<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804437]]></link><pubDate>2026-07-13T18:11:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804437</guid><description>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของฝั่งยุโรปสัญชาติ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของฝั่งยุโรปสัญชาติเยอรมนี อาจจำเป็นต้องปลดพนักงานเพิ่มอีกประมาณ 50,000 ตำแหน่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนทัดเทียมกับบริษัทคู่แข่งรายอื่นได้ ซึ่งถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่าค่ายผลิตรถยนต์ยุโรปรายใหญ่นี้กำลังวางแผนที่จะลดตำแหน่งงานสูงสุดถึง 100,000 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย โอลิเวอร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร(ซีอีโอ) ได้แจ้งถึงแผนการนี้แก่พนักงานผ่านบันทึกภายในบริษัทที่ทางรอยเตอร์ได้เห็นในวันนี้ ซึ่งเขาระบุว่าหลังจากได้ตกลงที่จะลดพนักงานไปแล้ว 50,000 ตำแหน่งทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทในเครืออย่าง Porsche และ Audi แล้วนั้น บริษัทยังจำเป็นต้องลดต้นทุนเพิ่มเติม หลังจากประเมินว่าบริษัทยังมีต้นทุนสูงกว่าบริษัทคู่แข่งในระดับเดียวกันอยู่ถึง 20%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลในบันทึกภายในดังกล่าวระบุว่า นั่นหมายความว่าในทางทฤษฎี Volkswagen อาจต้องปลดพนักงานเพิ่มอีก 50,000 ตำแหน่งทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขณะนี้เรากำลังประเมินในทุกแบรนด์ ทุกบริษัท และทุกภูมิภาค ว่าจำเป็นต้องมีการปรับลดมากน้อยเพียงใดและสามารถดำเนินการได้จริงในระดับไหนบ้าง&amp;#8221; บลูมระบุในบันทึกภายในดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ Volkswagen ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวที่ระบุว่าบริษัทกำลังพิจารณามาตรการที่อาจส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานมากถึง 100,000 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บันทึกภายในนี้มีขึ้นหลังจากที่กลุ่มคนงานแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งบลูมได้นำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลของบริษัทเมื่อวันพฤหัสบดี(9 ก.ค.)ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่า ตัวแทนฝ่ายแรงงานในคณะกรรมการฯได้คัดค้านข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่ารวมถึงการลดจำนวนพนักงานและการอาจต้องปิดโรงงานจำนวน 4 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในบันทึกภายใน บลูมระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าโรงงานในเมือง Emden, Hanover, Zwickau และ Neckarsulm ยังจะมีบทบาทที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดอย่างไรในช่วงทศวรรษ 2030 ซึ่งเขาต้องการหาทางออกที่ชาญฉลาดมากกว่าการปิดโรงงาน โดยก่อนหน้านี้เขาเคยเสนอแนวทางเลือกสำหรับโรงงานที่มีกำลังการผลิตเหลือเฟือหรือยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ เช่น การปรับเปลี่ยนไปรองรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หรือการผลิตรถยนต์ Volkswagen รุ่นที่จำหน่ายในจีนเพื่อนำมาจำหน่ายในยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804437?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง</dc:alternative><dc:abstract>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T11:11:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T11:11:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804094]]></link><pubDate>2026-07-13T16:20:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804094</guid><description>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อนแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อนแล้วในวันอาทิตย์(12 ก.ค.)ไม่กี่ชั่วโมงหลังพัดขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีน ได้ก่อให้เกิดฝนตกและน้ำท่วมรุนแรงในมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือและมณฑลเหลียวหนิง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ส่งผลให้ถนนหลายสายจมอยู่ใต้น้ำและสามารถเห็นรถยนต์จำนวนมากถูกกระแสน้ำพัดพาไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีรายงานว่าในมณฑลเจ้อเจียง ประชาชนกว่า 2.2 ล้านคน ได้รับการอพยพ เนื่องจากผลกระทบจากพายุบาหวี่ โดยในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงเช่นกัน ได้มีการอพยพประชาชนกว่า 290,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยง และในมณฑลฝูเจี้ยนมีการอพยพประชาชนมากกว่า 180,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานว่า ที่เมืองเยว่ชิง เมืองชายฝั่งซึ่งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงเช่นกันมีต้นไม้หักโค่นล้มลงมากกว่า 1,300 ต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าสนามบินนานาชาติผู่ตงและสนามบินนานาชาติหงเฉียวในนครเซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกรวมประมาณ 653 เที่ยวบิน เนื่องจากอิทธิพลของพายุบาหวี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ที่เมืองกวนเฉิง ในมณฑลเหอเป่ย์ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหลวน มีระดับน้ำท่วมท้องถนนสูงกว่า 2 เมตร ภาพเหตุการณ์ที่มีการบันทึกไว้ได้แสดงให้เห็นรถยนต์หลายสิบคันลอยไปตามกระแสน้ำขุ่นอันเชี่ยวกรากที่พัดพาไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่ามีชาวบ้านในเมืองนี้ราว 1,800 คน ติดอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดหาที่พักพิงใหม่ให้กับผู้ประสบภัยเหล่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิทธิพลของพายุบาหวี่ยังส่งผลให้โรงเรียนและภาคธุรกิจในหลายพื้นที่ต้องปิดทำการ รวมถึงในมณฑลจี๋หลิน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การสัญจรทั้งทางบกและอากาศได้รับผลกระทบ โดยบริษัทไชนา เรลเวย์ ระบุว่า บริการรถไฟหลายสายในเมืองเสิ่นหยางต้องระงับการให้บริการ โดยมีเส้นทางรถไฟกว่า 30 สายที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้มีรายงานว่าในบางพื้นที่ทางตอนกลางและตอนเหนือของมณฑลเจียงซูของจีน ยังประสบกับพายุฝนฟ้าคะนองหรือพายุลูกเห็บที่มีกำลังรุนแรงระดับ 10 หรือมากกว่านั้นพัดถล่มด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;Typhoon Bavi triggers flooding in northern China&quot; width=&quot;422&quot; height=&quot;750&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/dwVtp-LhL9c?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804094?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน</dc:alternative><dc:abstract>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T09:20:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T09:20:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803462]]></link><pubDate>2026-07-13T13:03:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803462</guid><description>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลทางการระบุว่าประเทศต่างๆ ในยุโรปมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตรวมกันพุ่งทะลุมา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลทางการระบุว่าประเทศต่างๆ ในยุโรปมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตรวมกันพุ่งทะลุมากกว่า 10,000 ราย ในระหว่างที่คลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์แผ่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ทางตะวันตกของทวีปยุโรปในช่วงปลายเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก EuroMOMO ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป(ECDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่หรือมากกว่า 9,000 รายนั้น เป็นผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งนายลาสเซอ เวสเตอร์การ์ด หัวหน้าแพทย์ประจำสถาบัน Statens Serum Institut ของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการ EuroMOMO กล่าวว่า การมียอดผู้เสียชีวิตสูงมากถึงระดับนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวของปี ถือเป็นเรื่องผิดปกติและเป็นตัวเลขที่สูงมากซึ่งยากจะอธิบายสาเหตุของยอดผู้เสียชีวิตที่สูงขนาดนี้ด้วยปัจจัยอื่นนอกเหนือไปจากสภาพอากาศร้อนจัดที่รุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สภาพอากาศที่ร้อนจัดสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้โดยตรงจากการเกิดโรคลมแดด (heat stroke) หรือถูกซ้ำเติมด้วยอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์อ้างนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น หากปราศจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้คลื่นความร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขผู้เสียชีวิตข้างต้นรวบรวมมาได้จากสถิติการเสียชีวิตทั่วประเทศใน 27 ชาติยุโรป ซึ่งครอบคลุมจากทุกสาเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนเท่านั้น โดยเป็นข้อมูลในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นความร้อนทวีความรุนแรงสูงสุดในฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าไม่มีปัจจัยสำคัญอื่นใดที่ทราบแน่ชัด เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะส่งผลให้ยอดอัตราผู้เสียชีวิตที่สูงเกินกว่าปกติถึง 10,650 รายในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงปลายเดือนมิถุนายนยังส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟฟ้า ทำให้ต้องปิดโรงเรียน และทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนทำลายสถิติเดิมในฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของ Sciensano ซึ่งเป็นสถาบันสาธารณสุขของเบลเยียมระบุว่า อัตราการเสียชีวิตที่สูงเกินปกติของเบลเยียมในช่วงคลื่นความร้อนที่ผ่านมานั้นสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเหตุการณ์คลื่นความร้อนครั้งอื่นๆ นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปีค.ศ. 2000&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อีกชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวันจันทร์(13 ก.ค.)ยังประเมินว่า เฉพาะในพื้นที่อังกฤษและเวลส์ มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนจำนวน 2,700 ราย ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนเมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803462?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป</dc:alternative><dc:abstract>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T06:05:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T06:05:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183602Z_1280137600_RC2DCMAHMNHI_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183602Z_1280137600_RC2DCMAHMNHI_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803210]]></link><pubDate>2026-07-13T11:31:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803210</guid><description>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ บรรดาสื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี เดอะการ์เดียน และ อัลจาซีรา ต่างรายงานข่าวเหตุการณ์เพลิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บรรดาสื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี เดอะการ์เดียน และ อัลจาซีรา ต่างรายงานข่าวเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ร้านผับบาร์ชื่อดังในใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกคืนวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลดจำนวน 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 63 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 22 ราย โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทางการไทย โดยรอยเตอร์ระบุว่าเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานอ้างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.57 น.ของวันอาทิตย์ว่า เราพบศพแล้ว 27 ราย ส่วนคนอื่นอยู่ระหว่างการส่งไปยังโรงพยาบาล พร้อมกับอ้างคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตว่าไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วพร้อมกับกลุ่มควันหลังเกิดไฟไหม้ขึ้น ส่งผลให้หลายคนพากันวิ่งไปยังด้านหลังใกล้กับห้องน้ำ แต่ไม่มีทางหนีไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์ยังอ้างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ร้านนี้ได้รับใบอนุญาตถูกต้องและมีทางหนีไฟ แต่เนื่องจากเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและมีควันปกคลุมไปทั่วร้าน จึงอาจทำให้ลูกค้าหนีออกมาได้ยากลำบาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่ามีคลิปวิดีโอหลายคลิปที่มีผู้บันทึกเหตุการณ์ไฟไหม้ดังกล่าวไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นเปลวไฟที่ลุกโชนพวยพุ่งออกมาจากร้านและสภาพที่เกิดเหตุภายหลังไฟถูกดับมอดลงซึ่งแสดงให้เห็นสภาพความเสียหายภายในร้านที่ถูกไฟเผาไหม้วอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานภาพเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันรวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของนายอนุทินที่อ้างนักดนตรีคนหนึ่งซึ่งกำลังแสดงอยู่ในผับบอกเขาว่าเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากสวิตช์ไฟใกล้กับเวทีก่อนที่ไฟจะดับ จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดและควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีอ้างการเปิดเผยของนายชัชชาติเช่นกันว่า มีผู้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 63 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 22 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบุตัวตนของผู้ประสบเหตุ เนื่องจากหลายคนไม่มีบัตรประจำตัวหรืออยู่ในภาวะหมดสติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีรายงานว่า ประเทศไทยเคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมในลักษณะคล้ายกันนี้มาหลายครั้งแล้วในอดีตที่ผ่านมา โดยในปี 2565 มีผู้เสียชีวิต 14 รายในเหตุไฟไหม้ผับแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศ และเหตุการณ์ไฟไหม้ผับซานติก้า ในกรุงเทพฯ ช่วงฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อวันที่ 1 มกราคมปี 2552 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 66 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 คน โดยมีสาเหตุมาจากการจุดพลุดอกไม้ไฟภายในร้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเดอะ การ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับดังในเขตจตุจักรแห่งนี้ และอ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบถามข้อมูลจากทางการไทย เพื่อตรวจสอบว่ามีชาวออสเตรเลียได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านกงสุล ชาวออสเตรเลียคงจะรู้สึกตกใจเมื่อได้ทราบข่าวการสูญเสียชีวิตอันน่าสลดใจจากเหตุไฟไหม้ร้านอาหารในกรุงเทพฯ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน” โฆษกกระทรวงต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803210?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ </dc:alternative><dc:abstract>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T04:31:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T04:31:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803022]]></link><pubDate>2026-07-13T10:17:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803022</guid><description>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 2,700 คน ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงผิดปกติในสหราชอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 2,700 คน ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงผิดปกติในสหราชอาณาจักรช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขดังกล่าวมาจากการประเมินของคณะนักวิจัยของอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร และคณะเวชศาสตร์เขตร้อนและสุขอนามัยแห่งลอนดอน โดยอ้างอิงจากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่เกี่ยวกับอันตรายของสภาพอากาศร้อนจัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงคลื่นความร้อนของเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ โดยอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 37.7 องศาเซลเซียส ที่เมืองลิงวูด มณฑลนอร์ฟอล์ก ทำลายสถิติเดิมที่ 35.6 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยบันทึกไว้เมื่อปี 1957&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางการได้ประกาศเตือนภัยความร้อนระดับสีแดง ซึ่งเป็นการเตือนระดับสูงสุดในพื้นที่บางส่วนของอังกฤษและเวลส์ พร้อมเตือนว่าอากาศร้อนจัดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แม้แต่กับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน อุณหภูมิในเดือนพฤษภาคมก็พุ่งสูงทำสถิติใหม่เช่นกัน โดยอุณหภูมิที่ สวนคิวแตะ 35.1 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม สูงกว่าสถิติเดิมที่ 32.8 องศาเซลเซียส ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ปี 1922 และเป็นความร้อนเทียบเท่ากับปี 1944&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า คลื่นความร้อนทั้งสองระลอกเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า &amp;#8220;โดมความร้อน&amp;#8221; ซึ่งเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงที่หยุดนิ่งปกคลุมพื้นที่เป็นเวลานาน ทำให้อากาศร้อนถูกกักเก็บอยู่เหนือภูมิภาคนั้นและไม่สามารถระบายออกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยระบุว่า โดมความร้อนครั้งนี้มีความรุนแรงมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม และเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวทำให้อุณหภูมิสูงสุดที่วัดได้ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนสูงขึ้นอีกประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในหลายคืนยังเกิดปรากฏการณ์ &amp;#8220;คืนเขตร้อน&amp;#8221; หรือช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิยังคงสูงผิดปกติ ทำให้แทบไม่มีช่วงผ่อนคลายจากความร้อนแม้ในเวลากลางคืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การศึกษาครั้งนี้ใช้ข้อมูลสถิติการเสียชีวิตในช่วงหลายปีก่อนหน้า มาสร้างแบบจำลองและประมาณการจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนปี 2026 อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานเกี่ยวกับระดับผลกระทบของความร้อนที่มีต่อประชาชน ดังนั้น ตัวเลขจริงอาจแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดร.แคลร์ บาร์นส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศสุดขั้วและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า หากการเผยแพร่ตัวเลขประมาณการเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนตระหนักว่าคลื่นความร้อนมีอันตรายเพียงใด และทำให้พวกเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับมือกับคลื่นความร้อนครั้งต่อไป จนสุดท้ายตัวเลขที่เราประเมินไว้สูงเกินจริง เธอก็จะยินดีอย่างยิ่ง เพราะตัวเลขเหล่านี้สูงมาก และเราไม่อยากเห็นมีผู้เสียชีวิตมากมายขนาดนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803022?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ</dc:alternative><dc:abstract>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T03:17:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T03:17:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802773]]></link><pubDate>2026-07-12T18:58:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802773</guid><description>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม หลังเสร็จสิ้นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม หลังเสร็จสิ้นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับ นายติน หม่อง ชเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา รวมถึงการหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบขยายเรื่องเมียนมา เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ได้แถลงข่าวร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยลาซาโรกล่าวแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจของรัฐบาลฟิลิปปินส์ต่อนายสีหศักดิ์และไทย ที่ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและจัดเตรียมการต่าง ๆ เป็นอย่างดียิ่งในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญเกี่ยวกับเมียนมา นอกจากนี้ พร้อมกับขอขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศสมาชิกอาเซียนทุกท่านที่เดินทางมาร่วมประชุมและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการประชุมวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยยึดหลักตามแถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 46 ซึ่งประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ได้กล่าวไว้ว่า เมียนมายังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญและแยกออกจากอาเซียนไม่ได้ และพัฒนาการที่เกิดขึ้นในเมียนมาทำให้พวกเราจำเป็นต้องทบทวนและกำหนดแนวทางใหม่ว่า อาเซียนควรมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างไรจึงจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวทางของอาเซียนต่อเมียนมากำลังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมของเราในวันนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เรามีความตั้งใจที่จะก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และช่วยสนับสนุนให้เมียนมาบรรลุทางออกที่สันติและยั่งยืน โดยยึดหลักฉันทามติ 5 ข้อ เป็นกรอบสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์และไทยได้ร่วมกันจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับนายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม และถือเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบปะหารือแบบพบหน้ากันกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อปี 2564&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราได้รับฟังการบรรยายสรุปอย่างครอบคลุมจากฝ่ายเมียนมา ซึ่งได้อธิบายสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงภายในประเทศอย่างละเอียด รวมทั้งความพยายามของรัฐบาลเมียนมาในการดำเนินมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ตลอดจนประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างการประชุม อาเซียนได้ยืนยันอีกครั้งว่า ฉันทามติ 5 ข้อยังคงเป็นกรอบอ้างอิงหลักของอาเซียนในการรับมือกับสถานการณ์ในเมียนมา รวมถึงเป็นหลักการพื้นฐานในการดำเนินความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับเมียนมา โดยได้หารือเชิงลึกถึงแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในประเด็นต่างๆ เช่น การยุติความรุนแรง การส่งเสริมการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในประเด็นการยุติความรุนแรง เราได้รับทราบถึงความพยายามของทางการเมียนมาในการเชิญทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจา รวมถึงได้รับทราบมาตรการของทางการเมียนมาในการปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วน และการย้ายนางออง ซาน ซูจี ไปยังสถานที่พำนักที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อาเซียนเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นเพื่อยุติการสู้รบ โดยเฉพาะการยุติการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ดิฉันขอร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศสมาชิกอาเซียนในการเรียกร้องให้เกิดพัฒนาการเชิงบวก โดยเฉพาะในประเด็นสถานะของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเดินหน้าสู่กระบวนการเจรจาทางการเมืองระดับชาติที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802807&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1984&quot; height=&quot;1328&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg 1984w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1024x685.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-627x420.jpg 627w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1984px) 100vw, 1984px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับความพยายามด้านมนุษยธรรม เราได้เน้นย้ำอย่างต่อเนื่องถึงความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมสามารถปฏิบัติงานในเมียนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับทราบถึงคำมั่นของรัฐบาลเมียนมาในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา ดิฉันได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงแผนการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายความร่วมมือด้านความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ร่วมกับศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) องค์กรด้านมนุษยธรรม และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องของอาเซียนและเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะไม่ใช่การประชุมอาเซียนอย่างเป็นทางการ แต่เราถือว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของการหารือที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมียนมาจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้ตามเป้าหมายของฉันทามติ 5 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการยุติการสู้รบ การส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองระดับชาติที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่าย และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้เราจะรับทราบถึงก้าวเชิงบวกที่เมียนมาได้ดำเนินการ แต่ก็ยังมีหลายด้านที่จำเป็นต้องปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นการยุติการสู้รบ การส่งเสริมการเจรจาที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา ดิฉันพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้เมียนมาสามารถค้นหาทางออกจากวิกฤตที่สันติและยั่งยืน ซึ่งต้องเป็นกระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของและเป็นผู้ขับเคลื่อนด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระยะต่อไป ดิฉันหวังว่าการประชุมอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างอาเซียนกับเมียนมามากยิ่งขึ้น โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของฉันทามติ 5 ข้อ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยให้เราขยับเข้าใกล้การบรรลุแนวทางแก้ไขวิกฤตเมียนมาที่สันติและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802803&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2508&quot; height=&quot;1672&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg 2508w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-2048x1365.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2508px) 100vw, 2508px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายสีหศักดิ์ได้ขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ที่ได้ร่วมเป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ เรามีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา รวมทั้งหารือกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนด้วยกันเอง อย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย และสร้างสรรค์ เกี่ยวกับแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยสนับสนุนแนวทาง &amp;#8220;การมีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีเงื่อนไข&amp;#8221; โดยแนวทางที่เรากำลังผลักดันนั้น เป็นยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติตาม ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศต่างยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะมียุทธศาสตร์อย่างไรในการทำให้ฉันทามติ 5 ข้อเกิดผลเป็นรูปธรรม และผมขอเน้นย้ำว่า แนวทางการกลับมามีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ เป็น กระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายต่างต้องดำเนินการไปควบคู่กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายอาเซียนกำลังยื่นมือเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ รับฟังสิ่งที่ฝ่ายเมียนมาต้องการสื่อสาร และรับฟังพัฒนาการล่าสุดที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ฝ่ายเมียนมาก็จำเป็นต้องยื่นมือเข้าหาอาเซียนเช่นกัน ด้วยการตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนและของประชาคมระหว่างประเทศ เพราะสิ่งที่เราทุกคนต้องการคือ สันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาได้บรรยายสรุปให้เราทราบถึงสิ่งที่รัฐบาลเมียนมากำลังดำเนินการ ทั้งในด้านกระบวนการสันติภาพ กระบวนการทางการเมือง ตลอดจนประเด็นอื่นๆ เช่น การปราบปรามขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ตามแนวชายแดน และยังได้อธิบายถึงแนวทางที่รัฐบาลเมียนมาตั้งใจจะดำเนินการต่อไปเพื่อผลักดันกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ฝ่ายอาเซียนได้สื่อสารอย่างชัดเจนถึง ความคาดหวังของเราว่าเราต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้นในระยะต่อไป เราตระหนักดีและมองสถานการณ์อย่างเป็นจริงว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถบรรลุผลได้ในชั่วข้ามคืน แต่เราเชื่อว่าในที่สุดแล้วก็สามารถบรรลุผลได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องทีละขั้นตอน เป็นความคืบหน้าที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าความคาดหวังของอาเซียนต่อไปคืออะไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประการแรก คือการขยายพื้นที่สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา จะเดินทางเยือนเมียนมาเพื่อปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม และหารือถึงแนวทางที่อาเซียนจะสามารถร่วมมือกับเมียนมาในการขยายการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประการที่สอง เราขอเรียกร้องให้มีการลดความรุนแรงลงอีก โดยเฉพาะความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพลเรือน นอกจากนี้ เรายังเรียกร้องให้มีการเดินหน้าการเจรจาอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้วยความหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะนำไปสู่การปรองดองแห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เราอยากเห็นความพยายามในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น เช่น การปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพิ่มเติม รวมถึงการมีพัฒนาการเชิงบวกเพิ่มเติมในกรณีของนางออง ซาน ซูจี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมคิดว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เราจำเป็นต้องเดินหน้ากระบวนการมีส่วนร่วมนี้ต่อไป ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจบลง และในขณะเดียวกัน เราก็มีความคาดหวังที่หวังว่าฝ่ายเมียนมาจะพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการในระยะต่อไปจะต้องเป็น กระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของ และเมียนมาเป็นผู้มีบทบาทนำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พวกเราในฐานะมิตรประเทศ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และในฐานะสมาชิกอาเซียนร่วมกัน เพราะเมียนมายังคงเป็นสมาชิกของอาเซียน เรายังคงพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน เพื่อให้เมียนมาสามารถกลับคืนมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ระบุว่า การเชิญเมียนมามาประชุมจะทำให้เกิดความกังวลหรือความเสี่ยงหรือไม่ว่า เธอไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม ยังมองว่านี่เป็นพัฒนาการในเชิงบวก เพราะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่กระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้นในสมัยที่บรูไนดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาแบบพบหน้ากัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างที่นายสีหศักดิ์กล่าว มีสัญญาณบางประการที่สะท้อนให้เห็นว่ากำลังเกิดความเคลื่อนไหว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ดิฉันตั้งใจจะเดินทางไปดำเนินการในเมียนมา รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายเมียนมาแสดงความพร้อมที่จะออกใบอนุญาตให้สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่บางแห่ง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวอย่างมากสำหรับรัฐบาลเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายสีหศักดิ์ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ในขั้นตอนเดียว หรือภายในช่วงเวลาสั้นๆ แต่คิดว่าสถานการณ์กำลังค่อยๆ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไป และการมีส่วนร่วมในลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของเราก็คือ การพบปะกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เราจะไม่ได้พบเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาเท่านั้น แต่เรายังมีแผนที่จะพบกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วย ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังทำจึงไม่ใช่การรับฟังหรือมีปฏิสัมพันธ์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว แต่เราต้องการดำเนินการอย่างเป็นกลางและให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรกล่าวว่า เชื่อว่าในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จะจัดขึ้นที่กรุงมะนิลาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่มีการหยิบยกขึ้นในการประชุมครั้งนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการหารือในการประชุมดังกล่าวเช่นกัน คิดว่าสถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่คงไม่อาจกำหนดกรอบเวลาใดๆ ได้ เพราะนี่คือกระบวนการที่ต้องค่อยๆ ดำเนินไป แต่บางครั้ง ตัวกระบวนการเองมีความสำคัญมากกว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่เราจะไปถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรยังกล่าวอีกว่า การที่เราได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาในวันนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญ เพราะครั้งล่าสุดที่มีการพบหารือกับเมียนมา น่าจะเป็นเมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่อาเซียนออกฉันทามติ 5 ข้อ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการประชุมในลักษณะนี้อีก ดังนั้น การพบกันในวันนี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อาเซียนได้กำหนดเส้นตายใดๆ ไว้ เพราะการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเมียนมา ซึ่งยังไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเป็นมติที่ผู้นำอาเซียนร่วมกันตัดสินใจ หากพิจารณาในแง่นี้ การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายปี จะถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อาเซียนจะทบทวนและประเมินว่า เมียนมามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในประเด็นหลักต่างๆ หรือไม่ และจะเป็นโอกาสสำคัญในการพิจารณาสถานะและการมีส่วนร่วมของเมียนมาภายในอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ในระหว่างการบรรยายสรุป รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ยืนยันว่า นางออง ซาน ซูจี ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และบอกว่าเธอสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่จำเป็น และมีสุขภาพแข็งแรง ขณะที่อาเซียนแสดงความเห็นว่า หากผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนได้รับโอกาสให้เข้าพบนางออง ซาน ซูจี ด้วยตนเอง ก็จะเป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่า เพราะจะทำให้อาเซียนสามารถตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ชี้แจงต่อที่ประชุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน ที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ยืนยันต่อหน้ารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทุกคนว่า นางออง ซาน ซูจีได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังคงพร้อมที่จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจาระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ โดยเฉพาะกลุ่มที่ปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนด้านที่ติดกับประเทศไทย ขณะนี้ กระบวนการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการและเตรียมการในหลายด้าน แต่คงต้องขอให้รอจนกว่าการพบหารือเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเสียก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802773?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย</dc:alternative><dc:abstract>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T12:10:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T12:10:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2508</mi:x1><mi:y1>1672</mi:y1><mi:x2>2508</mi:x2><mi:y2>1672</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2508</mi:x1><mi:y1>1672</mi:y1><mi:x2>2508</mi:x2><mi:y2>1672</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1984</mi:x1><mi:y1>1328</mi:y1><mi:x2>1984</mi:x2><mi:y2>1328</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802553]]></link><pubDate>2026-07-12T16:06:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802553</guid><description>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รายงานการติดตามสถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางในวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า กระทร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รายงานการติดตามสถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางในวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า กระทรวงกลาโหมกาตาร์ เปิดเผยว่า กองทัพกาตาร์ได้สกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธจำนวนหนึ่งที่มุ่งเป้ามายังรัฐกาตาร์ ซึ่งต่อมา กระทรวงมหาดไทยกาตาร์ รายงานว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการตามแผนปฏิบัติการตอบสนองทันที และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเศษซากที่ตกลงมาจากปฏิบัติการสกัดกั้นดังกล่าวจำนวน 3 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเมื่อได้รับสัญญาณแจ้งเตือน และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลือ ภาพ หรือวิดีโอ ซึ่งผู้เผยแพร่อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการกาตาร์เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบางและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือให้คนไทยทุกท่านยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการกาตาร์ โดยมีสติและระมัดระวัง หากอยู่นอกอาคารเมื่อได้รับสัญญาณเตือนภัย ขอให้รีบหาที่กำบังและอยู่ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข +974 3380 9062 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802553?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T09:06:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T09:06:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802516]]></link><pubDate>2026-07-12T15:41:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802516</guid><description>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา สำนักพระราชวังอามิรี ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสูงสุดของรัฐกาตาร์ ประกาศเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี อดีตเจ้าผู้ครอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอามิรี ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสูงสุดของรัฐกาตาร์ ประกาศเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า&lt;strong&gt; ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี&lt;/strong&gt; อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ผู้ทรงพลิกโฉมกาตาร์ ประเทศที่มีรากฐานเป็นสังคมชาวเบดูอินและก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้วด้วยพระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชีคฮาหมัดทรงดำรงตำแหน่งเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ตั้งแต่ปี 2538 ถึงปี 2556 ก่อนจะทรงสละราชสมบัติให้แก่พระโอรส คือ &lt;strong&gt;ชีคทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี&lt;/strong&gt; ซึ่งทรงเป็นเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์พระองค์ปัจจุบันของประเทศอ่าวอาหรับที่ร่ำรวยด้วยก๊าซธรรมชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอามิรีได้ประกาศการถึงแก่อสัญกรรมของสมเด็จพระบรมชนก ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี ในเช้าวันอาทิตย์ ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาดวงวิญญาณของพระองค์ และประทานผลตอบแทนอันประเสริฐที่สุดสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างคุณูปการไว้แก่บ้านเมืองและประชาชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ชีคฮาหมัดทรงยกระดับบทบาทของกาตาร์บนเวทีโลกอย่างมาก ผ่านการพัฒนาเครือข่ายโทรทัศน์อัลจาซีรา (Al Jazeera) ให้กลายเป็นสื่อข่าวระดับนานาชาติ รวมทั้งการผลักดันจนกาตาร์ได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ได้สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้กาตาร์จะเป็นประเทศขนาดเล็ก มีประชากรมากกว่า 2.5 ล้านคน แต่ปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นประเทศที่มีอำนาจด้านการลงทุนในระดับโลก และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทูตตะวันออกกลาง รวมถึงในแวดวงสื่อมวลชนระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชีคฮาหมัดทรงส่งมอบอำนาจการปกครองให้แก่ชีคทามิม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 นับเป็นการสละราชสมบัติที่เกิดขึ้นได้ยากในหมู่ผู้ปกครองประเทศราชวงศ์ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อให้การถ่ายโอนอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้ พระองค์เองก็เคยเสด็จขึ้นครองอำนาจด้วยการรัฐประหารที่ปราศจากการนองเลือดต่อพระราชบิดาของพระองค์ในปี 2538&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802516?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา</dc:alternative><dc:abstract>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T08:41:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T08:41:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802483]]></link><pubDate>2026-07-12T15:19:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802483</guid><description>สงครามอิหร่านของทรัมป์ ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ หลังจากเหตุสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเงียบสงบได้สักพัก เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MOU) แต่ผ่านไปเพียง 3 สัปดาห์การเปิดฉากโจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สงครามอิหร่านของทรัมป์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเหตุสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเงียบสงบได้สักพัก เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MOU) แต่ผ่านไปเพียง 3 สัปดาห์การเปิดฉากโจมตีตอบโต้ระลอกใหม่ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง เพียงไม่นานที่มีรายงานว่าเรือพาณิชย์ 3 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทุกฝ่ายเชื่อว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ทำให้ &lt;strong&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/strong&gt; ต้องสั่งการให้มีการโจมตีเพื่อสั่งสอนที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างกัน ขณะที่อิหร่านก็ยืนยันว่าสหรัฐเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่อิหร่านมีสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติการสู้รบในเลบานอนที่อิสราเอล พันธมิตรของสหรัฐยังไม่ยอมรามือจากพื้นที่ที่ยึดครองไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ประกาศระหว่างเข้าร่วมประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่า ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติความขัดแย้งนั้นไม่มีผลอีกต่อไป และสั่งการให้มีการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ต่อเนื่อง ด้านอิหร่านก็โจมตีตอบโต้กลับโดยพุ่งเป้าไปยังเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในประเทศรัฐอ่าวอาหรับ ไล่เรียงไปตั้งแต่บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ทำให้สงครามที่หลายฝ่ายคิดว่ากำลังอยู่ในช่วงใกล้จบกลับร้อนแรงขึ้นมาใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพูดของทรัมป์ยังคงสร้างความสับสน มีความไม่แน่นอน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และขัดแย้งกันเองอย่างที่เคยเป็นมาตลอด บางคนมองว่ามันอาจเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในฮอร์มุซ และยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐโดยเฉพาะในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งก็เป็นวิธีที่ทรัมป์ทำมาตลอด ล่าสุดขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะกลับไปทำสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่านอีกครั้ง และอิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก หลังจากที่เขาบอกก่อนหน้านี้ว่า &amp;#8220;ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็วมาก และจะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงตลาดน้ำมันด้วย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยคำของผู้นำสหรัฐอาจสะท้อนถึงสิ่งที่เขากังวลอยู่ลึกๆ นั่นคือการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในอีก 4 เดือนข้างหน้า ขณะที่ผลสำรวจความนิยมของรอยเตอร์/อิปซอส ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ระบุว่าคะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงเหลือ 34% ซึ่งเป็นการแตะระดับต่ำที่สุดอีกครั้งในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ทรัมป์จะเคยพูดว่าอิหร่านคงเข้าใจว่าเขาอยากจบสงครามนี้ให้เร็ว เพราะการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง แต่เขาไม่แคร์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อคำนึงว่าคำพูดนี้ออกมาจากปากของนักการเมือง โดยเฉพาะทรัมป์ที่ตระหนักดีกว่า การผลักดันนโยบายแบบสุดโต่งและรวบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของเขา จะไปต่อไม่ได้เลยหากเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญยิ่งนี้ เพราะทรัมป์ยังเคยรับว่า ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เขาตกลงทำข้อตกลงชั่วคราวก็เพื่อหลีกเลี่ยง &lt;strong&gt;“หายนะทางเศรษฐกิจ”&lt;/strong&gt; ทั้งยังกล่าวชื่นชมที่ราคาน้ำมันลดลงหลังจากบรรลุข้อตกลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์มองว่า ทางเลือกของทรัมป์ในเวลานี้มีอยู่อย่างจำกัด และแทบทุกทางเลือกต่างก็มีข้อเสีย หากสหรัฐเลือกที่จะยกระดับการโจมตีเกินกว่าการตอบโต้กันไปมาเช่นในขณะนี้ ก็อาจทำให้กลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นไปแล้วราว 7% แม้จะปรับลดลงมาเล็กน้อยในปลายสัปดาห์ ในทางกลับกัน หากทรัมป์เลือกถอยท่ามกลางการท้าทายของอิหร่าน ก็อาจยิ่งทำให้อิหร่านเชื่อว่า พวกเขาสามารถใช้อำนาจต่อรองบีบสหรัฐผ่านการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์อาจหวังว่า การโจมตีทางทหารจะกดดันให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์ระบุว่าคือเป้าหมายหลักของเขาในสงครามครั้งนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่า อิหร่านพร้อมจะยอมอ่อนข้อในระดับที่ทรัมป์ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การโจมตีของทั้งสองฝ่ายในสัปดาห์นี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อกำหนดจุดยืนของแต่ละฝ่ายก่อนการเจรจาในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อาลี วาเอซ&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการฝ่ายอิหร่านของ International Crisis Group ให้ความเห็นว่า การยกระดับการข่มขู่และเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านในครั้งนี้ อาจเป็นยุทธวิธีที่มีความเสี่ยงมากกว่าที่ผ่านมา เพราะสหรัฐกำลังเผชิญทั้งแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศและแรงกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สถานการณ์ในเวลานี้ดูเหมือนเป็นความพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันทางทหารให้มากขึ้น โดยที่ยังไม่ถึงขั้นปิดประตูการเจรจาทางการทูตเสียทีเดียว แต่การต่อรองด้วยการใช้แรงกดดันบีบบังคับเป็นเกมที่อันตราย เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่ง การใช้มาตรการกดดันอาจสร้างพลวัตของตัวเองจนควบคุมไม่ได้ และท้ายที่สุดอาจกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ทั้งที่เดิมทีจุดประสงค์ของการกดดันนั้นคือเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสงคราม&amp;#8221; วาเอซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันวาเอซก็มองว่า อิหร่านยังคงมีเหตุผลทุกประการที่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพราะมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่อิหร่านจะต้องมีการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ได้มีการสัญญาไว้ภายใต้ MOU&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งด้านเศรษฐกิจและศักยภาพทางทหาร ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเพิกถอนข้อยกเว้นที่อนุญาตให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้เป็นเวลา 60 วัน ซึ่งกระทบกับผลประโยชน์สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่อิหร่านได้รับจากข้อตกลงชั่วคราวถูกยกเลิก ถึงกระนั้น ผู้นำสายแข็งของอิหร่านก็ดูพร้อมจะรับมือกับแรงกดดันและความเสียหายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่านระบุว่า มาตรการตอบโต้ที่อิหร่านกำลังพิจารณายังรวมถึง การถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) และการปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์บริเวณทะเลแดง และเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แอรอน เดวิด มิลเลอร์&lt;/strong&gt; อดีตผู้เจรจาด้านตะวันออกกลางของรัฐบาลสหรัฐ ทั้งในสมัยพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน มองว่า ทรัมป์ทำให้ตัวเองจนมุม ไม่ว่าจะใช้วิธีทางทหารหรือการทูต และไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะได้อะไรจากอิหร่านมากนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะแม้ก่อนหน้าที่จะเกิดการตอบโต้กันในคราวนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อว่า สหรัฐและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรได้ภายในกรอบเวลา 60 วันตามที่กำหนดไว้ใน MOU เพราะประเด็นที่ยากที่สุดที่ถูกเลื่อนออกมาเจรจาตามกรอบเวลาดังกล่าว จนถึงขณะนี้ก็แทบไม่มีความคืบหน้า และยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการเจรจารอบต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ข่าวกรองในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับความพยายามไกล่เกลี่ยระบุว่า ขณะนี้ความขัดแย้งได้มาถึงขั้นวิกฤตแล้ว เพราะความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันเพิ่มสูงขึ้น กระนั้นก็ดี เจ้าหน้าที่รายหนึ่งยังยืนยันว่า การสื่อสารระดับสูงยังคงดำเนินอยู่ต่อไปตลอดเวลาเพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิง โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานและกาตาร์ รวมถึงหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอียิปต์ เป็นผู้นำความพยายามดังกล่าว ขณะเดียวกัน&lt;strong&gt;ประธานาธิบดีเรเจพ เทยิป แอร์โดอัน&lt;/strong&gt; ของตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดนาโตที่เพิ่งจบลงเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม และผู้นำซาอุดีอาระเบียก็มีส่วนร่วมในความพยายามนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกาตาร์ยังได้ออกแถลงการณ์ว่า กาตาร์สนับสนุนความพยายามทุกทางเพื่อควบคุมไม่ให้สถานการณ์บานปลายออกไป เช่นเดียวกับกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานที่ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการมีส่วนร่วม การเจรจา และการทูตอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันคือสันติภาพในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โจนาธาน พานิคอฟ&lt;/strong&gt; อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐด้านตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจุบันทำงานที่สถาบันวิจัย Atlantic Council ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า รูปแบบเช่นนี้น่าจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์ไม่น่าจะย้อนกลับไปเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่ &lt;strong&gt;&amp;#8220;สภาพปกติใหม่&amp;#8221;&lt;/strong&gt; นี้จะกลายเป็นความไร้เสถียรภาพที่ถูกควบคุมไว้ คือมีความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ โดยไม่มีทางออกที่ถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ทรัมป์ซึ่งเคยเรียกร้องให้อิหร่าน &lt;strong&gt;&amp;#8220;ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข&amp;#8221;&lt;/strong&gt; กลับไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหลายประการที่เขาตั้งไว้ และยังเปลี่ยนแปลงท่าทีไปมาตลอดช่วงสงคราม โดยประเด็นสำคัญที่กระทบกับโลกอย่างการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่วุ่นวายไม่จบสิ้นจนถึงนาทีนี้ ก็ล้วนมาจากการเปิดฉากทำสงครามของทรัมป์และอิสราเอลทั้งสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด &lt;strong&gt;โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ&lt;/strong&gt; ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะผู้เจรจาระดับสูงของอิหร่าน โพสต์ว่า &amp;#8220;ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้งภายใต้ข้อตกลงของอิหร่านเท่านั้น ไม่ใช่ผ่านการข่มขู่ของสหรัฐ&amp;#8221; ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ทั้งหมดไม่น่าจะ &lt;strong&gt;&amp;#8220;จบง่าย&amp;#8221;&lt;/strong&gt; อย่างที่ทรัมป์คาดหวังหรือต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยิ่งเหตุปะทะรอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านยิ่งลากยาวออกไปเท่าไหร่ ความเสียหายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญมันไม่เป็นผลดีกับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์ อิหร่าน และประชาคมโลก (เรียบเรียงจากเอพี/รอยเตอร์)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802483?