัมป์บอก โอกาสสุดท้าย ถกอิหร่านเดินหน้า เตหะรานยัน ไร้แผนคุย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่าเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินอยู่ โดยเตือนว่านี่เป็น “โอกาสสุดท้าย” สำหรับอิหร่านที่จะลงนามในข้อตกลงที่ดีเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 5 เดือน แต่ทางการอิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้น และไม่มีแผนการที่จะเจรจาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำแถลงที่ขัดแย้งกันของทั้งสองฝ่ายบ่งชี้ว่า มีโอกาสน้อยมากที่จะยุติสงครามผ่านการเจรจาทางการทูตในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว เมื่อถูกถามถึงความคืบหน้าของการเจรจา โดยระบุว่า การเจรจากำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ตามคำร้องขอของอิหร่าน รวมถึงซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ และ &amp;#8220;นี่คือโอกาสสุดท้ายที่พวกเขา (อิหร่าน) จะลงนามในเอกสารที่ดี&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่เขาตัดสินใจยกเลิกส่งที่เขาเรียกว่าเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่ได้อนุมัติไปแล้วต่ออิหร่าน โดยให้เหตุผลว่าจะมีการเจรจาเกิดขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งคือการที่ทรัมป์ประกาศว่าจะโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ ก่อนจะยกเลิกในภายหลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในวันเดียวกัน ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เรียกผู้นำอิหร่านว่า &amp;#8220;หน้าไหว้หลักหลอกอย่างไม่น่าเชื่อ&amp;#8221; พร้อมอ้างว่า อิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอให้มีการพบปะ และยังมีกำหนดจัดการเจรจาเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัม์ยังย้ำคำกล่าวอ้างของตนว่า กองทัพเรือสหรัฐควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราวหนึ่งในห้าของปริมาณการค้าทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;กำแพงเหล็กของสหรัฐอเมริกา! ไม่มีอะไรจะเข้าไปถึงอิหร่านได้ เว้นแต่เราจะต้องการให้ผ่าน และจะไม่มีสิ่งใดผ่านไปได้ เว้นแต่จะมีการบรรลุข้อตกลง หรืออิหร่านยอมจำนนโดยสิ้นเชิง&amp;#8221; ทรัมป์โพสต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า ไม่มีการเจรจากับสหรัฐกำลังดำเนินอยู่ และไม่มีการกำหนดการประชุมใดๆ ไว้ อิหร่านไม่มีแผนต้อนรับคณะผู้แทนจากต่างประเทศ หรือส่งคณะเจรจาเดินทางไปต่างประเทศในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บากาอีกล่าวว่า ผู้แทนเจรจาของอิหร่านทุกคนยังคงอยู่ภายในประเทศ ยกเว้นนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางแสวงบุญทางศาสนาในอิรัก และว่า การหารือเพียงกรอบเดียวที่กำลังดำเนินอยู่คือการเจรจากับโอมานเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านยังเผยกับรอยเตอร์ว่า ไม่มีแผนจัดการเจรจาใดๆ และอารักชีจะไม่สามารถเข้าร่วมการเจรจาได้อย่างน้อยจนถึงช่วงปลายสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จากประเทศรัฐอ่าวอาหรับและนักวิเคราะห์ระบุว่า อิหร่านกำลังเดิมพันว่าตนเองจะสามารถยืนหยัดได้นานกว่าสหรัฐ โดยเปลี่ยนเส้นทางการค้า เส้นทางเดินเรือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตะวันออกกลางให้กลายเป็นจุดกดดัน ที่จะเพิ่มต้นทุนของการเผชิญหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อโน้มน้าวให้สหรัฐและพันธมิตรเห็นว่า การพยายามควบคุมวิกฤตมีต้นทุนสูงกว่าการยอมทำตามข้อเรียกร้องของอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมเคิล ไนท์ส จากสถาบันวอชิงตันกล่าวว่า ข้อได้เปรียบสำคัญของอิหร่านคือ พวกเขาสามารถสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ในวันจันทร์ดูเหมือนจะสอดคล้องกับรูปแบบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทรัมป์เปิดปฏิบัติการ &amp;#8220;Operation Epic Fury&amp;#8221; ร่วมกับอิสราเอลเมื่อกว่า 5 เดือนก่อน กล่าวคือ หลายครั้งที่ทรัมป์ขู่ว่าจะใช้กำลังทางทหาร ก่อนจะอ้างว่ามีการติดต่อทางการทูตเกิดขึ้นเป็นเหตุผลในการถอยกลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อิหร่านประกาศปฏิเสธการเจรจากับวอชิงตันมาโดยตลอด นับตั้งแต่บันทึกความเข้าใจที่จัดทำขึ้นในเดือนมิถุนายนเพื่อยุติความขัดแย้ง ล่มลงเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม และจนถึงขณะนี้ ทรัมป์ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ประกาศไว้เมื่อเริ่มต้นสงครามได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5832529?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เชื่อใคร? ทรัมป์บอก โอกาสสุดท้าย ถกอิหร่านเดินหน้า เตหะรานยัน ไร้แผนคุย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เชื่อใคร? ทรัมป์บอก โอกาสสุดท้าย ถกอิหร่านเดินหน้า เตหะรานยัน ไร้แผนคุย</dc:alternative><dc:abstract>เชื่อใคร? ทรัมป์บอก โอกาสสุดท้าย ถกอิหร่านเดินหน้า เตหะรานยัน ไร้แผนคุย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T03:08:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T03:08:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt4-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt4-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เหตุเซวตา ปลุกอียูเสริมมั่นคงชายแดน เร่งช่วยโมร็อกโกเพิ่ม ราบัตชี้สเปนทำตัวเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5832465]]></link><pubDate>2026-08-04T09:31:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5832465</guid><description>เหตุเซวตา ปลุกอียูเสริมมั่นคงชายแดน เร่งช่วยโมร็อกโกเพิ่ม ราบัตชี้สเปนทำตัวเอง อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ดำเนินการร่วมกันอย่าง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เหตุเซวตา ปลุกอียูเสริมมั่นคงชายแดน เร่งช่วยโมร็อกโกเพิ่ม ราบัตชี้สเปนทำตัวเอง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ดำเนินการร่วมกันอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้นในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน หลังเกิดเหตุผู้อพยพหลายหมื่นคนจากโมร็อกโกหลั่งไหลเข้าสู่เมืองเซวตา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งแอฟริกาเหนือ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การออกมาแสดงจุดยืนดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่รัฐมนนตรีมหาดไทยอียู มีกำหนดจะประชุมออนไลน์ผ่านวิดีโอเพื่อหารือในประเด็นดังกล่าวในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ หลังจากที่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดรอยร้าวในกลุ่มอียู เมื่อบางประเทศออกมาระงับการบังคับใช้ข้อตกลงเชงเกนกับสเปนเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในจดหมายที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ฟอน แดร์ ไลเอิน กล่าวชื่นชมการรับมือวิกฤตอย่างรวดเร็วของรัฐบาลสเปน แต่ก็ระบุว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าเราจำเป็นต้องดำเนินการมากกว่านี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนในพื้นที่สำคัญต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟอน แดร์ ไลเอินยังเตือนว่า การปกป้องพรมแดนภายนอกทั้งหมดของสหภาพยุโรปเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของยุโรป พร้อมเรียกร้องให้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และการใช้สิ่งกีดขวางทางกายภาพในจุดที่มีความจำเป็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานอีซียังกล่าวว่า การประชุมผ่านวิดีโอในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม จะเป็นโอกาสในการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เซวตา พร้อมเตือนว่าความท้าทายจากการอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจำเป็นต้องได้รับการรับมือด้วยการตอบสนองร่วมกันของยุโรป การดำเนินการที่เป็นเอกภาพ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟอน แดร์ ไลเอินเรียกร้องให้อียูเพิ่มความเข้มข้นของการดำเนินงานใน 5 ด้าน ได้แก่ การป้องกันการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางผ่านความร่วมมือกับประเทศคู่ความร่วมมือ การเสริมความแข็งแกร่งของพรมแดนภายนอก การจัดทำระบบเตือนภัยล่วงหน้า การปราบปรามเครือข่ายลักลอบขนคนเข้าเมือง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งตัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศต้นทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการสเปนประเมินว่า ขณะนี้มีผู้อพยพประมาณ 69,500 คนเดินทางกลับโมร็อกโกแล้ว ซึ่งมากกว่าตัวเลขประเมินเบื้องต้นที่ 50,000 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 72 คนฝั่งสเปน และอีก 11 คนฝั่งโมร็อกโก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองเซวตาได้สร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกบางส่วนของสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ โดยอิตาลีเป็นประเทศแรกที่ออกมาประกาศระงับข้อตกลงเชงเกนกับสเปน ขณะที่ฟินแลนด์และเดนมาร์กสนับสนุนการตัดสินใจของอิตาลี ด้านนายกรัฐมนตรีอันเดรย์ บาบิช ของสาธารณรัฐเช็ก เรียกร้องให้ระงับการเป็นสมาชิกเชงเกนของสเปนเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ระบุว่า เขามีความกังวลอย่างยิ่งต่อท่าทีของรัฐบาลยุโรปบางประเทศ พร้อมย้ำว่าเมืองเซวตาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เชงเกน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซ กล่าวว่า แม้ว่าประเทศส่วนใหญ่จะแสดงการสนับสนุนและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับสเปน แต่รัฐบาลของบางประเทศกลับเลือกที่จะโจมตีสเปน โดยมีแรงจูงใจมาจากอคติ ข่าวปลอม ความไม่รู้ หรือผลประโยชน์ทางการเมือง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อตกลงเชงเกนเป็นความตกลงที่ยกเลิกการตรวจคนเข้าเมืองระหว่างประเทศสมาชิก และปัจจุบันครอบคลุมประชาชนมากกว่า 450 ล้านคนใน 29 ประเทศของยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโมร็อกโกกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ทางการสเปนควรคาดการณ์ถึงผลที่ตามมาจากการตัดสินของศาลที่ทำให้มาตรการป้องปรามการอพยพผิดกฎหมายที่สำคัญอ่อนแอลง และมีส่วนทำให้เกิดการข้ามพรมแดนครั้งใหญ่เข้าสู่เขตปกครองตนเองเซวตาทางตอนเหนือของโมร็อกโกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการแถลงข่าวครั้งแรกหลังเกิดวิกฤต เจ้าหน้าที่ของโมร็อกโกระบุว่า ทางการท้องถิ่นในเมืองเซวตาควรคาดการณ์ถึงผลที่ตามมาจากการตัดสินของศาลเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ยกเลิกมาตรการป้องปรามการอพยพผิดกฎหมาย ด้วยการจำกัดการส่งตัวผู้อพยพที่เดินทางมาถึงดินแดนของสเปนทางทะเลกลับประเทศโดยทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยืนยันว่า โมร็อกโกไม่ได้ผ่อนปรนการควบคุมชายแดนหรือลดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนการข้ามแดนครั้งใหญ่ในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม แต่เครือข่ายค้ามนุษย์ใช้ประโยชน์จากคำตัดสินในเดือนกรกฎาคมอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ข้อความกลายเป็นว่า แค่ข้ามมา คุณก็จะได้รับการคุ้มครอง ยุโรปขอให้เราหยุดยั้งผู้อพยพไม่ให้ข้ามแดน แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขากลับปูพรมแดงต้อนรับเมื่อพวกเขาข้ามมา!&amp;#8221; เจ้าหน้าที่โมร็อกโกกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวทางการควบคุมการอพยพของโมร็อกโกนั้นเน้นการป้องกันโดยการวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 24,000 นายตามแนวชายฝั่งทางเหนือ และการป้องปรามโดยการส่งตัวผู้อพยพที่เข้าสู่ดินแดนสเปนอย่างผิดกฎหมายกลับประเทศอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ โมร็อกโกได้สกัดกั้นการพยายามข้ามแดนได้ 79,000 ครั้งในปี 2024 และ 74,000 ครั้งในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโมร็อกโกอธิบายว่า ความร่วมมือระหว่างโมร็อกโกและสเปนในการควบคุมชายแดนนั้นเป็นแบบอย่างที่ดี จนกระทั่งคำตัดสินดังกล่าวเข้ามาทำลายความร่วมมือที่มีมานานหลายปี ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของสเปนที่จะต้องหาทางออกเพื่อฟื้นฟูการป้องปราม แต่โมร็อกโกจะไม่ยอมมีส่วนร่วมในแนวทางที่เน้นความมั่นคงเพียงอย่างเดียวในการจัดการกับการอพยพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเฟร์นันโด กรานเด-มาร์ลัสกา รัฐมนตรีมหาดไทยของสเปน กล่าวว่า สถานการณ์เกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว และรัฐบาลกำลังดำเนินการติดตั้งแนวกั้นแบบเป่าลมในทะเล เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านทางน้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5832465?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เหตุเซวตา ปลุกอียูเสริมมั่นคงชายแดน เร่งช่วยโมร็อกโกเพิ่ม ราบัตชี้สเปนทำตัวเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เหตุเซวตา ปลุกอียูเสริมมั่นคงชายแดน เร่งช่วยโมร็อกโกเพิ่ม ราบัตชี้สเปนทำตัวเอง</dc:alternative><dc:abstract>เหตุเซวตา ปลุกอียูเสริมมั่นคงชายแดน เร่งช่วยโมร็อกโกเพิ่ม ราบัตชี้สเปนทำตัวเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-04T02:46:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-04T02:46:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฟื้นอัตลักษณ์! นาอูรู ชาติเกาะในแปซิฟิกใต้ หวนกลับใช้ชื่อปท. นาโอเอโร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5832000]]></link><pubDate>2026-08-03T17:50:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5832000</guid><description>ฟื้นอัตลักษณ์! นาอูรู ชาติเกาะในแปซิฟิกใต้ หวนกลับใช้ชื่อปท. นาโอเอโร เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นาอูรู (Nauru) ประเทศเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้และเป็นชาติที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฟื้นอัตลักษณ์! นาอูรู ชาติเกาะในแปซิฟิกใต้ หวนกลับใช้ชื่อปท. นาโอเอโร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นาอูรู (Nauru) ประเทศเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้และเป็นชาติที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ได้เปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เป็น สาธารณรัฐนาโอเอโร (Republic of Naoero) แล้ว เพื่อให้ตรงกับการสะกดและการออกเสียงตามภาษาประจำชาติ โดยรหัสประเทศที่เป็นสากลจะเปลี่ยนจาก NRU เป็น NRO และประชาชนของชาติเกาะแห่งนี้จะเรียกตนเองว่า เดอี-นาโอเอโร (dei-Naoero) แทนคำว่า ชาวนาอูรู (Nauruan)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ที่โพสต์ลงบัญชีเฟซบุ๊กของรัฐบาลเมื่อวันพฤหัสบดี(30 ก.ค.)ที่ผ่านมา ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการนำชื่อเดิมของประเทศหมู่เกาะอันห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้แห่งนี้กลับมาใช้อีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้แถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของรัฐบาลระบุว่า สาเหตุที่ประเทศเป็นที่รู้จักในระดับสากลด้วยชื่อ &amp;#8220;นาอูรู&amp;#8221; (Nauru) นั้น เป็นเพราะชื่อท้องถิ่นออกเสียงยากสำหรับชาวต่างชาติ จึงถือเป็นเรื่องของความสะดวกมากกว่าความตั้งใจเลือกใช้ชื่อดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ประธานาธิบดีเดวิด อาแดง ของนาอูรู กล่าวเมื่อครั้งเสนอเปลี่ยนชื่อประเทศนี้ต่อรัฐสภาในเดือนมกราคม กล่าวว่า &amp;#8220;การเปลี่ยนแปลงที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรม ภาษา และอัตลักษณ์ของชาติเราอย่างแท้จริง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ผ่านการรับรองจากสมาชิกรัฐสภาในการลงมติทั้งสองวาระตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้ว แม้จะยังไม่มีความชัดเจนในทันทีว่ามีการแก้ไขเอกสารอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแถลงการณ์ล่าสุด ประธานาธิบดีอาแดงระบุว่า การเปลี่ยนชื่อประเทศครั้งนี้ถือเป็น &amp;#8220;จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความภาคภูมิใจในชาติ&amp;#8221; โดยก่อนหน้านี้เมื่อรัฐบาลของเขาลงมติเห็นชอบต่อการดำเนินการดังกล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคม ประธานาธิบดีอาแดงเคยประกาศว่าจะให้มีการจัดทำประชามติเพื่อยืนยันเรื่องนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รัฐบาลระบุในแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ภายหลังการหารืออย่างละเอียดรอบด้าน บรรดาผู้กำหนดนโยบายได้ตัดสินใจว่าไม่มีความจำเป็นต้องจัดการลงประชามติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้ว่าการทำประชามติจะมีวัตถุประสงค์เพื่อหยั่งเสียงและรับฟังเจตจำนงของประชาชน แต่ชื่อ &amp;#8216;Naoero&amp;#8217; นั้นไม่เคยสูญหายไป หากแต่เป็นชื่อที่รอคอยการยอมรับและนำมาใช้อย่างเต็มภาคภูมิเท่านั้น&amp;#8221; แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ และว่า ชื่อนี้ถือเป็นอัตลักษณ์ของประชาชน อีกทั้งยังปรากฏอยู่บนตราแผ่นดินและมีการใช้เรียกขานกันในชุมชน ที่สำคัญคือเป็นชื่อที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาอูรู หรือ นาโอเอโร มีประชากรราว 12,000 คน จัดเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากตูวาลูและนครรัฐวาติกัน เกาะปะการังขนาดเล็กแห่งนี้เคยตกเป็นอาณานิคมของเยอรมนีและอยู่ภายใต้การบริหารของออสเตรเลีย ก่อนจะได้รับเอกราชและสถาปนาเป็นสาธารณรัฐในปีค.ศ. 1968&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาอูรู ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ผันผวน โดยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ฟอสเฟตเคยสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้กับเกาะในช่วงทศวรรษ 1970 ก่อนที่อุตสาหกรรมดังกล่าวจะล่มสลายลง ส่งผลให้นาอูรูตกอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเกือบถึงขั้นล่มสลายในช่วงทศวรรษ 1990&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน นาอูรู เป็นหนึ่งในประเทศหมู่เกาะที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลกจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5832000?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฟื้นอัตลักษณ์! นาอูรู ชาติเกาะในแปซิฟิกใต้ หวนกลับใช้ชื่อปท. นาโอเอโร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฟื้นอัตลักษณ์! นาอูรู ชาติเกาะในแปซิฟิกใต้ หวนกลับใช้ชื่อปท. นาโอเอโร</dc:alternative><dc:abstract>ฟื้นอัตลักษณ์! นาอูรู ชาติเกาะในแปซิฟิกใต้ หวนกลับใช้ชื่อปท. นาโอเอโร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T10:50:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T10:50:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-03-171041.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-03-171041-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-03-171041.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-03-171041-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-03-171041-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-03-171041-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน.เมียนมา แถลงต่อรัฐสภา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831820]]></link><pubDate>2026-08-03T16:09:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831820</guid><description>ปธน.เมียนมา แถลงต่อรัฐสภา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาล ประธานาธิบดีเมียนมาแถลงต่อรัฐสภาเมียนมา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาลเมียนมา (20 เม.ย. – 31 ก.ค. 69) โดยพลเอกอาวุโส มินอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปธน.เมียนมา แถลงต่อรัฐสภา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเมียนมาแถลงต่อรัฐสภาเมียนมา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาลเมียนมา (20 เม.ย. – 31 ก.ค. 69) โดยพลเอกอาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมาได้แถลงต่อรัฐสภาเมียนมา มีเนื้อหาสำคัญ ได้แก่ 1. การสร้างสันติภาพและความมั่นคงของชาติ และ 2. การส่งเสริมการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ภาคเอกชนและเศรษฐกิจของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยรัฐบาลจะใช้เวลา 2 ปีแรกในการวางรากฐานและสร้างแรงขับเคลื่อนที่สำคัญนำไปสู่ประเทศยุคใหม่ จากนั้นจะใช้เวลาอีก 3 ปี เร่งดำเนินการสร้างชาติและพัฒนาเมียนมาตามแนวทางดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในส่วนของสันติภาพ รัฐบาลระบุว่าในช่วง 100 วันแรก เมียนมาได้เพิ่มความพยายามในการสนับสนุนให้กลุ่มต่างๆ กลับคืนสู่กฎหมายและเข้าร่วมการเจรจาอย่างสันติ ยืนยันว่าประตูแห่งสันติภาพเปิดกว้างอยู่เสมอ และเชิญชวนทุกฝ่ายเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพอย่างต่อเนื่อง โดยทุกฝ่ายควรเจรจาแสวงหาเป้าหมายที่ทำได้จริงและสามารถบรรลุได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอาเซียน เมียนมายังคงเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรในภูมิภาคให้สอดคล้องกับหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการของอาเซียน ซึ่งเมียนมาได้แสดงความอดทนและให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในฐานะสมาชิกอาเซียนและจะดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับอาเซียน ด้วยแนวทางที่เมียนมาเป็นผู้นำและเป็นเจ้าของประเทศ (Myanmar-led, Myanmar-owned approach)ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการเกษตร เมียนมาส่งเสริมภาคเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีแนวทางสำคัญ เช่น เมียนมามีพื้นที่เกษตรกรรมเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ควรเปลี่ยนจากระบบการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ ใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม แปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารในเมียนมาและภูมิภาค ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการผลิตในเมียนมา รวมทั้งสร้างรายได้การส่งออก&lt;br /&gt;
ากสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปที่ผลิตในเมียนมาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเรื่องพลังงาน เมียนมาพยายามลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเมียนมาต้องนำเข้า ควบคู่กับการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด มีแผนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและพลังงานนิวเคลียร์ โดยการใช้เทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งเป็นทางเลือกและเมียนมาอยู่ระหว่างการพิจารณาด้วยเช่นกัน เพื่อให้เมียนมาบรรลุเป้าหมายการเข้าถึงไฟฟ้าทั่วประเทศเมียนมาภายในปี 2030&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการศึกษา เมียนมาจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นในระยะแรกไม่น้อยกว่า 10% ของงบประมาณทั้งหมด ในระยะต่อไปไม่น้อยกว่า 15% ของงบประมาณทั้งหมด โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กทุกคนในวัยเรียน มีโอกาสได้เข้าเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งได้เปิดโรงเรียนและวิทยาลัยด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ปศุสัตว์ รองรับทั้งการทำเกษตร รวมทั้งการผลิตแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมียนมามีแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้ง สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา การใช้เทคโนโลยี ส่งเสริมการผลิตในเมียนมา เพื่อทดแทนการนำเข้า และการผลิตในเมียนมา เพื่อส่งออกจากเมียนมานอกจากนี้ เมียนมามีคำสั่งที่เข้มงวดในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งการฉ้อโกงหลอกลวงออนไลน์และการพนันออนไลน์ในพื้นที่ต่างๆ ของเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสรุปแล้ว ช่วงเวลา 100 วัน นับตั้งแต่รัฐบาลชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของเมียนมา ซึ่งได้เริ่มวางรากฐานที่มั่นคงในทุกภาคส่วนสำหรับอนาคต พร้อมกับยึดมั่นในแนวทางและเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1. การสร้างเสถียรภาพและสันติภาพในประเทศ และ 2. การพัฒนาประเทศ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ภาคเอกชนและเศรษฐกิจของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กล่าวได้ว่า การดำเนินการตามนโยบาย 100 วัน รวมทั้งแนวทางและเป้าหมายของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่เป็น “โอกาสที่ดี” ในการพัฒนาเมียนมาบนพื้นฐานของความมั่นคง สันติภาพและการพัฒนาประเทศ ซึ่งนโยบายเรื่องต่างๆ จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนชาวเมียนมาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ ทั้งธุรกิจเมียนมา ธุรกิจต่างชาติและธุรกิจไทยที่ทำการค้ากับเมียนมาหรือลงทุนทำธุรกิจในเมียนมาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ การผ่อนคลายกฎระเบียบด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับและตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจทั้งการค้าและ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831820?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.เมียนมา แถลงต่อรัฐสภา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.เมียนมา แถลงต่อรัฐสภา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาล</dc:alternative><dc:abstract>ปธน.เมียนมา แถลงต่อรัฐสภา เรื่องการดำเนินงานนโยบาย 100 วันของรัฐบาล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T09:09:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T09:09:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1-8-2026-rgr-17-720x480-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1-8-2026-rgr-17-720x480-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1-8-2026-rgr-17-720x480-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1-8-2026-rgr-17-720x480-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1-8-2026-rgr-17-720x480-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1-8-2026-rgr-17-720x480-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อสวีเดนตีข่าว สาวไทยเก็บเบอร์รีในสวีเดน โดนหมีทำร้าย แต่รอดชีวิตเพราะแกล้งตาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831737]]></link><pubDate>2026-08-03T15:40:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831737</guid><description>สื่อสวีเดนตีข่าว สาวไทยเก็บเบอร์รีในสวีเดน โดนหมีทำร้าย แต่รอดชีวิตเพราะแกล้งตาย เพจ Mybeehoney &amp;#8211; น้ำผึ้งสะใภ้สวีเดน อ้างสื่อของสวีเดนอย่างหนังสือพิมพ์ Aftonbladet รายงานเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมว่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อสวีเดนตีข่าว สาวไทยเก็บเบอร์รีในสวีเดน โดนหมีทำร้าย แต่รอดชีวิตเพราะแกล้งตาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เพจ Mybeehoney &amp;#8211; น้ำผึ้งสะใภ้สวีเดน อ้างสื่อของสวีเดนอย่างหนังสือพิมพ์ Aftonbladet รายงานเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมว่า คนเก็บเบอร์รีเป็นหญิงชาวไทยถูกหมีทำร้าย แต่รอดชีวิตเพราะ “แกล้งตาย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยบอกว่า นี่เป็นอีกเหตุการณ์ที่ทำเอาหลายคนตกใจ กรณีหญิงชาวไทยวัย 46 ปี ที่ทำงานเก็บผลเบอร์รีอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ลือคเซเลอ (Lycksele) ทางตอนเหนือของสวีเดน ออกไปเก็บคลาวด์เบอร์รี (Hjortron) ตามปกติเหมือนทุกวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่วันเกิดเหตุ เธอเก็บเบอร์รีจนเต็มถังแล้ว กำลังเดินกลับไปที่รถเพื่อเอาเบอร์รีไปเก็บ ก่อนจะกลับเข้าไปเก็บต่อ ตอนนั้นเธอเดินอยู่คนเดียว ฝนก็กำลังตก เหลืออีกแค่ประมาณ 90 เมตรก็จะถึงถนน แต่จู่ ๆ ก็มีหมีโผล่ออกมาตรงหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สามีของเธอเล่าว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากหมีพุ่งเข้ามาทำร้ายทันทีและกัดเธอถึง 3 ครั้ง ตอนนั้นเธอคิดอะไรไม่ออก จึงตัดสินใจแกล้งนอนนิ่งเหมือนคนเสียชีวิต โชคดีที่หลังจากเธอหยุดขยับ หมีตัวนั้นก็เดินจากไป ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ หลังจากนั้น คนเก็บเบอร์รีคนอื่น ๆ ก็เข้ามาช่วย และรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล เธอได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและมือทั้งสองข้าง ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลในเมือง อูเมโอ (Umeå)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด สามีบอกว่าอาการของเธอดีขึ้นแล้วแพทย์ดูแลเป็นอย่างดี และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน อีกไม่กี่วันก็จะย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลใกล้ที่พัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ในสวีเดนมาเกือบ 20 ปีแล้วแต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน สามีคาดว่าหมีตัวดังกล่าวน่าจะเป็นแม่หมีที่มีลูกอยู่ใกล้ ๆ เลยทำร้ายเพื่อปกป้องลูกของตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุตำรวจได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตามหาหมีตลอดทั้งคืน และมีคำสั่งให้กำจัดหากพบว่าเป็นตัวที่ก่อเหตุจริง แต่สุดท้ายก็ยังไม่พบหมี จึงยุติการค้นหาไปก่อนเพราะในพื้นที่มีหมีหลายตัว และเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการกำจัดผิดตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดีนี้ตำรวจได้สอบสวนในฐานะอุบัติเหตุจากการทำงาน เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่เธอกำลังทำงานเก็บผลเบอร์รี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831737?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อสวีเดนตีข่าว สาวไทยเก็บเบอร์รีในสวีเดน โดนหมีทำร้าย แต่รอดชีวิตเพราะแกล้งตาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อสวีเดนตีข่าว สาวไทยเก็บเบอร์รีในสวีเดน โดนหมีทำร้าย แต่รอดชีวิตเพราะแกล้งตาย</dc:alternative><dc:abstract>สื่อสวีเดนตีข่าว สาวไทยเก็บเบอร์รีในสวีเดน โดนหมีทำร้าย แต่รอดชีวิตเพราะแกล้งตาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T10:47:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T10:47:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/MR57A373EJOMRKT6EUH2YHFXXI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/MR57A373EJOMRKT6EUH2YHFXXI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/MR57A373EJOMRKT6EUH2YHFXXI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/MR57A373EJOMRKT6EUH2YHFXXI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/MR57A373EJOMRKT6EUH2YHFXXI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/MR57A373EJOMRKT6EUH2YHFXXI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดนีเซีย เร่งค้นหา 28 ผู้สูญหาย เหตุไฟไหม้เรือข้ามฟาก ดับแล้ว 5]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831667]]></link><pubDate>2026-08-03T15:07:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831667</guid><description>อินโดนีเซีย เร่งค้นหา 28 ผู้สูญหาย เหตุไฟไหม้เรือข้ามฟาก ดับแล้ว 5 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทีมกู้ภัยของอินโดนีเซียยังคงระดมกำลังค้นหาผู้ที่ยังสูญหาย 28 ราย ในเหตุการณ์เรือโดยส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินโดนีเซีย เร่งค้นหา 28 ผู้สูญหาย เหตุไฟไหม้เรือข้ามฟาก ดับแล้ว 5&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทีมกู้ภัยของอินโดนีเซียยังคงระดมกำลังค้นหาผู้ที่ยังสูญหาย 28 ราย ในเหตุการณ์เรือโดยสารข้ามฟากที่บรรทุกผู้โดยสารมา 271 คน ประสบเหตุไฟลุกไหม้บนเรือ หลังเดินทางออกมาจากเมืองสุราบายา ในจังหวัดชวาตะวันออก เพื่อไปยังเมืองมากัสซาร์ ในจังหวัดสุลาเวสีใต้ เมื่อวันอาทิตย์(2 ส.ค.) โดยมีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอาร์มาน อัสมารา ไซยารีฟุดดิน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการทางทะเลและอากาศของสำนักงานตำรวจชวาตะวันออก เปิดเผยว่า มีผู้อยู่บนเรือข้ามฟากชื่อ KM Mutiara Sentosa ทั้งสิ้น 271 คน โดยยังคงมีผู้สูญหาย 28 ราย ขณะที่ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว 5 ราย และได้รับการช่วยเหลือไว้ได้แล้ว 238 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัยและกองทัพเรือได้ส่งเรือ 7 ลำและเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำออกค้นหาผู้สูญหาย&amp;#8221; นายอาร์มานกล่าว และว่า เรือทั้ง 7 ลำที่ส่งออกไปปฏิบัติภารกิจนั้นประกอบด้วยเรือคอร์เวตของกองทัพเรือ เรือเร็ว และเรือตรวจการณ์ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ราว 100 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีมกู้ภัยกำลังมุ่งเน้นการค้นหาในพื้นที่ซึ่งครอบคลุมระยะทาง 16 กิโลเมตรไปทางทิศตะวันออกและ 10 กิโลเมตรไปทางทิศตะวันตกจากจุดเกิดเหตุ ปฏิบัติการค้นหาจะดำเนินไปเป็นเวลา 7 วัน แต่อาจมีการขยายออกไปอีก 14 วัน ส่วนสาเหตุของเหตุไฟไหมเรือข้ามฟากลำนี้ยังคงไม่ทราบแน่ชัด ท่ามกลางครอบครัวของผู้สูญหายต่างมาเฝ้ารอฟังข่าวของบุคคลผู้เป็นที่รักของตนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมกันอยู่บนฝั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินโดนีเซีย เป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเกาะมากมายถึงราว 17,000 เกาะ ซึ่งต้องพึ่งพาการสัญจรทางน้ำเป็นหลัก เนื่องจากการเดินทางโดยเรือมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน ทว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยไม่ได้มีการปฏิบัติใช้อย่างเคร่งครัดนัก จึงส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นค่อนข้างบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831667?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดนีเซีย เร่งค้นหา 28 ผู้สูญหาย เหตุไฟไหม้เรือข้ามฟาก ดับแล้ว 5&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดนีเซีย เร่งค้นหา 28 ผู้สูญหาย เหตุไฟไหม้เรือข้ามฟาก ดับแล้ว 5</dc:alternative><dc:abstract>อินโดนีเซีย เร่งค้นหา 28 ผู้สูญหาย เหตุไฟไหม้เรือข้ามฟาก ดับแล้ว 5</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T08:07:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T08:07:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-02T125621Z_2136147512_RC2CQMAFXK00_RTRMADP_3_INDONESIA-SHIPWRECK-FIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-02T125621Z_2136147512_RC2CQMAFXK00_RTRMADP_3_INDONESIA-SHIPWRECK-FIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-02T125621Z_2136147512_RC2CQMAFXK00_RTRMADP_3_INDONESIA-SHIPWRECK-FIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-02T125621Z_2136147512_RC2CQMAFXK00_RTRMADP_3_INDONESIA-SHIPWRECK-FIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-02T125621Z_2136147512_RC2CQMAFXK00_RTRMADP_3_INDONESIA-SHIPWRECK-FIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-02T125621Z_2136147512_RC2CQMAFXK00_RTRMADP_3_INDONESIA-SHIPWRECK-FIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ชี้ เขมรใช้รายงาน แอนดรูว์ส เป็นเครื่องมือการเมือง จ่อส่งหนังสือถึง HRC-OHCHR]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831414]]></link><pubDate>2026-08-03T13:19:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831414</guid><description>สีหศักดิ์ชี้ เขมรใช้รายงาน แอนดรูว์ส เป็นเครื่องมือการเมือง จ่อส่งหนังสือถึง HRC-OHCHR เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์ชี้ เขมรใช้รายงาน แอนดรูว์ส เป็นเครื่องมือการเมือง จ่อส่งหนังสือถึง HRC-OHCHR&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงท่าทีไทยต่อการออกแถลงการณ์ของนายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาว่า การเสนอรายงานดังกล่าวมีหลายประเด็นพาดพิงประเทศไทย ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้มีแถลงการณ์ชี้แจงในเบื้องต้นไปแล้ว แต่การแถลงข่าววันนี้อยากย้ำท่าทีของรัฐบาลที่มีหลายประเด็นไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับในรายงานดังกล่าว พร้อมย้ำว่ารายงานนั้นไม่ใช่รายงานของสหประชาชาติ (UN) แต่เป็นรายงานของนายแอนดรูว์ส ตามอานัติของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่ตามปกติเมื่อมีรายงานเสนอมาก็จะนำเข้าไปอภิปรายในที่ประชุมก่อน แต่รายงานของนายแอนดรูส์ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาหรือการอภิปรายรับรองจากประเทศสมาชิก HRC ที่นครเจนีวาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเคยเป็นที่เป็นประธาน HRC มาก่อน การจะเสนอรายงานอะไรนั้นจะต้องเน้นการทำงานที่เป็นกลาง เที่ยงธรรม และไม่ลำเอียง เพราะรายงานจะใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณา  ซึ่งสิ่งที่กังวลในรายงาน มีหลายประเด็นที่พาดพิงประเทศไทย นำเสนอถึงความขัดแย้ง ผู้ไร้ที่อยู่ผู้ที่พลัดถิ่นในประเทศ แรงงานกัมพูชาที่ต้องกลับประเทศ แต่ที่ห่วงคือการพาดพิงนั้นไม่มีการตรวจสอบกับฝ่ายไทย ทำให้เป็นห่วงการทำงานของนายแอนดรูว์ส และที่ห่วงเป็นพิเศษเป็นพิเศษคือฝ่ายกัมพูชานำไปประโคมข่าว คัดเลือกแค่ประเด็นที่มีผลกระทบกับประเทศไทยไปขยายผลต่อ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อโดยมีวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทั้งที่ได้มีการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว ทั้งยังไม่อยากให้รายงานนายแอนดรูว์สถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ ยังโต้แย้งข้อมูลที่แอนดรูว์สเสนอเกี่ยวกับประเทศไทยคือการกล่าวหาว่าชาวกัมพูชาไร้ที่อยู่อาศัยไม่สามารถกลับภูมิลำเนาได้ 650,000 คน ทั้งที่ความจริงแล้วมีจำนวนไม่ถึง คิดว่าจำนวนดังกล่าวรวมชาวกัมพูชาที่อยู่ในหมู่บ้านที่รุกล้ำเข้ามาในเขตไทยตั้งแต่ที่มีสงครามกลางเมืองในกัมพูชาเมื่อ 50 ปีก่อนด้วย จนกลายเป็นหมู่บ้านกัมพูชาในเขตไทย ซึ่งจำนวนนี้ไม่อยู่ในข่ายที่เรียกว่า &lt;strong&gt;“ผู้ถูกพลัดถิ่นในประเทศ”&lt;/strong&gt; ขณะที่ประเทศไทยก็ต้องอพยพคนประมาณ 400,000 คนในช่วงที่มีความขัดแย้ง แต่เราบริหารจัดการดูแลคนของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ผู้พลัดถิ่นเหล่านี้เป็นผลของสงครามที่ไทยไม่ได้เป็นผู้เริ่ม ความสูญเสียดังกล่าวรัฐบาลกัมพูชาต้องดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของคนเหล่านี้ให้ได้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลไทยก็ดูแลคนของประเทศไทย และต้องรอคอยการแก้ปัญหาขั้นสุดท้ายระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งการแก้ไขก็ต้องเป็นไปตามกรอบการเจรจาร่วมที่ตกลงไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และตามเจตนารมย์ของผู้นำทั้งสองประเทศที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สิ่งที่ประเทศไทยรับไม่ได้คือการไม่พูดถึงความสูญเสียของประเทศไทยเลย ทั้งที่เกิดจากฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่ม ดังนั้นถ้าจะให้รายงานเป็นธรรม ต้องรายงานความสูญเสียของฝ่ายไทยด้วย และข้อโต้แย้งคือการกล่าวถึงแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยและถูกบังคับให้กลับกัมพูชา สร้างภาระให้รัฐบาลกัมพูชา ขอย้ำว่าเราไม่เคยบังคับผลักดันแรงงานกัมพูชากลับกัมพูชา ทั้งที่อยู่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย ในทางกลับกันกัมพูชาได้เรียกร้องให้แรงงานกลับประเทศ และเมื่อกลับไปแล้วไม่มีงานทำ กลายเป็นภาระของรัฐบาล ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่จะต้องดูแลแรงงานเหล่านี้” นายสีหศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน รายงานของนายแอนดรูว์สพูดถึงหลายประเด็น แต่กัมพูชานำเฉพาะเรื่องที่กระทบกับประเทศไทยไปขยาย ในรายงานนั้นยังมีเรื่องเสรีภาพทางการเมือง การแสดงความเห็น อาชญากรรมข้ามชาติ ออนไลน์สแกม การค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของประชาคมโลก ซึ่งไทยก็มีความห่วงใย และในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย &amp;#8211; กัมพูชาที่นำไปสู่การหยุดยิง ก็พูดถึงความร่วมมือในเรื่องนี้ ไทยในฐานะเป็นสมาชิก HRC จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาอย่างจริงจังในการประชุมสมัยหน้า รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง และเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินการมากขึ้นในการปราบปรามสแกมทั้งหลาย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กัมพูชากำลังเริ่มทำอยู่  นอกจากนี้นายแอนดรูว์สยังตั้งข้อสังเกตว่า มีหลายอย่างที่กัมพูชาสามารถทำให้ดีขึ้นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การแถลงข่าววันนี้ก็เพื่อยืนยัน และตอกย้ำในประเด็นที่สำคัญ ประเด็นที่รับไม่ได้ ประเด็นที่ไม่เห็นด้วย และสิ่งที่น่าห่วง คือการที่กัมพูชาหยิบยกประเด็นเหล่านี้ไปนำเสนอในทางที่สร้างความเสียหายและให้ร้ายต่อประเทศไทย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเป็นสิ่งที่กัมพูชาทำมาโดยตลอด แต่ที่น่าเสียดายคือในเมื่อเขาอยากจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาทั้งทางบกและทางทะเล ก็ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ต้องทำให้การหยุดยิงยั่งยืน และละเว้นการโจมตีระหว่างกันในเวทีระหว่างประเทศ” นายสีหศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ไทยจะทำหนังสือชี้แจง แจ้งความกังวล และข้อห่วงใย ถึงประธาน HRC และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ที่นครเจนีวา เพื่อเตือนให้ทาง HRC กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เสนอรายงานพิเศษให้มีความเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง และระมัดระวังในการแถลงข่าวต่อสาธารณะ พร้อมกันนี้ ไทยในฐานะสมาชิกมีแผนจะเสนอประเด็นผลสืบเนื่องสำคัญอย่าง ขบวนการสแกมและการเก็บกวาดทุ่นระเบิด เข้าสู่การหารือและอภิปรายใน HRC โดยหวังจะนำไปสู่การพิจารณาออกข้อมติต่างๆ ร่วมกันในประเด็นเหล่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่กัมพูชาที่ยังโจมตีไทยด้วยแผนที่ 1:200,000 จุดยืนของประเทศไทยเป็นอย่างไร นายสีหศักดิ์ย้ำว่า รัฐบาลไทยได้ยืนยันย้ำท่าทีเดิมอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่า แม้แผนที่ดังกล่าวจะเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสนธิสัญญา แต่การทำงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม (JBC) จำเป็นต้องนำเอกสารอื่นมาพิจารณาประกอบด้วยเสมอ ทั้งเนื้อหาในตัวสนธิสัญญา หลักสันปันน้ำตามธรรมชาติ รวมถึงแผนที่ 1 ต่อ 50,000 ของฝ่ายไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831414?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ชี้ เขมรใช้รายงาน แอนดรูว์ส เป็นเครื่องมือการเมือง จ่อส่งหนังสือถึง HRC-OHCHR&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ชี้ เขมรใช้รายงาน แอนดรูว์ส เป็นเครื่องมือการเมือง จ่อส่งหนังสือถึง HRC-OHCHR</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ชี้ เขมรใช้รายงาน แอนดรูว์ส เป็นเครื่องมือการเมือง จ่อส่งหนังสือถึง HRC-OHCHR</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T06:19:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T06:19:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/shh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/shh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/shh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/shh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/shh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/shh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ครั้งแรก! รบ.เมียนมาไฟเขียว ซูจี พบผู้แทน ICRC ดับกระแสโลกกังวล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831299]]></link><pubDate>2026-08-03T12:30:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831299</guid><description>ครั้งแรก! รบ.เมียนมาไฟเขียว ซูจี พบผู้แทน ICRC ดับกระแสโลกกังวล เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลเมียนมาออกมาเปิดเผยว่า นางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่ถูกกองทัพก่อรัฐปร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ครั้งแรก! รบ.เมียนมาไฟเขียว ซูจี พบผู้แทน ICRC ดับกระแสโลกกังวล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลเมียนมาออกมาเปิดเผยว่า นางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่ถูกกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจในปี 2021 ได้มีโอกาสพบปะกับผู้แทนของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ที่กรุงเนปยีดอ วันนี้ พร้อมกันนี้ยังได้เผยภาพของการพบปะกันดังกล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นการยืนยันด้วย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลเมียนมาได้เปิดโอกาสให้นางซูจีพบปะกับผู้แทนต่างชาติและมีการเปิดเผยภาพต่อสาธารณะ ท่ามกลางกระแสความห่วงกังวลของประชาคมโลก โดยเฉพาะครอบครัวของเธอ เกี่ยวกับสุขภาพของนางซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มีอายุมากถึง 81 ปีแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางขิ่น ขิ่น โซ โฆษกรัฐบาลเมียนมา เปิดเผยถึงการพบปะกันดังกล่าวพร้อมแชร์ภาพถ่ายนางซูจีขณะพบปะกับนายอาร์โนด์ เดอ แบ็ก ผู้แทนของ ICRC ประจำเมียนมา ที่กรุงเนปยีดอ ลงแพลตฟอร์มเทเลแกรม แต่ไม่ได้มีการให้รายละเอียดอื่นใดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า ในภาพถ่าย 2 จากทั้งหมด 4 ภาพที่โฆษกรัฐบาลเมียนมานำมาเผยแพร่ เผยให้เห็นภาพนางซูจีในชุดประจำชาติพม่ากำลังพบปะกับนายแบ็กภายในห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผนังบุด้วยไม้ และมีเพียงเก้าอี้ 2 ตัวกับโต๊ะทำงานเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนอีกภาพหนึ่งซึ่งเผยให้เห็นบรรยากาศภายในสถานที่ที่คาดว่าเป็นบ้านพักของเธอ ปรากฏภาพนางซูจีกำลังตัดเค้กวันเกิดที่มีการเขียนชื่อของเธอไว้ โดยมีราวแขวนเสื้อผ้าและกล่องเก็บของปรากฏให้เห็นเป็นฉากหลัง สำหรับภาพที่ 4 เป็นภาพถ่ายระยะใกล้ของเค้กดังกล่าว ซึ่งมีข้อความเขียนว่า &amp;#8220;Happy Birthday Aunty Suu 29.6.2026&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ICRC ยังไม่ได้ตอบสนองต่อการขอความเห็นในเรื่องนี้ไปจากทางรอยเตอร์ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเผยแพร่ความเคลื่อนไหวของนางซูจีต่อสาธารณชนของรัฐบาลเมียนมาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความห่วงกังวลเรื่องสุขภาพของนางซูจีที่โลกภายนอกไม่ได้ล่วงรู้ชะตากรรมของนางซูจีเลย หลังจากทางการเมียนมาประกาศว่านางซูจีได้รับการลดหย่อนโทษลงและได้ถูกย้ายมาควบคุมตัวอยู่ในบ้านพักแทนการคุมขังในเรือนจำจากโทษจำคุกที่เหลือ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจาก พล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์ อดีตผู้นำรัฐบาลทหาร ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาเมื่อปลายเดือนเมษายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมานายเน โพน ลัต โฆษกของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ(NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาที่ประกอบด้วยสมาชิกส่วนหนึ่งจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(NLD) ของนางซูจีที่ถูกคณะผู้ปกครองทหารสั่งยุบพรรคไปแล้วนั้น กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทางกลุ่มกำลังรอยืนยันจาก ICRC เกี่ยวกับการพบปะกันดังกล่าวกับนางซูจี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เนื่องจากผู้นำของชาติผู้นี้ที่ถูกควบคุมตัวและถูกจำคุกโดยมิชอบด้วยกฎหมายจากข้อกล่าวหาที่ถูกกุขึ้นมาตั้งแต่ต้น เธอจะต้องได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข” โฆษกรัฐบาลเงากล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังเหตุการณ์รัฐประหารนางซูจีถูกจับกุมดำเนินคดีในหลายข้อหา ตั้งแต่การทุจริต โกงการเลือกตั้งและละเมิดกฎหมายความลับทางราชการ  โดยศาลได้ตัดสินโทษจำคุกนางซูจีรวม 33 ปี ก่อนเธอจะได้รับการลดโทษจำคุกลงเหลือ 27 ปี และได้รับการลดโทษลงอีก 1 ใน 6 ช่วงการนิรโทษกรรมของรัฐบาลเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้นางซูจียังคงเหลือโทษจำคุก 18 ปีและถูกย้ายไปคุมตัวอยู่ในบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831299?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ครั้งแรก! รบ.เมียนมาไฟเขียว ซูจี พบผู้แทน ICRC ดับกระแสโลกกังวล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ครั้งแรก! รบ.เมียนมาไฟเขียว ซูจี พบผู้แทน ICRC ดับกระแสโลกกังวล</dc:alternative><dc:abstract>ครั้งแรก! รบ.เมียนมาไฟเขียว ซูจี พบผู้แทน ICRC ดับกระแสโลกกังวล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T14:01:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T14:01:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-03T044305Z_1028855410_RC2SQMALT1NK_RTRMADP_3_MYANMAR-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-03T044305Z_1028855410_RC2SQMALT1NK_RTRMADP_3_MYANMAR-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-03T044305Z_1028855410_RC2SQMALT1NK_RTRMADP_3_MYANMAR-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-03T044305Z_1028855410_RC2SQMALT1NK_RTRMADP_3_MYANMAR-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-03T044305Z_1028855410_RC2SQMALT1NK_RTRMADP_3_MYANMAR-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-03T044305Z_1028855410_RC2SQMALT1NK_RTRMADP_3_MYANMAR-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-03T044302Z_1322017770_RC2SQMAM6T9T_RTRMADP_3_MYANMAR-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-03T044302Z_1322017770_RC2SQMAM6T9T_RTRMADP_3_MYANMAR-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>503</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>503</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26215177574068.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26215177574068-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>983</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>983</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26215179492479.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26215179492479-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>541</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>541</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ช็อก เหตุดับ 2 พี่น้องรัสเซีย ยกบทเรียนเตือนใจ ยันไทยเร่งยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831195]]></link><pubDate>2026-08-03T12:07:48+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831195</guid><description>สีหศักดิ์ช็อก เหตุดับ 2 พี่น้องรัสเซีย ยกบทเรียนเตือนใจ ยันไทยเร่งยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์ช็อก เหตุดับ 2 พี่น้องรัสเซีย ยกบทเรียนเตือนใจ ยันไทยเร่งยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 2 พี่น้องชาวรัสเซียถูกฆาตกรรมที่จังหวัดชลบุรี ว่า อันดับแรก พวกราก็รู้สึกช็อกหรือตกใจเมื่อทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีรวมถึงตน ได้โทรศัพท์ติดต่อประสานงานไปยังท่านเอกอัครราชทูตรัสเซียประจําประเทศไทย เพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตามที่ปรากฏในรายงานข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เกิดเหตุด้วยตนเอง เพื่อสั่งการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดูแลคุ้มครองนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก เมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเราต้องยอมรับในข้อเท็จจริงดังกล่าว ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องแสดงให้เห็นผ่านการปฏิบัติจริงว่าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสิ่งเตือนใจว่า แม้เราจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดแค่ไหน ก็อาจมีกลุ่มผู้ก่ออาชญากรรมที่คอยฉวยโอกาสสร้างความเสียหายแก่ผู้บริสุทธิ์หรือกลุ่มเปราะบางอยู่เสมอ ในส่วนของการทำงาน ประการแรก รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการเชิงรุกให้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ในมุมมองของนักท่องเที่ยว การเพิ่มความระมัดระวัง ตลอดจนการรับรู้ว่าพื้นที่ไหนมีความปลอดภัยและควรเดินทางไป หรือพื้นที่ใดควรหลีกเลี่ยง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญควบคู่กันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831195?