กสอ.รับนโยบาย “สุริยะ” รื้อแนวทางส่งเสริมเอสเอ็มอี ชู “ปั้น-ปรุง-เปลี่ยน” เซตฐานข้อมูลผู้ประกอบการ-ที่ปรึกษา ต้องเห็นผล ปิดวงจรเวียนเทียนรับความช่วยเหลือ ตั้งเป้าพัฒนาธุรกิจโตก้าวกระโดด
นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยถึงแผนงานพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ในปีงบประมาณ 2563 ว่า จากข้อสั่งการเร่งด่วนของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องการให้ กสอ.เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาและยกระดับเอสเอ็มอีที่เห็นผลจริง ภายใต้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวจากปัจจัยต่างประเทศที่มีปัญหาสงครามการค้า ล่าสุดได้กำหนดแนวทาง “ปั้น ปรุง เปลี่ยน เอสเอ็มอีให้ดีพร้อม” โดยงบประมาณ 2563 ที่คาดว่าจะได้รับการจัดสรร 800 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 16,200 คน คิดเป็น 2,200 กิจการ ได้ 9,600 ผลิตภัณฑ์ รวม 70 กลุ่มธุรกิจ ซึ่้งทั้งหมดนี้จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 13,000 ล้านบาท
นายณัฐพลกล่าวว่า นโยบายการปั้นเอสเอ็มอีนั้น จะมุ่ง 3 ส่วนคือ ปั้นเอสเอ็มอีเกษตรอุตสาหกรรม เน้นพัฒนาภาคการเกษตรจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่เกษตรสมัยใหม่ นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมเปลี่ยนเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการ หรือ นักธุรกิจเกษตร ที่่ไม่ได้มีรายได้แค่การทำเกษตรเท่านั้น นำระบบการผลิตและการบริหารจัดการในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจเกษตร อาทิ โตโยต้า โปรดักชั่น ซิสเท็ม(ทีพีเอส) และ ไคเซ็น เข้ามาช่วยเหลือ และปั้นธุรกิจเอสเอ็มอีเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดเล็กที่ยังขาดแคลน อาทิ เครื่องตัดอ้อยสำหรับชาวไร่อ้อยรายย่อย ต่อมาคือ ปั้นเอสเอ็มอีให้มีแนวคิดสร้างสรรค์ ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) ให้นักศึกษาได้หน่วยกิตและผลการเรียนจากการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ มุ่งสู่การเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ให้นักศึกษา และปั้นเอสเอ็มอีให้มีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ ส่งเสริมให้เอสเอ็มอีใช้ดิจิทัลแอพพลิเคชั่นของสตาร์ตอัพในการทำธุรกิจ
นายณัฐพลกล่าวว่า ขณะที่นโยบายการปรุงเอสเอ็มอี จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาพันธ์เอสเอ็มอี สภาเกษตรกร และผู้นำพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยกันปรุงมาตรการให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และจะทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนท่องเที่ยวด้านการเกษตร ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อที่ตรงจุด และมหาวิทยาลัยในการพัฒนาต่อยอดในโครงการที่ กสอ.ทำอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำผู้ประกอบการรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จจากโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม(คพอ.)ของ กสอ.มาช่วยเหลือรุ่นน้อง มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มเอสเอ็มอีที่ประสบความสำเร็จแต่ละปีให้ก้าวกระโดด นโยบายสุดท้ายคือ เปลี่ยน แต่เน้นโครงสร้างภายใน กสอ.ที่ต้องปรับวิธีทำงาน ตั้งกองเกษตรอุตสาหกรรม ขึ้นมาใหม่
“ล่าสุดได้เปิดให้เอสเอ็มอีลงทะเบียนเพื่อนำเสนอสิ่งที่ต้องการให้รัฐช่วยเหลือ และความเห็นต่างๆ เพื่อสร้างฐานข้อมูลเอสเอ็มอี ที่ปัจจุบัน กสอ.มีเอสเอ็มอีในระบบประมาณ 90,000 ราย จากทั่วประเทศ 2.7 ล้านราย โดยเก็บข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้ต้องการได้เฉพาะตัวเลขเอสเอ็มอี แต่ต้องการได้ฐานข้อมูลเอสเอ็มอีเพื่อให้รัฐเข้าไปช่วยเหลือได้ครอบคลุม ขณะเดียวกันจะจัดทำฐานข้อมูลบริษัทที่ปรึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อให้เอสเอ็มอีได้เลือกจับคู่รับความช่วยเหลือ เน้นกระจายทั้งเอสเอ็มอีและกลุ่มที่ปรึกษา ไม่ให้กระจุกตัวแค่กลุ่มใด หรือมหาวิทยาลัยใด” นายณัฐพลกล่าว