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ</dc:alternative><dc:abstract>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T08:47:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T08:47:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802393]]></link><pubDate>2026-07-12T14:17:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802393</guid><description>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายติน หม่อง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ในโอกาสที่ฝ่ายเมียนมาเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและยาวนานในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และหารือความร่วมมือระหว่างกันในด้านความมั่นคงชายแดน การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมลพิษในแม่น้ำ ตลอดจนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเมียนมา รวมถึงพัฒนาการเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพและการปรองดองในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802413&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802393?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T07:17:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T07:17:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802342]]></link><pubDate>2026-07-12T13:47:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802342</guid><description>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อน &amp;#8220;ระดับร้ายแรง&amp;#8221; เป็นครั้งแรกในวันอาท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อน &amp;#8220;ระดับร้ายแรง&amp;#8221; เป็นครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม โดยมีผลกับเมืองคยองซานและเมืองโพฮัง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ภายใต้ระบบการแจ้งเตือนระดับสูงสุดรูปแบบใหม่ที่รัฐบาลเพิ่งนำมาใช้เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อเตือนประชาชนเกี่ยวกับสภาพอากาศร้อนจัดที่อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ประกาศเตือนภัยระดับสูงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในทั้งสองเมืองตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันอาทิตย์ หลังจากอุณหภูมิเมื่อวันเสาร์พุ่งสูงถึง 39.9 องศาเซลเซียส ในเมืองคยองซาน และ 37.2 องศาเซลเซียส ในเมืองโพฮัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าอุณหภูมิในทั้งสองเมืองจะยังคงแตะระดับ 39 องศาเซลเซียส อีกครั้งในวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับร้ายแรงในเมืองคยองซานและโพฮังครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มใช้ระบบแจ้งเตือนคลื่นความร้อนรูปแบบใหม่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้รับมือกับภาวะอากาศร้อนจัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ระบบเตือนภัยใหม่นี้ จะมีการประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับร้ายแรง เมื่อพยากรณ์ว่าอุณหภูมิสูงสุดของวันจะอยู่ที่ 39 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้หรือดัชนีความร้อนอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านั้นติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้คำเตือนคลื่นความร้อนระดับร้ายแรง ประชาชนจะได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ในที่ร่ม และดื่มน้ำให้มาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802342?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T06:56:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T06:56:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802292]]></link><pubDate>2026-07-12T13:06:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802292</guid><description>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกมาชี้แจงกรณีข่าวคดี “พ่อทิพย์” จากขบวนการรับจ้างจดแจ้งสูติบัตรเท็จ โดยโพสต์ข้อความข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกมาชี้แจงกรณีข่าวคดี “พ่อทิพย์” จากขบวนการรับจ้างจดแจ้งสูติบัตรเท็จ โดยโพสต์ข้อความของโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยตอบคำถามผู้สื่อข่าว ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถาม: เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจไทยได้ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีรายงานว่าคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพลเมืองจีนบางราย ฝ่ายจีนมีความเห็นอย่างไรต่อกรณีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอบ: ฝ่ายจีนได้รับทราบรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องแล้ว จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยในรายงานข่าว บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีมีความซับซ้อน โดยผู้กระทำผิดได้สมคบกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังดำเนินการสอบสวนคดีตามกฎหมาย ฝ่ายจีนไม่แสดงความเห็นในรายละเอียดของคดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลจีนยึดมั่นมาโดยตลอดในการกำชับให้พลเมืองจีนที่อยู่ในต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศที่พำนัก&lt;/strong&gt; สำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ฝ่ายจีนยึดหลักการดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายจีนเคารพการที่ฝ่ายไทยปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย พร้อมทั้งหวังว่าฝ่ายไทยจะคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในระหว่างการดำเนินคดี โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์ ฝ่ายจีนพร้อมที่จะส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือกับฝ่ายไทยต่อไป เพื่อร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนและความร่วมมือในทุกสาขาของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802292?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T06:54:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T06:54:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802127]]></link><pubDate>2026-07-12T09:09:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802127</guid><description>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง กองทัพสหรัฐระบุเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐระบุเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) โจมตีเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ลำหนึ่งที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์ ขณะที่อิหร่านยังบอกด้วยว่า จะทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าสหรัฐจะยุติการแทรกแซงในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายวันในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศยุติข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันที่ได้ลงนามไปเมื่อเดือนมิถุนายน แม้ว่าทรัมป์จะยังคงเปิดทางสำหรับการเจรจาต่อไปก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านระบุว่า ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากได้ทำการยิงเตือนไปโดนเรือที่กำลังเดินเรือในเส้นทางซึ่งไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเตือนว่าการตอบโต้ใดๆ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จะเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรง และว่า มีเรือหลายลำพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต และเพิกเฉยต่อคำเตือนให้เปลี่ยนเส้นทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า เรือที่ถูกโจมตีคือ M/V GFS Galaxy ซึ่งเป็นเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่จดทะเบียนภายใต้ธงไซปรัส โดยห้องเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีลูกเรือพลเรือนสูญหาย 1 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ได้เริ่มต้นปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุดเมื่อเวลา 19.15 น.ของวันที่ 11 กรกฎาคม ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์เตือนว่า หากสหรัฐตอบโต้เหตุการณ์เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ จะมีการโจมตี &amp;#8220;ฐานทัพใหม่ของศัตรู&amp;#8221; ในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ระบุว่า ทรัมป์เป็นผู้สั่งการให้เปิดปฏิบัติการโจมตีดังกล่าว ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบคำถามเมื่อรอยเตอร์ขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเผยว่า วอชิงตันเรียกร้องให้เตหะรานประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซ และรับรองว่าเส้นทางเดินเรือทั้งหมดจะเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรีโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยเขาโพสต์บน X เมื่อวันศุกร์ว่า &amp;#8220;การปฏิบัติตามข้อตกลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามร่วมกัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวอาวุโสของอิหร่านเผยกับรอยเตอร์ว่า อิหร่าน สหรัฐ กาตาร์ และปากีสถาน ได้ตกลงที่จะเปิดการเจรจาในการสนทนาทางโทรศัพท์ โดยมีความพยายามของประเทศคนกลางที่จะจัดการเจรจาในวันเสาร์ ระหว่างที่นายอารักชีเดินทางเยือนโอมาน ซึ่งกำลังทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความพยายามดังกล่าวประสบผลสำเร็จหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอารักชีและนายบัดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน พบหารือกันที่โอมาน เพื่อแลกเปลี่ยน &amp;#8220;มุมมองเกี่ยวกับกลไกที่เหมาะสมในการทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความปลอดภัย&amp;#8221; ตามแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ขณะที่สำนักข่าวทางการของโอมานรายงานว่า ผู้แทนเจรจาของโอมานและอิหร่านจะเดินหน้าการหารือต่อไป &amp;#8220;ทั้งในระดับเทคนิคและระดับการเมือง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า โอมานได้เสนอร่างข้อเสนอเกี่ยวกับการใช้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยกำหนดให้เรือทุกลำสามารถเดินเรือได้อย่างเสรีผ่านช่องเดินเรือด้านใต้ซึ่งอยู่ในน่านน้ำของโอมาน ส่วนเรือที่ต้องการใช้ช่องเดินเรือด้านเหนือซึ่งอยู่ในน่านน้ำของอิหร่าน จะต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากอิหร่าน แต่จะไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรของผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ ระบุว่า อิหร่านจะล้างแค้นต่อการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดคนก่อน บิดาของเขาซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีในช่วงแรกของสงคราม พร้อมระบุว่า การล้างแค้นจะเกิดขึ้นไม่ว่าอิหร่านจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ใดก็ตาม โดยระบุว่า &amp;#8220;เราขอปฏิญาณว่าจะล้างแค้นให้เลือดของผู้นำผู้พลีชีพ และผู้พลีชีพทุกคน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ขึ้นเพื่อรำลึกถึงพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยโมจตาบา คาเมเนอีไม่ได้เข้าร่วมพิธี และยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ทั้งนี้ มีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์ข้อความเมื่อวันศุกร์ว่า เขาได้สั่งให้กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมยิงขีปนาวุธหลายพันลูกเข้าใส่อิหร่าน หากเตหะรานพยายามลอบสังหารเขา หลังจากที่สื่อสหรัฐอีกหลายแห่งรายงานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า อิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับรัฐบาลสหรัฐ ว่าอิหร่านวางแผนที่จะลอบสังหารทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามได้ทำให้ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเผชิญความไม่มั่นคง ขณะที่การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นเงินเฟ้อทั่วโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองสำหรับทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802127?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง</dc:alternative><dc:abstract>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T04:54:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T04:54:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802098]]></link><pubDate>2026-07-12T08:41:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802098</guid><description>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ขึ้นฝั่งเมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่เมืองไถโจว เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของจีน ซึ่งทางการได้สั่งอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ขึ้นฝั่งเมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่เมืองไถโจว เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของจีน ซึ่งทางการได้สั่งอพยพประชาชนเกือบ 2 ล้านคนซึ่งอยู่ในเส้นทางของพายุดังกล่าว บาหวี่ถือเป็นพายุลูกที่ 2 ที่พัดถล่มจีนในรอบสัปดาห์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไต้ฝุ่นไมสักเพิ่งถล่มจีนตอนใต้เมื่อต้นสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวกลุ่มฝนของพายุไต้ฝุ่นบาหวี่วัดจากปลายด้านหนึ่งจรดอีกด้านหนึ่งกินพื้นที่สูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่าความยาวของประเทศฝรั่งเศส ได้พัดขึ้นฝั่งของจีนครั้งแรกที่เมืองไท่โจวในเย็นวันเสาร์ ก่อนจะพัดขึ้นฝั่งครั้งที่สองที่เมืองเหวินโจวประมาณเที่ยงคืนของวันเดียวกัน ซึ่งทั้งสองเมืองอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ติดทะเลจีนตะวันออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนระบุว่า ขณะขึ้นฝั่งเมื่อเวลาประมาณ 23.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมสูงสุดต่อเนื่องราว 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 จะเคลื่อนตัวช้าลงอย่างต่อเนื่องขณะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่พายุลูกนี้ยังคงเป็นอันตรายร้ายแรง เนื่องจากมีปริมาณความชื้นมหาศาลสะสมอยู่ในแนวกลุ่มฝนของพายุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อของทางการจีนรายงานว่า มีการอพยพประชาชนมากกว่า 1.7 ล้านคนในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองไถโจว นอกจากนี้ยังมีการอพยพประชาชนมากกว่า 100,000 คนจากมณฑลฝูเจี้ยนและกรุงปักกิ่ง รวมถึงอีกประมาณ 34,000 คนจากนครเซี่ยงไฮ้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการจีนคาดว่า บาหวี่จะทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นพิเศษในพื้นที่ตะวันออกของมณฑลเจ้อเจียงและทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลฝูเจี้ยน พร้อมเสริมว่า การอพยพเป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากการอพยพประชาชนมากกว่า 1.7 ล้านในมณฑลเจ้อเจียง และอีกหลายพันคนในมณฑลใกล้เคียงแล้ว ยังมีการสั่งปิดโรงเรียน ที่ทำงาน และกิจกรรมกลางแจ้งในมณฑลเจ้อเจียง ด้านเที่ยวบิน 400 เที่ยวและบริการรถไฟหลายสิบเที่ยวถูกยกเลิก โดยมีรายงานว่า เมืองเหวินโจว ซึ่งมีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ก็อยู่ใกล้กับเส้นทางของไต้ฝุ่นบาหวี่เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บาหวี่ได้ทวีกำลังเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นก่อนพัดถล่มเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ด้วยความเร็วลม 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่พายุเคลื่อนตัวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก ความเร็วลมลดลงเหลือ 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนพัดขึ้นฝั่งจีนในวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802098?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส</dc:alternative><dc:abstract>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T05:26:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T05:26:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>716</mi:x1><mi:y1>482</mi:y1><mi:x2>716</mi:x2><mi:y2>482</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5800413]]></link><pubDate>2026-07-10T15:19:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5800413</guid><description>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ราย และมีผู้สูญหายอีก 19 ราย ในเหตุการณ์ไฟป่าที่ลุกลามเผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้างทางตอนใต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ราย และมีผู้สูญหายอีก 19 ราย ในเหตุการณ์ไฟป่าที่ลุกลามเผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้างทางตอนใต้ของประเทศสเปนให้ได้รับความเสียหายหนัก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานเบื้องต้นว่าในจำนวนเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าครั้งนี้มีชาวอังกฤษอยู่ด้วย 4 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงของสเปนราว 150 นาย เร่งระดมกำลังควบคุมไฟป่า ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากสายไฟที่ขาดแล้วตกลงมา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามสู่พื้นที่ป่ารอบเมืองลอสกัลลาร์ดอส ในจังหวัดอัลเมอเรียของสเปน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันโตนิโอ ซานซ์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและภาวะฉุกเฉิน กล่าวว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้มีความซับซ้อนและลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่หรืออาจทั้งหมดอาจเป็นชาวต่างชาติ โดยผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวอังกฤษ ถูกพบติดอยู่ในรถยนต์ของพวกเขา ส่วนเหยื่ออีกรายพบในที่อื่นที่ดูเหมือนว่าเขากำลังพยายามหนีไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุไฟป่าครั้งนี้ยังส่งผลให้มีการปิดถนนและต้องอพยพประชาชนราว 1,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในภูมิภาคดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้หลายชาติยุโรปทั้งสเปน ฝรั่งเศส และโปรตุเกสต่างกำลังต่อสู้กับเหตุไฟป่าในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมยุโรปอย่างต่อเนื่องและทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงสุดถึงราว 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5800413?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19</dc:alternative><dc:abstract>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T08:19:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T08:19:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799875]]></link><pubDate>2026-07-10T12:06:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799875</guid><description>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่าอิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่าอิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ บ่งชี้ว่าอิหร่านวางแผนการใหม่ที่จะลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวระบุว่าอิสราเอลได้แจ้งเตือนเรื่องนี้กับสหรัฐในสัปดาห์นี้ แต่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อน สหรัฐได้รับข้อมูลข่าวกรองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการวางแผนลอบสังหารทรัมป์ แต่การเตือนภัยครั้งนี้จากอิสราเอลถือเป็นเรื่องใหม่และเกี่ยวข้องกับแผนการลอบสังหารที่เจาะจงชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐยังตั้งข้อสังเกตว่าการให้ข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวของอิสราเอลอาจเป็นความพยายามหวังผลที่จะโน้มน้าวการตัดสินใจของทรัมป์ ในขณะที่เขากำลังพิจารณาว่าจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐเพื่อตอบโต้อิหร่านหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นระบุว่ารายละเอียดของแผนลอบสังหารที่อิสราเอลแจ้งเตือนต่อสหรัฐนั้นยังไม่มีความชัดเจนในทันที โดยแหล่งข่าว 2 รายระบุว่าสหรัฐยังไม่ได้ตรวจสอบข่าวกรองดังกล่าวและไม่ได้ตามเรื่องนี้มาก่อนที่จะได้รับคำเตือนจากอิสราเอล แม้รัฐบาลสหรัฐจะออกมาเตือนโดยตลอดว่าอิหร่านอาจพยายามสังหารทรัมป์ เพื่อแก้แค้นต่อการที่ทรัมป์ได้อนุมัติคำสั่งในการส่งโดรนโจมตีสังหารพลเอกคาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่านจนเสียชีวิตในปี 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานด้วยว่า แหล่งข่าว 2 รายที่คุ้นเคยกับข้อมูลข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐกล่าวว่าหน่วยข่าวกรองกำลังติดตามกลุ่มบุคคลหลายกลุ่มที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับการโจมตีแต่ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ และแหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐกังวลว่าอิหร่านจะเล็งเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในปัจจุบันและอดีตหลายคนของสหรัฐด้วย แต่แหล่งข่าวคนดังกล่าวมองว่า การให้ข้อมูลข่าวกรองของอิสราเอลเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของอิสราเอลในการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของทรัมป์เกี่ยวกับเรื่องอิหร่าน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบางคนในหน่วยข่าวกรองสหรัฐมักไม่ได้เชื่อถือรายงานของอิสราเอลเสมอไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อมีการขอความเห็นเกี่ยวกับการให้ข้อมูลดังกล่าวของอิสราเอลซึ่งเดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล เป็นผู้เปิดประเด็นข่าวนี้เจ้าแรกนั้น ทำเนียบขาวได้อ้างความเห็นของทรัมป์เมื่อไม่กี่วันนี้ที่กล่าวถึงความต้องการของอิหร่านที่จะสังหารเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาต้องการกำจัดผู้นำสหรัฐ ซึ่งก็คือตัวผม ผมมีชื่ออยู่ในทุกบัญชีรายชื่อที่ว่านั่น เมื่อเช้านี้ผมเห็นแล้วว่าผมอยู่ในบัญชีของพวกเขาทุกฉบับเลย ถึงตอนนี้ถือว่าผมยังโชคดีอยู่บ้าง แต่อาจจะโชคดีได้ไม่นาน คนพวกนี้ชั่วร้าย เป็นคนป่วย และเราจำเป็นต้องกำจัดมะเร็งร้ายนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมคิด” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ(8 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาทรัมป์กล่าวอีกว่าเขาเพิ่งรู้ข่าวเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อใหม่ที่ระบุว่าเขาตกเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ที่อิหร่านต้องการลอบสังหาร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์กล่าวถึงข้อมูลข่าวกรองชุดใหม่จากอิสราเอลหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังสหรัฐโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้เตหะรานที่ยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านั้น โดยทั้งสองฝ่ายต่างยังข่มขู่และเปิดฉากโจมตีตอบโต้กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799875?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน</dc:alternative><dc:abstract>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T05:06:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T05:06:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799767]]></link><pubDate>2026-07-10T11:04:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799767</guid><description>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก พายุไต้ฝุ่นบาวี ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีกำลังรุนแรง กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นในวันศ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นบาวี ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีกำลังรุนแรง กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก ดินถล่ม และน้ำท่วม โดยคาดว่าบาหวี่อาจเป็นพายุที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดให้กับภูมิภาคนี้ในรอบหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงเช้าวันศุกร์ พายุไต้ฝุ่นบาวีได้เคลื่อนเข้าใกล้หมู่เกาะซากิชิมะ ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ใกล้กับไต้หวัน โดยมีความเร็วลมสูงสุด 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนในพื้นที่ต่างเร่งเตรียมรับมือกับพายุ โดยนำเทปกาวไปปิดกระจกหน้าต่างเพื่อป้องกันกระจกแตกจากแรงลม และติดตั้งตาข่ายกันลมบริเวณบ้านเรือนและร้านค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สายการบินหลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงเที่ยวบินที่มีกำหนดเดินทางในวันเสาร์ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่อิชิงากิ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะสำคัญของหมู่เกาะซากิชิมะและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ประชาชนพากันกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค จนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งถูกซื้อจนเกลี้ยงชั้นวาง ขณะที่ชายหาดสาธารณะ สวนสาธารณะริมชายฝั่ง และท่าเรือเฟอร์รี่หลายแห่ง ดูเหมือนจะปิดให้บริการแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เกาะไต้หวันซึ่งอยู่ใกล้เคียง ตลาดการเงินประกาศปิดทำการตลาดตลอดทั้งวัน โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของไต้หวันก็ประกาศให้ผู้คนหยุดงานด้วย ด้านรัฐบาลไทเปได้จัดตั้งจุดแจกกระสอบทรายให้ประชาชนนำไปใช้ป้องกันน้ำท่วมตามบ้านเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าคาดว่าพายุบาหวี่จะไม่ขึ้นฝั่งไต้หวันโดยตรง แต่น่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำวันศุกร์นี้ โดยบางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 1 เมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันระบุว่า ได้อพยพประชาชนมากกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งภูเขาทางภาคตะวันออกของเกาะ และได้จัดกำลังทหารเกือบ 29,000 นาย เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายไล่ ชิง เต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวันโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า แม้ว่าพายุไต้ฝุ่นจะอ่อนกำลังลงเล็กน้อยและถูกลดระดับลงเป็นพายุไต้ฝุ่นกำลังปานกลางแล้ว แต่รัศมีของพายุยังคงกว้างมาก และยังอาจนำลมแรงและฝนตกหนักมาสู่หลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สายการบินของไต้หวันยังประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ ที่ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ซึ่งเป็นสนามบินหลักที่ตั้งอยู่นอกไทเป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงค่ำวันเสาร์ พายุไต้ฝุ่นบาวีจะขึ้นฝั่งบริเวณเมืองเวินโจว ทางชายฝั่งตะวันออกของจีน ซึ่งมีประชากรราว 10 ล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799767?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T04:04:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T04:04:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799692]]></link><pubDate>2026-07-10T10:31:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799692</guid><description>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ว่า ศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ว่า ศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถูกฝังที่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศ โดยมีประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากข้าร่วมในพิธีศพดังกล่าว ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของพิธีศพอันยิ่งใหญ่ ขณะที่นายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา ยังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การฝังศพมีขึ้นที่เมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เกิดขึ้นหลังจากการจัดขบวนแห่ศพ การชุมนุม และพิธีไว้อาลัยต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการกลับมาปะทุของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอีกครั้ง หลังจากสงบศึกกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 4 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาเมเนอีเสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของสงคราม ซึ่งสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนที่สหรัฐและอิหร่านจะตกลงหยุดยิงกันได้เมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ร่างของคาเมเนอีถูกนำไปตั้งไว้บนรถบรรทุก ซึ่งเคลื่อนผ่านถนนที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนในเมืองมัชฮัดอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่ปูชนียสถานอิหม่ามเรซา ซึ่งมีโดมสีทองและหออะซานอันโดดเด่น โดยมีนักบวชนิกายชีอะห์สวมผ้าโพกศีรษะสีขาวเดินประกบอยู่ทั้งสองข้างรถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหลังรถบรรทุกมีผู้ร่วมไว้อาลัยสวมชุดดำเดินตามมาอย่างหนาแน่น หลายคนโบกธงชาติอิหร่าน ชูภาพของคาเมเนอี และถือป้ายสีแดงที่มีข้อความปลุกเร้าอุดมการณ์การปฏิวัติอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีฝังศพครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของงานศพของอดีตผู้นำอิหร่าน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมไว้อาลัยตลอดหนึ่งสัปดาห์โดยจัดขึ้นทั้งในอิหร่านและอิรัก ซึ่งผู้นำศาสนาของอิหร่านสนับสนุนให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังและความศรัทธาทางอุดมการณ์ของรัฐที่ปกครองด้วยหลักศาสนา โดยสื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า มีผู้เข้าร่วมพิธีศพดังกล่าวมากถึง 12-15 ล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ชะตากรรมและที่อยู่ของโมจตาบา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้นำศาสนาเมื่อต้นเดือนมีนาคม หนึ่งสัปดาห์หลังการเสียชีวิตของผู้เป็นบิดาของเขา ยังคงเป็นปริศนาสำหรับชาวอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมจตาบาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น แม้ว่าจะมีการเผยแพร่แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ แต่ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพถ่าย วิดีโอ หรือบันทึกเสียงของเขาแม้แต่ครั้งเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงในอิหร่านเผยว่า โมจตาบาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดาและครอบครัวของเขา ทำให้ใบหน้าของเขาเสียโฉมและแขนขาได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยขณะนี้โมจตาบากำลังฟื้นตัว แต่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะปรากฏตัวต่อสาธารณชน ด้านหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่านก็พยายามจำกัดการปรากฎตัวของเขา เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากสหรัฐเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝูงชนจำนวนมากเบียดเสียดกันในเมืองมัชฮัดเพื่อรอขบวนแห่ศพของคาเมเนอี ต่างตะโกนคำขวัญเรียกร้องให้ล้างแค้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นผู้สั่งสังหารคาเมเนอีว่า &amp;#8220;ขอสาบานด้วยเลือดของผู้นำสูงสุด ทรัมป์ พวกเราจะฆ่าคุณ!&amp;#8221; ขณะที่สตรีหลายคนชูป้ายข้อความว่า &amp;#8220;Kill Trump&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;ฆ่าทรัมป์&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถึงช่วงพลบค่ำ ลานกว้างของปูชนียสถานอิหม่ามเรซาเต็มไปด้วยผู้ร่วมไว้อาลัยจำนวนมหาศาล มีเสียงตะโกนว่า &amp;#8220;อเมริกาจงพินาศ&amp;#8221; ดังไปทั่ว ท่ามกลางเสียงบทสวดไว้อาลัยและเสียงดนตรีเครื่องสายที่บรรเลงผ่านเครื่องขยายเสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งยกโลงศพของคาเมเนอีขึ้นจากรถบรรทุก เพื่อนำข้ามฝูงชนที่หนาแน่นจนแทบไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ ไปยังซุ้มโค้งประดับกระเบื้องสีน้ำเงินภายในปูชนียสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมสดาฟา คาเมเนอี บุตรชายคยนโตของอดีตผู้นำอิหร่าน เป็นผู้นำประกอบพิธีละหมาดศพ ก่อนที่ผู้ร่วมไว้อาลัยชายจำนวนมากจะช่วยกันแบกโลงศพ ซึ่งตกแต่งด้วยสีแดง สีขาว และสีเขียวของธงชาติอิหร่าน เข้าไปภายในปูชนียสถานอิหม่ามเรซา ท่ามกลางผู้ร่วมพิธีจำนวนมากที่ถือเทียน ยื่นมือไปทางโลงศพ และร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวทางการ IRNA รายงานในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมว่า พิธีฝังศพของคาเมเนอี รวมถึงสมาชิกในครอบครัวอีก 4 คนที่เสียชีวิตพร้อมกัน ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799692?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว</dc:alternative><dc:abstract>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T07:07:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T07:07:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799581]]></link><pubDate>2026-07-10T08:22:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799581</guid><description>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง แม้เหตุปะทะตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะเข้าสู่วันที่ 3 และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แต่ล่าสุดราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 2% เม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แม้เหตุปะทะตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะเข้าสู่วันที่ 3 และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แต่ล่าสุดราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 2% เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม แม้ว่าปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะชะลอตัวลงอีกครั้งก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ลดลง 2.5% ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ของสหรัฐ ปิดตลาดลดลง 2.3% อยู่ที่ 71.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวนทางกับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้ง และเลือกมองข้ามความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดที่พุ่งขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามของสหรัฐปิดตลาดในแดนบวกทั้งหมด โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.27% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับขึ้น 0.81% และดัชนีแนสแด็ก ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง พุ่งขึ้นถึง 1.3% ด้านดัชนี MSCI ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับเพิ่มขึ้น 0.72%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ระบุว่า จีนอาจอนุญาตให้บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในประเทศสามารถเข้าถึงชิป H200 ของบริษัทเอ็นวิเดีย ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิป AI ของโลก ได้ในวงจำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้รับแรงกระตุ้นจากข่าวที่ว่า การเสนอขายหุ้นของบริษัท SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ในตลาดสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยมียอดจองซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายมากกว่า 7 เท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า SK Hynix มีแผนกำหนดราคาหุ้น American Depositary Receipts (ADR) ที่ 149 ดอลลาร์ต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้ประมาณ 26,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้สร้างโรงงานและจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ เพื่อรองรับความต้องการชิปสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้เป็นไปตามแผน จะกลายเป็นการเสนอขายหุ้นที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งระดมทุนได้เป็นสถิติถึง 85,700 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ซึ่งสะท้อนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นอีก 3%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% แตะ 4,121.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนตัวของราคาน้ำมันและความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน แม้ว่าตลาดหุ้นจะยังคงปรับตัวขึ้นก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799581?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T01:22:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T01:22:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798938]]></link><pubDate>2026-07-09T16:44:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798938</guid><description>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตอนใต้ของประเทศจีน กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทางการจี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตอนใต้ของประเทศจีน กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทางการจีนแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 39 ราย หลังเกิดเหตุพายุโซนร้อนพัดถล่ม และทำให้เกิดฝนตกหนัก ขณะที่ไต้หวันและชายฝั่งตะวันออกของจีน เตรียมเจอกับไต้ฝุ่นที่กำลังจะพัดถล่มอีกลูกในเร็ววันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายติ่ง เว่ย รองนายกเทศมนตรีเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ อยู่ที่เมืองเหิงโจว ที่ซึ่งอ่างเก็บน้ำบางส่วนพังทลายลง ทำให้น้ำจำนวนมากหลากเข้าท่วมตัวเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 26 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 9 ราย ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า พายุโซนร้อนไมสัก ได้ทำให้มีฝนตกลงมาอย่างหนักสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในเขตพื้นที่กว่างซี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา และทำให้อ่างเก็บน้ำแตก ผู้คนติดค้างในบ้านและอาคารต่างๆหลายวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พายุอีกลูก คือ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่ขณะนี้ยังอยู่ในทะเล และคาดว่า จะพัดผ่านตอนเหนือของไต้หวัน ทำให้เกิดฝนตกหนักบนเกาะไต้หวัน ก่อนจะขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียง หรือ ฝูเจี้ยน ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีน แจ้งว่า พายุดังกล่าวจะทำให้เกิดฝนตกหนักกว่าที่คาด ทางตอนใต้ของกว่างซี เป็นเวลาหลายวัน โดยบางพื้นที่คาดว่าจะมีฝน 10-40 เซนติเมตร และพื้นที่ที่เจอหนักที่สุดคาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสูงถึงกว่า 90 เซนติเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทีมกู้ภัยกำลังพยายามนำนักเรียนและครูกว่า 10,000 คน ออกจากโรงเรียนหลายแห่ง ในเมืองกุ้ยกัง ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเหิงโจว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798938?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย</dc:alternative><dc:abstract>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T09:44:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T09:44:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538691516.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538691516-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538692832.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538692832-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>767</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>767</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798879]]></link><pubDate>2026-07-09T16:20:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798879</guid><description>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นเวลา 7 ปี ฐานขัดขวางการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นเวลา 7 ปี ฐานขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่หลังการประกาศกฎอัยการศึกในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตัดสินข้างต้นมีขึ้นหลังจากศาลสูงกรุงโซล ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำตัดสินเมื่อเดือนเมษายน ให้ลงโทษจำคุกนายยุนจาก 5 ปี เป็น 7 ปี หลังจากพบว่าเขามีความผิดในข้อหาเพิ่มเติม ขณะที่ในการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ ศาลระบุว่านายยุนมีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายในการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ รวมถึงความผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสื่อต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาคดีนี้ศาลสูงสุดที่ตัดสินยืนตามคำตัดสินก่อนหน้านี้ชี้ว่า ไม่ได้มีการตีความผิดเกี่ยวกับการตีความในข้อกฎหมายใดๆ ในคำพิพากษาก่อนหน้านี้ของศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังคำพิพากษาทีมทนายความของนายยุนระบุว่าจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำวินิจฉัยสืบเนื่องจากคำตัดสินในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราจะโต้แย้งความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของคำพิพากษานี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบทางรัฐธรรมนูญ ซึ่งรวมถึงการยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ&amp;#8221; ทนายความของยุนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้อัยการได้ร้องต่อศาลให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุนในคดีนี้เป็นเวลา 10 ปี โดยกล่าวหาว่าเขาใช้อำนาจโดยมิชอบและสร้างความเดือดร้อนให้กับสาธารณชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยุน อดีตอัยการที่ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีก่อนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ปัจจุบันอยู่ในวัย 65 ปี ยังถูกศาลตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในข้อหาวางแผนก่อการกบฎซึ่งเกี่ยวข้องกับการประกาศใช้กฎอัยการศึก นอกจากนี้เขายังถูกดำเนินคดีอื่นๆ อีก 7 คดี และได้ถูกคุมขังมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798879?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม</dc:alternative><dc:abstract>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T09:20:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T09:20:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798601]]></link><pubDate>2026-07-09T14:54:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798601</guid><description>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าสหรัฐจะอนุมติให้ยูเครนสามารถผลิตระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตขึ้นเองได้ ซึ่งจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าสหรัฐจะอนุมติให้ยูเครนสามารถผลิตระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตขึ้นเองได้ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันให้แก่ยูเครนอย่างมาก หลังจากยูเครนร้องขอการอนุมัติในการผลิตอาวุธป้องกันตนเองมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในที่ประชุดสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ทรัมป์กล่าวกับเซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนว่า สหรัฐจะอนุมัติให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธแพทริออตได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ยูเครนจะมาร้องเรียนว่าสหรัฐไม่ส่งความช่วยเหลืออย่างเพียงพอไม่ได้อีกต่อไป พร้อมกล่าวว่า ขีปนาวุธแพทริออตเป็นอาวุธเพื่อการป้องกันตนเอง ซึ่งเขาชอบมากกว่าอาวุธโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดที่เจาะจง แต่บรรยากาศระหว่างการประชุมมีแนวโน้มดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ทรัมป์เคยวิพากษ์เซเลนสกีว่าเป็นพวก ‘ไม่สำนึกบุญคุณ’ อย่างเห็นได้ชัด โดยทรัมป์ระบุว่า เขาและเซเลนสกีมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่าสหรัฐจะจัดส่งขีปนาวุธแพทริออตให้ยูเครนเพิ่มเติมทันทีหรือไม่ ทรัมป์ตอบกลับว่าจะส่งขีปนาวุธบางส่วนไปทันที เพราะสหรัฐมีขีปนาวุธแพทริออตในครอบครองไม่มากนัก และเรามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์คิดว่ายูเครนสามารถเริ่มผลิตเองได้อย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่า &amp;#8220;ผมคิดว่าพวกเขาสามารถผลิตได้ค่อนข้างเร็ว เมื่อสหรัฐอธิบายเสร็จแล้ว จากนั้นจะนำบริษัทมาที่นี่เพื่อให้คุณทำงานร่วมกับบริษัทเหล่านั้น ซึ่งมีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมด้านการผลิตอาวุธที่มีความสลับซับซ้อน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เขาจะหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียในวันเดียวกัน ทั้งยังอวดอ้างด้วยว่า “เราได้จบสงครามไปเป็นจำนวนมาก และนี่อาจจะเป็นสงครามที่ผมคิดว่ามันจะง่ายที่สุด ปูตินเป็นคนที่คุยด้วยยาก และชายคนนี้ก็เป็นคนคุยด้วยยากเช่นกัน” โดยทรัมป์หมายถึงเซเลนสกีที่นั่งหารืออยู่ข้างตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีร้องขอขีปนาวุธแพทริออตจากสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวในบรรดาอาวุธทั้งหมดของยูเครนที่สามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธต่าง ๆ ที่มีความเร็วสูงมากได้อย่างมีประสิทธิภพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กระทรวงต่างประเทศรัสเซียออกมาประณามการตัดสินใจของนาโตในการประชุมสุดยอดที่ตุรกี หลังจากที่พันธมิตรนาโตประกาศให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798601?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T07:54:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T07:54:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798525]]></link><pubDate>2026-07-09T14:33:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798525</guid><description>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ในสิงคโปร์ จำเป็นต้องจ่ายเงินถึงเกือบ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.33 ล้านบาท สำหรับค่าใบอนุญาตครอบครอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ในสิงคโปร์ จำเป็นต้องจ่ายเงินถึงเกือบ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.33 ล้านบาท สำหรับค่าใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดเล็ก(COE) เนื่องจากค่าใช้จ่ายในระบบโควตาจำกัดจำนวนรถยนต์ของสิงคโปร์ได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก จากรายงานที่เปิดเผยเมื่อวันพุธ(8 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยค่าใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดเล็ก หรือรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1.6 ลิตร ในสิงคโปร์ได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 และยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สิงคโปร์ ประเทศที่มีประชากรราว 6.1 ล้านคน ได้จัดประมูลใบอนุญาตครอบครองรถยนต์เป็นประจำ โดยกำหนดจำนวนใบอนุญาตที่จะออกในแต่ละรอบ เพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์เป็นเวลา 10 ปี มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมปริมาณรถยนต์บนท้องถนนในประเทศให้อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน ซึ่งระบบการประมูลนี้ทำให้สิงคโปร์ กลายเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า ปัจจุบัน เฉพาะค่าใบอนุญาตครอบครองรถเพียงอย่างเดียวในสิงคโปร์ เทียบได้เท่ากับการซื้อรถยนต์โตโยต้า โคโรลลาในสหรัฐอเมริกา ได้ถึง 4 คัน ส่วนรถยนต์รุ่นเดียวกันนี้ในสิงคโปร์ หากรวมค่าใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและภาษีต่างๆ แล้ว จะมีราคาอยู่ที่ 179,888 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 4.65 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้ต่อปีของภาคครัวเรือนโดยเฉลี่ยในสิงคโปร์อยู่ที่ 149,352 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.86 ล้านบาท ขณะที่แฟลตที่พักขนาดเล็กที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐมีราคาเริ่มที่ 139,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.59 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนตุลาคมปี 2023 ใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดใหญ่ในสิงคโปร์พุ่งทะลุ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 77,500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าใบอนุญาตได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 78,844 ดอลลาร์สหรัฐ (102,009 ดอลลาร์สิงคโปร์) ในการประมูลครั้งแรกของปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการตอบกระทู้ถามในรัฐสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมเกี่ยวกับค่าใบอนุญาตที่เพิ่มสูงขึ้น นายเจฟฟรีย์ เซียว รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ กล่าวว่า ความต้องการยังคงมีอยู่อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น ในขณะที่จำนวนใบอนุญาต COE สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่เปิดให้ประมูลนั้นมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798525?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง</dc:alternative><dc:abstract>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T07:38:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T07:38:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798435]]></link><pubDate>2026-07-09T14:00:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798435</guid><description>สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) กล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ว่า กองกำลังได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมอีกรอบหนึ่งแล้ว โดยเป็นก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) กล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ว่า กองกำลังได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมอีกรอบหนึ่งแล้ว โดยเป็นการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านประมาณ 90 แห่ง ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทรัพย์สินสำหรับการเฝ้าระวังชายฝั่ง คลังเก็บขีปนาวุธและโดรน ขีดความสามารถทางเรือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทหารตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีรอบใหม่มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร CENTCOM ได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านด้วยการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 80 แห่ง เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านได้ทำการโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในหรือบริเวณใกล้เคียงกับช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองทัพอิหร่านกล่าวว่าได้ทำการโจมตีด้วยโดรนโดยมีเป้าหมายเป็นฐานทัพและศูนย์ยุทธศาสตร์ของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย โดยการโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายที่ระบบขีปนาวุธแพทริออตในคูเวต สถานีเสาอากาศดาวเทียมเตือนภัยล่วงหน้าในกาตาร์ และถังเชื้อเพลิงของกองทัพสหรัฐในบาห์เรน โดยใช้โดรนหลายประเภทจำนวนมากในการโจมตีครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอิหร่านย้ำว่า จะไม่ยอมให้เป้าหมายและความทะเยอทะยานของประธานาธิบดีสหรัฐผู้โง่เขลาประสบความสำเร็จไม่ว่าในกรณีใดๆ และจะปกป้องอุดมการณ์อันสูงส่งของการปฏิวัติอิสลามจนกว่าจะได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีรายงานเหตุระเบิดในเมืองต่างๆ ของอิหร่านตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงบูเชห์ร ชาบาฮาร์ บันดาร์ อับบาส ซิริก จาสก์ และเกาะอาบู มูซา โดยมีมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งคนในอิหร่านชาห์ร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798435?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T07:00:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T07:00:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798388]]></link><pubDate>2026-07-09T13:37:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798388</guid><description>คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวขณะเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กรุงอังการาเมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวขณะเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กรุงอังการาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ว่า เดนมาร์กพร้อมที่จะปกป้องทุกตารางนิ้วของนาโต รวมถึงราชอาณาจักรเดนมาร์กด้วย หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐย้ำเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้าว่า กรีนแลนด์ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราพร้อมที่จะปกป้องทุกตารางนิ้วของนาโต รวมถึงดินแดนของเราเอง แน่นอนว่าเราจะปกป้องราชอาณาจักรเดนมาร์ก หนึ่งในเหตุผลที่เราสร้างนาโตขึ้นมาเมื่อหลายปีมาแล้วก็คือ หากเกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทุกคนควรจะลุกขึ้นช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” เฟรเดอริกเซนกล่าว พร้อมย้ำว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน แห่งกรีนแลนด์ ที่ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างล่าสุดของทรัมป์เช่นกัน โดยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “การเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เข้ายึดครองหรือควบคุมประเทศของเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งนี้” เขายังย้ำอีกว่ากรีนแลนด์ไม่สามารถขายได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าสหรัฐต้องได้หรือต้องควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์ก ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเดนมาร์ก ซึ่งต่างเป็นเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งนาโต และความสัมพันธ์ของสหรัฐกับยุโรปโดยรวมตึงเครียดขึ้น ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการเจรจา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก กล่าวว่า เดนมาร์กยังคงดำเนินการเจรจาทางการทูตกับกรีนแลนด์และสหรัฐอยู่ ผลลัพธ์ของการเจรจาเหล่านั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เรามีข้อตกลงกับฝ่ายบริหารของสหรัฐว่า ภายใต้กรอบของเส้นแดงของราชอาณาจักรเดนมาร์ก เราจะพยายามดูว่าเราสามารถหาทางออกที่คำนึงถึงผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่ชอบด้วยกฎหมายของสหรัฐได้หรือไม่ เพราะผลประโยชน์เหล่านั้นมีอยู่จริง และเราก็มีผลประโยชน์เหล่านั้นร่วมกัน และเราก็กำลังตอบสนองต่อผลประโยชน์เหล่านั้นด้วย&amp;#8221; ราสมุสเซนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราสมุสเซนกล่าวว่าเขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงที่สร้างความพึงพอใจให้กับกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และสหรัฐ โดยการขยายข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐและเดนมาร์กปี 1951 ซึ่งให้วอชิงตันมีสิทธิ์เข้าถึงทางทหารในเกาะอาร์กติกอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ชาวกรีนแลนด์ก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องรอบใหม่ของทรัมป์ที่ต้องการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์เช่นกัน พร้อมยืนยันว่า อนาคตของกรีนแลนด์ควรเป็นสิทธิของชาวกรีนแลนด์ในการตัดสินใจด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798388?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว</dc:alternative><dc:abstract>คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T06:37:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T06:37:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798147]]></link><pubDate>2026-07-09T11:29:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798147</guid><description>ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่มีความเร็วลมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 200 กม./ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่มีความเร็วลมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 200 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวันในวันพฤหัสบดี(9 ก.ค.)นี้ ขณะที่ทางการได้เร่งเตือนให้ประชาชนเตรียมกักตุนสเบียงและเตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกนี้ที่อาจกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสัน ชาง นักพยากรณ์อากาศจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของไต้หวัน กล่าวว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่จะเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่ที่สดุที่พัดถล่มไต้หวันนับตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งพายุที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ค่อนข้างพบได้ยากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ขอให้ประชาชนเตรียมสเบียงที่จำเป็น ตั้งแต่อาหารไปจนถึงไฟฉาย พร้อมทั้งแชร์วิดีโอสอนการจัดกระเป๋าฉุกเฉินที่มีสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตได้เป็นเวลา 3 วันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านข้อมูลของ AcucuWeather ระบุว่า หากไต้ฝุ่นบาหวี่ยังคงระดับความรุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้ก็จะกลายเป็นไต้ฝุ่นที่ทรงพลังที่สุดนับตั้งแต่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นกองเร็ยแผลงฤทธิ์ในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสัน นิโคลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์อากาศของ AccuWeather กล่าวว่า แม้ว่าความเร็วลมของบาหวี่จะเริ่มอ่อนกำลังลงตั้งแต่วันพฤหัสบดี แต่พายุลูกนี้จะยังคงเป็นพายุอันตรายขณะเคลื่อนผ่านไต้หวันและทางตะวันออกของจีนตั้งแต่ค่ำวันศุกร์ไปจนถึงวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด่านศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ ซึ่งขณะนี้เป็นพายุที่มีขนาดกว้างที่สุดราว 1,000 กม. หรือเทียบเท่ากับความกว้างของประเทศฝรั่งเศส จะเคลื่อนตัวผ่านทางตอนเหนือของไต้หวัน ก่อนจะพัดขึ้นฝั่งจีนที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกของประเทศในช่วงเย็นวันเสาร์(11 ก.ค.)นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนเช่นกันให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บนเกาะโอกินาวา ทางตอนใต้ของสุดของประเทศเฝ้าระวังกำลังลมรุนแรง เหตุดินถล่ม น้ำท่วมและคลื่นซัดฝั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีความเห็นของ เซียงโป เฟิง นักวิจัยด้านพายุหมุนเขตร้อนจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า เราควรให้ความสำคัญกับไต้ฝุ่นบาหวี่อย่างมาก เพราะพายุลูกนี้ใช้เวลานานในการทวีกำลังเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก โดยดูดซับพลังงานจากน้ำทะเลอุ่นและสะสมความชื้นจำนวนมหาศาล เมื่อพายุพัดขึ้นฝั่งหรือเคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่ชายฝั่ง ความเสียหายอาจรุนแรงถึงขึ้นหายนะ และการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางพายุเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รวมถึงเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นและไต้หวัน กำลังเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่รุนแรงและสร้างความเสียหายมากขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยปีนี้ยังเป็นปีที่น่ากังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พายุไต้ฝุ่นเกิดบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798147?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี</dc:alternative><dc:abstract>ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T04:47:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T04:47:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T095310Z_1184037314_RC2L9MADRW5G_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T095310Z_1184037314_RC2L9MADRW5G_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T095310Z_1184037314_RC2L9MADRW5G_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T095310Z_1184037314_RC2L9MADRW5G_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798004]]></link><pubDate>2026-07-09T09:27:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798004</guid><description>ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน ซึ่งเป็นพันธมิตรสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยให้มี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน ซึ่งเป็นพันธมิตรสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยให้มีผลในทันทีในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศจากความขัดแย้งเรื่องงบประมาณการใช้จ่ายด้านกลาโหมและสงครามกับอิหร่าน แม้ว่ากฎของสหภาพยุโรป (EU) จะกำหนดให้การเจรจาการค้ากับประเทศนอก EU ต้องดำเนินการในนามของ EU ทั้งกลุ่ม ไม่ใช่กับประเทศสมาชิกเป็นรายประเทศก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวกับ มาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโตว่า &amp;#8220;สเปนไม่เห็นด้วยกับอะไรเลย และคุณก็ไม่ควรแบกพวกเขาไว้&amp;#8221; ด้านรุตเตอพยายามลดความตึงเครียด โดยตอบว่า สเปนมีความก้าวหน้าอย่างมากเมื่อปีที่แล้ว จากการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แต่ก็ยอมรับว่ายังมีปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไข&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อสเปนมาโดยตลอด หลังจากนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้น่านฟ้าและฐานทัพในสเปน เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า &amp;#8220;ผมไม่ต้องการทำการค้ากับพวกเขา เข้าใจไหม?&amp;#8221; จากนั้นเขาหันไปหานายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งตอบว่า ครับท่าน ขณะที่ทรัมป์กล่าวต่อว่า &amp;#8220;ผมไม่ต้องการมีอะไรเกี่ยวข้องกับสเปนอีก ตัดการค้ากับสเปนทั้งหมด รวมถึงการเดินทางไปเยือนด้วย ตกลงไหม?&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนต่อไปตามคำสั่งของทรัมป์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐในกรุงวอชิงตันบอกกับรอยเตอร์ว่า กระทรวงการคลังจะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) จัดทำ &amp;#8220;รายการสินค้าส่งออกของสเปนที่อาจถูกสหรัฐสั่งห้ามนำเข้า&amp;#8221; เพื่อนำเสนอให้ทรัมป์พิจารณาภายในไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระบุว่า ทรัมป์อาจใช้อำนาจตาม กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อประกาศมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากสเปนทั้งหมดหรือบางส่วนได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถือเป็นครั้งที่สองที่ทรัมป์สั่งให้เบสเซนต์ระงับการค้ากับสเปน เนื่องจากสเปนปฏิเสธที่จะให้คำมั่นว่าจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 5% ของ GDP  ตามเป้าหมายใหม่ของนาโต อย่างไรก็ตาม หลังจากทรัมป์ประกาศในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การค้าระหว่างสหรัฐกับสเปนก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ และไม่มีการระงับซื้อสินค้าสเปนใดๆ เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการา ซึ่งบรรดาผู้นำยุโรปหวังว่าจะช่วยลดความขัดแย้งภายในพันธมิตรทางทหาร ทรัมป์ได้รื้อฟื้นข้อพิพาทกับสเปนขึ้นมาอีกครั้ง โดยกล่าวหาว่าสเปนเป็น &amp;#8220;พันธมิตรที่แย่มาก&amp;#8221; พร้อมทั้งกลับมาย้ำการอ้างสิทธิ์เหนือเกาะกรีนแลนด์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ต่อมาเขาได้เปลี่ยนท่าที โดยกล่าวว่าบรรยากาศในการประชุมเต็มไปด้วยความเป็นมิตรและมีความเป็นเอกภาพอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า เขาไม่ต้องการขยายความขัดแย้ง และบอกด้วยว่า เขาได้พูดคุยกับทรัมป์ระหว่างการประชุมด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร อย่างมาก ทั้งคู่ได้พูดคุยกันเรื่องการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งสหรัฐเป็นเจ้าภาพร่วม รวมทั้งเรื่องกีฬากอล์ฟ แต่ไม่ได้หารือกันเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านกลาโหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซย้ำว่า สเปนยังคงเป็นพันธมิตรนาโตที่น่าเชื่อถือ พร้อมประกาศว่า สเปนจะส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังฟินแลนด์ เพื่อเข้าร่วมภารกิจ Arctic Sentry ของนาโต แม้จะไม่ได้เปิดเผยจำนวนกำลังพล โดยกล่าวเสริมว่า &amp;#8220;ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซกล่าวว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา สเปนเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกนาโตที่เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเร็วที่สุด และการที่เศรษฐกิจสเปนขยายตัวแข็งแกร่ง ทำให้รัฐบาลมีพื้นที่ทางการคลังมากขึ้นในการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการป้องกันประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำสเปนกล่าวอีกว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสเปนกับสหรัฐมีความแข็งแกร่งอย่างมาก และดำรงอยู่มาได้ไม่ว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักนายกรัฐมนตรีสเปนยังระบุว่า สเปนเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ากับสหรัฐ และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศส่วนใหญ่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน ไม่ใช่รัฐบาล พร้อมย้ำว่ากฎด้านศุลกากรและการค้าของสหภาพยุโรปไม่อนุญาตให้ประเทศนอก EU เลือกใช้มาตรการทางการค้ากับประเทศสมาชิกเพียงประเทศเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจนนิเฟอร์ ฮิลล์แมน อดีตสมาชิกคณะอุทธรณ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเศรษฐกิจ เคยให้ความเห็นไว้เมื่อเดือนมีนาคมว่า แม้การลงโทษสเปนเพียงประเทศเดียวจะสามารถทำได้ในทางกฎหมาย แต่การดำเนินการจะทำได้ยาก เนื่องจากทรัมป์จะต้องประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ และต้องแสดงหลักฐานว่าสเปนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายต่างประเทศ หรือเศรษฐกิจของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798004?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T02:27:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T02:27:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797963]]></link><pubDate>2026-07-09T08:28:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797963</guid><description>เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านนั้นสิ้นสุดลงแล้ว โดยเขาโพสต์บน Truth Social ว่า &amp;#8220;นี่คือการตอบโต้เหตุที่อิหร่านทิ้งระเบิดโจมตีเรือเมื่อวานนี้ หากเกิดขึ้นอีก ผลที่ตามมาจะรุนแรงยิ่งกว่านี้มาก!&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ก่อนการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในตุรกีว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวถือว่าสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า &amp;#8220;เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบแล้ว ผมไม่ต้องการเจรจากับพวกเขาอีก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า “แม้เราจะทำข้อตกลงกับอิหร่าน ผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะรักษาข้อตกลงนั้นไว้ ผมพบว่าพวกเขาเป็นคนที่ไม่มีเกียรติและไม่น่าไว้วางใจ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายครั้งเคยขู่ว่าจะยกระดับปฏิบัติการทางทหาร ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีในเวลาต่อมา กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าสงครามจะกลับมาปะทุเต็มรูปแบบอีกครั้ง และยังไม่ชัดเจนว่าการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพถาวรจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการแถลงข่าวช่วงค่ำวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าสงครามจะกลับมาอีก เพราะ &amp;#8220;ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็วมาก และจะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงตลาดน้ำมันด้วย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทรัมป์โพตส์บนโซเชียล กองทัพสหรัฐกล่าวว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาให้ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเปิดให้มีการสัญจรได้ตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า กองกำลังของ CENTCOM ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมต่ออิหร่าน เพื่อทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สหรัฐอเมริกาจะให้อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอันเป็นการรุกรานโดยไม่มีเหตุอันสมควรต่อเรือพาณิชย์และลูกเรือพลเรือน ซึ่งกำลังเดินเรืออย่างเสรีในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่มีความสำคัญยิ่ง&amp;#8221; แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ว่า การโจมตีในวันพุธจะมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีระลอกล่าสุดของสหรัฐได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้หลายเมืองตามแนวชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน และทำให้เกิดไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ สำนักข่าวทางการของอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดในหลายเมืองตามแนวชายฝั่งทางใต้ของประเทศ ตั้งแต่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซไปจนถึงอ่าวโอมาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกโจมตีคือ เมืองบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของทั้งกองทัพเรืออิหร่านและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งยังรวมถึงเมืองโคนารักและชาบาฮาร์ ที่สื่ออิหร่านรายงานว่า หลายพื้นที่ไฟฟ้าดับ และหอควบคุมการจราจรทางทะเลได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเมห์ร์รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นในเมืองอิรันชาห์ร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวนูร์นิวส์ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน อ้างแหล่งข่าวทางทหารว่า อิหร่านกำลังเตรียมเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อฐานทัพของกองทัพสหรัฐในภูมิภาค เพื่อแก้แค้นต่อการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความรุนแรงรอบล่าสุดนี้ยังทำลายความหวังว่า บันทึกความเข้าใจซึ่งมีการลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน จะสามารถพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวรเพื่อยุติสงครามได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาอิหร่านประกาศเมื่อวันพุธว่า ได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านโดยสหรัฐก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายหลังตลาดปิด โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่ที่ 79.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคายังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในช่วงปลายเดือนเมษายน ซึ่งเคยพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่สหรัฐจะเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ในวันพุธ นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ เพราะขัดต่อข้อกำหนดที่ &amp;#8220;ย้ำถึงความรับผิดชอบของอิหร่านในการกำหนดมาตรการเพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปอย่างปลอดภัย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า มาตรการตอบโต้ที่อิหร่านกำลังพิจารณา ได้แก่ การถอนตัวจาก สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) การเปลี่ยนแปลงหลักนิยมด้านนิวเคลียร์ของประเทศ และการปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์บริเวณปากทะเลแดง และเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797963?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง</dc:alternative><dc:abstract>เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T01:34:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T01:34:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797942]]></link><pubDate>2026-07-09T07:45:05+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797942</guid><description>น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว และรัฐบาลสหรัฐประกาศปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปิดตลาดเพิ่มขึ้นเกือบ 5% เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง ทำให้ตลาดกังวลว่าอุปทานพลังงานโลกอาจเผชิญความปั่นป่วนอีก หากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกระงับอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 3.86 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 78.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.08 ดอลลาร์ หรือ 4.4% ปิดที่ 73.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ยังแสดงให้เห็นว่า ปริมาณน้ำมันดิบใน คลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2526 ทำให้ตลาดมีความเปราะบางมากขึ้นต่อภาวะช็อกด้านอุปทานในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับลดลงแรงที่สุด โดยปิดลดลง 1.09% มาอยู่ที่ 52,348.09 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.28% ปิดที่ 7,482.59 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ซึ่งได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ยังสามารถปิดบวกได้เล็กน้อย 0.2% ที่ 25,870.65 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศเชิงลบในตลาดหุ้นยิ่งรุนแรงขึ้น หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนครั้งใหม่ว่า ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ทำให้ดัชนี MSCI ที่ใช้วัดผลการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก ลดลง 0.60% ปิดที่ 1,114.54 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น รวมทั้งความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ยังส่งผลกดดันต่อตลาดทองคำ โดยราคาทองคำในตลาดสปอตลดลง 0.52% มาอยู่ที่ 4,084.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 1.45% ปิดที่ 4,085.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจึงมักสูญเสียความน่าสนใจในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797942?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T00:45:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T00:45:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797751]]></link><pubDate>2026-07-08T18:48:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797751</guid><description>มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา รอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐได้ตั้งข้อหากับลอว์เรนซ์ บิชนอย หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมชาวอินเดียที่กำลังถูกคุมขัง และซาตินเดอร์จีต ซิงห์ หรือรู้จักในชื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐได้ตั้งข้อหากับลอว์เรนซ์ บิชนอย หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมชาวอินเดียที่กำลังถูกคุมขัง และซาตินเดอร์จีต ซิงห์ หรือรู้จักในชื่อโกลดี บรา ลูกน้องคนสำคัญของเขาที่อยู่ในอเมริกาเหนือ ฐานสั่งการให้มือปืนลอบสังหาร ฮาร์ดีป ซิงห์ นิจจาร์ ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวซิกข์ บริเวณนอกวัดซิกข์แห่งหนึ่งในเมืองเซอร์รีย์ ชานเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2023 โดยคำฟ้องระบุว่าบิชนอยได้ใช้โทรศัพท์มือถือลักลอบส่งรูปถ่ายและที่อยู่ของนิจจาร์จากในเรือนจำ ขณะที่ซิงห์ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กทำหน้าที่ควบคุมปฏิบัติการในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิจจาร์เป็นพลเมืองแคนาดาซึ่งรณรงค์เรียกร้องให้จัดตั้งคาลิสถาน หรือมาตุภูมิอิสระของชาวซิกข์เพื่อแบ่งแยกดินแดนออกจากอินเดีย จนถูกรัฐบาลนิวเดลีขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ก่อการร้าย การเสียชีวิตของเขาได้จุดชนวนวิกฤตทางการทูตครั้งใหญ่ หลังจากที่จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดาในขณะนั้น ออกมาเปิดเผยว่ากำลังเร่งสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงรัฐบาลอินเดีย แต่รัฐบาลอินเดียว่าปฏิเสธว่าเป็นเรื่องไร้สาระจนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตกต่ำย่ำแย่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่า คำฟ้องฉบับล่าสุดของศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่แถลงข่าวในลอสแอนเจลิส กลับไม่ได้มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลอินเดียมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับรู้เกี่ยวกับการสังหารในครั้งนั้นแต่อย่างใด และไม่ได้ระบุชื่อกลุ่มมือปืนในฐานะจำเลย โดยเรียกคนเหล่านั้นเป็นเพียงผู้ร่วมสมคบคิดเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการสหรัฐระบุว่า คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนร่วมกันระหว่างสหรัฐและแคนาดา ซึ่งมีการตั้งข้อหาจำเลยรวม 37 คนที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมในอินเดีย 3 กลุ่ม ว่าความผิดฐานร่วมกันในข้อหารีดไถ กรรโชกทรัพย์ และค้ายาเสพติด ซึ่งในจำนวนนี้ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวแล้ว 24 คน ขณะเดียวกัน ตำรวจแคนาดาได้จับกุมชาวอินเดีย 4 คนไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 ในคดีฆาตกรรมนิจจาร์ และยังคงอยู่ระหว่างสืบสวนความเชื่อมโยงของชายเหล่านั้นว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอินเดียหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับอินเดียเริ่มผ่อนคลายและดีขึ้น ภายใต้การนำของ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาคนปัจจุบัน ซึ่งได้เดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และเริ่มเปิดฉากเจรจาข้อตกลงการค้าที่มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่แนวทางประนีประนอมดังกล่าวกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มชาวซิกข์บางส่วน ที่มองว่ารัฐบาลแคนาดาล้มเหลวในการเอาผิดอินเดีย และไม่สามารถปกป้องชาวซิกข์เชื้อสายแคนาดาจากการแทรกแซงและปราบปรามข้ามชาติได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797751?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา</dc:alternative><dc:abstract>มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T11:48:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T11:48:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797704]]></link><pubDate>2026-07-08T18:29:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797704</guid><description>ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเดินทางไปถึงตุรกีเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่า เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเดินทางไปถึงตุรกีเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่า เขาอาจจะคว่ำบาตรหรือไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ หากไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีกับประธานาธิบดีตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม พร้อมทั้งไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะถอนกำลังทหารสหรัฐออกจากยุโรปเพิ่มเติมในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า เขาผิดหวังอย่างมากกับนาโต และมองว่าสหรัฐไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมระหว่างสงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลกับอิหร่าน และว่า &amp;#8220;ทำไมเราต้องใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ แต่เมื่อถึงเวลาที่เราต้องการ พวกเขากลับไม่อยู่เคียงข้างเรา เราอยู่เคียงข้างพวกเขามาโดยตลอด&amp;#8221; เพื่อตำหนิที่ยุโรปไม่ยอมให้กองทัพสหรัฐใช้ห้วงน่านฟ้าและฐานทัพระหว่างการทำสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า กรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองที่อยู่ภายใต้เดนมาร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ เดนมาร์ก และย้ำว่ากรีนแลนด์เป็นส่วนสำคัญของสหรัฐ ทำให้ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ซึ่งอยู่ที่กรุงอังการาเช่นกัน กล่าวว่า เธอคาดหวังให้ประเทศพันธมิตรเคารพอธิปไตยของราชอาณาจักรเดนมาร์ก และยืนกรานว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตำหนิของทรัมป์มีขึ้นแม้สมาชิกนาโตพยายามแสดงให้เห็นว่า กำลังตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ต้องการให้ยุโรปเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมและลดการพึ่งพาสหรัฐ โดยประกาศข้อตกลงจัดซื้ออาวุธหลายฉบับ รวมมูลค่าอย่างน้อย 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระหว่างการพบกับ เรเจพ เทยิป แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อตุรกี ซึ่งเริ่มใช้หลังจากที่ตุรกีซื้อระบบป้องกันภัยอากาศหรือ S-400 จากรัสเซียในปี 2019 และทำให้ตุรกีถูกถอดถอนออกจากโครงการเครื่องบินรบ F-35 การซื้อ S-400 ของตุรกีจึงเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและตุรกีมานับตั้งแต่นั้นมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยกเลิกการคว่ำบาตรทำให้ทรัมป์พิจารณาการขายเครื่องบิน F-35 ให้ตุรกีอีกครั้ง โดยทรัมป์กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการขายว่า  กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ท่ามกลางความสัมพันธ์ของทรัมป์และแอร์โดอานที่ปรากฎให้เห็นความแน่นแฟ้นมากขึ้น โดยทรัมป์ระบุว่า ตุรกีเป็นพันธมิตรที่ซื่อสัตย์ในหลากหลายมิติมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐคิดว่าซื่อสัตย์เสียอีก อีกทั้งยังเสริมว่าทั้งสองประเทศมีเคมีที่ลงตัวระหว่างกัน ขณะที่แอร์โดอานแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าต้องการได้รับสิทธิซื้อเครื่องบินไล่ F-35 อีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันเดียวกัน นาโตได้นำเสนอแผนการใช้จ่ายงบประมาณทางทหารซี่งมีมูลค่าสูงกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในที่ประชุมสุดยอด โดยเป็นการใช้งบประมาณที่มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโตกล่าวเพื่อเอาใจทรัมป์ว่าคุ้มค่ามาก แผนการดังกล่าวรวมถึงข้อตกลงในการเปลี่ยนจากเครื่องบินตรวจการณ์ AWACS สัญชาติสหรัฐ ซึ่งมีอายุการใช้งานกว่า 50 ปีเป็นเครื่องบินตรวจการณ์ Globaleye สัญชาติสวีเดน โดยนายอูล์ฟ คริสเทอร์สัน นายกรัฐมนตรีสวีเดน ประกาศว่า บริษัท Saab ผู้ผลิตจากสวีเดน จะเป็นฝ่ายจัดหาเครื่องบินตรวจการณ GlobalEye รุ่นใหม่มากถึง 10 ลำ ให้แก่กลุ่มประเทศพันธมิตร 10 ประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ บางโครงการจะได้รับเงินทุนจากระบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการป้องกันประเทศที่จัดตั้งขึ้นโดยสหภาพยุโรป ซึ่งประกอบด้วยเงินทุนสูงถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์จากตลาดทุน ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก 15 ประเทศประกาศถึงความร่วมมือข้ามชาติในการจัดซื้อเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศและเครื่องบินขนส่งจากแอร์บัส และถัดมา รุตเตอก็ประกาศความร่วมมือของ 4 ประเทศในการจัดซื้อโดรนสอดแนมไทรทันใหม่มากถึง 5 ลำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797704?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T11:29:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T11:29:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797257]]></link><pubDate>2026-07-08T15:50:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797257</guid><description>ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ(NHTSA)ของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ อเมริ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ(NHTSA)ของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ อเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือฮอนด้า มอเตอร์ ได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์อเนกประสงค์รุ่น Odyssey จำนวน 325,588 คัน ในประเทศสหรัฐ เนื่องจากพบปัญหาที่กล้องมองหลังไม่แสดงภาพบนหน้าจอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเรียกคืนครั้งนี้ครอบคลุมรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้บางคันที่ผลิตในปี 2018-2020 เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจมีน้ำซึมเข้าไปในกล้องมองหลัง ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถแสดงภาพบนหน้าจอได้เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ในส่วนของมาตรการแก้ไขปัญหาคือการเรียกคืนรถรุ่นนี้และตัวแทนจำหน่ายจะดำเนินการเปลี่ยนกล้องมองหลังให้แก่เจ้าของรถที่ได้รับผลกระทบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797257?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง</dc:alternative><dc:abstract>ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T08:50:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T08:50:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796866]]></link><pubDate>2026-07-08T13:15:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796866</guid><description>ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีนยังคงเผชิญกับความเสียหายและน้ำท่วมเป็น [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีนยังคงเผชิญกับความเสียหายและน้ำท่วมเป็นวงกว้างอันเกิดจากปริมาณฝนที่ตกมากเป็นประวัติการณ์จากอิทธิพลของไมสักที่กลายเป็นพายุโซนร้อน เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าจนถึง เย็นวันอังคาร (7 ก.ค.) มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และสูญหายอีก 11 ราย ในเขตปกครองกว่างซี นอกจากนี้สภาพอากาศที่รุนแรงยังทำให้ประชาชนราว 130,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ยังมีประชาชนบางส่วนยังคงรอความช่วยเหลือเพื่ออพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนอีกจำนวนมากได้โพสต์ร้องขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นสภาพพื้นที่โดยรอบจมบาดาลและสะท้อนให้เห็นถึงการขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นยังรายงานถึงปัญหาที่มีงูจำนวนหนึ่งถูกกระแสน้ำท่วมพาหลุดออกมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงในเมืองเหิงโจว และเลื้อยไปทั่วพื้นที่ บางตัวได้หนีน้ำเลื้อยเข้าไปในบ้านเรือนประชาชน ที่ไม่เพียงสร้างความหวาดกลัว แต่มีชาวบ้านในหมู่บ้านหนึ่งเล่าว่ามีผู้ถูกงูกัดมากกว่า 10 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนระบุว่า ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา พื้นที่ทางตะวันออกตอนกลางและตอนใต้ของเขตปกครองตนเองกว่างซีเผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยบางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมอยู่ที่ 100-400 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงบางแห่งมีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 900 มิลลิเมตร คาดว่าฝนตกหนักจะยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ดังกล่าวต่อเนื่องตลอดวันพุธนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้รถไฟโดยสารส่วนหนึ่งในภูมิภาคดังกล่าวยังถูกระงับให้บริการด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันทางการจีนยังได้สั่งให้ศูนย์พักพิงจัดเตรียมเสบียงให้เพียงพอสำหรับรองรับสถานการณ์อย่างน้อย 3 วัน และให้มีการรายงานพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเตรียมทีมกู้ภัยให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากคาดว่าซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีนระหว่างคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์นี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;https://youtube.com/shorts/FZI5XtKKQZM?si=CGgViwmyDprcmumT&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796866?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม</dc:alternative><dc:abstract>ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T06:30:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T06:30:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796676]]></link><pubDate>2026-07-08T12:34:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796676</guid><description>ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด ทำให้นักเรียนต้องนำเครื่องบินลงจอดเอง เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม มิร์เรอร์ รายงานเหตุการณ์ช็อกกลางอากาศ เมื่อครูฝึกนักบินกำลังสอนนักบินฝึกหัดบิน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด ทำให้นักเรียนต้องนำเครื่องบินลงจอดเอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม มิร์เรอร์ รายงานเหตุการณ์ช็อกกลางอากาศ เมื่อครูฝึกนักบินกำลังสอนนักบินฝึกหัดบินอยู่กลางอากาศ จู่ๆ ครูฝึกก็กระโดดออกจากเครื่องบิน ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต ทำให้นักบินฝึกหัดต้องนำเครื่องบินลงจอดด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ครูฝึกนักบินรายนี้มีชื่อว่า ลีอันโดร อันเดรส เบอร์ตาซโซ ซึ่งทำงานให้กับโรงเรียนการบิน ฟรายอิ้ง แพร์ร็อต ในเมืองกอร์โดบา วัย 42 ปี ที่รายงานระบุว่า ขณะกำลังสอนนักบินฝึกหัดอยู่ เขาก็ได้เปิดประตูเครื่องบินและกระโดดออกจากเครื่องบิน ขณะบินอยู่เหนือเมืองโทเลโด ประเทศอาร์เจนตินา ทำให้นักบินฝึกหัดสาว วัย 22 ปี ต้องทำหน้าที่ควบคุมเครื่องบินและนำเครื่องบินลงได้อย่างปลอดภัยด้วยตนเอง โดยเครื่องบินที่เกิดเหตุเป็นเครื่องบินเล็ก เซสนา-150&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนักบินฝึกหัดสาวรายนี้บอกว่า ก่อนที่ครูฝึกจะกระโดดออกจากเครื่องบิน เขาได้บอกกับเธอว่า &amp;#8220;คุณรู้ว่าคุณต้องทำอะไร และจงก้าวต่อไปข้างหน้า&amp;#8221; จากนั้นลีอันโดรได้ถอดหูฟังออก วางโทรศัพท์มือถือ และปลดเข็มขัดนิรภัยออก แล้วเขาก็เปิดประตูห้องโดยสาร ก่อนกระโดดลงมาจากความสูงประมาณ 250 เมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ นักบินฝึกหัดได้วิทยุขอความช่วยเหลือในทันที และปฏิบัติตามขั้นตอนฉุกเฉิน ก่อนจะนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่สนามบิน หลังจากนั้น ทางโรงเรียนการบินดังกล่าวได้พากันค้นหาร่างของลีอันโดร โดยพบร่างของเขาอยู่กลางทุ่งนา และหน่วยบริการฉุกเฉินได้ยืนยันการเสียชีวิตของเขาในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ลีอันโดรได้ทำการสอนการบินให้กับนักเรียนอีกคนหนึ่งในเที่ยวบินฝึกหัดก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน โดยไม่มีปัญหาใดๆ บรรดาเพื่อนร่วมงานที่โรงเรียนการบินต่างบอกว่าลีอันโดรเป็นคนร่าเริง เป็นมืออาชีพ และแต่งกายเรียบร้อย ไม่มีสัญญาณของความทุกข์ใดๆ ให้เห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลีอันโดรทำงานที่โรงเรียนการบินแห่งนี้มา 4 ปี หลังจากฝึกอบรมที่โรงเรียนนี้มา 10 ปี และเคยบินที่ชิลีมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของลีอันโดรบอกว่า วันเกิดเหตุ เขามาถึงโรงเรียน ทักทายผู้คนด้วยการจูบและกอดเหมือนเช่นเคย สิ่งเดียวที่ผิดแปลกไปคือ แทนที่เขาจะขับรถมาเองตามปกติ แต่เขาได้ขอให้นักเรียนคนหนึ่งไปรับเขาที่บ้าน และมีการพูดคุยกันปกติทุกอย่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของการก่อเหตุของลีอันโดรว่าสาเหตุของการฆ่าตัวตายนี้เกิดจากอะไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796676?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด</dc:alternative><dc:abstract>ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T06:28:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T06:28:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796688]]></link><pubDate>2026-07-08T12:20:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796688</guid><description>มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ประกาศว่าเสร็จสิ้นการโจมตีอิหร่านรอบใหม่แล้ว หลังทำการโจมตีเป้าหมายกว่า 80 แห่งแล้ว และกองกำลั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ประกาศว่าเสร็จสิ้นการโจมตีอิหร่านรอบใหม่แล้ว หลังทำการโจมตีเป้าหมายกว่า 80 แห่งแล้ว และกองกำลัง CENTCOM ยังคงเตรียมพร้อมและจะดำเนินการกับอิหร่านหากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ในความพยายามที่จะลงโทษอิหร่านอย่างหนักสำหรับการโจมตีเรือขนส่งสินค้าซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุว่า กองกำลังสหรัฐได้โจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน เครือข่ายบัญชาการและควบคุม สถานีเรดาร์ชายฝั่ง ขีดความสามารถของขีปนาวุธต่อต้านเรือ รวมถึงเรือเล็กของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กว่า 60 ลำในและใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อลดทอนความสามารถของอิหร่านในการโจมตีการค้าระหว่างประเทศที่ไหลผ่านเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ยังบอกด้วยว่า การรุกรานที่ไม่สมควรโดยกองกำลังอิหร่านเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ชัดเจนและอันตราย และบ่อนทำลายเสรีภาพในการเดินเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองบัญชาการทหารร่วมระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า กองทัพอิหร่านจะตอบโต้กลับอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่า สหรัฐกระทำการรุกรานอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมทั้งเตือนว่าเตหะรานจะไม่ยอมให้สหรัฐแทรกแซงการจัดการช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IRGC กล่าวว่า พวกเขาได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในบาห์เรนและคูเวตเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางทหารหลายระลอกต่ออิหร่าน โดย IRGC ได้ดำเนินปฏิบัติการร่วมกันโดยใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารที่สำคัญของสหรัฐในบันดาร์ ซัลมาน เขตนาวิกโยธินที่ 5 ของบาห์เรน และฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม ในคูเวต และยิงโดรน MQ9 ของสหรัฐที่พยายามแทรกแซงปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในบาห์เรนและคูเวต ด้านกองทัพคูเวตกล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนที่เป็นภัยคุกคาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวหาว่า สหรัฐละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การโจมตีทางทหารครั้งล่าสุด เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคว่ำบาตรน้ำมันครั้งใหม่ การละเมิดมาตรการและการจัดระเบียบการเดินเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนการโจมตีเลบานอนของอิสราเอลด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาลีบาฟกล่าวในโพสต์บน X ว่า &amp;#8220;ยุคแห่งการข่มขู่และการบีบบังคับได้สิ้นสุดลงแล้ว พวกเราจะไม่ยอมจำนน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ สื่ออิหร่านรายงานว่าเกิดระเบิดขึ้นที่เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันหลักของอิหร่าน รวมถึงบนเกาะเกชมและในเมืองท่าทางตอนใต้ของซีริกและบันดาร์อับบาส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์เพรสทีวีของอิหร่านรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งทางตอนใต้ของเกาะคาร์ก แต่ CENTCOM ไม่ได้ระบุถึงเกาะคาร์กในแถลงการณ์ ซึ่งเป็นจุดที่อิหร่านใช้ส่งออกน้ำมันดิบถึง 90%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796688?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต</dc:alternative><dc:abstract>มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T05:53:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T05:53:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796630]]></link><pubDate>2026-07-08T11:59:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796630</guid><description>เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู นางมารี เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดจากพรรคเนชันแนลแรลลี(RN) ของฝรั่งเศส ประกาศจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นางมารี เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดจากพรรคเนชันแนลแรลลี(RN) ของฝรั่งเศส ประกาศจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2027 หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาลดระยะเวลาการตัดสิทธิ์เธอไม่ให้ลงสมัครรับตำแหน่งทางการเมืองลง แม้ศาลจะยังคงยืนตามคำพิพากษาเดิมว่าเธอกระทำผิดฐานยักยอกเงินทุนของสหภาพยุโรป(อียู)ไปใช้โดยมิชอบก็ตาม โดยเลอ เปนลั่นจะยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาดังกล่าวในการต่อสู้ในชั้นศาลสูงสุดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เลอ เปน ประกาศท่าทีดังกล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TF1 ในวันอังคาร(7 ก.ค.) ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินข้างต้น โดยเลอ เปนกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ฉันจะเป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะขัดขวางไม่ให้ฉันลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2027 อีกแล้ว”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เลอ เปน บอกกับ TF1 อีกว่าเธอจะยื่นอุทธรณ์สู้คดีนี้ต่อศาลสูงสุด นั่นหมายความว่าเธอไม่จำเป็นต้องสวมอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด พร้อมกันนี้เธอยังได้ประกาศเปิดเว็บไซต์สำหรับการรณรงค์หาเสียงของเธอขึ้นในทันทีและร้องขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนับสนุนเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาคดี ศาลอุทธรณ์ในกรุงปารีสระบุถึงการลดระยะเวลาการตัดสิทธิ์ทางการเมืองดังกล่าวลงว่าแม้ศาลจะยืนยันความผิดของเธอ แต่ศาลได้คำนึงถึงเสรีภาพในการเลือกของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของการใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ก่อนหน้านี้ศาลสูงสุดของฝรั่งเศสเคยระบุว่าในกรณีที่มีการยื่นอุทธรณ์ ศาลจะพยายามตัดสินคดีของเลอ เปนให้เสร็จสิ้นก่อนการเลือกตั้งจะมีขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เลอ เปน ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำตัดสินเดิมว่าเธอมีความผิดฐานนำเงินทุนของอียูจำนวน 2.8 ล้านยูโร ไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการนำเงินไปจ่ายให้กับทีมงานของพรรค RN ของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินใจลงสนามเลือกตั้งถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองครั้งสำคัญของเลอเปนและยังเป็นการยุติข่าวลือที่ดำเนินมานานหลายเดือนว่า เลอ เปน อาจจะส่งต่อการเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีให้กับ จอร์แดน บาร์เดลลา ประธานพรรค RN วัย 30 ปีลงสมัครรับเลือกตั้งแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นจากบาร์เดลลาต่อความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุดของเลอ เปนในทันที แต่ทั้งสองคนมีกำหนดจะลงพื้นที่ร่วมกันในแคว้นซาร์ต ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศในวันพุธนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เลอ เปน ในวัย 57 ปี ยังคงครองความนิยมนำในโพลสำรวจต่างๆ ส่วนพรรค RN ได้กลายเป็นพรรคที่มีจำนวนที่นั่งส.ส.มากที่สุดในรัฐสภาฝรั่งเศสที่ยังคงแบ่งแยกออกเป็น 3 ขั้วหลัก ได้แก่ ฝ่ายขวาจัด ฝ่ายซ้ายจัด และสายกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796630?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู</dc:alternative><dc:abstract>เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T04:59:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T04:59:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796516]]></link><pubDate>2026-07-08T10:32:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796516</guid><description>ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที เกิดเหตุวุ่นวายในวันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาในสหรัฐ เมื่อคนงานต้องเร่งทำการซ่อมแซมฉุกเฉินเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับอาคารสูงแห่งหนึ่งในย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุวุ่นวายในวันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาในสหรัฐ เมื่อคนงานต้องเร่งทำการซ่อมแซมฉุกเฉินเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับอาคารสูงแห่งหนึ่งในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก หลังจากพบว่าเสาของอาคารบางต้นเกิดการโก่งงอและพื้นอาคารบางชั้นทรุดตัว จนทางการต้องสั่งอพยพผู้คนออกจากอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงอาคารโดยรอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อมองจากถนนด้านล่างสามารถมองเห็นเสาโครงสร้างต้นหนึ่งที่โก่งงออย่างรุนแรงผ่านกระจกบานใหญ่บริเวณชั้น 21 โดยหน่วยดับเพลิงได้เผยแพร่ภาพของเสาดังกล่าว พร้อมระบุว่า ยังพบรอยแตกร้าวหลายแห่ง รวมถึงพื้นอาคารที่ทรุดตัวลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามในช่วงเช้าว่ามีความเสี่ยงที่อาคารจะถล่มหรือไม่ จอห์น เอสโปซิโต หัวหน้าหน่วยดับเพลิง กล่าวว่า จากลักษณะการก่อสร้างของอาคารที่ใช้โครงสร้างเหล็ก หากเกิดการพังถล่มก็ไม่น่าจะเป็นการถล่มทั้งอาคาร แต่จะเป็นการพังถล่มเฉพาะบางส่วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความปั่นป่วนตลอดทั้งวัน หลังพบปัญหาตั้งแต่ช่วงเช้าวันอังคาร จากสภาพความเสียหายอันตรายในอาคารซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้เป็นอพาร์ตเมนต์หรู คนงานก่อสร้างที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในอาคาร รวมถึงผู้ที่อยู่ในอาคารใกล้เคียง ตั้งแต่โรงเรียน สำนักงานทางการทูต และโรงแรมหลายแห่งในย่านมิดทาวน์ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่มีผู้คนพลุกพล่าน ถูกสั่งอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน หลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงบ่ายวันเดียวกัน โซห์ราน มามดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า อาคารหลังดังกล่าวยังคงอยู่ในสภาพไม่มั่นคง และย้ำว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ของเมืองได้เข้าตรวจสอบอาคารทีละชั้น และไม่พบการเคลื่อนตัวเพิ่มเติมของเสาที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ทางเมืองอนุญาตให้ผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถเริ่มดำเนินการซ่อมแซมฉุกเฉินได้ โดยในช่วงเย็นวันอังคาร สามารถเห็นคนงานกำลังติดตั้งโครงค้ำยันภายในอาคารสูงระฟ้าที่มีผนังกระจกและโครงสร้างเหล็กดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการซ่อมแซมดังกล่าวเป็นเพียงการแก้ไขชั่วคราวเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่อาคาร และคาดว่าจะต้องดำเนินต่อไปอีกหลายวัน แต่มันส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนหนึ่งของแมนฮัตตัน ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล ซึ่งเป็นสถานีรถไฟสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางของผู้โดยสารในเขตมหานครนิวยอร์ก ทั้งประชาชน คนทำงาน และนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ควบคุมอาคารของนครนิวยอร์กได้ตรวจสอบอาคารโดยรอบแต่ละแห่ง เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถยกเลิกการปิดถนนหรือคำสั่งอพยพได้หรือไม่ โดยช่วงค่ำวันอังคาร สำนักงานของมามดานีระบุว่า ชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ได้รับแจ้งว่าสามารถกลับเข้าอาคารได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;MetroLoft เจ้าของโครงการดังกล่าวระบุในแถลงการณ์ที่ส่งให้หนังสือพิมพ์ The New York Times ว่า ตัวอาคารไม่ได้อยู่ในความเสี่ยงที่จะพังถล่ม และไม่มีเศษวัสดุใดตกลงมาจากอาคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายนาธาน เบอร์แมน ผู้ก่อตั้งบริษัท MetroLoft ให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า ความเสียหายน่าจะเกิดจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หลังจากมีการขยายพื้นที่ของอาคารบริเวณชั้นบนสุดประมาณ 15 ชั้น โดยเสาโครงสร้าง 2 ต้นที่เกิดการโก่งงออาจไม่ได้รับการเสริมความแข็งแรงอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ทำไมถึงเป็นเสาสองต้นนี้ และไม่ใช่ส่วนอื่นของอาคาร? เรายังไม่ทราบคำตอบ เรากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่&amp;#8221; เบอร์แมนกล่าว พร้อมยืนยันว่า ความแข็งแรงโดยรวมของอาคารไม่ได้รับผลกระทบ เพราะโครงสร้างของอาคารประมาณ 95% ยังคงแข็งแรงและสมบูรณ์ ไม่มีทางที่ส่วนต่อเติมเล็กๆ ตรงมุมอาคารจะทำให้อาคารทั้งหลังพังลงมาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796516?