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ช็อก เหตุดับ 2 พี่น้องรัสเซีย ยกบทเรียนเตือนใจ ยันไทยเร่งยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ช็อก เหตุดับ 2 พี่น้องรัสเซีย ยกบทเรียนเตือนใจ ยันไทยเร่งยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ช็อก เหตุดับ 2 พี่น้องรัสเซีย ยกบทเรียนเตือนใจ ยันไทยเร่งยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T05:07:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T05:07:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sh2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sh2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sh2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sh2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sh2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sh2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต.เผย จอร์เจียเก็บหลักฐานชันสูตร &#8216;ฮลุน&#8217; แล้ว รอออกมรณบัตร ส่งร่างกลับไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831129]]></link><pubDate>2026-08-03T11:58:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831129</guid><description>โฆษก กต.เผยทางการจอร์เจียเก็บหลักฐานชันสูตร &amp;#8216;ฮลุน&amp;#8217; แล้ว รอทางการจอร์เจียออกเอกสารเพื่อให้ สอท.อังการา ออกมรณบัตรและส่งร่างกลับประเทศ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โฆษก กต.เผยทางการจอร์เจียเก็บหลักฐานชันสูตร &amp;#8216;ฮลุน&amp;#8217; แล้ว รอทางการจอร์เจียออกเอกสารเพื่อให้ สอท.อังการา ออกมรณบัตรและส่งร่างกลับประเทศ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม &lt;strong&gt;น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร&lt;/strong&gt; อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าถึงขั้นตอนการนำร่างของนายบวรทัต เป็งสุข หรือฮลุน โซโล่ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านการท่องเที่ยวชาวไทย ที่เสียชีวิตในจอร์เจียว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา ยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่จอร์เจีย เพื่อประสานทางการจอร์เจีย จนกว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้น ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ครอบครัวของฮลุนได้ลงนามหนังสือมอบอำนาจให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการต่อแล้ว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็จะส่งต่อให้สถานเอกอัครราชทูตไปดำเนินการต่อกับทางการจอร์เจียต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนการนำร่างฮลุนกลับประเทศนั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า &lt;strong&gt;จะต้องรอขั้นตอนเอกสารของทางการจอร์เจียเสร็จสิ้น ซึ่งหากมีเอกสารยืนยันแล้ว สถานเอกอัครราชทูตก็จะออกใบมรณบัตร และสามารถนำร่างกลับประเทศไทยได้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5831133&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1477&quot; height=&quot;1108&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561.jpg 1477w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-300x225.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-1024x768.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-768x576.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-728x546.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-1068x801.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-560x420.jpg 560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-400x300.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-250x188.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1477px) 100vw, 1477px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศก็ได้ประสานครอบครัวและทางการจอร์เจียต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้พูดคุยกับครอบครัวของฮลุน เพื่อแสดงความเสียใจ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศพร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนการนำร่างกลับประเทศไทยจะต้องรอให้ทางการจอร์เจีนชันสูตรเสร็จสิ้นหรือไม่นั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ขณะนี้ ทางการจอร์เจียได้เก็บหลักฐานสำหรับการชันสูตรแล้ว และรอผลนิติวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อได้มีการเก็บหลักฐานพิสูจน์เสร็จสิ้นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรอจนผลกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์เสร็จสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5831134 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n.jpg&quot; alt=&quot;ฮลุน&quot; width=&quot;1521&quot; height=&quot;2028&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n.jpg 1521w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-225x300.jpg 225w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-768x1024.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-1152x1536.jpg 1152w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-728x971.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-1068x1424.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-315x420.jpg 315w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-400x533.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-250x333.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1521px) 100vw, 1521px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831129?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต.เผย จอร์เจียเก็บหลักฐานชันสูตร &amp;#8216;ฮลุน&amp;#8217; แล้ว รอออกมรณบัตร ส่งร่างกลับไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต.เผย จอร์เจียเก็บหลักฐานชันสูตร ‘ฮลุน’ แล้ว รอออกมรณบัตร ส่งร่างกลับไทย</dc:alternative><dc:abstract>กต.เผย จอร์เจียเก็บหลักฐานชันสูตร ‘ฮลุน’ แล้ว รอออกมรณบัตร ส่งร่างกลับไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T06:25:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T06:25:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/kepttt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/kepttt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__163479561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1477</mi:x1><mi:y1>1108</mi:y1><mi:x2>1477</mi:x2><mi:y2>1108</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/500053988_708440018390778_258679705277057906_n-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1521</mi:x1><mi:y1>2028</mi:y1><mi:x2>1521</mi:x2><mi:y2>2028</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/kepttt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/kepttt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/kepttt2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/kepttt2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! ฮ.ดับเพลิง ชนกลางอากาศ ขณะเร่งคุมไฟป่าผลาญกรีซ ดับ 2 รอด 2 (คลิป)]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831104]]></link><pubDate>2026-08-03T11:42:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831104</guid><description>สลด! ฮ.ดับเพลิง ชนกลางอากาศ ขณะเร่งคุมไฟป่าผลาญกรีซ ดับ 2 รอด 2 (คลิป) เกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้นเมื่อเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำ ที่กำลังบินควบคุมไฟป่าที่กำลังไหม้ลามเผาผลาญพื้นที่ในประเทศกรีซ ได้ประสบเหต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! ฮ.ดับเพลิง ชนกลางอากาศ ขณะเร่งคุมไฟป่าผลาญกรีซ ดับ 2 รอด 2 (คลิป)&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้นเมื่อเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 2 ลำ ที่กำลังบินควบคุมไฟป่าที่กำลังไหม้ลามเผาผลาญพื้นที่ในประเทศกรีซ ได้ประสบเหตุชนกลางอากาศเหนือพื้นที่ใกล้กับเมือง Psatha ทางตะวันตกของกรุงเอเธนส์ เมื่อวันอาทิตย์ (2 ส.ค.) จนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นนักบินชาวเดนมาร์ก 1 ราย และเจ้าหน้าที่ประสานงานหน่วยดับเพลิงชาวกรีซ 1 ราย ส่วนนักบินชาวอังกฤษและเจ้าหน้าที่ประสานงานชาวกรีซอีก 1 คน ซึ่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2 รอดชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ได้แสดงให้เห็นเฮลิคอปเตอร์เบลล์สองลำดังกล่าวที่อยู่ในระหว่างปฏิบัติการดับไฟป่า ได้บินเข้าใกล้กันในระดับต่ำ ก่อนใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ลำล่างจะชนเข้ากับใต้ท้องของอีกลำ ทำให้ใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นเกิดไฟลุกไหม้และร่วงตกลงในหุบเหว ส่วนอีกลำนักบินสามารถนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามรายงานของหน่วยดับเพลิงกรีซ เฮลิคอปเตอร์เบลล์ทั้งสองลำที่เช่าจาก บริษัท แมคเดอร์มอตต์ เอวิเอชันของออสเตรเลีย ชนกันขณะปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าขนาดใหญ่บริเวณชายแดนแอตติกา-โบโอเทีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลูกเรือของเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัย ส่วนลูกเรืออีกลำหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ได้เริ่มเปิดการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน นายคีเรียโกส มิตโซทาคิส นายกรัฐมนตรีกรีซ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออุบัติเหตุครั้งนี้ โดยโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “การสูญเสียผู้ประสานงานชาวกรีซและนักบินเดนมาร์ก ทำให้พวกเราทุกคนโศกเศร้า และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงคุ้มครองพลเรือนเปิดเผยว่า ตามระเบียบปฏิบัติ เฮลิคอปเตอร์รุ่นเบลล์ทั้งหมดทั่วประเทศได้ถูกสั่งระงับการบินชั่วคราวแล้ว และว่า เฮลิคอปเตอร์เบลล์อีกลำที่เกี่ยวข้องกับการชนกันกลางอากาศครั้งนี้ ได้ลงจอดฉุกเฉินในพื้นที่ที่มีพุ่มไม้เตี้ย ซึ่งผู้ที่อยู่บนเครื่องทั้งสองราย ได้แก่ นักบินชาวอังกฤษและเจ้าหน้าที่ประสานงานของหน่วยดับเพลิงกรีซ รอดชีวิตโดยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย โดยทั้งคู่ยังมีสติและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และจะอยู่ภายใต้การสังเกตอาการเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ไฟป่าในกรีซ มีรายงานว่าเปลวไฟได้ผลาญทำลายบ้านเรือนในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเอเธนส์ไปแล้วมากกว่า 100 หลัง ขณะที่ความพยายามในการควบคุมไฟป่าอีกจุดบนเกาะเคฟาโลเนีย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ไฟป่าที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในประเทศฝรั่งเศสและสเปนเริ่มมีสัญญาณบรรเทาลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า ไฟป่าในจังหวัดวาร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ได้เปลี่ยนทิศทางตามกระแสลมที่เปลี่ยนไปและลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่าซึ่งยากต่อการเข้าถึง และยังเกิดไฟไหม้ขึ้นอีกจุดหนึ่งริมทางหลวงใกล้กับเมืองการ์กาซอน ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ทางตอนใต้ คาดว่าสาเหตุมาจากรถยนต์ที่กำลังถูกไฟลุกไหม้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพวิดีโอที่เผยแพร่แสดงให้เห็นกลุ่มควันสีเทาพวยพุ่งหนาทึบและเปลวเพลิงอยู่ใกล้กับถนน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าได้สั่งปิดทางหลวงสายดังกล่าวและอพยพผู้คนออกจากสวนสัตว์ที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในพื้นที่ตอนกลางของสเปน สถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามกินพื้นที่หลายหมื่นเฮกตาร์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้แล้ว แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงต้องรับมือกับการปะทุขึ้นใหม่ของไฟในบางจุดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยุโรปเผชิญกับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุไฟป่าในช่วงฤดูร้อนนี้ หลังจากต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์และภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;Two Dead After Firefighting Helicopters Collide in Greece&amp;#039;s Attica | Firstpost News | N18G&quot; width=&quot;422&quot; height=&quot;750&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/6bZ_m0f0qzM?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831104?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! ฮ.ดับเพลิง ชนกลางอากาศ ขณะเร่งคุมไฟป่าผลาญกรีซ ดับ 2 รอด 2 (คลิป)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! ฮ.ดับเพลิง ชนกลางอากาศ ขณะเร่งคุมไฟป่าผลาญกรีซ ดับ 2 รอด 2 (คลิป)</dc:alternative><dc:abstract>สลด! ฮ.ดับเพลิง ชนกลางอากาศ ขณะเร่งคุมไฟป่าผลาญกรีซ ดับ 2 รอด 2 (คลิป)</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T05:50:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T05:50:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-01T155320Z_1134898625_RC2RPMAFVWS7_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-01T155320Z_1134898625_RC2RPMAFVWS7_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-02T194415Z_1360090820_RC2JQMATXR78_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-FATALITIES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-02T194415Z_1360090820_RC2JQMATXR78_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-FATALITIES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>546</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>546</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-01T155320Z_1134898625_RC2RPMAFVWS7_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-01T155320Z_1134898625_RC2RPMAFVWS7_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-01T155320Z_1134898625_RC2RPMAFVWS7_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-01T155320Z_1134898625_RC2RPMAFVWS7_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ร้อนเดือด! อุณหภูมิเกาหลีใต้พุ่ง 42.5 องศา สูงสุดเป็นประวัติการณ์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831018]]></link><pubDate>2026-08-03T10:57:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5831018</guid><description>ร้อนเดือด! อุณหภูมิเกาหลีใต้พุ่ง 42.5 องศา สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี  (KMA) เผยว่า อุณหภูมิในเมืองยังซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ร้อนเดือด! อุณหภูมิเกาหลีใต้พุ่ง 42.5 องศา สูงสุดเป็นประวัติการณ์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี  (KMA) เผยว่า อุณหภูมิในเมืองยังซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42.5 องศาเซลเซียสในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ขณะที่คลื่นความร้อนรุนแรงยังคงปกคลุมเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;KMA ระบุว่า อุณหภูมิในเมืองยังซาน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 310 กิโลเมตร แตะระดับ 42.0 องศาเซลเซียส เมื่อเวลา 13.16 น. ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 42.5 องศาเซลเซียส เมื่อเวลา 13.26 น.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุณหภูมิดังกล่าวถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลอุตุนิยมวิทยาสมัยใหม่บนคาบสมุทรเกาหลีเมื่อปี 1904 โดยอ้างอิงจากข้อมูลของสถานีตรวจอากาศระยะยาว 97 แห่งของ KMA&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุณหภูมิในเมืองยังซานที่พุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสยังเกิดเร็วขึ้นในทุกวัน เนื่องจากความร้อนสะสมอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลว่าอุณหภูมิอาจพุ่งทะลุ 43 องศาเซลเซียสได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันอาทิตย์ที่ผ่านมายังนับเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันที่อุณหภูมิในเมืองยังซาน ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเกาหลีใต้ สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เมืองคยองจู เมืองหลวงเก่าในยุคโซซอน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 240 กิโลเมตร มีอุณหภูมิสูงถึง 40.3 องศาเซลเซียส ณ เวลา 14.14 น. ของวันเดียวกัน นับเป็นครั้งแรกในปีนี้ที่อุณหภูมิของเมืองสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุณหภูมิดังกล่าวยังเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2018 ซึ่งเคยวัดได้ 39.8 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศยกระดับการปฏิบัติการของกองบัญชาการรับมือภัยพิบัติเป็นระดับ 2 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เพื่อเสริมความพร้อมในการรับมือกับคลื่นความร้อนอย่างบูรณาการในทุกหน่วยงานของรัฐ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023 ที่มีการยกระดับการรับมือภัยพิบัติขึ้นสู่ระดับ 2 และยังเป็นเพียงครั้งที่ 2 เท่านั้น นับตั้งแต่รัฐบาลกำหนดให้คลื่นความร้อนรุนแรงเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลยังขอความร่วมมือประชาชนให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง และปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางฮัน ซองซุก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ได้ออกคำสั่งฉุกเฉินไปยังกระทรวงต่างๆ และรัฐบาลท้องถิ่นให้เพิ่มการตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่มีความเปราะบางต่อสภาพอากาศร้อนจัด พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและการจ่ายน้ำให้เพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของรัฐบาลเกาหลีใต้ชี้ว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม มีผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวข้องกับความร้อนรวม 1,781 คน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน 13 รายในช่วงเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5831018?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ร้อนเดือด! อุณหภูมิเกาหลีใต้พุ่ง 42.5 องศา สูงสุดเป็นประวัติการณ์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ร้อนเดือด! อุณหภูมิเกาหลีใต้พุ่ง 42.5 องศา สูงสุดเป็นประวัติการณ์</dc:alternative><dc:abstract>ร้อนเดือด! อุณหภูมิเกาหลีใต้พุ่ง 42.5 องศา สูงสุดเป็นประวัติการณ์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T03:57:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T03:57:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/skhw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/skhw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อียิปต์เจอแผ่นดินไหว 5.6 เหนือเมืองสุเอซ ยังไม่มีรายงานความเสียหาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5830960]]></link><pubDate>2026-08-03T09:51:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5830960</guid><description>อียิปต์เจอแผ่นดินไหว 5.6 เหนือเมืองสุเอซ ยังไม่มีรายงานความเสียหาย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์และธรณีฟิสิกส์แห่งชาติของอียิปต์รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ริกเตอร์ ห่างจากเมืองสุเอซของอียิปต์ไปทางเหนือ  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อียิปต์เจอแผ่นดินไหว 5.6 เหนือเมืองสุเอซ ยังไม่มีรายงานความเสียหาย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถาบันวิจัยดาราศาสตร์และธรณีฟิสิกส์แห่งชาติของอียิปต์รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ริกเตอร์ ห่างจากเมืองสุเอซของอียิปต์ไปทางเหนือ 38 กิโลเมตร เมื่อเวลาประมาณ 3:00 น. ของวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นของอียิปต์ หรือประมาณ 07.00 น. ของวันเดียวกันตามเวลาในไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถาบันดังกล่าวระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสภาเสี้ยววงเดือนแดงอียิปต์กล่าวว่า ได้เปิดใช้งานแผนรับมือเหตุฉุกเฉินในจังหวัดต่างๆ ที่ประชาชนสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวแล้ว พร้อมขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงอาคารที่เห็นว่าเกิดความเสียหายทางโครงสร้าง และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านศูนย์วิจัยธรณีศาสตร์แห่งเยอรมนี (GFZ) วัดขนาดแผ่นดินไหวได้ 5.4 แมกนิจูด และเกิดขึ้นที่ความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5830960?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อียิปต์เจอแผ่นดินไหว 5.6 เหนือเมืองสุเอซ ยังไม่มีรายงานความเสียหาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อียิปต์เจอแผ่นดินไหว 5.6 เหนือเมืองสุเอซ ยังไม่มีรายงานความเสียหาย</dc:alternative><dc:abstract>อียิปต์เจอแผ่นดินไหว 5.6 เหนือเมืองสุเอซ ยังไม่มีรายงานความเสียหาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T02:51:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T02:51:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันร่วงกว่า 6% เช้านี้ รับข่าวดี ตอ.กลาง หุ้นผันผวน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5830945]]></link><pubDate>2026-08-03T09:28:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5830945</guid><description>น้ำมันร่วงกว่า 6% เช้านี้ รับข่าวดี ตอ.กลาง หุ้นผันผวน ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักในเช้าวันที่ 3 สิงหาคม ขณะที่ตลาดหุ้นผันผวนในการเปิดซื้อขายวันจันทร์ ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าอาจเกิดสันติภาพในตะว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันร่วงกว่า 6% เช้านี้ รับข่าวดี ตอ.กลาง หุ้นผันผวน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักในเช้าวันที่ 3 สิงหาคม ขณะที่ตลาดหุ้นผันผวนในการเปิดซื้อขายวันจันทร์ ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าอาจเกิดสันติภาพในตะวันออกกลาง ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังสหรัฐและญี่ปุ่นยืนยันว่าได้เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกันเพื่อพยุงค่าเงินเยนที่อ่อนแอลงอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงหลักในตลาดโลก ร่วงลงมากกว่า 6% มาอยู่ที่ 82.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านจะมีขึ้นในวันจันทร์ โดยเขาได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อเปิดทางให้มีการบรรลุข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และแก้ปัญหาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีซื้อขายล่วงหน้าของ S&amp;amp;P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่ดัชนีล่วงหน้าของ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.6% แต่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนีนิกเกอิ ปรับตัวลดลง 1% ส่วนดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 3.6% หลังจากเผชิญความผันผวนอย่างหนักในเดือนกรกฎาคม ซึ่งทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของเกาหลีใต้ร่วงลงไปแล้วถึง 22% ขณะที่ดัชนี MSCI Asia-Pacific ซึ่งไม่รวมญี่ปุ่น ปรับตัวลดลง 1% ในการซื้อขายช่วงเช้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเงินเยนแข็งค่าขึ้นมากกว่า 1% มาอยู่ที่ 155.39 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ในการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้นักลงทุนในตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดว่าอาจมีการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐได้ร่วมกันแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการเข้าซื้อเงินเยน และไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น นับเป็นการดำเนินการร่วมกันของทั้งสองประเทศที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งก่อนหน้านี้ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่ทางการญี่ปุ่นจะประกาศยืนยันการแทรกแซงค่าเงินเยนร่วมกับสหรัฐ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐกำลังช่วยญี่ปุ่นพยุงค่าเงินเยนในฐานะ &amp;#8220;สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ&amp;#8221; และเพื่อช่วยเสริมเสถียรภาพให้เศรษฐกิจโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเหตุผลที่สหรัฐเข้าช่วยแทรกแซงค่าเงินเยนว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับค่าเงินเยนที่อ่อนตัว และพวกเขาต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อย และสหรัฐก็พร้อมอยู่เคียงข้างญี่ปุ่นเสมอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนิค ทวิดเดล หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ ATFX Global กล่าวว่า คำกล่าวของทรัมป์ที่อธิบายว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นเสมือน &amp;#8220;การช่วยเหลือกันในฐานะมิตร&amp;#8221; กลับทำให้ความน่าเชื่อถือของการมีส่วนร่วมแทรกแซงตลาดของสหรัฐลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ทั้งสองประเทศกำลังพยายามฝืนปัจจัยพื้นฐานของตลาด ดังนั้นผมคาดว่าเมื่อการแทรกแซงสิ้นสุดลง ตลาดก็จะปรับตัวกลับไปตามปัจจัยพื้นฐาน ก่อนที่ทางการญี่ปุ่นจะประกาศยืนยันการแทรกแซง เว้นแต่ว่าเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐาน&amp;#8221; ทวิดเดลกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาซายูกิ นากาจิมะ นักกลยุทธ์จากธนาคารมิซูโฮ กล่าวว่า เป้าหมายของการแทรกแซงครั้งนี้น่าจะไม่ใช่การพลิกกลับแนวโน้มโดยรวมของอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ต่อเยน เนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้างยังคงส่งผลลบต่อค่าเงินเยนในวงกว้าง โดยเฉพาะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาคาจิมะกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะโต้แย้งว่าแนวโน้มการอ่อนค่าในระยะยาวของเงินเยนได้เปลี่ยนแปลงไปโดยพื้นฐานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นมันอาจเปลี่ยนไปในทิศทางที่เอื้อต่อการแข็งค่าของเงินเยน เพราะท่าทีในการสื่อสารระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนไปยังบรรดานักเก็งกำไร&amp;#8221; นากาจิมะกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5830945?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันร่วงกว่า 6% เช้านี้ รับข่าวดี ตอ.กลาง หุ้นผันผวน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันร่วงกว่า 6% เช้านี้ รับข่าวดี ตอ.กลาง หุ้นผันผวน</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันร่วงกว่า 6% เช้านี้ รับข่าวดี ตอ.กลาง หุ้นผันผวน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T02:28:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T02:28:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op3-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/op3-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์เผย ถกอิหร่านจันทร์นี้ ไร้เส้นตายปิดดีล อ้างสั่งเลิกโจมตี หลัง ตอ.กลางขอเวลา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5830917]]></link><pubDate>2026-08-03T09:00:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5830917</guid><description>ทรัมป์เผย ถกอิหร่านจันทร์นี้ ไร้เส้นตายปิดดีล อ้างสั่งเลิกโจมตี หลัง ตอ.กลางขอเวลา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมนี้ แต่ปฏิเสธที่จะกำหน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์เผย ถกอิหร่านจันทร์นี้ ไร้เส้นตายปิดดีล อ้างสั่งเลิกโจมตี หลัง ตอ.กลางขอเวลา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมนี้ แต่ปฏิเสธที่จะกำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลง หลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์อ้างว่าเขาได้ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อเปิดทางให้มีการบรรลุข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งโดยเร็ว และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า อิหร่านและประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางได้ขอเวลาเพิ่มเติมเพื่อทำข้อตกลงให้เสร็จสิ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที โดยสมบูรณ์ และทั้งหมด รวมทั้งยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ย้ำว่าเตหะรานจะต้องทำข้อตกลงอย่าวรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างเดินทางกลับกรุงวอชิงตันจากการใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันอาทิตย์ว่า การเจรจาจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายวันจันทร์ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่หรือผู้ที่จะเข้าร่วมการเจรจาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขาได้กำหนดเส้นตายให้อิหร่านต้องบรรลุข้อตกลงหรือไม่ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบโดยกล่าวว่า &amp;#8220;ผมอยากทำข้อตกลงมากกว่าหรือ? ผมไม่ได้ต้องการฆ่าคน เพราะมีคนตายเป็นเยอะมาก และเราไม่ต้องการเช่นนั้น&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะยกระดับสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเขาเปิดฉากร่วมกับอิสราเอลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ทุกครั้งก็ยอมให้เวลาเพิ่มเติมสำหรับการเจรจามากขึ้น ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงที่ครอบคลุมได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การลดระดับความตึงเครียดครั้งล่าสุดของทรัมป์ มีขึ้นหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างขู่กันไปมาต่อเนื่องหลายวันว่าจะเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ ถือเป็นการพลิกผันครั้งล่าสุดในสงครามครั้งนี้ ที่การสู้รบได้ขยายวงจากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลแดง และลุกลามไปถึงเป้าหมายแห่งหนึ่งในอียิปต์ซึ่งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์อ้างว่า เป้าหมายที่เขาประกาศไว้คือการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้เขายอมรับได้หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้นในระยะสั้น แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อเขาให้ต้องหาทางยุติความขัดแย้งโดยเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สำนักข่าวของทางการอิหร่านรายงานว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้หารือทางโทรศัพท์กับเจ้าชายไฟซาล บิน ฟัรฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย และพลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน เพื่อหารือเกี่ยวกับความพยายามทางการทูตในการคลี่คลายสถานการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้น สำนักข่าวทางการ IRNA รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายอารักชีว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การตกลงเรื่องเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบ พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดหรือปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเป็นคนละประเด็นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนที่แล้ว อิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอของโอมาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศอ่าวอาหรับ ให้ร่วมกันบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซที่ทั้งสองประเทศใช้ร่วมกัน โดยแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า แผนดังกล่าวรวมถึงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมโดยสมัครใจจากเรือที่ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายเอลี โคเฮน รัฐมนตรีพลังงานอิสราเอล และสมาชิกคณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า อิสราเอลและสหรัฐมีการประสานงานด้านความมั่นคงและข่าวกรองอย่างใกล้ชิดในทุกประเด็นที่เกิดขึ้นในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือไม่ และไม่ว่าภายนอกจะมีพันธกรณีใดก็ตาม หากอิหร่านพยายามรื้อฟื้นโครงการนิวเคลียร์ หรือเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมขีปนาวุธของตนอีกครั้ง เราจะอยู่ที่นั่น เราจะลงมือ และเราจะโจมตี&amp;#8221; โคเฮนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5830917?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์เผย ถกอิหร่านจันทร์นี้ ไร้เส้นตายปิดดีล อ้างสั่งเลิกโจมตี หลัง ตอ.กลางขอเวลา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์เผย ถกอิหร่านจันทร์นี้ ไร้เส้นตายปิดดีล อ้างสั่งเลิกโจมตี หลัง ตอ.กลางขอเวลา</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์เผย ถกอิหร่านจันทร์นี้ ไร้เส้นตายปิดดีล อ้างสั่งเลิกโจมตี หลัง ตอ.กลางขอเวลา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-03T02:00:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-03T02:00:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ส.วิศวกร วิเคราะห์สาเหตุ แผ่นดินไหวอิตาลี แค่ 4.7 แต่ทำอาคารเสียหายหลายหลัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5830214]]></link><pubDate>2026-08-02T11:45:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5830214</guid><description>ส.วิศวกร วิเคราะห์ ทำไมแผ่นดินไหวที่อิตาลีขนาดแค่ 4.7 แต่ทำให้อาคารหลายหลังเสียหายได้ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เผยว่า กรณีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทางต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ส.วิศวกร วิเคราะห์ ทำไมแผ่นดินไหวที่อิตาลีขนาดแค่ 4.7 แต่ทำให้อาคารหลายหลังเสียหายได้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม &lt;strong&gt;ศ.ดร.อมร พิมานมาศ&lt;/strong&gt; นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เผยว่า กรณีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทางตอนใต้ของอิตาลี เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา มีขนาดเพียง 4.7 ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่กลับสร้างความเสียหายให้อาคารหลายหลังได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ในเขตเมือง Pozzuoli ทางทิศตะวันตกของเมืองเนเปิลส์ พื้นที่ในแถบนี้ ยังเป็นแอ่งภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ!&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สาเหตุที่อาคารเสียหายน่าจะมาจาก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.แผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ความลึกเพียง 3 กม. ซึ่งถือว่าตื้นมาก เทียบกับแผ่นดินไหวทั่วไปที่มักเกิดที่ความลึกมากกว่านั้น &lt;strong&gt;ด้วยความที่ระยะตื้นมาก พลังงานจากคลื่นแผ่นดินไหวถูกลดทอนน้อย การสั่นไหวที่ผิวดินจึงรุนแรงมาก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.จุดเกิดเหตุอยู่ในบริเวณแหล่งชุมชนหนาแน่น จึงกระทบต่ออาคารและประชาชนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.อาคารส่วนใหญ่ไม่ได้พังทั้งหลัง แต่ส่วนที่พังทลายคือ เปลือกและผนังอาคารที่แตกหักและร่วงลงมา โดยเฉพาะอาคารและโบสถ์เก่าที่ก่อสร้างจากอิฐหรือปูนปั้นไม่เสริมเหล็ก (Unreinforced masonry) จึงเปราะ แตกหัก และพังทลายได้ง่าย นอกจากอาคารพังทลายแล้ว ยังพบหินถล่มด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4.แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดจากรอยเลื่อนธรรมดา แต่เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ในเขตภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ ใต้พื้นดินยังมีแม็กม่าหรือแก๊ส หรือของเหลวร้อนอยู่ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ bradyseism ดันให้พื้นดินยกและทรุดตัวแบบไม่สม่ำเสมอมาเป็นเวลานาน บางจุดยกสูงถึง 1.6 เมตร ก็อาจทำให้อาคารบางส่วนสะสมรอยแตกร้าวหรือเสียมาก่อนหน้าแล้ว เมื่อเจอแผ่นดินไหวคราวนี้ จึงพังลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.พื้นที่แถบนี้ ยังมีกลุ่มแผ่นดินไหวสะเทือน (seismic swarm) ต่อเนื่องหลายครั้ง ซึ่งน่าจะเกี่ยวกับการเป็นเขตภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ อาจมีส่วนทำให้อาคารแตกร้าวเสียหายจากแผ่นดินไหวก่อนหน้าอยู่แล้วด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5830214?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ส.วิศวกร วิเคราะห์สาเหตุ แผ่นดินไหวอิตาลี แค่ 4.7 แต่ทำอาคารเสียหายหลายหลัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ส.วิศวกร วิเคราะห์สาเหตุ แผ่นดินไหวอิตาลี แค่ 4.7 แต่ทำอาคารเสียหายหลายหลัง</dc:alternative><dc:abstract>ส.วิศวกร วิเคราะห์สาเหตุ แผ่นดินไหวอิตาลี แค่ 4.7 แต่ทำอาคารเสียหายหลายหลัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-02T06:20:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-02T06:20:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b278.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b278-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b277.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b277-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b278.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b278-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UN เตือน เข้า ส.ค. เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้นอีก โลกเผชิญอากาศสุดขั้วหนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829827]]></link><pubDate>2026-08-01T15:56:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5829827</guid><description>UN เตือน เข้า ส.ค. เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้นอีก โลกเผชิญอากาศสุดขั้วหนัก องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) องค์กรด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงอยู่แล้วในขณะนี้ คาดว่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;UN เตือน เข้า ส.ค. เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้นอีก โลกเผชิญอากาศสุดขั้วหนัก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) องค์กรด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงอยู่แล้วในขณะนี้ คาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ โดยมีแนวโน้มจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงกว่าปกติ และเปลี่ยนแปลงรูปแบบของปริมาณฝนอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เอลนีโญซึ่งอยู่ในระดับ &amp;#8220;รุนแรงมาก&amp;#8221; มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้ และจะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในซีกโลกเหนือ ขณะที่เกษตรกรในหลายพื้นที่กำลังเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต และจะทำให้สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WMO ระบุว่า เอลนีโญซึ่งเป็นภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นกว่าปกติ จะยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฎการณ์ Indian Ocean Dipole (IOD) ที่เป็นรูปแบบสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียอุ่นกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่บริเวณฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรอินเดียมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปรากฏการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน จะยิ่งเพิ่มผลกระทบให้สภาพภูมิอากาศในหลายภูมิภาครุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม และความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า โดยเฉพาะในประเทศที่อยู่รอบมหาสมุทรอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WMO คาดการณ์ว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกจะสูงกว่าค่าปกติมากกว่า 2.9 องศาเซลเซียส (5.22 องศาฟาเรนไฮต์) โดยภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อระบบสภาพอากาศทั่วโลก และผลักดันให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกพุ่งสูงขึ้น พื้นที่บนบกเกือบทั้งหมดของโลกจะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยพื้นที่ที่คาดว่าจะเผชิญความร้อนรุนแรงที่สุด ได้แก่ แอฟริกา ยุโรปตอนใต้ อนุทวีปอินเดีย เอเชียตะวันออก และอเมริกาใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WMO ยังระบุว่า กำลังเร่งระดมข้อมูลและบริการสนับสนุนอื่นๆ เพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า และลดผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้น เป็นการเติมเชื้อเพลิงให้กับโลกที่กำลังลุกเป็นไฟอยู่แล้วจากคลื่นความร้อนรุนแรง ไฟป่าที่ร้ายแรงราววันสิ้นโลก และอุณหภูมิน้ำทะเลที่ทำสถิติสูงสุด ขณะที่เชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังยิ่งโหมให้วิกฤตครั้งนี้รุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เอลนีโญไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่กำลังมาถึงหน้าประตูบ้านของเรา แต่มันเข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว และกำลังเร่งให้โลกยิ่งร้อนขึ้น นี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และกำลังเติมเชื้อไฟให้กับโลกที่กำลังลุกเป็นไฟอยู่แล้ว&amp;#8221; กุแตเรซกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เร่งดำเนินมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยระบุว่าผลกระทบของเอลนีโญกำลังมาบรรจบกับภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซเลสต์ เซาโล เลขาธิการ WMO กล่าวว่า แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญจะได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ระบบเตือนภัยล่วงหน้าจะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อรัฐบาลและหน่วยงานด้านมนุษยธรรมสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ปฏิบัติจริง เพื่อปกป้องชุมชนที่มีความเปราะบาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การพยากรณ์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันภัยพิบัติได้ แต่ผู้คนต่างหากที่ทำได้ การตัดสินใจที่เราทำในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดผลกระทบที่เราจะเผชิญในวันพรุ่งนี้&amp;#8221; เซาโลระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า เอลนีโญในปีนี้อาจทวีความรุนแรงจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อเข้าสู่ช่วงที่ปรากฏการณ์มีความรุนแรงสูงสุดในครึ่งหลังของปี แม้ว่าการคาดการณ์จากแบบจำลองคอมพิวเตอร์ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829827?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UN เตือน เข้า ส.ค. เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้นอีก โลกเผชิญอากาศสุดขั้วหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UN เตือน เข้า ส.ค. เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้นอีก โลกเผชิญอากาศสุดขั้วหนัก</dc:alternative><dc:abstract>UN เตือน เข้า ส.ค. เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้นอีก โลกเผชิญอากาศสุดขั้วหนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-01T08:56:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-01T08:56:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/eh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ทรัมป์ถกเนทันยาฮู-เซเลนสกี นัยแฝงแห่งความชื่นมื่น?]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829793]]></link><pubDate>2026-08-01T15:30:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5829793</guid><description>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ทรัมป์ถกเนทันยาฮู-เซเลนสกี นัยแฝงแห่งความชื่นมื่น? เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ พบหารือกับผู้นำจากสองประเทศ ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางของความขัดแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ทรัมป์ถกเนทันยาฮู-เซเลนสกี นัยแฝงแห่งความชื่นมื่น?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา &lt;strong&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ &lt;/strong&gt;พบหารือกับผู้นำจากสองประเทศ ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งระดับโลกในวันเดียวกัน ได้แก่&lt;strong&gt; ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน&lt;/strong&gt; ที่ต้องรับมือกับการสู้รบกับรัสเซียที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี และ น&lt;strong&gt;ายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูแห่งอิสราเอล&lt;/strong&gt; ซึ่งพัวพันกับสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งในสงครามอิหร่านรวมถึงวิกฤตกาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพการพบปะกันครั้งแรกระหว่างทรัมป์และเนทันยาฮูนับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้น เผยให้เห็นสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของทรัมป์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากสหรัฐและอิสราเอลต่างเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นเกื้อหนุนกันอย่างมากมายาวนาน โดยสหรัฐเป็นประเทศแรกในโลกที่รับรองความเป็นรัฐของอิสราเอล ทันทีที่ประกาศเอกราชในปี 1948&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนภาพถ่ายกับเซเลนสกี ทรัมป์มีสีหน้าที่สดใสไม่แพ้กัน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการเผชิญหน้ากันครั้งก่อนที่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทรัมป์ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวและปะทะคารมกับผู้นำยูเครนอย่างกราดเกรี้ยว ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า ผลการหารือกับผู้นำทั้งสองประเทศเป็นไปในเชิงบวกและสร้างสรรค์ อย่างไรก็ดี ทางการสหรัฐไม่ได้ออกแถลงการณ์ผลการประชุมระดับผู้นำของทั้งสองประเทศแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศทางการทูตอันชื่นมื่นดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อทรัมป์ทั้งในแง่การเมืองในประเทศ ด้านหนึ่งคือการสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณชนชาวอเมริกันต่อพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังใกล้เข้ามาว่าทุกอย่างยังคงไปได้สวย และอีกด้านหนึ่งคือ การสร้างมรดกทางการเมือง (Legacy) ในฐานะประธานาธิบดีที่มีภาพลักษณ์ที่ดีซึ่งได้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ หลังจากที่ทรัมป์ได้พาสหรัฐเข้าสู่ภาวะสงครามและทำให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและกลุ่มพันธมิตรตั้งแต่ชาติตะวันตกไปจนถึงรัฐอ่าวอาหรับ ที่แม้ในภาพใหญ่จะดูเหมือนสัมพันธ์ยังชื่นมื่นก็ตามที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงอย่างต่อเนื่อง เนท ซิลเวอร์ เผยผลสำรวจเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ชี้ว่า ทรัมป์มีคะแนนเห็นชอบอยู่ที่ 38.2% และคะแนนไม่เห็นชอบอยู่ที่ 58.8% ส่งผลให้มีคะแนนความนิยมสุทธิอยู่ที่ -20.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ตั้งแต่ที่ทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยที่ 2 ลดลงจาก -16.4% เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกทั้ง โพลของ AP-NORC สำรวจระหว่างวันที่ 23-27 กรกฎาคม บ่งบอกว่า ประมาณ 2 ใน 3 ของชาวอเมริกัน ซึ่งรวมถึงผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตและผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ ตลอดจนโหวตเตอร์พรรครีพับลิกันประมาณ 37% รู้สึกว่า สงครามอิหร่านไม่ใช่สงครามที่คุ้มค่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขคะแนนนิยมที่แสดงความไม่พอใจไปในทิศทางเดียวกันเช่นนี้ เป็นเสียงสะท้อนว่าปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศนั้นยิ่งใหญ่กว่าลัทธิชาตินิยมและการธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของชาติ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงสงคราม นับเป็นสัญญาณที่อันตรายอย่างยิ่งต่อพรรครัฐบาลริพับลิกันในการคว้าชัยชนะการเลือกตั้งกลางเทอมเพื่อให้ทรัมป์ยังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการบริหารประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอบีซีรายงานว่า ตามข้อมูลจากรายงานของรัฐบาลสหรัฐเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เศรษฐกิจของสหรัฐชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนแรกที่เกิดสงครามอิหร่าน โดยชะลอตัวจาก 2.1% ในไตรมาสแรก เหลือ 1.5% ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อรายปีเพิ่มขึ้นเป็น 3.5% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐที่กำหนดไว้ที่ 2%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก AAA ระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศพุ่งสูงถึง 4.56 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอนในเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังจากที่มีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พลวัตกระแสความไม่พอใจต่อรัฐบาลได้เพิ่มแรงกดดันต่อทรัมป์ให้สร้างความสำเร็จบางอย่างในตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ข้อตกลงหยุดยิงในสงครามอิหร่านยังคงเปราะบางและทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อซาอุดิอาระเบียเข้ามามีบทบาทด้วยการร่วมฏิบัติการกับสหรัฐในการโจมตีแบบแม่นยำต่อกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในอิรัก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กองทัพซาอุฯ ปฎิบัติการร่วมกับกองทัพสหรัฐนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของทรัมป์ สามารถบรรลุข้อตกลงให้กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในฉนวนกาซาปลดอาวุธ โดยหลังจากกระบวนการปลดอาวุธเสร็จสิ้น อิสราเอลจะถอนกำลังออกจากฉนวนกาซา และจะมีกองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกองกำลังตำรวจปาเลสไตน์ชุดใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อัลจาซีรารายงานว่า ตำรวจปาเลสไตน์จะทำงานร่วมกับกองกำลังประสานงานระหว่างประเทศ โดยมีข่าวลือว่า อาจประกอบด้วยกองกำลังจากอินโดนีเซียและตุรกี ซึ่งอิสราเอลอาจไม่เห็นด้วย หากฮามาสไม่ยอมรับข้อตกลง สถานการณ์ด้านการเงินของฮามาสก็ย่อมเผชิญกับความลำบากมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การดำเนินนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ส่งผลให้สหรัฐมีความน่าเชื่อถือในฐานะพันธมิตรลดลง พร้อมกับโดดเดี่ยวตัวเองออกจากความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่นานมานี้รอยเตอร์รายงานว่า โอมานเสนอแผนต่ออิหร่าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ ให้อิหร่านร่วมกันบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึงจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบโดยสมัครใจ เพื่อวางรากฐานในการยุติการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน แม้อิหร่านได้ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐอ่าวเล็งเห็นถึงความจำเป็นต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น แทนที่นำความหวังทั้งหมดไปอยู่ที่การเจรจาอันไม่อยู่กับร่องกับรอยระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และยังแสดงให้เห็นว่ารัฐอ่าวพยายามหาทางออกจากปัญหาที่พวกเขาไม่ได้ก่อด้วยตัวเอง แทนที่จะอาศัยการรับประกันความมั่นคงจากสหรัฐเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น การหารืออันเป็นฉันมิตรกับเซเลนสกีจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ ด้วยเหตุว่าทรัมป์เองก็มีแรงจูงใจที่ฟื้นฟูภาพลักษณ์ของตนในฐานะประธานาธิบดีที่สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศอื่นๆ เป็นประธานาธิบดีผู้พยายามจะยุติสงคราม ไม่ใช่ผู้ที่นำที่พาสหรัฐเข้าสู่สงคราม ซึ่งขัดแย้งกับคำมั่นสัญญาที่เคยประกาศไว้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซเลนสกีได้ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า เขาได้ขอให้ทรัมป์จัดหาขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตที่จะใช้ในช่วงฤดูหนาว เพื่อสกัดกั้นการโจมตีของรัสเซียที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน โดยทรัมป์ได้ตอบตกลงที่จะดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตการผลิต แต่ทรัมป์ก็ยอมรับว่าสถานการณ์ขณะนี้ทำให้การช่วยเหลือยูเครนเป็นเรื่องยาก เนื่องจากสหรัฐยังต้องการขีปนาวุธสกัดกั้นเหล่านี้สำหรับสงครามกับอิหร่าน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะยุติลงเมื่อใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระนั้นก็ดี ทรัมป์ย่อมคาดหวังว่าภาพลักษณ์เชิงบวกเช่นนี้จะส่งผลดีต่อพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมที่ใกล้เข้ามา ผนวกกับช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำ ตลอดจนสร้างการจดจำของทรัมป์ในฐานะบุคคลแห่งสันติภาพก่อนที่จะหมดวาระประธานาธิบดี หลังจากที่เขาเคยเอ่ยว่า ต้องการได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การหารือระหว่างการพูดคุยของทรัมป์และเนทันยาฮูก็มีประเด็นที่สอดคล้องกัน โดยแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อาวุโสอิสราเอลเผยกับรอยเตอร์ว่า การบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจายังคงเป็นหนึ่งในแนวทางในการยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน กระนั้นก็ดี เป็นที่ชัดเจนว่าความเป็นไปได้ของแนวทางดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่ไม่น้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในห้วงที่การเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามาทุกขณะ ท่ามกลางคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ตกฮวบอย่างต่อเนื่อง ภาพการหารืออันชื่นมื่นระหว่างผู้นำสหรัฐกับประธานาธิบดีอิสราเอล และประธานาธิบดียูเครนมีนัยเพื่อส่งเสริมการเล่นเกมการเมืองภายในประเทศของทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ผู้เฝ้าดูคงต้องติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งในประเด็นที่ว่ารัฐบาลเนทันยาฮูจะมีดำเนินการอย่างไรต่ออิหร่านและพันธมิตร ตลอดจนสถานการณ์ในฉนวนกาซา ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลในเดือนตุลาคม ที่เนทันยาฮูอาจต้องหาทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เกิดจุดร่วมที่ทำให้เขาคว้าชัยชนะได้อีกสมัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สำคัญที่สุดคือ &amp;#8220;ความทรัมป์&amp;#8221; ที่คาดเดายากและเปลี่ยนไปเปลี่ยนมารายวัน ว่าจะทำให้สิ่งที่เขาคาดหวังว่าจะเป็นแรงส่งให้เกิดแต้มต่อทางการเมือง จะกลายเป็นแต้มบวกอย่างที่คาดหมาย หรือกลายเป็นแต้มลบที่ส่งผลร้าย และทำให้ความนิยมจมดิ่งลงยิ่งกว่าเดิม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829793?