หน้าแรก การเมือง เผย คิกออฟ &#...

เผย คิกออฟ ‘โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ’ 20 ส.ค. กระตุ้นศก. 3 เดือนก่อนเงินดิจิทัลออก

2.08.24 | 11:32 น.

‘ภูมิธรรม’ เผยโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เริ่ม 20 ส.ค.-20 พ.ย. นี้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ก่อนเงิน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ออก เล็งจัดมหกรรมสินค้าราคาถูก ลดต้นทุน SME ลดรายจ่ายปชช.

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เป็นประธานว่า การประชุมในวันนี้ได้กราบเรียนนายกรัฐมนตรี และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมหลายกระทรวง เราคิดว่าเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า ประชาชนเดือดร้อนซึ่งเราขอให้ลดดอกเบี้ยก็ดี อะไรหลายๆ อย่างก็ดี แต่ยังมีเสียงคัดค้าน แต่วันนี้มันสะท้อนแล้วว่าประชาชนเดือดร้อนหนักหนาสาหัสมาก เพราะฉะนั้นกว่าจะรอดิจิทัลวอลเล็ตซึ่งควรจะออกมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ค้างคาจนมาสามารถขับเคลื่อนได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 นี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราดำเนินการอยู่คือเราจะจัดมหกรรมสินค้าราคาถูก และการมีส่วนร่วมการลดต้นทุนสินค้าที่จะดำเนินการทั่วประเทศพร้อมกันหมด โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 20 พฤศจิกายน เป็นเวลา 3 เดือน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า โดยมหกรรมสินค้าราคาถูกที่เราจะจัดนั้น อาจจะถึงขั้นไม่คิดค่าแผง ซึ่งเราทำประสบความสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่งที่เราเชิญ sme ทั่วทั้งประเทศมาขายของโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นกิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่เราร่วมมือร่วมใจกันผลักดันกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของรัฐบาลโดยกระทรวงต่างๆ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และก็บริษัทใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไทยเบฟเวอเรจ หรือเครือสหพัฒน์ เป็นต้น รวมกันทั้งหมด เราจะมีการเปิดการค้าขายทั้งประเทศพร้อมกันไปสามเดือน ซึ่งจะช่วยทั้งลดรายจ่ายผู้ประกอบการรายเล็ก ลดภาระผู้บริโภค ให้ได้ซื้อสินค้าราคาถูก โดยเฉพาะสินค้าสำหรับชีวิตประจำวันทั้งหมด และได้ติดต่อประสานงานกับห้างสรรพสินค้าทั้งหมด ทั้งห้างท้องถิ่น หน่วยงานปกครองท้องที่ทุกอย่าง จะร่วมกันกระตุ้น ในเมืองเราจะมีศาลากลางจังหวัดทุกที่ที่จะเปิด และจะไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และที่ที่มีผู้คนเยอะๆ เข้าถึงง่ายและเคลื่อนไหวตลอด

นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะเป็นการจัดการดูแลให้เห็นว่าเราห่วงใยประชาชน โดยการทำงาน 3 เดือนนี้จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ก่อนที่เข้าสู่ดิจิทัลวอลเล็ตที่จะออกมาในไตรมาสสุดท้าย เมื่อเงินออกมาประชาชนสามารถมีกำลังซื้อ และก้าวเข้าสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่จะทำให้เงินหมุนเวียน กำลังซื้อพอมีและสามารถดำเนินการได้ โดยเราทำได้ทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นศาลากลางจังหวัด หรือในกรุงเทพฯ ก็จะมี 13 ตลาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้าทุกส่วนก็จะร่วมโปรแกรมนี้ รวมไปถึงการค้าออนไลน์ทั้งหมด สำหรับประชาชนในระดับชุมชนเราเอาร้านธงฟ้าเป็นรถโมบายเข้าไป โดยกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการประสานงาน สนับสนุนและดำเนินการ ซึ่งจะเป็นการประชุมในวันนี้

ภายหลังการหารือ นายภูมิธรรมได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วง 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม-20 พฤศจิกายน 2567 เสนอท่านนายกฯ ซึ่งรัฐบาลจะร่วมมือกันในการทำ เพราะเห็นถึงความยากลำบากของพี่น้องประชาชน เราคิดว่าเงินดิจิทัลวอลเล็ตล่าช้าไปนิดหนึ่ง มีช่วงว่าง 3 เดือนที่ยังไม่มีอะไรมาทดแทน โครงการนี้จะทำให้มีความพร้อมก่อนเข้าสู่ดิจิทัลวิลเล็ต ช่วยสร้างรายได้ ลดรายจ่ายของพี่น้องประชาชน โดยเน้นที่ SME ผู้ประกอบการรายเล็ก ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่มาช่วย จะเริ่ม Kick off วันที่ 20 สิงหาคมนี้ หลังจากเดินทางไป ครม.สัญจร

Advertisement

โดยเป้าหมายในการลดรายจ่าย เช่น จัดสถานที่ออกร้านให้กับเกษตรกร ผู้ค้ารายย่อยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ค่าเช่าแผง หรือลดราคาให้มากที่สุด ได้เจรจากับกระทรวงมหาดไทยใช้ศาลากลางจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์ประสานงาน มีพาณิชย์จังหวัดขับเคลื่อน และใช้สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดใหญ่ต่างๆทั่วประเทศ และกระทรวงกลาโหมมีพื้นที่ 3,000 กว่าแห่งที่สามารถเข้าไปใช้ได้ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวขายสินค้าเป็นกรณีพิเศษ และจะมีรถของกลาโหมมาทำรถโมบาย นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขจะใช้ อสม.ลงพื้นที่ประสานงานท้องที่ และสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีรถธงฟ้า เราจะส่งเสริมให้ประชาชนขายผ่านรถพุ่มพวงโดยเราจะส่งสินค้า อาทิ หมู ไก่ น้ำตาล น้ำมัน สินค้าอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

หลังจากวันที่ 20 สิงหาคมนี้ จะเปิดพร้อมกันทั่วประเทศ ทุกจังหวัด เป็นความร่วมมือกันของภาครัฐ กระทรวงต่างๆ ภาคเอกชนและสมาคมต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้ง สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย กลุ่มบริษัทผู้ผลิตสินค้า ยูนิลิเวอร์ ไทยเบฟเวอเรจ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งท่านนายกฯสั่งการให้ไม่กระทบร้านค้ารายย่อย เราจะดึงร้านค้ารายย่อยให้มีส่วนร่วมในโครงการนี้ และเมื่อลดค่าใช้จ่ายเกษตรกรผู้ผลิตก็ต้องไม่ถูกกดราคา ประเมินขั้นต้นว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชนได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นพื้นฐานก่อนที่ดิจิทัลวอลเล็ตออก ให้ประชาชนสามารถเพิ่มการลงทุน ค้าขายได้ทั่วประเทศ ถือเป็นมติให้ดำเนินการและกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานทั้งหมด