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที</dc:alternative><dc:abstract>ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T07:43:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T07:43:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2118</mi:x1><mi:y1>1170</mi:y1><mi:x2>2118</mi:x2><mi:y2>1170</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796404]]></link><pubDate>2026-07-08T08:05:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796404</guid><description>สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พร้อมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันได้ หลังจากมีเรือบรร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พร้อมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันได้ หลังจากมีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำถูกกระสุนหรือวัตถุโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้วต้องเผชิญแรงกดดันมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ประกาศว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีหลายระลอก โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้อิหร่านชดใช้และเกิดความเสียหายอย่างหนัก เพราะการกระทำอันก้าวร้าวของอิหร่านไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการกระทำที่อันตราย และถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานว่า ช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 8 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุระเบิดในเมืองท่าซีริก ทางตอนใต้ของประเทศ บนเกาะเกชมและในเมืองบันดาร์อับบาส ยังไม่มีรายงานพลเรือนเสียชีวิต แต่ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ของอิหร่านรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนจากสะเก็ดกระสุนของศัตรูที่ตกใส่ท่าเรือพาณิชย์ในเมืองซีริก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการโจมตีได้สร้างความเสียหายแก่ท่าเทียบเรือประมงทั้งในเมืองซีริกและบันดาร์อับบาส และทำให้เรือประมงหลายลำเกิดเพลิงไหม้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า เป้าหมายของการโจมตี ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ระบบเฝ้าตรวจชายฝั่ง ระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือ และฐานปล่อยโดรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความตึงเครียดครั้งล่าสุดที่คุกคามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อระงับความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทั่วอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐได้ยกเลิกมาตรการผ่อนปรนสำคัญที่เคยเปิดทางให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันในตลาดโลกได้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อข้อตกลงระหว่างสองประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 3% หลังสหรัฐประกาศมาตรการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ผู้แทนเจรจาทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินการด้วยความจริงใจเพื่อบรรลุข้อตกลงถาวรกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การที่อิหร่านสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ ทำให้เตหะรานมีอำนาจต่อรองมหาศาล จนสามารถบีบให้เกิดภาวะชะงักงันกับมหาอำนาจทางทหารอย่างสหรัฐได้ ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า อิหร่านใช้การโจมตีเรือพาณิชย์เพื่อแสดงตอกย้ำถึงอำนาจต่อรองดังกล่าว ในขณะที่กำลังเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงสันติภาพระยะยาวกับสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน กระทรวงการคลังสหรัฐได้ออกใบอนุญาตทั่วไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน อนุญาตให้มีการจำหน่ายน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่มีแหล่งกำเนิดจากอิหร่านได้จนถึงวันที่ 21 สิงหาคมนี้ แต่เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม สหรัฐได้เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว พร้อมกำหนดให้อิหร่านยุติธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในวันที่ 17 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณามการดำเนินการของสหรัฐว่า เป็นการละเมิดกรอบข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม และระบุว่าสหรัฐจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมา พร้อมย้ำว่า อิหร่านจะดำเนินทุกมาตรการที่เห็นว่าจำเป็น เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกาตาร์ออกมากล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้โจมตีเรือพาณิชย์ดังกล่าว รวมถึงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดใหญ่ของกาตาร์ ชื่อ Al Rekayyat ซึ่งรายงานว่าถูกโดรนโจมตีในช่วงกลางดึก ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในห้องเครื่องยนต์ ลูกเรือทุกคนปลอดภัยและอยู่ระหว่างการอพยพออกจากเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงทางทะเลเปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบติดธงชาติซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรือซูเปอร์แทงเกอร์ Wedyan ก็ได้รับความเสียหายนอกชายฝั่งประเทศโอมานเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุว่า ได้เรียกตัวรองเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบ และยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อเหตุโจมตีเรือลำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ข้อกล่าวหาของกาตาร์นั้นน่าสับสนงุนงง พร้อมยืนยันว่า อิหร่านได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของตนอย่างเคร่งครัด แต่ก็กล่าวอ้างว่า เรือพาณิชย์ที่ใช้เส้นทางเดินเรือซึ่งไม่ได้ประสานกับอิหร่าน ย่อมต้องเผชิญความเสี่ยง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐอีกรายเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงโจมตีเรือพาณิชย์ทั้ง 3 ลำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ บรรดาผู้นำศาสนาของอิหร่านมีเป้าหมายจัดตั้งระบบเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือถาวรในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจครั้งสำคัญในภูมิภาคที่สหรัฐทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันความมั่นคงมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796404?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T01:05:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T01:05:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796380]]></link><pubDate>2026-07-08T07:46:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796380</guid><description>น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรร่วงลงในวันพุธ หลังจากสหรัฐโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือบร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรร่วงลงในวันพุธ หลังจากสหรัฐโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดหุ้นผันผวนเนื่องจากพลวัตของแรงส่งจากการพุ่งขึ้นของหุ้นที่ในกลุ่มเกี่ยวข้องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งขึ้นทำลายสถิติก่อนหน้านี้เริ่มปรับตัวลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับขึ้น 2.98% มาอยู่ที่ 76.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านน้ำมันเวสต์เท็กซัสก็เพิ่มขึ้น 3.15% มาอยู่ที่ 72.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสัน หว่อง นักกลยุทธ์อาวุโสของ BNZ ในนิวซีแลนด์กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่าตลาดไม่ชอบการโจมตีเหล่านี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนกอย่างเต็มที่ หลังจากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของตลาดน้ำมันต่อภาวะช็อกด้านอุปทานครั้งใหญ่ แม้ว่าความเปราะบางในขณะนี้คือปริมาณสำรองทั่วโลกที่ต่ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่าปริมาณสำรองน้ำมันดิบในคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1983&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Nikkei NKc1 ชี้ให้เห็นถึงการลดลงของหุ้นญี่ปุ่น และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&amp;amp;P 500 ESc1 ลดลงประมาณ 0.1% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 7 จุด เนื่องจากนักลงทุนประเมินความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากหุ้น Samsung Electronics ร่วงลงอย่างมาก แม้ว่าจะมีผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมก็ตาม แสดงให้เห็นว่านักลงทุนระมัดระวังที่จะขยายการปรับตัวขึ้นที่ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งมีหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเป็นส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น 82% ในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796380?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T00:46:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T00:46:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795998]]></link><pubDate>2026-07-07T18:08:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795998</guid><description>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากทางการเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งติดต่อกันในเวเนซุเอลาเมื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากทางการเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งติดต่อกันในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เพิ่มขึ้นเป็น 3,535 ราย ขณะที่ยังมีประชาชนเกือบ 18,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย แม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์หลังภัยพิบัติถล่มกรุงการากัสและพื้นที่ชายฝั่งใกล้เคียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮอร์เฆ โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติของเวเนซุเอลา เผยตัวเลขทางการล่าสุดว่า แผ่นดินไหวซึ่งมีขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16,740 คน และมีผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย 17,854 คน ตัวเลขความสูญเสียดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่รอบกรุงการากัส และแถบชายฝั่งลาไกวรา ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวเนซุเอลาก็กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยพิบัติ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้ออกมาปกป้องการทำงานของภาครัฐ โดยชี้แจงว่ารัฐบาลได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าพื้นที่ในทันทีหลังเกิดเหตุ พร้อมทั้งประกาศจัดตั้งหน่วยทหารใหม่เพื่อยกระดับการรับมือภัยพิบัติในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การชี้แจงดังกล่าวสวนทางกับความไม่พอใจของประชาชน และองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ รวมถึงคณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (IRC) ก็วิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลเวเนซุเอลาในวิกฤตครั้งนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานรองประธานาธิบดีฝ่ายสังคมของเวเนซุเอลาระบุว่า มีประชาชนอย่างน้อย 12,800 คน ที่กำลังพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 80 แห่ง ทั่วกรุงการากัสและลาไกวรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ดร.เมาริซิโอ เซอร์ปา คาลเดรอน ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินขององค์การอนามัยแพนอเมริกัน (PAHO) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออกมาเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากความแออัด การระบายอากาศที่จำกัด การขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด ตลอดจนระบบสุขอนามัยและการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาลเดรอนระบุว่า สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการเฝ้าระวังโรคต่างๆ เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคอุจจาระร่วง โรคผิวหนัง โรคการติดเชื้อที่บาดแผล โรคไข้เลือดออก รวมถึงโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน อาทิ บาดทะยัก หัด คอตีบ ไอกรน และโปลิโอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ความสูญเสียในพื้นที่ชายฝั่งก็ยังคงอยู่ในสภาวะวิกฤต โดยผู้สื่อข่าวรายหนึ่งในเมืองลาไกวรารายงานว่า พบเห็นเจ้าหน้าที่นิติเวชและรถบรรทุกกำลังเร่งขนส่งโลงศพ ท่ามกลางเครื่องจักรที่กำลังขุดหลุมฝังศพขนาดใหญ่ในพื้นที่โล่งซึ่งมีไม้กางเขนสีขาวปักไว้ นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากหนังสือพิมพ์ El País ของสเปน ยังเผยให้เห็นว่า หลุมศพบางแห่งมีการระบุชื่อผู้เสียชีวิตชัดเจน ขณะที่บางแห่งมีเพียงหมายเลขกำกับไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อรองรับจำนวนผู้เสียชีวิตที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ดร.เซอร์ปา เปิดเผยว่า PAHO และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เข้ามาสนับสนุนการจัดการศพตามแนวทางปฏิบัติทางเทคนิค พร้อมทั้งส่งมอบถุงบรรจุศพ และจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นจำนวน 3 ตู้ สำหรับเก็บรักษาศพที่ท่าเรือลาไกวรา รวมถึงสนับสนุนเมรุเผาศพอีก 2 แห่งในพื้นที่อื่น ส่วนในด้านการควบคุมโรคนั้น หน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติกำลังเร่งประเมินเพื่อเตรียมดำเนินโครงการฉีดวัคซีนแบบมุ่งเป้าในศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยพิจารณาตามระดับความเสี่ยงและความพร้อมของวัคซีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางด้านสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยประสานงานร่วมกับรัฐบาลเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN แถลงว่า ในขณะที่ทีมค้นหาและกู้ภัยบางส่วนยังคงปักหลักปฏิบัติงานในพื้นที่ภัยพิบัติ ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญรวมถึงทีมสนับสนุนทางการแพทย์ชุดอื่นๆ ก็กำลังทยอยเดินทางเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่องเพื่อคลี่คลายวิกฤตในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795998?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน</dc:alternative><dc:abstract>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T11:59:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T11:59:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795982]]></link><pubDate>2026-07-07T18:07:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795982</guid><description>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง อิหร่าน &amp;#8211; วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ได้กลายเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อิหร่าน&lt;/strong&gt; &amp;#8211; วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ได้กลายเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองตะวันออกกลาง เมื่อผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านถูกลอบสังหาร ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค ในสายตาของนักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อย เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ความอ่อนแอของรัฐอิหร่าน การแตกแยกภายในประเทศ หรือแม้กระทั่งการสั่นคลอนของระบอบการเมืองที่ดำรงอยู่มากว่าครึ่งศตวรรษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ภาพที่ปรากฏระหว่างวันที่ 4–8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 กลับสะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่ง เมื่อประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมหาศาลออกมาร่วมพิธีไว้อาลัยและพิธีฝังศพของผู้นำสูงสุด ขณะที่ผู้นำและผู้แทนจากประเทศพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาคต่างเดินทางเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ภาพดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงความเศร้าโศกต่อการสูญเสียผู้นำ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของสังคมอิหร่านและความต่อเนื่องของอุดมการณ์ที่ดำรงอยู่เหนือบุคคล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้จำเป็นต้องก้าวข้ามการวิเคราะห์เชิงการเมืองแบบรัฐชาติสมัยใหม่ และหันไปทำความเข้าใจอิหร่านในฐานะรัฐอารยธรรมที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนานหลายพันปี อิหร่านมิได้เป็นเพียงรัฐที่มีพรมแดนและสถาบันทางการเมือง แต่เป็นสังคมที่หล่อหลอมขึ้นจากความทรงจำร่วม ศรัทธาทางศาสนา และวัฒนธรรมแห่งการอดทนและการเสียสละ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในหลายวัฒนธรรม ความตายเป็นสัญลักษณ์ของการสูญเสียและการสิ้นสุด แต่ในวัฒนธรรมของอิหร่าน โดยเฉพาะในโลกทัศน์ของอิสลามนิกายชีอะห์ ความตายมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น ความตายสามารถเป็นการแสดงออกถึงศรัทธา เป็นการยืนยันคุณค่าของความยุติธรรม และเป็นการเดินทางสู่ความสมบูรณ์ทางจิตวิญญาณ โดยเฉพาะการเสียชีวิตในฐานะ “ชะฮีด” หรือผู้พลีชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวคิดเรื่องชะฮีดมีรากฐานสำคัญมาจากเหตุการณ์กัรบาลาเมื่อกว่าพันสามร้อยปีก่อน เมื่ออิหม่ามฮูเซ็น หลานของศาสดามุฮัมมัด ยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจที่ชาวชีอะห์มองว่าไม่ชอบธรรม แม้จะทราบว่าการต่อสู้นั้นจะนำไปสู่ความตายของตนและครอบครัวก็ตาม เหตุการณ์กัรบาลาจึงไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ในอดีต แต่ได้กลายเป็นความทรงจำร่วมที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ทางศาสนาและการเมืองของชาวชีอะห์ทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับชาวอิหร่านจำนวนมาก การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดจึงมิได้เป็นเพียงการสูญเสียผู้นำทางการเมืองหรือผู้นำทางศาสนา หากแต่เป็นการเดินตามแบบอย่างของอิหม่ามฮูเซ็น เป็นการเสียชีวิตในฐานะผู้พลีชีพเพื่อศรัทธา ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีของชาติ ความตายเช่นนี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้ แต่เป็นชัยชนะทางศีลธรรมและเป็นการต่ออายุความทรงจำแห่งกัรบาลาในโลกสมัยใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ พิธีไว้อาลัยและพิธีฝังศพในสังคมอิหร่านจึงมีความหมายมากกว่าการอำลาผู้เสียชีวิต น้ำตา การเดินขบวน และการรวมตัวของผู้คนจำนวนมหาศาลมิใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ แต่เป็นกระบวนการทางสังคมที่ทำหน้าที่ยืนยันความเป็นชุมชนแห่งศรัทธา และเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลังทางการเมืองและความเป็นเอกภาพของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนข้อจำกัดของยุทธศาสตร์ที่เชื่อว่า การกำจัดผู้นำสามารถทำลายรัฐและอุดมการณ์ได้ หากการลอบสังหารมีเป้าหมายเพื่อทำให้อิหร่านอ่อนแอ ภาพที่ปรากฏในพิธีฝังศพกลับสะท้อนผลลัพธ์ในทิศทางตรงกันข้าม เพราะความตายของผู้นำได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมพลังทางสังคมครั้งใหม่ และยิ่งตอกย้ำความชอบธรรมของอุดมการณ์แห่งการต่อต้านการครอบงำจากภายนอก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ พิธีฝังศพครั้งนี้ยังมีนัยสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลาง การเข้าร่วมของตัวแทนจากประเทศและขบวนการพันธมิตรสะท้อนให้เห็นว่า อิหร่านยังคงมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางทางอุดมการณ์และการเมืองของภูมิภาค แม้จะเผชิญกับการสูญเสียผู้นำสูงสุดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ตะวันออกกลางถูกกำหนดโดยระเบียบที่ตั้งอยู่บนการครอบงำของมหาอำนาจภายนอก การใช้กำลังทางทหาร การคว่ำบาตร และการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองจากภายนอก แต่เหตุการณ์ในอิหร่านกำลังแสดงให้เห็นข้อจำกัดของระเบียบดังกล่าว เพราะแม้ผู้นำจะจากไป แต่อุดมการณ์ยังคงอยู่ แม้บุคคลจะเสียชีวิต แต่ความทรงจำร่วมและศรัทธาของประชาชนยังคงดำรงอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในความหมายเชิงสัญลักษณ์ พิธีฝังศพของผู้นำสูงสุดอิหร่านจึงมิใช่เพียงการสิ้นสุดของชีวิตบุคคลหนึ่ง หากแต่เป็นการประกาศว่าการเมืองของตะวันออกกลางกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่อัตลักษณ์ทางอารยธรรม ศรัทธาทางศาสนา และพลังของสังคมภายในภูมิภาคมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดอนาคตของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากกัรบาลาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเสียสละในอดีต เตหะรานในวันนี้ก็กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ความทรงจำนั้นถูกทำให้มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง จากกัรบาลาสู่เตหะราน ความตายของผู้พลีชีพจึงมิใช่จุดจบ หากแต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และบางที สิ่งที่กำลังสิ้นสุดลงอาจไม่ใช่อิหร่าน แต่คือระเบียบโลกเดิมในตะวันออกกลางที่เชื่อว่าอำนาจทางทหารและการกำจัดผู้นำเพียงอย่างเดียวสามารถกำหนดชะตากรรมของรัฐและสังคมได้ เพราะในอิหร่าน ความตายอาจไม่ใช่จุดจบ หากแต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธา ชาติ และวิสัยทัศน์ต่อระเบียบใหม่ของภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ผศ.ดร.พรพรรณ โปร่งจิตร&lt;br /&gt;
ผู้อำนวยการศูนย์เอเชียแปซิฟิกศึกษา&lt;br /&gt;
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-large wp-image-5796002&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-683x1024.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;683&quot; height=&quot;1024&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-683x1024.jpg 683w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-200x300.jpg 200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-768x1152.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1024x1536.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1366x2048.jpg 1366w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-728x1092.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1068x1602.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-280x420.jpg 280w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-400x600.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-250x375.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472.jpg 1707w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795982?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง</dc:alternative><dc:abstract>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T11:09:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T11:09:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1707</mi:x1><mi:y1>2560</mi:y1><mi:x2>1707</mi:x2><mi:y2>2560</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795893]]></link><pubDate>2026-07-07T17:13:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795893</guid><description>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าทหารไทยได้ขว้างระเบิดมือเข้าไปยังที่ตั้งของกัมพูชาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บในสื่อสังคมออนไลน์นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพบกและศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (Joint Information Center on the Thailand-Cambodia Situation: JIC) ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยทหารในพื้นที่พบว่า เป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชาเอง ไม่ใช่เกิดจากการกระทำโดยฝ่ายไทยตามที่กล่าวอ้าง และประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดจากการที่กำลังพลชุดใหม่ของกัมพูชาขาดความชำนาญและไม่คุ้นเคยพื้นที่ จนอาจประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทยอยู่ภายใต้คำสั่ง กฎการใช้กำลัง กฎหมายระหว่างประเทศ และถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยยึดมั่นในหลักความอดกลั้น ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ซึ่งนอกจากถือเป็นการขาดวิจารณญาณ บิดเบือนข้อมูลซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและแสดงถึงความไม่จริงใจ ยังจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบรรยากาศความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795893?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน</dc:alternative><dc:abstract>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T10:13:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T10:13:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795868]]></link><pubDate>2026-07-07T16:56:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795868</guid><description>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประกาศปลดพนักงาน 4,800 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 2.1% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัท โดยธุรกิจเกม Xbo [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประกาศปลดพนักงาน 4,800 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 2.1% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัท โดยธุรกิจเกม Xbox จะได้รับผลกระทบจากการปลดพนักงานครั้งนี้มากที่สุด เนื่องจากตำแหน่งงานมากกว่า 1,600 ตำแหน่งใน Xbox ได้ถูกยกเลิกทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอมี่ โคลแมน รองประธานบริหารของไมโครซอฟท์ แจ้งพนักงานผ่านบันทึกภายในว่า บริษัทจำเป็นต้องมุ่งเน้นการลงทุนและทรัพยากรไปยังธุรกิจที่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โคลแมนระบุว่า ความต้องการของลูกค้ากำลังเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องปรับลดพนักงานทั้งบริษัท เพราะบริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถเลือกได้ว่าอุตสาหกรรมของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สิ่งที่เลือกได้คือพวกเขาจะปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โคลแมนยังย้ำว่า แม้ตำแหน่งงานที่ถูกยกเลิกจะไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของผู้คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอาชา ชาร์มา ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Xbox ได้ส่งบันทึกถึงพนักงานว่า นี่คือจุดเริ่มต้นการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Xbox&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาร์มายังบอกด้วยว่า สตูดิโอพัฒนาเกมของ Xbox 4 แห่ง ได้แก่ Compulsion Games, Double Fine Productions, Ninja Theory และ Undead Labs จะถูกแยกออกไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ Xbox จะลดตำแหน่งงานลงอีกประมาณ 1,600 ตำแหน่ง อันเป็นผลจากการปรับโครงสร้างดังกล่าว ชาร์มาระบุในข้อความผ่าน X ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่าให้กับ Xbox ไม่ใช่ทำให้อนาคตของ Xbox เล็กลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยบริษัทที่เข้าใจผิดว่าการอยู่รอดมายาวนานหมายความว่าจะอยู่รอดต่อไปได้อย่างแน่นอน เราจะไม่เป็นหนึ่งในบริษัทเหล่านั้น&amp;#8221; ชาร์มากล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศปลดพนักงานของ Microsoft ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมกำลังเผชิญความยากลำบาก หลังจากสตูดิโอเกมจำนวนมากยังคงได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างครั้งใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปี 2024 Xbox ได้ปลดพนักงานมากกว่า 2,000 คน และปิดสตูดิโอเกม 4 แห่งที่บริษัทเคยเข้าซื้อกิจการไว้ ก่อนการซื้อกิจการครั้งใหญ่ของ Activision Blizzard ผู้พัฒนาเกม Call of Duty เพียงหนึ่งปีเศษหลังจากนั้น ไมโครซอฟท์ก็ประกาศแผนลดพนักงานเพิ่มเติมอีกสูงสุด 9,000 ตำแหน่ง พร้อมเดินหน้าลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ด้าน AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่พุ่งสูงขึ้นยังทำให้บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง รวมถึง Microsoft ต้องปรับขึ้นราคาคอนโซลเกมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค แม้ว่าผลิตภัณฑ์บางรุ่นจะวางจำหน่ายมาหลายปีแล้วก็ตาม โดยหลายฝ่ายมองว่า สาเหตุสำคัญมาจากศูนย์ข้อมูล AI ที่ต้องการชิปและฮาร์ดแวร์จำนวนมาก จนทำให้อุปทานไม่เพียงพอกับความต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795868?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน</dc:alternative><dc:abstract>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:56:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:56:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795832]]></link><pubDate>2026-07-07T16:41:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795832</guid><description>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ใน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ในเช้าวันอังคาร(7 ก.ค.) ที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส พบปะกับภาคประชาสังคมอยู่ ในระหว่างการเยือนประเทศซีเรียอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝรั่งเศสปลอดภัยดีและได้เดินทางเข้าพบกับประธานาธิบดีอาห์เหม็ด อัล-ชาราของซีเรียไม่นานหลังจากนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นในย่านที่พลุกพล่านระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวของซีเรียกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมโฟร์ซีซันส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายมาครงพบหารือกับกลุ่มภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย รวมถึงตำรวจ 4 นาย โดยเหตุระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นไม่นานหลังจากขบวนรถของผู้นำฝรั่งเศสออกเดินทางไปยังทำเนียบประธานาธิบดีซีเรีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากสำนักข่าวรอยเตอร์เผยให้เห็นเปลวไฟและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากถังขยะ ในขณะที่กล้องสามารถบันทึกภาพเหตุระเบิดครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรได้ โดยระเบิดขึ้นใกล้กับรถพยาบาลคันหนึ่งที่จอดอยู่ ซึ่งมีผู้คนอยู่ในจุดดังกล่าวประมาณ 20 กว่าคน แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้และกลุ่มควันลอยขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินระดมกำลังดับไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอที่รอยเตอร์บันทึกไว้ยังแสดงให้เห็นขบวนรถของมาครงกำลังมุ่งไปหน้าไปยังทำเนียบประธานาธิบดีซีเรียก่อนจะเกิดระเบิดขึ้น และยังมีรูปถ่ายที่ประธานาธิบดีมาครงถ่ายร่วมกับประธานาธิบดีชารา เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ทางการซีเรีย ขณะพบกันที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงดามัสกัสเผยแพร่ออกมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังฝ่ายความมั่นคงภายในของซีเรียได้เปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้ และมีการปิดกั้นถนนและวางมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่หลังเกิดเหตุระเบิดอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่าไม่ได้ยินเสียงระเบิดจากขบวนรถของประธานาธิบดีมาครง และนักข่าวรอยเตอร์ที่ติดตามมาครงก็ไม่ได้ยินเสียงระเบิดหรือเห็นความวุ่นวายใดๆ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในช่วงเช้าของผู้นำฝรั่งเศส ซึ่งมีรายงานว่าเขาจะยังปฏิบัติภารกิจตามกำหนดการที่ไว้วางสำหรับวันนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุระเบิดที่เกิดครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงที่ซีเรียยังเผชิญอยู่ หลังจากประเทศตกอยู่ในความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่ม รวมถึงกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส) ขณะที่ประธานาธิบดีมาครง เป็นผู้นำมหาอำนาจชาติยุโรปคนแรกที่เยือนซีเรีย นับตั้งแต่กลุ่มกบฎที่นำโดยชาราโค่นล้มระบอบอำนาจบาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตผู้นำเผด็จการซีเรียลงได้ในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อนยังเกิดเหตุระเบิดโจมตีคาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และได้รับบาดเจ็บ 20 ราย โดยยังไม่มีกลุ่มใดออกมากล่าวอ้างว่าเป็นผู้ลงมือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795832?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย</dc:alternative><dc:abstract>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:41:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:41:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080440Z_909252295_RC2V8MAHVB3F_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080440Z_909252295_RC2V8MAHVB3F_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080823Z_1741349235_RC2V8MAYRJVJ_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080823Z_1741349235_RC2V8MAYRJVJ_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>491</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>491</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795586]]></link><pubDate>2026-07-07T15:48:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795586</guid><description>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เตรียที่จะเปิดเผยข้อตกลงขายอา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เตรียที่จะเปิดเผยข้อตกลงขายอาวุธมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่กรุงอังการาในวันที่ 7 กรกฎาคม เพื่อแสดงให้เห็นว่านาโตรับฟังข้อเรียกร้องของสหรัฐ ที่ต้องการให้สมาชิกนาโตเพิ่มงบประมาณในการป้องกันยุโรปให้มากขึ้น ก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโตร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลต่างๆ ของยุโรปซึ่งเป็นสมาชิกนาโตเตรียมประกาศข้อตกลงเหล่านี้ในเวทีการประชุมเรื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของนาโต ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางมาพบกับ เรเจพ เทยิป แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี และเข้าร่วมกับเหล่าผู้นำนาโต ซึ่งจะเริ่มต้นการประชุมด้วยการจัดเลี้ยงอาหารค่ำในช่วงเย็นวันอังคานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโตกล่าวว่า รัฐบาลของชาติในยุโรปได้เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความเกรงกลัวต่ออิทธิพลของรัสเซียซึ่งเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่การรุกรานยูเครนในปี 2022 และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะทรัมป์ได้ ‘กดดันอย่างมหาศาล’ ให้พวกเขาตัดสินใจเช่นนี้  เนื่องจากทรัมป์วิจารณ์ยุโรปว่ามักพึ่งพาสหรัฐในการป้องกันประเทศผ่านนาโตมากเกินไป และว่า “ขณะนี้เรากำลังสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืน และสหรัฐรู้ดีว่านี่เป็นข้อตกลงที่เป็นธรรม”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายละเอียดของข้อตกลงด้านอาวุธที่จะประกาศออกมายังคงไม่ถูกเปิดเผย ซึ่งเป็นความพยายามของนาโตในการปลุกความสนใจก่อนการประชุมสุดยอดจะเริ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ดิลาน เยซิลโกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า เนเธอร์แลนด์จะประกาศข้อตกลงและแผนการลงทุนมูลค่ากว่า 3 พันล้านยูโร ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกับเบลเยียมในด้านการป้องกันภัยทางอากาศและกับอังกฤษในด้านเรือรบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังบอกกับรอยเตอร์ว่า นาโตยังวางแผนประกาศถึงแผนการเปลี่ยนเครื่องบินตรวจการณ์ AWACS ซึ่งมีอายุการใช้งานนานแล้วและผลิตโดยสหรัฐ เป็นเครื่องบิน GlobalEye ของ Saab จากสวีเดนอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795586?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา</dc:alternative><dc:abstract>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T08:50:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T08:50:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795574]]></link><pubDate>2026-07-07T15:25:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795574</guid><description>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็น กม.ปิดปาก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายซึ่งเปิดทางให้มีการเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็น กม.ปิดปาก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายซึ่งเปิดทางให้มีการเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษในอัตราสูงจากสำนักข่าวและผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ (อินฟลูเอนเซอร์) ที่เผยแพร่เฟคนิวส์หรือข้อมูลอันเป็นเท็จแล้ว ท่ามกลางเสียงเตือนขององค์กรสื่อที่มองว่ากฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการแสดงความคิดเห็นสาธารณะและเปิดช่องให้มีการเซ็นเซอร์ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มนักข่าวและกลุ่มสิทธิพลเมืองชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือ โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าข้อมูลประเภทใดเป็นสิ่งต้องห้าม อีกทั้งยังขาดมาตรการคุ้มครองสื่อที่เพียงพอ จึงอาจทำให้การรายงานข่าวเชิงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง และธุรกิจขนาดใหญ่ลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายใหม่นี้เปิดทางให้ศาลสั่งให้องค์กรสื่อและช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ รวมถึงผู้สร้างคอนเทนต์บนยูทูบ จ่ายชดเชยค่าเสียหายสูงสุดถึง 5 เท่าของความเสียหายที่พิสูจน์ได้ หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย เป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายหรือแสวงหาผลกำไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้ที่ยังเผยแพร่ข้อมูลเดิมมากกว่า 2 ครั้ง หลังจากศาลมีคำชี้ขาดยืนยันแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน อาจถูกหน่วยงานกำกับดูแลสื่อของเกาหลีใต้ ปรับเป็นเงินสูงสุด 1,000 ล้านวอน หรือประมาณ 21.8 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนบริษัทอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน จะต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น ลบเนื้อหาที่ถูกร้องเรียน หรือระงับบัญชีผู้ใช้งาน เมื่อได้รับรายงานเกี่ยวกับข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมิชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายฉบับนี้ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีอี แจมยอง และพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะบอยคอตการลงมติก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายรัฐบาลระบุว่ากฎหมายดังกล่าวมีความจำเป็นในการต่อสู้กับข่าวปลอมและการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะทำให้เกิดความแตกแยกและสร้างความเกลียดชังในสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีท่าทีจากสมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีระบุว่า เพียงแค่มีความเป็นไปได้ที่องค์กรข่าวจะต้องเผชิญกับการถูกเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนมหาศาล หรือข้อพิพาททางกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้วัตถุประสงค์ของกฎหมายจะเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่หากมีการบังคับใช้ในลักษณะที่ทำให้สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบผู้มีอำนาจ กฎหมายดังกล่าวก็อาจบ่อนทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตยได้&amp;#8221; แถลงการณ์ของสมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำกรุงโซล แสดงความกังวลเช่นกันว่า กฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสื่อมวลชนและการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างเสรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนคณะกรรมการสื่อและการสื่อสารแห่งเกาหลี ได้ลดทอนความกังวลที่ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจถูกรัฐใช้เป็นเครื่องมือในการเซ็นเซอร์ โดยระบุว่า ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มออนไลน์ของภาคเอกชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าเนื้อที่มีการรายงานเข้ามานั้น เข้าข่ายเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ถูกบิดเบือนหรือไม่ ไม่ใช่รัฐบาล อีกทั้งกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดข้อยกเว้นไม่ให้มีการเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับการรายงานข้อมูลที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795574?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก</dc:alternative><dc:abstract>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:51:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:51:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795149]]></link><pubDate>2026-07-07T12:27:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795149</guid><description>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน ศาลจีนมีคำพิพากษาประหารชีวิต หยาง โหย่วหลิน วัย 69 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองหนานจิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซู ซึ่ง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศาลจีนมีคำพิพากษาประหารชีวิต หยาง โหย่วหลิน วัย 69 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองหนานจิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซู ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของจีน หลังเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานทุจริตคอรัปชัน รวมถึงใช้อำนาจโดยมิชอบ ฟอกเงิน และข้อหาอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลประชาชนกลางเมืองฉางโจว ในมณฑลเจียงซู เผยแพร่คำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ระหว่างปี 1993-2023 หยาง โหย่วหลิน ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการหลายตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ รับเงินรวมถึงทรัพย์สินต่างๆ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.2 พันล้านหยวน หรือกว่า 1.06 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินจากการทุจริตที่สูงที่สุดในรอบหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลระบุว่า หยางซึ่งรับราชการมานานถึง 30 ปี รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในเมืองหนานจิง และยังเคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการบริหารคณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจนครหนานจิง ได้กระทำความผิดที่มีความร้ายแรงอย่างยิ่ง และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน โดยเจ้าตัวได้ยอมรับผิดและแสดงความสำนึกผิดในการปรากฎตัวครั้งสุดท้ายต่อศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปราบปรามการทุจริตครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำให้เจ้าหน้าที่หลายล้านคนในระบบราชการจีนถูกสอบสวนในข้อหาทุจริต แต่ส่วนใหญ่จบลงที่การดำเนินมาตรการทางวินัย ขณะที่คดีที่ถูกส่งฟ้องต่อศาลและลงโทษด้วยการประหารชีวิต รวมถึงการนำโทษประหารไปบังคับใช้จริงในคดีทุจริตถือว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนเป็นเงินจำนวนมากมักถูกตัดสินให้รับ โทษประหารชีวิตแบบรอลงอาญา ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต หากผู้ต้องโทษไม่มีความผิดเพิ่มเติมในช่วงระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หากย้อนดูคดีทุจริตสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบว่า ศาลจีนมักพิจารณาลงโทษประหารชีวิตในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบนหรือยักยอกเงินที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านหยวน หรือราว 4.8 พันล้านบาทขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795149?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน</dc:alternative><dc:abstract>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T06:07:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T06:07:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795026]]></link><pubDate>2026-07-07T11:54:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795026</guid><description>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังเกิดพาย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน ขณะที่ในวันจันทร์(6 ก.ค.) มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายจากเหตุน้ำท่วม ในเมืองหนานหนิง ทางตอนใต้ของประเทศ อันเป็นผลจากฤทธิ์ของไต้ฝุ่นไมสักที่พัดถล่ม ซึ่งก่อฝนตกหนัก จนทำให้แม่น้ำและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งของจีนมีระดับน้ำสูงขึ้นจนเอ่อทะลักท่วมหลายพื้นที่ ท่ามกลางคำเตือนของนักพยากรณ์อากาศที่กำลังเฝ้าระวังพายุอีกลูก คือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่กำลังเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าสู่ไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า ไต้ฝุ่นไมสัก ซึ่งพัดถล่มประเทศเวียดนามและเกาะไห่หนานทางตอนใต้ของจีนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะปล่อยปริมาณน้ำฝนจำนวนมหาศาลที่ดูดซับมาระหว่างเคลื่อนตัวข้ามทะเลจีนใต้ ขณะที่พายุอ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเว่ย เจียง รองนายกเทศมนตรีเมืองหนานหนิง เปิดเผยเมื่อค่ำวันจันทร์ว่า มีประชาชนราว 55,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในเมืองหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองกว่างซีแล้ว โดยระดับน้ำได้ล้นหรือทะลุแนวกั้นของอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการได้ยกระดับการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการควบคุมน้ำท่วมขึ้นสู่ระดับสูงสุด เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่เมืองกุ้ยกัง น้ำท่วมได้ทำให้ถนนสายใหญ่กลายเป็นทะเลสาบ รถยนต์หลายคันจมอยู่ใต้น้ำ และกระแสน้ำสีน้ำตาลขุ่นไหลบ่าลงจากเนินเขาเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ขณะที่กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนระบุว่า ระดับน้ำที่สถานีอุทกวิทยาเมืองกุ้ยกังเพิ่มสูงถึง 42 เมตร เมื่อเวลา 12.30 น.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนที่มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังจากพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงพัดถล่ม ซึ่งนักพยากรณ์อากาศเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนราว 200 ล้าน โดยเพียง 4 ชั่วโมงในช่วงเย็นวันจันทร์ ลมกระโชกแรงที่มีความเร็วสูงสุด 149 กม./ชม. ได้พัดถล่มเมืองหวงสือ, หวงกัง, เอ้อโจว และ เซียนหนิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนยังเตือนว่า พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกว่างซีและพื้นที่ทางตะวันออก ได้แก่ มณฑลเจียงซูและซานตง ควรเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณสูงสุด 260 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชม.ข้างหน้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดดินถล่มขึ้นได้ ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของจีนมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุทอร์นาโด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จีนยังคงเฝ้าระวังซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่กำลังเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าสู่ไต้หวัน ซึ่งสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมสูงสุดถึง 290 กม./ชม. ขณะเคลื่อนผ่านเกาะกวม, ทิเนียน, ไซปัน และ โรตา เมื่อวันจันทร์ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีนเตือนว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่จะก่อลมแรงและฝนตกหนักทางตะวันออกของจีนตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นักอุตุนิยมวิทยาจีนระบุว่า สภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงขึ้นมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ กำลังคุกคามจีนด้วยการสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายแก่หลายเมือง ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม และทำลายผลผลิตทางการเกษตรของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795026?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่</dc:alternative><dc:abstract>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:22:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:22:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T021649Z_1216044457_RC2F8MAFW3SC_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T021649Z_1216044457_RC2F8MAFW3SC_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>460</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>460</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794871]]></link><pubDate>2026-07-07T10:31:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794871</guid><description>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง 16 คน ในเขตภูเขาแห่งหนึ่งในมณฑลกานซูทางตะวันตกของจีน หลังจากเกิด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง 16 คน ในเขตภูเขาแห่งหนึ่งในมณฑลกานซูทางตะวันตกของจีน หลังจากเกิดดินถล่มเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CCTV ระบุว่า ในตอนแรกมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังทั้งหมด 33 คน และขณะนี้ได้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้แล้ว 17 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในเขตตันชาง อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของดินถล่มครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794871?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง</dc:alternative><dc:abstract>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T03:31:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T03:31:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794779]]></link><pubDate>2026-07-07T10:20:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794779</guid><description>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐสองคนว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐสองคนว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูกใส่เรือพาณิชย์ที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในคืนวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ทำให้เรือพาณิชย์ 2 ลำได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) เผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชน บริเวณทางตะวันออกของเมืองลิมาห์ ในประเทศโอมาน ช่วงเช้าของวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UKMTO ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวถูกวัตถุปริศนาพุ่งชนบริเวณกราบซ้ายของเรือ ขณะกำลังแล่นมุ่งหน้าลงใต้ ห่างจากเมืองลิมาห์ไปทางตะวันออกราว 15 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของรายงานข่าวจาก Axios ได้ในทันที และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เรือที่ Axios รายงานว่าถูกโจมตีนั้น เป็นเรือลำเดียวกับเรือบรรทุกน้ำมันที่ UKMTO แจ้งเตือนหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ยังไม่ได้มีคำตอบเมื่อรอยเตอร์ขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานดังกล่าวเน้นย้ำเห็นถึงความเสี่ยงต่อการเดินเรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางน้ำแคบๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมาน และเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก ขณะที่ในช่วงสงครามที่ปะทุขึ้นจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล เรือพาณิชย์หลายลำตกเป็นเป้าหมายการโจมตี แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงชั่วคราวที่รวมถึงการรับประกันการเดินเรืออย่างปลอดภัยก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐและอิหร่านสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่มีสัญญาณใดๆ ต่อสาธารณะว่ามีความคืบหน้าไปสู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาว แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้การทูตดำเนินต่อไป หลังจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลที่จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “สหรัฐจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หรือไม่ก็จะจัดการให้เสร็จสิ้น” ซึ่งเป็นการตอกย้ำคำขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีท้าทาย ภายหลังพิธีศพของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า IRGC ได้ส่งคำเตือนผ่านวิทยุสื่อสารทางทะเลในช่วงสุดสัปดาห์ว่า &amp;#8220;ขีปนาวุธและโดรนของเราพร้อมที่จะยิงใส่พวกคุณ&amp;#8221; โดยอ้างอิงจากบันทึกเสียงที่ได้รับมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า หนึ่งในเรือที่ถูกโจมตีดูเหมือนจะเป็น Al Rekayyat ซึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่บริษัท Nakilat ที่มีบริษัทขนส่งก๊าซกาตาร์จำกัดเป็นเจ้าของและผู้บริหาร โดยบริษัทแห่งนี้ดำเนินงานกองเรือบรรทุก LNG ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเรือถูกโจมตีบริเวณกราบซ้าย เหนือห้องเครื่องยนต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอลล์สตรีทเจอร์นัลยังอ้างข้อความจากบันทึกเสียงว่า ห้องเครื่องยนต์เกิดเพลิงไหม้และเต็มไปด้วยควัน ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายเพิ่มเติมได้ ลูกเรือทุกคนปลอดภัยและรวมตัวกันอยู่บริเวณกราบขวาของเรือ ทั้งนี้ เรือลำดังกล่าวอยู่บริเวณปากทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซในอ่าวโอมานเมื่อถูกโจมตี ขณะที่บริษัทต่างๆ ยังไม่ตอบสนองใดๆ เมื่อถูกตามความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794779?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก</dc:alternative><dc:abstract>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T03:20:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T03:20:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794762]]></link><pubDate>2026-07-07T08:33:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794762</guid><description>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว บีบีซีรายงานว่า ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า หรือคิดเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า หรือคิดเป็นประมาณ 1,800% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงคาดการณ์ว่า เพียงแค่ช่วงไตรมาสเดียวตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 89 ล้านล้านวอน หรือ 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติกำไรรายไตรมาสที่สูงสุดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทใหญ่ๆ ของเกาหลีใต้ เช่น ซัมซุง มักจะประกาศตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการล่วงหน้า ก่อนเปิดเผยผลประกอบการฉบับเต็มอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มผลประกอบการและใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การคาดการณ์ผลประกอบการล่าสุดของซัมซุง ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ก่อนที่จะมีประกาศผลประกอบการฉบับเต็มในช่วงปลายเดือนนี้ มีขึ้นในขณะที่ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกยังคงสูงกว่าปริมาณอุปทานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาชิปปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงระบุในเอกสารคาดการณ์ผลประกอบการ หรือ earnings guidance ว่า บริษัทมียอดขายในช่วงไตรมาสดังกล่าวประมาณ 171 ล้านล้านวอน ซึ่งมากกว่ายอดขายในช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงกว่าสองเท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์ค ไอน์สไตน์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจาก Counterpoint Research กล่าวว่า ตัวเลขกำไรที่ซัมซุงคาดการณ์ไว้นั้นถือเป็น &amp;#8220;หนึ่งในผลประกอบการรายไตรมาสที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา&amp;#8221; และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสถิติของบริษัทเทคโนโลยี Nvidia ที่ทำไว้เมื่อต้นปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไอน์สไตน์กล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลโดยตรงจากกระแสความนิยมของ AI เพราะผู้ผลิตชิปหน่วยความจำยังคงได้รับอานิสงส์จากคลื่นความต้องการขนาดมหาศาล ซึ่งเกิดจากอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการกลับสูงเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ซัมซุงได้ปรับขึ้นราคาชิปหน่วยความจำของบริษัท เนื่องจากอุปทานยังคงตึงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทวิจัยตลาด International Data Corporation (IDC) ระบุว่า ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อื่นๆ นั้น แตกต่างจากทุกสิ่งที่อุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำเคยเผชิญมา และยังส่งผลกระทบต่ออุปทานของชิปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไบรอัน มา นักวิจัยด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีของ IDC คาดว่า อุปทานชิปจะยังคงตึงตัวไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตชิปให้กับบริษัทต่างๆ เช่น Nvidia และ Google ควบคู่ไปกับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง ทั้งนี้ ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการชิปที่พุ่งสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หุ้นของซัมซุงกลับปรับตัวลดลงประมาณ 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันอังคารที่กรุงโซล แต่ในภาพรวม มูลค่าหุ้นของซัมซุงก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่บริษัทคู่แข่งในเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่า 200%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของทั้งสองบริษัท ยังช่วยหนุนดัชนีหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้ ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% นับตั้งแต่ต้นปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Nvidia รายงานยอดขายและกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมสูงกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ Nvidia กลับปรับตัวลดลงหลังการประกาศผลประกอบการ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมชิป AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้เผยแผนการลงทุนมูลค่าอย่างน้อย 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการต่างๆ ที่นำโดยซัมซุงและ SK Hynix เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตชิปของประเทศในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บริษัทคู่แข่งในเอเชีย ทั้งในญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน ต่างก็เร่งลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปเช่นกัน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794762?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว</dc:alternative><dc:abstract>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T01:33:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T01:33:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794439]]></link><pubDate>2026-07-06T18:27:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794439</guid><description>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เหตุไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักและยังควบคุมไม่ได้ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เหตุไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักและยังควบคุมไม่ได้ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนกว่า 10,000 คน ออกจากพื้นที่ในเมืองและหมู่บ้านกว่า 24 แห่งของฝรั่งเศสที่ติดกับพรมแดนของสเปน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ากระแสลมแรงในวันนี้จะยิ่งโหมกระพือให้เปลวเพลิงรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสหภาพยุโรป(อียู)ประกาศในวันเดียวกันว่าจะส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำสำหรับดับไฟป่าจำนวน 4 ลำ จากไซปรัสและสวีเดนไปยังฝรั่งเศสเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่โดยรอบเมืองเปร์ปินญองซึ่งกำลังเผชิญกับไฟป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่บริเวณเชิงเขาพีเรนิสในฝรั่งเศสไปแล้วประมาณ 46 ตารางกิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโลรองต์ นูเนซ์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์ TF1 ว่าเช้าวันนี้สถานการณ์กลับมาเลวร้ายลงอีกครั้ง แต่การต่อสู้กับไฟป่าจะเริ่มต้นขึ้นอีกรอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูร้อนในฝรั่งเศสและทั่วภูมิภาคยุโรปตะวันตกตลอดเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ได้แผดเผาพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มไฟป่าที่ลุกไหม้ที่เมืองเทรวิลลัคซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 5 ราย กำลังลุกลามอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเส้นทางการแข่งขันจักรยานทางไกล &amp;#8220;ตูร์เดอฟรองซ์&amp;#8221; (Tour de France) ช่วงที่ 3 โดยทางการท้องถิ่นได้สั่งปิดเส้นทางดังกล่าวไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานฉุกเฉินในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ แม้การแข่งขันจะยังคงดำเนินต่อไป แต่จะมีการจำกัดจำนวนขบวนรถของทีมแข่งที่ติดตามขบวนนักกีฬาให้เหลือน้อยที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนทางฝั่งประเทศสเปน ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วคิดเป็นขนาดประมาณ 22 ตารางกิโลเมตร โดยร้อยละ 97 ของพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตคุ้มครองทางธรรมชาติ Les Gavarres อย่างไรก็ตาม ทางการแคว้นกาตาลุญญาของสเปนระบุมื่อคืนวันเสาร์ว่าสถานการณ์ไฟป่าเริ่มทรงตัวแล้วและคาดว่าจะสามารถดับไฟได้สนิทภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794439?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ</dc:alternative><dc:abstract>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T11:27:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T11:27:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794312]]></link><pubDate>2026-07-06T17:30:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794312</guid><description>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์นักโทษ 2 กลุ่ม ก่อเหตุปะทะทำร้ายกันในเรือนจำเมืองเนกอมโบ เมืองชายฝั่งข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์นักโทษ 2 กลุ่ม ก่อเหตุปะทะทำร้ายกันในเรือนจำเมืองเนกอมโบ เมืองชายฝั่งของประเทศศรีลังกา ในเหตุการณ์ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอาทิตย์(5 ก.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 25 ราย และได้รับบาดเจ็บราว 100 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวในวงการตำรวจเปิดเผยว่า เหตุการณ์ตะลุมบอมกันของนักโทษเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ระหว่างนักโทษเด็ดขาดที่ถูกตัดสินความผิดแล้วกับกลุ่มนักโทษที่อยู่ระหว่างการฝากขังภายในเรือนจำเมืองเนกอมโบ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศไปทางตอนเหนือราว 35 กม.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเปิดศึกตะลุมบอนกันครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์พื้นที่ภายในเรือนจำพร้อมทั้งตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านพลจัตวา วารูนา กาเมจ โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า มีการร้องขอให้กองทัพเข้ามาสนับสนุนการทำงานของตำรวจ แต่ในขณะนี้กำลังพลยังคงเตรียมพร้อมรอคำสั่งอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์เดเรนายังเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากวางกำลังกันอยู่บริเวณหน้าประตูเรือนจำ ขณะที่รถบัสของตำรวจซึ่งบรรทุกนักโทษที่ได้รับบาดเจ็บโดยบางคนนอนกองอยู่กับพื้นรถกำลังแล่นออกจากพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794312?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย</dc:alternative><dc:abstract>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T10:37:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T10:37:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T101234Z_57911744_RC2A8MAK9TM9_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T101234Z_57911744_RC2A8MAK9TM9_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>497</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>497</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794139]]></link><pubDate>2026-07-06T16:40:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794139</guid><description>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของกองทัพเรือแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA) ได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธติดหัวรบจำลองไปยังน่านน้ำสากลในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยขีปนาวุธดังกล่าวได้ตกลงในพื้นที่ทางทะเลที่กำหนด แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระบอกเสียงทางการปักกิ่งระบุว่าการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการตามปกติในการฝึกซ้อมทางทหารประจำปีของจีน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเป้าหมายที่จะมุ่งเป้าไปที่ประเทศหรือเป้าหมายใดเป็นการเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทดสอบอาวุธครั้งนี้ของกองทัพจีนได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลให้กับชาติมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อความพยายามที่จะขยายขีดความสามารถทางทหารของกองทัพจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่าแม้จีนได้แจ้งต่อรัฐบาลออสเตรเลียถึงแผนการทดสอบยิงขีปนาวุธดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่การกระทำเช่นนั้นจะสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทดสอบขีปนาวุธของจีนยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากออสเตรเลียและฟิจิได้ลงนามเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศครั้งสำคัญในวันนี้ โดยทั้งสองประเทศต่างให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากประเทศใดประเทศหนึ่งถูกโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า นิวซีแลนด์มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการทดสอบครั้งนี้ โดยนิวซีแลนด์ได้รับแจ้งถึงแผนการดังกล่าวเพียงมีกี่ชั่วโมงก่อนการทดสอบยิง เช่นเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่นที่ระบุว่าได้รับแจ้งเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธดังกล่าวและได้เรียกร้องให้จีนทบทวนการกระทำนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของกองทัพจีน&amp;#8221; ทางการญี่ปุ่นกล่าว และว่า ทางการจีนได้แจ้งต่อหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ว่าอาจมีเศษซากชิ้นส่วนจากอวกาศที่อาจตกลงมาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันจันทร์อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ขีปนาวุธของจีนได้ตกลงนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794139?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า</dc:alternative><dc:abstract>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T09:40:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T09:40:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793894]]></link><pubDate>2026-07-06T15:19:32+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793894</guid><description>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสื่อจีนว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นครหนานหนิง เมืองเอกของมณฑลกวางซีทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งมีประชากรเกือบ 9  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสื่อจีนว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นครหนานหนิง เมืองเอกของมณฑลกวางซีทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งมีประชากรเกือบ 9 ล้านคน ได้ปรับการรับมือน้ำท่วมขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นระดับ 3 จากเดิมที่ระดับ 1 หลังฝนตกหนักหลังพายุไต้ฝุ่นไมสักพัดผ่าน ทำให้แม่น้ำและอ่างเก็บน้ำมีระดับน้ำสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุดมีรายงานว่า คันกั้นน้ำของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางแห่งหนึ่งในเมืองเหิงโจว ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของนครหนานหนิงเกิดการพังทลาย และกำลังมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ พายุไต้ฝุ่นไมสักขึ้นฝั่งครั้งแรกที่มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีนเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกที่ขึ้นฝั่งในจีนแผ่นดินใหญ่ในปีนี้ พายุลูกนี้ได้ขึ้นฝั่งเป็นครั้งที่ 2 ในประเทศเวียดนามเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นักอุตุนิยมวิทยาของจีนคาดว่า พายุไต้ฝุ่นไมสักจะอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน แต่หย่อมความกดอากาศที่หลงเหลือจากพายุ ประกอบกับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ตามฤดูกาล จะยังคงทำให้หลายพื้นที่ ได้แก่ กว่างซี กุ้ยโจว หูหนาน และพื้นที่อื่นๆ เผชิญกับฝนตกหนักต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793894?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด</dc:alternative><dc:abstract>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T09:20:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T09:20:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/m1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/m1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1212</mi:x1><mi:y1>2159</mi:y1><mi:x2>1212</mi:x2><mi:y2>2159</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793891]]></link><pubDate>2026-07-06T15:08:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793891</guid><description>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น ทางการอิหร่านได้เริ่มแห่ขบวนศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านผู้ล่วงลับ พร้อมสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากกา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทางการอิหร่านได้เริ่มแห่ขบวนศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านผู้ล่วงลับ พร้อมสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลในวันแรกของการเปิดฉากสงคราม ซึ่งถูกคลุมด้วยธงชาติอิหร่านและนำขึ้นรถบรรทุกที่ได้รับการประดับตกแต่ง แห่ไปตามถนนทั่วกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ซึ่งแน่นขนัดไปด้วยฝูงชนที่ออกมาร่วมอาลัยอดีตผู้นำสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนศพของคาเมเนอีจะมุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเมห์ราบัด โดยใช้เวลาเดินทางราว 12 ชั่วโมง จากการเปิดเผยของพล.อ.ฮาซัน ฮาซันซาเดห์ แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ซึ่งรับหน้าที่กำกับดูแลขบวนแห่ศพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลอิหร่านคาดหวังว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง เพื่อแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาล โดยขณะนี้มีประชาชนหลายแสนคนมารวมตัวกันตามจัตุรัสต่างๆ ในกรุงเตหะราน พร้อมทั้งโบกธงและชูป้ายเพื่อแสดงการสนับสนุนคาเมเนอี&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นในพื้นที่รายงานว่า เส้นทางที่ขบวนแห่ศพเคลื่อนผ่านนั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนเต็มพื้นที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงตะโกนกึกก้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่นสาปแช่งว่า &amp;#8220;อเมริกาจงพินาศ อิสราเอลจงพินาศ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ คลิปวิดีโอจากสำนักข่าวรอยเตอร์ยังเผยให้เห็นชาวอิหร่านส่วนหนึ่งกำลังเผาธงชาติสหรัฐและสหราชอาณาจักร ขณะที่บางส่วนชูป้ายภาพผู้นำสหรัฐปรากฎอยู่บนเป้าเล็งด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับพิธีศพของคาเมเนอีที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม จะดำเนินไปถึงวันที่ 9 กรกฎาคม หลังจากการเคลื่อนไปประกอบพิธีศพทางศาสนามที่เมืองกุมของอิหร่าน เมืองนาจาฟและเมืองคาร์บาลาของอิรัก ก่อนจะนำไปฝังที่เมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคาเมเนอี ในวันที่ 9 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793891?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T08:09:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T08:09:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793805]]></link><pubDate>2026-07-06T14:39:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793805</guid><description>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์ตุรกี (TKP) ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีควบคุมตัวผู้ประท้วงต่อต้านองค์การสนธิส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์ตุรกี (TKP) ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีควบคุมตัวผู้ประท้วงต่อต้านองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) มากกว่า 100 คน ก่อนการประชุมสุดยอดพันธมิตรนาโตที่จะจัดขึ้นในกรุงอังการาในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นไม่นานก่อนที่ตุรกีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำจาก 32 ประเทศพันธมิตรนาโต รวมถึงผู้แทนจากประเทศหุ้นส่วนนาโต ในการประชุมที่จะจัดขึ้น วันที่ 7-8 กรกฎาคม ณ กรุงอังการา ส่งผลให้ทางการเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วกรุงอังการาก่อนการประชุม โดยสั่งห้ามการประท้วง  ปิดกั้นพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง และปิดถนนหลายสาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านพรรค TKP ออกมาชี้แจงในแถลงการณ์ว่า ทางพรรคเป็นผู้จัดการชุมนุมประท้วงที่จตุรัสคิซิไล ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงอังการา และกล่าวเสริมว่า ขณะนี้สมาชิกพรรคกว่า 100 คน รวมถึงผู้บริหารกำลังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ในนครอิสตันบูล การประท้วงอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งจัดโดย TKP ผู้คนหลายร้อยคนเดินขบวนจากจัตุรัสทักซิมไปยังโดลมาบาห์เช และยังมีการประท้วงอีกสองกลุ่มซึ่งจัดแยกโดยกลุ่มฝ่ายซ้ายในเขตคาดิคอย ทั้งนี้ แม้จะมีตำรวจในพื้นที่การชุมนุมจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้นระหว่างการประท้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคมาล โอคูยา เลขาธิการพรรค TKP กล่าวในอิสตันบูลว่า “ในวันนี้ พวกเรารวมตัวกันทั่วประเทศตุรกีเพื่อประท้วงนาโต เราเคยให้คำมั่นว่าเราจะไม่ยอมให้อังการาสนับสนุนนาโต ไม่ยอมให้อังการานิ่งเฉย และตอนนี้เรากำลังทำตามสัญญา” ขณะที่รัฐบาลยังไม่ออกมาชี้แจงใด ๆ เกี่ยวกับการประท้วงและการควบคุมตัวผู้ประท้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีการควบคุมตัวดังกล่าวจากหลากหลายฝ่าย โดย ทันเซอร์ บาคีร์ฮาน ประธานร่วมของพรรค DEM ซึ่งสนับสนุนชาวเคิร์ดของตุรกี กล่าวว่า การควบคุมตัวดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเป็นการขัดขวางสิทธิขั้นพื้นฐานก่อนการประชุมสุดยอดนาโต พร้อมทั้งระบุว่า ประเทศนี้กลายเป็นศูนย์กักกันอย่างเต็มตัว โดยใช้การประชุมสุดยอดนาโตเป็นข้ออ้างเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกที่ไม่ได้ประกาศใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793805?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ</dc:alternative><dc:abstract>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T07:39:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T07:39:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793651]]></link><pubDate>2026-07-06T13:55:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793651</guid><description>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน สื่อจีนรายงานว่า ศาลเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ได้มีคำพิพากษาให้แบรนด์ชา Molly Tea ยุติการใช้โลโก้ที่เป็นข้อพิพาท เผยแพร่คำขอโทษต่อส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อจีนรายงานว่า ศาลเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ได้มีคำพิพากษาให้แบรนด์ชา Molly Tea ยุติการใช้โลโก้ที่เป็นข้อพิพาท เผยแพร่คำขอโทษต่อสาธารณะ และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ Louis Vuitton เป็นจำนวน10.3 ล้านหยวน (ประมาณ 49 ล้านบาท) หลังศาลชี้ว่าแบรนด์ชาดังกล่าวลอกเลียนลวดลาย &amp;#8220;ดอกไม้สี่กลีบ&amp;#8221; อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์หรูระดับโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศาลยังเปิดเผยว่า Molly Tea เคยพยายามยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาแล้วหลายครั้ง แต่ถูกสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีนปฏิเสธทั้งหมด มีเพียงเครื่องหมายการค้าที่เป็นตัวอักษรภาษาจีนคำว่า “Molly Tea” เท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินของศาลในคดีระหว่าง Molly Tea กับ Louis Vuitton ได้จุดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์ของจีน โดยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับคดีมียอดเข้าชมกว่า 400 ล้านครั้งและมีความคิดเห็นนับหมื่นรายการ ขณะที่ BBC ได้ติดต่อทั้งสองบริษัทเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ชาวจีนจำนวนมากออกมาปกป้องการออกแบบโลโก้ของ Molly Tea ว่า ลวดลายที่ใช้ในแบรด์หรูของตะวันตกหลายแบรนด์ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะโบราณวัตถุของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ โดยผู้ใช้เว่ยเป๋อรายหนึ่งระบุว่าจะดื่ม Molly Tea วันละแก้ว เพื่อเป็นกำลังใจให้บริษัท พร้อมแสดงความเห็นว่า Louis Vuitton กำลังฉวยโอกาสจากการที่บรรพบุรุษชาวจีนไม่ได้จดสิทธิบัตรหรือคุ้มครองลวดลายเหล่านั้นไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ใช้เรดโน๊ตอีกรายมองว่า รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานเช่นนี้ถูกใช้กันทั่วโลกมาตลอดประวัติศาสตร์ ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์ของจีนเพียงแห่งเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลและสนับสนุนการคุ้มครองเครื่องหมายการค้า โดยระบุว่าผู้ที่สนับสนุนโลโก้ของ Molly Tea ควรไปศึกษากฎหมายก่อน เพราะ Louis Vuitton ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้แล้ว อีกทั้งยังมองว่า Louis Vuitton มีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตน และแบรนด์อื่นไม่มีสิทธิ์ลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793651?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน</dc:alternative><dc:abstract>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T06:55:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T06:55:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793399]]></link><pubDate>2026-07-06T12:37:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793399</guid><description>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ไบรอัน จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการยืดอายุขัย และไบโอแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงจากการทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ไบรอัน จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการยืดอายุขัย และไบโอแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงจากการทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อชะลอความแก่และยืดอายุด้วยการย้อนวัยเซลล์ในร่างกายของตนเอง ออกมาเผยว่า เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และกระเพาะอาหารของเขากำลังกินตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชายวัย 48 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักจากความพยายามในการทำทุกอย่างเพื่อให้มีอายุยืนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ได้โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เขาป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (AIG) โดยผู้คนเพียง 2-5% เท่านั้นที่เป็นโรคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะของไบโอแฮ็กเกอร์ หรือผู้ที่พยายามปรับแต่งการทำงานของร่างกายและสมองเพื่อให้สามารถทำงานได้ดีที่สุด จอห์นสันระบุว่า เขาจะพยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาโรค AIG ให้หายขาดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน จอห์นสันใช้ชีวิตภายใต้การดูแลสุขภาพที่เข้มงวด โดยพยายามปรับทุกองค์ประกอบของร่างกายให้เหมาะสมที่สุด ตั้งแต่คุณภาพการนอนหลับไปจนถึงสุขภาพด้านการเจริญพันธุ์ จอห็นสันเล่าว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างดีต่อสุขภาพเพราะรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดและดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นประจำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับความเครียดเป็นเวลาหลายปี มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเผชิญกับภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง ร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดกระบวนการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง และหันมาโจมตีอวัยวะของตัวเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต่อมไทรอยด์และเยื่อบุกระเพาะอาหาร และนำไปสู่โรค AIG&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวโน้มในการรักษาก็ไม่ค่อยดีนัก การดูแลรักษาในปัจจุบันไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ แพทย์ทำได้เพียงควบคุมอาการและภาวะแทรกซ้อนเท่านั้น จอห์นสันยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นโรคดังกล่าว แม้ว่ามันจะสร้างความเสียหายต่อร่างกายอย่างถาวรไปแล้ว ซึ่งรวมถึงภาวะขาดสารอาหาร โลหิตจาง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่ออายุ 21 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำหรือภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนได้น้อยกว่าปกติ เขาจึงต้องรับประทานยาทดแทนฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อให้การทำงานของต่อมไทรอยด์อยู่ในระดับปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ในช่วงเวลานั้นเขาจะไม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติใดๆ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป จอห์นสันเชื่อว่าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนของโรค AIG มาตั้งแต่แรก เพียงแต่เขาไม่ได้เชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการที่ระดับเฟอร์ริติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่สะสมธาตุเหล็กในร่างกายต่ำ โดยที่เขาไม่มีภาวะโลหิตจาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์นสันไม่ได้เป็นคนเดียวที่เผชิญกับปัญหาดังกล่าว เพราะผู้ป่วยโรคนี้จำนวนมากแทบไม่มีอาการที่สังเกตชัดเจน ซึ่งอาจรวมถึงอาการปวดท้อง ขาดธาตุเหล็ก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จอห์นสันจะรับประทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก แต่ระดับเฟอร์ริตินของเขายังคงต่ำกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง ทำให้แพทย์ต้องส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมธาตุเหล็กในร่างกายของเขาจึงหายไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ซึ่งผลตรวจไม่พบมะเร็งลำไส้ใหญ่ จากนั้นทีมแพทย์จึงตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหารทั้งส่วนบนและส่วนล่าง เพื่อตรวจดูทางเดินอาหารทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดหลายชนิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลตรวจเลือดพบว่า เขามีระดับแอนติบอดีต่อเซลล์พาไรเอตัลสูงกว่าปกติ ซึ่งบ่งชี้ถึงโรค AIG เนื่องจากโรคนี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีขึ้นมาโจมตีเซลล์พาไรเอตัลในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างกรดในกระเพาะและผลิตสารที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบี 12 ได้ โดยโรคนี้มักพบในผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดอื่นอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ยืนยันการวินิจฉัยคือ ผลการตัดชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหาร ซึ่งพบว่าเยื่อบุกระเพาะอาหารของเขาเริ่มอ่อนแอลง และมีการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้นที่สอดคล้องกับโรค AIG&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์นสันอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหาสุขภาพแต่ละอย่างของเขาล้วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการขาดธาตุเหล็ก โรคไทรอยด์จากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง และโรค AIG ที่เป็นต้นเหตุให้ระดับธาตุเหล็กลดต่ำ ซึ่งทำให้การรักษาทำได้ยากมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้โรค AIG จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมโรคได้ด้วยการรักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น การฉีดวิตามินบี 12 ทดแทน หรือการให้ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจอห์นสันได้รับโมโนเฟอร์ริก ขนาด 1,000 มิลลิกรัม ทางหลอดเลือดดำแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จอห์นสันยืนยันว่าจะไม่หยุดความพยายามในการค้นหาวิธีรับมือกับโรค โดยวางแผนติดตามค่าต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ทีมแพทย์ของเขาจะทำการตัดชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหารเพื่อตรวจซ้ำเป็นระยะ และจะพัฒนาแนวทางการรักษาแบบทดลองเพิ่มเติม จากผลการตรวจที่ได้ในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793399?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง</dc:alternative><dc:abstract>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T06:25:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T06:25:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793339]]></link><pubDate>2026-07-06T12:18:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793339</guid><description>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ศาลต่อต้านการทุจริตของฟิลิปปินส์ได้ออกคำสั่งจับกุมวุฒิสมาชิกโรดันเต มาร์โคเลตา พันธมิตรทางการเมือง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ศาลต่อต้านการทุจริตของฟิลิปปินส์ได้ออกคำสั่งจับกุมวุฒิสมาชิกโรดันเต มาร์โคเลตา พันธมิตรทางการเมืองของนางซารา ดูแตร์เต รองประธานาธิบดี ในข้อกล่าวหาทุจริต ซึ่งการสั่งจับกุมสว.คนดังกล่าวมีขึ้นก่อนหน้าที่วุฒิสภาฟิลิปปินส์ จะเริ่มการพิจารณาคดีถอดถอนรองประธานาธิบดีดูแตร์แตออกจากตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตครั้งสำคัญของนางดูแตร์เตว่าจะได้ไปต่อหรือไม่บนเส้นทางทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกมาร์โคเลตา มีกำหนดจะทำหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะตุลาการวุฒิสภาในการพิจารณาคดีถอดถอนนางดูแตร์เต ซึ่งถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบในหลายข้อหาที่จะเริ่มขึ้นในวันจันทร์นี้ หากคณะตุลาการวุฒิสภาที่มีสมาชิกทั้งหมด 24 คน มีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ให้ถอดถอน นางดูแตร์เตก็อาจถูกตัดสิทธิ์จากการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่จะมีขึ้นในปี 2028 โดยขณะนี้เธอยังคงเป็นตังเต็งที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ พันธมิตรที่กลายมาเป็นคู่ปรับของเธอที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้เพียงสมัยเดียวซึ่งมีวาระ 6 ปีเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลต่อต้านการทุจริตได้มีคำสั่งให้จับกุมนายมาร์โคเลตา หลังจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวหาว่าเขารับเงินจำนวน 75 ล้านเปโซ หรือประมาณ 39.8 ล้านบาท จากผู้บริจาคภาคเอกชนระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ศาลยังสั่งห้ามนายมาร์โคเลตาเดินทางออกนอกประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระแสข่าวการเตรียมจับกุมวุฒิสมาชิกมาร์โคเลตาได้ก่อให้เกิดการประท้วงขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนโดยกลุ่มเคลื่อนไหวทางศาสนาที่มีสมาชิก 2 ล้านคน ส่งผลให้การจราจรในกรุงมะนิลาเป็นอัมพาตและเป็นผลให้ประธานาธิบดีมาร์กอสต้องยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การพิจารณาคดีถอดถอนรองประธานาธิบดีดูแตร์เตครั้งแรกนี้การไต่สวนจะมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่านางดูแตร์เตใช้เงินกองทุนสาธารณะในทางที่ผิด ครอบครองทรัพย์สินที่มีที่มาไม่ชัดเจน และการข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีมาร์กอส และภริยาของเขาซึ่งเป็นสตรีหมายเลข 1 รวมถึงอดีตประธานผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793339?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.</dc:alternative><dc:abstract>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T05:18:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T05:18:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793050]]></link><pubDate>2026-07-06T10:33:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793050</guid><description>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมืองโฮโนลูลู ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 17 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมืองโฮโนลูลู ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 17 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติแดเนียล เค. อิโนเอ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา โดยมี  นายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และ ผู้แทนกองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกสหรัฐ ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะได้พบหารือกับ นางเซเลสต์ คอนเนอร์ส ประธานสถาบัน East-West Center เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทั้งในภาคประชาชนและภาควิชาการ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะได้พบหารือกับ พลเรือเอก ซามูเอล เจ ปาปาโร ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐประจำภาคพื้นแปซิฟิก (U.S. Pacific Command : USPACOM) เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ และ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยเฉพาะในสาขาไซเบอร์ อวกาศ ออนไลน์สแกม การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ การฝึกอบรมทางทหาร ขณะเดียวกันทั้งสองจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์โลก รวมถึงสถานการณ์ภูมิภาคในปัจจุบันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการเยือนรัฐฮาวายระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคมในครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความเป็นพันธมิตร และความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสหรัฐในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งรัฐฮาวายมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างตะวันออกกับตะวันตก รวมถึงเป็นที่ตั้งของสถาบันวิชาการชั้นนำของสหรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือ ตลอดจนเชื่อมโยงประชาชนของสหรัฐกับประเทศในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793050?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T03:33:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T03:33:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793023]]></link><pubDate>2026-07-06T09:10:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793023</guid><description>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ รอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพิ่มข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพิ่มขึ้นเป็น 3,342 ราย ตามตัวเลขที่กระทรวงสารสนเทศของเวเนซุเอลาเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขที่ทางการเวเนซุเอลาเผยแพร่ใหม่นี้ยังระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16,470 คน ขณะที่จำนวนผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเป็น 17,345 คน อย่างไรก็ดีรัฐบาลไม่ได้ระบุถึงจำนวนผู้สูญหาย ซึ่งคาดว่ายังอยู่ที่หลายหมื่นคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันประกาศอิสรภาพครบรอบ 215 ปีของประเทศเวเนซุเอลา โดยเธอได้ปกป้องการดำเนินการของรัฐบาลหลังเกิดแผ่นดินไหว ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่หลายคนเรียกว่า เป็นการตอบสนองต่อภัยพิบัติที่ล่าช้าและไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรดริเกซยืนยันว่า เธอได้ส่งกำลังทหารไปให้ความช่วยเหลือในทันที และประกาศจัดตั้งหน่วยทหารใหม่เพื่อช่วยรับมือกับเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793023?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T02:10:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T02:10:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793008]]></link><pubDate>2026-07-06T08:43:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793008</guid><description>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่งดินแดนของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเผชิญกับลมกระโช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่งดินแดนของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเผชิญกับลมกระโชกแรงและฝนตกหนักอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ (NWS) ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมคงที่เกือบ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NWS เตือนว่า พายุลูกนี้เป็นพายุที่ &amp;#8220;อันตรายอย่างยิ่ง&amp;#8221; และอาจก่อให้เกิดความเสียหายในระดับหายนะ โดยทะเลอาจมีคลื่นสูงเกือบ 11 เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า ได้รับรายงานความเสียหายร้ายแรงหลายจุดในหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกเป็นพื้นที่ที่เผชิญกับพายุเขตร้อนอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม พายุที่มีความรุนแรงระดับนี้ถือว่าพบได้ไม่บ่อยนักสำหรับดินแดนของสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่มีกำลังรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่างทยอยอพยพไปอาศัยในศูนย์พักพิงฉุกเฉิน และเร่งเตรียมความพร้อมในนาทีสุดท้ายก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจะมาถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของ NWS หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาและเกาะโรตาเป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะ ตั้งห่างจากเกาะกวมไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 50 กิโลเมตร กำลังเผชิญกับการพัดขึ้นฝั่งของซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานนายกเทศมนตรีของเกาะโรตาได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับลมพายุรุนแรงระดับทำลายล้าง พร้อมระบุว่า สภาพอากาศจะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ปลอดภัยที่จะอยู่กลางแจ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่เกาะไซปัน ซึ่งอยู่ทางเหนือของเกาะโรตา มาร์คัส แลนดอน ไอดเลตต์ นักอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ที่สนามบินบนเกาะวัดความเร็วลมกระโชกได้มากกว่า 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากบนเกาะยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้จากผลกระทบของซูเปอร์ไต้ฝุ่นซินลาคุครั้งล่าสุด ซึ่งพัดถล่มเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน และสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NWS ยังเตือนว่า ความเร็วลมจะยังคงอยู่ในระดับพายุไต้ฝุ่นอย่างน้อยจนถึงช่วงบ่ายต้นๆ ของวันจันทร์ และจะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับพายุโซนร้อนจนกว่าจะเลยช่วงเที่ยงคืนไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกาะกวม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านชายหาดและแสงแดด และมีประชากรราว 170,000 คน ได้เปิดศูนย์อพยพ 5 แห่งภายในโรงเรียนต่าง ๆ โดยรองรับผู้ประสบภัยได้รวมประมาณ 1,700 คน และจัดไว้สำหรับกลุ่มเปราะบางเป็นหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของเกาะกวมเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ศูนย์อพยพแห่งหนึ่งมีผู้เข้าพักเต็มความจุแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังส่งประชาชนที่เดินทางมาเพิ่มเติมไปยังศูนย์อพยพแห่งอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกองทัพสหรัฐที่ทำหน้าที่ติดตามพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ได้จัดให้บาหวี่เป็น &amp;#8220;ซูเปอร์ไต้ฝุ่น&amp;#8221; ซึ่งหมายถึงพายุที่มีความเร็วลมตั้งแต่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ขณะที่ NWS ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นมีศักยภาพในการทำลายล้างเทียบเท่ากับ เฮอริเคนระดับ 4 หรือระดับ 5&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บาหวี่นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนระดับ 4 หรือระดับ 5 ลูกที่ 11 ที่พัดขึ้นดินแดนของสหรัฐในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าจำนวนพายุระดับเดียวกันทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วง 57 ปีก่อนหน้านั้น รวมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรง ซึ่งเป็นการอุ่นขึ้นของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งอิทธิพลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก จะทำให้พายุหมุนเขตร้อนมีแนวโน้มทวีกำลังรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นยังทำให้มีความชื้นสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าเดิม ส่งผลให้พายุทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793008?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร</dc:alternative><dc:abstract>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T02:10:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T02:10:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792978]]></link><pubDate>2026-07-06T08:13:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792978</guid><description>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน โดยมีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นทั่วใจกลางกรุงเคียฟในช่วงเช้ามืด ก่อนเกิดระเบิดไม่นาน มีการเปิดไซเรนเตือนภัยทางอากาศทั่วทั้งกรุงเคียฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวเป็นปฏิบัติการแบบผสมผสาน ทั้งการใช้โดรน ขีปนาวุธร่อน และขีนปยาวุธพิสัยใกล้ และยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง นายวิทาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุบนเทเลแกรมว่า มีพื้นที่อย่างน้อยสองเขตในกรุงเคียฟที่มีรายงานว่าเกิดไฟไหม้หรือความเสียหายจากเศษซากต่างๆ ที่ตกลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อมูลข่าวกรองบ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวยังเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ครั้งสำคัญในตุรกี ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ มีแผนจะเข้าร่วมประชุมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ทำการโจมตีเคียฟอย่างรุนแรงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย ถือเป็นการโจมตีเมืองหลวงของยูเครนที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามของรัสเซียในยูเครนจะเป็นประเด็นสำคัญของการประชุมสุดยอดนาโตที่จะเริ่มขึ้นในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ที่กรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี ขณะที่กองกำลังรัสเซียได้เพิ่มความพยายามในการยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของภูมิภาคโดเนตสก์ของยูเครน ด้านยูเครนก็เพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่ควบคุมของรัสเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือ และโรงงานผลิตอาวุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนากับทรัมป์ทางโทรศัพท์ เนื่องในโอกาสวันชาติสหรัฐในวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นเวลานานเกือบ 90 นาที โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเผยว่า ผู้นำสหรัฐได้เสนอความช่วยเหลือในการยุติสงครามในยูเครนอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792978?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี</dc:alternative><dc:abstract>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T01:16:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T01:16:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792684]]></link><pubDate>2026-07-05T17:40:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792684</guid><description>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าทางการได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าทางการได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเหลือนักปีนเขา 4 คน ที่ติดอยู่บนภูเขาราอูสุ ในจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งออกมา หลังจากนักปีนเขาทั้ง 4 คน เผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลตัวหนึ่งขณะกำลังเดินลงจากภูเขาลูกดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ (4 ก.ค.) ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.30 น.ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ชายนักปีนเขารายหนึ่ง อายุ 60 ปี พบเห็นหมีสีน้ำตาลอยู่ห่างจากเขาไปราว 50 เมตร บนเส้นทางเดินเขา ขณะที่เขากำลังเดินลงจากภูเขาราอูสุ ตำรวจระบุว่าหมีตัวดังกล่าวมีขนาดตัวสูงประมาณ 1.5 เมตร ก่อนที่นักปีนเขาอีก 3 คนจะเดินมาสมทบกับนักปีนเขาคนก่อนหน้า กระทั่งเวลาประมาณ 16.50 น.ของวันเกิดเหตุ หนึ่งในนั้นได้โทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินว่า พวกเขาไม่สามารถเดินทางต่อไปได้หลังจากพบหมีป่าดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักปีนเขาทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จากเหตุการณ์พบเจอหมีสีน้ำตาลดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ภูเขาราอูสุซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรชิเระโทโกะ บนเกาะฮอกไกโด และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ได้กลับมาเปิดให้นักปีนเขาใช้เส้นทางนี้ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม หลังจากเส้นทางดังกล่าวถูกปิดมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากนักเดินป่าวัย 26 ปีเสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นและหน่วยงานท้องถิ่นได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์หมีป่าออกมาทำร้ายผู้คน โดยมีการกำหนดระบบแจ้งเตือนภัยหมีสีน้ำตาลไว้ 4 ระดับ โดยเมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์ที่มีผู้พบเห็นหมีและเหตุการณ์ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากหมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น ทำให้ทางการต้องเร่งประเมินพื้นที่อยู่อาศัยของหมีและหาแนวทางลดความเสี่ยงภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกันยังมีรายงานว่า ที่จังหวัดอากิตะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ได้เกิดเหตุชายอายุ 83 ปีรายหนึ่ง ถูกหมีทำร้ายขณะออกไปเก็บผักบนภูเขาในเช้าวันนี้เช่นกัน โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและใบหน้า แต่เขายังสามารถสื่อสารได้เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792684?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี</dc:alternative><dc:abstract>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T11:44:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T11:44:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792605]]></link><pubDate>2026-07-05T16:28:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792605</guid><description>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เอบีซีนิวส์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์กราดยิงขึ้นในย่านโคนีย์ไอแลนด์ เขตบรูคลิน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เอบีซีนิวส์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์กราดยิงขึ้นในย่านโคนีย์ไอแลนด์ เขตบรูคลิน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงดึกของวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ชาวอเมริกันทั่วประเทศร่วมกันฉลองวาระครบรอบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพของสหรัฐ หรือวันชาติสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 4 ราย จากการเปิดเผยของกรมตำรวจนิวยอร์ก(NYPD)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรมตำรวจนิวยอร์กระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 22.37 น.ของวันเสาร์(4 ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น หลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุการณ์ยิงเกิดขึ้นบริเวณช่วงตึกเลขที่ 2900 บนถนนเวสต์ 31 ในย่านโคนีย์ไอแลนด์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย ชายอายุ 37 ปี ชายอายุ 33 ปี หญิงอายุ 25 ปี หญิงอายุ 21 ปี เด็กชายอายุ 14 ปี, 12 ปี, 7 ปี และเด็กชายอายุ 6 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรมตำรวจนิวยอร์กระบุต่อว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกหน่วยกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว โดยมี 7 คนที่มีอาการคงที่ ส่วนหญิงอายุ 21 ปี มีอาการสาหัส นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่มีการจับกุมผู้ใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792605?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1</dc:alternative><dc:abstract>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T09:28:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T09:28:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792484]]></link><pubDate>2026-07-05T14:29:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792484</guid><description>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือลม-ฝน ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เจแปนนิวส์ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 9 ได้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือลม-ฝน ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เจแปนนิวส์ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 9 ได้ทวีความรุนแรงเป็นไต้ฝุ่นกำลังรุนแรงจัด โดยเมื่อเวลา 10.05 น.ของวันอาทิตย์(5 ก.ค.) ไต้ฝุ่นลูกนี้มีความกดอากาศที่ศูนย์กลางอยู่ที่ 920 เฮกโตปาสกาล และมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางที่ 55 เมตรต่อวินาที คาดว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกในขณะที่ทวีความรุนแรง และคาดว่าความกดอากาศที่ศูนย์กลางจะลดลงอยู่ที่ระดับประมาณ 905 เฮกโตปาสกาล ในเช้าวันจันทร์(6 ก.ค.) ส่วนไต้ฝุ่นไมสัก ได้พัดขึ้นฝั่งบริเวณแผ่นดินใหญ่ของประเทศจีนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอินไควเรอร์ อ้างสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ คาดการณ์ว่า อิทธิพลของไต้ฝุ่นบาหวี่จะก่อให้เกิดลมแรงและฝนตกในประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมเป็นต้นไป แม้ว่าในวันที่ 5 กรกฎาคม พายุลูกนี้ยังอยู่นอกเขตพื้นที่ฟิลิปปินส์ แต่คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตพื้นที่ฟิลิปปินส์ในวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกกระจายในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำนักงานบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ระบุว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ไม่น่าจะพัดขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ แต่ทางหน่วยงานได้เตือนว่าอาจมีการประกาศเตือนภัยลมพายุหมุนเขตร้อนในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของเกาะลูซอนเหนือของฟิลิปปินส์ โดยอาจเริ่มมีผลตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792484?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T07:29:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T07:29:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792369]]></link><pubDate>2026-07-05T13:50:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792369</guid><description>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น พิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 ณ มัสยิดอิหม่าม โค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 ณ มัสยิดอิหม่าม โคมัยนี แกรนด์ มอสซาลา ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (5 ก.ค.) ยังคงไร้การปรากฏตัวของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ซึ่งเป็นบุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เข้าร่วมในพิธีศพของบิดา ท่ามกลางชาวอิหร่านจำนวนมากที่ยังคงหลั่งไหลออกมาร่วมพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ถูกสังหารเสียชีวิตในปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า โลงบรรจุศพของคาเมเนอีถูกเคลื่อนออกมาจากสถานที่ประกอบพิธีละหมาดกลางแจ้ง ขณะที่มีการนำสวดภาวนาผ่านเครื่องขยายเสียงแพร่ไปยังฝูงชนซึ่งต่างร่วมกันสวดรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอถ่ายทอดสดของสำนักข่าวรอยเตอร์เผยให้เห็นผู้มาร่วมพิธีศพหลายคนต่างร่ำไห้ซับน้ำตาด้วยความเสียใจ ก่อนที่โลงศพของคาเมเนอีและโลงศพที่บรรจุศพสมาชิกหลายคนในครอบครัวของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งรวมถึงภรรยาและลูกชายของโมจตาบาที่ถูกสังหารเสียชีวิตในเหตุโจมตีเดียวกันด้วย ได้ถูกเคลื่อนไปวางบนแท่นยกสูง ณ สถานที่ประกอบพิธีสวดศพ โดยมีโลงศพขนาดเล็กกว่าวางอยู่ด้านบนสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ผู้นำทางศาสนาระดับสูงได้เป็นผู้นำสวดภาวนาให้กับร่างของคาเมเนอี ขณะที่ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสื่อทางการแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ยืนเรียงแถวอยู่ด้านหน้าโลงศพ โดยมีรายงานว่า พลจัตวาอาห์หมัด วาฮิดี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อันทรงอิทธิพลของอิหร่าน เป็นหนึ่งในบุคคลที่ยืนอยู่แถวหน้าที่ได้แสดงความเคารพและร่วมไว้อาลัยด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีสวดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ตามเวลาท้องถิ่น ณ มัสยิดอิหม่าม โคมัยนี แกรนด์ มอสซาลา ซึ่งร่างของคาเมเนอีได้ถูกตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ กระทั่งรุ่งสางวันอาทิตย์ ผู้คนหลายพันคนได้มารวมตัวกันอยู่ด้านนอกมัสยิดเพื่อแสดงความเคารพ ซึ่งเสียงสวดมนต์ดังก้องไปทั่วบริเวณผ่านลำโพงกระจายเสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่จับตาว่า โมจตาบา บุตรชายของคาเมเนอี ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่แทนนั้นจะมาร่วมพิธีศพของบิดาของเขาด้วยหรือไม่ ที่ผ่านมา โมจตาบา ยังไม่ได้ปรากฏตัวให้สาธารณชนได้เห็นเลยนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐร่วมกับอิสราเอลตั้งแต่วันแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกทั้งเขายังไม่ได้เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นการส่วนตัวแก่ภรรยาผู้ล่วงลับของเขาที่มีขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย มีเพียงการสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุนผ่านแถลงการณ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อของอิหร่านเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีศพของคาเมเนอี อดีตผู้นำที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของอิหร่าน จะจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน จนถึงปลายสัปดาห์หน้า โดยในต้นสัปดาห์นี้จะมีการเคลื่อนศพของคาเมเนอีไปยังเมืองกุม อันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ก่อนไปยังเมืองนาจาฟและคาร์บาลา เมืองสำคัญทางศาสนาในอิรัก และเคลื่อนศพนำกลับมาประกอบพิธีและฝังที่เมืองมัชฮัดของอิหร่าน อันเป็นบ้านเกิดของคาเมเนอีในวันที่ 9 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด รอยเตอร์รายงานอ้างสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่าน เผยแพร่ภาพในวันอาทิตย์นี้ ขณะลูกชายอีก 3 คน ของคาเมเนอี ได้แก่ มอสตาฟา, เมย์ซัม และ มาซูด คาเมเนอี ได้ร่วมพิธีสวดอยู่ข้างโลงบรรจุศพของบิดา รวมถึงสมาชิกอีก 4 คนในครอบครัว แต่ไม่มีโมจตาบาแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ได้ร่วมสวดมนต์อยู่หลังโลงศพของอดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792369?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น</dc:alternative><dc:abstract>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T08:19:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T08:19:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T054307Z_10622095_RC2F7MACKMOT_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T054307Z_10622095_RC2F7MACKMOT_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T194535Z_476748060_RC257MA6NE0W_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T194535Z_476748060_RC257MA6NE0W_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T182458Z_1541939181_RC2K6MA4DQ71_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T182458Z_1541939181_RC2K6MA4DQ71_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>546</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>546</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T173742Z_574373632_RC257MASGROP_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T173742Z_574373632_RC257MASGROP_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792260]]></link><pubDate>2026-07-05T11:34:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792260</guid><description>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ร่วมสังเกตการณ์การทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์จากเรือพิฆาตคังกน(Kang Kon) และการประเมินระบบอาวุธต่อต้านเรือ ต่อต้านเรือดำน้ำและระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ติดตั้งบนเรือรบลำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการทดสอบดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันศุกร์(3 ก.ค.)ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของการประเมินระบบการรบของเรือรบลำนี้ของเกาหลีเหนือที่เพิ่งสร้างเสร็จ ซึ่งการประเมินทดสอบอครอบคลุมถึงการตรวจสอบความสามารถในการตรวจจับเป้าหมาย การประมวลผลข้อมูลของอำนาจการยิงแบบบูรณาการ ปืนใหญ่ประจำเรือ ปืนกลอัตโนมัติและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อเปียงยางรายงานว่าผู้นำคิมได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแผนการประเมินระบบอาวุธของเรือพิฆาตลำดังกล่าว ก่อนจะชมการทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์และการทดสอบระบบอาวุธอื่น ๆ โดยผู้นำคิมชื่นชมความก้าวหน้าล่าสุดในการพัฒนาอาวุธและเรียกร้องให้เร่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันทางทหารและศักยภาพในการรบของเกาหลีเหนือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เขายังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทดสอบเรือพิฆาตคังกนให้เสร็จสมบูรณ์และนำเรือลำนี้เข้าประจำการในกองทัพเรือภายใน 2 เดือนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ประกาศนำเรือพิฆาตโชฮยอน ขนาด 5,000 ตัน เข้าประจำการในกองทัพเรือ พร้อมประกาศแผนที่จะนำเรือพิฆาตคังกน ซึ่งเป็นเรือรบในชั้นเดียวกันเข้าประจำการเพิ่มเติมภายใต้โครงการปรับปรุงและพัฒนากองทัพเรือของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คิม จองอึนยังได้ประกาศแผนสร้างเรือรบชั้นนี้ปีละ 2 ลำต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี และเปิดเผยแผนการสร้างเรือรบขนาดใหญ่กว่าซึ่งมีระวางขับน้ำประมาณ 10,000 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเรือพิฆาตคังกนเคยได้รับความเสียหายจากการพลิกเอียงบางส่วนระหว่างพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อปีที่แล้วก่อนจะได้รับการซ่อมแซม ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพเรือมากขึ้น เนื่องจากคิม จองอึนมองว่ากองทัพเรือเป็นเหล่าทัพที่อ่อนแอที่สุดของประเทศและต้องการยกระดับศักยภาพของกองกำลังส่วนนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792260?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ</dc:alternative><dc:abstract>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T04:34:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T04:34:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225949Z_728395315_RC297MA8LJOQ_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225949Z_728395315_RC297MA8LJOQ_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>482</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>482</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1308114742_RC297MAJMZXT_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1308114742_RC297MAJMZXT_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1694</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1694</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792230]]></link><pubDate>2026-07-05T11:10:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792230</guid><description>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ทางการเวเนซุเอลา แจ้งว่าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อวันที่ 24 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ทางการเวเนซุเอลา แจ้งว่าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว อยู่ที่ 2,954 ราย และตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของผู้สูญหาย อยู่ที่กว่า 41,000 คน ขณะที่ประชาชนกว่า 16,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย โดยต้องอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ ที่รัฐบาลจัดไว้ให้ บางส่วนอาศัยอยู่ในค่ายพักชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปีเตอร์ โฮลซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ของโรงพยาบาลสนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประสานงานระหว่างกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กับกลุ่มต่างๆที่ให้ความช่วยเหลือในเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลได้ให้การรักษาผู้ป่วยไปแล้วราว 400 ราย รวมถึงการผ่าตัดซึ่งคาดว่ามีเกือบ 30 ราย ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ในเบื้องต้นเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บจากแผ่นดินไหว จากนั้นจะเป็นการติดตามผลการผ่าตัด และจะส่งมอบการดำเนินงานให้กับแพทย์ท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792230?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น </dc:alternative><dc:abstract>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T04:11:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T04:11:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-23.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-23-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792209]]></link><pubDate>2026-07-05T10:25:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792209</guid><description>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเฉลิมฉลองใหญ่เนื่องในวัน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเฉลิมฉลองใหญ่เนื่องในวันชาติหรือวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาครบรอบ 250 ปี ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่น ที่บริเวณเนชันแนลมอลล์ อย่างแน่นอน “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” แม้ว่าพายุฝนฟ้าคะนองในช่วงฤดูร้อน อาจทำให้การจัดงานล่าช้าหรือได้รับผลกระทบก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ใกล้อนุสาวรีย์วอชิงตัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทรัมป์มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่ม Freedom 250 ซึ่งเป็นผู้จัดงานกิจกรรมการเฉลิมฉลองวันชาติครั้งนี้ระบุว่า ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสู่พื้นที่อีกครั้ง และทรัมป์จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวลา 23.00 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งช้ากว่ากำหนดเดิม 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมจะไปที่นั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คืนนี้เป็นคืนวันเสาร์ มาสนุกกันเถอะ ถึงแม้ว่างานจะเลิกดึกก็ตาม&amp;#8221; ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากต้องรอหลายชั่วโมงเพื่อเข้าสู่พื้นที่จัดงาน โดยต้องเผชิญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และสภาพอากาศร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียส โดยคลื่นความร้อนจัดที่ทำลายสติถิ ทำให้ต้องมีการยกเลิกขบวนพาเหรดและกิจกรรมอื่นๆ หลายรายการในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เข้าร่วมงานอย่างกลุ่มแนวร่วมรักชาติ(Patriot Front) ซึ่งเป็นกลุ่มชาตินิยมผิวขาว โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้เดินทางมาถึงกรุงวอชิงตันแล้ว และมีผู้คนหลายร้อยคนที่สวมเครื่องแต่งกายของกลุ่มเดินทางเข้าสู่เมืองด้วยรถไฟใต้ดินซึ่งให้บริการในเขตกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ตำรวจท้องถิ่นระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ความรุนแรงใด ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า โดยปกติแล้วประธานาธิบดีสหรัฐในอดีตมักหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐด้วยตนเอง แต่ทรัมป์ได้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการและการเมืองแบบหาเสียงนั้นเลือนหายไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม Freedom 250 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทรัมป์ ได้ลดบทบาทของคณะกรรมการที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายการเมืองซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ลงเพื่อรับผิดชอบควบคุมการจัดงานครบรอบ 250 ปีของประเทศแทน และยังได้ปิดพื้นที่ส่วนใหญ่ของเนชันแนลมอลล์ ซึ่งมีความยาวประมาณ 2.4 กิโลเมตร เพื่อจัดงาน &amp;#8220;Great American State Fair&amp;#8221; ซึ่งภายในงานมีทั้งชิงช้าสวรรค์ รวมถึงบูธจัดแสดงของกลุ่มอนุรักษนิยมและบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม Freedom 250 ระบุว่า งานเทศกาลนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงผู้คนและนวัตกรรมที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็น”ประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายรัฐที่มีพรรคเดโมแครตเป็นผู้บริหารปฏิเสธที่จะส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมงาน ขณะที่ศิลปินหลายคนที่มีกำหนดขึ้นแสดงก็ได้ถอนตัว โดยให้เหตุผลว่ากังวลเกี่ยวกับการเมืองแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้เริ่มเปิดงานกิจกรรมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐด้วยการจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ในช่วงแรกของการจัดงานมีผู้เข้าร่วมไม่มากนัก แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จำนวนผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้เข้าชมต้องต่อแถวยาวรอเพื่อเข้าชมสถานที่ที่มีการจัดกิจกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แฟรงก์ ดิโจวีน ผู้บริหารของสถาบันสมิธโซเนียนกล่าวว่า ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารภายในพิพิธภัณฑ์ของสถาบันซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่จัดงาน มียอดขายสินค้าที่ระลึกในวันศุกร์สูงเกือบทำสถิติใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กิจกรรมอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกลุ่ม Freedom 250 ยังรวมถึงการชุมนุมทางศาสนา ซึ่งมีวิทยากรส่วนใหญ่เป็นคริสเตียนสายอนุรักษนิยม และการแข่งขันกีฬาหลายรายการ รวมถึงการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่จัดขึ้นภายในบริเวณทำเนียบขาวเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปีของทรัมป์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีกำหนดจัดการแข่งขัน IndyCar ที่กรุงวอชิงตันในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการฉลองด้วยการยิงพลุดอกไม้อันไฟตระการตาเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ รวมถึงที่มหานครนิวยอร์กของสหรัฐ ในคืนวันที่ 4 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ รวมถึง 3 ใน 4 ของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต และครึ่งหนึ่งของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันมองว่ากิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีวันชาติสหรัฐ ได้กลายเป็นเรื่องที่เป็นการเมืองมากเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์พยายามปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพื้นที่หลายส่วนของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อรับการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของประเทศ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามีทั้งที่ประสบความสำเร็จและมีปัญหา เช่น น้ำพุและอนุสรณ์สถานหลายแห่งจะได้รับการบูรณะแล้ว แต่โครงการปรับปรุงสระสะท้อนภาพ(Reflecting Pool) หน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ที่มีมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างมาก แต่กลับประสบปัญหาหลายด้าน โดยสีของโครงสร้างเริ่มลอกและน้ำในสระมีตะไคร่น้ำขึ้นจนดูสกปรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792209?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ</dc:alternative><dc:abstract>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T03:36:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T03:36:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024836Z_1561725622_RC2E7MAVFJGT_RTRMADP_3_USA-250-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024836Z_1561725622_RC2E7MAVFJGT_RTRMADP_3_USA-250-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>1005</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>1005</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024523Z_801530467_RC2D7MAAXNI0_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024523Z_801530467_RC2D7MAAXNI0_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T021128Z_1358325118_RC2E7MAA5A2U_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T021128Z_1358325118_RC2E7MAA5A2U_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791512]]></link><pubDate>2026-07-05T06:28:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791512</guid><description>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา รายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินประจำปี 2025 ของ ประธานาธิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา รายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินประจำปี 2025 ของ &lt;strong&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/strong&gt; ระบุว่า ทรัมป์มีรายรับรวมกว่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี หลังจากที่เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระที่สองได้เพียงหนึ่งปีเศษเท่านั้น โดยที่ในจำนวนเงินมหาศาลนี้ยังไม่นับรวมรายได้และกำไรจากการสะสมอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ธุรกิจสินค้าแบรนด์ตนเอง รวมถึงการฟ้องร้องคดีชนะสำนักข่าวต่างๆ หลายแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์เผยว่าเขาทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์จากธุรกิจ World Liberty Financial  ผ่านการขาย &amp;#8220;&lt;strong&gt;โทเค็นเพื่อการกำกับดูแล&amp;#8221; &amp;#8220;สเตเบิลคอยน์&amp;#8221; &lt;/strong&gt;และสินทรัพย์คริปโทอื่นๆ ขณะที่รายได้จากธุจกิจคริปโทอีกแห่งหนึ่งคือ CIC Digital LLC ซึ่งทำเงินให้เขาราว 635 ล้านดอลลาร์ผ่านการขายเหรียญมีมซึ่งเป็นของที่ระลึกพิมพ์ลายประทับใบหน้าของทรัมป์ เพียงแค่รายได้จากธุรกิจคริปโทก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนทรัมป์แทบจะกลายเป็น &amp;#8220;ราชาคริปโท&amp;#8221; คนใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านภาคธุจกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่หลักที่เคยเป็นฐานในการส่งให้ทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐก็เฟื่องฟูอย่างต่อเนื่องไม่แพ้กัน โดยทรัมป์ได้รับเงินอีกหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐจากธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และคอนโดมิเนียม ที่สร้างขึ้นใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นการขยายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษนับตั้งแต่ทรัมป์ก่อตั้งธุรกิจดังกล่าวขึ้น โดยประเทศเหล่านี้หลายประเทศกำลังอยู่ในระหว่างเจรจากับสหรัฐในเรื่องภาษีนำเข้า ความช่วยเหลือทางทหาร และเรื่องสำคัญอื่นๆ ในขณะที่ธุรกิจของครอบครัวของทรัมป์บรรลุข้อตกลงทางธุรกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สร้างรายได้ให้ธุรกิจของทรัมป์ถึง 10.4 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอีกแห่งในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกำลังก่อสร้างโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ สร้างรายได้ให้บริษัทของทรัมป์ราว 9 ล้านดอลลาร์ และอีกแห่งในบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย และอีกแห่งในกาตาร์ สร้างรายได้ให้เขาแห่งละ 5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความมั่งคั่งของทรัมป์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ โดยสนามกอล์ฟและสมาคมกอล์ฟของทรัมป์ 16 แห่งทั่วโลกสร้างรายได้มากกว่า 470 ล้านดอลลาร์ผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมและใบอนุญาต ขณะเดียวกัน การขายหนังสือ MAGA และสินค้าอื่นๆ ที่มีตราทรัมป์ประดับสร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์ อาทิ หนังสือ Save America ทำเงินได้ 1,893,965 ดอลลาร์ หนังสือ Letters to Trump ทำเงินได้ 590,730 ดอลลาร์ และหนังสือ A MAGA Journey ทำเงินได้ 552,685 ดอลลาร์ อีกทั้งยังมีสินค้า อาทิ กีตาร์แบรนด์ทรัมป์ทำเงินได้ 35,920 ดอลลาร์ รองเท้าผ้าใบและน้ำหอมตราทรัมป์ทำเงินได้ 67,634 ดอลลาร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทรัมป์ยังฟ้องร้องสำนักข่าวและสื่อรวมกันหลายคดี ซึ่งทำให้เขาได้รับเงินค่าชดเชยเป็นจำนวนมาก  แม้จะไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าทำไมสำนักข่าวต่างๆ ถึงตัดสินใจยอมความในคดีฟ้องร้องของทรัมป์ที่กล่าวหาว่าฉ้อโกงและหมิ่นประมาท แต่ผลสุดท้ายพวกเขาก็ยอมความและจ่ายเงินไปแล้ว โดยคดีฟ้องร้องสำนักข่าว ABC, CBS, Meta และอื่นๆ ทำให้ได้เงินมามากกว่า 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สร้างห้องสมุดในไมอามีตามแผนการของทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;ปรากฎการณ์ความมั่งคั่งระดับพันล้านดอลลารณ์สหรัฐของทรัมป์ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่สาธารณชนและกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวาง คำถามมากมายเช่นว่า ในเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนแฝงอยู่หรือไม่ ทรัมป์แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมากน้อยเพียงใด หรือกระทั่งการออกนโยบายที่ผ่านมามีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งนี้อย่างไรบ้าง ล้วนผุดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากนี่คือระดับความร่ำรวยที่ไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ทศวรรษก่อน &lt;strong&gt;แฮร์รี่ ทรูแมน&lt;/strong&gt; ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 33 ได้ก้าวลงจากตำแหน่งพร้อมกับเงินบำนาญทหารราว 113 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (หรือเพียง 3,700 บาท)  เท่านั้นในเวลาต่อมาทรูแมนได้เขียนไว้ว่า &amp;#8220;การแสวงหากำไรในนามของเกียรติภูมิและความมีเกียรติของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐเป็นความผิด&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หรือกระทั่งก่อนการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีไม่นาน&lt;strong&gt; จอร์จ ดับเบิลยู บุช&lt;/strong&gt; นำเงินลงทุนของเขาไปไว้ในกองทุนที่บริหารจัดการโดยบุคคลที่สามโดยไม่เปิดเผยข้อมูล (blind trust) บุชกล่าวในสัปดาห์สุดท้ายของการดำรงตำแหน่งว่า เขาไม่รู้เลยว่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินของเขาเช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในทางตรงกันข้าม โดนัลด์ ทรัมป์ ทำเงินได้อย่างน้อยราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปีแรกที่เขากลับเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่ารายได้ 622 ล้านดอลลาร์ที่เขาเคยรายงานในปี 2024 หรือเกือบ 4 เท่า จากเมื่อหนึ่งปีก่อนที่เขาจะกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัย 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนเริ่มวาระแรกในปี 2017 ทรัมป์ระบุว่า ได้มอบการควบคุมธุรกิจครอบครัวของเขา คือ องค์กรทรัมป์ (The Trump Organization) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจของครอบครัวทรัมป์ ให้กับลูกชายที่บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการแหวกแนวจากแบบอย่างที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆ เคยทำ เพราะทรัมป์ไม่ได้นำผลประโยชน์ทางธุรกิจของเขาไปไว้ในทรัสต์แบบปิด หรือขายทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนอื่นๆ ของเขา และทรัมป์ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันก่อนเริ่มวาระที่สองของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์กรทรัมป์ระบุก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองของเขาว่า ทรัมป์จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำวันของบริษัทในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่ &lt;strong&gt;เอริก ทรัมป์&lt;/strong&gt; บุตรชายซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทของครอบครัว กล่าวว่า องค์กรทรัมป์จะปฏิบัติตาม&lt;strong&gt; &amp;#8220;มาตรฐานทางจริยธรรมที่เข้มงวด&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ในระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของผู้เป็นบิดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธุรกิจของครอบครัวทรัมป์และผู้ใกล้ชิดบางคนได้รับผลกำไรในอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากสกุลเงินดิจิทัลนับตั้งแต่เขากลับมาที่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว ตามรายงานของ New York Times ทรัมป์ได้ทำข้อตกลงกับประธานาธิบดีของคาซัคสถาน ทำให้บริษัทอเมริกันเข้าถึงโครงการแร่ธาตุสำคัญขนาดใหญ่ในประเทศ หลังจากนั้น เอริก และ &lt;strong&gt;โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์&lt;/strong&gt; ได้เข้าถือหุ้นจำนวนหนึ่งในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการเหมืองแร่ ขณะที่บริษัทลงทุนแคนเตอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์ ซึ่งบริหารงานโดยบุตรชายของ &lt;strong&gt;ฮาวเวิร์ด ลุตนิค&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ก็มีส่วนร่วมในข้อตกลงนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า รายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจากการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้น และอ้างว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว  และบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเงินส่วนตัวของผม เรามีกองทุนที่บริหารเงินของผม ผมหาเงินได้มากมายก่อนที่จะเป็นประธานาธิบดี และพวกเขานำเงินของผมไปลงทุน และผมก็ไม่ได้คุยกับพวกเขา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทำเนียบขาวออกมาปฏิเสธว่าทรัมป์และครอบครัวไม่ได้รับผลประโยชน์จากการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแต่อย่างใด โดย &lt;strong&gt;แอนนา เคลลี&lt;/strong&gt; รองโฆษกทำเนียบขาวชี้แจว่า การกระทำทั้งหมดของประธานาธิบดีทรัมป์และคณะบริหารของเขา ล้วนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวอเมริกัน และบรรดา &lt;strong&gt;&amp;#8220;นักข่าว&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ก็กำลังนำเสนอเรื่องราวเดิมๆ ที่น่าเบื่อและไม่มีมูลความจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคเดโมแครตและสื่อกระแสหลักได้พยายามนำเสนอมานานกว่าทศวรรษแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าทรัมป์และคนใกล้ตัวจะพยายามชี้แจงอย่างไร แต่รายงานที่ยาวกว่า 900 หน้า ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องยื่นทุกปีชี้ให้เห็นว่า ทรัมป์ได้ค้นพบแหล่งรายได้ใหม่หลายช่องทางในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บาร์บารา เพอร์รี&lt;/strong&gt; นักประวัติศาสตร์ด้านประธานาธิบดีจากศูนย์มิลเลอร์ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า ไม่มีเหตุการณ์ใดที่เทียบได้กับเรื่องนี้มาก่อน มันเกินกว่าที่เราเคยเห็นมาในประวัติศาสตร์การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นี่คือความแตกต่างที่สำคัญระหว่างทรัมป์และครอบครัวของเขากับประธานาธิบดีคนอื่นๆ การหาเงินอย่างมหาศาลในระหว่างดำรงตำแหน่งนั้น ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดจริยธรรม ประธานาธิบดีส่วนใหญ่ในอดีตไม่ต้องการทำเช่นนั้น” เพอร์รีกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน &lt;strong&gt;ริชาร์ด เพนเตอร์&lt;/strong&gt; อดีตหัวหน้าทนายความด้านจริยธรรมของทำเนียบขาวในสมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าวกับบีบีซีว่า  &amp;#8220;มันคือผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน และสถานการณ์ในตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับประชาชนชาวอเมริกัน ที่เห็นประธานาธิบดีของพวกเขาได้รับเงินจำนวนมากเช่นนี้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าใครจะชอบหรือจะชัง จะเชื่อหรือไม่กับคำอธิบายของทรัมป์และทีมงาน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการกระทำของทรัมป์ ไม่เพียงแต่ทำลายบรรทัดฐานในการพยายามที่จะหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนที่ประธานาธิบดีสหรัฐในอดีตสร้างขึ้น และเลือกเดินไปบนเส้นทางที่มีเพียงเขาเองเป็นผู้กำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อนาคตจะเป็นผู้ให้คำตอบว่า ทรัมป์ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของการไม่เอาธุรกิจมาปนกับการเมืองจริงหรือไม่ ในขณะที่เขาได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตัวเองอีกครั้ง ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐที่สร้างรายได้สูงสุดแตะระดับ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในระหว่างดำรงตำแหน่งเพียง 1 ปีเท่านั้น&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;(เรียบเรียงจากบีบีซี/เอพี)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791512?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง</dc:alternative><dc:abstract>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T07:19:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T07:19:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791893]]></link><pubDate>2026-07-04T17:20:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791893</guid><description>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค. ชาวอิหร่านจำนวนมากหลั่งไหลไปยังสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขนาดใหญ่ในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ชาวอิหร่านจำนวนมากหลั่งไหลไปยังสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขนาดใหญ่ในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อร่วมพิธีศพของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งจะมีการจัดพิธีนาน 1 สัปดาห์ โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการบรรเลงเพลงชาติ การกล่าวคำไว้อาลัยทางศาสนา และการอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านจัดพิธีศพครั้งใหญ่เพื่อไว้อาลัยแด่คาเมเนอี ซึ่งปกครองประเทศมานานถึง 37 ปี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศครั้งแรกในสงครามที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลอิหร่านใช้พิธีศพของผู้นำสูงสุดเพื่อแสดงให้เห็นถึงความภักดีของประชาชนต่อระบบการปกครองโดยผู้นำศาสนา และอุดมการณ์การปฏิวัติอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพที่มีการเผยแพร่ทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นโลงศพของคาเมเนอีที่คลุมด้วยธงชาติอิหร่าน โลงศพของเขาถูกจัดวางเคียงข้างโลงศพอีก 4 โลง ของสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีในคราวเดียวกัน ตั้งบนแท่นสีดำขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกะอ์บาห์ สิ่งก่อสร้างทรงลูกบาศก์ที่ตั้งอยู่ใจกลางมัสยิดอัลฮะรอมในนครเมกกะ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลานกว้างของอิหม่าม โคไมนี แกรนด์ มอสซัลลา ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีละหมาดขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยผู้มาร่วมไว้อาลัย หลายคนโบกธงชาติอิหร่านและถือภาพของผู้นำผู้ล่วงลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ของรัฐ Seda va Sima รายงานว่า มีเสียงตะโกน “อเมริกาจงพินาศ” ดังก้องไปทั่วสถานที่ดังกล่าวในกรุงเตหะราน ในวันไว้อำลาต่อ “ท่านผู้พลีชีพ” ขณะที่ในคลิปวิดีโออื่นๆ ยังได้ยินประชาชนตะโกนว่า &amp;#8220;คำขวัญของเรามีเพียงคำเดียว คือ การแก้แค้น การแก้แค้น&amp;#8221; และ &amp;#8220;เราจะฆ่า เราจะฆ่า ผู้ที่ฆ่าอิหม่ามของเรา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อน มีการพ่นละอองน้ำจากหลังคาอาคารเพื่อช่วยคลายความร้อนให้ผู้ร่วมพิธี โดยโลงศพของคาเมเนอีจะถูกประดิษฐานอยู่ที่อิหม่าม โคไมนี แกรนด์ มอสซัลลา ไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้น คาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายร่างของเขาไปยังเมืองกอม นาจาฟ และเคอร์บาลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของชาวชีอะห์ในอิหร่านและอิรัก ก่อนที่จะนำไปฝังในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่เมืองมาชาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของอิหร่านต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791893?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T10:23:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T10:23:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>799</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>799</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791844]]></link><pubDate>2026-07-04T16:59:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791844</guid><description>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีลงนามแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี 2569-2571 ระหว่าง นา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีลงนามแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี 2569-2571 ระหว่าง &lt;strong&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว&lt;/strong&gt; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับ &lt;strong&gt;นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ&lt;/strong&gt; เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เพื่อร่วมกันวางกรอบความร่วมมือและยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดของแผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่นี้ จะเป็นการสานต่อจากแผนฉบับเดิม (ปี 2022-2024) โดยมีการขยายกรอบความร่วมมือมุ่งเน้นไปที่ 5 สาขาใหม่แห่งอนาคต ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล การวิจัยและนวัตกรรม การศึกษา และเทคโนโลยีการบินและอวกาศ ขณะเดียวกันยังคงรักษาฐานความร่วมมือเดิมที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แผนปฏิบัติการร่วมฉบับนี้จะเป็นแนวทางสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมายร่วมกัน คือการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์  พร้อมทั้งได้กล่าวย้อนรำลึกถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน โดยระบุว่าทั้งสองประเทศได้ร่วมฉลองครบรอบ 340 ปีของการติดต่อกันครั้งแรกนับตั้งแต่ครั้งที่เจ้าพระยาโกษาปานเป็นราชทูตเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรี ณ ราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และในปีนี้ยังเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5791863&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;803&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-1024x685.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-628x420.jpg 628w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการลงนามในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่มีความใกล้ชิดอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ตลอดจนการเยือนฝรั่งเศสขของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายสีหศักดิ์เองที่ได้หารือทวิภาคีกับ นายฌอง-โนแอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ณ กรุงปารีสก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามในแผนปฏิบัติการร่วม ฉบับใหม่ (2569–2571) พร้อมตอกย้ำถึงเป้าหมายสูงสุดที่มีร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่จับต้องได้ในแผนงานฉบับใหม่นี้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างมั่นคงต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5791864&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791844?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต</dc:alternative><dc:abstract>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T09:59:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T09:59:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>803</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>803</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791822]]></link><pubDate>2026-07-04T16:45:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791822</guid><description>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวในพิธีปิดการประชุมหารือเชิงปฏิบัต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวในพิธีปิดการประชุมหารือเชิงปฏิบัติการนานาชาติ ครั้งที่ 2 ว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงทางไซเบอร์และอาชญากรรมที่เกิดจากการบังคับ โดย&lt;strong&gt; นายนิกร โสมกลาง&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวปิดงานโดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกท่านในฐานะหุ้นส่วนที่ได้รับความไว้วางใจ เพราะเป้าหมายของเราไม่ได้มีเพียงแค่การขจัดอาชญากรให้หมดไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคุ้มครองประชาชน การฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการสร้างอนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ผ่านการสร้างกรอบกฎหมายที่เข้มแข็งขึ้น ความร่วมมือระหว่างประเทศที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการต่อต้านการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและภาคประชาสังคม โดยนายนิกรย้ำว่าจะมุ่งเสริมสร้างหลักนิติธรรม ยึดมั่นในความโปร่งใส และดำเนินนโยบายโดยไม่ยอมรับการทุจริตหรือการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่รัฐคนใดก็ตามที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะผ่านการทุจริต การใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยเจตนา จะต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายระบุไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพินทุ์สุดา ชัยนาม &lt;/strong&gt;อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ได้บรรยายสรุปสถานการณ์การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีว่า ในระหว่างการหารือเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 2 ภายใต้วาระการรับมือกับกลโกงทางไซเบอร์และการบังคับให้ก่ออาชญากรรม แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความหลากหลายมิติของอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและการบังคับให้ก่ออาชญากรรม ซึ่งได้พัฒนาเครือข่ายอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นปัญหาที่ประเทศหนึ่งๆ ไม่สามารถรับมือได้เพียงลำพัง กลุ่มอาชญากรแสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน ผ่านการนำเหยื่อจากการค้ามนุษย์มาใช้เป็นเครื่องมือในการก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่นต่อไป นางสาวพินทุ์สุดาจึงย้ำถึงความจำเป็นและแสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและปัญหาการค้ามนุษย์เพื่อบังคับให้กระทำผิดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ &lt;strong&gt;พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร&lt;/strong&gt; รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  บรรยายถึงสถานการณ์การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน พร้อมนำเสนอ&lt;strong&gt;ระบบ &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;Scam &amp;amp; Human Trafficking information Exchange and Linked Database (SHIELD)&lt;/strong&gt; ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมการหลอกลวงและการค้ามนุษย์แห่งแรกของโลก โดย SHIELD ได้รับการออกแบบเพื่อสร้างมาตรฐานในการแบ่งปันข้อมูล 4 ด้านหลัก ได้แก่ การสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ การติดตามที่อยู่ IP และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) การวิเคราะห์กิจกรรมและความถี่ในการใช้งาน IP และการแสดงภาพความหนาแน่นของเครือข่ายผ่านการใช้งานรหัสสีสำหรับที่อยู่ IP&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ SHIELD ยังสามารถติดตามธุรกรรมทางการเงินและการเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม เพื่อให้สามารถระงับธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็วและสนับสนุนการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหาย อีกทั้งยังใช้ข้อมูล GPS และข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อระบุตำแหน่งของเครือข่ายแก๊งหลอกลวง โดยการระบุพิกัดละติจูดและลองจิจูดที่เชื่อมโยงกับสถานที่เกิดเหตุ ตำแหน่งของผู้เสียหาย และฐานปฏิบัติการหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แพลตฟอร์ม SHIELD จะเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับองค์กรต่าง ๆ อาทิ UNODC, Interpol และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการทลายอุปสรรคด้านความล่าช้าในการสื่อสาร แลและมาตรฐานข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน โดยกลไกเหล่านี้จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านขบวนการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791822?