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ทรัมป์ถกเนทันยาฮู-เซเลนสกี นัยแฝงแห่งความชื่นมื่น?&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ทรัมป์ถกเนทันยาฮู-เซเลนสกี นัยแฝงแห่งความชื่นมื่น?</dc:alternative><dc:abstract>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ทรัมป์ถกเนทันยาฮู-เซเลนสกี นัยแฝงแห่งความชื่นมื่น?</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-02T01:31:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-02T01:31:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-12.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-12-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>629</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>629</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-12.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-12-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>629</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>629</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนซ้อมรบร่วม อากาศ-ทะเล ในทะเลจีนใต้ ชี้ตอบโต้ชาติบ่อนทำลายความมั่นคงภูมิภาค]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829479]]></link><pubDate>2026-08-01T11:15:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5829479</guid><description>จีนซ้อมรบร่วม อากาศ-ทะเล ในทะเลจีนใต้ ชี้ตอบโต้ชาติบ่อนทำลายความมั่นคงภูมิภาค กองทัพจีนเผยในวันที่ 1 สิงหาคมว่า ได้ทำการฝึกซ้อมรบร่วมทางอากาศและทางทะเลบริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ หรือที่จีนเรียกว่าหวงเหยี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;จีนซ้อมรบร่วม อากาศ-ทะเล ในทะเลจีนใต้ ชี้ตอบโต้ชาติบ่อนทำลายความมั่นคงภูมิภาค&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพจีนเผยในวันที่ 1 สิงหาคมว่า ได้ทำการฝึกซ้อมรบร่วมทางอากาศและทางทะเลบริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ หรือที่จีนเรียกว่าหวงเหยียนเต่า ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อนกับอีกหลายชาติในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพจีนระบุว่า การฝึกซ้อมรบร่วมครั้งนี้เป็นการตอบสนองที่จำเป็นต่อการกระทำของบางประเทศ ซึ่งจีนกล่าวหาว่าบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดเป็นการเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สันดอนสการ์โบโรห์เป็นพื้นที่ที่ฟิลิปปินส์อ้างกรรมสิทธิ์เช่นกัน โดยฟิลิปปินส์เรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า บาโฮ เด มาซินลอค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพจีนระบุว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทดสอบและพัฒนาความพร้อมรบของกองกำลังจีน ในการปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิทางทะเลของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงปักกิ่งยังไม่ได้ตอบคำขอของรอยเตอร์ เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับการฝึกซ้อมทางทหารของจีนในครั้งนี้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเรือจีนและฟิลิปปินส์ จนทำให้ทั้งสองประเทศต่างเรียกตัวเอกอัครราชทูตของอีกฝ่ายมารับหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการ ขณะที่นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนประกาศระหว่างพบกับมาเรีย เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอยู่บนทางแยก ซึ่งขึ้นอยู่กับฟิลิปปินส์ว่าจะตัดสินใจอย่างถูกต้องและมีเหตุผลในการเลือกเส้นทางที่จะเดินต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829479?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนซ้อมรบร่วม อากาศ-ทะเล ในทะเลจีนใต้ ชี้ตอบโต้ชาติบ่อนทำลายความมั่นคงภูมิภาค&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนซ้อมรบร่วม อากาศ-ทะเล ในทะเลจีนใต้ ชี้ตอบโต้ชาติบ่อนทำลายความมั่นคงภูมิภาค</dc:alternative><dc:abstract>จีนซ้อมรบร่วม อากาศ-ทะเล ในทะเลจีนใต้ ชี้ตอบโต้ชาติบ่อนทำลายความมั่นคงภูมิภาค</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-01T04:15:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-01T04:15:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cf.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cf-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cf.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cf-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cf-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cf-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ช็อก นักบินโดดหน้าต่างขณะทำการบิน เสียชีวิตกลางอากาศ ปล่อยนักเรียนนำเครื่องลงจอด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829461]]></link><pubDate>2026-08-01T10:54:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5829461</guid><description>ช็อก นักบินโดดหน้าต่างขณะทำการบิน เสียชีวิตกลางอากาศ ปล่อยนักเรียนนำเครื่องลงจอด เมื่อ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นักบินรายหนึ่งได้กระโดดออกจากประตูเครื่องบิน ขณะที่กำลังบินอยู่จนเสียชีวิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ช็อก นักบินโดดหน้าต่างขณะทำการบิน เสียชีวิตกลางอากาศ ปล่อยนักเรียนนำเครื่องลงจอด&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา &lt;a href=&quot;https://edition.cnn.com/2026/07/08/americas/argentina-pilot-death-scli-intl&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;ซีเอ็นเอ็น&lt;/a&gt; รายงานว่า นักบินรายหนึ่งได้กระโดดออกจากประตูเครื่องบิน ขณะที่กำลังบินอยู่จนเสียชีวิต โดยปล่อยให้นักเรียนการบินที่เขากำลังสอนอยู่ต้องนำเครื่องลงจอดเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอัยการของอาร์เจนตินา เปิดเผยว่า &lt;strong&gt;นายลีอันโดร แอนเดรส เบอร์ทาสโซ&lt;/strong&gt; ครูฝึกการบินวัย 42 ปี เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นที่เมืองโทเลโด ทางตอนกลางของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว TN รายงานว่า ลีอันโดร อยู่บนเครื่องบิน Cessna 150 ร่วมกับนักเรียนการบินวัย 22 ปี ชื่อ โรซาริโอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;TN รายงานว่า นักเรียนคนดังกล่าวเล่าว่า ลีอันโดร บอกกับเธอว่า เธอรู้ใช่ไหม ว่าต้องทำอะไร ทำต่อไปนะ แล้วจากนั้นเขาก็ถอดชุดหูฟังและปลดเข็มขัดนิรภัย เปิดประตูกระโดดออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอดูอาร์โด อัลวาเรซ ผู้อำนวยการโรงเรียนการสอนบิน Flying Parrot Córdoba ซึ่งเป็นที่ทำงานลีอันโดร ระบุว่า ไม่พบสัญญาณชี้มาก่อนว่านับกบินรายนี้วางแผนจะกระโดดจากเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัลวาเรซ กล่าวว่า ลีอันโดร ได้ขึ้นบินกับนักเรียนอีกคนหนึ่งก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เขาตัดสินใจทำเรื่องน่าเศร้าขณะอยู่บนเครื่องบินโดยมีอีกคนหนึ่งอยู่เคียงข้าง เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการหรือทำความเข้าใจ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัลวาเรซ ยังกล่าวด้วยว่า เอดูอาร์โด เป็นคนจิตใจดี และมีรอยยิ้มที่งดงาม พวกเราต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัลวาเรซอธิบายว่า การเปิดประตูเครื่องบินขณะอยู่กลางอากาศนั้นทำได้ยากมาก โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการพยายามเปิดประตูรถยนต์ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขากล่าวเสริมว่า โรซาริโอซึ่งเป็นนักเรียนการบิน สามารถนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัยแม้จะอยู่ในภาวะ “ช็อกสุดขีด” ก็ตาม ทั้งนี้ อัลวาเรซระบุว่าตัวเครื่องบินไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว TN รายงานว่า ลีอันโดรเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูง และเคยทำงานเป็นครูฝึกบินในประเทศชิลีซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้อัยการจะดำเนินการสอบสวนรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829461?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ช็อก นักบินโดดหน้าต่างขณะทำการบิน เสียชีวิตกลางอากาศ ปล่อยนักเรียนนำเครื่องลงจอด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ช็อก นักบินโดดหน้าต่างขณะทำการบิน เสียชีวิตกลางอากาศ ปล่อยนักเรียนนำเครื่องลงจอด</dc:alternative><dc:abstract>ช็อก นักบินโดดหน้าต่างขณะทำการบิน เสียชีวิตกลางอากาศ ปล่อยนักเรียนนำเครื่องลงจอด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-01T04:22:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-01T04:22:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/502.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/502-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/502.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/502-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิตาลีเจอแผ่นดินไหว 4.7 ใกล้เนเปิลส์ ทำไฟดับ สั่งระงับรถไฟใต้ดิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829462]]></link><pubDate>2026-08-01T10:52:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5829462</guid><description>อิตาลีเจอแผ่นดินไหว 4.7 ใกล้เนเปิลส์ ทำไฟดับ สั่งระงับรถไฟใต้ดิน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.7 แมกนิจูด ในพื้นที่กัมปี เฟลเกรอี ใกล้เมืองเนเปิลส์ ทางตอนใต้ของอิตาลี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ส่งผลให้ไฟฟ้าดับ กา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิตาลีเจอแผ่นดินไหว 4.7 ใกล้เนเปิลส์ ทำไฟดับ สั่งระงับรถไฟใต้ดิน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.7 แมกนิจูด ในพื้นที่กัมปี เฟลเกรอี ใกล้เมืองเนเปิลส์ ทางตอนใต้ของอิตาลี เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ส่งผลให้ไฟฟ้าดับ การให้บริการรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินต้องหยุดชะงัก ขณะที่มีรายงานว่าอาคารบางแห่งได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถาบันธรณีฟิสิกส์และภูเขาไฟแห่งชาติอิตาลีระบุว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.46 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือ 00.46 น. ของวันที่ 1 สิงหาคม ตามเวลาในไทย) โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่กัมปี เฟลเกรอี ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองเนเปิลส์ ที่ระดับความลึกประมาณ 3 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยดับเพลิงของอิตาลีระบุว่า มีรายงานความเสียหายเล็กน้อยต่ออาคารหลายแห่งทั้งในเมืองเนเปิลส์และพื้นที่โดยรอบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการร้องขอให้เข้าช่วยเหลือหรือกู้ภัยแต่อย่างใด ด้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้สั่งระงับการให้บริการรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิตาลีรายงานว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในพื้นที่ดังกล่าว โดยประชาชนในหลายย่านต่างพากันวิ่งออกจากบ้านเรือนไปอยู่บนท้องถนนเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กัมปี เฟลเกรอี ซึ่งเป็นแอ่งภูเขาไฟขนาดใหญ่ ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นและครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันตกของเมืองเนเปิลส์ เผชิญกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้พื้นที่แห่งนี้จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กเป็นประจำ แต่แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นในระยะหลังได้เพิ่มความวิตกว่าพื้นที่กัมปี เฟลเกรอีอาจเผชิญวิกฤตแผ่นดินไหวซ้ำรอยเหตุการณ์ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829462?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิตาลีเจอแผ่นดินไหว 4.7 ใกล้เนเปิลส์ ทำไฟดับ สั่งระงับรถไฟใต้ดิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิตาลีเจอแผ่นดินไหว 4.7 ใกล้เนเปิลส์ ทำไฟดับ สั่งระงับรถไฟใต้ดิน</dc:alternative><dc:abstract>อิตาลีเจอแผ่นดินไหว 4.7 ใกล้เนเปิลส์ ทำไฟดับ สั่งระงับรถไฟใต้ดิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-01T03:52:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-01T03:52:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สเปนชี้ ผู้อพยพครึ่งแสนกลับโมร็อกโกแล้ว ดับ 57 โทษแก๊งค้ามนุษย์ทำป่วน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829416]]></link><pubDate>2026-08-01T10:24:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5829416</guid><description>สเปนชี้ ผู้อพยพครึ่งแสนกลับโมร็อกโกแล้ว ดับ 57 โทษแก๊งค้ามนุษย์ทำป่วน สเปนยืนยันเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ว่า สามารถควบคุมสถานการณ์การหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพจำนวนกว่า 50,000 คนมายังเมืองเซวตา ซึ่งเป็นดิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สเปนชี้ ผู้อพยพครึ่งแสนกลับโมร็อกโกแล้ว ดับ 57 โทษแก๊งค้ามนุษย์ทำป่วน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สเปนยืนยันเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ว่า สามารถควบคุมสถานการณ์การหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพจำนวนกว่า 50,000 คนมายังเมืองเซวตา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือได้แล้ว โดยผู้อพยพส่วนใหญ่จากกว่าครึ่งแสนคนที่ข้ามพรมแดนเข้ามาทั้งทางบกและทางทะเลเข้ามา ต่างทยอยเดินทางกลับโดยสมัครใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้แทนรัฐบาลสเปนในเซวตาระบุว่า พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 57 รายในฝั่งสเปน และคาดว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในฝั่งโมร็อกโก โดยผู้เสียชีวิตบางคนจมน้ำ ขณะที่บางส่วนถูกเหยียบจนเสียชีวิต ระหว่างพยายามปีนแนวกำแพงกันคลื่นที่กั้นรั้วชายแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยของสเปนระบุว่า มีคนราว 50,000 คนข้ามพรมแดนเข้ามาตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดี และประเมินว่า ณ เวลา 18.00 น. ของวันศุกร์ มีผู้เดินทางกลับแล้วประมาณ 48,300 คน ขณะที่นายฮวน เฆซุส บีบัส หัวหน้าหน่วยงานปกครองท้องถิ่นของเมืองเซวตา กล่าวว่า อาจมีผู้คนมากถึง 60,000 คนที่พยายามข้ามพรมแดนเข้ามาในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังโมร็อกโกใช้กระบองและแก๊สน้ำตาสลายฝูงชนที่ประตูเมืองเมืองเซวตา เพื่อพยายามสกัดกั้นไม่ให้ผู้คนจำนวนมากเดินทางเข้าสู่ดินแดนเล็กๆ ของสเปนแห่งนี้ ซึ่งยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจากชายฝั่งโมร็อกโก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ผู้คนหลั่งไหลข้ามพรมแดนครั้งนี้ก่อให้เกิดความเห็นแตกแยกในยุโรป โดยผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) อื่นๆ เรียกร้องให้สเปนควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อิตาลีประกาศระงับการใช้ข้อตกลงเชงเกน ที่ให้มีการเคลื่อนย้ายผู้คนได้อย่างอิสระในพื้นที่ระหว่างอิตาลีกับสเปนเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ที่เดินทางระหว่างสองประเทศทั้งทางเครื่องบินและทางเรือ ขณะที่รัฐบาลสเปนระบุว่า มาตรการดังกล่าวขัดต่อสนธิสัญญาของอียู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโลร็องต์ นูเญซ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสจะเพิ่มกำลังตำรวจตามแนวชายแดนติดกับสเปนเป็น 5 เท่าภายในวันเสาร์ พร้อมทั้งเสริมการลาดตระเวนทางอากาศและการตรวจตราบนขบวนรถไฟอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน เดินทางไปยังเมืองเซวตาเมื่อวันศุกร์ เขาถูกผู้ประท้วงตะโกนด่าทอระหว่างการลงพื้นที่ ซานเซซระบุว่าการหลั่งไหลข้ามพรมแดนครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนของสเปน และทางการกำลังเร่งส่งตัวผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศกลับภูมิลำเนา โดยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากโมร็อกโก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซยังกล่าวว่า การหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพเกิดจากเครือข่ายอาชญากรที่จงใจตีความคำตัดสินของศาลฎีกาเมื่อเร็วๆ นี้ผิดไป ทั้งนี้ ศาลฎีกาสเปนมีคำพิพากษาว่า ผู้อพยพที่ถูกสกัดกั้นกลางทะเลขณะพยายามเดินทางไปยังเซวตาหรือเมลียา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปน ไม่อาจถูกส่งกลับไปยังโมร็อกโกได้โดยทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“จากที่เราได้พูดคุยกับทางการโมร็อกโก เราพบว่าแก๊งค้ามนุษย์ได้ตีความคำตัดสินของศาลฎีกาไปในทางที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกเขา และมันได้แพร่กระจายไปในวงกว้างอย่างรวดเร็ว” ซานเชซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีสเปนยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะพิจารณาเสริมกำลังป้องกันชายแดนกับโมร็อกโก และทางการโมร็อกโกกำลังให้ความร่วมมือในการส่งตัวผู้ที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกลับประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมืองเซวตาและเมลียา ซึ่งเป็นดินแดนภายใต้การปกครองตนเองของสเปนที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโมร็อกโก ถือเป็นพรมแดนทางบกเพียงแห่งเดียวของอียูที่ติดกับทวีปแอฟริกา ทั้งสองเมืองเผชิญกับความพยายามข้ามพรมแดนของผู้อพยพที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ยุโรปเป็นระยะ แต่การหลั่งไหลเข้ามาเมื่อวันพฤหัสบดีมีขนาดใหญ่ผิดปกติและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรคการเมืองฝ่ายขวาในหลายประเทศยุโรปกล่าวโทษว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นผลจากนโยบายด้านการย้ายถิ่นฐานของสเปนที่ผ่อนปรนกว่าประเทศอื่น รวมถึงการนิรโทษกรรมที่รัฐบาลสเปนมอบให้แก่ผู้อพยพผิดกฎหมายหลายแสนคนในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829416?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สเปนชี้ ผู้อพยพครึ่งแสนกลับโมร็อกโกแล้ว ดับ 57 โทษแก๊งค้ามนุษย์ทำป่วน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สเปนชี้ ผู้อพยพครึ่งแสนกลับโมร็อกโกแล้ว ดับ 57 โทษแก๊งค้ามนุษย์ทำป่วน</dc:alternative><dc:abstract>สเปนชี้ ผู้อพยพครึ่งแสนกลับโมร็อกโกแล้ว ดับ 57 โทษแก๊งค้ามนุษย์ทำป่วน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-01T04:48:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-01T04:48:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านสกัดเรือฮอร์มุซ ดันน้ำมันโลกพุ่ง ซาอุฯเผยแผน ตั้งพันธมิตรป้องกันขนส่งทางทะเล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829327]]></link><pubDate>2026-08-01T09:11:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5829327</guid><description>อิหร่านสกัดเรือฮอร์มุซ ดันน้ำมันโลกพุ่ง ซาอุฯเผยแผน ตั้งพันธมิตรป้องกันขนส่งทางทะเล ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคม หลังอิหร่านระบุว่าได้สกัดเรือ 2 ลำที่พยายามเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ซ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านสกัดเรือฮอร์มุซ ดันน้ำมันโลกพุ่ง ซาอุฯเผยแผน ตั้งพันธมิตรป้องกันขนส่งทางทะเล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคม หลังอิหร่านระบุว่าได้สกัดเรือ 2 ลำที่พยายามเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานของโลก ภายหลังเกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนต่อเรือที่ท่าเรือดาเมียตตา ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของอียิปต์เมื่อต้นสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า ได้สกัดเรือ 2 ลำ และทำให้เรือบรรทุกน้ำมันอีก 4 ลำต้องหันกลับ อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันได้อย่างอิสระ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลการเดินเรือของ Kpler บริษัทวิเคราะห์การขนส่งทางเรือ แสดงให้เห็นว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 2 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบที่ขนถ่ายจากประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ยังมีเรือบรรทุกสินค้าโภคภัณฑ์อีก 2 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว อย่างไรก็ดีข้อมูลของบริษัทไม่ครอบคลุมเรือที่ปิดระบบส่งสัญญาณระบุตำแหน่งระหว่างเดินเรือผ่านช่องแคบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่า 1% ในวันศุกร์ โดยผู้ค้าอ้างอิงจากรายงานดังกล่าว หลังจากมีรายงานคล้ายคลึงกันเมื่อต้นสัปดาห์นี้ที่ไม่ได้รับการยืนยันเช่นกัน สถานะ ณ เวลา 08.35 น. วันที่ 1 สิงหาคม น้ำมันเบรนท์ปรับขึ้น 1.21% มาอยู่ที่ 87.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันเวสต์เท็กซัสปรับขึ้น 1.26% อยู่ที่ 84.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในภาพรวมราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานโลก มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นรวม 23% ตลอดเดือนกรกฎาคม ด้านนักเศรษฐศาสตร์รวมถึงนักวิเคราะห์ที่รอยเตอร์สำรวจความคิดเห็น คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้นต่อไปในช่วงที่เหลือของปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ในวันศุกร์ว่า สงครามกำลังดำเนินไปด้วยดี และว่า &amp;#8220;สิ่งที่คุณทำได้ก็คือเดินหน้าชนะต่อไปเรื่อยๆ แล้วในที่สุดบางอย่างก็จะเกิดขึ้น&amp;#8221; แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่แคมป์เดวิด สถานที่พักของประธานาธิบดีสหรัฐ ทรัมป์กล่าวว่า เขายังเชื่อว่ามีโอกาสบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของเขา และมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กำลังมีส่วนร่วมในการเจรจา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวด้วยว่า เขาเริ่มหมดศรัทธาต่อฝ่ายอิหร่าน เพราะพวกเขาผิดคำพูดบ่อยมาก ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่อิหร่านก็พูดถึงสหรัฐเช่นเดียวกัน ทรัมป์ยังขู่ว่าจะทำการโจมตีอิหร่านอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานที่อิหร่านจัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารจัดการการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ระบุในวันศุกร์ว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบยังคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์อย่างต่อเนื่องของกองกำลังทหารสหรัฐในภูมิภาค ตามรายงานของสื่ออิหร่าน แม้ว่าจะมีเรือบางลำสามารถเจรจากับรัฐบาลเตหะรานเพื่อขออนุญาตผ่านช่องแคบได้ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานบริหารช่องแคบอ่าวเปอร์เซียระบุว่า เมื่อสถานการณ์กลับสู่ความสงบแลพมีเสถียรภาพแล้ว คำร้องขอเดินเรือทั้งหมดจะได้รับการพิจารณา และจะทยอยออกใบอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองกำลังสหรัฐยังคงปิดล้อมการส่งออกน้ำมันของอิหร่านผ่านอ่าวเปอร์เซีย และสามารถดำเนินปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่ได้สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอิหร่านระบุว่า ได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในคูเวตและบาห์เรนเมื่อวันศุกร์ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ โดยอ้างถึงเหตุโจมตีบ้านหลังหนึ่งบนเกาะเกชม์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองทัพคูเวตระบุว่า สามารถยิงทำลายโดรนที่โจมตีได้ แม้จะมีความเสียหายบางส่วนจากซากโดรนที่ตกลงมา แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ขณะที่บาห์เรนยังไม่ได้แสดงความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้อิหร่านและกลุ่มฮูตีจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบ แต่คลองสุเอซและท่อส่งน้ำมันซูเมดยังคงเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับการส่งออกพลังงานของซาอุดีอาระเบียผ่านทะเลแดงไปยังทิศเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโดรนไม่ทราบฝ่ายที่คณะรัฐมนตรีอียิปต์ระบุว่า เป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้เรือ 2 ลำที่ท่าเรือดาเมียตตาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ห่างจากคลองสุเอซไปทางตะวันตกกว่า 160 กิโลเมตร ขณะที่อิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีที่ท่าเรือดาเมียตตา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า อียิปต์เป็นมิตรและหุ้นส่วนที่สำคัญในภูมิภาค และความมั่นคงของอียิปต์มีความสำคัญสูงสุดสำหรับเรา เราทุกคนต้องระมัดระวังแผนการและปฏิบัติการปลอมแปลงของอิสราเอล ที่มีเป้าหมายบ่อนทำลายสันติภาพในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังไม่ได้ตอบคำขอของรอยเตอร์เพื่อแสดงความเห็นต่อข้อกล่าวหาของอารักชี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียเผยว่า ได้เสนอจัดตั้งกองกำลังป้องกันทางทะเลระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองการเดินเรือระหว่างประเทศและเส้นทางขนส่งพลังงานในทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม กลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่กับสหรัฐและพันธมิตรในสงครามอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีเรือสินค้าโดยกลุ่มฮูตีในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดประกันภัยทางทะเลของกรุงลอนดอนขยายพื้นที่ที่จัดเป็น &amp;#8220;เขตความเสี่ยงสูง&amp;#8221; ในทะเลแดง ให้ครอบคลุมแนวชายฝั่งที่อยู่ติดกับท่าเรือของซาอุดีอาระเบียมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากบริษัท Kpler ระบุว่า ปริมาณน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการขนส่งสินค้าอื่นๆ ที่เปลี่ยนเส้นทางขึ้นไปทางเหนือผ่านทะเลแดงเพื่อเข้าสู่คลองสุเอซและท่อส่งน้ำมันซูเมดมีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกค้าในเอเชีย การเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าวหมายถึงการต้องเดินเรืออ้อมทวีปแอฟริกา ทำให้ระยะเวลาการขนส่งยาวนานขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวเผยกับรอยเตอร์ว่า โอมานได้เสนอแผนที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศในอ่าวอาหรับให้อิหร่านพิจารณา เพื่อร่วมกันบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมโดยสมัครใจจากเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้อิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอของโอมานอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวกึ่งทางการ ILNA ของอิหร่าน อ้างคำกล่าวของนายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านว่า การหารือกับโอมานเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านได้ปิดกั้นการเดินเรือส่วนใหญ่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่สงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 5 เดือนเริ่มต้นขึ้น ขณะที่กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านในเยเมน ได้เริ่มข่มขู่ว่าจะปิดกั้นช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นช่องแคบอีกด้านหนึ่งของทะเลแดงที่อยู่ตรงข้ามกับคลองสุเอซ และเป็นอีกเส้นทางสำคัญในการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไม่มีรายงานว่ากองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมในช่วงระหว่างวันพฤหัสบดีกับวันศุกร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน สงครามได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากจากการที่สหรัฐและซาอุดีอาระเบียร่วมกันโจมตีกองกำลังที่เป็นพันธมิตรของอิหร่านในอิรัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5829327?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านสกัดเรือฮอร์มุซ ดันน้ำมันโลกพุ่ง ซาอุฯเผยแผน ตั้งพันธมิตรป้องกันขนส่งทางทะเล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านสกัดเรือฮอร์มุซ ดันน้ำมันโลกพุ่ง ซาอุฯเผยแผน ตั้งพันธมิตรป้องกันขนส่งทางทะเล</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านสกัดเรือฮอร์มุซ ดันน้ำมันโลกพุ่ง ซาอุฯเผยแผน ตั้งพันธมิตรป้องกันขนส่งทางทะเล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-01T02:11:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-01T02:11:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นายกฯ เยือนอินโดนีเซียครั้งแรก 3-4 ส.ค. ยกระดับสัมพันธ์สองชาติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828782]]></link><pubDate>2026-07-31T17:17:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5828782</guid><description>นายกฯ เยือนอินโดนีเซียครั้งแรก 3-4 ส.ค. ยกระดับสัมพันธ์สองชาติ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงการเข้าร่วมการเยือนสาธารณรัฐอินโดน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นายกฯ เยือนอินโดนีเซียครั้งแรก 3-4 ส.ค. ยกระดับสัมพันธ์สองชาติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงการเข้าร่วมการเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีกำหนดเดินทางพร้อมนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนอินโดนีเซียครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีภายหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายน และเป็นการเยือนในระดับนายกรัฐมนตรีของไทยหลังเว้นว่างมานานกว่า 15 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดนีเซียในฐานะประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในโอกาสดังกล่าว นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานร่วมการประชุมหารือระดับผู้นำ ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือที่ไทยริเริ่มขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา ระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีปราโบโว แห่งอินโดนีเซีย เมื่อเดือนพฤษภาคมของปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในวาระสำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือการประกาศแผนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-อินโดนีเซีย ปี 2569-2573 เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนความร่วมมือในระยะต่อไป เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะร่วมผลักดันการทูตด้านเศรษฐกิจ โดยพบปะหารือกับภาคเอกชนของอินโดนีเซียที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงเข้าพบเลขาธิการอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะกล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์ของไทยในเรื่องอนาคตของอาเซียน เพื่อปูทางสู่การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2571&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828782?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นายกฯ เยือนอินโดนีเซียครั้งแรก 3-4 ส.ค. ยกระดับสัมพันธ์สองชาติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นายกฯ เยือนอินโดนีเซียครั้งแรก 3-4 ส.ค. ยกระดับสัมพันธ์สองชาติ</dc:alternative><dc:abstract>นายกฯ เยือนอินโดนีเซียครั้งแรก 3-4 ส.ค. ยกระดับสัมพันธ์สองชาติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-31T10:17:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-31T10:17:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/aid.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/aid-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/aid.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/aid-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต.ชี้รอจอร์เจียสรุปผลชันสูตรฮลุน จี้แจงเหตุแจ้งล่าช้า คาดใช้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนส่งร่างกลับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828545]]></link><pubDate>2026-07-31T16:27:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5828545</guid><description>กต.ชี้รอจอร์เจียสรุปผลชันสูตรฮลุน จี้แจงเหตุแจ้งล่าช้า คาดใช้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนส่งร่างกลับ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต.ชี้รอจอร์เจียสรุปผลชันสูตรฮลุน จี้แจงเหตุแจ้งล่าช้า คาดใช้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนส่งร่างกลับ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล แถลงความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือ ฮลุน โซโล่ โดยนายมังกรได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมเปิดเผยว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกครั้ง เพื่อให้กำลังใจและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมขอบคุณเครือข่ายคนไทยในตุรกีและจอร์เจียที่ให้ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการขาดการติดต่อกับนายบวรทัต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมังกรกล่าวว่า สถานะล่าสุดในวันนี้ญาติของฮลุนได้ทำหนังสือมอบอำนาจที่อำเภอท้องถิ่นแล้วเพื่อให้กรมการกงสุลไปดำเนินการต่อร่างผู้เสียชีวิตต่อแล้ว คาดว่ากรมการสงสุลจะได้รับเอกสารดังกล่าวในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมนี้ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการแปลและรับรองเอกสารเพื่อส่งให้สถาทูต ณ กรุงอังการา ออกใบมรณะบัตร ก่อนส่งร่างผู้เสียชีวิต รวมถึงทรัพย์สินและสิ่งของส่วนตัวกลับประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในส่วนของสาเหตุการเสียชีวิต กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของทางการจอร์เจีย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้แจ้งขั้นตอนการดำเนินงานให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดและรายงานให้กระทรวงการต่างประเทศรับทราบเป็นระยะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับระยะเวลาการแจ้งข้อมูลที่มีการทิ้งช่วงนานกว่า 10 วัน อธิบดีกรมการกงสุลชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่โรงแรมเป็นผู้พบร่างผู้เสียชีวิตในช่วงบ่ายของวันที่ 14 กรกฎาคม หลังจากผู้เข้าพักไม่ได้เช็กเอาต์ตามกำหนด ก่อนแจ้งตำรวจจอร์เจียเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นจึงประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจียมายังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นางสาวใจไทยยืนยันว่า ข้อมูลที่ระบุว่าสถานเอกอัครราชทูตไทยได้รับแจ้งตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมนั้นไม่เป็นความจริง โดยทางการจอร์เจียได้แจ้งต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่มีข้อกล่าวอ้างว่าญาติผู้เสียชีวิตได้แจ้งสถานทูตตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม อธิบดีกรมการกงสุลระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศมีแนวปฏิบัติในการตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งที่ได้รับแจ้งเหตุ โดยเนื่องจากไทยไม่มีสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงทบิลิซี จึงต้องประสานผ่านกงสุลกิตติมศักดิ์และเครือข่ายคนไทยในพื้นที่ ทั้งนี้ ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่ามีการแจ้งต่อสถานเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมตามที่มีการกล่าวอ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมังกรกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันร่างผู้เสียชีวิตยังอยู่ในกระบวนการของทางการจอร์เจีย ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จทั้งในขั้นตอนการพิสูจน์และการออกเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอำนาจของทางการจอร์เจีย เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นภายในประเทศจอร์เจีย ก่อนจะสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยได้ ทางการจอร์เจียจะต้องออกมรณบัตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เสร็จก่อน จากนั้นสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ซึ่งจะได้รับหนังสือมอบอำนาจจากครอบครัวผู้เสียชีวิต จะดำเนินการออกเอกสารของฝ่ายไทยและประสานการเคลื่อนย้ายร่างกลับประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้เข้าพบทั้งสถานเอกอัครราชทูตจอร์เจียประจำกรุงอังการาและหน่วยงานของทางการจอร์เจียในกรุงทบิลิซี ขณะที่เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการาได้หารือกับผู้บริหารระดับอธิบดีของฝ่ายจอร์เจีย ส่วนผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตที่เดินทางไปยังจอร์เจียได้พบทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงการต่างประเทศของจอร์เจีย เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับความล่าช้าในการแจ้งข้อมูลจากทางการจอร์เจีย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวสอบถามต่อทางการจอร์เจียแล้ว และขอให้ชี้แจงสาเหตุของความล่าช้า ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนกำหนดเวลาการนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยนั้น กระทรวงการต่างประเทศระบุว่ายังไม่สามารถกำหนดได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทางการจอร์เจียจะออกเอกสาร รวมถึงการประสานงานกับบริษัทรับขนส่งและสายการบิน อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตได้เตรียมความพร้อมและติดต่อผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว เพื่อให้สามารถดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยได้ทันทีเมื่อเอกสารครบถ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828545?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต.ชี้รอจอร์เจียสรุปผลชันสูตรฮลุน จี้แจงเหตุแจ้งล่าช้า คาดใช้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนส่งร่างกลับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต.ชี้รอจอร์เจียสรุปผลชันสูตรฮลุน จี้แจงเหตุแจ้งล่าช้า คาดใช้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนส่งร่างกลับ</dc:alternative><dc:abstract>กต.ชี้รอจอร์เจียสรุปผลชันสูตรฮลุน จี้แจงเหตุแจ้งล่าช้า คาดใช้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนส่งร่างกลับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-31T09:53:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-31T09:53:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ma.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ma-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ma.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ma-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ma-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ma-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต.เผย คนไทยในคุมาโมโตะปลอดภัย พบ 2 ครอบครัว ที่พักพังถล่ม แต่ทางการญี่ปุ่นดูแลแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828649]]></link><pubDate>2026-07-31T16:07:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5828649</guid><description>กต.เผย คนไทยในคุมาโมโตะปลอดภัย พบ 2 ครอบครัว ที่พักพังถล่ม แต่ทางการญี่ปุ่นดูแลแล้ว เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงกรณีเกิดแผ่นด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต.เผย คนไทยในคุมาโมโตะปลอดภัย พบ 2 ครอบครัว ที่พักพังถล่ม แต่ทางการญี่ปุ่นดูแลแล้ว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงกรณีเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ในจังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ว่า ขณะนี้ระบบการสื่อสาร และระบบขนส่งสาธารณะ ในจังหวัดคุมาโมโตะกลับมาให้บริการในบางส่วนแล้ว และมีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า น้ำประปา ระบบก๊าซ และคาดว่าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติในต้นสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนคนไทยที่อยู่อาศัยแบบวีซ่าระยะยาว ในจังหวัดคุมาโมโตะ 467 คน ซึ่งทางสถานกงสุลใหญ่ ณ เมือง ฟูกุโอกะ ได้ประสานและรับแจ้งทุกคนปลอดภัยดี และปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยมี 2 ครอบครัว ที่ประสบปัญหาที่พักพักถล่ม และได้รับความช่วยเหลือจากทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับแรงงานไทย 187 คน ทุกคนปลอดภัยดีเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้ง 11 คน ที่อยู่ในจังหวัดคุมาโมโตะ ได้เดินทางออกจากพื้นที่ประสบภัยแล้ว และทยอยเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828649?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต.เผย คนไทยในคุมาโมโตะปลอดภัย พบ 2 ครอบครัว ที่พักพังถล่ม แต่ทางการญี่ปุ่นดูแลแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต.เผย คนไทยในคุมาโมโตะปลอดภัย พบ 2 ครอบครัว ที่พักพังถล่ม แต่ทางการญี่ปุ่นดูแลแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>กต.เผย คนไทยในคุมาโมโตะปลอดภัย พบ 2 ครอบครัว ที่พักพังถล่ม แต่ทางการญี่ปุ่นดูแลแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-31T09:07:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-31T09:07:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T032740Z_1932320183_RC2POMADKKKS_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T032740Z_1932320183_RC2POMADKKKS_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T032740Z_1932320183_RC2POMADKKKS_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T032740Z_1932320183_RC2POMADKKKS_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T032740Z_1932320183_RC2POMADKKKS_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T032740Z_1932320183_RC2POMADKKKS_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้ สุดฮอต อุณหภูมิพุ่ง 41.1 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็นประวัติการณ์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828497]]></link><pubDate>2026-07-31T15:17:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5828497</guid><description>เกาหลีใต้ สุดฮอต อุณหภูมิพุ่ง 41.1 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เกาหลีใต้ยังคงเผชิญกับสภาพอากาศร้อนแผ่ปกคลุมประเทศ ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เกาหลีใต้วัดอุณหภูมิได้สูงถึง 41.1 องศาเซลเซียส  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้ สุดฮอต อุณหภูมิพุ่ง 41.1 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็นประวัติการณ์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกาหลีใต้ยังคงเผชิญกับสภาพอากาศร้อนแผ่ปกคลุมประเทศ ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เกาหลีใต้วัดอุณหภูมิได้สูงถึง 41.1 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ประเทศเริ่มทำการบันทึกสภาพอากาศในยุคใหม่ หลังคลื่นความร้อนที่ยาวนานได้ทำให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของเกาหลีใต้พุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (KMA) ระบุว่า อุณหภูมิสูงสุดครั้งนี้บันทึกได้ที่เมืองยางซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ที่ 41.1 องศาเซลเซียส เมื่อเวลา 13.40 น.ของวันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดครั้งก่อนที่วัดได้ที่ 41.0 องศาเซลเซียสในเมืองฮงชอน เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2018&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้เมืองยางซานมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;KMA ยังได้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสูงสุดสำหรับบางพื้นที่ในจังหวัดคยองซังใต้ รวมถึงเมืองยางซาน ในขณะที่ได้ประกาศเฝ้าระวัง และคำเตือนภัยคลื่นความร้อนยังคงมีผลบังคับใช้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;KMA ระบุอีกว่า สภาพอากาศร้อนจัดทั่วประเทศเกิดจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงจากมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือร่วมกับความกดอากาศสูงจากที่ราบสูงทิเบต ซึ่งแผ่ปกคลุมคาบสมุทรเกาหลีในลักษณะคล้ายฝาครอบ ส่งผลให้เกิดการกักเก็บความร้อนและทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศและยังจำกัดการก่อตัวของเมฆอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ KMA ยังกำลังเฝ้าจับตาพายุไต้ฝุ่นดอลฟินในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกที่อาจมีอิทธิพลต่อสภาพอากาศบนคาบสมุทรเกาหลีในช่วงสัปดาห์หน้า แม้ว่าผลกระทบจากคลื่นความร้อนที่ดำเนินอยู่ยังคงไม่แน่นอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828497?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้ สุดฮอต อุณหภูมิพุ่ง 41.1 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็นประวัติการณ์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้ สุดฮอต อุณหภูมิพุ่ง 41.1 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็นประวัติการณ์</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้ สุดฮอต อุณหภูมิพุ่ง 41.1 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็นประวัติการณ์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-31T08:34:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-31T08:34:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T070018Z_668026266_RC24UFAXICBQ_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T070018Z_668026266_RC24UFAXICBQ_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T070018Z_668026266_RC24UFAXICBQ_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T070018Z_668026266_RC24UFAXICBQ_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T070018Z_668026266_RC24UFAXICBQ_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-31T070018Z_668026266_RC24UFAXICBQ_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-SOUTHKOREA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เหมืองถ่านหินปากีสถาน ระเบิด คนงานดับสลด อย่างน้อย 34 ศพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828349]]></link><pubDate>2026-07-31T14:26:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5828349</guid><description>เหมืองถ่านหินปากีสถาน ระเบิด คนงานดับสลด อย่างน้อย 34 ศพ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุเหมืองถ่านหินระเบิดขึ้นในเมืองโซรานจ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลตั้งอยู่ในจังหวัดบาโลชิสถ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เหมืองถ่านหินปากีสถาน ระเบิด คนงานดับสลด อย่างน้อย 34 ศพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุเหมืองถ่านหินระเบิดขึ้นในเมืองโซรานจ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลตั้งอยู่ในจังหวัดบาโลชิสถาน ประเทศปากีสถาน ในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ส่งผลให้มีคนงานเหมืองเสียชีวิตอย่างน้อย 34 ราย โดยขณะนี้ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปเพื่อค้นหาและช่วยเหลือคนงานเหมืองอีก 2 คนที่ยังคงติดอยู่ในจุดเกิดเหตุเหมืองระเบิดดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโชเอบ โนเชอร์วานี รัฐมนตรีกิจการเหมืองและการพัฒนาเหมืองของจังหวัดบาโลชิสถาน กล่าวว่า มีคนงาน 36 คน อยู่ในส่วนของพื้นที่เหมืองดังกล่าวขณะเกิดเหตุระเบิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายมูฮัมหมัด อาตีฟ หัวหน้าผู้ตรวจการเหมืองแร่ประจำจังหวัดกล่าวว่า ปฏิบัติการกู้ภัยกำลังดำเนินอยู่ที่ระดับความลึก 4,000 ฟุต (1,219 เมตร)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายอับดุล กานี บาลอช เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลที่ดูแลด้านเหมืองแร่ในพื้นที่กล่าวว่า เหมืองแร่ 2 แห่งที่ตั้งอยู่ใกล้กันได้รับความเสียหายจากการระเบิดรุนแรงของก๊าซมีเทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828349?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เหมืองถ่านหินปากีสถาน ระเบิด คนงานดับสลด อย่างน้อย 34 ศพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เหมืองถ่านหินปากีสถาน ระเบิด คนงานดับสลด อย่างน้อย 34 ศพ</dc:alternative><dc:abstract>เหมืองถ่านหินปากีสถาน ระเบิด คนงานดับสลด อย่างน้อย 34 ศพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-31T08:19:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-31T08:19:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-30T182217Z_710477698_RC2HOMAJ4HQF_RTRMADP_3_PAKISTAN-MINING-EXPLOSION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-30T182217Z_710477698_RC2HOMAJ4HQF_RTRMADP_3_PAKISTAN-MINING-EXPLOSION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-30T182217Z_710477698_RC2HOMAJ4HQF_RTRMADP_3_PAKISTAN-MINING-EXPLOSION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-30T182217Z_710477698_RC2HOMAJ4HQF_RTRMADP_3_PAKISTAN-MINING-EXPLOSION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-30T182217Z_710477698_RC2HOMAJ4HQF_RTRMADP_3_PAKISTAN-MINING-EXPLOSION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-30T182217Z_710477698_RC2HOMAJ4HQF_RTRMADP_3_PAKISTAN-MINING-EXPLOSION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น ตั้งสนง.ข่าวกรองแห่งชาติ เสริมแกร่งปท. ต้านจารกรรม-รับมือภัยคุกคาม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828079]]></link><pubDate>2026-07-31T12:06:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5828079</guid><description>ญี่ปุ่น ตั้งสนง.ข่าวกรองแห่งชาติ เสริมแกร่งปท. ต้านจารกรรม-รับมือภัยคุกคาม เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ญี่ปุ่นได้เปิดตัวสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น ตั้งสนง.ข่าวกรองแห่งชาติ เสริมแกร่งปท. ต้านจารกรรม-รับมือภัยคุกคาม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ญี่ปุ่นได้เปิดตัวสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านข่าวกรองของประเทศให้มีประสิทธิภาพและผลักดันกฎหมายต่อต้านการจารกรรม ท่ามกลางภัยคุกคามจากภายนอกที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตั้งหน่วยงานดังกล่าวมีขึ้นสืบเนื่องจากการตรากฎหมายเมื่อเดือนพฤษภาคม เพื่อก่อตั้งสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบัญชาการด้านการข่าวโดยมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 9 คน เป็นแกนนำ โดยแหล่งข่าวในรัฐบาลระบุว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติมีกำหนดจะประชุมนัดแรกในภายหลังของวันเดียวกันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ข่าวกรองแห่งชาติฉบับแรกของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดตัวหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งสองนี้จะเป็นการเปิดทางไปสู่การออกกฎหมายต่อต้านการจารกรรม ซึ่งรัฐบาลของนางทาคาอิจิ ผู้มีจุดยืนแข็งกร้าวด้านความมั่นคงของชาติ มองว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือภัยคุกคามจากต่างประเทศที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของสภาและจะทำหน้าที่ประสานงานข้อมูลข่าวกรองที่รวบรวมโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานอื่นๆ โดยมีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานเหล่านี้แบ่งปันข้อมูลกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานนี้ได้รับการยกระดับมาจากสำนักงานข่าวกรองและการวิจัยของคณะรัฐมนตรี โดยมีบุคลากรปฏิบัติงานอยู่ประมาณ 730 คน ซึ่งเป็นจำนวนเท่าเดิมกับหน่วยงานเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายคาซึยะ ฮาระ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวกรองของคณะรัฐมนตรีมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 ได้เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาตินี้ในวันศุกร์ ก่อนหน้านี้เขาเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหัวหน้าสำนักงานความมั่นคง และเคยเป็นเลขานุการของนายชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่ารัฐบาลจะตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญขึ้นภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างกฎหมายต่อต้านการจารกรรม ก่อนที่จะนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติในการประชุมสมัยสามัญในปีหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ร่างกฎหมายที่คาดว่าจะมีการหารือกันนั้น รวมถึงกฎหมายเพื่อจัดตั้งระบบลงทะเบียนตัวแทนของรัฐบาลต่างชาติที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมล็อบบี้ (lobbying) ตลอดจนมาตรการต่างๆ เพื่อจัดตั้งหน่วยงานข่าวกรองต่างประเทศของญี่ปุ่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร(28 ก.ค.) พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) พรรครัฐบาลของนางทาคาอิจิยังได้รวบรวมข้อเสนอเกี่ยวกับกฎหมายด้านข่าวกรอง ซึ่งรวมถึงบทลงโทษสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการสร้างอิทธิพลจากต่างชาติ และกฎหมายเพื่อขยายขอบเขตการดักฟังข้อมูลการสื่อสารเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การยกระดับกิจกรรมด้านข่าวกรองครั้งนี้ของรัฐบาลได้ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ส.ส.ฝ่ายค้านบางส่วนที่เกรงว่าหน่วยงานใหม่ทั้งสองนี้จะสามารถรักษาความเป็นกลางทางการเมืองได้หรือไม่ และร่างกฎหมายที่วางแผนไว้นั้นอาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชนหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5828079?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น ตั้งสนง.ข่าวกรองแห่งชาติ เสริมแกร่งปท. ต้านจารกรรม-รับมือภัยคุกคาม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น ตั้งสนง.ข่าวกรองแห่งชาติ เสริมแกร่งปท. ต้านจารกรรม-รับมือภัยคุกคาม</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น ตั้งสนง.ข่าวกรองแห่งชาติ เสริมแกร่งปท. ต้านจารกรรม-รับมือภัยคุกคาม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-31T06:01:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-31T06:01:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T103305Z_1199460617_RC29MMAA2K8H_RTRMADP_3_JAPAN-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T103305Z_1199460617_RC29MMAA2K8H_RTRMADP_3_JAPAN-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T103305Z_1199460617_RC29MMAA2K8H_RTRMADP_3_JAPAN-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T103305Z_1199460617_RC29MMAA2K8H_RTRMADP_3_JAPAN-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T103305Z_1199460617_RC29MMAA2K8H_RTRMADP_3_JAPAN-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T103305Z_1199460617_RC29MMAA2K8H_RTRMADP_3_JAPAN-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อดีตรองปธน.คอสตาริกา คะแนนนำ หยั่งเสียงเลขาฯ UN รอบแรก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5827902]]></link><pubDate>2026-07-31T10:13:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5827902</guid><description>อดีตรองปธน.คอสตาริกา คะแนนนำ หยั่งเสียงเลขาฯ UN รอบแรก ผลการหยั่งเสียงลับอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกเพื่อประเมินการสนับสนุนต่อผู้สมัครทั้ง 7 คนเพื่อชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ ของคณะมนตรีความม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อดีตรองปธน.คอสตาริกา คะแนนนำ หยั่งเสียงเลขาฯ UN รอบแรก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผลการหยั่งเสียงลับอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกเพื่อประเมินการสนับสนุนต่อผู้สมัครทั้ง 7 คนเพื่อชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม แสดงให้เห็นว่า รีเบกา กรีนสแปน อดีตรองประธานาธิบดีคอสตาริกา เป็นผู้สมัครที่มีคะแนนนำ โดยมีแคโรลีน โรดริเกซ-เบอร์เก็ตต์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศกายอานา ตามมาเป็นอันดับสอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามการเปิดเผยของนักการทูตผลการลงคะแนนแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นการหยั่งเสียงสมาชิก UNSC 15 ประเทศ กรีนสแปนได้รับคะแนน &amp;#8220;สนับสนุน&amp;#8221; 10 เสียง ขณะที่โรดริเกซ-เบอร์เก็ตต์ได้ 9 เสียง ด้านราฟาเอล กรอสซี ชาวอาร์เจนตินา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้ 7 เสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักการทูตเผยว่า กรีนสแปน ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์และเกิดในครอบครัวชาวยิวที่อพยพออกจากยุโรปหลังรอดชีวิตจากเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวมีประเทศที่ &amp;#8220;ไม่สนับสนุน&amp;#8221; 1 เสียง และ &amp;#8220;ไม่มีความเห็น&amp;#8221; 4 เสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนโรดริเกซ-เบอร์เก็ตต์มีเสียง &amp;#8220;ไม่สนับสนุน&amp;#8221; 2 เสียง และ &amp;#8220;ไม่มีความเห็น&amp;#8221; 4 เสียง ขณะที่กรอสซีได้เสียง &amp;#8220;ไม่สนับสนุน&amp;#8221; 2 เสียง และ &amp;#8220;ไม่มีความเห็น&amp;#8221; 6 เสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมค์ วอลท์ซ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐประจำ UN กล่าวว่า เราจะปล่อยให้กระบวนการดำเนินไปตามขั้นตอน เราต้องการเลขาธิการ UN ที่จะปฏิรูปสถาบันนี้ ทำให้องค์กรมีขนาดกะทัดรัดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีความเกี่ยวข้องกับเวทีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักการทูตสองรายกล่าวว่า ผลการลงคะแนนครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับกรีนสแปนตราบใดที่คะแนน &amp;#8220;ไม่สนับสนุน&amp;#8221; 1 เสียงของเธอไม่ได้มาจากสมาชิกถาวรประเทศใดประเทศหนึ่งของ P5&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นักการทูตอีกรายกล่าวว่า โรดริเกซ-เบอร์เก็ตต์ถือเป็นผู้สมัครที่สร้างความประหลาดใจ หากคะแนนไม่สนับสนุนทั้งสองเสียงไม่ได้มาจาก P5 เธอก็อาจแซงขึ้นมาได้รับเลือกก็เป็นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นักการทูตอีกรายมองว่า ผลการลงคะแนนครั้งนี้สะท้อนว่า &amp;#8220;ยังไม่มีฉันทามติ&amp;#8221; ที่ชัดเจนต่อผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 80 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง UN ยังไม่เคยมีเลขาธิการ UN ที่มีเชื้อสายยิว หรือเป็นผู้หญิงแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สมัครทั้งหมดกำลังแข่งขันเพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจากอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการ UN ชาวโปรตุเกส ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งสิ้นปีนี้ หลังดำรงตำแหน่งมา 2 วาระ กินเวลานาน 10 ปี ผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการ UN คนใหม่จะต้องเผชิญกับภารกิจในการฟื้นฟูองค์กรที่กำลังเผชิญวิกฤตและบทบาทบนเวทีโลกที่ลดลง ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ปฏิรูปการทำงานขององค์กร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5827902?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อดีตรองปธน.คอสตาริกา คะแนนนำ หยั่งเสียงเลขาฯ UN รอบแรก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อดีตรองปธน.คอสตาริกา คะแนนนำ หยั่งเสียงเลขาฯ UN รอบแรก</dc:alternative><dc:abstract>อดีตรองปธน.คอสตาริกา คะแนนนำ หยั่งเสียงเลขาฯ UN รอบแรก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-31T03:13:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-31T03:13:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/un.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/un-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/un.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/un-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/un-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/un-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับดินไหวญี่ปุ่นพุ่ง 34 เจ็บสาหัส 6 ทาคาอิจิให้คำมั่น เร่งฟื้นฟูพื้นที่ ช่วยประชาชน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5827858]]></link><pubDate>2026-07-31T09:34:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5827858</guid><description>ยอดดับดินไหวญี่ปุ่นพุ่ง 34 เจ็บสาหัส 6 ทาคาอิจิให้คำมั่น เร่งฟื้นฟูพื้นที่ ช่วยประชาชน ทางการจังหวัดคุมาโมโตะแจ้งยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากแผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ของญ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยอดดับดินไหวญี่ปุ่นพุ่ง 34 เจ็บสาหัส 6 ทาคาอิจิให้คำมั่น เร่งฟื้นฟูพื้นที่ ช่วยประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทางการจังหวัดคุมาโมโตะแจ้งยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากแผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เพิ่มขึ้นเป็น 34 ราย จากก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ 25 ราย โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 86 คน ในจำนวนนี้ผู้บาดเจ็บสาหัส 6 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกือบครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตติดอยู่ในสถานที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญสองจุด คือห้างสรรพสินค้า Aeon ที่เกิดเหตุระเบิดซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากจากแก๊ส และโรงงานผลิตกระดาษของบริษัทนิปปอน เปเปอร์ อินดัสตรีส์ที่เสียหายหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเสียหายรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นที่ศูนย์การค้า AEON ในเมืองคาชิมะ ซึ่งขณะเกิดแผ่นดินไหวมีผู้คนหลายพันคนกำลังจับจ่ายใช้สอยอยู่ภายใน แม้จะมีการอพยพลูกค้าราว 3,000 คนออกไปยังลานจอดรถก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดขึ้นในอาคาร ซึ่งยังมีพนักงานบางส่วนปฏิบัติงานอยู่ จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม มีการยืนยันผู้เสียชีวิตที่ศูนย์การค้าแห่งนี้แล้ว 7 ราย จากผู้ที่ถูกนำออกมาจากซากอาคารทั้งหมด 12 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนในพื้นที่ยัตสึชิโระ ซึ่งปล่องควันของโรงงานบริษัทนิปปอน เปเปอร์ อินดัสตรีส์พังถล่ม เจ้าหน้าที่สามารถช่วยชีวิตผู้ประสบภัยได้ 10 คน แต่มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 1 คน ตามข้อมูลของทีมรับมือภัยพิบัติของจังหวัดคุมาโมโตะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวยังคงใช้ชีวิตอยู่ในห้องเรียนที่ดัดแปลงเป็นศูนย์พักพิงและภายในรถยนต์ของตนเองในวันพฤหัสบดี พร้อมทั้งกักตุนน้ำและพยายามกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ท่ามกลางเวลาที่น้อยลงทุกทีในการค้นหาผู้รอดชีวิต ขณะที่หน่วยกู้ภัยยังคงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนผู้สูญหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บ้านเรือนเกือบ 19,000 หลังยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีประชาชนกว่า 9,000 คนพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงที่ตั้งขึ้นราว 400 แห่ง ด้านเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตั้งแหล่งจ่ายไฟเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นได้ออกประกาศเตือนภัยโรคลมแดดสำหรับพื้นที่คุมาโมโตะ หลังอุณหภูมิในวันพฤหัสบดีสูงกว่า 33 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเมืองฮิกาวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดในจังหวัดคุมาโมโตะ ประชาชนจำนวนมากยังไม่มีน้ำประปา ไฟฟ้า หรือไม่มีทั้งสองอย่าง หลายคนอาศัยอยู่ภายในรถยนต์ที่จอดอยู่ตามสวนสาธารณะ ลานจอดรถหน้าที่ว่าการเมือง หรือหน้าบ้านของตนเอง เจ้าหน้าที่กล่าวว่า จากบ้านเรือนประมาณ 4,500 หลังในเมือง มีมากกว่า 800 หลังที่ได้รับความเสียหายหรือพังถล่มลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ กล่าวว่า รัฐบาลจะเป็นผู้นำในการประสานงานความพยายามกู้ภัยของทุกหน่วยงาน ขณะนี้การฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ก๊าซ และน้ำประปาในพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งการจัดหาน้ำสะอาดให้ประชาชน ถือเป็นภารกิจสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ความต้องการของประชาชนในพื้นที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อคลายความวิตกกังวลของประชาชน เราจะดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็น” ทากาอิจิ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5827858?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับดินไหวญี่ปุ่นพุ่ง 34 เจ็บสาหัส 6 ทาคาอิจิให้คำมั่น เร่งฟื้นฟูพื้นที่ ช่วยประชาชน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับดินไหวญี่ปุ่นพุ่ง 34 เจ็บสาหัส 6 ทาคาอิจิให้คำมั่น เร่งฟื้นฟูพื้นที่ ช่วยประชาชน</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับดินไหวญี่ปุ่นพุ่ง 34 เจ็บสาหัส 6 ทาคาอิจิให้คำมั่น เร่งฟื้นฟูพื้นที่ ช่วยประชาชน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-31T02:34:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-31T02:34:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q31.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q31-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q31.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q31-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q31-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q31-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปักกิ่ง ยื่นประท้วง นิวซีแลนด์ เหตุรมต.กีวี ฟาดส.ส.เชื้อสายจีน ปากมาก แถมไล่กลับปท.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5827293]]></link><pubDate>2026-07-30T17:02:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5827293</guid><description>ปักกิ่ง ยื่นประท้วง นิวซีแลนด์ เหตุรมต.กีวี ฟาดส.ส.เชื้อสายจีน ปากมาก แถมไล่กลับปท. อาจกลายเป็นเพียงน้ำผึ้งหยดเดียวที่สั่นคลอนสายสัมพันธ์ หลังจีนได้ยื่นประท้วงทางการทูตต่อทางการนิวซีแลนด์ เนื่องจากไม่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปักกิ่ง ยื่นประท้วง นิวซีแลนด์ เหตุรมต.กีวี ฟาดส.ส.เชื้อสายจีน ปากมาก แถมไล่กลับปท.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อาจกลายเป็นเพียงน้ำผึ้งหยดเดียวที่สั่นคลอนสายสัมพันธ์ หลังจีนได้ยื่นประท้วงทางการทูตต่อทางการนิวซีแลนด์ เนื่องจากไม่พอใจกรณีที่นายวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของนิวซีแลนด์ กล่าวตอกหน้า นายลอว์เรนซ์ ซูหนาน ส.ส.เชื้อสายจีนจากพรรคกรีนว่า “ปากมาก” และยังไล่ให้ “กลับประเทศตัวเองไป” ในระหว่างที่เขาอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับการตอบสนองของรัฐบาลนิวซีแลนด์ในการรับการระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายหวัง เสี่ยวหลง เอกอัครราชทูตจีนประจำนิวซีแลนด์ โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า “ถ้อยคำที่พูดออกมานั้นสะท้อนตัวตนของผู้พูดได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดหรือใครอื่น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่แถลงการณ์เผยแพร่ในวันพฤหัสบดี(30 ก.ค.) สถานเอกอัครราชทูตจีนระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้แสดงการคัดค้านอย่างจริงจังต่อ ถ้อยคำเชิงลบที่พาดพิงถึงจีน ในระหว่างการเข้าพบหารือกับกระทรวงการต่างประเทศของนิวซีแลนด์ และว่า สถานทูตจีนเรียกร้องให้นิวซีแลนด์กระทำทำสิ่งต่างๆ ที่เอื้อต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีมากกว่าที่จะเป็นไปในทางตรงกันข้าม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์และเป็นหัวหน้าพรรคแนวทางประชานิยม “นิวซีแลนด์ เฟิสต์” ได้กล่าวถ้อยคำเหน็บแนมใส่หน้า ส.ส.ลอว์เรนซ์ ซูหนาน ผู้เกิดในเมืองเทียนจินของจีน แต่เติบโตมาในแถบอีสต์โอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ เพื่อตอบโต้ที่ส.ส.เชื้อสายจีนส่งเสียงตะโกนขัดจังหวะเขาในการอภิปราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายปีเตอร์สกล่าวไล่ “กลับประเทศของคุณไปซะ” และว่า &amp;#8220;ที่นั่นการโกหกกันเป็นเรื่องปกติ แต่ที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น ที่นี่เรียกว่าประชาธิปไตย ไม่เหมือนกับสิ่งที่คุณเคยชิน กลับไปประเทศที่คุณมาซะ คนปากมาก”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพูดดังกล่าวของนายปีเตอร์สถูกตำหนิจากบรรดาส.ส.คนอื่นๆ รวมถึงนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ที่วิจารณ์ว่าเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมและเป็นการเรียกร้องความสนใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านส.ส.ซูหนานกล่าวกับทีวีเอ็นซีว่า นายปีเตอร์สกำลังโยนความผิดให้กับชุมชนผู้อพยพเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากผลงานของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายปีเตอร์สยังยืนยันในจุดยืนของตนเอง โดยโต้กลับเสียงวิจารณ์ว่าเป็น “พวกตื่นตูม” และ “พวกรับใช้คอมมิวนิสต์”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงต่างประเทศนิวซีแลนด์ออกแถลงการณ์ระบุว่า นายปีเตอร์สได้รับทราบเกี่ยวกับการพูดคุยกับสถานทูตจีนแล้วและยืนยันในความคิดเห็นของเขา ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องประชาธิปไตยของนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จีน ถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันมากกว่า 23,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีสิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5827293?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปักกิ่ง ยื่นประท้วง นิวซีแลนด์ เหตุรมต.กีวี ฟาดส.ส.เชื้อสายจีน ปากมาก แถมไล่กลับปท.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปักกิ่ง ยื่นประท้วง นิวซีแลนด์ เหตุรมต.กีวี ฟาดส.ส.เชื้อสายจีน ปากมาก แถมไล่กลับปท.</dc:alternative><dc:abstract>ปักกิ่ง ยื่นประท้วง นิวซีแลนด์ เหตุรมต.กีวี ฟาดส.ส.เชื้อสายจีน ปากมาก แถมไล่กลับปท.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-30T11:30:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-30T11:30:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-23T033111Z_1732600923_RC2EJMAHAQQ7_RTRMADP_3_ASEAN-PHILIPPINES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-23T033111Z_1732600923_RC2EJMAHAQQ7_RTRMADP_3_ASEAN-PHILIPPINES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-23T033111Z_1732600923_RC2EJMAHAQQ7_RTRMADP_3_ASEAN-PHILIPPINES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-23T033111Z_1732600923_RC2EJMAHAQQ7_RTRMADP_3_ASEAN-PHILIPPINES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-23T033111Z_1732600923_RC2EJMAHAQQ7_RTRMADP_3_ASEAN-PHILIPPINES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-23T033111Z_1732600923_RC2EJMAHAQQ7_RTRMADP_3_ASEAN-PHILIPPINES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โตโยต้า ยังครองแชมป์ ยอดขายรถทั่วโลกมากที่สุด ช่วงครึ่งปีแรก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5827012]]></link><pubDate>2026-07-30T14:44:05+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5827012</guid><description>โตโยต้า ยังครองแชมป์ ยอดขายรถทั่วโลกมากที่สุด ช่วงครึ่งปีแรก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ยังคงครองตำแหน่งผู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โตโยต้า ยังครองแชมป์ ยอดขายรถทั่วโลกมากที่สุด ช่วงครึ่งปีแรก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านยอดขายรถทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ซึ่งถือเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ด้วยยอดขายรถรวม 5.39 ล้านคันทั่วโลก มากกว่าคู่แข่งอย่าง Volkswagen ค่ายรถจากเยอรมนี ที่มียอดขายรถทั่วโลกในช่วงเดียวกันที่ราว 4.13 ล้านคัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถทั่วโลกในครึ่งปีแรกนี้ลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นการลดลงเมื่อเทียบกันปีต่อปีเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ในตลาดรถที่ซบเซาลงในจีน อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ยอดการผลิตรถทั่วโลกของกลุ่มโตโยต้าในช่วงครึ่งปีแรก ปรับลดลง 0.3% อยู่ที่ 5.51 ล้านคัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของระบบโลจิสติกส์อันเป็นผลจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะยอดการส่งออกรถยนต์ของโตโยต้าจากญี่ปุ่นไปยังตะวันออกกลาง ลดลงไปถึง 36.0% มาอยู่ที่ 104,093 คัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยอดขายในต่างประเทศของโตโยต้าลดลง 4.5% อยู่ที่ 4.30 ล้านคัน ขณะที่ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 1.10 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4.4% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่แข็งแกร่งของรถยนต์ไฟฟ้า(EV) รุ่นใหม่ bZ4X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยอดขายทั่วโลกของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าของโตโยต้า นำโดยกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ปรับเพิ่มขึ้น 9.1% ที่ 2.71 ล้านคัน ส่วนยอดขายรถยนต์อีวีเพิ่มขึ้นประมาณ 2.4 เท่า ที่ 193,172 คัน ตัวเลขยอดขายทั้งสองถือเป็นสถิติสูงสุดสำหรับช่วงครึ่งปีแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากมองรายประเทศและภูมิภาค ยอดขายของโตโยต้าในจีนลดลง 17.1% อยู่ที่ 694,670 คัน ในตะวันออกกลาง ยอดขายลดลง 21.6% อยู่ที่ 218,855 คัน ในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 0.9% ที่ 1.45 ล้านคัน เนื่องจากมีอุปสงค์รถยนต์ไฮบริดที่แข็งแกร่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฉพาะในเดือนมิถุยายน ยอดขายทั่วโลกของโตโยต้าปรับลดลง 1.1% อยู่ที่ 926,688 คัน ในขณะที่การผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.2% เป็น 984,408 คัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5827012?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โตโยต้า ยังครองแชมป์ ยอดขายรถทั่วโลกมากที่สุด ช่วงครึ่งปีแรก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โตโยต้า ยังครองแชมป์ ยอดขายรถทั่วโลกมากที่สุด ช่วงครึ่งปีแรก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน</dc:alternative><dc:abstract>โตโยต้า ยังครองแชมป์ ยอดขายรถทั่วโลกมากที่สุด ช่วงครึ่งปีแรก เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-30T08:10:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-30T08:10:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T202650Z_1119083521_RC2K8MAAOTZ2_RTRMADP_3_TOYOTA-USA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T202650Z_1119083521_RC2K8MAAOTZ2_RTRMADP_3_TOYOTA-USA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T202650Z_1119083521_RC2K8MAAOTZ2_RTRMADP_3_TOYOTA-USA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T202650Z_1119083521_RC2K8MAAOTZ2_RTRMADP_3_TOYOTA-USA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T202650Z_1119083521_RC2K8MAAOTZ2_RTRMADP_3_TOYOTA-USA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T202650Z_1119083521_RC2K8MAAOTZ2_RTRMADP_3_TOYOTA-USA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[3 นักผจญเพลิงกรีซ เซ่นไฟป่าโหมไหม้ ภาคใต้ยุโรปยังอ่วม ฤทธิ์คลื่นร้อนระลอก 4 แผ่คลุม ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826684]]></link><pubDate>2026-07-30T12:12:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826684</guid><description>3 นักผจญเพลิงกรีซ เซ่นไฟป่าโหมไหม้ ภาคใต้ยุโรปยังอ่วม ฤทธิ์คลื่นร้อนระลอก 4 แผ่คลุม เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นักผจญเพลิงกรีซ 3 ราย ต้องสังเวยชีวิตขณะต่อสู้กับไฟป่าที่กำลังลุกไหม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;3 นักผจญเพลิงกรีซ เซ่นไฟป่าโหมไหม้ ภาคใต้ยุโรปยังอ่วม ฤทธิ์คลื่นร้อนระลอก 4 แผ่คลุม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นักผจญเพลิงกรีซ 3 ราย ต้องสังเวยชีวิตขณะต่อสู้กับไฟป่าที่กำลังลุกไหม้เผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้างบนเกาะครีตและเปโลปอนนีส ทางตอนใต้ของประเทศกรีซ ท่ามกลางคลื่นความร้อนช่วงฤดูร้อนระลอกที่ 4 ได้เริ่มแผ่ปกคลุมประเทศสเปนและฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บนเกาะครีต กำลังลมรุนแรงได้กระพือไฟป่าให้โหมลุกไหม้ ส่งผลให้มีการอพยพประชาชนในหลายหมู่บ้านออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยมีการพบนักผจญเพลิง 2 รายเสียชีวิตหลังจากติดอยู่ในวงล้อมไฟป่าที่ลุกลามพื้นที่ในภูมิภาคเรธิมโน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ และมีนักผจญเพลิงเสียชีวิตอีกรายหลังจากถูกพบหมดสติอยู่ใกล้กับเมืองกีธีโอ เมืองท่าบนคาบสมุทรเปโลปอนนีส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าไฟป่าหลายจุดได้ปะทุขึ้นบนเกาะครีตและลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแนวไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดได้ไหม้ลามขยายวงไปไกลถึง 15 กิโลเมตร มีการอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยวออกจากหมู่บ้านครียาวรีซีที่ตั้งอยู่บนภูเขา ซึ่งพบนักผจญเพลิงเสียชีวิต 2 รายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไฟป่ายังปะทุขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ของกรีซ รวมถึงบนเกาะปารอสและเลสบอสในทะเลอีเจียน และเมืองทรีฟีเลีย บนเกาะหลักของกรีซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสเปนและฝรั่งเศส ทีมนักผจญเพลิงพยายามป้องกันไม่ให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นอีกจากเหตุไฟป่าใหญ่หลายจุดที่เพิ่งควบคุมไว้ได้ ในขณะที่คลื่นความร้อนระลอก 4 เริ่มแผ่ปกคลุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีของสเปน กล่าวเตือนในวันพุธ(29 ก.ค.)ว่า ในอีก 12 ชั่วโมงข้างหน้าจะเป็นสิ่งชี้ขาดในการดับไฟป่าใกล้กับกรุงมาดริด ซึ่งหลายสิ่งมีความคืบหน้าขึ้นภายใต้ความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากอุณหภูมิยังสูง ขณะที่มีความชื้นต่ำและความเสี่ยงจากลมกระโชกแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ในเมืองบูร์โกฮอนโด ในจังหวัดอาบีลา ห่างจากกรุงมาดริดไปราว 150 กิโลเมตร ไปแล้วมากกว่า 268,750 ไร่ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นจุดเกิดเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสเปน ขณะที่ในปีนี้ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ในสเปนได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 1,293,750 ไร่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ไฟป่าจุดใหญ่ที่สุดอยู่ในภูมิภาคฌีรงด์ ซึ่งสถานการณ์ยังคงทรงตัว แม้จะเกิดไฟปะทุขึ้นหลายจุด อย่างไรก็ตามทางการได้ประกาศเตือนภาวะลมแห้งและอุณหภูมิที่อาจสูงถึง 41 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางบลองดีน ซาร์ราแซง นายกเทศมนตรีเมืองเลอบาร์ป ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบอร์กโดซ์ เตือนว่าสถานการณ์กำลังยากลำบากขึ้นหลังเกิดเหตุไฟไหม้ 2 จุดเมื่อวันก่อน พร้อมระบุว่าทุกคนจำเป็นต้องตื่นตัวและระมัดระวังภัยสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยดับเพลิงยังได้จัดวางมาตรการพิเศษเพื่อปกป้องพื้นที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อวกาศและยานอวกาศของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าในพื้นที่รอบกรุงมาดริดและที่เมืองกัสเตยอน ทางชายฝั่งตะวันออก แต่ทางการเมืองเซบียาทางตอนใต้ระบุว่า มีหญิงรายหนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากไฟไหม้ที่เมืองลอส กายาร์ดอส ในจังหวัดอัลเมเรียเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาล หลังจากเหตุไฟป่าในจังหวัดอัลเมเรียส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 14 ราย ในจำนวนนี้มีชาวสหราชอาณาจักร เบลเยียม รวมถึงชาวอเมริกัน ฝรั่งเศสและสเปน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ทำให้อุณหภูมิทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น โดยยุโรปเป็นทวีปที่อากาศร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเร็วกว่าอัตราค่าเฉลี่ยโลกถึง 2 เท่า จากข้อมูลของหน่วยบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826684?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;3 นักผจญเพลิงกรีซ เซ่นไฟป่าโหมไหม้ ภาคใต้ยุโรปยังอ่วม ฤทธิ์คลื่นร้อนระลอก 4 แผ่คลุม &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>3 นักผจญเพลิงกรีซ เซ่นไฟป่าโหมไหม้ ภาคใต้ยุโรปยังอ่วม ฤทธิ์คลื่นร้อนระลอก 4 แผ่คลุม </dc:alternative><dc:abstract>3 นักผจญเพลิงกรีซ เซ่นไฟป่าโหมไหม้ ภาคใต้ยุโรปยังอ่วม ฤทธิ์คลื่นร้อนระลอก 4 แผ่คลุม </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-30T05:12:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-30T05:12:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T080648Z_115041128_RC2K7MADZEDJ_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T080648Z_115041128_RC2K7MADZEDJ_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T080648Z_115041128_RC2K7MADZEDJ_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T080648Z_115041128_RC2K7MADZEDJ_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T080648Z_115041128_RC2K7MADZEDJ_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T080648Z_115041128_RC2K7MADZEDJ_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T230610Z_1002883708_RC2B7MA29JXW_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T230610Z_1002883708_RC2B7MA29JXW_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T080432Z_559634711_RC2G7MAM59LT_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T080432Z_559634711_RC2G7MAM59LT_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-GREECE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต พบชาวต่างชาติดับรายแรก เสียชีวิตพุ่ง 23]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826580]]></link><pubDate>2026-07-30T10:32:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826580</guid><description>ญี่ปุ่นยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต พบชาวต่างชาติดับรายแรก เสียชีวิตพุ่ง 23 เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และหน่วยฉุกเฉิน ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ญี่ปุ่นยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต พบชาวต่างชาติดับรายแรก เสียชีวิตพุ่ง 23&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และหน่วยฉุกเฉิน ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 แมกนิจูด ในจังหวัดคุมาโมโตะ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 1 ราย ทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 62 คน ในจำนวนนี้ 5 คน อาการสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก ขณะที่จำนวนผู้สูญหายยังไม่แน่ชัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือศูนย์การค้าอิออน มอลล์ ในเมืองคาชิมะ ซึ่งขณะเกิดแผ่นดินไหวมีประชาชนหลายพันคนกำลังจับจ่ายใช้สอยอยู่ภายใน บริษัทอิออนเปิดเผยว่า สามารถอพยพลูกค้าราว 3,000 คนออกไปยังลานจอดรถได้ ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดจากก๊าซในอีกส่วนหนึ่งของศูนย์การค้า ซึ่งทำให้ชั้น 2 ของศูนย์การค้าพังถล่มลงมา ในขณะนั้นยังมีพนักงานบางส่วนปฏิบัติงานอยู่ภายในอาคาร ซึ่งทำให้มีผู้คนติดอยู่ภายใน พยานหลายคนระบุว่า แรงระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้พื้นที่สั่นสะเทือนแทบไม่ต่างจากแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องปฏิบัติงานท่ามกลางอากาศร้อนจัด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้สูญหายอีกกี่คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอากิโอะ โยชิดะ ประธานบริษัทอิออน เผยว่า ยังมีผู้สูญหาย 3 คน และยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตภายในศูนย์การค้าแล้ว 4 ราย โดยเขาระบุว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นและการสูญเสียชีวิตอันมีค่าของผู้คนเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง ก่อนที่โยชิดะจะก้มศีรษะแสดงความเสียใจพร้อมกับผู้บริหารอีกสองคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากสื่อญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า เพดานบางส่วนของศูนย์การค้าพังถล่มลงมา ขณะที่เศษโลหะและซากปรักหักพังกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่สวมหมวกนิรภัยและหน้ากากยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเมืองยัตสึชิโระซึ่งอยู่ใกล้กัน ปล่องควันของโรงงานบริษัทนิปปอน เปเปอร์ อินดัสทรีส์พังถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยผู้ประสบภัยออกจากซากอาคารได้อีก 7 คน ตามข้อมูลของทีมรับมือภัยพิบัติของจังหวัดคุมาโมโตะ โดยเจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่ามีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารอีก 4 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันมีรายงานชาวต่างชาติเสียชีวิตรายแรก โดยรัฐบาลเวียดนามเปิดเผยว่า แรงงานฝึกทักษะชาวเวียดนามรายหนึ่งเสียชีวิต หลังเครนล้มทับที่โรงงานซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเขา โดยแรงงานรายนี้เพิ่งเดินทางมาญี่ปุ่นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่แรงงานฝึกทักษะชาวเวียดนามอีก 7 คนในโรงงานเดียวกันสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ หญิงชาวเวียดนามซึ่งเป็นภรรยาของแรงงานคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ หลังผนังอาคารพังถล่มลงมา และกำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จังหวัดคุมาโมโตะเปิดเผยว่า บ้านเรือนเกือบ 34,900 หลังยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ และอีกประมาณ 15,000 หลังไม่มีน้ำประปา ขณะที่ประชาชนมากกว่า 8,800 คน ต้องอพยพไปพักอาศัยในศูนย์พักพิงกว่า 400 แห่ง โดยมีการนำแหล่งจ่ายไฟเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้สามารถใช้เครื่องปรับอากาศได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพถ่ายทางอากาศของตำรงจแสดงให้เห็นว่าบ้านเรือนในพื้นที่ชุมชนหลายหลังพังราบเป็นหน้ากลอง และบางหลังพังถล่มลงไปในแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่กำลังพลจากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นได้เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญหลายร้อยคนร่วมปฏิบัติงาน รวมถึงนักผจญเพลิงจากไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเตรียมจัดส่งอาหารและสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้สูญเสีย และขอให้ผู้ประสบภัยดูแลสุขภาพของตนเองท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราจะทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด ยังมีผู้คนที่กำลังรอความช่วยเหลืออยู่ และนี่คือการแข่งขันกับเวลา” ทาคาอิจิกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรถไฟชินคันเซ็นยังคงระงับให้บริการ แม้ท่าอากาศยานอาโสะ-คุมาโมโตะจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม แต่สายการบินบางแห่งได้ยกเลิกเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826580?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต พบชาวต่างชาติดับรายแรก เสียชีวิตพุ่ง 23&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต พบชาวต่างชาติดับรายแรก เสียชีวิตพุ่ง 23</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต พบชาวต่างชาติดับรายแรก เสียชีวิตพุ่ง 23</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-30T06:32:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-30T06:32:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หวั่นสงครามลามทั่ว ตอ.กลาง น้ำมันพุ่งทะลุ 90 ดอลล์อีกรอบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826498]]></link><pubDate>2026-07-30T09:12:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826498</guid><description>หวั่นสงครามลามทั่ว ตอ.กลาง น้ำมันพุ่งทะลุ 90 ดอลล์อีกรอบ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการปรับตัวสูงขึ้นที่มากที่สุดครั้งหนึ่งตลอดช่วงสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หวั่นสงครามลามทั่ว ตอ.กลาง น้ำมันพุ่งทะลุ 90 ดอลล์อีกรอบ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการปรับตัวสูงขึ้นที่มากที่สุดครั้งหนึ่งตลอดช่วงสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านที่กินเวลานานถึง 5 เดือนแล้ว โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นมากกว่า 8% ส่งผลให้ราคาทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังร่วงลงอย่างหนักเมื่อต้นสัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ต่อมาน้ำมันเบรนท์ลดลงมาราว 1.15% มาอยู่ที่ 89.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม ตามเวลาในไทย ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐอยู่ที่ 83.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความผันผวนของราคาน้ำมันมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตอบโต้กลับอิหร่านให้เละ หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีสหรัฐแบบฉับพลันในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีที่แข็งกร้าวและอาจไม่ต้องการกลับสู่โต๊ะเจรจาของอิหร่าน ในขณะเดียวกันการเข้าร่วมในปฏิบัติการทางทหารของซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐอย่างเป็นทางการครั้งแรก ก็ถูกจับตาว่าอาจทำให้ความขัดแย้งและการสู้รบลุกลามบานปลายจนส่งผลกระทบกับประเทศในตะวันออกกลางเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 29 กรกฎาคม บริษัท Ambrey ซึ่งเป็นบริษัทด้านความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ ระบุในการประเมินเบื้องต้นว่า เรือบรรทุกก๊าซสำหรับกักเก็บลอยน้ำที่เป็นทรัพย์สินของสหรัฐ ถูกโดรนโจมตีที่ท่าเรือดาเมียตตา บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของอียิปต์ ขณะที่กองกำลังสหรัฐและซาอุดีอาระเบียเปิดปฏิบัติการโจมตีกลุ่มติดอาวุธที่ฝักใฝ่อิหร่านในภาคตะวันออกของอิรัก และอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่กองกำลังสหรัฐในจอร์แดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงปิโตรเลียมของอียิปต์ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ท่าเรือดังกล่าว แต่ไม่ได้กล่าวถึงการโจมตีด้วยโดรน และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีล่าสุดในอิรักและอียิปต์เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งมากขึ้น หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐกับซาอุดีอาระเบียนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลริยาดเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีเคียงข้างสหรัฐอย่างเปิดเผย โดยกองกำลังระดมพลประชาชนของอิรัก (PMF) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังความมั่นคงของอิรัก ระบุว่า สมาชิกอย่างน้อย 20 คนเสียชีวิต และอีก 32 คนได้รับบาดเจ็บ จากการโจมตีของสหรัฐและซาอุดีอาระเบียที่มุ่งเป้าไปยังฐานที่มั่นหลายแห่งทั่วอิรัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอชิงตันและริยาดระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้เหตุโจมตีด้วยโดรนต่อเป้าหมายด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถูกยิงมาจากดินแดนอิรัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังการโจมตีร่วม รัฐมนตรีกลาโหมซาอุดีอาระเบียได้พบกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพุธ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์หลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งเพิ่มเติม ด้วยการไม่โจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน และไม่เปิดปฏิบัติการโจมตีกลุ่มติดอาวุธที่ฝักใฝ่อิหร่านในอิรักเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวกับรอยเตอร์ว่า การยกระดับดังกล่าวจะเปิดทางไปสู่ “ความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้” อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวและสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตันยังไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐยังแสดงความกังวลเป็นการภายในว่า การกลับมาเปิดปฏิบัติการรบขนาดใหญ่กับอิหร่านอีกครั้งจะมีความเสี่ยง เนื่องจากคลังอาวุธของสหรัฐได้รับผลกระทบอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการต่างประเทศ (CSIS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยในกรุงวอชิงตัน ประเมินในสัปดาห์นี้ว่า กองทัพสหรัฐเหลือขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตไม่ถึง 1,000 ลูก และเหลือขีปนาวุธสกัดกั้นระบบ THAAD ไม่ถึง 250 ลูก ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สำคัญทั้งสองระบบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826498?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หวั่นสงครามลามทั่ว ตอ.กลาง น้ำมันพุ่งทะลุ 90 ดอลล์อีกรอบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หวั่นสงครามลามทั่ว ตอ.กลาง น้ำมันพุ่งทะลุ 90 ดอลล์อีกรอบ</dc:alternative><dc:abstract>หวั่นสงครามลามทั่ว ตอ.กลาง น้ำมันพุ่งทะลุ 90 ดอลล์อีกรอบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-30T04:36:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-30T04:36:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูตอังการา เตรียมเข้าพบ กต.จอร์เจีย เร่งรัดสอบสาเหตุเสียชีวิต ฮลุน โซโล่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826481]]></link><pubDate>2026-07-30T08:51:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826481</guid><description>กต.แสดงความเสียใจทางการจอร์เจียยืนยัน &amp;#8216;ฮลุน โซโล่&amp;#8217; เสียชีวิตแล้ว-พร้อมประสานนำร่างกลับประเทศประกอบพิธีทางศาสนา ขณะที่ สอท.อังการา เตรียมพบ กต.จอร์เจียสืบหาข้อเท็จจริงการเสียชีวิต เมื่อวันท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต.แสดงความเสียใจทางการจอร์เจียยืนยัน &amp;#8216;ฮลุน โซโล่&amp;#8217; เสียชีวิตแล้ว-พร้อมประสานนำร่างกลับประเทศประกอบพิธีทางศาสนา ขณะที่ สอท.อังการา เตรียมพบ กต.จอร์เจียสืบหาข้อเท็จจริงการเสียชีวิต&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม &lt;strong&gt;น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร&lt;/strong&gt; อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี &lt;strong&gt;นายบวรทัต เป็งสุข&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;“ฮลุน โซโล่”&lt;/strong&gt; ซึ่งขาดการติดต่อกับญาติระหว่างการเดินทางไปถ่ายทำเนื้อหาที่ประเทศจอร์เจียว่า เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ได้เดินทางไปยังจอร์เจีย และได้พบกับเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่น โดยได้รับการยืนยันว่า ขณะนี้ นายบวรทัต เสียชีวิตแล้ว โดยสาเหตุการเสียชีวิตยังอยู่ระหว่างการสืบสวน&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826453&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;กต. ยัน ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต เร่งสอบสาเหตุ-นำร่างกลับไทย สถานทูตกรุงอังการา เผย ทรัพย์สินยังอยู่ครบ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/social/news_5826461&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;พี่ชาย ฮลุน โซโล่ ขอบคุณทุกภาคส่วนช่วยตามหา เผย ครอบครัวทราบข่าวน้องเสียชีวิตแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แจ้งครอบครัวของนายบวรทัตทราบด้วยแล้ว และจะแจ้งความคืบหน้าแก่ครอบครัวต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของนายบวรทัตฯ และจะประสานกับสถานเอกอัครราชทูตฯ และทางการจอร์เจียในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการนำร่างของนายบวรทัตกลับประเทศไทยเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ที่กรุงทบิลิซี จอร์เจียและได้พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ โดยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แจ้งสถานะล่าสุด ให้ญาติของนายบวรทัตทราบด้วยแล้ว และจะประสานการดำเนินการทางเอกสารกับญาติอย่างใกล้ชิด และ&lt;strong&gt;มีกำหนดพบกับกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย เพื่อประสานงานและเร่งรัดการสืบหาข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อไป&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา รายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ว่า ทรัพย์สินของนายบวรทัตฯ ยังอยู่ครบถ้วน และสถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ โดยจะไม่ละเลยทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือทุกฝ่ายเคารพความเป็นส่วนตัวตามความประสงค์และการดำเนินการต่าง ๆ ของครอบครัว โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานงานอย่างใกล้ชิดในกรณีนี้กับครอบครัวต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังขอขอบคุณชาวไทยในจอร์เจียทุกท่านที่ช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการติดตาม ให้ความร่วมมือและประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตฯ เป็นอย่างดียิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826481?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูตอังการา เตรียมเข้าพบ กต.จอร์เจีย เร่งรัดสอบสาเหตุเสียชีวิต ฮลุน โซโล่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูตอังการา เตรียมเข้าพบ กต.จอร์เจีย เร่งรัดสอบสาเหตุเสียชีวิต ฮลุน โซโล่</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูตอังการา เตรียมเข้าพบ กต.จอร์เจีย เร่งรัดสอบสาเหตุเสียชีวิต ฮลุน โซโล่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-30T05:42:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-30T05:42:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b223.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b223-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระเบิดสนั่น! ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่าน กร้าวจะซัดให้เละ ชี้จะผิดหวังมาก หาก ปธน.สี ส่งอาวุธให้เตหะราน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826466]]></link><pubDate>2026-07-30T08:46:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826466</guid><description>ระเบิดสนั่น! ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่าน กร้าวจะซัดให้เละ ชี้จะผิดหวังมาก หาก ปธน.สี ส่งอาวุธให้เตหะราน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ว่าจะทำการตอบโต้กลับอิหร่านอย่างหนักด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ระเบิดสนั่น! ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่าน กร้าวจะซัดให้เละ ชี้จะผิดหวังมาก หาก ปธน.สี ส่งอาวุธให้เตหะราน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ว่าจะทำการตอบโต้กลับอิหร่านอย่างหนักด้วยการบอกว่า “ถึงตาเราแล้ว” หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีสหรัฐแบบฉับพลันหนึ่งวันก่อนหน้านี้ แต่สหรัฐสามารถสกัดกั้นการโจมตีไว้ได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายในห้องทำงานรูปไข่ว่า “เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก เพราะถึงตาของเราที่จะโจมตีบ้างแล้ว พวกเขารู้ดีว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า “เราจะซัดพวกมันให้เละเทะ” หลังจากกองทัพสหรัฐสกัดกั้นสิ่งที่เรียกว่า “การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว” ของอิหร่านได้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาจะ “ผิดหวังอย่างมาก” หากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ตัดสินใจส่งอาวุธให้รัฐบาลเตหะราน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังทรัมป์ให้คำมั่นดังกล่าว กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ประกาศยืนยันการปฏิบัติการผ่าน X ว่า “กองกำลังสหรัฐเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อเวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐในวันพุธ (หรือเวลา 07.00 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม ตามเวลาในไทย) การโจมตีเหล่านี้เป็นการตอบโต้อันทรงพลังต่อความพยายามของอิหร่านในการโจมตีกองกำลังสหรัฐที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า เป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้เป็นเป้าหมายทางทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมามีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ทางใต้ของอิหร่าน โดบสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธได้พุ่งเป้าใส่พื้นที่อยู่อาศัยบนเกาะเกชม โดยมีรายงานเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง และยังมีรายงานเสียงระเบิดในเมืองบูเชห์ร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร ซึ่งเป็นโรงผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของอิหร่าน ที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าวถูกโจมตีหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ระบุผ่าน X ในเวลาต่อมาว่า การโจมตีระลอกล่าสุดเป็นการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อความพยายามของอิหร่านในการโจมตีกองกำลังสหรัฐที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง โดยใช้เวลาในการโจมตี 2 ชั่วโมง มุ่งเน้นเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) หลายสิบแห่งในอิหร่าน รวมถึงศูนย์บัญชาการทางทหาร ฐานปฏิบัติการขีปนาวุธและโดรน ฐานเฝ้าระวังและป้องกันชายฝั่ง ตลอดจนขีดความสามารถด้านปฏิบัติการทางทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา IRGC ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกเข้าใส่กองกำลังสหรัฐในภูมิภาค ขณะที่กองทัพจอร์แดนระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธได้ 5 ลูก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา CENTCOM ระบุว่า สามารถสกัดขีปนาวุธทุกลูกที่อิหร่านยิงเข้าใส่กองกำลังสหรัฐได้ทั้งหมด ความพยายามโจมตีครั้งนี้แตกต่างจากรูปแบบการตอบโต้ที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติอิหร่านจะตอบโต้หลังจากถูกสหรัฐโจมตีก่อน และสะท้อนว่า เตหะรานอาจพร้อมกลับมาเปิดฉากเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน CENTCOM ยังเปิดเผยอีกว่า กองกำลังซาอุดีอาระเบียได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีกองกำลังระดมพลประชาชน (PMF) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรของอิหร่านในอิรัก โดย PMF ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คนจากการโจมตีเมื่อวันพุธ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดของอิหร่านเปิดเผยว่า สมาชิก IRGC เสียชีวิต 4 นาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826466?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระเบิดสนั่น! ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่าน กร้าวจะซัดให้เละ ชี้จะผิดหวังมาก หาก ปธน.สี ส่งอาวุธให้เตหะราน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระเบิดสนั่น! ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่าน กร้าวจะซัดให้เละ ชี้จะผิดหวังมาก หาก ปธน.สี ส่งอาวุธให้เตหะราน</dc:alternative><dc:abstract>ระเบิดสนั่น! ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่าน กร้าวจะซัดให้เละ ชี้จะผิดหวังมาก หาก ปธน.สี ส่งอาวุธให้เตหะราน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-30T04:40:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-30T04:40:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/dt8-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/dt8-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/dt8-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/dt8-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/dt8-1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/dt8-1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. ยัน ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต เร่งสอบสาเหตุ-นำร่างกลับไทย สถานทูตกรุงอังการา เผย ทรัพย์สินยังอยู่ครบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826453]]></link><pubDate>2026-07-30T07:18:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826453</guid><description>กต. ยัน ฮลุน โซโล่ เสียชีวิตแล้ว เร่งสอบสาเหตุ หลังหายตัวในจอร์เจีย พร้อมเตรียมนำร่างกลับไทย ด้านสถานทูตกรุงอังการา ยัน ทรัพย์สินยังอยู่ครบ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่กระทรวงการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต. ยัน ฮลุน โซโล่ เสียชีวิตแล้ว เร่งสอบสาเหตุ หลังหายตัวในจอร์เจีย พร้อมเตรียมนำร่างกลับไทย ด้านสถานทูตกรุงอังการา ยัน ทรัพย์สินยังอยู่ครบ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งกรณี &lt;strong&gt;นายบวรทัต เป็งสุข&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;“ฮลุน โซโล่”&lt;/strong&gt; ซึ่งขาดการติดต่อกับญาติระหว่างการเดินทางไปถ่ายทำเนื้อหาที่ประเทศจอร์เจีย นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร&lt;/strong&gt; อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งเพิ่มเติมว่า&lt;br /&gt;
เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ได้เดินทางไปยังจอร์เจียและได้พบกับเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่น โดยได้รับการยืนยันว่า &lt;strong&gt;ขณะนี้นายบวรทัต เสียชีวิตแล้ว&lt;/strong&gt; โดยสาเหตุการเสียชีวิตยังอยู่ระหว่างการสืบสวน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แจ้งครอบครัวของนายบวรทัต ทราบด้วยแล้ว และจะแจ้งความคืบหน้าแก่ครอบครัวต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของนายบวรทัตฯ และจะประสานกับสถานเอกอัครราชทูตฯ และทางการจอร์เจียในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการนำร่างของนายบวรทัต กลับประเทศไทยเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ยังได้เผยข้อมูลเพิ่มเติมกรณี นายบวรทัต เป็งสุข หรือ &amp;#8220;ฮลุน โซโล่&amp;#8221; ว่า  เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ว่า ทรัพย์สินของนายบวรทัต ยังอยู่ครบถ้วน และสถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตาม ข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ โดยจะไม่ละเลยทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วม มือทุกฝ่ายเคารพความเป็นส่วนตัวตามความประสงค์และการดำเนินการด่างๆ ของครอบครัว โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะประสานงานอย่างใกล้ชิดในกรณีนี้ กับครอบครัวต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอขอบคุณชาวไทยในจอร์เจียทุกท่านที่ช่วยให้ข้อมูลที่ เป็นประโยชน์ในการติดตาม ให้ความร่วมมือและประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตฯ เป็นอย่างดียิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826453?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. ยัน ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต เร่งสอบสาเหตุ-นำร่างกลับไทย สถานทูตกรุงอังการา เผย ทรัพย์สินยังอยู่ครบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. ยัน ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต เร่งสอบสาเหตุ-นำร่างกลับไทย สถานทูตกรุงอังการา เผย ทรัพย์สินยังอยู่ครบ</dc:alternative><dc:abstract>กต. ยัน ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต เร่งสอบสาเหตุ-นำร่างกลับไทย สถานทูตกรุงอังการา เผย ทรัพย์สินยังอยู่ครบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-30T00:18:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-30T00:18:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b207.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b207-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b206.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b206-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b207.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b207-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ค่าย BMW จ่อเลิกจ้างพนง. หลายพันคน ภายในปี 2027 หลังกำไรหด-ตลาดซบเซา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826192]]></link><pubDate>2026-07-29T18:08:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826192</guid><description>ค่าย BMW จ่อเลิกจ้างพนง. หลายพันคน ภายในปี 2027 หลังกำไรหด-ตลาดซบเซา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า BMW ค่ายรถหรูสัญชาติเยอรมัน ที่มีฐานดำเนินงานอยู่ในเมืองมิวนิก ได้ประกาศแผนการปรั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ค่าย BMW จ่อเลิกจ้างพนง. หลายพันคน ภายในปี 2027 หลังกำไรหด-ตลาดซบเซา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า BMW ค่ายรถหรูสัญชาติเยอรมัน ที่มีฐานดำเนินงานอยู่ในเมืองมิวนิก ได้ประกาศแผนการปรับลดตำแหน่งงานหลายพันตำแหน่งในเยอรมนีภายในสิ้นปี 2027 ผ่านโครงการลาออกโดยสมัครใจ ซึ่งนับเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันรายล่าสุดที่ต้องลดการจ้างงานลง เพื่อรับมือกับปัญหาผลกำไรที่ลดลงและความต้องการของตลาดที่ซบเซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของบริษัท BMW ระบุว่า โครงการจ่ายเงินชดเชยการออกจากงานดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างบริษัทและสภาตัวแทนพนักงานจะมุ่งเป้าไปที่แผนกบริหารและแผนกพัฒนาโดยไม่รวมส่วนงานด้านการผลิตแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวใกล้ชิดคาดการณ์ว่าจำนวนพนักงานโดยรวมที่ BMW จะเลิกจ้างน่าจะมีประมาณ 8,000 คน ขณะที่ปัจจุบันจำนวนพนักงานของค่ายผู้ผลิตรถยนต์หรูแห่งนี้มีอยู่ทั่วโลกทั้งสิ้นประมาณ 150,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมิถุนายน BMW ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นบริษัทยานยนต์ที่มีความมั่นคงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ได้ปรับลดคาดการณ์ผลกำไรสำหรับปีนี้ลง โดยอ้างผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ยอดขายรถยนต์ปรับตัวลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ มิลาน เนเดลโควิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BMW กล่าวในเวลาต่อมาว่าทางบริษัทจะเร่งดำเนินการและเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการลดต้นทุนที่มีอยู่เดิมให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยจากผู้เข้าร่วมการประชุมกับพนักงานที่เมืองมิวนิกว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซีอีโอของบริษัทได้แจ้งต่อพนักงานว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งกระทบต่อรากฐานของรูปแบบธุรกิจของ BMW ด้วย ทั้งยังเตือนถึงความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ก็ย้ำว่ามาตรการต่างๆ เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างผลกำไรที่เพิ่มขึ้นให้กับ BMW&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ BMW มีกำหนดจะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ในวันพฤหัสบดี(30 ก.ค.)นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BMW นับเป็นค่ายรถใหญ่สัญชาติเยอรมันรายล่าสุด ที่ต้องปรับโครงสร้างองค์กรด้วยการลดจำนวนพนักงานลง เนื่องจากประสบปัญหาด้านผลกำไรและตลาดรถยนต์ที่ซบเซาลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ Volkswagen และ Mercedes-Benz ได้ทำข้อตกลงเพื่อเลิกจ้างพนักงานหลายพันคนของตนเองไปแล้ว ท่ามกลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนีที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องใช้ต้นทุนสูง การแข่งขันที่ดุเดือดจากจีน และมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Porche ผู้ผลิตรถสปอร์ตหรู ในเครือของ Volkswagen Group ยังได้ประกาศแผนการจะลดพนักงานลง 20% ภายในปี 2035 ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826192?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ค่าย BMW จ่อเลิกจ้างพนง. หลายพันคน ภายในปี 2027 หลังกำไรหด-ตลาดซบเซา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ค่าย BMW จ่อเลิกจ้างพนง. หลายพันคน ภายในปี 2027 หลังกำไรหด-ตลาดซบเซา</dc:alternative><dc:abstract>ค่าย BMW จ่อเลิกจ้างพนง. หลายพันคน ภายในปี 2027 หลังกำไรหด-ตลาดซบเซา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-29T11:08:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-29T11:08:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T060232Z_98371062_RC2ID7AWQO7J_RTRMADP_3_COPPER-ALUMINIUM-SUBSTITUTION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T060232Z_98371062_RC2ID7AWQO7J_RTRMADP_3_COPPER-ALUMINIUM-SUBSTITUTION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T060232Z_98371062_RC2ID7AWQO7J_RTRMADP_3_COPPER-ALUMINIUM-SUBSTITUTION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T060232Z_98371062_RC2ID7AWQO7J_RTRMADP_3_COPPER-ALUMINIUM-SUBSTITUTION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T060232Z_98371062_RC2ID7AWQO7J_RTRMADP_3_COPPER-ALUMINIUM-SUBSTITUTION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-30T060232Z_98371062_RC2ID7AWQO7J_RTRMADP_3_COPPER-ALUMINIUM-SUBSTITUTION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับจากแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 18 ราย บาดเจ็บ 62 ราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826085]]></link><pubDate>2026-07-29T17:02:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826085</guid><description>ยอดดับจากแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 18 ราย บาดเจ็บ 62 ราย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.1 แมกนิจูด ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น เม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยอดดับจากแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 18 ราย บาดเจ็บ 62 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.1 แมกนิจูด ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 18 รายแล้ว และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 62 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 6 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการค้นหาผู้ที่ติดใต้ซากอาคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จังหวัดคุมาโมโตะ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.1 แมกนิจูด บริเวณตอนใต้ของเกาะคิวชู ซึ่งบริเวณที่ได้รับความสนใจมากที่สุดตอนนี้ คือที่ห้างสรรพสินค้าอิออน มอลล์ ในจังหวัดคาชิมะ หลังจากห้างได้เกิดระเบิดขึ้นและพังถล่มลงมา โดยทางห้างแจ้งว่า ได้มีการอพยพลูกค้าราว 3,000 คน ไปยังบริเวณลานจอดรถ ก่อนหน้าที่จะเกิดแก๊สระเบิดขึ้นที่ส่วนอื่นของห้าง และบริเวณชั้น 2 ได้พังถล่มลงมา โดยยอดผู้เสียชีวิตที่ห้างอิออน อยู่ที่ 4 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อากิโอะ โยชิดะ ประธานอิออน กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่คุมาโมโตะ ว่า ทางบริษัทให้ความสำคัญกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น และการสูญเสียชีวิตอันมีค่าของผู้คน ก่อนที่นายโยชิดะ และผู้บริหารอีก 2 คน จะโค้งตัวลงเพื่อขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ทางการคุมาโมโตะแจ้งว่า ยังมีประชาชนเกือบ 34,900 หลังคาเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และราว 15,000 หลังคาเรือน ไม่มีน้ำใช้ ขณะที่ประชาชนกว่า 8,800 คน ต้องออกจากที่อยู่อาศัย ไปอยู่ตามศูนย์พักพิงกว่า 400 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826085?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับจากแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 18 ราย บาดเจ็บ 62 ราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับจากแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 18 ราย บาดเจ็บ 62 ราย</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับจากแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 18 ราย บาดเจ็บ 62 ราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-29T10:35:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-29T10:35:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP262102817.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP262102817-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP262102817.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP262102817-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/japan111-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/japan111-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26210034826103.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26210034826103-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26210112114576-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26210112114576-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26210157559813.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26210157559813-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>703</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>703</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26210320887681.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26210320887681-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นล่าสุด อาจมีต้นตอจากรอยเลื่อนยังปล่อยพลังไม่หมด จากเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826003]]></link><pubDate>2026-07-29T16:35:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5826003</guid><description>ผู้เชี่ยวชาญชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นล่าสุด อาจมีต้นตอจากรอยเลื่อนยังปล่อยพลังไม่หมด จากเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน กรณีเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 7.1 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นในจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผู้เชี่ยวชาญชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นล่าสุด อาจมีต้นตอจากรอยเลื่อนยังปล่อยพลังไม่หมด จากเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กรณีเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 7.1 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นในจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างจำนวนมากและสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวบีบีซี รายงานเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม อ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า มีความเป็นไปได้ที่แผ่นดินไหวครั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจากรอยเลื่อนของเปลือกโลกที่ยังไม่เกิดการแตกตัวหรือขยับตัวในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นในพื้นที่เดียวกันนี้เมื่อ 10 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อเดือนเมษายนปี 2016 นั้น ได้เกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้ง มีขนาด 6.2 และ 7.0 ตามลำดับ ซึ่งเกิดขึ้นห่างกันเพียงสองวันและทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 270 ราย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าแผ่นดินไหวในครั้งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับแนวรอยเลื่อนฟุตากาวะ (Futagawa) และแนวรอยเลื่อนฮินากุ (Hinagu)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชินอิจิ ซาไก ศาสตราจารย์ประจำสถาบันวิจัยแผ่นดินไหวแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ NHK ว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (29 ก.ค.) มีสาเหตุมาจากส่วนของแนวรอยเลื่อนฮินากุที่ยังไม่เกิดการฉีกขาดหรือปลดปล่อยพลังงานเต็มที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ ชินจิ โทดะ ศาสตราจารย์ด้านแผ่นดินไหววิทยา ให้ความเห็นในทำนองเดียวกันในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเกียวโดว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2016 ได้ก่อให้เกิดแรงเค้น (strain) และความเครียด(stress) สะสมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนฮินากุบางส่วนในเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น (JMA) ยังไม่ได้ระบุยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในจังหวัดคุมาโมโตะเมื่อวันอังคารนี้กับเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2016 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5826003?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้เชี่ยวชาญชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นล่าสุด อาจมีต้นตอจากรอยเลื่อนยังปล่อยพลังไม่หมด จากเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้เชี่ยวชาญชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นล่าสุด อาจมีต้นตอจากรอยเลื่อนยังปล่อยพลังไม่หมด จากเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน</dc:alternative><dc:abstract>ผู้เชี่ยวชาญชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นล่าสุด อาจมีต้นตอจากรอยเลื่อนยังปล่อยพลังไม่หมด จากเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-29T10:17:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-29T10:17:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-29T091558Z_1226540488_RC2LNMA44EX2_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-29T091558Z_1226540488_RC2LNMA44EX2_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-29T091558Z_1226540488_RC2LNMA44EX2_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-29T091558Z_1226540488_RC2LNMA44EX2_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-29T091558Z_1226540488_RC2LNMA44EX2_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-29T091558Z_1226540488_RC2LNMA44EX2_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UNSC เปิดหยั่งเสียงลับไม่เป็นทางการ พฤหัสฯนี้ เลือกเลขาธิการคนใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825821]]></link><pubDate>2026-07-29T14:53:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5825821</guid><description>UNSC เปิดหยั่งเสียงลับไม่เป็นทางการ พฤหัสฯนี้ เลือกเลขาธิการคนใหม่ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(UNSC) จะจัดการลงคะแนนหยั่งเสียงลับแบบไม่เป็นทางการรอบแรกในวันที่ 30 กรกฎา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;UNSC เปิดหยั่งเสียงลับไม่เป็นทางการ พฤหัสฯนี้ เลือกเลขาธิการคนใหม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(UNSC) จะจัดการลงคะแนนหยั่งเสียงลับแบบไม่เป็นทางการรอบแรกในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ เพื่อประเมินการสนับสนุนผู้สมัครทั้ง 7 คนที่ลงแข่งขันชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนต่อไป ในการก้าวขึ้นมาแทนที่นายอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการคนปัจจุบันชาวโปรตุเกส ที่กำลังจะหมดวาระลงในสิ้นปีนี้ หลังดำรงตำแหน่งมาต่อเนื่องถึง 2 สมัย ในวาระละ 5 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายเซนอน มูคองโก งาย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกประจำยูเอ็น ประเทศที่เป็นประธาน UNSC ในปัจจุบัน กล่าวยืนยันกับผู้สื่อข่าวในวันอังคาร(28 ก.ค.)ว่า การลงคะแนนหยั่งเสียงอย่างไม่เป็นทางการรอบแรกจะเกิดขึ้นในเช้าวันพฤหัสบดี(30 ก.ค.)นี้ และว่า นายโอลาลา โอตุนนู นักการทูตชาวยูกันดา จะร่วมแข่งขันด้วย แม้เขาจะยังไม่ได้เข้าร่วมการไต่สวนอย่างไม่เป็นทางการที่ผู้สมัครคนอื่นๆ เสร็จสิ้นไปแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้สมัคร 7 คนที่ลงสังเวียนชิงเก้าอี้เลขาธิการยูเอ็นคนใหม่ ประกอบด้วย นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการองค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA), นางมิเชล บาเชเลต์ อดีตประธานาธิบดีชิลี, นางเรเบกา กรีนสแปน อดีตรองประธานาธิบดีคอสตาริกา, นางมาเรีย เฟอร์นันดา เอสปิโนซา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเอกวาดอร์, นางคาโรลีน โรดริเกส-เบอร์เก็ตต์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศกายอานา, นายแม็กกี ซอลล์ อดีตประธานาธิบดีของเซเนกัล และนายโอลาลา โอตุนนู นักการทูตชาวยูกันดา ที่เพิ่งประกาศตัวร่วมลงสังเวียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมยังสามารถลงสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้ยังไม่มีผู้สมัครคนใดที่มีความโดดเด่นชัดเจนและที่ผ่านมาการลงคะแนนอาจดำเนินไปหลายรอบตลอดช่วงฤดูร้อนและอาจสิ้นสุดในปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม โดยกระบวนการนี้อาจใช้เวลานานขึ้นหากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า การลงคะแนนหยั่งเสียงแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวซึ่งไม่มีผลผูกพัน จะเป็นการดำเนินการภายในหมู่ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง 15 ชาติเท่านั้น ซึ่งในบัตรลงคะแนนจะมีการถามว่าพวกเขา “สนับสนุน” “ไม่สนับสนุน” หรือ “ไม่มีความคิดเห็น” ต่อผู้สมัครแต่ละคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการลงคะแนนเสียงแบบไม่เป็นทางการในรอบแรกๆ นั้น จะมีการใช้บัตรลงคะแนนที่เหมือนกัน ซึ่งจะช่วยให้บรรดานักการทูตสามารถเห็นระดับการสนับสนุนและการคัดค้านในภาพรวมได้โดยไม่ต้องเปิดเผยว่าคะแนนคัดค้านนั้นมาจาก 1 ใน 5 ชาติสมาชิกถาวร(P5) ของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น อันได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา ที่มีสิทธิ์วีโต้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขั้นตอนต่อมา สมาชิก P5 จะใช้สีที่แตกต่างจากสมาชิก UNSC ที่ไม่ถาวร 10 ชาติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครรายใดได้รับเสียง “ไม่สนับสนุน” จากสมาชิกรายหนึ่งรายใดใน P5 หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่ในท้ายที่สุด สมาชิก UNSC ทั้งหมดจะลงมติรับรองมติ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วจะดำเนินการแบบปิดลับ เพื่อเสนอชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้ง ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(UNGA) ซึ่งมีสมาชิก 193 ประเทศต่อไป โดยมติดังกล่าวต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 9 เสียง และต้องไม่มีการใช้สิทธิวีโต้ และการอนุมัติจากสมัชชาใหญ่ในภายหลังนั้นถูกมองว่าเป็นเพียงการประทับตราอนุมัติเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่ก้าวขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็นคนใหม่จะต้องเผชิญกับภารกิจในการฟื้นฟูองค์กรที่กำลังเผชิญวิกฤตและความเสื่อมถอยภายใต้แรงกดดันเรียกร้องให้ปฏิรูปองคกรที่มีโครงสร้างราชการขนาดใหญ่ มีค่าใช้จ่ายสูง และให้ลดความซ้ำซ้อนในหน่วยงานต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825821?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UNSC เปิดหยั่งเสียงลับไม่เป็นทางการ พฤหัสฯนี้ เลือกเลขาธิการคนใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UNSC เปิดหยั่งเสียงลับไม่เป็นทางการ พฤหัสฯนี้ เลือกเลขาธิการคนใหม่</dc:alternative><dc:abstract>UNSC เปิดหยั่งเสียงลับไม่เป็นทางการ พฤหัสฯนี้ เลือกเลขาธิการคนใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-29T07:53:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-29T07:53:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-29-144854.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-29-144854-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-29-144854.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-29-144854-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-29-144854-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-29-144854-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[บัวแก้วเผย สถานทูตไทยเร่งหา &#8220;ฮลุน โซโล่&#8221; อินฟลูดัง หลังหายตัวในจอร์เจีย ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825826]]></link><pubDate>2026-07-29T14:32:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5825826</guid><description>บัวแก้วเผย สถานทูตไทยเร่งหา &amp;#8216;ฮลุน โซโล่&amp;#8217; อินฟลูดัง หลังหายตัวในจอร์เจีย  เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม กระทรวงต่างประเทศชี้แจง กรณีนาย “ฮลุน โซโล่” หรือ นายบวรทัต เป็งสุข เจ้าของช่องทางออนไลน์ด้า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;บัวแก้วเผย สถานทูตไทยเร่งหา &amp;#8216;ฮลุน โซโล่&amp;#8217; อินฟลูดัง หลังหายตัวในจอร์เจีย &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม กระทรวงต่างประเทศชี้แจง กรณีนาย “ฮลุน โซโล่” หรือ &lt;strong&gt;นายบวรทัต เป็งสุข&lt;/strong&gt; เจ้าของช่องทางออนไลน์ด้านการท่องเที่ยว ขาดการติดต่อกับญาติระหว่างการเดินทางไปถ่ายทำเนื้อหาที่ประเทศจอร์เจียในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/strong&gt; เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศโดยกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ซึ่งดูแลประเทศจอร์เจียด้วย ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานงานทั้งกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจอร์เจีย ว่าที่กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำจอร์เจีย รวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในพื้นที่ เพื่อช่วยติดตาม&lt;strong&gt; นายบวรทัต&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ประสานกับครอบครัวนายบวรทัตอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายจอร์เจียกำลังเร่งติดตามเบาะแสนายบวรทัตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้า กระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งให้ทราบในโอกาสแรกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกีซึ่งมีเขตอาณา รับผิดชอบประเทศจอร์เจีย โพสต์ระบุว่า ตามที่ได้มีกรณีนายบวรทัต เป็งสุข หรือคุณ “ฮลุน โซโล่” เจ้าของช่องทางออนไลน์ด้านการท่องเที่ยว ขาดการติดต่อกับญาติระหว่างการเดินทางไปถ่ายทำเนื้อหาที่ประเทศจอร์เจียในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ขอเรียนว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียอย่างใกล้ชิด และข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังเดินทางเข้าไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจอร์เจีย ว่าที่กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำจอร์เจีย รวมถึงอาสาสมัครคนไทยในพื้นที่ เพื่อช่วยติดตามนายบวรทัต โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายจอร์เจียกำลังเร่งติดตามเบาะแสนายบวรทัตอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้า จะแจ้งให้ทราบในโอกาสแรกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825826?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;บัวแก้วเผย สถานทูตไทยเร่งหา &amp;#8220;ฮลุน โซโล่&amp;#8221; อินฟลูดัง หลังหายตัวในจอร์เจีย &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>บัวแก้วเผย สถานทูตไทยเร่งหา “ฮลุน โซโล่” อินฟลูดัง หลังหายตัวในจอร์เจีย </dc:alternative><dc:abstract>บัวแก้วเผย สถานทูตไทยเร่งหา “ฮลุน โซโล่” อินฟลูดัง หลังหายตัวในจอร์เจีย </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-29T09:47:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-29T09:47:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vvvv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vvvv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vvvv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vvvv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มาเลเซีย ชงทบทวน การคงอยู่ของสนง. UNHCR ในปท. โยงปมร้อนผู้ลี้ภัยโรฮีนจา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825516]]></link><pubDate>2026-07-29T11:36:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5825516</guid><description>มาเลเซีย ชงทบทวน การคงอยู่ของสนง. UNHCR ในปท. โยงปมร้อนผู้ลี้ภัยโรฮีนจา สำนักข่าวเบอร์นามา สื่อทางการรายงานอ้างความเห็นของนายโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ที่กล่าวเสนอแนะในวันอังคาร(28 ก.ค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มาเลเซีย ชงทบทวน การคงอยู่ของสนง. UNHCR ในปท. โยงปมร้อนผู้ลี้ภัยโรฮีนจา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเบอร์นามา สื่อทางการรายงานอ้างความเห็นของนายโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ที่กล่าวเสนอแนะในวันอังคาร(28 ก.ค.)ว่า มาเลเซียควรจะพิจารณาทบทวนใหม่ว่าจะอนุญาตให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) ดำเนินงานอยู่ในประเทศต่อหรือไม่ เว้นแต่ว่า UNHCR จะกำหนดมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นในการออกเอกสารรับรองสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบอร์นามาอ้างนายฮาซันกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการคัดกรองผู้ลี้ภัยได้ดำเนินการร่วมกันระหว่าง UNHCR และทางการท้องถิ่นในการออกเอกสารรับรองสถานะผู้ลี้ภัยดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราต้องการความร่วมมือและการคัดกรองที่เข้มงวด หากพวกเขาไม่ต้องการให้ความร่วมมือ ในความเห็นของผม ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทบทวนการเรื่องการคงอยู่ของ UNHCR ในประเทศ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระต่อไป&amp;#8221; รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียกล่าว และว่า UNHCR กำลังดึงดูดผู้ลี้ภัยเข้ามายังมาเลเซียมากขึ้นรวมถึงชาวมุสลิมโรฮีนจา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงาน UNHCR ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ยังไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการตั้งข้อสังเกตของนายฮาซัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเห็นของรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากตำรวจมาเลเซียได้ทำการจับกุมกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจามากกว่า 100 คนรวมถึงผู้หญิงและเด็ก ที่มารวมตัวกันหน้าสำนักงาน UNHCR ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อกลางดึกคืนวันจันทร์(27 ก.ค.) เพื่อขอให้ทางหน่วยงานช่วยคุ้มครองและจัดหาถิ่นที่อยู่ใหม่ให้ หลังจากพวกเขาถูกประชาชนในพื้นที่ขับไล่ออกจากบ้านที่พวกเขาอาศัยในรัฐปีนัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางกระแสต่อต้านด้วยการแสดงถ้อยคำเกลียดชังและข้อมูลเท็จในโลกออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวโรฮีนจาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การคุกคามและการตรวจสอบชุมชนชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในเมียนมาที่หนีภัยสู้รบมาลี้ภัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้น UNHCR ระบุในแถลงการณ์ว่าทางหน่วยงานกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อคุ้มครองชาวโรฮีนจาที่ถูกควบคุมตัวและตรวจสอบเอกสารประจำตัวของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ความพยายามเหล่านี้มีส่วนช่วยให้สามารถย้ายพวกเขาไปยังสถานที่พักพิงแห่งใหม่ได้ ซึ่งขณะนี้กระบวนการดังกล่าวกำลังดำเนินการอยู่&amp;#8221; UNHCR ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเบอร์นามารายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงกล่าวด้วยว่า ชาวโรฮีนจาที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดมีเอกสารรับรองจาก UNHCR ที่ถูกต้อง และจะได้รับการจัดหาที่พักพิงชั่วคราวที่กองบัญชาการตำรวจกรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างรอการดำเนินการขั้นต่อไปจากหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจากเว็บไซต์ของยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มีชาวมุสลิมโรฮีนจาประมาณ 126,000 คน ที่ลงทะเบียนไว้กับหน่วยงานยูเอ็นเอชซีอาร์ในมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่ายังมีชาวโรฮีนจาอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีเอกสารรับรอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825516?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มาเลเซีย ชงทบทวน การคงอยู่ของสนง. UNHCR ในปท. โยงปมร้อนผู้ลี้ภัยโรฮีนจา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มาเลเซีย ชงทบทวน การคงอยู่ของสนง. UNHCR ในปท. โยงปมร้อนผู้ลี้ภัยโรฮีนจา</dc:alternative><dc:abstract>มาเลเซีย ชงทบทวน การคงอยู่ของสนง. UNHCR ในปท. โยงปมร้อนผู้ลี้ภัยโรฮีนจา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-29T04:36:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-29T04:36:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160658Z_440215680_RC2BMMATZE0M_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160658Z_440215680_RC2BMMATZE0M_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160658Z_440215680_RC2BMMATZE0M_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160658Z_440215680_RC2BMMATZE0M_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160658Z_440215680_RC2BMMATZE0M_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160658Z_440215680_RC2BMMATZE0M_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัฐอ่าวไฟเขียว โอมานเสนอแผน อิหร่านบริหารฮอร์มุซ เปิดช่องเก็บค่าธรรมเนียม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825432]]></link><pubDate>2026-07-29T09:31:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5825432</guid><description>รัฐอ่าวไฟเขียว โอมานเสนอแผน อิหร่านบริหารฮอร์มุซ เปิดช่องเก็บค่าธรรมเนียม รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากประเทศอ่าวอาหรับและนักการทูตตะวันตกว่า โอมานได้เสนอแผนการซึ่บริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งได [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รัฐอ่าวไฟเขียว โอมานเสนอแผน อิหร่านบริหารฮอร์มุซ เปิดช่องเก็บค่าธรรมเนียม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากประเทศอ่าวอาหรับและนักการทูตตะวันตกว่า โอมานได้เสนอแผนการซึ่บริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับต่ออิหร่าน ที่รวมถึงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ช่องแคบในลักษณะสมัครใจด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อเสนอของโอมานมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการยุติการหยุดชะงักของการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเกิดขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐปฏิเสธแนวคิดเรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่าช่องแคบแห่งนี้เป็นน่านน้ำสากลที่ควรปราศจากการควบคุมหรือข้อจำกัดใดๆ จากอิหร่าน พร้อมระบุว่าข้อตกลงที่กำลังหารือกันจะไม่มีการเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สร้างความประหลาดใจด้วยการยุติปฏิบัติการทิ้งระเบิดอิหร่านที่ดำเนินมานานสองสัปดาห์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการพลิกผันเชิงยุทธศาสตร์ครั้งล่าสุดของเขา โดยทรัมป์กล่าวว่า ขณะนี้กำลังมีการ &amp;#8220;เจรจาที่ดี&amp;#8221; กับอิหร่าน แต่ก็ขู่ว่าจะกลับมาเปิดฉากโจมตีอีก หากการเจรจาไม่สามารถบรรลุผลได้ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้พยายามที่จะกลับมาเจรจากับสหรัฐแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825432?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัฐอ่าวไฟเขียว โอมานเสนอแผน อิหร่านบริหารฮอร์มุซ เปิดช่องเก็บค่าธรรมเนียม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัฐอ่าวไฟเขียว โอมานเสนอแผน อิหร่านบริหารฮอร์มุซ เปิดช่องเก็บค่าธรรมเนียม</dc:alternative><dc:abstract>รัฐอ่าวไฟเขียว โอมานเสนอแผน อิหร่านบริหารฮอร์มุซ เปิดช่องเก็บค่าธรรมเนียม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-29T02:44:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-29T02:44:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นเร่งค้นตึกถล่ม ช่วยผู้คนติดใต้ซาก ดับแล้ว 13 ถนนพัง รถไฟ-เครื่องบิน ระงับบริการ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825387]]></link><pubDate>2026-07-29T08:21:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5825387</guid><description>ญี่ปุ่นเร่งค้นตึกถล่ม ช่วยผู้คนติดใต้ซาก ดับแล้ว 13 ถนนพัง รถไฟ-เครื่องบิน ระงับบริการ แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดคุมาโมโตะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ล่าสุดนางซานาเอะ ทาคาอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ญี่ปุ่นเร่งค้นตึกถล่ม ช่วยผู้คนติดใต้ซาก ดับแล้ว 13 ถนนพัง รถไฟ-เครื่องบิน ระงับบริการ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดคุมาโมโตะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ล่าสุดนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตว่า อยู่ที่ 13 ราย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรายงานผู้เสียชีวิตเพียง 4 ราย ขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้ที่ยังติดใต้ซากอาคารห้างสรรพสินค้า AEON ที่พังถล่มลงมา หลังมีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในห้างดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“แม้ในขณะนี้ ก็ยังมีผู้คนรอการช่วยเหลืออยู่ และมันเป็นการแข่งกับเวลา เราจะระดมทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตและช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ทาคาอิจิกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย ตำรวจ รวมถึงกำลังพลจากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ได้ร่วมกันปฏิบัติการค้นหาตลอดทั้งคืน โดยมุ่งค้นหาในบริเวณของอาคารที่มีรายงานว่ามีผู้ติดค้างและส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้มีการยืนยันผู้เสียชีวิต 3 รายในห้างสรรพสินค้า AEON และมีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 1 รายจากเหตุอาคารถล่มอีกจุดหนึ่ง นอกจากนี้ยังเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในบ้านเรือนหลายพันหลัง ขณะที่ถนนหลายสายทั่วภูมิภาคเสียหายแตกร้าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยราชการจังหวัดคุมาโมโตะแถลงในช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 29 กรกฎาคมว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุออกมาจากห้างสรรพสินค้า  AEON คุมาโมโตะ ซึ่งเกิดเหตุระเบิดหลังแผ่นดินไหวได้แล้ว 8 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในบรรดาผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือทั้ง 8 คน มีหญิงวัย 20 กว่าปี 2 รายได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิต 1 รายมีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน อีก 5 คนได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าอาการไม่ร้ายแรงถึงชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอ็นเอชเครายงานว่า พนักงานห้างสรรพสินค้าประมาณ 20-30 คนยังคงสูญหายในวันอังคาร นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหายอีก 7 คนหลังจากปล่องไฟของโรงงานบริษัทนิปปอน เปเปอร์ อินดัสตรีส์ พังถล่ม ขณะที่อีก 4 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นกล่าว โรงพยาบาลหลายแห่งกำลังรักษาผู้ป่วยหลายสิบราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าวจากสำนักงานของเธอในกรุงโตเกียวเมื่อวันอังคารว่า ทางการยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหายทั้งหมดในพื้นที่ ซึ่งเคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวร้ายแรงเมื่อสิบปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ขณะนี้เราได้รับรายงานแล้วว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไฟฟ้าดับและเกิดเพลิงไหม้ในบางพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีความเสียหายต่อถนนและสะพาน รวมถึงอาคารพังถล่มด้วย&amp;#8221; ทากาอิจิกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ประชาชนราว 300,000 คนได้รับคำสั่งให้อพยพไปยังศูนย์พักพิง ขณะที่ยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่บนเกาะคิวชู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าผนังด้านหนึ่งของห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีร้านค้าประมาณ 200 ร้าน ถูกแรงระเบิดทำลายจนฉีกออก ทำให้เห็นโครงเหล็กภายใน และเศษซากกระจัดกระจายไปทั่วลานจอดรถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ AEON ผู้บริหารห้างสรรพสินค้า กล่าวว่า ลูกค้าและพนักงานทั้งหมดได้รับการอพยพออกจากอาคารทันทีหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งแรก และขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นตามมา ด้านสถานีโทรทัศน์เอ็นทีวีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นการระเบิดของก๊าซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่โรงพยาบาล 2 แห่งรายงานว่าต่างรับรักษาผู้บาดเจ็บมากกว่า 50 คน โดยบางคนมีอาการสาหัส นอกจากนี้ ผู้ให้บริการรถไฟญี่ปุ่นยังบอกด้วยว่า ผู้โดยสารหลายคนที่อยู่บนรถไฟความเร็วสูงขณะเกิดแผ่นดินไหวยังได้รับบาดเจ็บด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรับมือเหตุการณ์ในหลายจุดที่มีอาคารพังถล่มบางส่วนหรือเกิดเพลิงไหม้ ขณะที่สถานีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮี รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายจากเหตุอาคารถล่มในเมืองแห่งหนึ่งใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลาเดียวกันถนนหลายสายได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยมีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่บนทางหลวงสายหลัก ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ขณะที่การเดินรถไฟถูกระงับ และเที่ยวบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือหยุดให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทไฟฟ้าคิวชูเผยว่า บ้านเรือนประมาณ 48,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้จากผลกระทบของแผ่นดินไหวครั้งนี้ ขณะที่บริษัทเจอาร์คิวชูระบุว่าได้ระงับการเดินรถไฟทั้งหมด รวมถึงรถไฟชินคันเซ็น ส่วนท่าอากาศยานคุมาโมโตะได้ปิดทางวิ่ง ส่งผลให้สายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือยกเลิกเที่ยวบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานกำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นระบุว่า ไม่พบความผิดปกติใดๆ ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนว่า ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนรุนแรงที่สุด ควรเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเพิ่มเติมต่อไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ รวมทั้งระวังความเสี่ยงจากดินถล่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการยังเตือนประชาชนให้ระวังภาวะลมแดดหรือฮีตสโตรก เนื่องจากอุณหภูมิในวันพุธคาดว่าจะสูงถึง 34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท TSMC ผู้รับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงบริษัท Sony และ Fujifilm ได้อพยพพนักงานออกจากโรงงานในพื้นที่หลังเกิดแผ่นดินไหว โดย TSMC ระบุในแถลงการณ์เมื่อคืนวันอังคารที่ 28 กรกฎาคมว่า โรงงานของบริษัทไม่ได้รับความเสียหาย และกำลังทยอยกลับมาเดินสายการผลิตตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบริษัท Tokyo Electron ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ระบุว่าจะระงับการดำเนินงานของโรงงานทั้งสองแห่งในจังหวัดคุมาโมโตะจนถึงวันพุธ ขณะที่ Honda ระบุว่า จะหยุดการผลิตที่โรงงานรถจักรยานยนต์ในจังหวัดเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองคุมาโมโตะ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคกลางของเกาะคิวชูและมีประชากรราว 700,000 คน ไปทางใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อ 10 ปีก่อน แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจังหวัดคุมาโมโตะได้คร่าชีวิตผู้คนไป 275 ราย บาดเจ็บอีก 2,739 คน และสร้างความเสียหายให้กับอาคารหลายพันแห่ง รวมถึงกำแพงของปราสาทคุมาโมโตะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ญี่ปุ่นตั้งอยู่บน &amp;#8220;วงแหวนแห่งไฟ&amp;#8221; ซึ่งเป็นแนวภูเขาไฟและร่องลึกใต้มหาสมุทรที่ล้อมรอบมหาสมุทรแปซิฟิกบางส่วน ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ขึ้นไปประมาณ 20% ของทั้งหมดทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825387?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นเร่งค้นตึกถล่ม ช่วยผู้คนติดใต้ซาก ดับแล้ว 13 ถนนพัง รถไฟ-เครื่องบิน ระงับบริการ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นเร่งค้นตึกถล่ม ช่วยผู้คนติดใต้ซาก ดับแล้ว 13 ถนนพัง รถไฟ-เครื่องบิน ระงับบริการ</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นเร่งค้นตึกถล่ม ช่วยผู้คนติดใต้ซาก ดับแล้ว 13 ถนนพัง รถไฟ-เครื่องบิน ระงับบริการ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-29T07:17:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-29T07:17:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>769</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>769</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>801</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>801</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/em2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>819</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>819</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. เปิดช่องทางติดต่อ คนไทยในญี่ปุ่น ต้องการช่วยเหลือ จากเหตุแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825322]]></link><pubDate>2026-07-28T22:44:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5825322</guid><description>กต. เปิดช่องทางติดต่อ คนไทยในญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ ยันคนไทย 455 คนปลอดภัยดี ตามที่ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 7.1 เมื่อบ่ายวันนี้ (28 ก.ค. 2569) ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต. เปิดช่องทางติดต่อ คนไทยในญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ ยันคนไทย 455 คนปลอดภัยดี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตามที่ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 7.1 เมื่อบ่ายวันนี้ (28 ก.ค. 2569) ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น มีจุดศูนย์กลางที่เมืองฮิกาวะ โดยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ถึงจังหวัดคาโกชิมะ ฟูกูโอกะ ซากะ นางาซากิ มิยาซากิ โออิตะ และยามากูจิ นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร&lt;/strong&gt; อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะว่า ในบริเวณดังกล่าวเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และกระทบต่อการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ รถไฟ และรถไฟความเร็วสูง หยุดให้บริการในหลายเส้นทาง รวมถึงสนามบินของจังหวัดคุมาโมโตะที่หยุดให้บริการในขณะนี้ ตลอดจนการให้บริการไฟฟ้า ประปาในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีคนไทยพำนักอยู่ในจังหวัดคุมาโมโตะจำนวนประมาณ 455 คน ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ติดต่อชุมชนไทยแล้ว ทราบว่าปลอดภัยดี แต่อาจได้รับผลกระทบจากการหยุดจ่ายไฟฟ้า น้ำประปา แก๊ส เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย รวมถึงบางรายได้อพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น โดยไม่มีรายงานว่าคนไทยที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ ที่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ได้รับผลกระทบที่รุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 090-2585-3027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825322?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. เปิดช่องทางติดต่อ คนไทยในญี่ปุ่น ต้องการช่วยเหลือ จากเหตุแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. เปิดช่องทางติดต่อ คนไทยในญี่ปุ่น ต้องการช่วยเหลือ จากเหตุแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ</dc:alternative><dc:abstract>กต. เปิดช่องทางติดต่อ คนไทยในญี่ปุ่น ต้องการช่วยเหลือ จากเหตุแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T15:44:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T15:44:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b190.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b190-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b189.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b189-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b190.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/b190-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คุมาโมโตะอ่วม! แผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 บาดเจ็บอย่างน้อย 50 เร่งช่วยผู้ติดใต้ซากห้างถล่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825079]]></link><pubDate>2026-07-28T18:04:19+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5825079</guid><description>คุมาโมโตะอ่วม! แผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 บาดเจ็บอย่างน้อย 50 เร่งช่วยผู้ติดใต้ซากห้างถล่ม ไฟฟ้าดับวงกว้าง ปิดรันเวย์ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.1 แมกนิจูด ที่จังหวัดคุมา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คุมาโมโตะอ่วม! แผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 บาดเจ็บอย่างน้อย 50 เร่งช่วยผู้ติดใต้ซากห้างถล่ม ไฟฟ้าดับวงกว้าง ปิดรันเวย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.1 แมกนิจูด ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ว่า มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวอย่างน้อย 50 คน ขณะที่ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบบ้านเรือนหลายพันหลังคาเรือน และทำให้ถนนพังหลายแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าว ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า ขณะนี้กำลังประเมินความเสียหายและจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงดังกล่าว โดยระบุว่า ได้รับแจ้งแล้วว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไฟฟ้าดับ และเกิดไฟไหม้ในบางพื้นที่ มีถนนและสะพานได้รับความเสีย รวมถึงอาคารพังถล่มด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายมิโนรุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตอบสนองเหตุการณ์ รวมถึงกองกำลังป้องกันตนเอง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยยามฝั่งเข้าตอบสนองยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบเหตุติดตามข้อมูลการประกาศอพยพจากทางการท้องถิ่นผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ เอ็นเอชเค ของญี่ปุ่น รายงานว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 50 ราย ขณะที่หนังสือพิมพ์นิกเกอิ รายงานว่า มีผู้โดยสารบนรถไฟความเร็วสูงได้รับบาดเจ็บหลายคนขณะเกิดแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ รายงานข่าวระบุว่า มีอาคารหลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมถึงห้างสรรพสินค้า Aeon ที่เอ็นเอชเครายงานว่า เกิดระเบิดขึ้นที่ห้างหลังแผ่นดินไหว ขณะที่มีภาพจากสถานีโทรทัศน์แสดงให้เห็นอาคารที่ไฟกำลังลุกไหม้ หรือพังถล่มบางส่วน มีรายงานผู้ติดอยู่ภายในอาคารห้างสรรพสินค้า Aeon ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งช่วยผู้ที่ติดอยู่ออกมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอ็นเอชเค รายงานอีกว่า มีถนนสายหลักหลายสายที่เกิดรอยแตก รวมถึงทางด่วนยกระดับ และรถไฟบรรทุกสินค้าตกราง ขณะที่บริการรถไฟถูกระงับการให้บริการชั่วคราว เช่นเดียวกับเที่ยวบินก็ถูกยกเลิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโฆษกของบริษัท TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยว่า ได้อพยพพนักงานออกจากโรงงานในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เช่นเดียวกับ โซนี่ และฟูจิฟิล์ม ที่อพยพพนักงานออกจากโรงงานในพื้นที่เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหน่วยงานจัดการภัยพิบัติแจ้งว่า มีประชาชนกว่า 150,000 คน ได้รับคำสั่งให้อพยพไปอยู่ศูนย์อพยพก่อน เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ออกประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหวฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดคุมาโมโตะ นางาซากิ คาโกชิมะ ฟุกุโอกะ ซากะ โออิตะ และมิยาซากิ ซึ่งทั้งหมดอยู่บนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งญี่ปุ่น (JMA) ยังได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิสูง 1 เมตร ก่อนที่จะยกเลิกไปในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านการไฟฟ้าคิวชู กล่าวว่า บ้านเรือนประมาณ 40,000 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ และบริษัทรถไฟ เจอาร์ คิวชู แจ้งว่า ได้ระงับการให้บริการ รวมถึงรถไฟความเร็วสูง ส่วนสนามบินคุมาโมโตะ ได้ปิดให้บริการรันเวย์ เนื่องจากสายการบินต่างๆ ได้เปลี่ยนเส้นทางและยกเลิกเที่ยวบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งญี่ปุ่น (JMA) แจ้งว่า ประชาชนในพื้นที่รับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง และต้องระวังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อ 10 ปีก่อน เคยเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขึ้นที่คุมาโมโตะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2,745 คน บาดเจ็บ 2,739 คน และสร้างความเสียหายให้กับอาหารหลายพันหลัง รวมถึงปราสาทของเมืองคุมาโมโตะ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote class=&quot;twitter-tweet&quot; data-media-max-width=&quot;560&quot;&gt;
