หน้าแรก ต่างประเทศ ผู้พลัดถิ่นเก...

ผู้พลัดถิ่นเกือบ 90 ล้านคน เสี่ยงภัยคุกคามจากสภาพอากาศรุนแรงขึ้น จี้เพิ่มเงินหนุนกลุ่มเปราะบางรับมือ

6.11.26 | 12:32 น.
ภาพรอยเตอร์

ผู้พลัดถิ่นเกือบ 90 ล้านคน เสี่ยงภัยคุกคามจากสภาพอากาศรุนแรงขึ้น จี้เพิ่มเงินหนุนกลุ่มเปราะบางรับมือ

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชซีอาร์) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ระบุว่า ผู้คนที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นเกือบ 90 ล้านคนทั่วโลก กำลังอาศัยอยู่ในประเทศที่เผชิญกับภัยแล้ง อุทกภัยและคลื่นความร้อนรุนแรงจากสภาพภูมิอากาศมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเตือนว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดสรรเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือชุมชนกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

รายงานฉบับนี้ ซึ่งเผยแพร่ก่อนหน้าการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศ COP31 ที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี ระบุว่า เกือบ 3 ใน 4 ของผู้คนที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นทั่วโลก อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ อย่าง อัฟกานิสถานและบังกลาเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงรุนแรงจากสภาพภูมิอากาศ และยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างความขัดแย้ง การพลัดถิ่นและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย


แอนตัน เลอิส การ์เซีย ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการของยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าวว่า การปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่เปราะบางและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการพลัดถิ่นนั้น เป็นเรื่องของความอยู่รอด เราจึงจำเป็นต้องให้เงินทุนสนับสนุนด้านสภาพภูมิอากาศไปถึงมือชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

รายงานฉบับนี้สะท้อนประสบการณ์ของผู้ลี้ภัยชาวซูดานรายหนึ่งที่หนีความขัดแย้งในเมืองอัล-ฟาชีร์ในเดือนมิถุนายนปี 2023 ไปยังค่ายผู้ลี้ภัยฟาร์ชานา ทางตะวันออกของประเทศชาด บอกเล่าว่า เธอต้องอยู่โดยไม่มีน้ำดื่มที่ปลอดภัยนานถึง 1 สัปดาห์ และต้องเดินเป็นระยะทางไกลมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหาแหล่งน้ำอื่น เนื่องจากลำธารใกล้เคียงแห้งแล้งลง ท่ามกลางความร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

รายงานยังเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ผู้พลัดถิ่นกลับบ้านได้อย่างยั่งยืนยากขึ้น ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 กว่า 2 ใน 3 ของผู้ลี้ภัยที่เดินทางกลับบ้านนั้น ได้กลับยังประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการต้องพลัดถิ่นอีกครั้ง

Advertisement

ในประเทศซีเรีย ที่ผู้พลัดถิ่นเกือบ 4 ล้านคน เดินทางกลับไปเมื่อเร็วๆ นี้ กำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำที่รุนแรงมากขึ้นและปริมาณฝนที่ปรวนแปรไม่แน่นอน ในขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณแม่น้ำยูเฟรทีสเมื่อเดือนพฤษภาคม ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องพลัดถิ่นอีกครั้ง

ส่วนทั่วภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา 1 ใน 3 ของที่ตั้งชุมชนผู้ลี้ภัยอาจเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดที่เป็นอันตรายอย่างน้อย 100 วันต่อปีภายในปี 2050 ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต ทว่าในที่ตั้งชุมชนผู้ลี้ภัยบางแห่งในเอธิโอเปีย รวมถึงเฮลาเวน สภาพอากาศร้อนจัดที่เป็นอันตรายอาจคงอยู่มากกว่า 200 วันต่อปี เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดดและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

นอกจากนี้ยูเอ็นเอชซีอาร์ยังเตือนว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจทำให้ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศในหลายประเทศที่รับผู้ลี้ภัยย่ำแย่ลง และกระตุ้นให้เกิดการพลัดถิ่นมากขึ้น

โดยในแอฟริกาตะวันออก น้ำท่วมรุนแรงอาจทำให้ผู้คนมากถึง 3 ล้านคนต้องพลัดถิ่นในโซมาเลีย เคนยา ซูดานใต้ และยูกันดาภายในสิ้นปีนี้ ในภูมิภาคซาเฮล ภัยแล้ง น้ำท่วม และความขัดแย้งอาจทำให้การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรหายากทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่บางพื้นที่ของเอเชียเผชิญกับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุไซโคลน

พร้อมกันนี้ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลและสถาบันการเงินด้านสภาพภูมิอากาศต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุม COP31 เพิ่มเงินทุนสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นย้ำว่ามีเพียงราว 10% ของเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศเท่านั้นที่ไปถึงประเทศที่เปราะบางหรือได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง