หน้าแรก การเมือง สรรเพชญลุยกระ...

สรรเพชญลุยกระบี่ ดันวงแหวนอันดามัน เชื่อมโครงข่ายทางเรือ หนุนท่องเที่ยว

21.08.26 | 17:17 น.

สรรเพชญ ลงพื้นที่กระบี่ ผนึก 3 ส.ส. ภูมิใจไทย ลุยติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือและถนน เร่งยกระดับโครงข่ายคมนาคม รองรับการเดินทาง และการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการท่าเทียบเรือและโครงการทางถนนที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งให้กับประชาชน และยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมี นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายอารยัน รัตนพันธุ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ร่วมลงพื้นที่ พร้อมกันนี้ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่จาก กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง (ทล.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานข้อมูลเพื่อประกอบการสั่งการและวางแผนดำเนินงาน


นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการด้านการขนส่งทางน้ำที่สำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือศาลาด่าน ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา ซึ่งเป็นการซ่อมแซมท่าเทียบเรือโดยสารขนาด 75 x 10 เมตร พร้อมอาคารบริการนักท่องเที่ยวและประติมากรรมตกแต่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต โดยคาดว่าการปรับปรุงจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน 2569

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้จังหวัดกระบี่เป็นแกนนำหลักในการหาเจ้าของพื้นที่ท่าเรือโดยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหาข้อยุติภายใน 15 วัน เพื่อให้สามาาถเร่งดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือบ้านโล๊ะใหญ่ ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือที่มีความสำคัญต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งในด้านการประมงและการท่องเที่ยว โดยเนื่องจากเปิดใช้งานมาเป็นเวลา 25 ปี ส่งผลให้โครงสร้างของท่าเรือเกิดการชำรุด จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและมีความปลอดภัย เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

ขณะเดียวกัน ยังได้ติดตามโครงการเชื่อมโยงทางเรือ “วงแหวนอันดามัน” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงจังหวัดกระบี่ เกาะยาว และจังหวัดภูเก็ต ผ่านท่าเรือข้ามฟาก (เรือเฟอร์รี่) 4 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่ ท่าเรือมาเนาะห์ เกาะยาวน้อย ท่าเรือช่องหลาด เกาะยาวใหญ่ และท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่และภูเก็ตให้เหลือประมาณ 2 ชั่วโมง จากเดิมที่เดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางและการท่องเที่ยวทางทะเลระหว่างพื้นที่ โดยปัจจุบันท่าเรือทั้ง 4 แห่งอยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 2572

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า นอกจากโครงการด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำแล้ว ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการทางถนนในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4037 ช่วงอำเภอเหนือคลอง – เขาพนม (กม.4+319 – กม.21+307) และทางหลวงหมายเลข 4225 ช่วงบ้านในปง – คลองชี (กม.24+237 – กม.46+277) ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4156 ช่วงอำเภอเขาพนม – ทุ่งใหญ่ (กม.0+000 – กม.40+475) ระยะทาง 40.475 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางระหว่างจังหวัดกระบี่และนครศรีธรรมราช ตลอดจนสนับสนุนการขนส่งสินค้าและผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการท่องเที่ยว และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) และได้ดำเนินการเวนคืนที่ดินบางส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินโครงการ

ทั้งนี้ ทล. ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 4206 ช่วงตำบลห้วยน้ำขาว – บ้านเกาะกลาง และทางหลวงหมายเลข 4034 ช่วงปากน้ำกระบี่ – เขาทอง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพระบบคมนาคมขนส่งและสนับสนุนการเดินทางในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบและศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ตนได้กำชับให้ จท. และ ทล. เร่งรัดการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กำหนด พร้อมติดตามและแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยให้คำนึงถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ของประชาชน และความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสำคัญ เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่