&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;ja&quot;&gt;熊本のコストコヤバい &lt;a href=&quot;https://t.co/APZVFVFhij&quot;&gt;pic.twitter.com/APZVFVFhij&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;— なーさん (@twang69) &lt;a href=&quot;https://x.com/twang69/status/2082010769173135585?ref_src=twsrc%5Etfw&quot;&gt;July 28, 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&lt;script async src=&quot;https://platform.x.com/widgets.js&quot; charset=&quot;utf-8&quot;&gt;&lt;/script&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5825079?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คุมาโมโตะอ่วม! แผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 บาดเจ็บอย่างน้อย 50 เร่งช่วยผู้ติดใต้ซากห้างถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คุมาโมโตะอ่วม! แผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 บาดเจ็บอย่างน้อย 50 เร่งช่วยผู้ติดใต้ซากห้างถล่ม</dc:alternative><dc:abstract>คุมาโมโตะอ่วม! แผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 บาดเจ็บอย่างน้อย 50 เร่งช่วยผู้ติดใต้ซากห้างถล่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T11:32:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T11:32:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/42721_RC2YMMAH5B5J_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/42721_RC2YMMAH5B5J_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/42721_RC2YMMAH5B5J_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/42721_RC2YMMAH5B5J_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/42721_RC2YMMAH5B5J_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/42721_RC2YMMAH5B5J_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-28T103445Z_26836583_RC2YMMAH80YS_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-28T103445Z_26836583_RC2YMMAH80YS_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>666</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>666</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-28T092020Z_549063788_RC2XMMAPCF90_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-28T092020Z_549063788_RC2XMMAPCF90_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>703</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>703</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-28T084513Z_1670960260_RC2WMMAYKFXV_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-28T084513Z_1670960260_RC2WMMAYKFXV_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>750</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>750</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-28T094740Z_128824111_RC2XMMAJWCVR_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-28T094740Z_128824111_RC2XMMAJWCVR_RTRMADP_3_JAPAN-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>749</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>749</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เหตุฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลันในปากีสถาน ดับแล้วทะลุ 100 ราย เตือนจะมีฝนมากขึ้นอีก  ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824770]]></link><pubDate>2026-07-28T15:20:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5824770</guid><description>เหตุฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลันในปากีสถาน ดับแล้วทะลุ 100 ราย เตือนจะมีฝนมากขึ้นอีก สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากฝนที่ตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ในปากีสถาน ช่วงเดือนที่ผ่านมา ทะลุ 100 รายแล้ว เมื [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เหตุฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลันในปากีสถาน ดับแล้วทะลุ 100 ราย เตือนจะมีฝนมากขึ้นอีก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากฝนที่ตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ในปากีสถาน ช่วงเดือนที่ผ่านมา ทะลุ 100 รายแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่นักพยากรณ์อากาศเตือนว่า สัปดาห์นี้ทั่วประเทศปากีสถานจะมีฝนตกหนักมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของปากีสถาน ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมในปากีสถานแล้ว 109 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากบ้านและหลังคาที่พังถล่มลงมา เกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับชายแดนอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การอัพเดตล่าสุดเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่หน่วยงานจัดการภัยพิบัติได้ทบทวนมาตรการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับอุทกภัยทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ได้หารือแผนการออกคำเตือนอย่างทันท่วงทีแก่ชุมชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยสมัครใจ หรือได้รับการอพยพก่อนที่น้ำจะเข้าร่วมชุมชนที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้เกิดฝนตกหนักถล่มบางส่วนของปากีสถาน รวมถึงเมืองลาฮอร์ เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของปากีสถาน ซึ่งถูกน้ำท่วมหลายพื้นที่ ทำให้ผู้คนต้องใช้เส้นทางอ้อมในการสัญจรที่ต้องใช้เวลานานขึ้น ทำให้ประชาชนพากันตั้งคำถามถึงความพร้อมและการตอบสนองของรัฐบาลต่อสภาพอากาศสุดขั้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทางการปากีสถานได้เตือนว่า ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดสภาพอากาศแบบสุดขั้วซ้ำรอย เหมือนที่ก่อให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในปากีสถาน เมื่อปี 2022 ที่ทำให้พื้นที่ราว 1 ใน 3 ของประเทศจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,737 คน และไม่มีที่อยู่อาศัยอีกหลายล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824770?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เหตุฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลันในปากีสถาน ดับแล้วทะลุ 100 ราย เตือนจะมีฝนมากขึ้นอีก  &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เหตุฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลันในปากีสถาน ดับแล้วทะลุ 100 ราย เตือนจะมีฝนมากขึ้นอีก  </dc:alternative><dc:abstract>เหตุฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลันในปากีสถาน ดับแล้วทะลุ 100 ราย เตือนจะมีฝนมากขึ้นอีก  </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T08:20:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T08:20:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/plki-flood1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/plki-flood1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/plki-flood1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/plki-flood1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/plki-flood1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/plki-flood1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26208502506339.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26208502506339-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26208505335587.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26208505335587-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวแรง 7.1 เขย่าเกาะคิวชู]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824776]]></link><pubDate>2026-07-28T14:59:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5824776</guid><description>ญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวแรง 7.1 เขย่าเกาะคิวชู เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า เมื่อเวลา 16.27 น.ของวันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เกิดแผ่น [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวแรง 7.1 เขย่าเกาะคิวชู&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า เมื่อเวลา 16.27 น.ของวันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เกิดแผ่นดินไหว ซึ่งเบื้องต้นวัดความรุนแรงได้ 7.1 แมกนิจูด ขึ้นบริเวณจังหวัดคุมาโมโตะ ในภูมิภาคคิวชูของญี่ปุ่น ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร โดย JMA ยังได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิสำหรับคลื่นสูงราว 1 เมตร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินเหตุแผ่นดินไหวต่อจังหวัดคุมาโมโตะ, นางาซากิ, คาโกชิมะ, ฟุกุโอกะ, ซากะ, โออิตะ และมิยาซากิ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานอ้างบริษัท คิวชู อิเล็กทริก พาวเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าหลักบนเกาะคิวชู ระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานว่ามีความผิดปกติใดที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของทางบริษัทที่เซนไดและเก็นไคหลังจากเกิดแผ่นดินไหว อย่างไรก็ดี มีบ้านเรือนราว 40,000 หลัง ที่ไม่มีไฟฟ้าผลจากแผ่นดินไหวครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบริษัท เจอาร์ คิวชู ผู้ให้บริการรถไฟโดยสาร ระบุว่าได้ระงับการให้บริการ รวมถึงขบวนรถไฟชินคันเซน ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงด้วยหลังจากเกิดแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ออกมาระบุว่าภัยคุกคามจากสึนามิอันเนื่องมาจากเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นได้ผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภัยคุกคามจากสึนามิสำหรับชายฝั่งของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824776?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวแรง 7.1 เขย่าเกาะคิวชู&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวแรง 7.1 เขย่าเกาะคิวชู</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวแรง 7.1 เขย่าเกาะคิวชู</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T08:46:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T08:46:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake-japan2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake-japan2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake-japan2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake-japan2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake-japan2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake-japan2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แผ่นดินไหว 2 ระลอก เขย่ามณฑลชิงไห่ของจีน คลิปว่อนฝุ่นดินคลุ้ง เบื้องต้นยังไร้บาดเจ็บ-เสียหาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824723]]></link><pubDate>2026-07-28T14:41:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5824723</guid><description>แผ่นดินไหว 2 ระลอก เขย่ามณฑลชิงไห่ของจีน คลิปว่อนฝุ่นดินคลุ้ง เบื้องต้นยังไร้บาดเจ็บ-เสียหาย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหว 2 ระลอก ในมณฑลชิงไห่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แผ่นดินไหว 2 ระลอก เขย่ามณฑลชิงไห่ของจีน คลิปว่อนฝุ่นดินคลุ้ง เบื้องต้นยังไร้บาดเจ็บ-เสียหาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหว 2 ระลอก ในมณฑลชิงไห่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน โดยแผ่นดินไหวครั้งแรกมีความรุนแรง 5.7 แมกนิจูด เกิดขึ้นที่อำเภอซิงไห่ ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลในมณฑลชิงไห่ เมื่อเวลาประมาณ 11.16 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันเดียวกันนี้ ก่อนที่ในอีก 18 นาทีต่อมา ได้เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งขนาด 5.8 แมกนิจูดในบริเวณเดียวกัน ตามรายงานของสำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (ยูเอสจีเอส)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แผ่นดินไหวทั้งสองครั้งมีจุดกำเนิดที่ความลึก 10 กิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรเบาบาง ห่างจากเมืองซีหนิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลชิงไห่ไปประมาณ 244 กิโลเมตร และสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในเมืองซีหนิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซินหัวระบุว่า ในเบื้องต้นทางการจีนยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาคารพังถล่มได้รับความเสียหายหรือไม่ โดยสถานการณ์โดยรวมยังคงปกติ และว่า ขณะนี้ทีมรับมือเหตุฉุกเฉินกำลังเดินทางไปยังจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่า วิดีโอจากสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนแสดงให้เห็นกลุ่มฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาจากหน้าผาขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน เหตุแผ่นดินไหวยังส่งผลกระทบต่อเมืองหลานโจวในมณฑลกานซูที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ และยังมีคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นโคมไฟแกว่งไปมาภายในบ้านเรือนในพื้นที่ประสบเหตุดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote class=&quot;twitter-tweet&quot; data-media-max-width=&quot;560&quot;&gt;
&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;en&quot;&gt;Magnitude-5.8 and 5.7 quakes jolt NW China&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Two earthquakes struck Xinghai County in northwest China&amp;#8217;s Qinghai Province on Tuesday at a.m. and a.m., according to the China Earthquake Networks Center.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Both quakes had a focal depth of 10 kilometers (6.2 miles) and were centered… &lt;a href=&quot;https://t.co/WA5q2BeU0W&quot;&gt;pic.twitter.com/WA5q2BeU0W&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;— CGTN Frontline (@Frontlinestory) &lt;a href=&quot;https://x.com/Frontlinestory/status/2081996690836640076?ref_src=twsrc%5Etfw&quot;&gt;July 28, 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&lt;script async src=&quot;https://platform.x.com/widgets.js&quot; charset=&quot;utf-8&quot;&gt;&lt;/script&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824723?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แผ่นดินไหว 2 ระลอก เขย่ามณฑลชิงไห่ของจีน คลิปว่อนฝุ่นดินคลุ้ง เบื้องต้นยังไร้บาดเจ็บ-เสียหาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แผ่นดินไหว 2 ระลอก เขย่ามณฑลชิงไห่ของจีน คลิปว่อนฝุ่นดินคลุ้ง เบื้องต้นยังไร้บาดเจ็บ-เสียหาย</dc:alternative><dc:abstract>แผ่นดินไหว 2 ระลอก เขย่ามณฑลชิงไห่ของจีน คลิปว่อนฝุ่นดินคลุ้ง เบื้องต้นยังไร้บาดเจ็บ-เสียหาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T08:07:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T08:07:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/quake1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มาเลย์ จับผู้ลี้ภัยโรฮีนจากว่า 100 ชุมนุมหน้า UNHCR ขอคุ้มครอง ปมโดนไล่ที่ หลังถูกปั่นกระแสเกลียดชัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824454]]></link><pubDate>2026-07-28T11:52:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5824454</guid><description>มาเลย์ จับผู้ลี้ภัยโรฮีนจากว่า 100 ชุมนุมหน้า UNHCR ขอคุ้มครอง ปมโดนไล่ที่ หลังถูกปั่นกระแสเกลียดชัง เจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียทำการจับกุมผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจามากกว่า 100 คน ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก ที่ช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มาเลย์ จับผู้ลี้ภัยโรฮีนจากว่า 100 ชุมนุมหน้า UNHCR ขอคุ้มครอง ปมโดนไล่ที่ หลังถูกปั่นกระแสเกลียดชัง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียทำการจับกุมผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจามากกว่า 100 คน ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก ที่ชุมนุมกันอยู่หน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อกลางดึกคืนวันจันทร์ (27 ก.ค.) ขณะที่ผู้ลี้ภัยเหล่านี้รวมตัวกันเพื่อร้องขอความคุ้มครองจากหน่วยงานของยูเอ็นแห่งนี้ หลังจากพวกเขาเผชิญกับการถูกขับไล่ออกจากบ้านเรือนของตนเองในรัฐปีนัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาทั้งหมดได้ถูกตำรวจมาเลเซียกวาดต้อนขึ้นรถบรรทุกของตำรวจรวม 4 คันพร้อมสัมภาระของพวกเขา จากที่หน้าสำนักงานยูเอ็นเอชซีอาร์ ตำรวจนายหนึ่งนั้นเปิดเผยว่าผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้กำลังถูกนำตัวไปยังกองบัญชาการตำรวจ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อทำการตรวจสอบเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การออกมาเคลื่อนไหวของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่หนีภัยสู้รบมาจากเมียนมา มีขึ้นหลังจากพวกเขาระบุว่า พวกเขาซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐปีนัง ได้ถูกชาวบ้านในพื้นที่ขับไล่ออกจากบ้านของพวกเขาเมื่อวันอาทิตย์ (26 ก.ค.) จึงได้พากันขึ้นรถบัสมาที่กัวลาลัมเปอร์ในกลางดึกคืนดังกล่าว เพื่อขอความช่วยเหลือจากยูเอ็นเอชซีอาร์ให้ช่วยคุ้มครองและหาที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ให้กับพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านตำรวจรัฐปีนังกล่าวอ้างว่า ชาวโรฮีนจาได้ย้ายถิ่นฐานโดยสมัครใจไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยพวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานทั้งในระดับรัฐและรัฐบาลกลาง รวมถึงสภาความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การย้ายถิ่นฐานครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจและพื้นที่ทำกิน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรชาวโรฮีนจาในพื้นที่&amp;#8221; ผู้บังคับการตำรวจเขตเซเบรังเปไรอูทาราระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวในคืนเดียวกันว่า การชุมนุมกันหน้าอาคารสำนักงานของ UNHCR ได้สร้างความกังวลให้กับสาธารณชนเพิ่มมากขึ้น พร้อมเตือนด้วยว่าใครที่ไม่มีใบอนุญาตถูกต้องจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับกุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไบรโอนี เลา รองผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรท์ วอทช์ กล่าวว่า ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในมาเลเซียต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมและถูกบุกเข้าตรวจค้นตลอดเวลา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของกระแสความเกลียดชังบนโลกออนไลน์ที่มีต่อพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;รัฐบาลมาเลเซียควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ลี้ภัยที่ต้องพลัดถิ่นฐานจากบ้านเรือนของตนเองมา แทนที่จะสร้างความหวาดกลัวให้พวกเขาเพิ่มขึ้นด้วยการกักตัวพวกเขาไว้&amp;#8221; รอง ผอ.ของฮิวแมนไรท์ วอชท์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขับไล่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาออกที่อยู่อาศัยของพวกเขาในมาเลเซียเกิดขึ้นท่ามกลางถ้อยคำแสดงความเกลียดชังและข้อมูลเท็จในโลกออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวโรฮีนจามีเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การคุกคามและการตรวจสอบชุมชนชาวโรฮีนจาเพิ่มขึ้น รวมถึงการปิดโรงเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ UNHCR ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ มีชาวมุสลิมโรฮีนจาประมาณ 126,000 คน ที่ลงทะเบียนไว้กับยูเอ็นเอชซีอาร์ในมาเลเซีย อย่างไรก็ตามกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่ายังมีชาวโรฮีนจาอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีเอกสารรับรอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824454?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มาเลย์ จับผู้ลี้ภัยโรฮีนจากว่า 100 ชุมนุมหน้า UNHCR ขอคุ้มครอง ปมโดนไล่ที่ หลังถูกปั่นกระแสเกลียดชัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มาเลย์ จับผู้ลี้ภัยโรฮีนจากว่า 100 ชุมนุมหน้า UNHCR ขอคุ้มครอง ปมโดนไล่ที่ หลังถูกปั่นกระแสเกลียดชัง</dc:alternative><dc:abstract>มาเลย์ จับผู้ลี้ภัยโรฮีนจากว่า 100 ชุมนุมหน้า UNHCR ขอคุ้มครอง ปมโดนไล่ที่ หลังถูกปั่นกระแสเกลียดชัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T07:30:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T07:30:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160654Z_1867774388_RC2CMMA8GEQL_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160654Z_1867774388_RC2CMMA8GEQL_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160654Z_1867774388_RC2CMMA8GEQL_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T160654Z_1867774388_RC2CMMA8GEQL_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T134110Z_255852797_RC2CMMAX3QQE_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T134110Z_255852797_RC2CMMAX3QQE_RTRMADP_3_MALAYSIA-REFUGEE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[USTR ยัน ภาษีใหม่ทรัมป์ ไม่กระทบเศรษฐกิจ เร่งสรุป กำลังผลิตส่วนเกิน ก่อนเก็บภาษีเพิ่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824353]]></link><pubDate>2026-07-28T10:12:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5824353</guid><description>USTR ยัน ภาษีใหม่ทรัมป์ ไม่กระทบเศรษฐกิจ เร่งสรุป กำลังผลิตส่วนเกิน ก่อนเก็บภาษีเพิ่ม นายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวว่า มาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;USTR ยัน ภาษีใหม่ทรัมป์ ไม่กระทบเศรษฐกิจ เร่งสรุป กำลังผลิตส่วนเกิน ก่อนเก็บภาษีเพิ่ม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวว่า มาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้กับประเทศคู่ค้า 60 แห่งภายใต้มาตรา 301 เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าบังคับใช้กฎหมายห้ามการใช้แรงงานบังคับที่หย่อยยาน ไม่น่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากอัตราภาษี 10% หรือ 12.5% ใกล้เคียงกับมาตรการภาษีที่มีการเรียกเก็บจากทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกรีย์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า ภาษีศุลกากรที่จัดเก็บภายใต้มาตรา 301 ชุดใหม่นี้ ครอบคลุมประเทศและคู่ค้าของสหรัฐน้อยกว่าในการเรียกเก็บภาษีชั่วคราว 10% ที่หมดอายุไปแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้กับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศและคู่ค้าของสหรัฐทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม USTR ระบุว่า มาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานดังกล่าว จะยังคงครอบคลุมสินค้านำเข้าคิดเป็น 99.4% ของการนำเข้าสินค้าทั้งหมดของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่า มาตรการภาษีดังกล่าวจะส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมสัปดาห์นี้หรือไม่ เกรียร์กล่าว ไม่คิดว่าจะมีผลกระทบอะไร ตอนนี้เรามีชุดมาตรการภาษีที่ใช้กับประเทศกลุ่มเล็กลง ไม่ใช่กับทั้งโลก และอัตราภาษีหลายรายการก็ใกล้เคียงกับที่ใช้อยู่ก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงไม่ควรส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เราเคยประสบมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกรียร์กล่าวว่า USTR กำลังดำเนินการการสอบสวนภาษีนำเข้าอีกคดีหนึ่งภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 2517 โดยมุ่งเป้าไปที่ปัญหากำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมส่วนเกินของประเทศคู่ค้าสำคัญ 16 แห่ง รวมถึงจีน เวียดนาม เม็กซิโก และสหภาพยุโรป ซึ่งเราหวังว่าจะสรุปการสอบสวนได้ในเร็วๆ นี้ และจะเสนอแนวทางดำเนินการ โดยผลการสอบสวนดังกล่าวอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกรียร์ยังปกป้องการนำมาตรา 301 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้จัดการกับการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศคู่ค้า มาใช้เป็นฐานทางกฎหมายในการจัดเก็บภาษีในวงกว้าง โดยระบุว่า ศาลฎีกาสหรัฐได้อ้างถึงมาตรา 301 ในคำวินิจฉัยที่เพิกถอนมาตรการภาษีวงกว้างของทรัมป์ ซึ่งเคยประกาศใช้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์ สหรัฐเคยอาศัยมาตรา 301 เป็นฐานในการเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงกับสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งมาตรการดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะถูกยื่นฟ้องคัดค้านต่อศาลหลายครั้งก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824353?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;USTR ยัน ภาษีใหม่ทรัมป์ ไม่กระทบเศรษฐกิจ เร่งสรุป กำลังผลิตส่วนเกิน ก่อนเก็บภาษีเพิ่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>USTR ยัน ภาษีใหม่ทรัมป์ ไม่กระทบเศรษฐกิจ เร่งสรุป กำลังผลิตส่วนเกิน ก่อนเก็บภาษีเพิ่ม</dc:alternative><dc:abstract>USTR ยัน ภาษีใหม่ทรัมป์ ไม่กระทบเศรษฐกิจ เร่งสรุป กำลังผลิตส่วนเกิน ก่อนเก็บภาษีเพิ่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T03:12:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T03:12:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/jg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกร่วงหนักกว่า 9% หลุด 90 ดอลล์ หุ้นผันผวน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824321]]></link><pubDate>2026-07-28T09:35:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5824321</guid><description>น้ำมันโลกร่วงหนักกว่า 9% หลุด 90 ดอลล์ หุ้นผันผวน หลังจากที่สหรัฐยุติปฏิบัติการโจมตีหลังทิ้งระเบิดต่อเนื่อง 13 คืน และถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่านซึ่งเขาชี้ว่าเป็น [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันโลกร่วงหนักกว่า 9% หลุด 90 ดอลล์ หุ้นผันผวน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลังจากที่สหรัฐยุติปฏิบัติการโจมตีหลังทิ้งระเบิดต่อเนื่อง 13 คืน และถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่านซึ่งเขาชี้ว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก โดยน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นตัวอ้างอิงราคาน้ำมันโลกลดลง 9.31% มาปิดที่ 87.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐ ลดลง 8.21% ปิดที่ 81.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางความหวังว่าจะมีทางออกทางการทูตที่จะช่วยลดความตึงเครียดและอนุญาตให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวัง เนื่องจากความตึงเครียดยังคงสูงอยู่ ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนในวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจฟฟ์ คลิงเกลโฮเฟอร์ กรรมการผู้จัดการของ Aristotle Pacific Capital ในนิวพอร์ตบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า สิ่งที่ตลาดกำลังพยายามทำความเข้าใจคือ สถานการณ์ที่ผันผวนไปมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูเหมือนว่า ทรัมป์กำลังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ว่านักลงทุนจะไม่มีทางออกที่ชัดเจนหรือการสิ้นสุดของสงครามและราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างยั่งยืนก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางและผลประกอบการที่สำคัญของบริษัทเทคโนโลยีที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones เป็นดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 262.98 จุด หรือ 0.51% มาอยู่ที่ 52,210.23 จุด ขณะที่ดัชนี S&amp;amp;P 500 เพิ่มขึ้น 1.24 จุด หรือ 0.02% มาอยู่ที่ 7,413.22 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 43.74 จุด หรือ 0.17% มาอยู่ที่ 24,932.08 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824321?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกร่วงหนักกว่า 9% หลุด 90 ดอลล์ หุ้นผันผวน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกร่วงหนักกว่า 9% หลุด 90 ดอลล์ หุ้นผันผวน</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกร่วงหนักกว่า 9% หลุด 90 ดอลล์ หุ้นผันผวน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T05:02:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T05:02:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์เผย ถกอิหร่านไปได้ดี ขู่ถล่มอีก หากการเจรจาล่ม มะกัน 1 ใน 3 เห็นด้วยกับสงคราม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824295]]></link><pubDate>2026-07-28T09:12:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5824295</guid><description>ทรัมป์เผย ถกอิหร่านไปได้ดี ขู่ถล่มอีก หากการเจรจาล่ม มะกัน 1 ใน 3 เห็นด้วยกับสงคราม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมว่า สหรัฐกำลังเจรจากับอิหร่านด้วยดี และมีโอกาสที่จะบร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์เผย ถกอิหร่านไปได้ดี ขู่ถล่มอีก หากการเจรจาล่ม มะกัน 1 ใน 3 เห็นด้วยกับสงคราม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมว่า สหรัฐกำลังเจรจากับอิหร่านด้วยดี และมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกัน แต่ก็เตือนว่าหากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ สหรัฐก็จะกลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า &amp;#8220;เรากำลังมีการเจรจาที่ดี ผมคิดว่ามีโอกาสที่ดีที่จะเกิดบางสิ่งขึ้น หากเกิดขึ้นก็ดี แต่ถ้าไม่เกิดขึ้น เราก็จะกลับไปทำในสิ่งที่เราทำอยู่เมื่อสองวันก่อน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่รัฐมิชิแกน ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่านว่า &amp;#8220;คุณติดสินบนพวกเขาไม่ได้ คุณต้องเอาชนะพวกเขา และเราจะเล่นงานพวกเขาอย่างหนัก แต่ก็ต้องรอดูว่าจะลงเอยอย่างไร ตอนนี้การเจรจากำลังดำเนินไปอย่างเป็นมิตรมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า แม้ทั้งสองฝ่ายยังคงส่งสารถึงกันผ่านคนกลาง และอิหร่านก็ไม่ได้ละทิ้งแนวทางการทูต แต่รายงานข่าวที่ระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอให้มีการเจรจานั้นเป็นเรื่องที่กุขึ้น เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เราทำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านจะระงับการโจมตีของตนเองตราบใดที่ทรัมป์ยังคงรักษาการหยุดยิงฝ่ายเดียวที่เขาประกาศไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในวันจันทร์ กองบัญชาการทหารส่วนกลางของอิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่า คุกคามเรือและเรือบรรทุกน้ำมันที่อยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่าน และพยายามบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งอิหร่านระบุว่าเป็นการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ทรัมป์จะแสดงท่าทีมองโลกในแง่ดี แต่ดูเหมือนอิหร่านจะทดสอบการหยุดปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอย่างรวดเร็ว โดยในวันจันทร์มีรายงานว่าซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และอิรัก ต่างถูกโจมตีด้วยโดรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียแถลงว่า ได้ยิงสกัดโดรนที่มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านปิโตรเลียมหลายแห่ง รวมทั้งในกรุงริยาด โดยระบุว่าโดรนดังกล่าวถูกส่งมาจากอิรักโดยกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน พร้อมยืนยันว่า ซาอุดีอาระเบียขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกด้านหนึ่ง กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน แถลงว่าได้โจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ที่ลำเลียงน้ำมันไปยังท่าเรือยันบู บนชายฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้การที่โดรนของซาอุดีอาระเบียรุกล้ำเข้ามา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านยังยืนยันด้วยว่า ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของการขนส่งพลังงานโลกได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ทรัมป์เรียกร้องให้เรือทุกลำสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวได้อย่างเสรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระแสคัดค้านสงครามจากประชาชนกำลังสร้างแรงกดดันต่อทรัมป์และพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพรรครีพับลิกันต้องปกป้องเสียงข้างมากในสภาคองเกรสที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส ซึ่งจัดทำในช่วงสุดสัปดาห์ พบว่า คะแนนนิยมของทรัมป์เพิ่มขึ้นเป็น 37% สูงกว่าระดับของเดือนก่อน 3 จุดเปอร์เซ็นต์ หลังจากเดือนก่อนคะแนนนิยมของเขาแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 3 ที่สนับสนุนสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยคนส่วนใหญ่เห็นว่าทรัมป์ยังไม่สามารถอธิบายเป้าหมายของสงครามได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824295?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์เผย ถกอิหร่านไปได้ดี ขู่ถล่มอีก หากการเจรจาล่ม มะกัน 1 ใน 3 เห็นด้วยกับสงคราม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์เผย ถกอิหร่านไปได้ดี ขู่ถล่มอีก หากการเจรจาล่ม มะกัน 1 ใน 3 เห็นด้วยกับสงคราม</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์เผย ถกอิหร่านไปได้ดี ขู่ถล่มอีก หากการเจรจาล่ม มะกัน 1 ใน 3 เห็นด้วยกับสงคราม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T02:19:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T02:19:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t28.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t28-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t28.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t28-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t28-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t28-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝรั่งเศส-สเปนเร่งคุมไฟป่า ก่อนคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ลามห่างเมืองบอร์กโดซ์แค่ 15 กม.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824220]]></link><pubDate>2026-07-28T08:41:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5824220</guid><description>ฝรั่งเศส-สเปนเร่งคุมไฟป่า ก่อนคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ลามห่างเมืองบอร์กโดซ์แค่ 15 กม. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของฝรั่งเศสและสเปนพยายามใช้ประโยชน์จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยมากขึ้นในวันจันทร์ เพื่อเร่งควบคุมไฟ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ฝรั่งเศส-สเปนเร่งคุมไฟป่า ก่อนคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ลามห่างเมืองบอร์กโดซ์แค่ 15 กม.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของฝรั่งเศสและสเปนพยายามใช้ประโยชน์จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยมากขึ้นในวันจันทร์ เพื่อเร่งควบคุมไฟป่าขนาดใหญ่ที่กำลังคุกคามเมืองบอร์กโดซ์และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภูมิภาคเดียวกันของฝรั่งเศส รวมถึงหลายพื้นที่ในประเทศสเปนที่อยู่ติดกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กำลังทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากคาดว่าทั้งสองประเทศจะเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ซึ่งอาจจะเริ่มขึ้นในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม และคาดว่าจะยืนยาวไปทั้งสัปดาห์ หลังจากที่ยุโรปตะวันตกต้องเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนจัดและแห้งแล้งผิดปกติในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการฝรั่งเศสอพยพประชาชนแล้วราว 220,000 คน ทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ในสเปน มีประชาชนประมาณ 100,000 คนได้รับคำสั่งให้ออกจากบ้าน หรือหาที่หลบภัยเพื่อความปลอดภัย โดยมีรายงานว่าไฟป่ากำลังลุกไหม้อย่างควบคุมไม่ได้ทางตะวันตกของกรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ในเมืองบอร์กโดซ์กำลังย่ำแย่หนัก โทมัส คาเซนาฟ  นายกเทศมนตรีเมืองบอร์โดซ์ กล่าวว่า เขาเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ในทุกสถานการณ์ เนื่องจากไฟป่าหลายจุดที่กำลังลุกไหม้ในฝรั่งเศสอยู่ห่างจากเมืองเพียง 15 กิโลเมตร และว่า เรากำลังเตรียมพร้อมที่จะรองรับผู้คนจำนวนมาก หากมีการสั่งอพยพเพิ่มเติม ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า นักดับเพลิงได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่แล้ว 80 นาย&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;PDq2pG_selectionAnchorContainer&quot; data-start=&quot;87&quot; data-end=&quot;193&quot;&gt;เจอโรม สเตฟเฟ นายกเทศมนตรีเมืองเซสตาส เมืองทางใต้ของบอร์โดซ์ กล่าวกับบีบีซีว่า มันอาจเป็น &amp;#8220;ไฟไหม้แห่งศตวรรษ&amp;#8221; จนถึงขณะนี้พื้นที่ในภูมิภาคนี้ถูกไฟไหม้ไปแล้ว 262,500 ไร่ และบ้านเรือนถูกทำลาย 240 หลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เมืองบอร์กโดซ์ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก พร้อมเตือนว่า สถานการณ์ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้ายังคงยากลำบาก และว่า เราต้องอดทนและยืนหยัดต่อไป เราจะชนะการต่อสู้ครั้งนี้ไปด้วยกัน ทั้งประเทศยืนอยู่เคียงข้างพวกคุณ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู กล่าวว่า ฝรั่งเศสกำลังเผชิญฤดูไฟป่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ในปีนี้ได้ทำลายสถิติเดิมที่เคยเกิดขึ้นในปี 2565 ไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การต่อสู้กับไฟป่าเริ่มต้นจากการป้องกัน ไฟป่า 9 ใน 10 ครั้งเกิดจากฝีมือมนุษย์ และส่วนใหญ่เกิดจากความประมาท เช่น ก้นบุหรี่ การปิ้งย่างบาร์บีคิว หรือการทำงานโดยไม่ใช้ความระมัดระวัง&amp;#8221; เลอกอร์นูโพสต์บน X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโรลองด์ เลสกูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝรั่งเศส กล่าวว่า ไฟป่าในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศได้สร้างแรงกระแทกอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกองุ่นผลิตไวน์ชื่อดังของบอร์กโดซ์ยังไม่ได้รับผลกระทบ คริสตอฟ ชาโต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของสมาคมอุตสาหกรรมไวน์บอร์กโดซ์ (CIVB) กล่าว พร้อมระบุว่า สิ่งที่อุตสาหกรรมไวน์กังวลมากกว่าไฟป่าคือปัญหาภัยแล้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสเปน เชวี โบลูมาร์ ผู้บัญชาการหน่วยดับเพลิงของรัฐบาลแคว้นบาเลนเซีย ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์สาธารณะ TVE ว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเผชิญสถานการณ์ที่อันตรายเป็นพิเศษในเมืองวัล ดูอีโช จังหวัดกัสเตยอน ทางตะวันออกของประเทศ เนื่องจากใต้พื้นดินยังมีวัตถุระเบิดที่หลงเหลือจากสงครามกลางเมืองของสเปน ซึ่งจะระเบิดเมื่อเปลวไฟลุกลามมาถึงพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การลุกลามของไฟป่าขนาดใหญ่หลายจุดที่กำลังเคลื่อนเข้าหากันในพื้นที่ตอนกลางของสเปนชะลอตัวลงในช่วงข้ามคืน เจ้าหน้าที่ระบุ แต่ไฟป่าในจังหวัดกัสเตยอนยังคงลุกลามอย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ประเทศอาจเผชิญคลื่นความร้อนอีกระลอกในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน กล่าวว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแยกจากกันเป็นครั้งคราว แต่เป็นภาพสะท้อนที่เจ็บปวดที่สุดของภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังทำให้ไฟป่ารุ่นที่ 6 มีความรุนแรงมากขึ้น คลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้น และทำให้ประเทศของเรามีความเปราะบางมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไฟป่ารุ่นที่ 6 หรือที่เรียกกันว่า sixth-generation fires หมายถึงไฟป่ารูปแบบใหม่ที่มีความที่รุนแรงที่สุดและแทบไม่สามารถควบคุมได้ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากระบุว่า ไฟป่าลักษณะนี้และคลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยขึ้น เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซี เวอริฟายได้วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นการลุกลามของไฟป่าทางตะวันตกของกรุงมาดริด ซึ่งขณะนี้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่มากกว่า 168,750 ไร่ แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสเปนตอนกลาง แนวไฟป่า 3 จุดยังคงลุกไหม้อยู่ในพื้นที่ภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงมาดริด ครอบคลุมจังหวัดมาดริด โตเลโด และอาบีลา โดยไฟป่าในจังหวัดอาบีลาได้รับการจัดให้เป็นไฟป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสเปน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเฟร์นันโด กรานเด-มาร์ลัสกา รัฐมนตรีมหาดไทยสเปน กล่าวว่า วันนี้และพรุ่งนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมไฟป่าครั้งนี้ เพราะตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป การพยากรณ์อากาศจะไม่เอื้ออำนวยอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝรั่งเศสก็เผชิญสถานการณ์ในลักษณะเดียวกัน โดยสภาพอากาศในวันจันทร์เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานมากขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่อุณหภูมิจะกลับมาสูงถึง 37 องศาเซลเซียสในพื้นที่บอร์กโดซ์ช่วงปลายสัปดาห์นี้ ตามข้อมูลของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งในบอร์กโดซ์และอาบีลา อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 32 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยสูงสุดของเดือนกรกฎาคมในช่วงปี 2504-2533 เกือบ 6 องศาเซลเซียส ตามข้อมูลของรอยเตอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขนาดและความรุนแรงของไฟป่าที่เกิดขึ้นทั่วยุโรปในฤดูร้อนปีนี้กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อทรัพยากรด้านการดับเพลิง และทำให้เกิดคำถามว่าประเทศต่าง ๆ ควรรับมือกับภัยพิบัติในลักษณะนี้อย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สเปนได้รับการสนับสนุนจากเครื่องบินดับเพลิงของตุรกี อิตาลี และกรีซ รวมถึงทีมปฏิบัติการดับไฟป่าจากโปรตุเกสที่เดินทางเข้าร่วมภารกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสวิตเซอร์แลนด์ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ Super Puma จำนวน 2 ลำ พร้อมลูกเรือ เพื่อช่วยสนับสนุนฝรั่งเศส หลังรัฐบาลฝรั่งเศสร้องขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5824220?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝรั่งเศส-สเปนเร่งคุมไฟป่า ก่อนคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ลามห่างเมืองบอร์กโดซ์แค่ 15 กม.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝรั่งเศส-สเปนเร่งคุมไฟป่า ก่อนคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ลามห่างเมืองบอร์กโดซ์แค่ 15 กม.</dc:alternative><dc:abstract>ฝรั่งเศส-สเปนเร่งคุมไฟป่า ก่อนคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ลามห่างเมืองบอร์กโดซ์แค่ 15 กม.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-28T01:48:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-28T01:48:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef8.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef8-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef8.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef8-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef8-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef8-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef6-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef6-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>799</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>799</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ef1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คอนิยายใจหาย! มะเร็งลำไส้คร่าชีวิต เคอิโกะ ฮิงาชิโนะ นักเขียนนิยายแนวสืบสวนชื่อดัง วัย 68 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823769]]></link><pubDate>2026-07-27T17:13:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5823769</guid><description>คอนิยายใจหาย! มะเร็งลำไส้คร่าชีวิต เคอิโกะ ฮิงาชิโนะ นักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดัง วัย 68 ปี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม สื่อญี่ปุ่นหลายสำนักรายงานว่า เคอิโกะ ฮิงาชิโนะ นักเขียนชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่รู้จักกันด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คอนิยายใจหาย! มะเร็งลำไส้คร่าชีวิต เคอิโกะ ฮิงาชิโนะ นักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดัง วัย 68 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม สื่อญี่ปุ่นหลายสำนักรายงานว่า เคอิโกะ ฮิงาชิโนะ นักเขียนชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากผลงานเขียนนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนยอดฮิตหลายเรื่อง และได้รับการยกย่องในด้านการวางพล็อตเรื่องที่ซับซ้อนและสร้างสรรค์ ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อเช้าวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะมีอายุได้ 68 ปี จากการประกาศข่าวเศร้านี้ที่ช็อกแฟนๆ ผ่านบัญชีทางการของเขาบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันจันทร์(27 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอแจ้งให้ทราบถึงเรื่องนี้&amp;#8221; แถลงการณ์ระบุ และว่าพิธีศพของฮิงาชิโนะได้จัดขึ้นเป็นการส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดช่วงชีวิตของเขา ฮิงาชิโนะได้รังสรรค์ผลงานเขียนนวนิยายรวม 106 เรื่อง ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่เป็นที่รู้จักดีและได้รับความนิยมต่อเนื่อง คือเรื่อง The Devotion of Suspect X หรือชื่อภาษาไทยว่า “กลลวงซ่อนตาย” เป็นแนวสืบสวนสอบสวนที่เล่าเรื่องราวของครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนมัธยมปลายผู้ฉลาดหลักแหลม ได้วางแผนสิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็นอาชญากรรมที่สมบูรณ์แบบ แต่กลับถูกท้าทายโดยเพื่อนนักฟิสิกส์ผู้ฉลาดหลักแหลมไม่แพ้กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นวนิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจนกระทั่งถูกนำไปดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ในประเทศญี่ปุ่น ชื่อเรื่อง “Suspect X” ปี 2008 ประเทศเกาหลี ชื่อ “Perfect Number” ในปี 2012 และประเทศจีน ชื่อเรื่อง “The Devotion of Suspect X” ในปี 2017&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮิงาชิโนะ ได้รับรางวัลนาโอกิ (Naoki Prize) อันทรงเกียรติในปี 2016 จากนิยายเรื่องนี้ รวมถึงรางวัล Honkaku Mystery Awards ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลจำนวนมากที่เขาคว้ามาครองหรือได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในระหว่างช่วงชีวิตการเป็นนักเขียนของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากเรื่อง The Devotion of Suspect X ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์นักสืบกาลิเลโอแล้ว ฮิงาชิโนะยังมีผลงานนวนิยายอันทรงคุณค่ามากมาย รวมถึงเรื่อง โกหก&amp;#8221;น่า&amp;#8221;ตาย(ซีรีส์นักสืบคางะ เคียวอิจิโร่), ความลับ (Bibli) และ ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823769?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คอนิยายใจหาย! มะเร็งลำไส้คร่าชีวิต เคอิโกะ ฮิงาชิโนะ นักเขียนนิยายแนวสืบสวนชื่อดัง วัย 68 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คอนิยายใจหาย! มะเร็งลำไส้คร่าชีวิต เคอิโกะ ฮิงาชิโนะ นักเขียนนิยายแนวสืบสวนชื่อดัง วัย 68 ปี</dc:alternative><dc:abstract>คอนิยายใจหาย! มะเร็งลำไส้คร่าชีวิต เคอิโกะ ฮิงาชิโนะ นักเขียนนิยายแนวสืบสวนชื่อดัง วัย 68 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-27T10:16:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-27T10:16:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/475797955_1136235307887360_9131567411954173971_n.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/475797955_1136235307887360_9131567411954173971_n-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1785146633182.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1785146633182-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>718</mi:x1><mi:y1>395</mi:y1><mi:x2>718</mi:x2><mi:y2>395</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/475797955_1136235307887360_9131567411954173971_n.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/475797955_1136235307887360_9131567411954173971_n-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/475797955_1136235307887360_9131567411954173971_n-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/475797955_1136235307887360_9131567411954173971_n-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รร.อิตาลี ถูกโยงเอี่ยว ร่อนแถลงการณ์ ยันกลุ่มวัยรุ่นป่วนบน BTS ไม่ใช่น.ร.ในสังกัด ขู่ฟ้องคนปั่นข่าวทำเสียหาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823588]]></link><pubDate>2026-07-27T15:31:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5823588</guid><description>รร.อิตาลี ถูกโยงเอี่ยว ร่อนแถลงการณ์ ยันกลุ่มวัยรุ่นป่วนบน BTS ไม่ใช่น.ร.ในสังกัด ขู่ฟ้องคนปั่นข่าวทำเสียหาย สืบเนื่องจากประเด็นร้อนในโลกออนไลน์กรณีกลุ่มวัยรุ่นชาวอิตาลีที่เดินทางมาทัศนศึกษาในไทย ได้แ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;รร.อิตาลี ถูกโยงเอี่ยว ร่อนแถลงการณ์ ยันกลุ่มวัยรุ่นป่วนบน BTS ไม่ใช่น.ร.