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก</dc:alternative><dc:abstract>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T09:45:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T09:45:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791490]]></link><pubDate>2026-07-04T13:26:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791490</guid><description>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน เว็บไซต์ jakartaglobe.id รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียประกาศชื่อชาวต่างชาติ 2 คนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้หลบหนี หลังจากการทลายเครือข่ายลักลอบขนก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์ jakartaglobe.id รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียประกาศชื่อชาวต่างชาติ 2 คนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้หลบหนี หลังจากการทลายเครือข่ายลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นหนึ่งในคดีลักลอบขนกัญชาข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยยึดกัญชาคุณภาพสูงได้ 3.37 ตัน ซึ่งคาดว่ามีเป้าหมายเพื่อผลิตน้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (BNN) ของอินโดนีเซีย กล่าวว่า กำลังติดตามตัวพลเมืองมาเลเซียที่ระบุชื่อว่า CKF หรือที่รู้จักกันในชื่อ L และพลเมืองจีนที่ระบุชื่อว่า ZL หรือที่รู้จักกันในชื่อ J ซึ่งเชื่อว่าเป็นหัวหน้าใหญ่ของเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอัศวิน สิปายุง รองผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามของ BNN กล่าวว่า เราได้ระบุตัวชาวต่างชาติสองคนว่าเป็นผู้ควบคุมหลักของเครือข่ายนี้ ซึ่งดำเนินการจากต่างประเทศ และเราจะเดินหน้าติดตามตัวพวกเขาต่อไปจนกว่าจะสามารถจับกุมและนำตัวกลับมาดำเนินคดีในอินโดนีเซียได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 12 คน รวมถึงชาวต่างชาติ 1 คนที่ระบุเพียงชื่อย่อว่า A ขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงบทบาทของสมาชิกคนอื่นๆ ในเครือข่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตรวจยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการปฏิบัติการร่วมกันของ BNN, ศุลกากรและสรรพสามิต, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทหาร หลังจากเจ้าหน้าที่สกัดตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศไทยที่ท่าเรือตันจุงปรีอ็อก ในกรุงจาการ์ตา แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวมีเอกสารศุลกากรถูกต้องครบถ้วน แต่มีการซุกซ่อนกัญชาไว้ภายในกระเป๋าเดินทาง 500 ใบ และถุงบรรจุสินค้าที่ทำจากยางลาเท็กซ์ 80 ถุง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ทำการส่งมอบสินค้าแบบควบคุม โดยติดตามการส่งสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าวเพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ และเฝ้าติดตามรถบรรทุกสองคันที่ขนส่งสินค้าไปยังโกดังในเมืองเกรสิก จังหวัดชวาตะวันออก ก่อนเข้าตรวจค้นและยึดกัญชาทั้งหมด พร้อมรถบรรทุก 4 คัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BNN กล่าวว่ากัญชาดังกล่าวไม่ได้มีไว้สำหรับการจำหน่ายแบบทั่วไป แต่ดอกกัญชาที่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) เชื่อว่าจะถูกนำไปสกัดเป็นสาร THC เพื่อผลิตตลับเติมสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบไอ (Vape) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดกำลังหันไปผลิตสินค้าจากกัญชาที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า กัญชาดังกล่าวมีเป้าหมายกระจายไปยังหลายพื้นที่ทั่วอินโดนีเซีย ได้แก่ กรุงจาการ์ตา เกาะบาหลี จังหวัดชวาตะวันออก เมืองเซอมารัง จังหวัดสุมาตราใต้ และเมืองบาลิกปาปัน ปฏิบัติการนี้ยังเปิดโปงเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงคนขับรถบรรทุก คนงานขนส่งสินค้า ผู้ประกอบการคลังสินค้า และผู้ประสานงานด้านโลจิสติกส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยึดยาเสพติดที่เกรซิกเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการยึดกัญชา 22 กิโลกรัมในปูร์วาการ์ตา ชวาตะวันตก ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดเดียวกัน ทำให้ยอดรวมของกัญชาที่ถูกยึดได้ทั้งหมดอยู่ที่ 3.37 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791490?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน</dc:alternative><dc:abstract>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T06:26:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T06:26:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791240]]></link><pubDate>2026-07-04T09:57:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791240</guid><description>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติรวมกัน 3,700 ราย ในช่วงที่มีคลื่นความร้อนเดื [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติรวมกัน 3,700 ราย ในช่วงที่มีคลื่นความร้อนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อุณหภูมิทั่วทวีปยุโรปพุ่งสูงอย่างมาก โดยทางการของทั้งสามประเทศเตือนว่า ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และอาจเพิ่มสูงขึ้นได้เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลครบถ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 มิถุนายน นับเป็นคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในยุโรป ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าหยุดชะงัก สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ระบบสาธารณสุขต้องรองรับผู้ป่วยเกินขีดความสามารถ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า สภาพอากาศร้อนจัดครั้งนี้เกือบจะแน่นอนว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟานี ริสต์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของฝรั่งเศส กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเมื่อวันศุกร์ว่า ในช่วงคลื่นความร้อนดังกล่าว ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติ 2,025 ราย โดยพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสาธารณสุขของฝรั่งเศสระบุในรายงานว่า ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน จำนวนผู้เสียชีวิตที่บ้านเพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตในสถานดูแลผู้สูงอายุและสถานพยาบาลก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน พร้อมกับเตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดน่าจะสูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่มีอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเบลเยียม กระทรวงสาธารณสุขระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติประมาณ 1,200 ราย ในช่วงระหว่างวันที่ 18-29 มิถุนายน โดยในจำนวนนี้ 530 ราย เป็นผู้ที่มีอายุ 85 ปีขึ้นไป ขณะที่ประชาชนอายุต่ำกว่า 65 ปี คิดเป็น 180 ราย ของจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขเบลเยียมระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า การมีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติในช่วงคลื่นความร้อนมากถึงระดับนี้ ถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศเบลเยียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางการเนเธอร์แลนด์ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติประมาณ 480 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791240?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป</dc:alternative><dc:abstract>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T04:33:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T04:33:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[‘JUST&#038;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791199]]></link><pubDate>2026-07-04T08:54:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791199</guid><description>‘JUST&amp;amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องป๊อปซูเปอร์สตาร์ และ ทราวิส เคลซี นักอเมริกันฟุตบอล แต่งงานกันแล้ว โดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ประก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;‘JUST&amp;amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องป๊อปซูเปอร์สตาร์ และ ทราวิส เคลซี นักอเมริกันฟุตบอล แต่งงานกันแล้ว โดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ประกาศยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม ขณะที่แขกผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้น ณ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นบทสรุปของเรื่องราวความรักที่ดำเนินมายาวนาน 3 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อความ &amp;#8220;JUST&amp;amp;T MARRIED&amp;#8221; หรือ เพิ่งแต่งงานกัน โดยมีลูกเล่นเป็นอักษร  T&amp;amp;T ที่มาจากชื่อของคู่รักคนดังทั้งคู่ ปรากฏบนจอขนาดยักษ์ด้านนอกสนามกีฬาใจกลางแมนฮัตตัน พร้อมกับอีเมลยืนยันโดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ว่า ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมีได้เข้าพิธีวิวาห์กับดาวดังของทีม แคนซัส ซิตี ชีฟส์ แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ใช้หัวอีเมลว่า &amp;#8220;Taylor Swift &amp;amp; Travis Kelce Are Married!&amp;#8221; โดยมี อดัม แซนด์เลอร์ นักแสดงตลก ซึ่งเป็นเพื่อนของทั้งคู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีแต่งงาน ขณะที่ออสติน สวิฟต์ น้องชายของเทย์เลอร์ รับหน้าที่เป็น &amp;#8220;man of honor&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;เพื่อนเจ้าสาว&amp;#8221; ซึ่งเป็นผู้ชาย ส่วน เจสัน เคลซี อดีตนักอเมริกันฟุตบอลชื่อดังและพี่ชายของทราวิส ทำหน้าที่เป็น best man หรือเพื่อนเจ้าบ่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุว่า ทั้งเจ้าสาวและเจ้าบ่าวสวมชุดที่ออกแบบโดย Christian Dior&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรดาคนดังที่ถูกพบเห็นว่าเดินทางไปยังเมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในวันที่อากาศร้อนจัดโดยอุณหภูมิสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส อาทิ เจนนิเฟอร์ โลเปซ, เอ็ด ชีแรน, อีธาน ฮอว์ก, จิมมี ฟอลลอน และ แอบบี วอมบาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้คนที่มารอชมเหตุการณ์ รวมถึงแฟนคลับของสวิฟต์ที่รู้จักกันในชื่อ Swifties ต่างพยายามมองหาคนดังที่เดินทางมาร่วมงาน ซึ่งหลายคนขนานนามว่าเป็น &amp;#8220;งานอภิเษกแห่งราชวงศ์ของอเมริกา&amp;#8221; ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากสถานที่จัดงานตั้งอยู่เหนือศูนย์กลางระบบขนส่งสำคัญแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แฟนคลับคนหนึ่งสวมกำไลมิตรภาพสีชมพู-ขาวที่มีข้อความว่า &amp;#8220;Team Bride&amp;#8221; หรือทีมเจ้าสาว เจนทรี วอห์น วัย 14 ปี จากรัฐมิชิแกน และ แดเนียล ผู้เป็นแม่ หยุดยืนมองป้าย &amp;#8220;JUST&amp;amp;T MARRIED&amp;#8221; และกล่าวว่า &amp;#8220;พวกเราติดตามเธอ เพราะเรารักเธอมาก นี่มันเจ๋งมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจน โลว์รี นักเรียนมัธยมวัย 15 ปีจากรัฐเท็กซัส ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวนครนิวยอร์ก ได้ปีนขึ้นไปบนนั่งร้านฝั่งตรงข้ามเมดิสัน สแควร์ การ์เดน เพื่อหวังจะได้เห็นบรรดาคนดังที่เดินทางมาถึง โดยเธอบอกว่า &amp;#8220;ฉันอยากเห็นเทย์เลอร์ สวิฟต์ เพราะฉันชอบเพลงของเธอมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เป็นศิลปินที่มักถ่ายทอดเรื่องราวความรักและการเลิกราของตัวเองผ่านบทเพลง และโลว์รีกล่าวว่า เธอตั้งตารออัลบั้มใหม่ของนักร้องสาวหลังจากแต่งงานแล้ว &amp;#8220;ฉันคิดว่าเธอน่าจะเขียนเพลงน่ารักๆ เกี่ยวกับชีวิตแต่งงานของเธอ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ไฟประดับบนยอดตึก เอ็มไพร์สเตต ก็ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนในคืนวันศุกร์ เพื่อสื่อถึงธรรมเนียมการแต่งงานที่ว่า เจ้าสาวควรมี &amp;#8220;something blue&amp;#8221; หรือของบางอย่างที่เป็นสีฟ้า ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำโชคดีมาให้ ตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดียของแลนด์มาร์กสำคัญของมหานครนิวยอร์กแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อสหรัฐรายงานว่า ทั้งคู่วางแผนจัดงานเลี้ยงค็อกเทลสำหรับแขกประมาณ 1,000 คน ในช่วงเริ่มต้นวันหยุดยาว ซึ่งชาวอเมริกันกำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของการประกาศอิสรภาพจากการปกครองของอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดี ทั้งคู่ยังประกาศผ่านประชาสัมพันธ์ส่วนตัวว่า ได้บริจาคเงิน 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่องค์กรการกุศลหลายแห่ง ทั้งในนครนิวยอร์กและพื้นที่อื่นๆ ในช่วงสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องราวความรักของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นในปี 2023 เมื่อทราวิส เคลซี พยายามเข้าไปพบสวิฟต์หลังเวทีคอนเสิร์ตของเธอแต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถดึงดูดความสนใจและชนะใจเธอได้ด้วยการเล่าถึงความผิดหวังครั้งนั้นผ่านพอดแคสต์ ทั้งคู่มีอายุ 36 ปีเท่ากัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาขึ้น ทั้งสองก็ปรากฏตัวต่อสาธารณะร่วมกัน ทั้งในคอนเสิร์ตของสวิฟต์ เกมแข่งขันของทีมแคนซัส ซิตี ชีฟส์ และรายการ Saturday Night Live ก่อนจะประกาศหมั้นกันผ่านอินสตาแกรมในเดือนสิงหาคม 2025 พร้อมข้อความว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ครูภาษาอังกฤษของคุณกับครูพละของคุณกำลังจะแต่งงานกัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อความดังกล่าวเป็นการล้อเล่นกับภาพลักษณ์ของทั้งคู่ โดยสวิฟต์ถูกมองว่าเหมือน &amp;#8220;ครูภาษาอังกฤษ&amp;#8221; จากการเป็นนักแต่งเพลงและศิลปิน ส่วนเคลซีเป็นนักกีฬา จึงเปรียบเหมือน &amp;#8220;ครูพละ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล เจ้าของผลงานเพลงดังอย่าง Love Story และ Shake It Off เธอคว้ารางวัลแกรมมีมาแล้ว 14 รางวัล และสร้างสถิติใหม่จากการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเคลซี ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในลีก NFL โดยเขาช่วยให้ทีมแคนซัส ซิตี ชีฟส์ คว้าแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ ได้ถึง 3 สมัย ร่วมกับควอเตอร์แบ็กชื่อดัง แพทริก มาโฮมส์ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมในพอดแคสต์ด้านกีฬาและวัฒนธรรมป๊อปยอดนิยม New Heights&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคลซีพยายามพบสวิฟต์ครั้งแรกหลังจากที่เธอแสดงคอนเสิร์ตที่สนาม แอร์โรว์เฮด สเตเดียม ในเมืองแคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมชีฟส์ ในการทัวร์ Eras Tour ที่รวบรวมผลงานตลอดกว่า 20 ปีในวงการของเธอ แต่เขาไม่สามารถผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปได้ และเล่าในพอดแคสต์ของตัวเองว่า เขา &amp;#8220;รู้สึกนอยด์นิดหน่อย&amp;#8221; ที่ไม่ได้มีโอกาสพบสวิฟต์และมอบกำไลมิตรภาพที่สลักหมายเลขโทรศัพท์ของเขาไว้ให้เธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เปิดเผยในเวลาต่อมาในรายการ New Heights ว่า เธอรู้สึกประทับใจกับการกระทำดังกล่าว โดยบอกว่ามันทำให้เธอนึกถึงภาพยนตร์ของ จอห์น ฮิวจส์ ในยุคทศวรรษ 1980 ที่พระเอกมายืนอยู่หน้าต่างบ้านนางเอก พร้อมถือเครื่องเล่นเพลงบูมบ็อกซ์ และพูดว่า &amp;#8220;ผมอยากออกเดตกับคุณ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เธอกล่าวว่า ตอนนั้นเธอคิดกับตัวเองว่า &amp;#8220;ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่ได้บ้า ซึ่งก็ต้องบอกว่ายังไม่แน่ใจนะ นี่แหละคือเหตุการณ์แบบที่ฉันเฝ้าเขียนเพลงถึงมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ว่าอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองสักครั้ง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791199?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;‘JUST&amp;#038;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘JUST&amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>‘JUST&amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T02:03:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T02:03:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790829]]></link><pubDate>2026-07-03T17:58:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790829</guid><description>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล จากกรณีเกิดเหตุนักบินขับเครื่องบินเล็กพุ่งชนอาคาร ซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อปลายสัป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จากกรณีเกิดเหตุนักบินขับเครื่องบินเล็กพุ่งชนอาคาร ซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักบินบนเครื่องบินเล็กลำดังกล่าวเสียชีวิตในทันทีและทำให้มีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บอีก 13 รายนั้น ล่าสุด บีบีซีรายงาน ทางการจีนเปิดเผยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมว่า นักบินผู้ขับเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งมีการเปิดเผยเพียงว่า แซ่หลิว อายุ 66 ปี เป็นผู้อาศัยอยู่ในกรุงปักกิ่งนั้น มีปัญหาของอาการนอนไม่หลับเรื้อรังและโรควิตกกังวล และก่อเหตุดังกล่าวด้วยเหตุผลส่วนตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเขตเฉาหยางแถลงว่า นายหลิวทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่งหย่าร้างกับภรรยาแล้วและใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง จากการสอบสวนพบบันทึกส่วนตัวของเขามีข้อความที่แสดงเจตนาจะจบชีวิตของตนเองอยู่หลายครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผลการสอบสวนอย่างละเอียดสรุปได้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นกรณีของการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว&amp;#8221; แถลงการณ์ของทางการเขตเฉาหยางระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเขตเฉาหยางระบุอีกว่า ในช่วงบ่ายของวันเกิดเหตุ นายหลิวได้นำเครื่องขึ้นบินจากสนามบินแห่งหนึ่งในเขตผิงกู่ โดยมีการบินทั้งในลักษณะที่มีผู้ร่วมบินประกบไปด้วยและการบินเดี่ยว แต่ในระหว่างการบินเดี่ยว เขาได้บินออกนอกเส้นทางที่กำหนดและขาดการติดต่อกับสนามบินไป ก่อนจะเกิดเหตุพุ่งชนอาคารสูงและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลทางการระบุว่านายหลิวได้รับใบอนุญาตนักบินประเภท Sport Pilot ในปี 2021 และใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์บริการติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 ระบุว่า เครื่องบินที่นายหลิวใช้บินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคือรุ่น Aurora SA60L ซึ่งเป็นเครื่องบินชนิดเครื่องยนต์เดี่ยวขนาด 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท Sunward Aircraft ของจีน เครื่องบินรุ่นนี้มีความยาวลำตัว 6.9 เมตร และมีช่วงปีกกว้าง 8.6 เมตร ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับการบินเพื่อการท่องเที่ยว การถ่ายภาพทางอากาศและการบินเพื่อสันทนาการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า คลิปวิดีโอเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนอาคารซีทิค ทาวเวอร์ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนที่จะถูกลบออกจากระบบอินเทอร์เน็ตของจีน ในขณะที่ทางการจีนกำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวที่ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากมองว่าเป็นความบกพร่องด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอาคารซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกระฟ้ามีความสูง 109 ชั้นและเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “ไชน่า ซุน” ตั้งอยู่ห่างจากจงหนานไห่ ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร อาคารแห่งนี้ถือเป็นสิ่งนำโชคสำหรับคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน แต่หลังจากเกิดเหตุเครื่องบินพุ่งชนตึกเมื่อวันศุกร์ที่แล้วได้ไม่นาน แม้แต่ภาพถ่ายและภาพล้อเลียนของตึกระฟ้าแห่งนี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้โดยตรงก็ถูกลบออกจากแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของจีนเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790829?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล</dc:alternative><dc:abstract>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T11:15:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T11:15:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790734]]></link><pubDate>2026-07-03T17:20:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790734</guid><description>งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ tvpworld.com รายงานว่า ตำรวจโปแลนด์และเยอรมนีได้ร่วมกันทลายเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ โดยยึดกัญชาได้เกือบ 1.2 ตัน ซึ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;tvpworld.com รายงานว่า ตำรวจโปแลนด์และเยอรมนีได้ร่วมกันทลายเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ โดยยึดกัญชาได้เกือบ 1.2 ตัน ซึ่งมูลค่าในตลาดมืดประมาณ 12 ล้านยูโร หรือกว่า 456 ล้านบาท ที่ถูกซุกซ่อนไว้ในตู้คอนเทนเนอร์บรรจุอิฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เส้นทางการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนมีจุดเริ่มต้นจากประเทศไทย ผ่านท่าเรือฮัมบูร์กของเยอรมนี และมีปลายทางที่ประเทศโปแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มผู้ค้ายาข้ามชาติได้ปกปิดการขนส่งยาเสพติดจำนวนมหาศาล โดยใช้สินค้าที่ซื้อขายเชิงพาณิชย์ที่ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับซ่อนกัญชาไว้ภายในตู้คอนเทนเนอร์บรรจุอิฐศิลาแลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยึดกัญชาครั้งนี้เน้นให้เห็นว่าเครือข่ายอาชญากรใช้ประโยชน์จากเส้นทางการขนส่งสินค้าพาณิชย์และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากผู้ต้องสงสัย 8 คนที่ถูกจับกุม มี 6 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ระบุว่าการสืบสวนยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น และคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงส้างของเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติด รวมถึงผู้รวมขบวนการรายอื่นๆ เมื่อการสืบสวนร่วมกันระหว่างหลายประเทศมีความคืบหน้ามากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเว็บไซต์ polskieradio รายงานว่า สำนักงานพิทักษ์ชายแดนโปแลนด์ระบุว่า กัญชาที่ตรวจยึดได้ถูกพบอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ขนส่ง 2 ตู้ ซึ่งถูกส่งมาจากประเทศไทย ผ่านท่าเรือฮัมบูร์กของเยอรมนี ก่อนจะถูกส่งต่อมายังโปแลนด์ โดยในบรรดาผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 คน มี 6 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 29-57 ปี ถูกศาลสั่งควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดีเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 1 คนได้รับการปล่อยตัวหลังการสอบปากคำ ขณะที่อีก 1 คนถูกสั่งให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตำรวจระหว่างรอการดำเนินคดีในขั้นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์ชิน เคียร์วินสกี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของโปแลนด์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตรวจยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดของสำนักงานพิทักษ์ชายแดนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่สำนักงานพิทักษ์ชายแดนได้ขยายบทบาทในการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดโดยองค์กรอาชญากรรมอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคียร์วินสกีเผยว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาเสพติดชนิดต่างๆ ได้เกือบ 2 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 23.3 ล้านยูโร หรือราว 887 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปราบปรามเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการทางทะเลของสำนักงานพิทักษ์ชายแดน ซึ่งประจำอยู่ที่เมืองท่ากดัญสก์ ริมทะเลบอลติก โดยสามารถทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่ผู้สืบสวนระบุว่าได้จัดตั้งเส้นทางลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนจากประเทศไทย ผ่านเยอรมนี ก่อนเข้าสู่โปแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้คำสั่งสืบสวนแห่งยุโรป (European Investigation Order) โดยมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเยอรมนีในเมืองฮันโนเวอร์ หน่วยเฉพาะกิจร่วมปราบปรามยาเสพติดในเมืองโอลเดินบวร์ก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนี ตลอดจนหน่วยงานของสหภาพยุโรป ได้แก่ Europol และ Eurojust เข้าร่วมปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า ตู้คอนเทนเนอร์ตู้แรก ซึ่งถูกตรวจสอบที่เมืองฮัมบูร์กของเยอรมนี พบกัญชาน้ำหนัก 815 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในอิฐศิลาแลง ที่ถูกดัดแปลงขึ้นเป็นพิเศษเพื่อใช้ซ่อนยาเสพติด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนตู้คอนเทนเนอร์อีกตู้ ซึ่งมีปลายทางเป็นผู้รับรายเดียวกันในโปแลนด์ พบกัญชาเพิ่มเติมอีก 379 กิโลกรัม ทำให้ปริมาณกัญชาที่ตรวจยึดได้ทั้งหมดอยู่ที่ 1,194 กิโลกรัม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจับกุมผู้ต้องสงสัยชุดแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่เมืองชเชชิน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโปแลนด์ โดยเจ้าหน้าที่จับกุมชาย 4 คน รวมถึงเจ้าของบริษัทซึ่งมีกำหนดจะเป็นผู้รับสินค้าล็อตดังกล่าว ระหว่างกำลังพยายามขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 4 คน ใกล้เมืองพอซนาน ทางตะวันตกของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการได้ตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยทั้งหมดในความผิดฐานนำเข้าและลักลอบขนยาเสพติดปริมาณมากภายในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ผู้ต้องสงสัย 3 คน ยังถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม ซึ่งความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790734?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ</dc:alternative><dc:abstract>งามหน้า! เยอรมนี-โปแลนด์ จับแก๊งลอบขนกัญชา 1.2 ตัน ส่งจากไทยใส่ตู้ขนอิฐ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T10:20:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T10:20:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tgp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790722]]></link><pubDate>2026-07-03T16:56:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790722</guid><description>สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุรถบัสโดยสารคันหนึ่งที่มีผู้โดยสารอยู่บนรถ 48 คน ได้ประสบเหตุพลัดตกเหวลึก ในจังหวัดบา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุรถบัสโดยสารคันหนึ่งที่มีผู้โดยสารอยู่บนรถ 48 คน ได้ประสบเหตุพลัดตกเหวลึก ในจังหวัดบาโลชิสถาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 40 ราย และได้รับบาดเจ็บ 8 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยกู้ภัยของปากีสถาน เปิดเผยว่า รถบัสโดยสารคันดังกล่าว ซึ่งเป็นของบริษัทเอกชนวิ่งให้บริการระหว่างเมืองนั้น ขณะเกิดเหตุกำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงอิสลามาบัด หลังเดินทางออกจากเมืองเควตตา เมืองเอกของจังหวัดบาโลชิสถาน ซึ่งสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้จะมีการสอบสวนต่อไป สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 คนที่ได้รับการช่วยเหลือออกมา ได้รับการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลในเมือง Zhob ซึ่งอยู่ห่างจากขุดเกิดเหตุไปประมาณ 75 กม. เช่นเดียวกับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 40 รายได้ถูกส่งไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790722?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8</dc:alternative><dc:abstract>สลด! รถบัสโดยสาร พลัดตกเหวลึกปากีสถาน ดับอนาถ 40 ศพ เจ็บ 8</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T09:56:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T09:56:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-03-164914-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790622]]></link><pubDate>2026-07-03T16:23:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790622</guid><description>กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล เป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัยนายภาณุพงศ์ หมื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล เป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัยนายภาณุพงศ์ หมื่นแทน นายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะเก และนายชวลิต ไชยวงศ์ ลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ที่ประสบเหตุขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมังกรได้วางพวงหรีดแสดงความอาลัยร่วมกับผู้บริหารบริษัท Precious Shipping เจ้าของเรือ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะนำส่งร่างกลับไปยังภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตเพื่อครอบครัวประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และกรมการกงสุล ได้ประสานงานและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำร่างลูกเรือไทย 3 คนกลับจากอิหร่านสู่ประเทศไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณทางการโอมานและทางการอิหร่านที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5790641&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790622?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา</dc:alternative><dc:abstract>กต. รับร่าง 3 ลูกเรือมยุรี นารี ถึงไทยวันนี้ เตรียมส่งกลับภูมิลำเนา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T09:24:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T09:24:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mn1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790511]]></link><pubDate>2026-07-03T15:56:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790511</guid><description>อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะผู้นำทางศาสนาของอิหร่านเตรียมจัดพิธีศพครั้งใหญ่ที่จะม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะผู้นำทางศาสนาของอิหร่านเตรียมจัดพิธีศพครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นเป็นเวลาหลายวัน เริ่มขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ให้กับ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนก่อน ซึ่งถูกสังหารเสียชีวิตในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่จะถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อิหร่านยุคใหม่และเป็นโอกาสที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าชาวอิหร่านยังคงจงรักภักดีต่อสาธารณรัฐอิสลามและความศรัทธาต่อการปฏิวัติยังคงลุกโชนอย่างแรงกล้าในอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีศพของคาเมนเอีจะเริ่มต้นขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ที่กรุงเตหะราน ก่อนที่ต้นสัปดาห์หน้าจะมีการเคลื่อนขบวนศพคาเมเนอีไปประกอบพิธียังเมืองกุม อันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์และเมืองมัชฮัดของอิหร่าน และยังจะมีการประกอบพิธีในประเทศอิรักด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อยาตอลเลาะห์ โมฮัมหมัด ไซดี ผู้นำการละหมาดในเมืองกุม กล่าวเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมว่า การเข้าร่วมของประชาชนจำนวนมากในขบวนแห่ศพของผู้นำผู้พลีชีพและผู้พลีชีพคนอื่นๆ จะถือเป็นการลงประชามติอีกครั้งหนึ่งสำหรับสาธารณรัฐอิสลาม หากพวกเขาเห็นว่านี่คือการลงประชามติ ทางการก็จะไม่ปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นไปตามยถากรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะผู้ปกครองอิหร่านหวังว่าผู้สนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามนับหลายล้านคนจะพากันออกมารวมตัวกันในเมืองต่างๆ ของอิหร่านเพื่อร่วมแสดงความเคารพและไว้อาลัยต่อคาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย โดยได้มีการจัดเตรียมทั้งยานพาหนะ ที่พัก และอาหารไว้รองรับ เพื่อประกาศความแข็งแกร่งของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หลังจากสามารถรอดพ้นจากสงครามที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของรัฐอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศในกรุงเตหะราน ได้มีการปิดป้ายโปสเตอร์แสดงความสนับสนุน คาเมเนอี และ โมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายของเขาที่ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่และผู้แทนจากต่างประเทศเริ่มทยอยเดินทางถึงอิหร่านเพื่อร่วมงานพิธีศพคาเมเนอี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันเสาร์นี้ร่างของคาเมเนอีจะถูกเคลื่อนไปยังมัสยิดในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นจุดแรกของการแห่ขบวนศพของคาเมเนอี โดยจะมีศพลูกสาว ลูกเขยและหลานสาวของคาเมเนอี ตลอดจนศพของภรรยาและลูกชายของโมจตาบาซึ่งถูกสังหารในเหตุโจมตีเดียวกันเคลื่อนไปพร้อมกันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่าโรงแรมต่างๆ เสนอส่วนลด 50% โรงเรียน มัสยิดและสนามกีฬาถูกเตรียมไว้เพื่อรองรับผู้มาร่วมไว้อาลัย ขณะที่เครือข่ายรถโดยสารและรถไฟถูกปรับเส้นทางเพื่อรองรับผู้มาร่วมงาน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยหลังเสร็จสิ้นการแห่ขบวนศพในกรุงเตหะรานในวันจันทร์ ร่างของคาเมเนอีจะถูกเคลื่อนไปยังเมืองกุม ศูนย์กลางของนิกายชีอะห์ในอิหร่านเพื่อประกอบพิธีในวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นในวันพุธจะมีการจัดพิธีขึ้นในเมืองสำคัญทางศาสนาของอิรัก คือเมืองนาจาฟและเมืองคาร์บาลา โดยมีบุคคลสำคัญจากเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่เป็นพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาคเข้าร่วมด้วย ส่วนพิธีฝังศพคาเมเนอีจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่เมืองมัชฮัด ใกล้กับสุสานของอิหม่ามเรซา ซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวอิหร่านให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูงภายหลังจากที่มีการจัดขบวนแห่ศพอีกครั้งหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790511?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่าน เตรียมจัดพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ อย่างยิ่งใหญ่นาน 1 สัปดาห์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T08:56:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T08:56:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T080935Z_87290336_RC286MAWVN1K_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T082129Z_397084714_RC236MAHH41M_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T082129Z_397084714_RC236MAHH41M_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790489]]></link><pubDate>2026-07-03T15:28:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790489</guid><description>สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก คอลัมน์ Page Six ของหนังสือพิมพ์ New York Post เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวหลายรายว่า เทย์เลอร์ ส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คอลัมน์ Page Six ของหนังสือพิมพ์ New York Post เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวหลายรายว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องซูเปอร์สตาร์ดัง และทราวิส เคลซี แฟนหนุ่มนักอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลได้แต่งงานกันแล้ว ท่ามกลางการเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะมีขึ้นที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อดังกล่าวระบุว่า ทั้งคู่ซึ่งมีอายุ 36 ปีเท่ากัน ได้แลกเปลี่ยนคำปฏิญาณสมรสต่อหน้าคนใกล้ชิดเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่รายงานไม่ได้ระบุว่าพิธีแต่งงานจัดขึ้นเมื่อใดหรือที่ไหน เพียงแต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของสวิฟต์เพิ่งใช้เวลาช่วงหนึ่งอยู่ที่เมืองแนชวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองที่เธอเคยอาศัยอยู่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพนักร้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ยังไม่ได้ตอบคำร้องขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลาเดียวกันมีรายงานว่า ในวันที่ 2 กรกฎาคม คนงานกำลังเร่งจัดเตรียมสถานที่ภายในเมดิสัน สแควร์ การ์เดน เพื่อรองรับงานเฉลิมฉลองหรูหราที่คาดว่าจะจัดขึ้นสำหรับคู่รักซูเปอร์สตาร์ ทั้งคู่ยังแสดงการให้การสนับสนุนต่อนครนิวยอร์ก โดยทีมประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์เปิดเผยว่า เคลซีและสวิฟต์ได้ร่วมกันบริจาคเงิน 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับองค์กรการกุศลหลายแห่งในนครนิวยอร์กและพื้นที่อื่นๆ ในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสวิฟต์และเคลซียังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับแผนการของพวกเขา แต่สื่อหลายแห่งรายงานว่า ทั้งคู่ได้จัดงานสำหรับแขกราว 100 คนที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในวันพฤหัสบดี และจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองที่ใหญ่กว่าซึ่งมีแขกราว 1,000 คนในวันศุกร์ตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจได้ตั้งเครื่องกั้นรอบสถานที่จัดงาน พร้อมปิดถนนหลายสายและปิดทางเดินเท้าโดยรอบ ขณะเดียวกัน มีรถยนต์อเนกประสงค์หลายคันที่ติดกระจกทึบเพื่อปกปิดผู้โดยสาร ขับเข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการพบเห็นบุคคลมีชื่อเสียงหลายคนเดินทางมายังสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียง อาทิ แบรดลีย์ คูเปอร์ นักแสดงดัง เอริน แอนดรูว์ส ผู้บรรยายกีฬา และ แจ็ก แอนโทนอฟฟ์ โปรดิวเซอร์เพลง ซึ่งต่างแต่งกายด้วยชุดราตรีหรือชุดทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีป้ายประกาศที่ติดไว้บริเวณทางเข้าสถานที่ระบุว่า ผู้ที่เข้าร่วม &amp;#8220;งานอีเวนต์&amp;#8221; ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม อาจถูกบันทึกภาพถ่าย และการเข้าสถานที่ถือเป็นการยินยอมที่จะรักษาความลับอย่างเคร่งครัด รวมถึงห้ามเปิดเผยหรือพูดถึงเจ้าภาพหรือผู้เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิทินการใช้สถานที่ของเมดิสัน สแควร์ การ์เดน ยังแสดงว่าไม่มีการจัดกิจกรรมใด ๆ จนถึงวันอังคาร ซึ่งถือเป็นช่วงว่างติดต่อกันถึง 6 วัน ทั้งที่โดยปกติในช่วงฤดูร้อน สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ โดยแทบไม่มีคืนใดว่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790489?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก</dc:alternative><dc:abstract>สื่อมะกันตีข่าว เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งเงียบ ก่อนฉลองใหญ่ในนิวยอร์ก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T08:35:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T08:35:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tst-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790218]]></link><pubDate>2026-07-03T14:06:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790218</guid><description>สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน เดอะ นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐเชื่อว่าอิสราเอลมี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดอะ นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐเชื่อว่าอิสราเอลมีแผนลอบสังหารหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านในระหว่างที่การเจรจาสันติภาพกำลังดำเนินอยู่ โดยถึงขั้นส่งคำเตือนไปยังอิหร่านผ่านประเทศที่ 3 เกี่ยวกับความเสี่ยงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์ระบุว่าความกังวลว่าอิสราเอลอาจขัดขวางการเจรจาสันติภาพที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนั้นมีมากขึ้นในเดือนเมษายน เมื่อสหรัฐเชื่อว่าอิสราเอลกำลังจับตามองนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ และ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ซึ่งทั้งสองเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ซึ่งต่อมาได้อนุมัติข้อตกลงสันติภาพฉบับปัจจุบันกับสหรัฐ แต่หากพวกเขาถูกสังหารก็มีความเป็นไปได้สูงว่าความขัดแย้งนี้จะยืดเยื้อออกไป ดังเช่นการลอบสังหารบุคคลระดับสูงของอิหร่านโดยอิสราเอลในอดีตได้เคยส่งผลมาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่รู้กันดีว่า อารักชีและกาลิบาฟ เคยมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อเป้าหมายสังหารในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการรวบรวมรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านที่อิสราเอลต้องการกำจัดทิ้ง อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าบุคคลระดับสูงของอิหร่านทั้งสองได้ถูกถอดชื่อออกจากบัญชีเป้าหมายดังกล่าวหลังจากที่สหรัฐเข้ามาแทรกแซงในช่วงเวลาที่การเจรจาเริ่มมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้คณะเจรจาของสหรัฐและอิหร่านเคยยุติการเจรจากันหลังจากอิสราเอลได้โจมตีสังหารนายอาลี ลาริจานี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่านที่เคยเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านเมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กไทม์อ้างแหล่งข่าวกล่าวว่า แม้จะมีคำสั่งชัดเจนให้ละเว้นชีวิตของอารักชีและกาลิบาฟไว้ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐยังคงกังวลว่าอิสราเอลอาจจะพยายามลอบสังหารบุคคลทั้งสองนี้ จนทำให้สหรัฐต้องขอให้ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางช่วยเตือนอิหร่านถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีสังหารขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความกังวลดังกล่าวดูเหมือนจะยิ่งทวีความชัดเจนและเป็นจริงได้มากขึ้นในระหว่างที่นายกาลิบาฟเดินทางไปเยือนปากีสถาน เพื่อพบปะเจรจากับนายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน โดยนิวยอร์กไทมส์รายงานอ้างว่า ขณะที่อิหร่านพยายามขอหลักประกันความปลอดภัยจากสหรัฐสำหรับคณะเจรจาของอิหร่านในระหว่างการเดินทางดังกล่าว แต่กลับมีภัยคุกคามจากอิสราเอลเกิดขึ้นในระหว่างเที่ยวบินขากลับของนายกาลิบาฟจากกรุงอิสลามาบัดเพื่อกลับประเทศอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ 2 ราย เปิดเผยว่า ในระหว่างเที่ยวบินเดินทางกลับของนายกาลิบาฟ กองกำลังฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับแผนการของอิสราเอลที่จะโจมตีเครื่องบินหลังตรวจพบเครื่อบินรบอิสราเอล 2 ลำ รุกล้ำน่านฟ้าอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของ มาห์ดี โมฮัมมาดี ที่ปรึกษาอาวุโสของนายกาลิบาฟซึ่งระบุว่าเครื่องบินลำดังกล่าวจำเป็นต้องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นสนามบินของอิหร่านที่อยู่ใกล้กับปากีสถานมากที่สุด และทำให้คณะเจรจาของอิหร่านจำเป็นต้องเดินทางทางบกเป็นเวลา 8 ชั่วโมงแทนเพื่อไปยังกรุงเตหะราน เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790218?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐเชื่อ อิสราเอลมีแผนสังหาร หน.ทีมเจรจาอิหร่าน ถึงขั้นให้ปท.ที่ 3 ช่วยเตือนเตหะราน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T07:06:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T07:06:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-21T084702Z_90636778_RC2YXLANSKRO_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SWISS-MEETING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลขศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789905]]></link><pubDate>2026-07-03T11:51:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789905</guid><description>ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลข ศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามเปิดเผยรายงานทางเศรษฐก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลข ศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามเปิดเผยรายงานทางเศรษฐกิจระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจเวียดนามเร่งตัวขึ้นในไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ในขณะที่การขาดดุลการค้าก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ของเวียดนามช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน เติบโตที่ 8.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวกว่าไตรมาสแรกของปีนี้ที่เติบโต 7.49%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวียดนาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่า 10% ภายในปีนี้ โดยมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แผนการอันทะเยอทะยานดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงที่จะสะดุดลงได้จากผลกระทบของสงครามอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สถานการณ์โลกยังคงเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ซับซ้อน ไม่แน่นอน และคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้น ภาวะตลาดการเงินมีความตึงตัวมากขึ้นและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากธนาคารกลางเวียดนามระบุว่า ความเสี่ยงเกี่ยวกับปัจจัยระดับโลกกำลังสร้างแรงกดดันให้กับการดำเนินนโยบายของเวียดนามและก่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลรัฐบาลระบุว่าอัตราเงินเฟ้อรายปีของเวียดนามในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 4.69% เมื่อเทียบกับ 5.6% ในเดือนพฤษภาคม โดยรัฐบาลตั้งเป้าอัตราเงินเฟ้อในปี 2026 ไว้ที่ 4.5% ขณะที่การส่งออกของเวียดนามในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 28.1% มีมูลค่า 50,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้นที่ 45.2% มีมูลค่า 53,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เวียดนามขาดดุลการค้าอยู่ประมาณ 2,640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ยอดขาดดุลการค้าของเวียดนามในครึ่งปีแรกของปีนี้อยู่ที่ 16,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับการเกินดุลการค้าในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่ 7,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลจากการที่ประเทศต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นในการนำเข้าเชื้อเพลิง โดยปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบในครึ่งปีแรกของเวียดนามลดลง 14.2% แต่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 17.7% ส่วนการนำเข้าเชื้อเพลิงสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 9.6% แต่มีมูลค่าพุ่งสูงถึง 73.5% โดยการขาดดุลการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แนะนำไว้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนามยังเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายนปรับตัวสูงขึ้น 12.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 14.8% ส่วนยอดการลงทุนจากต่างประเทศในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังเวียดนามกล่าวว่า เวียดนามจะยังคงยึดมั่นตามเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 10% ในปีนี้ แม้จะเผชิญกับปัญหาการขาดดุลการค้ที่เพิ่มขึ้นและความท้าทายด้านอื่นๆ ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789905?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลขศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลขศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง</dc:alternative><dc:abstract>ยังร้อนแรง! เวียดนาม เผยตัวเลขศก.ไตรมาส 2 โต 8.39% ตั้งเป้าปีนี้ขยายตัว 10% แม้ขาดดุลการค้าพุ่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T07:25:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T07:25:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-06-11T033932Z_1506099253_RC2RPLAG3HSP_RTRMADP_3_VIETNAM-STADIUM-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789834]]></link><pubDate>2026-07-03T10:16:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789834</guid><description>รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน  รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประณามและปฏิเสธความพยายามใดๆ ของศาลอาญาระหว่างประเทศในการใช้อำนาจเหนือพลเมืองสหรัฐ หลั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน &lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประณามและปฏิเสธความพยายามใดๆ ของศาลอาญาระหว่างประเทศในการใช้อำนาจเหนือพลเมืองสหรัฐ หลังจากที่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ 3 คน ได้ทำการฟ้องร้องเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์ได้ประณาม ICC อีกครั้ง โดยย้ำว่าความพยายามใดๆ ในการใช้อำนาจเหนือพลเมืองสหรัฐ จะถือเป็นการ “ล่วงละเมิดโดยตรง” ต่ออธิปไตยของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ดังกล่าวซึ่งมีการทำเป็นจดหมายถึงโทโมโกะ อากาเนะ ประธาน ICC แม้เนื้อหาของจดหมายจะไม่ได้มีการประกาศนโยบายใหม่ใดๆ แต่ถือเป็นการยกระดับการตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงต่อ ICC&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทอดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐ ระบุในจดหมายที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม แต่ลงวันที่ 29 มิถุนายน โดยระบุว่า ICC มีพฤติกรรมที่ไร้หลักนิติธรรมและขาดความชอบธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในจดหมายที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี แบลนช์กล่าวหา ICC ว่ากำลังดำเนินการสอบสวนที่ดูเหมือนจะขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันทางการเมืองและผลประโยชน์ของสถาบัน มากกว่าจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อกฎหมาย พร้อมกับย้ำจุดยืนของสหรัฐว่า ICC ไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีกับพลเมืองอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ICC ไม่มีอำนาจศาลเหนือบุคคลสัญชาติสหรัฐ ไม่ว่าที่ใดในโลก และความพยายามใดๆ ในการอ้างอำนาจดังกล่าวนั้นไร้ความชอบธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการดูหมิ่นอธิปไตยของสหรัฐโดยตรง” แบลนช์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุใดแบลนช์จึงเลือกส่งจดหมายฉบับนี้ในสัปดาห์นี้ ด้านเจ้าหน้าที่ ICC ไม่ได้ออกมาตอบโต้จดหมายฉบับนี้อย่างเป็นทางการ แต่ศาลได้ยืนยันมาตลอดว่าจะเดินหน้ามำการสอบสวนต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จดหมายฉบับนี้ถูกเผยแพร่หลังจากผู้พิพากษา ICC 3 คนยื่นฟ้องรัฐบาลทรีมป์ต่อศาลรัฐบาลกลางในเขตแมนฮัตตันเพื่อคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาล โดยโต้แย้งว่า การที่รัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อผู้พิพากษา เป็นความพยายามที่จะใช้แรงกดดันนอกกระบวนการยุติธรรมต่อศาล โดยมีเจตนาลงโทษและบีบบังคับผู้พิพากษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789834?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน</dc:alternative><dc:abstract>รัฐบาลทรัมป์กดดัน ICC ชี้ไร้อำนาจพิจารณาคดีพลเมืองมะกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T03:16:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T03:16:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789784]]></link><pubDate>2026-07-03T08:45:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789784</guid><description>WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญลำหนึ่งยุติลงแล้ว และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพขอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญลำหนึ่งยุติลงแล้ว และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากผู้สัมผัสใกล้ชิดรายสุดท้ายของผู้ติดเชื้อได้กักตัวครบกำหนดและผลตรวจหาเชื้อไวรัสเป็นลบ โดยการระบาดครั้งนี้ทำให้มีผู้ติดเชื้อ 13 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากการระบาดในครั้งนี้อยู่ที่ 23%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การระบาดของไวรัสฮันตาครั้งนี้เชื่อมโยงกับเรือสำราญ M/V Hondius ซึ่งจดทะเบียนในประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจากที่ WHO ได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เกี่ยวกับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงบนเรือ ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฮันตาทั้งหมด เป็นผู้ที่เดินทางบนเรือลำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ป่วย 10 คนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล WHO กล่าวว่า 8 คนหายดีและออกจากโรงพยาบาลแล้ว ขณะที่อีก 2 คนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในแอฟริกาใต้และในฝรั่งเศส โดยการระบาดครั้งนี้มีผู้ป่วยชาย 9 คน และผู้ป่วยหญิง 4 คน อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยอยู่ที่ 65 ปี และผู้ป่วยที่เสียชีวิต 3 ราย มีอายุ 69, 70 และ 79 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WHO กล่าวว่า ผู้สัมผัสที่ระบุตัวได้ทั้งหมดได้เสร็จสิ้นระยะเวลาติดตามผล 42 วันแล้ว โดยไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการแพร่เชื้อได้หยุดลงแล้ว และไม่คาดว่าจะมีการแพร่เชื้อที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้ระบุและติดตามผู้สัมผัสใน 33 ประเทศและดินแดนโพ้นทะเล รวมถึงผู้โดยสารและลูกเรือ ผู้สัมผัสที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยในเกาะทริสตันดาคุนญา ผู้โดยสารบนเที่ยวบินระหว่างประเทศ 2 เที่ยวบิน บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงจำนวน 317 คนได้เสร็จสิ้นการกักกันและติดตามผล ในขณะที่ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวน 336 คนได้ทำการติดตามอาการด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการระบุแหล่งที่มาของการระบาดที่แน่ชัด แต่ WHO กล่าวว่าข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าการติดเชื้อครั้งแรกน่าจะเกิดขึ้นบนบกก่อนขึ้นเรือ ตามด้วยการแพร่กระจายจากคนสู่คนในวงจำกัดบนเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789784?