หน้าแรก เศรษฐกิจ กกร.ชี้ ขาดแร...

กกร.ชี้ ขาดแรงงานโคม่า พบจุลพันธ์ 25พ.ค.ชงแก้5ข้อ กกพ.เปิดสูตรค่าไฟใหม่

23.05.26 | 06:20 น.

กกร.ชี้ขาดแรงงานโคม่า พบจุลพันธ์ 25พ.ค.ชงแก้5ข้อ กกพ.เปิดสูตรค่าไฟใหม่

นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมว่า ปัญหาสำคัญภาคเอกชนกังวลอย่างมากคือ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาโครงสร้างกำลังแรงงานที่ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานเชิงโครงสร้างในทุกภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการเกิดของประชากรไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำลังแรงงานในประเทศหดตัวลงอย่างชัดเจน

ประกอบกับข้อจำกัดนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ ส่งผลให้ขาดแคลนแรงงานทวีความรุนแรงในหลายระดับทักษะ ทั้งแรงงานไร้ฝีมือ กึ่งฝีมือ และฝีมือ โดยสมาชิกผู้ประกอบการจำนวนมากได้มีหนังสือร้องเรียนมายังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เป็นธุรกิจหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย สะท้อนถึงการประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวอย่างรุนแรง กระทบโดยตรงต่อการดำเนินกิจการ การผลิต การให้บริการ และศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย ภาคเอกชนเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าพบนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. เพื่อยื่นหนังสือและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา พร้อมขอให้นำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่าไทยมีแรงงานต่างด้าวมากกว่า 3.9 ล้านคน งเป็นกำลังสำคัญภาคการผลิต เกษตร ก่อสร้าง และบริการ แต่ยังมีปัญหาคาราคาซัง โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในไทยราว 194,000 คนส่วนใหญ่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุแล้ว หากไม่พิจารณาแก้ไขจะกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและหลุดออกนอกระบบ ทำให้ยากต่อการควบคุม และอาจกลายเป็นปัญหาด้านความมั่นคง ขณะเดียวกันควรเร่งวางแผนบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านกำลังแรงงานของประเทศ

ขอเสนอรัฐบาล 5 ข้อเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะ 1.พิจารณามาตรการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่อยู่ในประเทศไทย และให้มีการตรวจสอบประวัติกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อสร้างการดูแลแรงงานอย่างเป็นระบบภายใต้เงื่อนไขอย่างเคร่งครัดชัดเจน 2.แรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่ได้ออกจากประเทศไทยไปแล้ว หรือลักลอบเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ไม่ควรต่อใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าวทุกกลุ่ม ทุกกรณี 3.ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่มีนายจ้างและอยู่ในประเทศไทย

Advertisement

4.เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการใช้ e-Work Permit ของกรมการจัดหางาน ให้มีความเสถียรและใช้งานสะดวกและมีประสิทธิภาพแก้ปัญหาระบบล่ม คิวเต็ม ทำให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวยื่นขอต่ออายุไม่ทัน และ 5.กระทรวงแรงงาน ควรวางแผนทดแทนแรงงานต่างด้าวในระยะยาว โดยการเพิ่มช่องทางการนำเข้าแรงงานต่างด้าวภายใต้เอ็มโอยูที่มี และเร่งรัดการเจรจากับประเทศต้นทาง เพื่อจัดหาและนำเข้าแรงงานจากประเทศอื่น อาทิ ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินโดนีเซีย เพื่อป้อนภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนอย่างเร่งด่วนต่อไป

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จัดทำกรณีศึกษา 4 กรณี เปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน คาดว่าเริ่มมีผลบังคับช้รอบบิลเดือนกรกฎาคมนี้

สำหรับทั้ง 4 กรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า โดยยังไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าเอฟที และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทั้ง 4 กรณีศึกษา กำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า

โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 กำหนดอัตราค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 201 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบันประมาณหน่วยละ 0.49 – 0.54 บาท จากผลการศึกษาทั้ง 4 กรณี พบว่า ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป จะต้องปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ย 0.54 -1.03 บาทต่อหน่วย หรือมีอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ยอยู่ที่ 4.96- 5.45 บาทต่อหน่วย