ในสังกัด ขู่ฟ้องคนปั่นข่าวทำเสียหาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สืบเนื่องจากประเด็นร้อนในโลกออนไลน์กรณีกลุ่มวัยรุ่นชาวอิตาลีที่เดินทางมาทัศนศึกษาในไทย ได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมขณะโดยสารอยู่บนรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ด้วยการส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารคนอื่นและแสดงท่าทางหยาบคายใส่ผู้โดยสารไทยรายหนึ่งที่ตักเตือนและร้องขอให้ลดเสียงลง จนตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งจากคนไทยและคนอิตาลีเองด้วย แม้เรื่องราวจะจบลงแล้วโดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้กล่าวขอโทษคู่กรณีหลังเข้าแจ้งความและได้มีการเปรียบเทียบปรับเงินตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากโรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์แห่งรัฐ &amp;#8220;อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์&amp;#8221; ในเมืองเชรีญโญลา ประเทศอิตาลี ซึ่งถูกชาวเน็ตและสื่อบางสำนักชี้เป้าว่าเป็นสถานศึกษาต้นสังกัดของกลุ่มวัยรุ่นชาวอิตาลีดังกล่าว ได้เผยแพร่แถลงการณ์บนบัญชีเฟซบุ๊กของทางโรงเรียนเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ปฏิเสธการกล่าวหาดังกล่าวอย่างหนักแน่นเด็ดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์มีใจความว่า จากกระแสข่าว ความคิดเห็นและสื่อมัลติมีเดียที่เผยแพร่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มต่างๆ ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เกี่ยวกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมและน่าประณามของเยาวชนกลุ่มหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยม &amp;#8220;Albert Einstein&amp;#8221; เมืองเชรีญโญลา (จังหวัดฟอจจา ประเทศอิตาลี) ขอปฏิเสธและประณามการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอชี้แจงและประกาศอย่างเป็นทางการว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าวนั้น ไม่ได้เป็นนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียน ไม่ได้กำลังศึกษาอยู่และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับโรงเรียนของเราทั้งสิ้น เหตุการณ์ที่ตกเป็นประเด็นนั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางการศึกษา โครงการแลกเปลี่ยน หรือโครงการเรียนรู้ที่ทางโรงเรียนเป็นผู้ส่งเสริม อนุมัติหรือให้การสนับสนุนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมย้ำว่าโรงเรียนยึดมั่นในค่านิยมพื้นฐานมาโดยตลอด รวมถึงการปลูกฝังความเคารพในวัฒนธรรมที่แตกต่าง จิตสำนึกพลเมืองและการเป็นพลเมืองโลกที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งหลักการเหล่านี้ถือเป็นแนวทางในการดำเนินงานประจำวันของทั้งคณะครูและนักเรียนของเรา การนำชื่อเสียงของโรงเรียนไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อันน่ารังเกียจดังกล่าวอย่างไม่ถูกต้อง ถือเป็นการหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไม่เป็นธรรมต่อภาพลักษณ์ เกียรติภูมิ และเกียรติยศของสถาบัน รวมถึงประชาคมของโรงเรียน นักเรียน และครอบครัวของนักเรียน จึงขอประกาศเตือนไปยังผู้ที่ยังคงเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ผ่านการตรวจสอบและเข้าข่ายหมิ่นประมาทชื่อเสียงของโรงเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุต่อว่าขณะนี้ทางฝ่ายบริหารของโรงเรียนได้สั่งการให้มีการรวบรวมเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเนื้อหาที่เป็นการหมิ่นประมาทซึ่งแพร่กระจายอยู่ในโลกออนไลน์ไว้แล้ว โดยทางโรงเรียนขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาในทันทีต่อผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบในการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความเสียหายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823588?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รร.อิตาลี ถูกโยงเอี่ยว ร่อนแถลงการณ์ ยันกลุ่มวัยรุ่นป่วนบน BTS ไม่ใช่น.ร.ในสังกัด ขู่ฟ้องคนปั่นข่าวทำเสียหาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รร.อิตาลี ถูกโยงเอี่ยว ร่อนแถลงการณ์ ยันกลุ่มวัยรุ่นป่วนบน BTS ไม่ใช่น.ร.ในสังกัด ขู่ฟ้องคนปั่นข่าวทำเสียหาย</dc:alternative><dc:abstract>รร.อิตาลี ถูกโยงเอี่ยว ร่อนแถลงการณ์ ยันกลุ่มวัยรุ่นป่วนบน BTS ไม่ใช่น.ร.ในสังกัด ขู่ฟ้องคนปั่นข่าวทำเสียหาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-27T09:01:23+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-27T09:01:23+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/5.86526-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/5.86526-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/5.86526-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/5.86526-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/5.86526-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/5.86526-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชี้กองทัพเมียนมา ยกระดับโจมตีพลเรือนรุนแรงขึ้น หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-แม่ทัพใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823435]]></link><pubDate>2026-07-27T14:12:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5823435</guid><description>ชี้กองทัพเมียนมา ยกระดับโจมตีพลเรือนรุนแรงขึ้น หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-แม่ทัพใหม่ โครงการข้อมูลเหตุการณ์และสถานที่ตั้งของความขัดแย้งด้วยอาวุธ (ACLED) ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังสถานการณ์ความขัดแย้ง ออกมาระบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ชี้กองทัพเมียนมา ยกระดับโจมตีพลเรือนรุนแรงขึ้น หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-แม่ทัพใหม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;โครงการข้อมูลเหตุการณ์และสถานที่ตั้งของความขัดแย้งด้วยอาวุธ (ACLED) ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังสถานการณ์ความขัดแย้ง ออกมาระบุเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมว่า กองทัพเมียนมาได้ยกระดับการโจมตีพลเรือนอย่างรุนแรงนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา แม้รัฐบาลประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้จะพยายามเพิ่มการมีส่วนร่วมทางการทูตเพื่อมุ่งหวังคลี่คลายวิกฤตความขัดแย้งในเมียนมาก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ACLED ระบุว่า การโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้เป็นผลมาจากยุทธวิธีของผู้บัญชาการกองทัพเมียนมาคนใหม่ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อปลายเดือนมีนาคม อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผู้บัญชาการกองทัพคนก่อนกำลังเตรียมเตรียมเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นับตั้งแต่คณะผู้ปกครองทหารในเมียนมาปรับโครงสร้างการบัญชาการทางทหารเมื่อเดือนมีนาคม พลเรือนต้องเผชิญกับการปราบปรามที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากกองทัพ รวมถึงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เข้มข้นขึ้น” ALCD ระบุ โดยชี้ว่ายุทธวิธีของกองทัพในปี 2569 จนถึงขณะนี้ แสดงให้เห็นเพียงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปราบปรามพลเรือนเท่านั้น มิใช่การลดระดับความรุนแรงลง และว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวรวมถึงการส่งฝูงบินขับไล่แบ่งเป็นกลุ่มย่อย 2-5 ลำ ออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องต่อเป้าหมายเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาลเมียนมายังไม่ได้ตอบกลับสำนักข่าวรอยเตอร์ที่รายงานเรื่องนี้ ซึ่งได้ขอความเห็นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ ACLED กล่าวอ้างข้างต้น ระบุว่าเป็นการรวบรวมข้อมูลความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศเมียนมาจากรายงานของสื่อและพันธมิตรในท้องถิ่น รวมถึงรายงานขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) กลุ่มสังเกตการณ์ระหว่างประเทศและองค์กรสิทธิมนุษยชนในท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า ไม่กี่วันก่อนที่พล.อ.อาวุโสมิน ออง ไลง์ จะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมาอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน หลังพรรคการเมืองที่มีกองทัพหนุนหลังกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมา ที่พรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่ถูกห้ามมีส่วนร่วมนั้น มิน ออง ไลง์ ได้ทำการตั้งพล.อ.เย วิน อู อดีตหัวหน้าหน่วยจารกรรมซึ่งเป็นพันธมิตรของเขามายาวนาน ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่แทนตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า ภายใต้การบัญชาการของผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ กองทัพเมียนมาได้เปิดปฏิบัติการรุกโจมตีครั้งใหม่ในพื้นที่ชายแดนหลายแห่ง รวมถึงพื้นที่แนวชายแดนที่มีแหล่งแร่หายากที่สำคัญและเส้นทางการค้าที่จำเป็นอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ACLED ระบุอีกว่าการผ่อนปรนโทษสำหรับพลเรือนเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรัฐบาลทหารมุ่งเน้นความพยายามที่จะรวบอำนาจควบคุมหลังการเปลี่ยนผ่านของ มิน ออง ไลง์ จากผู้นำการรัฐประหารสู่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและขึ้นเป็นประธานาธิบดีพลเรือนเมื่อเดือนเมษายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ACLED ชี้ว่า เพียงครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้ สามารถบันทึกเหตุการณ์สังหารหมู่ได้มากกว่า 10 ครั้ง ที่เป็นผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตรวมกว่า 450 ราย โดยราว 40% ของเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในภูมิภาคอันยาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่แห้งแล้งทางตอนกลางของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่รอยเตอร์อ้างชาวบ้าน 3 รายในพื้นที่เปิดเผยว่า ในเดือนพฤษภาคม ทหารเมียนมาหลายร้อยนายได้บุกเข้ากวาดล้างในบางพื้นที่ของเมืองมยิตเช ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เย นอง ชาวบ้านหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ว่า มีทหารราว 700 นายเข้ามาในเมือง ได้ยึดทรัพย์สินของชาวบ้านจากนั้นก็ทำร้ายร่างกายและสังหารผู้คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรอยเตอร์ระบุว่าไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลเหตุการณ์ที่เมืองมยิตเชได้ แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของ ACLED ที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 รายและในรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมา ได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวทางการทูตอย่างคึกคัก โดยพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ได้เดินทางเยือนประเทศเพื่อนบ้านสำคัญอย่างอินเดียและจีน และมีความพยายามที่จะกลับมาสานสัมพันธ์กับกลุ่มอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823435?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชี้กองทัพเมียนมา ยกระดับโจมตีพลเรือนรุนแรงขึ้น หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-แม่ทัพใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชี้กองทัพเมียนมา ยกระดับโจมตีพลเรือนรุนแรงขึ้น หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-แม่ทัพใหม่</dc:alternative><dc:abstract>ชี้กองทัพเมียนมา ยกระดับโจมตีพลเรือนรุนแรงขึ้น หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล-แม่ทัพใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-27T07:12:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-27T07:12:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T041958Z_957899908_RC21FKARI28K_RTRMADP_3_MYANMAR-CONFLICT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T041958Z_957899908_RC21FKARI28K_RTRMADP_3_MYANMAR-CONFLICT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T041958Z_957899908_RC21FKARI28K_RTRMADP_3_MYANMAR-CONFLICT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T041958Z_957899908_RC21FKARI28K_RTRMADP_3_MYANMAR-CONFLICT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T041958Z_957899908_RC21FKARI28K_RTRMADP_3_MYANMAR-CONFLICT-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-27T041958Z_957899908_RC21FKARI28K_RTRMADP_3_MYANMAR-CONFLICT-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันลดต่อเนื่อง หุ้นทรงตัว หลัง สหรัฐ-อิหร่าน ระงับโจมตี คลายกังวลเงินเฟ้อ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823225]]></link><pubDate>2026-07-27T12:33:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5823225</guid><description>น้ำมันลดต่อเนื่อง หุ้นทรงตัว หลัง สหรัฐ-อิหร่าน ระงับโจมตี คลายกังวลเงินเฟ้อ สหรัฐและอิหร่านประกาศระงับการโจมตีตอบโต้กัน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม และยังไม่มีการโจมตีใดๆ จนถึงวันอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันลดต่อเนื่อง หุ้นทรงตัว หลัง สหรัฐ-อิหร่าน ระงับโจมตี คลายกังวลเงินเฟ้อ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐและอิหร่านประกาศระงับการโจมตีตอบโต้กัน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม และยังไม่มีการโจมตีใดๆ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อ ก่อนที่ธนาคารกลางหลายประเทศกำลังจะประชุมกันในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การระงับการสู้รบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 5.2% เหลือ 91.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐก็ลดลง 5.4% เหลือ 84.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แซลลี ออลด์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร NAB กล่าวว่า โดยรวมแล้วดูเหมือนว่าพัฒนาการในตะวันออกกลางช่วงสุดสัปดาห์จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้แนวคิดที่ว่าราคาน้ำมันที่สูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายลดความตึงเครียดจากทั้งสองฝ่ายได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับลดลงของราคาน้ำมันช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงิน และทำให้ตลาดลดความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงเล็กน้อย ทั้งนี้ เฟดจะประชุมนโยบายการเงินในวันพุธ โดยตลาดประเมินว่ามีโอกาสประมาณหนึ่งในสามที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะมองว่า เควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่น่าจะสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดี ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะประชุมในวันศุกร์ โดยคาดธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม พร้อมทั้งยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลง ส่งผลให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&amp;amp;P 500 เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 1.1%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในยุโรป สัญญาล่วงหน้าดัชนี EURO STOXX 50 ปรับขึ้น 0.4% สัญญาล่วงหน้าดัชนี DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.6% ส่วนสัญญาล่วงหน้าดัชนี FTSE ของอังกฤษแทบไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่นขยับขึ้น 0.1% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งมีหุ้นกลุ่มชิปเป็นสัดส่วนสูง ลดลง 1.1% ส่วนดัชนี MSCI หุ้นเอเชีย-แปซิฟิกนอกญี่ปุ่นทรงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หุ้นบลูชิปของจีนปรับขึ้น 0.4% หลังหุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิป CXMT Corp พุ่งขึ้นถึง 470% ในการซื้อขายวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ภายหลังระดมทุนได้ 8.6 พันล้านดอลลาร์จากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งถือเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียของปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เงินดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังธนาคารกลางสิงคโปร์สร้างความประหลาดใจให้ตลาดด้วยการปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดขึ้น โดยเปิดทางให้ค่าเงินสิงคโปร์แข็งค่าขึ้นได้เร็วกว่าเดิมเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรช่วยหนุนให้ราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ปรับตัวขึ้น 1.3% มาอยู่ที่ 4,103 ดอลลาร์ต่อออนซ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823225?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันลดต่อเนื่อง หุ้นทรงตัว หลัง สหรัฐ-อิหร่าน ระงับโจมตี คลายกังวลเงินเฟ้อ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันลดต่อเนื่อง หุ้นทรงตัว หลัง สหรัฐ-อิหร่าน ระงับโจมตี คลายกังวลเงินเฟ้อ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันลดต่อเนื่อง หุ้นทรงตัว หลัง สหรัฐ-อิหร่าน ระงับโจมตี คลายกังวลเงินเฟ้อ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-27T07:20:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-27T07:20:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านพร้อมยุติโจมตี ตราบที่สหรัฐยังระงับทิ้งระเบิด เผยคลังอาวุธมะกันร่อยหรอ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823038]]></link><pubDate>2026-07-27T10:51:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5823038</guid><description>อิหร่านพร้อมยุติโจมตี ตราบที่สหรัฐยังระงับทิ้งระเบิด เผยคลังอาวุธมะกันร่อยหรอ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเผยกับรอยเตอร์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมว่า อิหร่านจะยุติการโจมตีของตน ตราบใดที่สหรัฐทำเช่นเดียวก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านพร้อมยุติโจมตี ตราบที่สหรัฐยังระงับทิ้งระเบิด เผยคลังอาวุธมะกันร่อยหรอ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเผยกับรอยเตอร์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมว่า อิหร่านจะยุติการโจมตีของตน ตราบใดที่สหรัฐทำเช่นเดียวกัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐได้ระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศชั่วคราว หลังที่ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อเขาว่า เป้าหมายโจมตีที่เตรียมไว้เหลืออยู่น้อยมาก และแสดงความกังวลว่าเกี่ยวกับคลังแสงของสหรัฐร่อยหรอลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากสหรัฐเพิ่มความรุนแรงของการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านติดต่อกัน  13 คืน กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ระงับการโจมตีเมื่อช่วงดึกของวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม โดยไม่มีรายงานการโจมตีในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ขณะที่อิหร่าน ซึ่งก่อนหน้านี้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐในแต่ละคืนด้วยการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ ก็ยังไม่ได้เปิดฉากโจมตีใดๆ ติดต่อกันเป็นเวลา 2 วันเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อิหร่านรายดังกล่าวระบุว่า จุดยืนของอิหร่านยังคงเป็นหลักการ &amp;#8220;โจมตีมา ก็โจมตีกลับ&amp;#8221; และว่า หากการโจมตีหยุดลง อิหร่านก็จะยุติปฏิบัติการเช่นกัน และข้อความนี้ได้ถูกส่งไปยังสหรัฐแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อสหรัฐว่า ทรัมป์ตัดสินใจระงับการโจมตีของสหรัฐชั่วคราว เพื่อให้มีเวลาสำหรับการเจรจาทางการทูตมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เขากำลังเปิดพื้นที่ให้การเจรจา กำลังให้โอกาสกับการพูดคุย&amp;#8221; วอลซ์กล่าว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเตือนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า การทิ้งระเบิดในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อยับยั้งภัยคุกคามจากอิหร่านต่อการขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางน้ำแคบๆ ที่กลายเป็นจุดปะทะสำคัญในสงครามนั้น ได้จัดการกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าไปเกือบหมดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้การกลับมาเปิดปฏิบัติการรบขนาดใหญ่ยังคงเป็นทางเลือก แต่พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐ ได้เตือนทรัมป์เป็นการภายในว่า การเดินหน้าปฏิบัติการต่อจะมีความเสี่ยง เนื่องจากจะยิ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อคลังกระสุน รวมถึงขีปนาวุธสกัดกั้นที่ใช้ในระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐในตะวันออกกลางด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานของพลเอกเคน และกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติปกติที่เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐจะไม่เปิดเผยคำแนะนำที่ให้เป็นการภายในต่อประธานาธิบดีที่กำลังดำรงตำแหน่ง แม้แต่ในการให้ปากคำต่อรัฐสภาก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอลซ์กล่าวขณะให้สัมภาษณ์รายการ Meet the Press ของ NBC ว่า กองทัพสหรัฐมีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติภารกิจ แต่ก็ยอมรับว่า เมื่อพีต เฮกเซธ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมในรัฐบาลทรัมป์ เขาเจอกับสถานการณ์ที่คลังอาวุธถูกใช้ไปมากแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านกล่าวรอยเตอร์ว่า อิหร่านไม่ได้คาดหวังมากนักว่า การที่ทรัมป์สั่งระงับการโจมตีจะสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของจุดยืนสหรัฐในการเจรจา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มีความสงสัยมากกว่าความหวังต่อการยุติการโจมตี มุมมองที่แพร่หลายคือ การหยุดโจมตีครั้งนี้เป็นเพียงยุทธวิธี ไม่ใช่ความจริงใจ อิหร่านมีประสบการณ์อันขมขื่นมากพอแล้วกับสิ่งที่มองว่าเป็นการหลอกลวงของสหรัฐ&amp;#8221; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5823038?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านพร้อมยุติโจมตี ตราบที่สหรัฐยังระงับทิ้งระเบิด เผยคลังอาวุธมะกันร่อยหรอ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านพร้อมยุติโจมตี ตราบที่สหรัฐยังระงับทิ้งระเบิด เผยคลังอาวุธมะกันร่อยหรอ</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านพร้อมยุติโจมตี ตราบที่สหรัฐยังระงับทิ้งระเบิด เผยคลังอาวุธมะกันร่อยหรอ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-27T03:51:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-27T03:51:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ihm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ihm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ihm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ihm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ihm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ihm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วิสามัญแล้ว! ผู้ต้องสงสัยขับรถพุ่งชนคน เบอร์ลินไพรด์ ฝีมือกลุ่มหัวรุนแรง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822874]]></link><pubDate>2026-07-27T09:24:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5822874</guid><description>วิสามัญแล้ว! ผู้ต้องสงสัยขับรถพุ่งชนคน เบอร์ลินไพรด์ ฝีมือกลุ่มหัวรุนแรง ตำรวจเยอรมนีระบุว่า ชายวัย 21 ปี ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;วิสามัญแล้ว! ผู้ต้องสงสัยขับรถพุ่งชนคน เบอร์ลินไพรด์ ฝีมือกลุ่มหัวรุนแรง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเยอรมนีระบุว่า ชายวัย 21 ปี ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม หลังจากที่เขาถูกกล่าวหาว่าขับรถตู้พุ่งชนผู้คนบริเวณใกล้กับงานเฉลิมฉลองไพรด์ในกรุงเบอร์ลินของเยอรมนีเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจกรุงเบอร์ลินโพสต์บน X ว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันอาทิตย์ ผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีเมื่อวานนี้ในย่านเทียร์การ์เทิน ถูกพบตัวที่บริเวณสวนจัดสรรแห่งหนึ่งในเขตชปันเดา ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตตะวันตกสุดของกรุงเบอร์ลิน ซึ่งผู้อาศัยเช่าแปลงดินไว้ปลูกพืชและทำสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยได้วิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธมีคม ตำรวจจึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ แม้หน่วยดับเพลิงกรุงเบอร์ลินจะพยายามช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน แต่ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ตำรวจเบอร์ลินได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยคือ อับดุล บี. อายุ 21 ปี พร้อมเผยแพร่ภาพถ่ายและขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสที่อยู่ของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ท รัฐมนตรีมหาดไทยของเยอรมนี กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ซึ่งเป็นพลเมืองเยอรมนีเชื้อสายเลบานอน เกิดในเยอรมนีเมื่อปี 2005 เคยเป็นที่จับตาของเจ้าหน้าที่มาแล้วจากการก่ออาชญากรรมหลายคดี การมีแนวคิดสุดโต่ง และการมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง ผู้ต้องสงสัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยกับรอยเตอร์ว่า ผู้ต้องสงสัยเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเมื่อเพียงสองเดือนก่อนหน้านี้ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามโดบรินด์ทถึงรายงานดังกล่าวขณะให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ZDF ซึ่งโดบรินด์ทตอบว่า &amp;#8220;แน่นอนว่าการควขคุมตัวบุคคลผู้นี้ไว้จะเป็นเรื่องทีเหมาะสมกว่า&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวยังระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นบุคคลที่หน่วยข่าวกรองภายในประเทศรู้จักเป็นอย่างดี และอยู่ในรายชื่อบุคคลหลายร้อยคนที่ถูกจัดว่าเป็น &amp;#8220;ผู้มีแนวโน้มก่ออันตราย&amp;#8221; ซึ่งโดยปกติจะถูกเฝ้าติดตามหรือจับตาเป็นพิเศษ โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องสงสัยเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเตรียมก่อเหตุรุนแรงที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุโจมตีที่สวนเทียร์การ์เทินถือเป็นเหตุล่าสุดในชุดเหตุการณ์ที่คนร้ายใช้ยานพาหนะพุ่งชนฝูงชนในเยอรมนีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งยิ่งทำให้การถกเถียงเรื่องความมั่นคงและการอพยพรุนแรงขึ้น ท่ามกลางกระแสนิยมที่เพิ่มขึ้นของพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนเข้าร่วมพิธีรำลึกผู้เสียชีวิตที่โบสถ์เซนต์แมรีในกรุงเบอร์ลิน ฟรีดริช เมิร์ซ  นายกรัฐมนตรีเยอรมนีจากพรรคสายกลางขวาให้คำมั่นว่า จะมีการดำเนินมาตรการลงโทษ และเรียกร้องให้ชาวเยอรมันอย่าหวาดกลัว โดยยืนยันว่าประเทศจะยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกันในการปกป้องเสรีภาพของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราจะปกป้องเสรีภาพ ความเปิดกว้าง และจิตวิญญาณเสรีนิยมของวิถีชีวิตและสังคมของเราด้วยทุกวิถีทางที่เราสามารถทำได้&amp;#8221; เมิร์ซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนหลายพันคน ซึ่งบางส่วนถือธงสีรุ้งของชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยที่ประตูบรันเดินบวร์ค หลายคนถือป้ายข้อความ เช่น &amp;#8220;ความเกลียดชังคร่าชีวิตผู้คน&amp;#8221; ขณะที่บางคนร้องไห้และสวมกอดกัน ขณะที่ในสวนเทียร์การ์เทิน ประชาชนต่างจุดเทียนและวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องจากนักการเมืองหลายฝ่ายให้เยอรมนีออกกฎหมายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และปราบปรามแนวคิดอิสลามหัวรุนแรงอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุขับรถพุ่งชนเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นในสวนสาธารณะเทียร์การ์เทินใกล้กับประตูบรันเดินบวร์ค ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากงานฉลอง Christopher Street Day ของกลุ่ม LGBTQ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการระบุว่า นอกจากผู้เสียชีวิต 1 รายแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 29 คน โดยผู้บาดเจ็บบางส่วนถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคมที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุโจมตีครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวสำหรับรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีเมิร์ซ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากคะแนนนิยมที่ตกต่ำ และกำลังอยู่ระหว่างการปรับคณะรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822874?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วิสามัญแล้ว! ผู้ต้องสงสัยขับรถพุ่งชนคน เบอร์ลินไพรด์ ฝีมือกลุ่มหัวรุนแรง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วิสามัญแล้ว! ผู้ต้องสงสัยขับรถพุ่งชนคน เบอร์ลินไพรด์ ฝีมือกลุ่มหัวรุนแรง</dc:alternative><dc:abstract>วิสามัญแล้ว! ผู้ต้องสงสัยขับรถพุ่งชนคน เบอร์ลินไพรด์ ฝีมือกลุ่มหัวรุนแรง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-27T02:27:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-27T02:27:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน หาดนอร์มังดี ที่สัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นมรดกโลก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822588]]></link><pubDate>2026-07-26T17:59:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5822588</guid><description>ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน หาดนอร์มังดี ที่สัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์ประกาศว่า  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน หาดนอร์มังดี ที่สัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นมรดกโลก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์ประกาศว่า ชายหาดนอร์มังดี ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นจุดที่กองกำลังสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนปีค.ศ.1944 เพื่อต่อสู้กับกองทัพนาซีของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แห่งเยอรมนี และปลดปล่อยฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือวันดีเดย์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของยูเนสโกระบุว่า ชายหาดนี้เป็นภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นซึ่งได้รับการหล่อหลอมจากเหตุการณ์ในปีค.ศ.1944 และการรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จึงมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ชายหาดนอร์มังดี เป็นสถานที่จัดพิธีรำลึกเหตุการณ์วันดีเดย์ (D-Day)เสมอมา โดยมีผู้นำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และฝรั่งเศสเข้าร่วม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ในครั้งนี้มีทหารเข้าร่วมในการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี จำนวนทั้งสิ้น 156,115 นายจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา เบลเยียม นอร์เวย์ โปแลนด์ ลักเซมเบิร์ก กรีซ เชโกสโลวาเกีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีหน่วยคอมมานโดฝรั่งเศส 177 นายเข้าร่วมด้วย ซึ่งได้ยกพลขึ้นฝั่งบนแนวชายหาดดังกล่าวที่ใช้ชื่อรหัสว่า ยูทาห์, โอมาฮา, โกลด์, จูโน และสวอร์ด หรือการส่งกำลังพลถูจากเครื่องบินหลังแนวป้องกันชายฝั่งของเยอรมัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การบุกโจมตีครั้งนั้นของกองกำลังสัมพันธมิตรถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปลดปล่อยยุโรปจากการยึดครองของกองทัพนาซีเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822588?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน หาดนอร์มังดี ที่สัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นมรดกโลก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน หาดนอร์มังดี ที่สัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นมรดกโลก</dc:alternative><dc:abstract>ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน หาดนอร์มังดี ที่สัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นมรดกโลก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-26T10:59:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-26T10:59:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T094000Z_1836926011_RC2LLMAJ7EG2_RTRMADP_3_UNESCO-FRANCE-NORMANDY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T094000Z_1836926011_RC2LLMAJ7EG2_RTRMADP_3_UNESCO-FRANCE-NORMANDY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T094000Z_1836926011_RC2LLMAJ7EG2_RTRMADP_3_UNESCO-FRANCE-NORMANDY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T094000Z_1836926011_RC2LLMAJ7EG2_RTRMADP_3_UNESCO-FRANCE-NORMANDY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T094000Z_1836926011_RC2LLMAJ7EG2_RTRMADP_3_UNESCO-FRANCE-NORMANDY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T094000Z_1836926011_RC2LLMAJ7EG2_RTRMADP_3_UNESCO-FRANCE-NORMANDY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จุดเสียงวิจารณ์ ปมนายกฯญี่ปุ่น เผยนอนวันละ 0-3 ชม. เพื่อสะสางงาน ชี้ย้อนแย้งปฏิรูปการทำงาน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822518]]></link><pubDate>2026-07-26T17:08:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5822518</guid><description>จุดเสียงวิจารณ์ ปมนายกฯญี่ปุ่น เผยนอนวันละ 0-3 ชม. เพื่อสะสางงาน ชี้ย้อนแย้งปฏิรูปการทำงาน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อเร็วๆ นี้ของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นาย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จุดเสียงวิจารณ์ ปมนายกฯญี่ปุ่น เผยนอนวันละ 0-3 ชม. เพื่อสะสางงาน ชี้ย้อนแย้งปฏิรูปการทำงาน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อเร็วๆ นี้ของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เกี่ยวกับการพักผ่อนนอนหลับของเธอเพียงไม่กี่ชั่วโมงในแต่ละวัน เนื่องจากใช้เวลาไปกับการสะสางงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการอดนอนเรื้อรังและภาระงานอันหนักหน่วงนั้น ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลายและจุดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานหนักมากจนเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การนอนหลับ 0-3 ชั่วโมง กลายเป็นเรื่องปกติ&amp;#8221; นับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา นางทาคาอิจิโพสต์เผยบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันจันทร์(20 ก.ค.)ที่ผ่านมา และระบุอีกว่าเธอใช้เวลาในช่วงกลางคืนไปกับการทบทวนเอกสารต่างๆ จนถึงเช้าควบคู่กับการทำงานบ้านไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทาคาอิจิบอกอีกว่า เธอใช้เวลาช่วงวันหยุดยาว 3 วันต่อเนื่องจนถึงวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ กับการรับมือกับอีเมลนับพันฉบับที่คั่งค้างอยู่ และว่า เธอสามารถนอนหลับได้ถึง 5 ชั่วโมงเป็นครั้งแรกในรอบนานมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยนายยูอิจิโร ทามากิ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน(ดีพีพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน แม้จะยกย่องนางทาคาอิจิว่าเป็น &amp;#8220;ผู้ที่ทำงานหนักอย่างยิ่ง&amp;#8221; แต่เขาก็กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือเธอควรมอบหมายงานให้ผู้อื่นรับผิดชอบบ้าง เพื่อที่เธอจะได้ทุ่มเทเวลาและพลังให้กับงานที่มีเพียงผู้นำประเทศเท่านั้นที่สามารถทำได้ ทั้งยังกล่าวว่า การพักผ่อนก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานในฐานะนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโทรุ คุนิชิเงะ ส.ส.จากกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง พรรคฝ่ายค้านหลัก โพส์เตือนบน X ว่า การอดนอนเป็นเวลานานอาจบั่นทอนความสามารถในการตัดสินใจ และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการบริหารจัดการวิกฤตของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางทาคาอิจิจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากถ้อยคำของเธอเกี่ยวกับเรื่องงาน เพราะหลังจากเธอได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย(แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้ไม่นาน เธอประกาศว่าจะ &amp;#8220;ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน และทำงาน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วลีดังกล่าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของคำฮิตแห่งปีเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ยังสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่มองว่าเป็นการเชิดชูวัฒนธรรมการทำงานหนักและการทำงานล่วงเวลายาวนาน ทั้งๆ ที่รัฐบาลกำลังพยายามผลักดันให้สังคมเปลี่ยนแปลงค่านิยมดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังมีผู้ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียบางส่วนออกมาโพสต์ปกป้องนางทาคาอิจิ โดยระบุว่าเธอทุ่มเททำงานอย่างหนัก แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากที่แสดงความเห็นเชิงวิพากษ์เธอ เช่นว่า &amp;#8220;การพยายามแสดงให้เห็นว่าคุณทำงานหนักแค่ไหน ไม่ได้ทำให้ประชาชนสนับสนุนคุณ&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;ควรจ้างคนมาช่วยทำงานบ้านเสียบ้าง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีบางคนแสดงความกังขาว่าโพสต์ของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นผู้นี้ มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือพยายามเรียกความเห็นอกเห็นใจหรือไม่ เนื่องจากคะแนนนิยมของคณะรัฐบาลของเธอตกต่ำลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยผลสำรวจล่าสุดของเกียวโดนิวส์ เผยแพร่ในวันอาทิตย์(26 ก.ค.)นี้ ชี้ว่าความนิยมของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนางทาคาอิจิลดลงจากผลสำรวจครั้งก่อน 2.1% มาอยู่ที่ 53.7% ซึ่งต่ำที่สุดนับจากที่เธอขึ้นรับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และลดลงหลังจากมีการประกาศใช้กฎหมายราชวงศ์ฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียง เนื่องจากยังไม่เปิดทางให้ผู้หญิงขึ้นสืบราชบัลลังก์ราชวงศ์ญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนรัชทายาทเพศชาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่าถ้อยคำดังกล่าวของนางทาคาอิจิขัดแย้งกับความพยายามผลักดันการปฏิรูปการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายมินารุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวปกป้องในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีเจตนาที่จะปฏิเสธแนวคิดเรื่องความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายทาคายูกิ โคบายาชิ หัวหน้าฝ่ายนโยบายของพรรคแอลดีพี กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันต่อมาว่านางทาคาอิจิยังคงกระฉับกระเฉงและมีสุขภาพแข็งแรงดี แต่เขาได้บอกกับเธอว่าภาระงานนั้นหนักมาก แต่ก็ขอให้พักผ่อนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822518?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จุดเสียงวิจารณ์ ปมนายกฯญี่ปุ่น เผยนอนวันละ 0-3 ชม. เพื่อสะสางงาน ชี้ย้อนแย้งปฏิรูปการทำงาน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จุดเสียงวิจารณ์ ปมนายกฯญี่ปุ่น เผยนอนวันละ 0-3 ชม. เพื่อสะสางงาน ชี้ย้อนแย้งปฏิรูปการทำงาน</dc:alternative><dc:abstract>จุดเสียงวิจารณ์ ปมนายกฯญี่ปุ่น เผยนอนวันละ 0-3 ชม. เพื่อสะสางงาน ชี้ย้อนแย้งปฏิรูปการทำงาน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-27T06:53:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-27T06:53:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T111502Z_2082388187_RC2M5MANHCBR_RTRMADP_3_INDIA-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T111502Z_2082388187_RC2M5MANHCBR_RTRMADP_3_INDIA-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T111502Z_2082388187_RC2M5MANHCBR_RTRMADP_3_INDIA-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T111502Z_2082388187_RC2M5MANHCBR_RTRMADP_3_INDIA-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T111502Z_2082388187_RC2M5MANHCBR_RTRMADP_3_INDIA-JAPAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T111502Z_2082388187_RC2M5MANHCBR_RTRMADP_3_INDIA-JAPAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทีมกู้ภัยจีน เร่งค้นหา 23 ลูกเรือเวียดนามสูญหาย หลังเรือสินค้าอับปางในทะเลจีนใต้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822356]]></link><pubDate>2026-07-26T14:46:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5822356</guid><description>ทีมกู้ภัยจีน เร่งค้นหา 23 ลูกเรือเวียดนามสูญหาย หลังเรือสินค้าอับปางในทะเลจีนใต้ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนรายงานว่า ทีมกู้ภัยจีนกำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายจำนวน 23 คน หลังจา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทีมกู้ภัยจีน เร่งค้นหา 23 ลูกเรือเวียดนามสูญหาย หลังเรือสินค้าอับปางในทะเลจีนใต้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนรายงานว่า ทีมกู้ภัยจีนกำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายจำนวน 23 คน หลังจากเรือสินค้าเวียดนามลำหนึ่งที่มีชาวเวียดนามอยู่บนเรือรวม 62 คน ประสบเหตุอับปางลงในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่านในทะเลจีนใต้ หลังจากที่สามารถช่วยเหลือลูกเรือที่ประสบภัยขึ้นมาจากน้ำได้แล้ว 39 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีซีทีวีรายงานอ้างทางการมณฑลไห่หนานของจีนระบุว่า เรือสินค้าเวียดนามลำดังกล่าวชื่อ Khoi Nguyen 18 ประสบเหตุอับปางในน่านน้ำใกล้กับแนวปะการังไฟเออรีครอส (Fiery Cross Reef) โดยเรือกู้ภัย Nanhai Jiu 115 ของจีน เป็นเรือลำแรกที่พบว่ามีการจุดพลุส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือสินค้าลำดังกล่าวเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ (25 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการจีนได้ส่งเรือ 6 ลำ เฮลิคอปเตอร์กู้ภัย 1 ลำ สมทบกับเรือของเวียดนาม 1 ลำ ในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่เกิดเหตุ โดยเรือสินค้าเวียดนามลำนี้จดทะเบียนในเวียดนาม มีขนาดยาวเกือบ 70 เมตร และมีระวางขับน้ำ 999 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่โดยรอบแนวปะการังไฟเออรีครอส เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลี ซึ่งจีนเรียกขานว่าหมู่เกาะหนานซา โดยหมู่เกาะดังกล่าวประกอบด้วยแนวปะการัง เกาะแก่ง และเกาะปะการังวงแหวนจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ เนื่องจากจีนอ้างสิทธิอธิปไตยทับซ้อนกับหลายชาติในภูมิภาคนี้ ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซียและบรูไน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822356?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทีมกู้ภัยจีน เร่งค้นหา 23 ลูกเรือเวียดนามสูญหาย หลังเรือสินค้าอับปางในทะเลจีนใต้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทีมกู้ภัยจีน เร่งค้นหา 23 ลูกเรือเวียดนามสูญหาย หลังเรือสินค้าอับปางในทะเลจีนใต้</dc:alternative><dc:abstract>ทีมกู้ภัยจีน เร่งค้นหา 23 ลูกเรือเวียดนามสูญหาย หลังเรือสินค้าอับปางในทะเลจีนใต้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-26T08:10:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-26T08:10:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-143511.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-143511-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-143511.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-143511-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-143511-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-143511-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทะเลแดงเดือด ฮูตี โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ มะกันหยุดถล่มอิหร่าน ครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822185]]></link><pubDate>2026-07-26T12:11:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5822185</guid><description>ทะเลแดงเดือด ฮูตี โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ มะกันหยุดถล่มอิหร่าน ครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์ ความขัดแย้งเกี่ยวเนื่องกับสงครามอิหร่านลุกลามออกไปในสุดสัปดาห์นี้ โดยกลุ่มกบฏฮูตี กองกำลังติดอาวุธพันธมิตรของอิห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทะเลแดงเดือด ฮูตี โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ มะกันหยุดถล่มอิหร่าน ครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความขัดแย้งเกี่ยวเนื่องกับสงครามอิหร่านลุกลามออกไปในสุดสัปดาห์นี้ โดยกลุ่มกบฏฮูตี กองกำลังติดอาวุธพันธมิตรของอิหร่านที่เคลื่อนไหวอยู่ในเยเมน ได้ยิงขีปนาวุธมุ่งเป้าโจมตีที่ตั้งฐานน้ำมัน 2 แห่งของซาอุดีอาระเบียตั้งอยู่แนวชายฝั่งทะเลแดงเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ในขณะที่สหรัฐได้หยุดการโจมตีอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์นับจากเกิดการปะทะกันรอบใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐไม่ได้ชี้แจงในทันทีถึงสาเหตุที่ยุติปฏิบัติการโจมตีตอบโต้อิหร่านอย่างกะทันหัน หลังจากมีการโจมตีต่อเนื่องมาตลอด 13 คืน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติความขัดแย้งที่ลงนามไว้เมื่อเดือนมิถุนายนพังทลายลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ดูเหมือนว่าอิหร่านอันเป็นที่รักของเราจะได้ผ่านค่ำคืนที่เงียบสงบเมื่อคืนนี้&amp;#8221; นายฮอสเซน เคอร์มานปูร์ โฆษกกระทรวงสาธารณของอิหร่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ในวันเสาร์ (25 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันเสาร์ยังไม่มีรายงานว่าอิหร่านได้ทำการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับเพื่อตอบโต้สหรัฐอย่างที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายวันที่ผ่านมาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Axios สื่อสหรัฐอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ 2 รายกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้สั่งการเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ไม่ให้กองทัพดำเนินการโจมตีระลอกใหม่ต่ออิหร่าน อย่างไรก็ดี เพนตากอนหรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐและทำเนียบขาวยังไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์กล่าวในวันเดียวกันว่าสหรัฐและอิหร่านกำลังหารือเพื่อเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างกัน แต่ทรัมป์ก็ย้ำอีกว่าฝ่ายเตหะรานยังไม่พร้อมที่จะบรรลุข้อตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่าแม้สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียจะสงบลง แต่การสู้รบระหว่างกลุ่มฮูตีกับซาอุฯ กำลังเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสงครามอิหร่านซึ่งส่งผลกระทบต่อการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญแห่งหนึ่งของโลกไปแล้วนั้น อาจกำลังลุกลามไปยังเส้นทางขนส่งหลักอีกเส้นทางหนึ่งคือ ทะเลแดงขึ้นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยยาห์ยา ซารี โฆษกกลุ่มฮูตี ออกมาประกาศในวันเสาร์ว่ากลุ่มฮูตีประสบความสำเร็จในการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของ อารามโก บริษัทพลังงานของทางการซาอุฯ ในเมืองจีซานและเมืองยานบู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลิปวิดีโอที่มีการแชร์บนโซเชียลมีเดียซึ่งรอยเตอร์ระบุว่าได้ตรวจสอบแล้ว แสดงให้เห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ปกคลุมท้องฟ้าจากที่ตั้งโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทอารามโกในเมืองจีซาน ซึ่งแหล่งข่าวในวงการค้าน้ำมันระบุว่าที่ตั้งโรงกลั่นและคลังเก็บเชื้อเพลิงในเมืองจีซานได้รับความเสียหายอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านแหล่งข่าวความมั่นคงของกรีซเปิดเผยว่า ในเมืองยานบู ขีปนาวุธ 2 ลูกที่มุ่งเป้าไปที่แท่นขุดเจาะน้ำมันถูกสกัดไว้ได้โดยระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออตที่ผลิตโดยสหรัฐ ซึ่งกองทัพกรีซใช้งานในซาอุดีอาระเบียภายใต้ข้อตกลงกับริยาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีที่ตั้งแหล่งพลังงานของซาอุฯโดยกลุ่มฮูตีเกิดขึ้นหลังจากกองทัพอากาศของรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติโดยมีรัฐบาลซาอุฯให้การสนับสนุนนั้น ได้ทำการโจมตีที่ตั้งฐานยิงขีปนาวุธและโดรน ตลอดจนคลังแสงของกลุ่มฮูตีในจังหวัดมาริบและอัลจอว์ฟในเยเมน และก่อนหน้านั้น กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุฯ ระบุว่าได้ทิ้งระเบิดโจมตีที่มั่นทางฐานของกลุ่มฮูตีในเมืองท่าโฮเดดาห์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุฯ เป็นผู้นำพันธมิตรอาหรับในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตีมานานกว่าทศวรรษนับตั้งแต่กลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน บุกยึดกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนได้สำเร็จ ท่ามกลางสงครามกลางเมืองในเยเมนได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายแสนคนจากการสู้รบและความอดอยาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มฮูตียังประกาศสนับสนุนอิหร่านในการทำสงครามต่อกรกับสหรัฐและอิสราเอลนับตั้งแต่สงครามในอ่าวเปอร์เซียเปิดฉากขึ้น ก่อนที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มฮูตีได้ประกาศปิดล้อมซาอุฯทางทะเล โดยอับดุล มาลิก อัล-ฮูตี ผู้นำกลุ่มฮูตีกล่าวว่า โรงกลั่นน้ำมันของซาอุฯทั้งหมดอาจตกเป็นเป้าหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดแนวรบใหม่ขึ้นในทะเลแดงนี้ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;blockquote class=&quot;twitter-tweet&quot; data-media-max-width=&quot;560&quot;&gt;
&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;en&quot;&gt;Yemen’s Houthis successfully struck Saudi Aramco’s Jazan oil refinery overnight, the first Houthi attack on a Saudi refinery complex in 4 years.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Seen here, multiple pillars of smoke rise over the refinery this morning. &lt;a href=&quot;https://t.co/Xu5YUj3Eir&quot;&gt;pic.twitter.com/Xu5YUj3Eir&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;— OSINTtechnical (@Osinttechnical) &lt;a href=&quot;https://x.com/Osinttechnical/status/2080899480971296927?ref_src=twsrc%5Etfw&quot;&gt;July 25, 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&lt;script async src=&quot;https://platform.x.com/widgets.js&quot; charset=&quot;utf-8&quot;&gt;&lt;/script&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822185?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทะเลแดงเดือด ฮูตี โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ มะกันหยุดถล่มอิหร่าน ครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทะเลแดงเดือด ฮูตี โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ มะกันหยุดถล่มอิหร่าน ครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์</dc:alternative><dc:abstract>ทะเลแดงเดือด ฮูตี โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ มะกันหยุดถล่มอิหร่าน ครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-26T05:31:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-26T05:31:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-115429.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-115429-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-115429.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-115429-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-115429-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-26-115429-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822046]]></link><pubDate>2026-07-26T10:29:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5822046</guid><description>ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ พายุไต้ฝุ่นโนอึลได้พัดขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีนแล้วในเช้าวันอาทิตย์ (26 ก.ค.) นี้ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นโนอึลได้พัดขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีนแล้วในเช้าวันอาทิตย์ (26 ก.ค.) นี้ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้งและฮ่องกงที่อยู่ติดกัน ส่งผลกระทบต่อการสัญจร รวมถึงที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงซึ่งได้ประกาศยกเลิกให้บริการเที่ยวบินเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไต้ฝุ่นโนอึล ซึ่งเป็นชื่อภาษาเกาหลีหมายถึงแสงเรืองรองของพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดิน นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 12 ของปีนี้และเป็นลูกที่ 3 ที่พัดถล่มจีนภายในเดือนนี้ โดยทางการจีนระบุเมื่อวันเสาร์ว่า พายุลูกนี้ทำให้ต้องอพยพประชาชนกว่า 340,000 คนในมณฑลกวางตุ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สถานีอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกงรายงานในวันอาทิตย์ว่า ไต้ฝุ่นโนอึลได้อ่อนกำลังลงขณะเคลื่อนตัวลึกเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ แต่ลมกระโชกแรงยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกงได้ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักระดับสีเหลือง พร้อมเตือนประชาชนให้ระวังเหตุน้ำท่วมฉับพลัน โดยระบุว่าจะมีประมาณน้ำฝนตกลงมามากกว่า 30 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงและคาดว่าจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางการฮ่องกงประกาศยกระดับเตือนภัยพายุสู่ระดับการเตือนภัยไต้ฝุ่นหมายเลข 9 ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ขณะพายุลูกนี้เคลื่อนตัวเข้ามาในระยะห่าง 80 กิโลเมตรจากฮ่องกง ก่อนจะลดระดับเตือนภัยสู่หมายเลข 8 เมื่อเวลา 07.10 น.ตามเวลาท้องถิ่น ที่ส่งผลให้ธุรกิจและระบบขนส่งส่วนใหญ่ต้องหยุดให้บริการซึ่งจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างน้อยจนถึงเที่ยงวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงประกาศว่าเที่ยวบินต่างๆ จะค่อยๆ กลับมาให้บริการอีกครั้งหลังจากเวลา 18.00 น.ของวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822046?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ</dc:alternative><dc:abstract>ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-26T04:20:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-26T04:20:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030514Z_538876914_RC2ELMAGS50D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030514Z_538876914_RC2ELMAGS50D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับ 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5821928]]></link><pubDate>2026-07-26T08:52:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5821928</guid><description>เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับสลด 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ คาดเป็นอิสลามิกสุดโต่ง เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันเสาร์ (25 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุคนขับรถพุ่งใส่ฝูงชนกล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับสลด 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ คาดเป็นอิสลามิกสุดโต่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันเสาร์ (25 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุคนขับรถพุ่งใส่ฝูงชนกลางงานเฉลิมฉลองเบอร์ลิน ไพรด์ ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่มีผู้คนพากันออกมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวนับหลายแสนคน เหตุดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 17 ราย ซึ่งในจำนวนผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังไล่ล่าตัวคนขับรถสีขาวคันก่อเหตุอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า หลายชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการโจมตี รายละเอียดยังคงไม่ชัดเจน แต่ตำรวจระบุว่ารถคันดังกล่าวพุ่งเข้าชนผู้คนหลายรายหลังจากขับเข้าไปในสวนสาธารณะเทียร์การ์เทน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับประตูบรันเดนบวร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกตำรวจแถลงในที่เกิดเหตุว่า จากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับ ยานพาหนะคันดังกล่าวขับเข้าไปในสวนเทียร์การ์เทนเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ก่อนรถได้หยุดนิ่งลงหลังจากพุ่งชนต้นไม้ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ภายในรถไม่มีคนอยู่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมขณะนี้เราจึงกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ&amp;#8221; โฆษกตำรวจกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโฆษกหน่วยดับเพลิงระบุว่า ในจำนวนผู้บาดเจ็บ 17 รายนั้น มี 8 รายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และในจำนวนนี้มี 3 รายที่มีอาการวิกฤตถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่ายานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุเป็นสีขาว ซึ่งคาดว่าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถตู้ หรือรถมินิบัส&lt;br /&gt;