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>WHO ประกาศยุติการระบาด ไวรัสฮันตา บนเรือสำราญแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T01:45:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T01:45:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789759]]></link><pubDate>2026-07-03T08:23:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789759</guid><description>มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยชีวิตชายชาวเวเนซุเอลาวัย 44 ปีที่ติดอยู่ใต้ซากห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเขา ในรัฐลา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยชีวิตชายชาวเวเนซุเอลาวัย 44 ปีที่ติดอยู่ใต้ซากห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเขา ในรัฐลาไกวราของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาได้สำเร็จ หลังจากที่เขาติดอยู่ใต้ซากอาคารดังกล่าวมานานถึง 8 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการช่วยเหลือ เอร์นาน อัลเบร์โต กิล ซึ่งเป้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารห้างสรรพสินค้า กาเลเรียส ปลายา กรันเด สูง 9 ชั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน โดยประธานาธิบดีนายิบ บูเกเล ของเอลซัลวาดอร์ ได้โพสต์ความคืบหน้าของภารกิจผ่านแพลตฟอร์ม X อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากทีมกู้ภัยของชิลี สหรัฐอเมริกา โปรตุเกส เม็กซิโก คอสตาริกา และเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บูเกเลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถส่งน้ำและสารน้ำให้กิลผ่านท่อเพื่อประคับประคองชีวิต แต่เนื่องจากซากอาคารยังคงไม่มั่นคง จึงจำเป็นต้องขุดอุโมงค์แยกกัน 2 เส้นทาง เพื่อให้สามารถเข้าถึงตัวเขาได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช้าวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม กิลถูกนำตัวออกมาจากใต้ซากปรักหักพังบนเปลสนาม ก่อนถูกลำเลียงขึ้นรถพยาบาล ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้สื่อข่าวที่อยู่ในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กุสบีมาร์ กอนซาเลซ ภรรยาของกิล กล่าวขอบคุณพระเจ้าที่ทรงทำให้สามีของเธอมีชีวิตรอดมาได้เป็นเวลาหลายวัน และบอกด้วยว่า &amp;#8220;เขาอดทนต่อทุกสิ่งราวกับนักรบ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามตัวเลขล่าสุดของรัฐบาลเวเนซุเอลา แผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด เกิดขึ้นห่างกันไม่ถึง 1 นาทีเมื่อเกือบ 8 วันก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2,295 ราย ขณะที่จำนวนผู้สูญหายที่อยู่ในบัญชีรายชื่อออนไลน์ซึ่งแม้ไม่ใช่ข้อมูลทางการ แต่มีการใช้อ้างอิงอย่างแพร่หลาย ลดลงเหลือประมาณ 38,600 คนในเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากเคยพุ่งขึ้นเกือบ 60,000 คนในช่วงไม่กี่วันแรกหลังเกิดแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้แทนขององค์การสหประชาชาติระบุในสัปดาห์นี้ว่า กำลังจัดหาถุงบรรจุศพจำนวน 10,000 ใบให้แก่เวเนซุเอลา ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) ประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 10,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทเวอริสก์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการประเมินความเสี่ยงและความเสียหายจากภัยพิบัติ คาดการณ์ว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากแผ่นดินไหวครั้งนี้จะมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลาระบุว่า จนถึงวันพฤหัสบดี ประเทศได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากนานาชาติรวมแล้ว 2,000 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางความเสียหายอย่างหนัก เรื่องราวของผู้รอดชีวิตยังคงเป็นประกายแห่งความหวังสำหรับครอบครัวที่ยังคงค้นหาคนที่รัก ทีมกู้ภัยจากเม็กซิโกสามารถช่วยสุนัขชื่อ &amp;#8220;ซาริตา” ออกมาจากซากอาคารที่พังถล่มในลาไกวราได้อย่างปลอดภัย หลังเจ้าของแจ้งว่าได้ยินเสียงดังมาจากใต้กองซากปรักหักพัง เจ้าหน้าที่ค้นหาพบสุนัขตัวดังกล่าวด้วยความช่วยเหลือของทีมค้นหาและกู้ภัยทางทหาร รวมทั้งสุนัขกู้ภัยชื่อ &amp;#8220;ไค&amp;#8221; ก่อนจะนำมันกลับไปพบกับเจ้าของ ซึ่งบอกว่า การช่วยชีวิตสุนัขของครอบครัวในครั้งนี้ ทำให้เขามีความหวังว่าลูกสาวที่ยังสูญหายอาจยังมีชีวิตอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า แผ่นดินไหวได้ทำให้วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงอยู่แล้วทวีความรุนแรงขึ้น และสร้างความตึงเครียดให้กับระบบสาธารณสุขที่กำลังดิ้นรนเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยเอียน คลาร์ก ผู้จัดการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลกกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า บุคลากรทางการแพทย์ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตอบสนองทางการแพทย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามอาคารที่พังถล่มบางแห่ง ได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชน ซึ่งผิดหวังกับการรับมือภัยพิบัติของภาครัฐอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวเวเนซุเอลาบางส่วนได้ระบายความไม่พอใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการเผยแพร่วิดีโอที่อ้างว่า แสดงให้เห็นภาพของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่กำลังค้นซากอาคาร ก่อนที่จะนำเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และเงินสดไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของวิดีโอดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยของเวเนซุเอลาเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 นาย ถูกควบคุมตัวและปลดออกจากตำแหน่งแล้ว ฐาน &amp;#8220;ยักยอกทรัพย์สินที่พบจากซากปรักหักพัง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789759?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ</dc:alternative><dc:abstract>มหัศจรรย์! ชายเวเนฯ วัย 44 รอดตาย หลังติดใต้ซากตึก 8 วัน ไล่ออก 4 จนท. ขโมยของ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T01:25:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T01:25:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hg1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กล้าธรรม หวังหารือความรู้ &#8216;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&#8217; รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/the-golden-road/news_5789547]]></link><pubDate>2026-07-02T20:24:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789547</guid><description>กล้าธรรม หวังหารือความรู้ &amp;#8216;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&amp;#8217; รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 15.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กล้าธรรม หวังหารือความรู้ &amp;#8216;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&amp;#8217; รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 15.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย จัดงานสัมมนา ‘เฉลิมฉลองครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนและครบรอบ 51 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย’&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยมี นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากพรรคการเมืองไทย นักวิชาการ ตลอดจนสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นอันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างไทย-จีน ท่ามกลางนักการเมืองเข้าร่วมคับคั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในรัฐบาล ครม.อนุทิน 1, นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ ดร.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และอดีตผู้สมัครผู้ว่ากทม., นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง, นายสยาม บางกุลธรรม สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายภูบดินทร์ ปกป้อง เลขานุการส่วนตัวของนายภูมิธรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5789561 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931.jpg&quot; alt=&quot;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;666&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตอนหนึ่ง นายพีระพันธุ์ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอแสดงความยินดีในโอกาสนี้ และเป็นความยินดีที่ประเทศของเราทั้งสองได้มีความสัมพันธ์อันดีทางการทูตยาวนานถึง 51 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ความจริงแล้ว ความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสอง ไม่ได้มีเพียงแค่ 51 ปี เพราะเป็นเพียงระยะเวลาทางการทูตเท่านั้น แต่หากนับตามประวัติศาสตร์แล้ว เรามีความสัมพันธ์กันมากว่าหลายร้อยปี หากนับสั้นๆ ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา จนถึงปัจจุบัน ก็เกือบ 700 ปีแล้ว“&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5789569 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0.jpg&quot; alt=&quot;พีระพันธุ์&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;666&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;700 ปีที่ผ่านมา เรามีความแนบแน่น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคงทางการทูต ประชาชนไทยจำนวนมาก ก็มีบรรพบุรุษที่มาจากประเทศจีน รวมถึงครอบครัวของผมด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีน จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำคัญทางการทูตเท่านั้น แต่เป็นการหล่อหลอมทางจิตวิญญาณและสายเลือด ดั่งคำกล่าวหาที่ว่า ’จีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน‘ และนี่คือความสัมพันธ์พิเศษระหว่างไทยและจีน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์กล่าวต่อว่า สำหรับความยิ่งใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้น ไม่ใช่เพียงแค่พรรคการเมืองที่มีอายุกว่า 100 ปี แต่เป็นเพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีนพิสูจน์ให้เห็นว่า รูปแบบการปกครองและบริหารประเทศ ที่จะนำไปสู่ความมั่นคงและสำเร็จที่แท้จริงนั้น ต้องเป็นการปกครองที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับจิตใจและวัฒนธรรมของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นอกจากความร่วมมือร่วมใจ และความมุ่งมั่นที่แท้จริงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนแล้ว สิ่งที่ทำให้พรรคประสบความสำเร็จ คือมีความเป็นนักสู้ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใด ทำให้จีนก้าวหน้า อย่างก้าวกระโดด ประกอบกับ มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มุ่งมั่น ชัดเจน กล้าหาญ ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ ทำให้ประเทศก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;#8221; นายพีระพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์กล่าวต่อว่า การครบรอบปีที่ 105 ความสำเร็จ ของประเทศจีน ในฐานะที่เป็นคนเอเชียด้วยกัน คือการแสดงให้เห็นว่า เราทำได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ขอบคุณจีน ที่เป็นมิตรแท้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายร้อยปี และขอแสดงความยินดีในโอกาสนี้ ผมเชื่อมั่นว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประเทศไทย จะมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป&amp;#8221; นายพีระพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ในนิมิตหมายมงคล ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง และขอส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจ ณ โอกาสประวัติศาสตร์นี้ ตลอดระยะเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้สร้างคุณูปการอย่างเป็นที่ประจักษ์ ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น นำมาสู่ความก้าวหน้าอย่างเป็นที่ประจักษ์ ทั้งยังสร้างเสริมความร่วมมือ ในประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5789570 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930.jpg&quot; alt=&quot;อนุดิษฐ์&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;667&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-728x486.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้พรรคกล้าธรรม จะเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ แต่เราตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย ตั้งบนพื้นฐาน ความเคารพไว้วางใจซึ่งกันและกัน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยสายใยทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิดของพี่น้องทั้งสองประเทศ&amp;#8221; นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ กล่าว และว่า พรรคกล้าธรรม มีความมุ่งมั่นอย่างใกล้ชิด ที่จะได้ร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์ เพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ อันจะนำมาสู่ความสงบสุขของทั้งสองประเทศและภูมิภาคต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ในนามของพรรคกล้าธรรม ของอำนวยพรให้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป และมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์สันติภาพและการพัฒนาของโลกที่ยังยืนสืบไป&amp;#8221; นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/the-golden-road/news_5789547?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กล้าธรรม หวังหารือความรู้ &amp;#8216;พรรคคอมมิวนิสต์จีน&amp;#8217; รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กล้าธรรม หวังหารือความรู้ ‘พรรคคอมมิวนิสต์จีน’ รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่</dc:alternative><dc:abstract>กล้าธรรม หวังหารือความรู้ ‘พรรคคอมมิวนิสต์จีน’ รทสช. คารวะหัวใจนักสู้ หนุนคนรุ่นใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T14:51:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T14:51:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/peerapan1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/peerapan1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/peerapan1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/peerapan1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233931-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>666</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>666</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/100605_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>666</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>666</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__49233930-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789250]]></link><pubDate>2026-07-02T18:04:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5789250</guid><description>เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม รอยเตอร์รายงานว่า อัยการสูงสุดของเยอรมนีได้ยื่นฟ้องพลเมืองชาวยูเครนรายหนึ่งในข้อหาเกี่ยวกับเหตุระเบิดเมื่อปี 2022 ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า อัยการสูงสุดของเยอรมนีได้ยื่นฟ้องพลเมืองชาวยูเครนรายหนึ่งในข้อหาเกี่ยวกับเหตุระเบิดเมื่อปี 2022 ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับท่อส่งก๊าซ Nord Stream ใต้ทะเลบอลติก  การยื่นฟ้องครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญ เพราะทำให้คดีวินาศกรรมที่อ่อนไหวทางการเมืองมากที่สุดคดีหนึ่งของยุโรป จะเข้าใกล้การพิจารณาคดีในศาลมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานกฎหมายเมเนเกอร์ ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นตัวแทนของชายชาวยูเครนคนดังกล่าว เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ลูกความของตนได้รับคำฟ้องเมื่อวันพุธ ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลสิทธิส่วนบุคคลของเยอรมนี มีการเปิดเผยชื่อผู้ต้องหาได้เพียง “เซอร์ฮี เค”เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อท้องถิ่นของเยอรมนี ระบุว่า อัยการตั้งข้อหาเขาในความผิดฐานโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของพลเรือน โดยการก่อเหตุระเบิดและทำลายสิ่งปลูกสร้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากเอกสารหมายจับ ระบุว่า เซอร์ฮี เค มีส่วนช่วยประสานงานทีมเรือยอชต์ใบชื่อแอนโดรเมดา เพื่อติดตั้งวัตถุระเบิดบนท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 และนอร์ดสตรีม 2 ใกล้กับเกาะบอร์นโฮล์มของเดนมาร์กเมื่อปี 2022&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการและศาลเชื่อว่า ลูกเรือของแอนโดรเมดา ประกอบไปด้วยผู้ประสานงาน กับตันเรือ นักดำน้ำทะเลลึก 4 คน และผู้เชี่ยวชายด้านวัตถุระเบิด โดยอัยการสงสัยว่า เซอร์ฮี เค ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและหัวหน้าทีมบนเรือ ไม่ใช่นักดำน้ำหรือผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิด อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุระเบิดครั้งนี้ ซึ่งทั้งรัสเซียและชาติตะวันตกต่างมองว่าเป็นการก่อเหตุวินาศกรรม เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากรัสเซียบุกโจมตียูเครนเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ท่อส่งก๊าซหลักของรัสเซียไปยังยุโรปต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะในเยอรมนีที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลเยอรมนีชี้ว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลของตน เนื่องจากท่อส่งก๊าซที่ได้รับความเสียหายมีปลายทางอยู่ที่ลุบมิน ในรัฐเมคเลินบวร์ค-ฟอร์พ็อมเมิร์น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและความปลอดภัยภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ เอกสารของศาลระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นพลเมืองชาวยูเครนและเป็นนายทหารในหน่วยรบพิเศษของยูเครนในช่วงเกิดเหตุ โดยเขาถูกจับกุมในอิตาลีเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน ก่อนถูกส่งตัวมายังเยอรมนีในเดือนพฤศจิกายนเพื่อดำเนินคดีตามหมายจับของทางการเยอรมนี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5789250?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม</dc:alternative><dc:abstract>เยอรมนีตั้งข้อหาชาวยูเครน เอี่ยวระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T11:04:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T11:04:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ns-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788725]]></link><pubDate>2026-07-02T15:31:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5788725</guid><description>รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า รัสเซียได้ปฏิบัติการโจมตียูเครนอย่างหนักหน่วงอีก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า รัสเซียได้ปฏิบัติการโจมตียูเครนอย่างหนักหน่วงอีกครั้งในข้ามคืนถึงวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งกองทัพอากาศยูเครนอ้างว่ารัสเซียได้ยิงขีปนาวุธ 74 ลูก และโดรน 496 ลำ โจมตีทั่วประเทศยูเครน โดยกรุงเคียฟ เมืองหลวงถูกถล่มหนักที่สุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และทำให้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 86 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน และเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนภัยประชาชนถึงการโจมตีระลอกใหม่ หลังจากรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวและขีปนาวุธร่อน รวมถึงโดรนโจมตีสร้างความเสียหายให้กับอาคารหลายหลังและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนหลายแห่งทั่วกรุงเคียฟ และเป็นผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพลงไปหลบภัยอยู่ตามสถานีรถไฟใต้ดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอากาศของยูเครนอ้างว่ารัสเซียได้ยิงขีปนาวุธ 74 ลูกและโดรน 496 ลำ โจมตียูเครนในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา แต่หน่วยป้องกันทางอากาศของยูเครนสามารถสกัดหรือทำลายขีปนาวุธของรัสเซียไว้ได้จำนวน 48 ลูก และโดรน 476 ลำ ทว่าขีปนาวุธทิ้งตัว 25 ลูกและโดรน 12 ลำ โจมตีโดนสถานที่ 33 แห่งในยูเครน โดยมีกรุงเคียฟตกเป็นเป้าหมายหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการเปิดเผยของนายวิตาลี คลิตชโก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวว่า การโจมตีในกรุงเคียฟส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า 86 ราย และยังสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายมากกว่า 30 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นอาคารที่พักอาศัยและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายอิกอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของยูเครน กล่าวว่า มีอาคารที่อยู่อาศัยในกรุงเคียฟได้รับความเสียหายอย่างหนัก 20 แห่ง ขณะที่หน่วยบริการฉุกเฉินกล่าวว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่เกือบ 500 คนและยานพาหนะเฉพาะทางอีก 100 คัน รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์หลังการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอันดรี ซีบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ยังร้องขอความช่วยเหลือจากชาติพันธมิตรยูเครน ให้ช่วยเสริมการป้องกันทางอากาศของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรอย่าชะลอการตัดสินใจในการจัดหาระบบป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธให้กับยูเครน เขายังเรียกการโจมตีครั้งล่าสุดว่า เป็น“ค่ำคืนแห่งความสยดสยอง” ในกรุงเคียฟ และว่า จำนวนผู้เสียชีวิตหลังจากการโจมตีอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากทีมกู้ภัยยังคงทำงานอยู่ในพื้นที่ประสบเหตุอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รัสเซียได้เพิ่มการโจมตีกรุงเคียฟมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังการโจมตีด้วยโดรนระยะไกลของยูเครนได้ถล่มฐานทัพและแหล่งพลังงานของรัสเซียและทำให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงและขัดขวางเส้นทางการขนส่งภายในรัสเซียก็ตาม โดยรัสเซียอ้างว่าการโจมตีของฝ่ายตนมีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่ยูเครนโจมตีเป้าหมายที่เป็นแหล่งพลังงานในรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788725?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย</dc:alternative><dc:abstract>รัสเซีย โจมตียูเครนหนักอีก รัวขีปนาวุธ 74 ลูก-โดรน 496 ลำ เข้าใส่ เคียฟอ่วมดับ 13 เจ็บเฉียดร้อย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T08:40:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T08:40:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T042737Z_1250225444_RC2F5MAHLCBA_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T042737Z_1250225444_RC2F5MAHLCBA_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T054935Z_1410390833_RC2E5MAVDEFG_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T054935Z_1410390833_RC2E5MAVDEFG_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-02T035530Z_1249966319_RC2C5MAOVGY7_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-ATTACK-KYIV-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788381]]></link><pubDate>2026-07-02T13:39:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5788381</guid><description>สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการขายขีปนาวุธเฮลไฟร์ให้แ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการขายขีปนาวุธเฮลไฟร์ให้แก่ประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติมอีก 24 ลูก พร้อมด้วยบริการด้านโลจิสติกส์และการสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า โดยรวมแล้วสิงคโปร์ได้สั่งซื้อขีปนาวุธ AGM-114R Hellfire จำนวน 67 ลูก รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ บริการซ่อมบำรุง อุปกรณ์สนับสนุน การฝึกอบรม ตลอดจนการสนับสนุนด้านวิศวกรรมและโลจิสติกส์ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 22.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 742 ล้านบาท โดยมีบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน เป็นผู้รับสัญญาหลักสำหรับคำสั่งซื้ออาวุธดังกล่าวนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับขีปนาวุธเฮลไฟร์ เป็นขีปนาวุธความเร็วต่ำกว่าเสียงที่ยิงจากอากาศสู่พื้นดิน มีความสามารถในการต่อต้านรถถัง โดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุด้วยว่า การเสนอขายอาวุธครั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงดุลยภาพพื้นฐานทางทหารในภูมิภาคดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ โพสต์บนเว็บไซต์ทางการในวันพุธ(1 ก.ค.)ว่า ขีปนาวุธดังกล่าวที่มีสั่งซื้อจะถูกนำติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64D Apache ของกองทัพอากาศสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนภารกิจการฝึกซ้อมตามปกติและความต้องการด้านปฏิบัติการต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788381?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ อนุมัติขาย ขีปนาวุธเฮลไฟร์ ยิงจากอากาศสู่พื้น ให้สิงคโปร์เพิ่ม เสริมเขี้ยวทัพฟ้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T06:39:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T06:39:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-133409-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788131]]></link><pubDate>2026-07-02T13:27:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5788131</guid><description>แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น แพทย์ในเวเนซุเอลาออกมาแสดงความวิตกกังวลว่าผลกระทบหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งในเวเนซุเอลา อาจนำไปสู่วิกฤตด้านสาธารณสุขที่ลุกลาม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แพทย์ในเวเนซุเอลาออกมาแสดงความวิตกกังวลว่าผลกระทบหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งในเวเนซุเอลา อาจนำไปสู่วิกฤตด้านสาธารณสุขที่ลุกลามยิ่งขึ้น เนื่องจากขณะนี้มีทั้งผู้บาดเจ็บที่ยังไม่ได้รับการรักษา การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ท่ามกลางระบบสาธารณสุขที่อยู่ในภาวะวิกฤตตั้งแต่ก่อนหน้าเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวเวเนซุเอลาหลายพันคนที่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นต้องพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงที่แออัดหรือกลางแจ้ง โดยไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ท่ามกลางสภาพสุขอนามัยที่ย่ำแย่ หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งทางการระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,295 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 11,000 คนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมระบุว่า ผลกระทบหลังแผ่นดินไหวได้กลายเป็นวิกฤตทางการแพทย์ครั้งใหญ่ ซึ่งหากไม่ได้รับการควบคุมอย่างรวดเร็ว จะคร่าชีวิตผู้คนเพิ่มขึ้นอีกในอีกไม่กี่วันและหลายสัปดาห์ข้างหน้า ภาวะฉุกเฉินครั้งนี้ยังเผยให้เห็นปัญหาการขาดแคลนแพทย์เรื้อรังของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ยาวนาน การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอ และการอพยพย้ายถิ่นของบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมยังเตือนว่า ความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคในชุมชนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวโรนิก ดูร์รูซ์ โฆษกสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน กล่าวว่า อากาศร้อนมาก และมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดโรคที่มียุงหรือแมลงเป็นพาหะ การจัดการขยะเป็นปัญหา ส่วนการจัดการซากปรักหักพัง เมื่อเห็นขนาดของความเสียหายแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ปัญหาที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานก็คือ การติดเชื้อในผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติมาเป็นเวลานานที่สุด เราเพิ่งผ่านช่วงที่ต้องรับมือกับผู้บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ ซึ่งยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะมีการติดเชื้อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย&amp;#8221; ยูเจนิโอ โควา หัวหน้าหน่วยอุบัติเหตุของโรงพยาบาลในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788131?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น</dc:alternative><dc:abstract>แพทย์กังวล ดินไหวเวเนฯ จ่อจุดวิกฤตสธ. ยอดดับพุ่ง 2,295 เจ็บเกินหมื่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T06:27:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T06:27:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788084]]></link><pubDate>2026-07-02T11:33:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5788084</guid><description>นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศจัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยวร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศจัดเก็บภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า “ภาษีขาออก” เพิ่มขึ้น 3 เท่า จากเดิมเก็บคนละ 1,000 เยน ขึ้นเป็น 3,000 เยน ซึ่งมีผลทันทีในวันดังกล่าว นอกจากนี้ยังปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังจำเป็นต้องขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นเพิ่มถึง 5 เท่า เป็น 15,000 เยนสำหรับการการเดินทางเข้าครั้งเดียว และ 30,000 เยน สำหรับการเดินทางเข้าออกหลายครั้ง มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามรับมือจัดการกับปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นมากจนล้นเกิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกันนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นยังได้ปรับลดค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)สำหรับชาวญี่ปุ่น เพื่อชดเชยภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากภาษีเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งภาษีดังกล่าวจะถูกเรียกเก็บผ่านการซื้อตั๋วเดินทางโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของผู้โดยสาร โดยรัฐบาลจะนำรายได้จากภาษีนี้ไปใช้สนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่มุ่งลดความแออัด เช่น การจัดสรรพื้นที่เฉพาะในจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหนาแน่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังจะใช้สนับสนุนโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ เช่น การพัฒนาเส้นทางรถไฟท้องถิ่นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและการปรับปรุงอาคารสถานี เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากจุดที่มีความแออัดสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำหรับนักเดินทางที่แวะเปลี่ยนเครื่องในญี่ปุ่นและพำนักอยู่ในประเทศไม่ถึง 24 ชั่วโมง รวมถึงเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี จะได้รับการยกเว้นภาษีขาออกนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ญี่ปุ่นสามารถจัดเก็บภาษีขาออกนี้เป็นรายได้เข้าประเทศประมาณ 4.9 หมื่นล้านเยนในปีงบประมาณ 2025 ที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม และคาดว่าจะสร้างรายได้ราว 1.3 แสนล้านเยนในปีงบประมาณ 2026 ขณะที่การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศครั้งนี้ของญี่ปุ่นถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีค.ศ.1978&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นระบุว่า ภาษีดังกล่าวจะถูกเรียกเก็บโดยสายการบิน ผู้ให้บริการเรือสำราญและบริษัทนำเที่ยว ในขณะที่ลูกค้าซื้อตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วเรือสำหรับการเดินทางออกจากญี่ปุ่นจากนั้นจึงนำส่งเงินภาษีดังกล่าวให้แก่รัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนภาวะเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเงินเยนและคาดว่ามาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบในทันทีต่อการท่องเที่ยวขาเข้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ที่ผ่านมาค่าธรรมเนียมวีซ่าของญี่ปุ่นถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ(จี7)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางแบบอายุใช้งาน 10 ปีของญี่ปุ่นได้มีการปรับลดลงเหลือ 9,300 เยน จากเดิม 16,300 เยน สำหรับบุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางแบบอายุใช้งาน 5 ปี สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเดิมมีอัตราแตกต่างกันไปตามช่วงอายุแต่ได้มีการปรับให้เป็นอัตราเดียวกันที่ 4,800 เยน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5788084?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น</dc:alternative><dc:abstract>นักเที่ยวควักเพิ่ม! ญี่ปุ่น ขึ้นภาษีขาออก 3 เท่า-ค่าวีซ่า 5 เท่า เริ่มแล้ว 1 ก.ค. มุ่งรับมือปัญหานทท.ล้น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T04:33:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T04:33:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-02-111959-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787976]]></link><pubDate>2026-07-02T09:57:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787976</guid><description>ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร รัฐบาลอังกฤษออกมาตรการใหม่เพื่อยับยั้งการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยกำหนดให้ผู้ขอลี้ภัยในอังกฤษอาจต้องจ่ายเงินให้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษออกมาตรการใหม่เพื่อยับยั้งการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยกำหนดให้ผู้ขอลี้ภัยในอังกฤษอาจต้องจ่ายเงินให้รัฐบาลราว 10,000 ปอนด์ หรือกว่า 4.4 แสนบาท เพื่อเป็นค่าที่พักและค่าครองชีพขั้นพื้นฐานก่อนที่จะมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน การอพยพเข้าเมืองเป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดในการเมืองอังกฤษ โดยติดอันดับข้อกังวลลำดับต้น ๆ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในผลสำรวจความคิดเห็น และบางครั้งยังเป็นต้นเหตุของการประท้วงและความตึงเครียดในชุมชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรคแรงงานของอังกฤษได้เพิ่มความพยายามในการยับยั้งการอพยพเข้าเมืองของผู้อพยพ ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เพื่อตอบโต้การเติบโตของพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักรของไนเจล ฟาราจ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการให้สัญญาว่าจะเนรเทศผู้ขอลี้ภัยกว่า 600,000 คนออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การปฏิรูปครั้งล่าสุดนี้มีเป้าประสงค์เพื่อช่วยลดภาระแก่ผู้เสียภาษี และเสริมว่า “แน่นอนว่าการได้รับความช่วยเหลือด้านการลี้ภัยเป็นสิทธิ แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นความรับผิดชอบ หากผู้คนสามารถมีส่วนร่วมและตอบแทนให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของชาวอังกฤษได้ เราก็หวังว่าพวกเขาจะทำเช่นนั้น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้มาตรการดังกล่าวที่รัฐบาลเสนอระบุว่า จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียบกับผู้ใหญ่ที่มีกำลังจ่ายเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้พวกเขาตกอยู่ในความยากลำบาก นอกจากนี้ มาตรการนี้จะไม่ถูกบังคับใช้ย้อนหลังและเด็กจะได้รับการยกเว้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มาตรการล่าสุดนี้ประกาศออกมาในห้วงเวลาที่พรรคแรงงานกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่มีความอ่อนไหวอย่างยิ่ง โดยพรรคกำลังเผชิญกับความขัดแย้งภายในเกี่ยวกับขอบเขตและความเข้มงวดของนโยบายเข้าเมือง รวมถึงความไม่แน่นอนในวงกว้างหลังจากเคียร์​ สตาร์เมอร์ ประกาศว่าลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787976?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร</dc:alternative><dc:abstract>ผู้ขอลี้ภัย UK ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมกว่า 4.4 แสน ก่อนมีสิทธิยื่นขอสถานะผู้พำนักถาวร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T02:57:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T02:57:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ld-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787965]]></link><pubDate>2026-07-02T09:37:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787965</guid><description>น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน ราคาน้ำมันยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความหวังว่าการเจรจาระดับเทคนึระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งจบลงไปเมื่อวันพุ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความหวังว่าการเจรจาระดับเทคนึระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งจบลงไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้ช่วยคลายความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของการเจรจาครั้งล่าสุดนี้ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันเบรนท์ลดลง 2.44%  มาอยู่ที่ 71.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ลดลง 2.03% เหลือ 68.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับหลังสงครามอิหร่านปะทุขึ้น แต่ราคาน้ำมันในทั้งสองตลาดก็ยังถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 20% นับตั้งแต่ต้นปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์อาวุโสของ Price Futures Group กล่าวว่า มีความหวังมากขึ้นเมื่อมีน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น และตลาดกำลังส่งสัญญาณว่าเมื่อเราผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้แล้ว ทุกฝ่ายจะเดินหน้าผลิตน้ำมันอย่างเต็มที่ และมีแนวโน้มว่าโลกจะผลิตน้ำมันได้มากกว่าที่เคยเป็นมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันในปี 2026 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานว่าจะยืดเยื้อออกไปนานกว่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้นไตรมาสที่ 3 ในวันที่ 1 กรกฎาคม หลังประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า การคาดการณ์เรื่องเงินเฟ้อลดลงแล้ว แต่ยืนยันว่านโยบายการเงินจะไม่ผ่อนคลาย ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวว่า ความคาดหวังและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เขาจะยังคงยึดมั่นในเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของเฟด และจะทำให้ผู้ที่คาดหวังว่าเฟดจะผ่อนคลายนโยบายการเงินจะต้องผิดหวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักลงทุนยังคงจับตาดูความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงิน หลังจากเงินเยนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แม้ว่าจะดีดตัวขึ้นในภายหลังก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ลดลง 13.96 จุด หรือ 0.03% มาอยู่ที่ 52,305.24 จุด ดัชนี S&amp;amp;P 500 ลดลง 16.13 จุด หรือ 0.22% มาอยู่ที่ 7,483.23 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 173.69 จุด หรือ 0.66% มาอยู่ที่ 26,040.03 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีหุ้นทั่วโลกของ MSCI ลดลง 2.51 จุด หรือ 0.22% มาอยู่ที่ 1,117.95 จุด ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป ลดลง 0.38% ขณะที่ดัชนี FTSEurofirst 300 ของยุโรป ลดลง 11.45 จุด หรือ 0.45% หุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ MSCI ลดลง 0.96 จุด หรือ 0.06% มาอยู่ที่ 1,721.93 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากพุ่งขึ้น 37% ในไตรมาสที่แล้ว ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ลดลงประมาณ 2% หลังจากพุ่งขึ้น 68% ในไตรมาสที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปที่ขับเคลื่อนด้วย AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.59% มาอยู่ที่ 4,048.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787965?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันลดต่อเนื่อง หลังมะกันถกอิหร่านรอบใหม่ในกาตาร์ ตลาดหุ้นผันผวน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T02:37:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T02:37:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787897]]></link><pubDate>2026-07-02T08:50:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787897</guid><description>ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ อิหร่านและสหรัฐอเมริกาเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม โดยไม่มีสัญญ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านและสหรัฐอเมริกาเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม โดยไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าใดๆ ที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นต่างๆ ที่พวกเขาได้ตกลงกันแล้วเมื่อมีการประกาศข้อตกลงชั่วคราวเมื่อสองสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการเจรจากล่าวว่า ผู้เจรจาของทั้งสองประเทศใช้เวลาสองวันในโดฮา เพื่อหารือเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและการปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน ซึ่งเป็นสองประเด็นสำคัญภายใต้บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด 14 ข้อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เผยว่า การประชุมครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นหลังพิธีศพของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอ ซึ่งมีกำหนดทำพิธีฝังศพในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านโพสต์บน X ว่า การเจรจาที่โดฮาสร้าง &amp;#8220;ความคืบหน้าในเชิงบวก&amp;#8221; ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงที่ยุติสงครามในเดือนมิถุนายน และเป็นการต่อยอดจากผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอดในสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่กรุงวอชิงตัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายกำลังมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการกำหนดข้อจำกัดต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่เขาเปิดฉากทำสงครามร่วมกับอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์ โดยระบุว่า &amp;#8220;การปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี พวกเขามีการประชุมที่ดีมาก และเราจะได้เห็นกัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีแหล่งข่าวระบุว่า โครงการนิวเคลียร์ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในการเจรจาครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการเจรจาในระดับเทคนิคเป็นหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในภายหลัง เพราะ &amp;#8220;แน่นอนว่าเรากังวลเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์ เราจะเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้น&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ระบุว่า ผู้เจรจาของสหรัฐและอิหร่านได้จัดการประชุมแยกกันกับผู้ไกล่เกลี่ยของกาตาร์และปากีสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามระบุว่า จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐ ที่ถูกส่งไปยังภูมิภาคนี้ สำหรับการเจรจาที่ทำเนียบขาวระบุว่าเป็นการเจรจาระดับสูง ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่านและหัวหน้าคณะผู้แทนอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาได้สิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ระบุว่าสามารถลดช่องว่างความเห็นที่แตกต่างกันได้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงเบื้องต้นระบุว่า อิหร่านและสหรัฐจะอนุญาตให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งก่อนสงคราม ช่องแคบนี้เคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหนึ่งในห้าของโลก แม้ว่าการจราจรทางน้ำจะกลับมาดำเนินการบางส่วนแล้ว แต่สถานการณ์ของเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์แห่งนี้ยังคงไม่ชัดเจน และทั้งสองประเทศโจมตีตอบโต้กันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านสองรายกล่าวว่า อิหร่านมุ่งมั่นที่จะได้รับการยอมรับจากนานาชาติในเรื่องการควบคุมช่องแคบนี้ แม้ว่าจะต้องใช้กำลังก็ตาม และได้กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมจากการขนส่งสินค้าตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม หลังจากช่วงเวลาปลอดค่าธรรมเนียมตามข้อตกลงเบื้องต้นสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายประเทศในยุโรปเสนอความช่วยเหลือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮฮร์มุส แต่บอริส ปิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าเยอรมนีจะเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าอิหร่านไม่เต็มใจของอิหร่านที่จะร่วมมือกับประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787897?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ</dc:alternative><dc:abstract>ถกเทคนิค สหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 ที่โดฮาจบแล้ว ไร้สัญญานคืบหน้าดีลฮอร์มุซ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-02T01:50:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-02T01:50:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787687]]></link><pubDate>2026-07-01T19:58:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787687</guid><description>สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เริ่มการเจรจาทางเทคนิคในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ อีกครั้งในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม เพื่อหาทางบรรลุข้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เริ่มการเจรจาทางเทคนิคในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ อีกครั้งในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม เพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจัดทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวเผยว่า จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลางของทรัมป์ ได้พบกับนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ซึ่งทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาร่วมกับปากีสถาน เพื่อวางรากฐานสำหรับการเจรจาครั้งนี้ แต่ทั้งคู่จะไม่เข้าร่วมการเจรจาด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเจรจาที่เกิดขึ้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราว 14 ข้อที่สหรัฐและอิหร่านลงนามร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อยุติสงครามที่เริ่มต้นจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอลในเดือนกุมภาพันธ์ ที่รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาการเจรจา 60 วันเพื่อให้บรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร ก่อนที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีการโจมตีตอบโต้กันไปมาโดยต่างฝ่ายต่างกลางหาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านสองรายระบุว่า อิหร่านมุ่งมั่นที่จะได้รับการยอมรับจากนานาชาติเรื่องอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และสิทธิในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่เข้าหรือออกจากอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าจะต้องใช้กำลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดการเจรจาระบุว่า การเจรจาในโดฮาแบ่งเป็นการหารือระหว่างหัวหน้าคณะเจรจาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยการเจรจาเริ่มขึ้นในคืนวันอังคารและดำเนินต่อไปในวันพุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านประกาศอย่างชัดเจนว่า ลำดับความสำคัญของอิหร่านคือการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ และการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกอายัดไว้ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่าการเจรจาที่เกิดขึ้นรอบนี้จะมุ่งเน้นไปที่สองประเด็นดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดการเจรจาระบุว่า ในส่วนของประเด็นที่สหรัฐให้ความสำคัญ คือการรับประกันให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นไปได้โดยเสรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787687?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ-อิหร่าน เริ่มเจรจาเทคนิครอบใหม่ที่กาตาร์ หาข้อยุติเปิดเดินเรือฮอร์มุซ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T12:58:15+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T12:58:15+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787457]]></link><pubDate>2026-07-01T17:09:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5787457</guid><description>กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เพจเฟซบุ๊กกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ย้ำเตือนประชาชนอย่ารับฝากหรือรับจ้างขนสัมภาระไปต่างประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เพจเฟซบุ๊กกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ย้ำเตือนประชาชนอย่ารับฝากหรือรับจ้างขนสัมภาระไปต่างประเทศเด็ดขาด โดยระบุว่า กรมการกงสุลขอแจ้งเตือนว่าห้ามรับฝากหรือรับจ้างขนสัมภาระหรือพัสดุจากผู้อื่นไปต่างประเทศอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการให้ค่าตอบแทน หรือบุคคลใกล้ชิดที่อาจชักชวนให้ช่วยขนกระเป๋า สัมภาระหรือพัสดุ ไปให้บุคคลที่อ้างว่าเป็นคนรู้จักหรือเพื่อน โดยให้ค่าตอบแทน เมื่อนำไปให้สำเร็จ เนื่องจากอาจมีการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมาย อาทิ ของต้องห้าม สินค้าหนีภาษี หรือยาเสพติด หากถูกจับดำเนินคดี ผู้ถือสัมภาระหรือพัสดุต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การครอบครองหรือขนยาเสพติดมีโทษร้ายแรง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ กัญชายังเป็นยาเสพติดในหลายประเทศ รวมถึงส่วนที่สกัดเป็นน้ำมันที่มีค่า THC เกินกว่า 0.2 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น อย่ารับฝาก/รับจ้างขนกระเป๋า/สัมภาระ และพัสดุเด็ดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ดูแลสัมภาระของท่าน ปฏิเสธการรับฝากของผู้อื่น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง” สอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์กรมการกงสุล 02-572-8442&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5787465&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;512&quot; height=&quot;640&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w.jpg 512w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-240x300.jpg 240w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-336x420.jpg 336w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-400x500.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-250x313.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 512px) 100vw, 512px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5787457?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก</dc:alternative><dc:abstract>กต. ย้ำเตือน อย่ารับหิ้วของไปต่างแดน เสี่ยงซุกยาเสพติด-ของผิดกม. เจอโทษหนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-01T10:09:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-01T10:09:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/w-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>512</mi:x1><mi:y1>640</mi:y1><mi:x2>512</mi:x2><mi:y2>640</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