ด้านหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ Bild อ้างคำบอกเล่าของพยานระบุว่าเป็นรถตู้ และมีชายคนหนึ่งลงจากรถก่อนจะวิ่งหลบหนีไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเกิดเหตุมีประชาชนหลายแสนคนมารวมตัวกันอย่างสงบในกรุงเบอร์ลินเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลอง Christopher Street Day ประจำปี ซึ่งเป็นหนึ่งในงานกิจกรรมของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ LGBTQ ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีดังกล่าวส่งผลให้งานต้องยุติลงอย่างกะทันหัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จูเลียน เมธิก ผู้เข้าร่วมงานกล่าวว่า นี่เป็นหนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดสำหรับชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ และเป็นวันที่ตนหวังว่าจะไม่มีวันต้องเผชิญ ซึ่งตนรู้สึกตกใจมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งาน Christopher Street Day ดึงดูดผู้คนหลายแสนคนให้เดินทางมายังเมืองหลวงของเยอรมนีในแต่ละปี งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์จลาจลที่ Stonewall ในนิวยอร์กเมื่อปี ค.ศ.1969 โดยผสมผสานขบวนพาเหรดเข้ากับการเรียกร้องทางการเมืองเพื่อความเท่าเทียม การยอมรับความแตกต่าง และการคุ้มครองจากการเลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เยอรมนีเผชิญกับเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการจงใจขับรถพุ่งเข้าใส่ฝูงชนจนมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นหลายครั้ง เมื่อเดือนพฤษภาคม ชายคนหนึ่งซึ่งเชื่อว่ามีปัญหาทางจิตได้ขับรถพุ่งเข้าไปในย่านใจกลางเมืองสำหรับคนเดินเท้าในเมืองไลป์ซิก ทางตะวันออกของเยอรมนี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิต 2 รายในเมืองมันน์ไฮม์ ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อชายวัย 40 ปี ซึ่งมีอาการป่วยทางจิต ขับรถพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนเดินเท้า เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น ชายชาวอัฟกานิสถานรายหนึ่งได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันระหว่างการชุมนุมของสหภาพแรงงานในเมืองมิวนิก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 40 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด โฆษกตำรวจเบอร์ลินเปิดเผยในวันอาทิตย์ (26 ก.ค.) ว่า เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุขับรถพุ่งชนฝูงชนในงานฉลองเบอร์ลินได้แล้ว โดยพบว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มแนวคิดอิสลามสุดโต่งในเมืองนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ขณะนี้เราทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว และกำลังดำเนินการตามมาตรการต่างๆ กับบุคคลดังกล่าวซึ่งยังไม่ถูกจับกุม อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นบุคคลที่ตำรวจรู้จักดีในฐานะสมาชิกของกลุ่มแนวคิดอิสลามสุดโต่งในกรุงเบอร์ลิน&amp;#8221; โฆษกกล่าวกับผู้สื่อข่าวในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5821928?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับ 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับ 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ</dc:alternative><dc:abstract>เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับ 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-26T05:02:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-26T05:02:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-25T220921Z_2058861618_RC2ALMAMLZ13_RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-25T220921Z_2058861618_RC2ALMAMLZ13_RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5821080]]></link><pubDate>2026-07-25T09:44:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5821080</guid><description>ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ รอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจอังกฤษ 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ หลังจากเรือของตำรวจนครบาลลอนดอน (Metropolitan Police) พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจอังกฤษ 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ หลังจากเรือของตำรวจนครบาลลอนดอน (Metropolitan Police) พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ใจกลางกรุงลอนดอนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่า เรือลำดังกล่าวซึ่งสังกัดหน่วยตำรวจทางน้ำของตำรวจนครบาลลอนดอน (MET) พุ่งชนสะพานเมื่อเวลา 14.40 น. นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งตกลงไปในน้ำ แต่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาแล้ว โดยมีกำลังตำรวจและหน่วยงานฉุกเฉินอื่นๆ เข้าไปสมทบเพื่อรับมือกับสถานการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ 5 นายได้รับบาดเจ็บและกำลังเข้ารับการรักษา&amp;#8221; แถลงการณ์ของตำรวจระบุ &amp;#8220;ขณะนี้เรากำลังรอข้อมูลอัพเดตเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของพวกเขา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ระบุว่า ไม่มีประชาชนทั่วไปมาเกี่ยวข้องหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ และกล่าวว่ามีการตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับอาคารรัฐสภา โดยมีประชาชนจำนวนมากยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่บนสะพาน ทั้งนี้ ทางการท่าเรือแห่งลอนดอน (Port of London Authority) ระบุว่ากำลังให้ความช่วยเหลือในการรับมือกับสถานการณ์นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5821080?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ</dc:alternative><dc:abstract>ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-25T04:49:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-25T04:49:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/86503.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/86503-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T161555Z_1402063269_RC2GKMAYTJIR_RTRMADP_3_BRITAIN-THAMES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T161555Z_1402063269_RC2GKMAYTJIR_RTRMADP_3_BRITAIN-THAMES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/86503.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/86503-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/52056.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/52056-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820331]]></link><pubDate>2026-07-24T16:28:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5820331</guid><description>หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน กระทรวงพาณิชย์ของจีน ประกาศเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ห้ามการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง(dual-use items) ไปยัง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงพาณิชย์ของจีน ประกาศเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ห้ามการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง(dual-use items) ไปยังอีก 14 บริษัทในกลุ่มสหภาพยุโรป(อียู) ซึ่งมีผลในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในรายชื่อ 14 บริษัทของกลุ่มอียูที่ถูกขึ้นบัญชีเพิ่มเติมในการเผชิญมาตรการห้ามส่งออกดังกล่าว รวมถึง Rheinmetall AG บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และอาวุธรายใหญ่สัญชาติเยอรมัน และ Vigo Photonics บริษัทอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติโปแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของสหภาพยุโรปต่อรัสเซีย ซึ่งทำให้บริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงรวม 14 แห่งตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการดังกล่าวของจีนระบุห้ามองค์กรและบุคคลต่างชาติโอนหรือจัดหาสินค้าที่มีการใช้งานได้สองทาง ซึ่งมีต้นทางจากจีนให้แก่หน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชีควบคุม ในขณะที่ผู้ส่งออกของจีนอาจยื่นขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สินค้าที่มีการใช้งานได้สองทาง หมายถึงสินค้า ซอฟต์แวร์ หรือเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในทางพลเรือนและการทหาร ซึ่งรวมถึงแร่หายากบางชนิดที่มีความจำเป็นต่อการผลิตโดรนและชิป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บัญชีควบคุมการส่งออกของจีนมักพุ่งเป้าไปที่หน่วยงานของสหรัฐและญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จีนได้ขึ้นบัญชีหน่วยงานจากยุโรป 7 แห่ง จากกรณีการขายอาวุธให้กับไต้หวัน ซึ่งถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากที่ยุโรปจะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากจีนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอียูออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี(23 ก.ค.)ระบุว่า ทางกลุ่มได้เพิ่มรายชื่อหน่วยงานใหม่อีก 51 แห่ง ซึ่งรวมถึงหน่วยงานที่ดำเนินงานในจีน เข้าไปในบัญชีผู้ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าและเทคโนโลยีที่มีการใช้งานได้สองทางอย่างเข้มงวดขึ้น เนื่องจากหน่วยงานเหล่านี้ให้การสนับสนุนภาคการทหารและอุตสาหกรรมของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820331?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน</dc:alternative><dc:abstract>หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T09:43:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T09:43:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐกล่าวหา &#8216;มูนช็อต เอไอ&#8217; สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน &#8216;ไทย&#8217;]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820297]]></link><pubDate>2026-07-24T16:09:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5820297</guid><description>สหรัฐกล่าวหา &amp;#8216;มูนช็อต เอไอ&amp;#8217; สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน &amp;#8216;ไทย&amp;#8217; สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายไมเคิล คราทซิโอส เจ้าหน้าที่ระดับสูงด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐกล่าวหา &amp;#8216;มูนช็อต เอไอ&amp;#8217; สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน &amp;#8216;ไทย&amp;#8217;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายไมเคิล คราทซิโอส เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเทคโนโลยีของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า บริษัท มูนช็อต เอไอ (Moonshot AI) สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จากจีน ได้ขโมยข้อมูลแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนที่สุด ของ แอนโธรปิก (Anthropic) ที่ชื่อ &amp;#8220;เฟเบิล&amp;#8221; (Fable)ไปเพื่อใช้ในการช่วยสร้าง &amp;#8220;เค3&amp;#8221; (K3) รุ่นล่าสุด และยังได้ซื้อชิปเอไอขั้นสูงของเอ็นวิเดียอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคราทซิโอส ได้โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า &amp;#8220;เราได้ข้อมูลมาว่า มูนช็อต เอไอ ได้ใช้กระบวนการกรองความรู้ จากโมเดล &amp;#8220;เฟเบิล&amp;#8221; ของแอนโธรปิก ไปใช้เพื่อการพัฒนาโมเดล เค3 ของตนเอง&amp;#8221; &amp;#8220;การกลั่นกรองความรู้ทางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และเป็นไปอย่างปกปิด มุ่งเป้าไปที่การขโมยเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสหรัฐ และบ่อนทำลายการค้นคว้าของชาวอเมริกัน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คราทซิโอส ยังกล่าวว่า มูนช็อต เอไอ ได้ซื้อเซิร์ฟเวอร์ที่มีชิป เอไอ ประสิทธิภาพสูงของเอ็นวิเดีย รุ่น จีบี300 (GB300) และนำไปใช้ใน &amp;#8220;ประเทศไทย&amp;#8221; ซึ่งอาจจะนำไปใช้เพื่อฝึกโมเดลเอไอของตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุในอีกโพสต์บน X เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า เขากำลังพิจารณาที่จะเพิ่ม &amp;#8220;มูนช็อต เอไอ&amp;#8221; เข้าไปในบัญชีดำทางการค้า และกำหนดมาตรการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ข้อกล่าวหาของรัฐบาลทรัมป์ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความตึงเครียดเกี่ยวกับประเด็นเทคโนโลยีระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับวอชิงตัน เนื่องจากบริษัทจากทั้งสองประเทศกำลังนำเสนอแบบจำลองเอไอที่ทรงพลังมากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง และมีศักยภาพในการใช้งานทางทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางมูนช็อตยังไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว มีเพียง หลิว ชาง โฆษกสถานทูตจีน ประจำกรุงวอชิงตันที่กล่าวว่า คำกล่าวของ คราทซิโอสนั้นไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง และว่า จีนเคารพต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา บุคคลที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกา ควรเคารพข้อเท็จจริง ละทิ้งอคติ และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีและลดทอนความสำเร็จของจีน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ หลิน เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวัน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมว่า จีนคัดค้านการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจและประเด็นเรื่องการค้า ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและอาวุธมาโดยตลอด และว่า การกระทำดังกล่าวจะขัดขวางกระบวนการในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์โลก&lt;br /&gt;
ด้าน ซาราห์ เฮ็ค ผู้บริหารด้านนโยบายสาธารณะของ แอนโธรปิก ระบุบน X ว่า การที่จีนขโมยแบบจำลองของสหรัฐ สร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติอย่างร้ายแรงสำหรับสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ ได้กล่าวว่า โมเดล เอไอ ล่าสุด ของดีพซีค สตาร์ทอัพเอไอของจีน ได้รับการฝึกฝนบนชิปเอไอที่ทันสมัยที่สุดของเอ็นวิเดีย ซึ่งอาจจะเป็นการละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามเอกสารทางการทูตที่รอยเตอร์ ได้เห็น ระบุว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ได้มีการสั่งการทั่วโลก ให้เพิ่มความสนใจไปยังสิ่งที่ระบุว่า เป็นความพยายามของบริษัทจากจีน รวมถึง มูนช็อต เอไอ ในการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การกลั่นกรองความรู้ (Distillation) คือกระบวนการฝึกสอนโมเดลเอไอขนาดเล็ก โดยการใช้ผลลัพธ์จากโมเดลขนาดใหญ่ที่ต้นทุนสูงกว่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดต้นทุนการฝึกพัฒนาเครื่องมือไอเอใหม่ๆให้มีประสิทธิภาพสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอนโธรปิก ระบุว่า บริษัทปัญญาประดิษฐของจีน 3 แห่ง คือ ดีพซีค , มูนช็อต และมินิแม็กซ์ ได้ใช้โมเดล Claude ของแอนโธรปิก เพื่อให้ได้มาซึ่งความสามารถในการปรับปรุงโมเดลของตนเองอย่างไม่เหมาะสม โดยทั้ง 3 บริษัท ได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับ Claude มากกว่า 16 ล้านครั้ง โดยใช้บัญชีปลอมประมาณ 24,000 บัญชี ซึ่งเป็นการละเมิดข้อกำหนดในการให้บริการและข้อจำกัดการเข้าถึงในระดับภูมิภาคของแอนโธรปิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มูนช็อต ได้เปิดตัว Kimi K3 แบบจำลองที่มีพารามิเตอร์ 2.8 ล้านล้านตัว โดยระบุว่า เป็นระบบเอไอแบบเปิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมอบประสิทธิภาพการทำงานที่ใกล้เคียงกับเฟเบิล ซึ่งเป็นโมเดลระดับแนวหน้าของแอนโธรปิก ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดตัวดังกล่าว่เกิดขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐได้เรียกคืนโมเล เฟเบิล และมายธอส ของแอนโธรปิกอย่างกะทันหัน เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมเน้นย้ำให้เห็นว่า ระบบนิเวศเอไอแบบเปิดของจีน กำลังลดช่องว่างกับระบบที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐได้อย่างรวดเร็วเพียงใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820297?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐกล่าวหา &amp;#8216;มูนช็อต เอไอ&amp;#8217; สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน &amp;#8216;ไทย&amp;#8217;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐกล่าวหา ‘มูนช็อต เอไอ’ สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน ‘ไทย’</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐกล่าวหา ‘มูนช็อต เอไอ’ สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน ‘ไทย’</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T09:09:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T09:09:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/MOONSHOT-12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/MOONSHOT-12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/MOONSHOT-12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/MOONSHOT-12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820149]]></link><pubDate>2026-07-24T15:13:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5820149</guid><description>คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน สภาคองเกรสลงมติสวนทางกันเกี่ยวกับอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ในการโหวตลงมติเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยขณะที่สภาผู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สภาคองเกรสลงมติสวนทางกันเกี่ยวกับอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ในการโหวตลงมติเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยขณะที่สภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่เพียงเล็กน้อย ลงมติด้วยคะแนนเสียง 214 ต่อ 208 เสียง ตำหนิการทำสงครามอิหร่านของทรัมป์และสั่งให้เขายุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากสภา แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา วุฒิสภาที่พรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากเล็กน้อยเช่นกัน ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 49 ต่อ 47 เสียง คัดค้านมาตรการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มติดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอโดยนางพรามิลา จายาปาล ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐวอชิงตัน ซึ่งสั่งให้ทรัมป์ยุติการใช้กองกำลังสหรัฐในการสู้รบกับอิหร่าน เว้นแต่จะได้รับมอบอำนาจจากสภาคองเกรสนั้น ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร โดยมีส.ส.พรรครีพับลิกัน 4 คน ได้แก่ ทอม บาร์เร็ตต์ ส.ส.รัฐมิชิแกน ไบรอัน ฟิตซ์แพทริก ส.ส.รัฐเพนซิลวาเนีย วอร์เรน เดวิดสัน ส.ส.รัฐโอไฮโอ และ โธมัส แมสซีย์ ส.ส.รัฐเคนทักกี ลงมติเห็นชอบร่วมกับส.ส.พรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนการลงมติในวุฒิสภา มีซูซาน คอลลินส์ สว.รีพับลิกันจากรัฐเมน ที่โหวตเห็นชอบร่วมกับสว.พรรคเดโมแครต ซึ่งสนับสนุนมติจำกัดอำนาจสงครามดังกล่าว แต่จอห์น เฟตเตอร์แมน สว.เดโมแครตจากรัฐเพนซิลเวเนีย ลงมติร่วมกับพรรครีพับลิกัน คัดค้านมติดังกล่าว และมีสว.รีพับลิกัน 4 คนไม่ได้ลงคะแนน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การลงมติครั้งนี้เป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น โดยสมาชิกสภาคองเกรสได้ผ่านมติในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มทำสงครามโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่ไม่ได้นำไปสู่การยุติสงครามแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการลงคะแนนยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักการเมือง รวมถึงพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตบางส่วนเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ทรัมป์กล่าวอ้างว่าเป็นความพยายามที่รวดเร็วและมุ่งเน้นที่จะทำให้อิหร่านยอมจำนน แต่กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังการลงคะแนนนางจายาปาลกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เธอยินดีกับผลการโหวตในสภาผู้แทนราษฎร “นี่ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่จากทุกพรรคเชื่อว่านี่เป็นสงครามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายที่ต้องยุติลง” เธอกล่าว โดยอ้างถึงการเสียชีวิตของทหารและพลเรือน และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากสงครามอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐธรรมนูญสหรัฐให้อำนาจเฉพาะคองเกรสหรือรัฐสภาเท่านั้น ไม่ใช่ประธานาธิบดี ในการอนุมัติให้ใช้กำลังทหารและส่งกองกำลังเข้าไปยังพื้นที่ความขัดแย้งในต่างประเทศได้ แม้จะเคยมีกรณีตัวอย่างสำคัญที่ประธานาธิบดีสั่งปฏิบัติการระยะสั้นเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทันทีก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ ทรัมป์ได้ประกาศยกระดับการโจมตีอิหร่าน หลังจากมีทหารสหรัฐเสียชีวิตเพิ่มเติม โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ทางทหารขั้นรุนแรงต่ออิหร่านและกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตร หลังจากฮูตีได้ยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 2 ลำของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ซึ่งถือเป็นการขยายขอบเขตความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญอีกแห่งหนึ่งสำหรับการขนส่งทางทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820149?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T10:20:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T10:20:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ลูกที่3! จีนเตือนภัย พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819874]]></link><pubDate>2026-07-24T13:41:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819874</guid><description>ลูกที่3! จีนเตือน พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝน-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนประกาศเตือนประชาชนเสี่ยงเผชิญฝนถล่มหนักและน้ำท่ว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ลูกที่3! จีนเตือน พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝน-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนประกาศเตือนประชาชนเสี่ยงเผชิญฝนถล่มหนักและน้ำท่วมรุนแรง เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซร้อนโนอึล ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 3 ของเดือนนี้ที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศจีน โดยคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นและพัดขึ้นฝั่งจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของสถานีอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงระบุว่า ในช่วงเช้าวันนี้พายุโนอึลเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และกำลังบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางตะวันตกที่ความเร็วลมประมาณ 25-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุโซนร้อนลูกนี้จะเคลื่อนตัวอยู่บริเวณฮ่องกงในรัศมี 800 กิโลเมตรในเย็นวันเดียวกันนี้ และคาดว่าลมท้องถิ่นจะทวีกำลังขึ้นตามลำดับทั่วพื้นที่ชายฝั่งตอนใต้ พร้อมฝนตกโปรยปรายถึงวันเสาร์(25 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของจีนแผ่นดินใหญ่คาดการณ์ว่าพายุโนอึลจะพัดขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีนระหว่างเมืองจูไห่ ในมณฑลกวางตุ้ง และเมืองจางผู่ มณฑลฝูเจี้ยน ช่วงคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์นี้ ก่อนเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดินและอ่อนกำลังลงตามลำดับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสะสมในหลายพื้นที่ทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้งและมณฑลฝูเจี้ยนที่ราว 500-600 มิลลิเมตร ขณะที่โดยปกติแล้วในแต่ละปีทั้งสองมณฑลนี้จะมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยราว 2,000 มิลลิเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพัดผ่านมาเยือนของพายุโนอึลเกิดขึ้นหลังจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของจีนได้เผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันรุนแรงและเหตุดินถล่มเมื่อเร็วๆ โดยทีมกู้ภัยจีนยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายกว่า 50 คนหลังเกิดเหตุดินถล่มในเขตเทศบาลนครฉงชิ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819874?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ลูกที่3! จีนเตือนภัย พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ลูกที่3! จีนเตือนภัย พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้</dc:alternative><dc:abstract>ลูกที่3! จีนเตือนภัย พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T06:41:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T06:41:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819563]]></link><pubDate>2026-07-24T11:36:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819563</guid><description>นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง นครนิวยอร์ก หนึ่งในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ต้องเผชิญกับความหวาดผวาอีกครั้งเมื่อพบเหยื่อสองราย เป็นชายชาวเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นครนิวยอร์ก หนึ่งในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ต้องเผชิญกับความหวาดผวาอีกครั้งเมื่อพบเหยื่อสองราย เป็นชายชาวเอเชียและชาวยิวถูกคนร้ายใช้อาวุธแทงทำร้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ใกล้กับเซ็นทรัลพาร์ค บนถนนอัปเปอร์เวสต์ไซต์ เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี(23 ก.ค.)ที่ผ่านมา ก่อนตำรวจนิวยอร์กจะบุกเข้าจับกุมชายผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งไว้ได้และมุ่งการสอบสวนคดีในแนวทางอาชญากรรมแห่งความเกลียดชัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่าเหตุการณ์โจมตีครั้งแรกเกิดบนถนน เวสต์ 84 สตรีทตัดกับเซ็นทรัลพาร์คเวสต์ พบชายชาวเอเชียอายุ 57 ปีถูกแทงเข้าที่ลำตัวเมื่อเวลา 13.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนพบเหยื่อรายที่ 2 เป็นชายชาวยิวอายุ 50 ปี ถูกคนร้ายก่อเหตุแทงทำร้ายบริเวณถนนสาย 86 ตัดกับถนนอัมสเตอร์ดัมใกล้กับโบสถ์ยิว โดยเหยื่อทั้งสองรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมาท์-เซนต์ลุก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสซิกา ทิสช์ ผู้บัญชาารตำรวจนิวยอร์ก เปิดเผยว่า ในตอนแรกเหยื่อรายแรกมีอาการวิกฤต แต่ขณะนี้คาดว่าผู้ประสบเหตุทั้งสองรายจะรอดชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่นานหลังจากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคือ นายราอูล โมราเลส อายุ 51 ปี ได้ที่อาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งบนถนนอัมสเตอร์ดัมช่วงถนนสายที่ 88 และ 89 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุแทงเหยื่อรายที่ 2 ไปเพียงไม่กี่ช่วงตึก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่มีการติดตามตัวบุคคลอื่นเพิ่มเติมในคดีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์กแถลงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังเร่งหาสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุ แต่จากคำให้การของผู้เสียหายและพยานพบว่านายโมราเลสตะโกนคำว่า “อัลเลาะห์ อักบาร์” ในระหว่างการก่อเหตุทั้งสองครั้งและทางหน่วยงานกำลังประเมินว่าเหตุการณ์นี้เข้าข่ายอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะไม่มีประวัติปัญหาทางสุขภาพจิตที่ทางกรมตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) รับทราบมาก่อน แต่การสืบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้อง&amp;#8221; ผู้บัญชาการตำรวจกล่าว และว่า ในขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ ระหว่างนายโมราเลสกับผู้เสียหายทั้งสองรายหรือระหว่างผู้เสียหายด้วยกันเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเชื่อว่านายโมราเลสใช้อาวุธมีคมและไขควงในการก่อเหตุทำร้ายร่างกาย โดยขณะนี้เขายังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า ตนได้รับรายงานสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ทั้งยืนยันข้อมูลตามที่ผู้บัญชาการตำรวจได้ให้ไว้ และกล่าวอีกว่า &amp;#8220;การโจมตีที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและน่ารังเกียจเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ในเมืองของเรา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819563?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง</dc:alternative><dc:abstract>นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T04:36:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T04:36:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819550]]></link><pubDate>2026-07-24T11:08:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819550</guid><description>โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวนักการทูตว่า โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กำลังเผชิญแรงคัดค้าน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวนักการทูตว่า โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กำลังเผชิญแรงคัดค้านก่อนลงมติเพื่อต่อวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของเขา ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคมนี้ จากการที่เขาออกมาแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาต่อการทำสงครามของรัสเซียในยูเครน และปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เติร์ก เป็นนักกฎหมายที่ทำงานกับสหประชาชาติ (UN) มาเป็นเวลาหลายทศวรรษทั้งที่สำนักงานใหญ่สำคัญในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และในภาคสนามรวมถึงที่โคโซโว โดยวาระแรกในการดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของเขาจะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคมปีนี้ ขณะที่หากได้รับการต่ออายุ เติร์กก็จะดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 4 ปีหลังจากนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการ UN ซึ่งเคยทำงานร่วมกับเติร์กอย่างใกล้ชิด และกำลังจะพ้นจากตำแหน่งในเดือนธันวาคมนี้ ได้เสนอชื่อให้เติร์กดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งวาระจนถึงปี 2030&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รัสเซียได้ยื่นข้อเสนอโต้แย้งให้ขยายวาระของเติร์กออกไปเพียง  2 เดือนกว่าๆ หรือจนถึงสิ้นปี 2026 ขณะที่นักการทูต 3 คนกล่าวว่า อิสราเอลก็คัดค้านการขยายอายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กออกไปอีก 4 ปี เช่นเดียวกับสหรัฐได้แสดงความกังขาเช่นกัน เพราะเติร์กเรียกร้องให้มีการสอบสวนการเสียชีวิตในศูนย์กักกันผู้อพยพของสหรัฐ และประณามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ที่เคยคาดว่า การต่ออายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กที่น่าจะได้รับการสนับสนุนด้วยฉันทามติ จะกลายเป็นการลงมติที่มีการแข่งขันและอาจสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักการทูตเผยว่า กุแตร์เรซได้ปรึกษาหารือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ มาหลายเดือนเกี่ยวกับข้อเสนอการต่อวาระของเติร์กมา ซึ่งเป็นกระบวนการที่มุ่งสร้างฉันทามติ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิดในช่วงสุดท้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เติร์กได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากประเทศในยุโรปและหลายประเทศในลาตินอเมริกา ขณะรอยเตอร์ได้เห็นที่บันทึกทางการทูตของสหภาพแอฟริกา (AU) ซึ่งระบุว่า ไม่มีข้อคัดค้านในการต่ออายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กอีก 4 ปี และยังไม่มีผู้สมัครรายอื่นที่เป็นที่ทราบกันว่าได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ กล่าวที่นครนิวยอร์กว่า เลขาธิการสหประชาชาติดำเนินการตามมติและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ และเสริมว่า กุแตร์เรซชื่นชมผลงานที่เติร์กทำตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักการทูตบางรายยังตั้งข้อสังเกตเป็นการภายในว่า ไม่ควรต่อวาระเติร์กออกไปจนครบ 4 ปี แต่ควรปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ต่อไปที่จะพิจารณาแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819550?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน</dc:alternative><dc:abstract>โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T04:08:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T04:08:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11-50.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11-50-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11eeee.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11eeee-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11-50.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11-50-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819389]]></link><pubDate>2026-07-24T09:54:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819389</guid><description>หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม หลังราคาน้ำมันกลับพุ่งสูงขึ้นมาเหนือระดับ 100 ดอล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม หลังราคาน้ำมันกลับพุ่งสูงขึ้นมาเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดพันธบัตร พร้อมกับปลุกความวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อระลอกใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทรงตัวอยู่ที่ 100.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้นถึง 7% ในคืนก่อนหน้า จนแตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือนที่ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงของกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งไม่ต่างจากการปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของตะวันออกกลาง ในสภาวะที่อิหร่านแทบจะปิดการใช้งานช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สองสัปดาห์หลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่มุ่งยุติสงครามล่มสลายลง  กองทัพสหรัฐยังคงเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านต่อเนื่องจนถึงเช้าวันศุกร์ ขณะที่เตหะรานยิงโจมตีประเทศอาหรับเพื่อนบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐเช่นกัน และเนื่องจากยังไม่มีสัญญาณว่าความขัดแย้งจะคลี่คลาย ราคาน้ำมันเบรนท์จึงพุ่งขึ้นเกือบ 40% ในเดือนกรกฎาคมเดือนเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไนเจล กรีน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่ปรึกษาการเงิน deVere Group กล่าวว่า ขณะนี้เส้นทางเดินเรือที่มีการใช้งานหนาแน่นที่สุดของโลกถึง 2 แห่ง กำลังเผชิญภัยคุกคามภายในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว และตลาดการเงินเพิ่งเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรีนกล่าวว่า เมื่อข้อตกลงหยุดยิงล่มสลาย ราคาน้ำมันกลับขึ้นมายืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับลดลงของราคาน้ำมันก่อนหน้านี้ซึ่งเคยเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจกำลังพลิกกลับ และมันดูจะไม่ใช่เพียงการพุ่งขึ้นชั่วคราวของราคาน้ำมัน แต่กลับมาเปิดประเด็นความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ข่าวที่รัฐบาลสหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าถึง 60 ประเทศ ยิ่งซ้ำเติมความกังวลด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมอ้างอิงของหลายประเทศในยุโรปก็ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางต่างๆ อาจต้องหันมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 1 ใน 3 ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยระหว่างการประชุมในเดือนกันยายนถูกคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นราว 70% ด้านธนาคารกลางยุโรปมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ตลาดประเมินว่ามีโอกาสราว 70% ที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเอเชีย ดัชนี MSCI หุ้นเอเชีย-แปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นลดลง 1% ขณะที่ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นร่วง 2.9% และดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ลดลง 3.7%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Nasdaq ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1% หลังบริษัทอินเทลประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด แต่แรงหนุนดังกล่าวอยู่ได้เพียงชั่วคราว ท่ามกลางความกังวลที่กว้างขวางกว่าเกี่ยวกับราคาน้ำมันและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา หลัง Alphabet และ Tesla ซึ่งเป็นสองบริษัทแรกในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายงานผลประกอบการล่าสุดซึ่งทำให้นักลงทุนวิตก เนื่องจากทั้งสองบริษัทใช้เงินสดจำนวนมากในไตรมาสล่าสุดเพื่อทุ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโลหะมีค่าปรับตัวลดลง โดยราคาทองคำลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 4,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงไป 2% ในคืนก่อนหน้า ส่วนราคาเงินทรงตัวที่ 57.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากลดลง 3.4% ในคืนก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819389?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง</dc:alternative><dc:abstract>หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T02:54:44+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T02:54:44+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819330]]></link><pubDate>2026-07-24T07:29:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819330</guid><description>มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5% สหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีใหม่ 60 ประเทศ อ้างเหตุใช้แรงงานบังคับ ทั้งนี้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศบังคับใช้มาตรก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีใหม่ 60 ประเทศ อ้างเหตุใช้แรงงานบังคับ ทั้งนี้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐปี 1974 ต่อประเทศคู่ค้า 60 แห่ง โดยอ้างเหตุผลว่า ประเทศเหล่านี้ขาดกลไกหรือมาตรการที่เข้มงวดเพียงพอในการห้ามและปราบปรามการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการแข่งขันที่เป็นธรรมของภาคการผลิตในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ เพื่อทดแทนการเก็บภาษีชั่วคราวเดิมตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐที่ให้อำนาจฉุกเฉินแก่ประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีซึ่งกำลังจะหมดอายุลง &lt;strong&gt;โดย &lt;span style=&quot;color: #ff0000;&quot;&gt;อัตราภาษีตามมาตรา 122&lt;/span&gt; ดังกล่าวอยู่ที่ 10% ที่รัฐบาลทรัมป์นำมาใช้หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐมีมติสั่งยกเลิกการขึ้นภาษีเป็นวงกว้างของทรัมป์ที่ประกาศใช้กับคู่ค้าสหรัฐทั่วโลก หลังจากที่เขารับตำแหน่งได้ไม่นาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอัตราภาษีใหม่ที่ USTR เพิ่งประกาศนั้นประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีที่ 12.5% ซึ่งเป็นไปตามตามหลักการที่สหรัฐได้แบ่งคู่ค้าออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกที่มีมีการเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10% ซึ่งเป็นคู่ค้ามีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับหรือมีข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ไทยอยู่ในกลุ่มที่ 2 ที่ต้องจ่ายภาษีในอัตรา 12.5% เนื่องจากยังไม่มีกรอบความร่วมมือหรือมาตรการทางกฎหมายที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของสหรัฐ โดยนอกเหนือจากไทยแล้วประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราดังกล่าวยังรวมถึงจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีใหม่ที่ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมดังกล่าว จะครอบคลุมสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ 99.4% แต่มีข้อยกเว้นการเรียกเก็บภาษีกับสินค้าหลายรายการ เช่น น้ำมันและก๊าซ ปุ๋ย และอาหารบางประเภท และการเรียกเก็บภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 301 ดังกล่าว จะทำให้รัฐบาลทรัมป์สามารถคงอัตราภาษีขั้นต่ำสำหรับสินค้านำเข้าของสหรัฐเกือบทั้งหมดได้ และยังมีโอกาสที่จะเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายน้อยกว่า เนื่องจากการใช้มาตรา 301 เคยผ่านการทดสอบในชั้นศาลมาแล้วหลายครั้งและยังคงมีผลบังคับใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐมีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับมานานเกือบหนึ่งศตวรรษ และมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด ถึงเวลาแล้วที่ประเทศคู่ค้าจะต้องทำเช่นเดียวกัน พร้อมระบุว่า มาตรการครั้งนี้จะเริ่มแก้ไขทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติทางการค้าที่บิดเบือนการแข่งขัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เกรียร์เคยให้คำมั่นว่า สำหรับประเทศที่ได้ทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐและมีการกำหนดเพดานอัตราภาษีไว้แล้ว ภาษีใหม่ที่ถูกเรียกเก็บโดยอ้างอิงประเด็นแรงงานบังคับจะไม่ทำให้อัตราภาษีรวมสูงเกินเพดานที่ตกลงกันไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้การตัดสินใจขั้นสุดท้าย สหรัฐจะเรียกเก็บภาษี 10% กับสินค้าจาก อาร์เจนตินา บังกลาเทศ สหราชอาณาจักร กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา และตรินิแดดและโตเบโก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสหภาพยุโรป ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ จะถูกกำหนดอัตราภาษีในลักษณะที่เมื่อรวมกับอัตราภาษีศุลกากรเดิมตามหลักประเทศที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง (MFN) แล้ว จะมีอัตราภาษีรวมอยู่ที่ 10% หรือ 12.5%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอีก 38 ประเทศที่เหลือ จะถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% ซึ่งรวมถึงจีนด้วย โดยสหรัฐกล่าวหาว่าจีนควบคุมตัวชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ไว้ในค่ายแรงงาน ข้อกล่าวหาที่รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งกับฝ่ายจีนว่า สหรัฐมีแผนจะปรับภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในขณะที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 กลับไปอยู่ที่ 20% ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ในการสงบศึกทางการค้าระหว่างการหารือของทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน แต่จะไม่ปรับสูงเกินระดับดังกล่าว ก่อนหน้ามาตรการที่จะมีผลในวันศุกร์ อัตราภาษีของสินค้าจีนได้ลดลงเหลือ 10% โดยยังไม่รวมภาษี 25% ที่ทรัมป์กำหนดไว้ตั้งแต่สมัยแรกกับสินค้าภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819330?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%</dc:alternative><dc:abstract>มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T03:44:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T03:44:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819244]]></link><pubDate>2026-07-23T22:21:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819244</guid><description>น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เนื่องจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เนื่องจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีก และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการชะลอการหมุนเวียนของน้ำมันดิบทั่วโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 6.7 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 100.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันทะเลแดง ซึ่งเป็นการปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญอีกเส้นหนึ่งของตะวันออกกลาง นอกเหนือจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มฮุตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่การตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐ เริ่มเลือนลางลงไปทุกที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819244?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T15:21:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T15:21:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil12-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil12-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5818053]]></link><pubDate>2026-07-23T12:32:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5818053</guid><description>สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายนโยบายด้านกลาโหมฉบับใหญ่ด้วยคะแนนฉิวเฉียดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม แม้ว่าสมาชิกพรรคเดโม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายนโยบายด้านกลาโหมฉบับใหญ่ด้วยคะแนนฉิวเฉียดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม แม้ว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับวงเงินงบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ สงครามกับอิหร่าน และบทบัญญัติที่เพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างกระทรวงกลาโหมสหรัฐกับอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ร่างกฎหมายอนุมัติการใช้จ่ายด้านกลาโหมประจำปีงบประมาณ 2027 (NDAA) ซึ่งอนุมัติวงเงินใช้จ่ายด้านการทหารที่สูงเป็นประวัติการณ์ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 38.5 ล้านล้านบาท ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 216 ต่อ 212 เสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวทางของพรรค โดยสมาชิกพรรครีพับลิกันเกือบทั้งหมดลงมติเห็นชอบร่างกฎหมาย ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตเกือบทั้งหมดลงมติคัดค้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรคเดโมแครตคัดค้านการจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลให้แก่กระทรวงกลาโหม ในขณะที่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสมาชิกพรรครีพับลิกันกำลังตัดลดงบประมาณในโครงการสวัสดิการและโครงการด้านสังคม ทั้ยังคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่านที่ยังดำเนินอยู่และไม่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งใช้งบประมาณไปแล้ว 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรครีพับลิกันให้เหตุผลว่า การใช้งบประมาณด้านกลาโหมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสนับสนุนกองทัพที่กำลังทำสงครามกับอิหร่าน ใช้ในการพัฒนาระบบป้องกันประเทศและจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ตลอดจนจัดสวัสดิการให้กำลังพล เช่น การขึ้นเงินเดือนสูงสุดถึง 7% รวมทั้งก่อสร้างอาคารที่พักทหารและที่พักสำหรับครอบครัวทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกประเด็นหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับสมาชิกพรรคเดโมแครต คือข้อกำหนดในการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางทหารระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีแนวคิดเสรีนิยมจะเรียกร้องให้ลดการสนับสนุนอิสราเอล เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเสียหายร้ายแรงต่อพลเรือนปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยปกติแล้ว ร่างกฎหมาย NDAA ถูกมองจากทั้งสองพรรคการเมืองว่าเป็น &amp;#8220;กฎหมายที่ต้องผ่าน&amp;#8221; เนื่องจากเป็นหนึ่งในร่างกฎหมายสำคัญไม่กี่ฉบับที่สภาคองเกรสโหวตรับรองมาโดยตลอด และได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อเนื่องมาแล้ว 65 ปีติดต่อกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ร่างกฎหมายในปีนี้กำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากความเห็นต่างทางการเมืองภายในรัฐสภารุนแรงกว่าที่ผ่านมา ทั้งในประเด็นขนาดของงบประมาณกลาโหม สงครามกับอิหร่าน ความช่วยเหลือแก่อิสราเอลและยูเครน ตลอดจนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ &amp;#8220;สงครามทางวัฒนธรรม&amp;#8221; เช่น การปฏิบัติต่อกำลังพลข้ามเพศในกองทัพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชะตากรรมของร่าง NDAA ประจำปีงบประมาณ 2027 ยังมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อสมาชิกพรรครีพับลิกันลงมติผนวกร่างกฎหมายนี้เข้ากับ SAVE America Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่ทรัมป์สนับสนุน และมีเป้าหมายเพิ่มความเข้มงวดต่อข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนส่งต่อไปยังวุฒิสภาอย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะส่งผลต่อชะตากรรมของร่าง NDAA อย่างไร เพราะร่างกฎหมาย SAVE America Act ไม่ได้รับเสยงสนับสนุนในวุฒิสภาเพียงพอที่จะผ่านความเห็นชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5818053?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล</dc:alternative><dc:abstract>สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T05:32:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T05:32:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
